2017 FC250 มาไกล…แพงกว่า…แต่จัดเต็ม!

เป็นค่ายน้องใหม่ที่เพิ่งจะมาบุกตลาดเมืองไทย แล้วก็บังเอิญที่เป็นช่วงเวลาแห่งการพัฒนาที่จัดเต็มอย่างล้ำหน้าจริงๆ สำหรับคลาสไทยนิยม FC250 เป็นโมโตครอสในระดับ MX2 จากฮัสควานา ผลิตจากโรงงานในประเทศออสเตรีย ด้วยค่าตัวที่แพงลิบเมื่อเทียบกับโมโตครอสฝั่งญี่ปุ่น ในรายละเอียดมีอะไรที่ทำให้เป็นหนึ่งในรถที่น่าสนใจและคุ้มไหมถ้าต้องจ่ายแพงกว่ามาดูกัน

เฟรมเหล็ก + คาร์บอนไฟเบอร์
แค่งานโครงสร้างก็ล้ำหน้า แม้ว่าเฟรมหลักจะดูเก่าแก่โบราณด้วยการใช้เหล็กโครโมลี่ แต่ฝรั่งเขาก็มั่นใจว่ามีดีจึงเอามาต่อยอดเข้ากับซับเฟรมที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ หล่อขึ้นมาเป็นหม้อกรองอากาศและวางอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างมิดชิด ทั้งเบาและแข็งแรงด้วยการผสานสองวัสดุต่างยุคที่ลงตัว

โช้คหน้า AER 48
ด้านซ้ายจะเป็นแรงดันลมทำงานแทนขดลวดสปริง วัดแรงดันและเติมลมได้ที่ด้านบน (มีสูบมือมาตรวัดดิจิตอลในตัวแถมมาให้กับรถด้วย) แน่นอนว่าน้ำหนักจะต้องเบากว่าแบบขดลวดสปริงแน่นอน ด้านขวาจะเป็นวาล์วน้ำมันสร้างความหนืด ปรับคอมเพรสชั่นที่ด้านบนได้ด้วยมือเปล่าส่วนรีบาวด์ที่ด้านล่างนั้นยังต้องใช้ไขควง โช้คหน้าถูกจับเอาไว้ด้วยแผงคอ CNC พร้อมสีแบบอโนไดซ์มาให้เรียบร้อย ส่วนโช้คหลังเดี่ยวพร้อมกระเดื่องที่เรียกว่า DCC

ซับเฟรมโผล่ปลายมาให้เห็นว่าเป็นคาร์บอนไฟเบอร์

คู่มือและสูบมือสำหรับโช้คหน้าแถมให้มากับรถ

ท่อไอเสียให้มาไม่น้อยหน้าของแต่ง

กรองอากาศซุกอยู่ในซับเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์

หน้าตาสวิทช์ที่กดได้แม้ยังบิดคันเร่งอยู่ ระบบ TC เร่งได้ไม่ต้องยั้ง

ไม่ต้องเดาอายุงานกันอีกต่อไป

ผ้าเบาะลายหนามทำให้นั่งได้หนึบ

แผ่นยึดเครื่องยนต์อีกงานที่เห็นความใส่ใจ

แฮนด์โปรเทเปอร์กับนวมแฮนด์เนื้อละเอียดเน้นนุ่ม

เครื่องยนต์หัวฉีด 46 แรงม้า
พื้นฐานเครื่องยนต์ยอดนิยมแบบ DOHC พร้อมวาล์วไทเทเนียมที่พยายามลดความฝืดให้กับชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเพื่อการผลิตแรงม้า วัดที่เพลาได้มากถึง 46 ตัว หัวฉีดใช้บริการ Keihin ติดเครื่องด้วยการกดปุ่มสตาร์ทไฟฟ้าเท่านั้น ท่อไอเสียทรงคุ้นตาพร้อมเพาเวอร์บอมบ์เป็นผลจากการร่วมงานกับ FMF ในสนามแข่งทั่วโลก ระบบส่งกำลังใช้คลัทช์ CSS แบบคอลย์สปริง สั่งงานด้วยระบบไฮดรอลิกของ Magura เกียร์ 5 ระดับจับมาลดความฝืดพร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อให้สัมพันธ์กับการจุดระเบิด สเตอร์หน้าให้มาใหญ่ 14 ฟัน กับสเตอร์หลัง 51 ฟัน

แทร็คชั่นคอนโทรล
ข้อมูลไม่ผิดครับ โมโตครอสสมัยนี้ไปไกลถึงขนาดนำเอาระบบแทร็ค ชั่นคอนโทรลมาใช้กันแล้ว เป็นอิเล็กทรอนิกส์ช่วยการขับขี่ที่ก้าวนำคู่แข่งไปอีกก้าว แทร็คชั่นคอนโทรลคือระบบป้องกันปัญหาที่เกิดจากการหมุนฟรีของล้อหลังซึ่งมักจะเกิดขึ้นในขณะเร่งความเร็วอย่างฉับพลัน ใน FC250 จะใช้การวัดรอบเครื่องยนต์ถ้ามีการพุ่งสูงขึ้นทันทีทันใดระบบจะลดรอบให้ต่ำลงเพื่อให้ล้อหลังกลับมาเกาะพื้นได้อีกครั้ง แน่นอนว่าฟังก์ชั่นอื่นอย่างแมปการจุดระเบิดที่เลือกได้ และระบบลันช์คอนโทรลช่วยในการออกตัวนั้นมีให้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

เลือกแบรนด์ดังมาแต่งตัว
ชิ้นงานที่บอกความคุ้มราคาก็มีหลายอย่างรอบคัน ทั้งแฮนด์เดิ้ลบาร์ของ Pro Taper ที่หุ้มนวมวัสดุเป็นฟองน้ำยางเนื้อละเอียดนุ่มนิ่ม ต่างจากโฟมเม็ดใหญ่อย่างที่คุ้นเคย ปลอกแฮนด์ใช้ของ ODI ดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังใช้งานมาตรฐานโลกของ Brembo กับจานดิสก์แบรนด์ GSK พร้อมกับติดเครื่องนับชั่วโมงทำงานของเครื่องยนต์ (Hour Meter) ที่ไม่เคยมีโมโตครอสค่ายไหนเคยให้มาก่อนการลดน้ำหนักของโช้คหน้า, ซับเฟรมและส่วนต่างๆ ทำให้ FC250 มีน้ำหนักแค่เพียง 98 กิโลกรัม ขณะที่ค่ายอื่นหนักข้ามหลักร้อย จากรายละเอียดดังกล่าวคงจะพอบอกได้ถึงเหตุผลของความต่างในราคาค่าตัวที่จัดเต็มและพร้อมใช้ด้วยของหลายอย่างที่ยังต้องหาเพิ่มในแบรนด์อื่นแต่ FC250 ให้มากับตัวรถเรียบร้อยในราคา 395,000 บาท ขอบคุณเสี่ยต้อง คุณสรรเสริญ เหล่าภักดี เจ้าของรถ สนามเทพวงศาโมโตครอส อำเภอเขมราฐ สนามแข่งริมแม่น้ำโขงของจังหวัดอุบลราชธานี ชุดนักทดสอบจากร้านเดิร์ทช็อพ สนับสนุนการเดินทางโดยเครื่องดื่ม GSD และขาดไม่ได้กับผู้สนับสนุนคอลัมน์คือวงล้อโยโกกับน้ำมันเครื่อง GPR ฉบับหน้าพบกันแน่นอนกับ YZ250F ปี 2017

