เชื่อมั่น All New Wave125i ทำได้ พิชิต 10 ดอยใน 3 วัน เส้นทางเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

เชื่อมั่น All New Wave125i ทำได้ พิชิต 10 ดอยใน 3 วัน เส้นทางเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอนกองทัพสื่อมวลชนตะลุยดอยปุย ดอยสุเทพ ดอยม่อนแจ่มในวันแรก พิสูจน์ขุมพลังเครื่องยนต์ Honda Smart Engine
ไทยฮอนด้า ยกทัพสื่อมวลชน ร่วมพิสูจน์ All New Wave125i กับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ Honda Smart Engine แรง ทนทาน ประหยัด พิชิต 10 ดอยสูง ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ข้าม 2 จังหวัด เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน
เริ่มต้นวันแรก จากศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า จ.เชียงใหม่ ออกเดินทางตะลุยยอดเขา สู่ดอยปุย ด้วยระยะทาง 36 กม. ก่อนเดินทางย้อนกลับลงมาที่ดอยสุเทพ ระยะทาง 8 กม. และออกเดินทางสู่ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม ระยะทาง 34 กม. ผ่านทางลาดชันและเส้นทางคดเคี้ยวมากมายเพื่อทดสอบแรงบิดทรงพลังของเครื่องยนต์ Honda Smart Engine และสิ้นสุดวันแรกรวมระยะทาง 87 กิโลเมตร บนยอดดอยม่อนวิวงาม พร้อมเตรียมพิชิตเส้นทางโหดในวันที่สอง ที่ดอยกิ่วลม(ห้วยน้ำดัง) ดอยหยุนไหล ดอยกิ่วลม(ปางมะผ้า) และดอยกองมู
ติดตามความเคลื่อนไหวทัพสื่อมวลชนร่วมภารกิจพิชิต 10 ดอยวันที่ 2 ได้ในวันพรุ่งนี้
All New wave125i พร้อมให้ความเชื่อมั่นแล้วที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ROYAL ENFIED สร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัว Hunter 350 เอาใจผู้ใช้รถชาวไทยมีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใคร

รอยัล เอ็นฟีลด์ ผู้นำระดับโลกด้านรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc – 750cc) ประกาศเริ่มจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Hunter 350 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยหลังจากเปิดตัวระดับโลกอย่างการไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Hunter 350 ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าของแบรนด์ในประเทศไทยมาตลอด Hunter 350 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญของรอยัล เอ็นฟีลด์ ด้วยยอดจองมากกว่า 75,000 คัน ในประเทศอินเดีย จนกลายเป็นรถรุ่นที่มียอดขายสูงที่สุดของแบรนด์ในประเทศ ปัจจุบันมีผู้เป็นเจ้าของรถจักรยายนต์แล้วมากกว่า 40,000 ราย

คุณอนุจ ดัว, หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก, รอยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวถึง Hunter 350 ในด้านความสำเร็จหลังจากงานเปิดตัวระดับโลกอย่างการเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา การเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกว่า “เป้าหมายที่รอยัล เอ็นฟีลด์ยึดถือมาอย่างต่อเนื่องคือการขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางระดับโลก และเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ Hunter 350 คือรถจักรยานยนต์ที่ถูกออกแบบจากความคิดเห็นของกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างแท้จริง ทั้งในด้านดีไซน์ และประสิทธิภาพในการขี่ที่ให้ความสนุก ปราดเปรียว และคล่องตัวตามแบบฉบับ 350 โรด์สเตอร์ ผสานกับจิตวิญญาณของการขี่ที่แท้จริง อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ การออกแบบตัวถัง และโครงรถมาในรูปทรงที่กะทัดรัด และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ J-series ที่ออกแบบอย่างประณีตขั้นสุดให้แรงบิดที่เต็มมือ ทำให้การขับขี่มีความสนุก เร้าใจ ให้ประสบการณ์การขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ ในประเทศไทยเราพบว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจกับรถจักรยายนต์ที่สามารถเป็นพาหนะคู่ใจได้ในทุก ๆ วัน และมีราคาเข้าถึงได้ ซึ่ง Hunter 350 ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ให้แก่ลูกค้าชาวไทย เรามั่นใจว่าการจำหน่าย Hunter 350 ในประเทศไทยจะช่วยเปิดโอกาสให้เราได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ ๆ เข้าสู่กลุ่มผู้มีใจรักในการขี่รถจักรยานยนต์แบบรอยัล เอ็นฟีลด์มากยิ่งขึ้น”