ข้อมูลเทคนิค
เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1 สูบ DOHC
ปริมาตร 249.9 ซีซี
กระบอกสูบ 78 มม.
ระยะชัก 52.3 มม.
สตาร์ท ไฟฟ้า
เกียร์ 5 สปีด
อัตราทดขั้นต้น 24:73
สเตอร์ 14:51
คลัทช์ แบบเปียกหลายแผ่น ปั๊มไฮดรอลิก
เรือนลิ้นเร่ง Keihin EMS
เฟรม ท่อเหล็กโครโมลี่ ซับเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์
โช้คหน้า หัวกลับ WP AER 48 มม. ช่วงยุบ 310 มม.
โช้คหลัง โช้คเดี่ยว WP ช่วงยุบ 300 มม.
เบรกหน้า คาลิเปอร์ลูกสูบคู่เบรมโบ้ จาน GSK
ขนาด 260 มม.
เบรกหลัง คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวเบรมโบ้ จาน GSK
ขนาด 220 มม.
องศาคอ 63.9 องศา
ระยะฐานล้อ 1,485 มม.
สูงจากพื้น 370 มม.
สูงถึงเบาะ 960 มม.
ความจุถังน้ำมัน 7 ลิตร
น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 98.8 กก.
ราคา 395,000 บาท

ความเห็นนักทดสอบ “เขมรัฐ สุธรรมวาท”
“อย่างแรกที่อยากเล่นกับมันมากๆ ก็คือปุ่มควบคุมที่แฮนด์ด้านซ้ายครับ นอกจากระบบลันช์คอนโทรลช่วยตอนออกตัว กับแมปจุดระเบิดแล้วมันยังมีแทร็ค ชั่นคอนโทรล (TC) ให้ลองด้วย ลันช์คอนโทรลไม่มีระดับให้เลือกเหมือน RM-Z นะครับ การสั่งงานต้องกดปุ่ม TC กับ MAP พร้อมกัน ไฟ FI ที่หลังป้ายเบอร์จะกระพริบบอกว่ามันอยู่ในสถานะพร้อมทำงานแล้ว แมปจุดระเบิดที่เหมือนเป็นโหมดเลือกความแรงของเครื่องยนต์มีให้แค่ MAP 1 กับ MAP 2 เท่านั้น เท่าที่ลอง MAP 2 ดุดันกว่าครับ สุดท้ายที่ค่ายอื่นยังไม่มี ยกเว้น KTM ที่มาจากฐานผลิตเดียวกันก็คือแทร็คชั่นคอนโทรล สัญลักษณ์คือ TC ไม่ใช่ของใหม่ฝั่งบิ๊กไบค์ใช้กันเกร่อแต่คิดไม่ถึงว่าจะมีการนำมาใช้กับรถวิบาก ลองเปิดการทำงานแล้วบิดให้ล้อหลังกวาดดูอาการคือล้อหลังจะสไลด์นิดเดียวแล้วพอระบบทำงานมันจะหยุดสไลด์ให้รถตั้งขึ้นมา อารมณ์ประมาณล้อหลังสไลด์ไปชนกองดินแล้วรถตั้ง แต่มันนุ่มนวลกว่านั้น ไม่สะดุดจนเสียจังหวะและไม่เสี่ยงต่อการดีดล้ม ถ้าจะขี่เอาความสะใจคงไม่สนุก แต่ถ้าหวังผลแพ้ชนะก็แนะนำให้ใช้ครับ ที่มันเจ๋งคือสามารถกดสวิทช์สั่งงานทั้ง TC และ MAP ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องจอดรถหรือปิดคันเร่ง สะดวกมากๆ มิติของรถเอื้อต่อการควบคุมรถโดยเฉพาะเวลานั่งเลี้ยวจะอยู่ตอนหน้าได้ง่ายและหนึบด้วยผ้าหุ้มเบาะที่เป็นลายหยาบหนามใหญ่ทำให้นั่งลงไปแล้วไม่ค่อยลื่น โช้คหน้าเป็นอีกจุดที่รู้สึกว่ามันเป็นโช้คลมที่ให้ความยืดหยุ่นของการทำงานที่ลดความแข็งกระด้างไปได้มาก ตั้งแต่ทดลองขี่รถที่ใช้โช้คหน้าแบบอัดอากาศแทนสปริงผมว่าตัวนี้นุ่มและใกล้เคียงธรรมชาติของสปริงมากที่สุดถ้าเทียบเดิมๆ ด้วยกันนะ โช้คหลังออกจะให้รีบาวด์มาไวไปนิดต้องปรับให้หนืดเพิ่มขึ้น 3 คลิกก็ดีขึ้นมาก โช้คหน้าและหลังทำงานประสานกันแล้วให้ความมั่นคงในการทรงตัวที่ดีมาก มันทำให้กล้าที่จะโดดโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเคาะหรือเลย ลงพื้นได้แน่นและนิ่งครับ อ้อ…ยางหลังใหญ่กว่าเพื่อนร่วมพิกัดหนึ่งเบอร์เป็น 110/100-19 ด้วยนะ เครื่องยนต์ให้มา 2 โหมด 1 นุ่มนวล 2 ดุดัน เลือกใช้เอาได้เลยแตกต่างกันชัดเจนที่รอบกลางๆ ขึ้นไป เป็นรถที่แรงบิดดีเรียกใช้กำลังได้ง่ายขนาดสนามเนินเยอะๆ พื้นแข็งลื่นๆ ยังใช้กำลังเครื่องยนต์ง่ายขี่ได้ต่อเนื่อง ตัวนับชั่วโมงการทำงานเครื่องยนต์ที่ให้มาโดนใจผมมากเพราะจำเป็นต่อการดูแลรักษาในระยะยาว ราคาจะว่าแรงก็แรง แต่ถ้าพิจารณาจากตัวรถก็เห็นแล้วว่าต่าง หากได้ลองขี่จะรู้ว่ามีความต่างในฟิลลิ่งเพิ่มขึ้นมาด้วย ถือว่าเป็นการทำความรู้จักที่สร้างความประทับใจได้มากครับ”

 

Honda Rebel 300

ABS CANTI-LOCK BRAKE SYSTEM]
ระบบเบรก ABS (ระบบเบรกป้องกันการล็อกของล้อ) เทคโนโลยีแห่ง
ความปลอดภัยระบบสากล เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน

SLEEK FUEL TANK DESIGN
ถังน้ำมันความจุ 11.2 ลิตร ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ด้วยการออกแบบ
ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงอากาศยานที่ล้ำอนาคต
ให้ท่วงท่าการขับขี่ที่สบาย เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว

ROUND HEADLIGHT
ไฟหน้าทรงกลมใหญ่ ขนาด 135 มม. ภายใต้กรอบอะลูมิเนียม
ดีไซน์ร่วมสมัย เสริมเอกลักษณ์แห่งความเรียบง่าย แต่คลาสสิก

FAT BOBBER TIRE
ยางไซศ์ใหญ่ บึกบึน ภายใต้ซุ้มล้ออะลูมิเนียมสีดำ ยางหน้าขนาด
130/90-16 และยางหลังขนาด 150/80-16 เพิ่มความมั่นใจใน
การขับขี่ ขับเคลื่อนได้อย่างนุ่มนวล

300CC LIQUID-COOLED ENGINE
เครื่องยนต์สีดำดุดัน ขนาด 300 ซีซี. PGM-FI ระบายความร้อน
ด้วยน้ำ ให้จังหวะการขับขี่ที่เร้าใจ พุ่งทะยานได้อย่างทรงพลัง
ไม่ว่ารอบเครื่องต่ำ หรือรอบเครื่องสูง

เครื่องยนต์
 แบบ ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM-FI DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ
 ปริมาตรกระบอกสูบ 286 cc
 อัตราส่วนกำลังอัด 10.7:1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก  67 * 63 mm
 ระบบหล่อลื่น  แบบเปียก
 ระบบจ่ายน้ำมัน  หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิด  จุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์
 ระบบคลัทช์  ครัทช์เปียก
 ระบบเกียร์  6 เกียร์
ระบบสตาร์ท  สตาร์ทมือ
น้ำมันเชื้อเพลิง  E85,E20,91,95
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง  11.2 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง  –
กว้าง*ยาว*สูง   820×2,190×1,093 มิลลิเมตร
น้ำหนักรวม  170 กิโลกรัม
ระบบกันสะเทือน

หน้า : เทเลสโคปิคขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 41 มม

หลัง : ช้คคู่ปรับได้ 5 ระดับ

ระบบเบรก

หน้า : ดิสก์เบรก (ABS 2 ลูกสูบ)

หลัง : ดิสก์เบรก (ABS)

ยาง/ล้อ

หน้า : 130/90-16M/C 67H แบบจุ๊บเลส

หลัง : 150/80-16M/C 71H แบบจุ๊บเลส

 

ยามาฮ่าร่วมแสดงความยินดีกับผู้จัดงาน แบงค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2017

นายภาณุพล กิตติคำรณ  ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสฝ่ายวางแผนการขายและการตลาด พร้อมผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนายณัฐพล ไตรณัฐี ผู้จัดงาน Bangkok Motorbike Festival 2017 พร้อมกันในงานนี้ยามาฮ่าได้ขนทัพรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ร่วมงานกว่า 10 รุ่น พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ออกรถยามาฮ่าบิ๊กไบค์ รุ่น MT-07, MT-09, BOLT-R, BOLT-C, FJ-09 และ Super Tenere รับของแถมสุดพิเศษฟรี!!! เช็คของขวัญ+ประกันชั้น 1+ทะเบียน+... รวมมูลค่าสูงสุด 57,000 บาท

 พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 -28 .. 2560 ที่บูธยามาฮ่าในงาน Bangkok Motorbike Festival 2017 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ด และโชว์รูมจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่าบิ๊กไบค์ Yamaha Riders’ club ทั่วประเทศ

SCOOPY i SOCIAL FUN LIFE

ยังคงครองใจกลุ่มวัยรุ่นสไตล์โมเดิร์นได้อย่างเหนียวแน่นด้วยรูปทรงที่ดีไซน์สวยล้ำนำเทรนด์ บวกกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่อัดมาให้อย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองการขับขี่ได้เต็มอารมณ์กับเครื่องยนต์ เอ.ที. ระบบหัวฉีด PGM-Fi ในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า Scoopy i ด้วยสรีระหน้าตาถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจวัยรุ่นที่ชอบความสวยสไตล์โมเดิร์นของ Scoopy i ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงความสะดวกสบายของเครื่องยนต์แบบ เอ.ที. ที่ให้ความสนุกสนาน นิ่มนวลใช้งานง่ายสะดวกและที่สำคัญประหยัดน้ำมันเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกเพียบ

 

Scoopy i ขึ้นไปอยู่บนความนิยมอันดับหนึ่งของวัยรุ่นด้วยความสวย อินเทรนด์ และภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของการปรับแต่งสีสันและการเพิ่มออพชั่นด้วยอุปกรณ์ต่างๆ เป็นตัวอย่างในการนำเสนอไอเดียใหม่ๆให้กับนักแต่งรถ และช่วยสร้างสีสันให้บนท้องถนนดูไม่น่าเบื่อ เรื่องไอเดียการสร้างสรรค์ของแต่ละคนมีจิตนาการไม่เหมือนกันทำให้รถที่แต่งออกมาแต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับเจ้า Scoopy i สีสันสุดโดดเด่นคันนี้ ด้วยสีสลับไล่โทนสีที่มีเพชรสะท้อนแสง และใช้ลายพิมพ์สติ๊กเกอร์เป็นการ์ตูนหลากหลายรูปแบบ แสดงให้เห็นถึงสังคมของผู้ใช้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าว่ามีเยอะในทุกสังคมของแต่งก็เสริมด้วยวงล้อแม็กที่ลดขนาดลงมาใส่แม็ก 12 นิ้ว ยางแก้มเตี้ยแบบจุ๊บเลส ดิสก์เบรกจานเจาะรูขยาย คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว และจัดใส่ระบบซับแรงกระแทกหน้าโช้คอัพคู่ใหม่แบบ Up Side Down ของ Gazi ที่ได้รับการยอมรับทั้งสวยทั้งมีประสิทธิภาพที่ดี จับกดโหลดเตี้ยลงมาอีกนิด บังโคลน และบังลมหน้าเจาะช่องสำหรับให้ลมผ่านสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าและไฟเลี้ยวใส่แก๊บโครเมี่ยม แฮนด์บาร์ระดับต่ำ ปลอกแฮนด์อลูมินัมหุ้มยาง ก้านเบรกสวมด้วยโฟม และกระจกมองหลังทรงกลมเบาะนั่งปาดแต่งทรงสโล้ปหุ้มด้วยหนังสลับสี ดำ/เหลือง มีช่องเก็บของอเนกประสงค์เสริมตะขอเกี่ยวของด้านใน เก็บรายละเอียดสีสันที่ฟุตบอร์ดและอินเนอร์ด้านใน ด้านข้างเล่นลวดลายด้วยสติ๊กเกอร์การ์ตูน เป็นแนวแต่งยุคใหม่ที่ใช้เทคนิคการใช้สติ๊กเกอร์ปริ้นซ์ ไฟท้ายครอบปิดด้วยโครเมี่ยม Scoopy i ส่วนช่วงหลังก็เสริมความเท่ห์ด้วยของเล่นระดับท๊อปฮิต โช้คอัพหลัง แก๊สสปริงน้ำมัน ที่ให้ประสิทธิภาพในการทำงานอย่างนิ่มนวลจนได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและนักแต่งรถทั่วประเทศ กับแบรนด์ดัง Gazi รุ่นฮิตมีแทร้งค์ซับแบบบิ้วท์อิน ฝาครอบแคร้งสายพานเล่นสีสัน คันสตาร์ทชุบโครเมี่ยม ดรัมเบรกหลังใช้มือลิงขาอลูมินัมชุบไดซ์สีรุ้ง
เป็นสไตล์การแต่งที่เน้นโชว์สีสันและดึงจุดเด่นๆ ของตัวรถออกมา เป็นแนวทางของการแต่งให้กับวัยรุ่นได้นำไปสร้างสรรค์ไอเดียกับรถของแต่ละคนเพื่อเพิ่มความโดดเด่น