Hunter 350 มุ่งเป้าไปที่วัยรุ่นที่มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร และกลุ่มผู้ใช้รถจักรยายนต์ที่กำลังมองหารถคันใหม่ โดยHunter 350 รุ่นเริ่มต้นราคา 129,900 บาท นั้นเปิดให้จองแล้วที่ Royal Enfield Store ทุกสาขาทั่วประเทศไทย ซึ่งมีคอลเลกชันเครื่องแต่งกายไลฟ์สไตล์ และอุปกรณ์เสริมสำหรับแต่งรถจักรยานยนต์ของแท้วางจำหน่ายอีกด้วย ทั้งนี้ Hunter 350 จะเริ่มมีวางจำหน่ายในประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

เกี่ยวกับรอยัล เอ็นฟีลด์

รอยัล เอ็นฟีลด์ เป็นแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งยังดำเนินการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตมอเตอร์ไซค์คันแรกในปีพ.ศ. 2444 รอยัล เอ็นฟีลด์เป็นบริษัทลูกของบริษัท ไอเซอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด บุกเบิกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในประเทศอินเดียด้วยความเป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบโมเดิร์คลาสสิกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และด้วยฐานการผลิตแห่งใหม่ในเมืองเชนไน ประเทศอินเดีย รอยัล เอ็นฟีลด์สามารถขยายการผลิตได้อย่างรวดเร็วตอบสนองต่อความต้องการในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างการเติบโตมากกว่า 50% ทุกปี ตลอดช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้รอยัล เอ็นฟีลด์ กลายเป็นผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์รายสำคัญในตลารถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางระดับโลกและกำลังดำเนินงานอย่างมุ่งมั่นในการทำตลาดกลุ่มนี้ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานน่าประทับใจ

รอยัล เอนฟิลด์ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 และประกาศเริ่มดำเนินการผลิตที่โรงงานประกอบในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2564 โดยโรงงานตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ นอกเหนือจากการผลิตรถให้กับผู้บริโภคในประเทศไทยแล้ว โรงงานดังกลว่าวยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดจำหน่ายรถไปที่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งทำให้รอยัล เอ็นฟิลด์ได้เปรียบในหลายด้าน รวมถึงด้านการเติบโต ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 เป็นต้นมา รอยัล เอ็นฟีลด์เติบโตอย่างมากจากส่วนแบ่งการตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศน้อยกว่า 3% มาเป็นมากกว่า 7% ณ วันนี้ นอกจากนี้รอยัล เอ็นฟีลด์ก็มีรถจักรยายนต์คัสตอมมากกว่า 50 แบบ ในประเทศไทย และได้ทำงานร่วมกับสำนักแจ่งชื่อดังมากมาย อย่าง K-SPEED และ ZEUS ปัจจุบันรอยัล เอ็นฟีลด์อยู่อันดับ 4 ในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศไทย (เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2565)รอยัล เอ็นฟีลด์เป็นบริษัทในเครือของบริษัท ไอเชอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด ดำเนินธุรกิจโดยมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 921 ราย และ 638 สตูดิโอสโตร์ทั้งในประเทศอินเดียและเมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงมีการส่งออกรถมอเตอร์ไซค์ไปยังกว่า 60 ประเทศ ทั่วโลก ด้วยการเติบโตมากกว่า 17% ทุกปี ตลอดช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา และยอดขายในตลาดต่างชาติที่สูงถึง 96% ในปีพ.ศ.2562–2563 ทำให้รอยัล เอ็นฟีลด์กลายเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง

NEW YAMAHA WR155R Journey of The Brave เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า สีใหม่! พร้อม Accessories แต่งสุดเท่! พร้อมการรับประกัน 5 ปี!