YoshImura Hayabusa TX-1

มร.ฟูจิโอะ โยชิมูระ ประธานกรรมการ โยชิมูระ กรุ๊ป ร่วมเปิดผ้าคลุมรถจักรยานยนต์แต่งพิเศษ Yoshimura Hayabusa TX-1 ในงาน Thailand International Motor Expo 2016 พร้อมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการทำตลาดในเมืองไทย

คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย
– ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ส่งผลให้ตลาดรถจักรยานยนต์มีขนาดใหญ่มาก สาเหตุหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่อบอุ่นจึงสามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งกลุ่มผู้มีรายได้สูงมีความต้องการ ในการใช้จ่ายกับสินค้าที่มีราคาแพงมากขึ้น

เหตุใด Yoshimura ต้องการที่จะขยายการผลิตในประเทศไทย
– ประเทศไทยตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของอาเซียน นอกจากนี้กีฬามอเตอร์สปอร์ตในอาเซียนมีการเติบโตขึ้นมาก สังเกตได้จากนักแข่งของอาเซียนหลายคนได้รับการยอมรับจากรายการแข่งขันระดับโลกอย่างเช่น MotoGP
ความคาดหวังของ Yoshimura ต่อตลาดประเทศไทย และ เอเชีย
– Yoshimura ที่มีความตั้งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และอีกสิ่งหนึ่งคือการให้ผู้ใช้สินค้าได้ทราบถึง ผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นของผิดกฎหมาย ยังเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาสำคัญของทุกประเทศ
มีแผนสำหรับสนับสนุนมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยและ ภูมิภาคเอเชียอย่างไร
– Yoshimura Asia เริ่มดำเนินธุรกิจในระยะเวลาที่ไม่นานนัก และมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดในด้านของกีฬามอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย และเอเชียนั้น เป็นแผนงานในส่วนต่อไปหลังจากสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง

มีแผนการตลาดสำหรับปี 2017 อย่างไรบ้าง
– โยชิมูระ มีภาพลักษณ์แบบเดียวกันทั่วโลก ซึ่งทางโยชิมูระ เอเชีย ได้ดำเนินแผนตามทิศทางการทำตลาดให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เริ่มต้นด้วยการดำเนินการเพื่อขอรับรองมาตรฐาน ISO และ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มกระบวนการผลิตต่อไป โดยผลิตภัณฑ์ท่อไอเสียโยชิมูระที่ผลิตจาก โยชิมูระ เอเชีย
จะทำเลเซอร์หมายเลขของผลิตภัณฑ์เพื่อบ่งชี้ได้ว่าผ่านการผลิตอย่างมีมาตรฐานจาก โยชิมูระ รวมถึงการจัดตั้งฝ่ายบริการสำหรับการให้บริการหลังการขายกับลูกค้า

ผลิตภัณฑ์ที่ โยชิมูระ เอเชีย ผลิต เป็นท่อไอเสียอย่างเดียวหรือไม่
– ผลิตภัณฑ์หลักคือ ท่อไอเสีย แต่สำหรับ โยชิมูระ เอเชีย จะมีโครงการพิเศษ เช่น รถแข่งในตำนาน HAYABUSA X-1 ดำเนินโครงการแต่งพิเศษ สำหรับประเทศไทยใช้ชื่อ YOSHIMURA HAYABUSA TX-1 และอีกหลายโครงการ รวมถึงโครงการในอนาคต

มีแผนที่จะผลิตอุปกรณ์ตกแต่งหรือ ท่อไอเสียสำหรับรถจักรยานยนต์ 250-650cc ที่ผลิตในประเทศไทยหรือไม่
– เรามุ่งเน้นการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ และตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งสื่อมวลชนมีส่วนสำคัญมากในการเป็นสื่อกลางถ่ายทอดความต้องการของผู้บริโภค และ ตรงความต้องการอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์แบบใดที่ต้องการแนะนำให้ลูกค้าในประเทศไทย
– ก่อนอื่นเรามีความต้องการกำจัดสินค้าลอกเลียนแบบให้หมดไปจากตลาดด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้ 1 สินค้าลอกเลียนแบบอาจส่งผลให้ลูกค้าเกิดความสับสนในรูปแบบและ คุณภาพของผลิตภัณฑ์  2 คุณภาพของสินค้าลอกเลียนแบบที่ไม่ได้ผ่านการค้นคว้าและ พัฒนาส่งผลต่ออายุการใช้งานที่น้อยกว่ามาตรฐาน 3 เราแนะนำผลิตภัณฑ์ท่อไอเสีย Yoshimura ที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (มอก.) อุตสาหกรรม ที่ผ่านการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรถจักรยานยนต์และ เสียงท่อไอเสียที่ไม่เกินค่าที่กฎหมายกำหนด

มุ่งเน้นยอดขายในตลาดเอเชียเท่านั้นหรือไม่
– ยอดขายถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ ในขณะที่เรามุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ดังนั้น โยชิมูระ เอเชีย ได้เริ่มแผนงานสำหรับการให้บริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

ผลิตภัณฑ์ที่ โยชิมูระ เอเชีย มีความเป็นมาตรฐานเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาและ ญี่ปุ่นหรือไม่
– เรามุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ โยชิมูระ เอเชีย ผลิตจะได้รับมาตรฐานแบบเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

มีแผนเกี่ยวกับกิจกรรมสำหรับปี 2017 อย่างไรบ้าง
– ก็จะเข้าร่วมกับการจัดแสดงสินค้ายานยนต์ต่างๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และ แนะนำผลิตภัณฑ์ โยชิมูระ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทราบข้อมูลที่แท้จริง

Z900

ซูเปอร์ เน็กเก็ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ มีความสมดุลเป็นเลิศทั้งพละกาลังและการควบคุม ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ความสนุกเร้าใจในการขับขี่เต็มพิกัด โดยเฉพาะเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาด 948 ซีซี มาพร้อมกับเฟรมรถใหม่น้ำหนักเบาพิเศษ ทางเลือกใหม่สำหรับรถในพิกัด 900 ซีซี

Z900 ใหม่ยังให้การบังคับควบคุมรถทำได้ง่าย การตอบสนองที่ฉับไวของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ที่มีความสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาและความคล่องตัวสูง ให้ความสนุกเร้าใจทุกครั้งที่ขับขี่โดยไม่สร้างความวิตกกังวลในการควบคุมรถมากจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานที่ได้สมดุลอย่างยอดเยี่ยม โครงสร้างเฟรมรถใหม่ องค์ประกอบหลักสำคัญอย่างหนึ่งของคุณสมบัติน้ำหนักเบา มีน้ำหนักเพียง 13.5 กก. เท่านั้น ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องแคล่วท่าทางการขับขี่สไตล์สปอร์ตแต่ผ่อนคลาย ด้วยแฮนด์รถที่กว้างและต่ำประกอบกับตำแหน่งท่านั่งสไตล์สปอร์ตเบาะนั่งต่ำ 794 มม. ทำให้ผู้ขับขี่ดึงสมรรถนะการขับเคลื่อนของ Z900 ออกมาได้เต็มสมรรถนะ ความเป็นสปอร์ตเน็กเก็ดออกแบบมาให้มีท่านั่งขับขี่ที่ตั้งตรงมากกว่า Z1000 และ Z800 เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างสะดวกสบายและสนุกกับหลากหลายสถานการณ์การขับขี่ได้มากขึ้น

นอกเหนือจาก Z900 รุ่นมาตรฐานแล้ว คาวาซากิยังมีรุ่นพิเศษที่มาพร้อมกับลวดลายกราฟฟิกและสีพิเศษด้วย อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นพิเศษโดยเฉพาะให้ด้วยเช่นกัน อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นพิเศษ ได้แก่ – ลวดลายกราฟฟิกพิเศษ – ฝาครอบเบาะท้ายแบบที่นั่งเดียว single seat cover – ฝาครอบมาตรวัด – ช่องจ่ายไฟ DC – การ์ดหม้อน้ำ – สไลเดอร์กันล้ม – แหวนกันเครื่อง – กันล้มล้อหน้า – แผ่นกันรอยขีดข่วนถังน้ำมันเชื้อเพลิง (Tank Pad) และแผ่นกันเข่าลื่น (Knee Pad)

Honda CRF1000L Africa Twin แอดเวนเจอร์ตระกูลแกร่ง พร้อมตะลุย ถึงไหนถึงกัน ทั้งออนและออฟโรด

สายพันธุ์ล่าสุดของ Honda Africa Twin มาด้วยล่ารหัสรุ่นล่าสุด คือ CRF1000L ที่ยังคงสืบทอดจิตวิญญาณของคำที่ว่า “go anywhere” ตะลุยไปได้ทุกที่เฉกเช่นที่บรรพบุรุษของสายพันธุ์
โดยโมเดลล่าสุดของ Honda CRF1000L Afica Twin ใหม่นี้มาพร้อมด้วยขุมพลังเครื่องยนต์แบบ parallel twin-cylinder ที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา, ออกแบบแชสซีให้มีความคล่องตัวพร้อมเผชิญความท้าทายทั้งในแบบออนโรด และ ออฟโรด นอกจากจะมีเวอร์ชั่นของสแตนดาร์ดแล้ว ยังจะมีเพิ่มเติมขึ้นมาอีกสองเวอร์ชั่น คือ ในเวอร์ชั่นแรก จะสามารถปรับเปลี่ยนการเลือกใช้ ระบบ ABS ที่ล้อหลังได้ หรือ switchable rear ABS สามารถปรับโหมดต่างๆ ของระบบ Honda Selectable Torque Control (HSCT) และในเวอร์ชั่นที่สองนั้น จะมีการติดตั้งออพชั่นเพิ่มเติม คือ Honda’s unique Dual Clutch Transmission ที่จะทำงานติดตั้งมาพร้อมกับสองระบบควบคุมอย่าง switchable rear ABS กับ HSCT ที่มีในเวอร์ชั่นสอง แต่ถ้าพิจารณาที่ระบบชุดเกียร์แล้ว ก็จะแยกเป็นสองเวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่นที่ใช้ ชุดเกียร์แมนนวล 6 สปีด กับ เวอร์ชั่นที่ใช้ ชุดเกียร์ออโตเมติก หรือ DCT ซึ่งในเวอร์ชั่น DCT นี้จะสามารถปรับโหมดการขี่สำหรับแบบออนโรด หรือ ออฟโรดได้

แม้ว่า CRF1000L AfricaTwin จะพัฒนาออกมาตามแนวทางเดียวกับบรรพบุรุษ อย่าง XRV750L AficaTwin แต่ทั้งสองรุ่นนั้นไม่ได้มีส่วนในการร่วมใช้ชิ้นส่วนใดๆด้วยกันทั้งสิ้น เพราะ CRF1000L Africa Twin คือแอดเวนเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ ตามแนวทางที่ว่า “go anywhere” นั่นเอง เครื่องยนต์ขนาดปริมาตรความจุ 998 ซีซี parallel twin ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 70Kw ที่ 7,500 รอบ/นาทีและให้แรงบิดสุงสุด 98Nm ที่ 6,000 รอบ/นาที โดยกำหนดระยะข้อเหวี่ยงไว้ที่มุม 270 องศา พร้อมใช้วาล์ว แบบเดียวกับรถแข่งโมโตครอสตระกูล CRF คือ unicam 4 ในขณะที่ห้องข้อเหวี่ยงนั้นออกแบบเป็น dry sump คือจะไม่มีน้ำมันหล่อลื่นเก็บไว้ด้านในแต่จะดูดน้ำมันจากอ่างเก็บด้านนอกเข้าไปในห้องข้อเหวี่ยง จึงทำให้เครื่องยนต์มีขนาดที่กะทัดรัด มิติของเครื่องยนต์ที่ออกแบบนี้เทียบได้กับความยาวของเครื่องยนต์ CBR500R ด้วยการเปลี่ยนฟอร์แมทของเครื่องยนต์จาด V-Twin เดิม มาเป็น Parallel นั้นก็เพราะว่าเมื่อใช้ปริมาตรความจุเท่ากันเครื่องยนต์แบบ V-Twin นั้น จะมีมิติของเครื่องยนต์ที่สูงและยาวมากกว่ารวมทั้งมีชิ้นส่วนประกอบเครื่องยนต์ที่มากกว่าและจากพื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันนี้เอง ก็จะแบ่งส่งกำลังหรือระบบเกียร์เป็นสองแบบ คือ แบบ DCT (ออกแบบมาใหม่เพื่อการใช้งานในแบบออฟโรดโดยเฉพาะ ดังนั้นฟิลลิ่งจึงต่างไปจากที่เคยใช้ใน VFR1200 หรือในซีรี่ส์ NC) กับแบบ manual 6 speed gearbox โดยที่ระบบเกียร์ทั้งสองแบบนั้นจะมีส่วนให้แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเฉพาะในส่วนของด้านนอกเครื่องยนต์เท่านั้น