บริษัท ไทยยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กระตุ้นตลาดพร้อมปลุกกระแส เอ็นดูโร่ ไบค์ ครั้งใหม่! พร้อมส่ง NEW YAMAHA WR155R “Journey of The Brave เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า” ออกสู่ตลาดเมืองไทยด้วยสีใหม่ พร้อม Accessories แต่งพร้อมลุยสุดเท่! และการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กม.

สำหรับ NEW YAMAHA WR155R รถสายพันธุ์ Enduro ระดับโลกอย่าง WR Series ยังคงตอบสนองความเร้าใจในการขับขี่ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ 155 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA (Variable Value Actuation) และพร้อมลุยทุกเส้นทางทั้งออนโรดและออฟโรดด้วยระบบกันสะเทือนหน้า KYB ขนาด 41 มม. และระบบกันสะเทือนหลัง Linked-Type Monocross ที่สามารถปรับค่าความแข็งได้ 5 ระดับตามน้ำหนักผู้ขับขี่ ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยมทำให้สนุกในทุกเส้นทางการขับขี่ พร้อมถังน้ำมันความจุขนาด 8.1 ลิตร ให้คุณไปได้ไกลกว่าเดิม

NEW YAMAHA WR155R “Journey of The Brave เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า” ให้ความล้ำสมัยด้วยหน้าปัด Full LCD Digital Meter ที่แสดงข้อมูลได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน มาพร้อมตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ เพื่อรองรับการขับขี่ทั้งทางเรียบและทางลุย และมาพร้อมเบาะนั่ง Flat Seat ที่สามารถรองรับการขับขี่ทุกท่วงท่า พร้อมเฟรมที่ออกแบบเพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด NEW YAMAHA WR155R “Journey of The Brave เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า” มีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกัน 2 เฉดสี คือ YAMAHA BLUE สีน้ำเงินที่ให้ความเร้าใจแบบเดียวกับทีมแข่งยามาฮ่าเรซซิ่งทีม และ YAMAHA BLACK สีดำดุดัน ที่ตัดกับเฟรมสีเขียวพาสเทลพร้อมโลโก้ WR สีขาว-เหลือง ซึ่งให้ความเท่สะดุดตาทุกมุมมอง
นอกจากนี้ NEW YAMAHA WR155R “Journey of The Brave เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า” สีใหม่! ยังมาพร้อมกับ Accessories แต่งสุดเท่! ที่มีให้เลือกช้อปกันเต็มพิกัด คือ ชุดเบาะปรับระดับ, ตัวกันกระแทกแฮนด์, ชุดครอบด้านล่างอะลูมิเนียม, ชุดการ์ดแฮนด์ ซ้าย-ขวา, ชุดรองปลอกแฮนด์ และชุดปลอกครอบโช้ค ซึ่งนอกจากจะเท่อย่างมีสไตล์แล้วยังพร้อมลุยได้อย่างเต็มพิกัดในทุกเส้นทางทั้งออนโรดและออฟโรดอีกด้วย
สำหรับ NEW YAMAHA WR155R “Journey of The Brave เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า” พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำเริ่มต้น 119,000 บาท พร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กม. โดยสามารถเลือกเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263- 9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่
Facebook : Yamaha Society Thailand
Instagram : @Yamaha Society Thailand
Youtube : Yamaha Society Thailand
Line OA : @ Yamahasociety