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ Africa Twin ใหม่นี้ก็คือ HSCT หรือ Honda Selectable Torque Control ที่มีไว้สำหรับควบคุมหรือเลือกระดับขั้นของแรงบิด ที่มีมาให้ 4 ระดับ คือ 1, 2 ,3 และ off เพื่อควบคุมกำลังเครื่องยนต์ที่จะส่งลงไปสู่ล้อหลัง ป้องกันไม่ให้ล้อหลังหมุนฟรีในขณะที่เปิดคันเร่งช่วยให้แรงบิดไม่มากเกินไปในจังหวะนั้นๆ เช่นเดียวกับ rear ABS ที่ล้อหลังนั้นก็สามารถ ปิดการทำงานได้ แต่ล้อหลังจะทำงานอย่างอิสระได้เต็มที่โดยไร้การควบคุมจากระบบ ABS หรือเปิดให้ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสใช้ความรู้สึกในการควบคุมด้วยตนเองอย่างเต็มที่ ขณะที่ DCT นั้น ที่มีการพัฒนาใหม่สำหรับการขับขี่ในแบบออฟโรดนั้น ได้มีการแก้ไขใน S mode ที่จะมีให้ทั้งสามระดับในการขี่ระดับ Sports performance สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็ว มีประสิทธิภาพที่ดีในการตอบสนองการขับขี่ทั้งเกียร์สูงและต่ำ พร้อมกันนี้ในระบบ DCT ใหม่ที่ใช้กับ Africa Twin ยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำ งานของคลัทช์ได้โดยตรงในทุกๆ riding mode ด้วยการกดปุ่ม G switch ที่ติดตั้งมาให้ ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบ “จัดเต็ม” แบบ Fully adjustable จาก Showa ที่ติดตั้งลงตัวกับเฟรมแบบ double cradle ที่มีความแข็งแกร่งและปรับเซ็ทมาเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการควบคุมที่ดีในทุกสภาพการขับขี่ โดยเป็นเฟรมแบบเดียวกับที่ใช้ในตัวแข่ง CRF450Rally พร้อมวงล้อหน้า-หลัง ขนาด 21-18 นิ้ว ที่ใช้เลือกใช้ยางติดรถเป็น Dunlop 90/90-21 กับ 150/70-18 สำหรับระบบกันเทือนหน้าใหม่จาก Showa นี้ มีแกนขนาด 45 มม. เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นเดิม ที่ใช้แกนขนาด 43 มม. แล้วนั้นจะพบว่าทำให้มีน้ำหนักน้อยลงถึง 860 กรัม การออกแบบเครื่องยนต์และเฟรมที่มีมิติกะทัดรัด ส่งผลให้ตัวรถนั้นมีระยะห่างจากพื้น 250 มม. ระยะห่างฐานล้อ 1,575 มม. ระยะแรกและเทรล 27.5 องศา และ 113 มม. ตามลำดับ พร้อมกับการออกแบบชิ้นส่วนของซับเฟรมให้มีน้ำหนักเบา มีความแข็งงแกร่งมากพอที่จะรองรับสัมภาระน้ำหนัก 30 กก. ได้ ซึ่งน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 208 กก. และเมื่อรวมของเหลวต่างๆ ที่เติมเข้าไปก็จะมีน้ำหนักเป็น 208 กก. โดยเมื่อคำนวณสัดส่วนของน้ำหนักที่ส่งถ่ายลงบนตัวรถจะแบ่งเป็น 49.1/50.9 ที่ถ่ายลงไปในช่วงหน้าและหลังของตัวรถ ด้วยความสูงของเบาะ 870 มม. เท่ากับ XRV750L AfricaTwin แต่ ใน เวอร์ชั่น CRF1000L AfricaTwin นี้ สามารถที่จะปรับความสูงของเบาะนั่งต่ำลงได้อีก 20 มม.ขณะที่ปริมาตรความจุเครื่องยนต์นั้นเมื่อคำนวนเป็นอัตราส่วนจะพบว่า เพิ่มขึ้นจากเวอร์ชั่นเดิม 25% พร้อมกับกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 50% แต่มีน้ำหนักที่เบา มีความเพรียวบางมากกว่า จึงมีส่วนช่วยให้ท่าทางการขับขี่และการเคลื่อนไหวของผู้ขับขี่ ทำได้สะดวกกว่าเวอร์ชั่นเดิม

ในขณะที่สีของรถนั้น (ตามข้อมูลของตลาดยุโรป) จะมีสามโทนสี คือ CRF Dakar Rally (จะใช้ระบบเกียร์แบบแมนนวลเท่านั้น) Black (จะใช้ระบบเกียร์แบบแมนนวลเท่านั้น) และ Silver (ใช้ระบบเกียร์ DCT เท่านั้น)

เครื่องยนต์
กระบอกสูบ × ช่วงชัก (มม.) : 92.0 x 75.1 มม.
ปริมาตรความจุเครื่องยนต์ : 998 ซีซี
ชนิดของเครื่องยนต์ : ระบายความร้อน ด้วยน้ำ 4 จังหวะ 8 วาล์ว
แบบ Parallel Twin
กำลังเครื่องยนต์สูงสุด : 70kW/7,500rpm
แรงบิดสูงสุด : 98Nm/6,000rpm
ชุดล้อ
เบรกหน้า : จานดิสก์คู่ ขนาด 310 มม.
แบบ wave floating hydraulic disc คาลิเปอร์ 4 สูบ
เบรกหลัง : จานดิสก์ขนาด 256 มม. แบบ wave hydraulic disc คาลิเปอร์
2 สูบ with 2-piston caliper[ เฉพาะเวอร์ชั่นที่ใช้ระบบ
เกียร์ : DCT จะติดตั้งแบบ 2-Channel with rear ABS off switch]
ขนาดยางหน้า : 21M/C x MT2.15
ขนาดยางหลัง : 18M/C x MT4.00
ยางหน้า : 90/90-R21 tube type
ยางหลัง : 150/70-R18 tube type
วงล้อหน้า : ขอบล้อ+ซี่ลวด อลูมินัม
วงล้อหลัง : ขอบล้อ+ซี่ลวด อลูมินัม
มิติ และ น้ำหนัก
ยาวxกว้างxสูง : 2,335 x 930 x 1,475 มม.
เฟรม : Steel semi-double cradle พร้อมซับเฟรม หลังแบบ high-tensile
strength steel
ความจุเชื้อเพลิง : 18.8 ลิตร
ความสูงจากพื้น : 250 มม.
น้ำหนักสูงสุด : 232 กก. (ABS)
ความสูงเบาะนั่ง : 870/850 มม. (ตำแหน่งมาตรฐาน / ตำแหน่งปรับลง)
ระบบส่งกำลัง
คลัทช์ : แบบเปียกหลายแผ่นซ้อน
การส่งกำลังขั้นสุดท้าย : โซ่ แบบ O-ring sealed chain
ระบบเกียร์
แมนนวลแบบ Constant mesh 6-speed MT หรือ ระบบออโตเมติก แบบ
6-speed DCT พร้อมการปรับโหมดแบบ ออนและออฟโรด

 

RACING BOY SP522 เบากว่าล้อติดรถ 2.4 กก.

วงล้อสำหรับรถจักรยานยนต์ยอดฮิตระดับอาเซียน ยามาฮ่า R15 และ M-SLAZ โดยเรซซิ่งบอย ผู้นำวงล้อและอะไหล่แต่งคุณภาพนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจ จุดเด่นที่สุดคือน้ำหนักที่เบากว่าของเดิมติดรถรวมทั้ง 2 ล้อแล้วเบากว่าถึง 2.4 กก. ด้วยการดีไซน์ที่มีลวดลายของก้านล้อแม็กแตกต่างจากของเดิมคือเป็นแม็กก้านเดี่ยวจำนวน 5 ก้าน น้ำหนักที่เบากว่ามาจากการคว้านเบาทั้งส่วนของดุมล้อและก้านแม็กให้เป็นแบบกลวง SP522 เป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นมาแบบตรงรุ่นจึงสามารถใช้ทดแทนล้อ ติดรถได้ทันที โดยใช้จานเบรกจากล้อเดิมใส่เข้าไปไม่ต้องดัดแปลงอะไรเลย สิ่งเดียวที่แตกต่างจากล้อติดรถคือขนาดความกว้างของล้อหน้าที่มากขึ้น จาก 2.15 เป็น 2.50 นิ้ว ส่วนล้อหลังเท่าของเดิม 3.5 นิ้ว

การทดสอบ : นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากๆ สำหรับล้อที่เบากว่าของติดรถมากขนาดนี้ เราได้เอาล้อ SP522 มาลองใส่รถขี่กันที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต เปรียบเทียบกับล้อติดรถเพราะอยากทราบผลลัพธ์ว่าจะมีความต่างกันแค่ไหน ด้วยการใช้รถคันเดียวกัน ยางรุ่นเดียวกัน ลมยางเท่ากัน คนขี่คนเดียวกัน ถ้าจะต่างกันบ้างก็คงจะเป็นช่วงเวลาเท่านั้น ผลที่ได้ก็เป็นไปตามคาดล้อ SP522 วิ่งทำเวลาดีกว่ารอบละ 1 วินาทีเศษในเงื่อนไขดังกล่าว สำหรับความรู้สึกเท่าที่ลองยกดูวงล้อ SP522 เบากว่าของติดรถอย่างชัดเจนด้วยความรู้สึกตอนยกเทียบกัน แถมตอนขี่ก็รับรู้ได้ตั้งแต่ออกรถแล้วลองโยกเลี้ยวดู การบังคับรถใช้แรงน้อย คล่องตัวขึ้นอย่างชัดเจนครับ การเร่งออกจากโค้งรถตอบสนองได้ไวกว่าเดิม สำหรับการใช้งานทั่วไปก็จะได้ประโยชน์จากความเบาที่จะกินแรงเครื่องยนต์น้อยลง ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อีกทางหนึ่งด้วย ยิ่งรู้ราคานี่อึ้งเลย ราคาขายต่อคู่ 3,500 บาท ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้สำหรับคนเล่นของแต่งนะครับ คุ้มมากๆ”

แค่ยกดูก็รู้ถึงความต่างของน้ำหนัก

ทดลองเปรียบเทียบให้เห็นความต่าง

ก้านแม็กแตกต่างกับล้อหน้าที่กว้างขึ้น

สนใจซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเรซซิ่งบอยทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 028896697 เว็บไซต์ www.racingboythailand.com เฟซบุค www.facebook.com/racingboy.th

 

 

All New Yamaha YZF-R15 2017

หลังจากที่เฝ้า รอยคอ รอคอย กันมานานที่จะได้เห็นการเปลี่ยนโฉมใหม่ของรถสปอร์ต 150 ซีซี YZF-R15 ของค่ายยามาฮ่าในตระกูล R Series ล่าสุดค่าย Yamaha เผยโฉม All New Yamaha YZF-R15 2017 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลบกระแสภาพหลุดที่มีออกมาในโซเชียลต่างๆ ให้ได้หายค่องใจซะทีกับหน้าตาอันสุดแสนจะยั่วน้ำลายไบค์เกอร์รุ่นเยาว์ที่ชื่นชอบความสปอร์ต
โดยในการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของ R15 ก็ได้ 2 พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นนักบิด MotoGP ประจำค่ายอย่างพ่อหมอ วาเลนติโน่ รอสซี่ และคู่ทีมเมทสุดหล่อที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมอย่าง มาเวอร์ริค บิญาเรส ซึ่งเป็นภาพการเผยแพร่จากสื่ออินโดนีเซีย TMCBlog.com และ iwanbanaran.com ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก


YZF-R15 คันใหม่นี้ถูกสรรสร้างดีไซน์ของตัวใหม่ที่ถ่ายทอด DNA มาจากทั้ง R1 และ R6 และยังเสริมเพิ่มเติมเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่มั่นใจมากยิ่งขึ้น มีระบบ Assist & Slipper Clucths ที่จะช่วยป้องกันท้ายรถไม่ให้ปัด และล้อรถไม่ให้ล็อกขณะที่เรากำลังทำการเปลี่ยนเกียร์ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 155 ซีซี อัพไซส์ขึ้นมาเล็กน้อย และมีระบบวาล์วแปรผัน VVA (Variable Valve Actuation) ที่มีในรถจักรยานยนต์ออโตเมติก Nmax และก็ Aerox 155 ที่ขายในบ้านเราอยู่ตอนนี้ ระบบนี้จะช่วยทำให้รถมีแรงบิดและกำลังของเครื่องยนต์มีสมรรถนะดี ทั้งช่วงความเร็วรอบต่ำ กลางและสูง


ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอัพเกรดเพิ่มความเป็นสปอรต์มากยิ่งขึ้น เป็นแบบ Upside Down ที่ซับแรงกระแทกได้ดี ฟิคเจอร์อื่นที่มีมาให้ หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Full LCD ระบบไฟหน้าเป็นแบบ LED ที่ประหยัดแบตเตอร์รี่กว่า และให้ความสว่างที่มากกว่า มาพร้อมกับไฟ Hazard Lamp วงแม็กเพิ่มขนาดยางหน้า 100 / 80-17 หลัง 140 / 70-17 โดยมีขนาดโตกว่าของโมเดลเดิมที่อยู่เพียง 90 / 80-17 และ 130 / 70-17 ตรงนี้เองจะทำให้ผิวสัมผัสของหน้ายางกับท้องถนนั้นมีมากขึ้น ทำให้ตัวรถนั้นเล่นโค้งได้อย่างมั่นใจสุดๆ

ยามาฮ่าจัดทัพใหญ่ลุยมอเตอร์สปอร์ตปี 2017 พร้อมไล่ล่าแชมป์ครองเบอร์ 1 เอเชียและส่งนักแข่งสู่ทีมระดับโลกของวาเลนติโน่ รอสซี่

มร.ชิเงะโอะ อายาคาวะ (คนที่ 6 จากซ้าย) ประธาน กรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และนักแข่งในสังกัด YAMAHA THAILAND RACING TEAM และนักแข่งในสังกัด YAMAHA WAVERUNNER SINGHA THAILAND TEAM ถ่ายภาพร่วมกันภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวขุนพลเจ้าความเร็วประจำปี 2017 โดยในปีนี้ยามาฮ่าตอกย้ำความเป็นอันดับ 1 ผู้นำกีฬาความเร็วทั้งบนแทร็คความเร็ว และเจ้าความเร็วบนผืนน้ำของประเทศไทย ด้วยเป้าหมายการเป็นอันดับที่ 1 ของเอเชีย และระดับนานาชาติ ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชียประจำปี 2017 และการแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลกประจำปี 2017 พร้อมกันนี้ยามาฮ่าได้ส่งนักแข่งในสังกัดฯ เข้าร่วมทีมระดับโลกของแชมป์โลก 9 สมัย วาเลนติโน่ รอสซี่ และลงแข่งแบบเต็มฤดูการในรายการระดับโลก โดยงานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ Yamaha Riders’ club (YRC) โชว์รูมจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าบิ๊กไบค์ เกษตร-นวมินทร์ เมื่อเร็วๆ นี้

 