ได้เวลาแล้ว! MOTOR EXPO 2022 รวมรถยนต์ 35 แบรนด์ จักรยานยนต์ 17 แบรนด์

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” พร้อมจัดแสดงรถยนต์ จักรยานยนต์ รุ่นใหม่ สินค้าเกี่ยวเนื่อง คับคั่ง 1-12 ธันวาคม 2565 คนรักรถพลาดไม่ได้ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” เผยว่า “ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “ได้เวลา…สัมผัสอนาคต – It’s TIME…Come Touch the FUTURE” มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 35 แบรนด์ จาก 10 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 17 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ โดยทุกค่ายพร้อมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และมอบโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะผู้ซื้อภายในงาน”
รถยนต์ 35 แบรนด์ ได้แก่ AUDI, BENTLEY, BMW, BYD, FORD, GREAT WALL MOTOR, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, KIA, LAMBORGHINI, LEXUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINE, MINI, MITSUBISHI, MOKE, NETA, NISSAN, PEUGEOT, POCCO, PORSCHE, SUBARU, SUZUKI, TOYOTA, VOLT, VOLVO รวมถึงชุดแต่ง และรถยนต์จากผู้นำเข้าอิสระ ได้แก่ BMW M PERFORMANCE, CARLSSON, M’Z SPEED และ SWIFT
รถจักรยานยนต์ 17 แบรนด์ ได้แก่ ALPHA VOLANTIS, BMW MOTORRAD, DUCATI, EM, FELO, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, HUSQVARNA, KAWASAKI, KTM, LAMBRETTA, ROYAL ENFIELD, SCOMADI, SOLAR, SUZUKI, TRIUMPH และ YAMAHA
นอกจากนี้ ยังมีรถมือสอง 6 แบรนด์ ได้แก่ BMW PREMIUM SELECTION, CARSOME, JUST CAR, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, MOTORIST และ VOLVO SELEKT
ส่วนกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชม MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ชิงรางวัล มีรายละเอียดดังนี้
1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ NEW MG ZS EV รุ่น X มูลค่า 1,269,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ VOLT CITY EV รุ่น FOR-FOUR มูลค่า 425,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
3. “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” เมื่อซื้อสินค้าภายในงานจากร้านค้าที่ร่วมรายการรับโชค 2 ชั้น ชั้นที่ 1 รับสิทธิ์จับสลาก เพื่อลุ้นรับของรางวัลทั้งหมด 2,122 รางวัล ชั้นที่ 2 ลุ้นชิงรถยนต์ MITSUBISHI MIRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T มูลค่า 509,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
4. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรางวัล รถจักรยานยนต์ YAMAHA รุ่น MT-09 มูลค่า 439,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
5. “ชม MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ชิงรางวัล” ผู้ชมงาน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ผ่านลิงค์จาก https://op.motorexpo.co.th ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565 มีสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อชิงรางวัล NEW APPLE WATCH SERIES 8 รุ่น GPS (ตัวเรือน 41 มม.) รางวัลละ 15,900 บาท จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่า 79,500 บาท
ส่วน “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เป็นแพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 500 บาท รับสิทธิพิเศษ ที่จอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 2 ใบ บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ และบริการพิเศษจากผู้จัดงานอีกมากมาย
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ JOIN BOAT PLATFORM โดยงาน MOTOR EXPO 2022 ได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจเรือจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเรือ และการท่องเที่ยวทางน้ำ จัดแสดงเรือกว่า 20 แบรนด์ อาทิ BENETEAU, COBALT, CRANCHI, FERRETTI, IGUANA, JEANNEAU, LINDER, MALIBU, PRINCESS, RIVA, REGAL, SAXDOR เป็นต้น คาดว่าจะมียอดจองเรือในงานกว่า 50 ลำ เงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 มีการถ่ายทอดสดงานทาง ททบ. 5 วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2565 เวลา 14.35-15.35 น. ไทยรัฐ TV วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลา 14.00-15.00 น. และชมรีวิวรถที่แสดงในงาน และรับสิทธิพิเศษมากมายผ่าน “MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM” งานคู่ขนานในสื่อดิจิทอลครบวงจร ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th

ไทยฮอนด้าเปิดตัว New Honda GROM เอาใจคนรักสปอร์ตมินิไบค์ กับ 2 สีสันใหม่ เร้าใจกว่าเดิม