2017 All New GSX-S750

ไม่รอช้าค่ายใหญ่อย่างบิ๊กเอส Suzuki เริ่มขยับบ้างแล้วกับช่องว่างที่หายไป สำหรับรถบิ๊กไบค์ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับช่วงปลายปีนี้ ได้ส่งโมเดลใหม่ All New GSX-S750 สำหรับที่จะว่างขายกันในปี 2017 โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของซีรี่ส์นี้เลยก็ว่าได้ และทางค่ายเองก็หมายมั่นปั้นมือว่ามันจะตีตลาดสำหรับกลุ่มคนที่รักในการขี่บิ๊กไบค์ในชีวิตประจำวันเป็นหลักได้

 

GSX-S750 ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง GSX-S1000อย่างชัดเจน ด้วยคอนเซ็ปต์หลักที่ต้องการให้ตัวรถนั้นมีความก้าวร้าว ดุดัน สมกับเป็นรถสตรีทไบค์อย่างแท้จริง ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 749 ซีซี DOHC แบบ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งแรงม้าที่ให้มากับ All New GSX-S750 คันนี้นั้นมากกว่ารุ่นเดิมถึง 8 ตัวด้วยกัน ซึ่งวัดออกมาแล้วได้ม้าถึง 115 แรงม้า ตรงนี้จะส่งผลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเร็วปลายอย่างแน่นอน รวมไปถึงอัตราเร่งในแต่ละย่านความเร็วด้วย และตัวรถเองนั้นก็ได้ผ่านมาตรฐาน ยูโร 4 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

Suzuki GSX-S750 ด้วยการอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีให้กำลังที่มากกว่าเดิม และการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ ก็ทำให้น้ำหนักตัวโดยรวมนั้นเบาลงด้วย ตรงนี้ถือว่าเป็นอีกจุดขายที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับโมเดลนี้ ต่อมามาดูในเรื่องของออพชั่นต่างๆ กันบ้าง ตัวรถนั้นให้โหมดสำหรับการควบคุม Traction Control (ป้องกันล้อหมุนฟรี) ที่แตกต่างกันถึง 3 ระดับ โดยสามารถปรับได้จากแฮนด์รถเลย ให้เราเลือกใช้ให้เหมาะสมตามแต่ละสถานการณ์ สำหรับเบรกหน้านั้นใช้เบรกตัวใหม่ล่าสุดของ Nissin แบบ โฟลท์ติ้งดิสก์คู่ ทำให้การเบรกนั้นมีระยะที่สั้นและหนึบมั่นใจได้ ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS ที่เป็นมาตรฐานมาจากโรงงานเลย สวิงอาร์มหลังนั้นก็ออกแบบมาใหม่ในสไตล์ของ tapered ที่โดดเด่น และปกติแล้วรถที่มีเครื่องยนต์แบบ 4 สูบมักจะออกตัวในรอบต่ำๆ ได้ไม่แรงทันใจเท่าไหร่ แต่ทาง Suzuki เองนั้นก็ได้ติดตั้งระบบช่วยตรงนี้มาด้วยที่เรียกกันว่า New Low RPM Assist ซึ่งจะบิดได้สนุกตั้งแต่รอบต่ำๆ กันเลย ขยับมาดูกันที่ล้อและยางกันบ้าง ตัวล้อนั้นเป็นแม็ก 10 ก้านแบบใหม่ล่าสุด ในขณะที่บางนั้นเป็นของ Bridgestone Battlax Hypersport S21

Suzuki GSX-S750 คาดว่าในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าน่าจะได้เห็นตัวเป็นๆ ที่จะมาพร้อมกับสเปคชัดๆ และราคาที่น่าสนใจ ด้วยขนาดที่เหมาะสมสำหรับคนที่ต้องการหารถบิ๊กไบค์ที่ประสิทธิภาพสูง มาใช้งานกันในชีวิตประจำวันเป็นหลัก และมันก็สามารถนำไปวิ่งออกทริปกันในช่วงวันหยุดได้อย่างสบายๆ

2017 Ducati Supersport S

ค่ายดังจากยุโรปที่ไบค์เกอร์หลายคนชื่นชอบกับความแรงของรถสปอร์ตฟูลแฟริ่งจากทาง Ducati โดยปกติเราจะคุ้น Panigale แต่คราวนี้มาในชื่อของ Ducati Supersport S ด้วยคอนเซ็ปต์รถทรงสปอร์ตที่มีความเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ และเน้นถึงการใช้งานที่คล่องตัวควบคุมง่าย สามารถขับขี่ใช้งานในท้องถนนและชีวิตประจำวัน มากกว่าจะต้องนำไปลงในสนามแข่งอย่างเดียว

สำหรับตัวรถจะใช้เครื่องยนต์ขนาด 937 ซีซี 2 สูบ ที่ให้แรงม้ามาอยู่ที่ 115 แรงม้า และแรงบิด 96.7 Nm ที่ 6,500 รอบ/นาที และมีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 12.6 : 1 ถือว่าเป็นรถที่เน้นแรงบิดในช่วงต้นถึงกลางมากเป็นพิเศษ มาพร้อมกับน้ำหนักตัวขนาด 210 กก. ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้โช้คหัวกลับ Ohlins ขนาด 48 มม. อีกทั้งยังมีระบบ  Ducati’s quick shift up/down ที่ช่วยในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ช่วยให้รอบเครื่องยนต์นั้นต่อเนื่อง สวิงอาร์มหลังแบบโปรอาร์มเน้นความเป็นสปอร์ต และท่อคู่แบบออกข้าง

 

ระบบคันเร่งไฟฟ้า ride-by-wire ระบบเบรก ABS ของ Bosch 9MP และมีระบบ Ducati’s traction control ทำงานร่วมกับสมองกลติดรถมาให้ด้วย มาพร้อมกับโหมดในการขับขี่ที่มีให้เลือกอยู่ 3 โหมดSport (สปอร์ต) – แรงม้า 115bhp, เปิด quickshifter, ตั้งการทำงาน traction control ไว้ที่ระดับ 3, Touring (ออกทริป) – แรงม้า 115 แรงม้า ปรับ throttle action (ลิ้นปีกผีเสื้อ) ให้นุ่มนวลขึ้น ตั้งการทำงาน traction control ไว้ที่ระดับ 4 และเปิด quickshifter และ Urban (ใช้งานในเมือง) แรงม้าลดลงมาเหลือ 75 แรงม้า ปรับ throttle action (ลิ้นปีกผีเสื้อ) ให้ทำงานอย่างนุ่มนวลต่อเนื่องกันมากที่สุด ตั้งการทำงาน traction control ไว้ที่ระดับ 6 และปิดระบบ quickshifter ความสูงเบาะนั้นเซ็ทมาที่ 810 มม. แต่สามารถปรับเบาะให้ลดลงอีกได้ถึง 2 มม. เพื่อให้เหมาะสมกับสรีระของแต่ละคน หน้าจอแสดงผลเอกลักษณ์เฉพาะที่มีฟังก์ชั่นมากมายเป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ TFT display ทำงานร่วมกับระบบ Ducati Multimedia System (DMS) อันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย Ducati Supersport S และเปิดตัวด้วยราคา 10,995 ปอนด์ หรือแปลงเป็นเงินไทยประมาณ 476,000 บาท สำหรับตัวนี้มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวว่าทาง Ducati Thailand จะนำเข้ามาประกอบตัวนี้ขาย เพื่อเติมเต็มช่องว่างในตลาดของรถแนวนี้