ไทยฮอนด้าเปิดตัว New Honda GROM ตอบสนองความต้องการของวัยรุ่นสายสปอร์ต ด้วย 2 สีสันใหม่ รุ่น ABS สีเทา-ดำใหม่ โดดเด่นด้วยลวดลายพิเศษบนตัวรถ เพิ่มความเท่ สปอร์ต ดุดัน ให้ผู้ใช้งาน และรุ่น STD สีน้ำเงิน-ดำใหม่ เพิ่มสีสันให้การขับขี่ สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ “Hype up your ride รออะไร…ถ้าใจมันเร้า” พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

New Honda GROM โดดเด่นด้วยสีสันที่โดนใจ ลงตัวกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบมินิไบค์สายสปอร์ต ไฟหน้า Full LED Headlight ดีไซน์โฉบเฉี่ยว แผงหน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ Full LCD Panel แสดงผลครบถ้วนรวมถึงตำแหน่งเกียร์ ล้อแม็กพร้อมยางหน้ากว้างแบบ Tubeless ขนาด 12 นิ้ว สไตล์บิ๊กไบค์ พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง และระบบเบรก ABS with G-Sensor เทคโนโลยีจากสนามแข่งรถซูเปอร์สปอร์ตระดับท็อป

New Honda GROM ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนที่ชื่นชอบการขับขี่สนุกในเมืองแต่ใจรักความสปอร์ต ด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 125 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI พร้อมทั้งส่งกำลังด้วยคลัตช์มือ และชุดเกียร์ 5 สปีด ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ บิดสนุกแบบรถสปอร์ต
ไทยฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย New Honda GROM แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ABS สีเทา-ดำใหม่ ราคาแนะนำ 77,900 บาท และรุ่น Standard มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน-ดำใหม่ สีแดง และสีดำ ราคาแนะนำที่ 69,900 บาท
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda GROM ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก : www.fb.com/hondamotorcyclethailand

“ยามาฮ่า”ฉลอง 20 ปีแห่งความสำเร็จ เปิดตัว NEW GRAND FILANO HYBRID CONNECTED

“ยามาฮ่า”ฉลอง 20 ปีแห่งความสำเร็จเปิดตัว NEW GRAND FILANO HYBRID CONNECTED สานต่อบทบาทผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกของเมืองไทย ชูความพรีเมียมใหม่…คอนเน็คให้ชีวิตมีคลาส เขย่าตลาดไตรมาส 4 บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์คุณภาพชั้นนำของโลก ตอกย้ำความสำเร็จภายใต้บทบาท “ผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก” ของเมืองไทย ฉลองครบรอบ 20 ปีความสำเร็จ “YAMAHA…IT’S AUTOMATIC 20 YEARS SUCCESS” ด้วยการเปิดตัว NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID CONNECTED ออโตเมติกพรีเมียมแฟชั่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล F Series
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ยามาฮ่ามีความภูมิใจในการเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกในไทย เริ่มจากในปี 2002 ด้วยการเปิดตัว YAMAHA NOUVO “ออโตเมติกรุ่นแรก” ของไทย ในปี 2004 ได้เปิดแคมเปญ SWITCH…Make Your Life Difference ยามาฮ่า…ชีวิตที่แตกต่าง ในปี 2006 ยามาฮ่ารุกหนักเปิดตัว YAMAHA FINO “ออโตเมติกแฟชั่น” ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของ segment FASHION AUTOMATIC ของยามาฮ่า พร้อมจัดกิจกรรม FINO Makes the World Record ด้วยการบันทึกสถิติ Guinness World Records ปี 2015 จุดเริ่มต้นกับสายพันธุ์ “MAX Series” ด้วย YAMAHA NMAX 155 ปี 2018 สร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ด้วยการเปิดตัว YAMAHA GRAND FILANO HYBRID “ออโตเมติกไฮบริดรุ่นแรก” ของไทย และปี 2021 กับ Y-Connect Application ครั้งแรกที่ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลรถบนมือถือได้อย่างง่ายดาย ปี 2022 ยามาฮ่าส่ง All New YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ออโตเมติก Trendy Fashion for New Generation
ความสำเร็จของ YAMAHA GRAND FILANO เริ่มต้นในปี 2012 ที่เปิดตัว YAMAHA FILANO ด้วยดีไซน์สไตล์ยูโรเปี้ยน คลาสสิก ปี 2014 ต่อยอดความนิยมด้วยการส่ง YAMAHA GRAND FILANO ดีไซน์ทันสมัย เรียบแต่หรู ปี 2018 ได้ยกระดับและพัฒนาเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัว YAMAHA GRAND FILANO HYBRID “ออโตเมติกไฮบริดรุ่นแรก” ของไทย ด้วยสมรรถนะที่ดีขึ้น ดีไซน์โดดเด่น สีสันสวยงาม ทำให้ YAMAHA GRAND FILANO HYBRID ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ ด้วยกระแส YAMAHA GRAND FILANO HYBRID ทำให้เกิดกิจกรรมตอบสนองความต้องการ และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า เช่น Automatic is NOW! และ Automatic Check in ที่ได้รับความนิยมและการตอบรับจากลูกค้าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
และนี่คือสิ่งที่ยามาฮ่ามีความภาคภูมิตลอดระยะเวลา 20 ปีแห่งความเป็น “ผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก” ตลอดจนการเป็น Trendsetter โดยยามาฮ่ายังคงคิดค้นและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้ายามาฮ่าให้ตอบโจทย์ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยามาฮ่าขอแนะนำ “ออโตเมติกพรีเมียมแฟชั่น” รุ่นใหม่ล่าสุด NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID CONNECTED มาร่วมส่งต่อความสำเร็จไปอีกครั้งกับการเป็น YAMAHA AUTOMATIC LEADER ต่อไป”
นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขาย และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ว่า “นับเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งกับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่รวมอยู่ใน F Series ได้แก่ รถจักรยานยนต์ออโตเมติกซีรีส์แฟชั่น FINO, FAZZIO และ GRAND FILANO ซึ่งความสำเร็จของ GRAND FILANO เกิดขึ้นจาก 4 องค์ประกอบหลัก ที่ผู้ใช้ชื่นชอบด้วยกัน 1. การมีดีไซน์ สีสัน สวยงาม 2. การขับขี่ที่ง่าย เหมาะกับทุกคน 3. ประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 4. สะดวกสบาย ด้วยฟังก์ชันที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและในวันนี้ขอแนะนำ NEW CHAPTER OF GRAND ด้วยรถจักรยานยนต์ออโตเมติกพรีเมียมแฟชั่นใหม่ล่าสุด NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID CONNECTED ความพรีเมียมใหม่…คอนเน็คให้ชีวิตมีคลาส LIVE HIGH IN SMART PREMIUM STYLE กับการออกแบบในคอนเซ็ปต์ Classic Beyond Time สวยงามคลาสสิกเหนือกาลเวลาด้วยความ High… High Class Design ยกระดับการออกแบบให้ดูพรีเมียมมากยิ่งขี้น ด้วยดีไซน์ใหม่รอบคัน ไฟ Full LED ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด โดดเด่นด้วย F-Icon สัญลักษณ์ใหม่หรูหรา
High Modern Features ด้วยการออกแบบหน้าจอเรือนไมล์ใหม่แบบ Digital Meter LCD ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ TFT เชื่อมต่อชีวิตสุดล้ำด้วย Y-Connect Application พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบ UBS (Unified Brake System) ในรุ่น Standard Version
High End Functions ตอบใจทย์การใช้งานที่ผู้ใช้ชื่นชอบ แรงจัดประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ Hybrid ขนาด 125 ซีซี พร้อมด้วยระบบ SSS (Stop and Start System) ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร เติมน้ำมันได้สะดวกสบายที่ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า และช่องต่อไฟสำรองสามารถชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้ทุกที่ทุกเวลา เสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรกแบบ ABS พร้อมกับกุญแจรีโมทอัจฉริยะทในรุ่น ABS Version”
NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID CONNECTED มาพร้อม 2 รุ่นทางเลือก ประกอบด้วย
รุ่น ABS Version มีด้วยกัน 3 สี ได้แก่
• สีน้ำตาล Champagne Gold
• สีเขียว Royal Green
• สีดำ Million Black
รุ่น STD Version มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่
• สีฟ้า Classy Blue
• สีเทา Luxury Gray
• สีแดง Richy Red
• สีน้ำเงิน Highest Blue
NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID CONNECTED มาพร้อมราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 64,700 บาท ในรุ่น STD Version และราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 69,200 บาท ในรุ่น ABS Version
นายจิรภัทร สายเพชร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และสนับสนุนการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า“NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID CONNECTED ออโตเมติกออโตเมติกพรีเมียมแฟชั่น 125 ซีซี ดีไซน์ใหม่ หรูหราสง่างาม พร้อมกับความโมเดิร์นขึ้นอีกระดับจากฟีเจอร์ใหม่ ๆ โดยออกแบบให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า จึงถูกสื่อสารภายใต้คอนเซ็ปท์ “LIVE HIGH IN SMART PREMIUM STYLE” เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบดีไซน์แฟชั่น มีไลฟ์สไตล์บ่งบอกถึงความเป็นตัวตน ใช้ชีวิตแบบสมาร์ท ต้องการความสะดวกสบาย มีความคิดสร้างสรรค์ อินเทรนด์ และเป็นตัวของตัวเอง
สำหรับ NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID CONNECTED สามารถเพิ่มความสวยงามในแบบ HIGH STYLE CUSTOMIZED ด้วยชุดแต่งของแท้จากยามาฮ่าในแบบ GRAND TOURING STYLE และ GRAND SPORT STYLE เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น เข้ากับไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับการใช้งานจริง และที่ขาดไม่ได้กับ HIGH FASHION COLLECTIONS ชุดเครื่องแต่งกายในแบบ Smart Exclusive และ Casual Modern classic”
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ พร้อมความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ด้วยการรับประกันคุณภาพทั้งคันตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่
Facebook : Yamaha Society Thailand
Instagram : @Yamaha Society Thailand
YouTube : Yamaha Society Thailand
Line OA : @Yamahasociety

ALPHA VOLANTIS เปิดตัวรถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก HORIZON 300 ดีไซน์ Futuristic Premium

บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์รายล่าสุดของประเทศไทย เปิดตัวรถจักรยานต์พรีเมียมแบรนด์ ALPHA VOLANTIS (อัลฟ่า โวแลนทิส) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “INVENTING THE FUTURE” สะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์และผลิตยนตรกรรมสองล้อดีไซน์ล้ำสมัยระดับพรีเมียมสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่แห่งอนาคตด้วยรถจักรยานยนต์ออโตเมติกรุ่นแรก HORIZON300 (ฮอไรซอน300) บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด เริ่มต้นจดทะเบียนพร้อมก่อตั้งโรงงาน เพื่อเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีกระบวนการผลิต และการจัดการระดับมาตรฐานสากล ด้วยงบประมาณลงทุน 600 ล้านบาท โดยโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ครอบคลุมพื้นที่ 200 ไร่ ด้วยความต้องการที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์สองล้อให้ตอบสนองความต้องการด้านดีไซน์ที่สวยงามและตอบโจทย์การขับขี่ไปพร้อมๆกัน
นายธีระ ธีรติ ประธานบริหาร บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในนามของแครี่บอย ผู้นำอุตสาหกรรมหลังคาไฟเบอร์กลาส ชุดแต่งประดับยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรถกระบะมากว่า 40 ปี เรามุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการออกแบบอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เราเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ จนถึงทุกวันนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมานี้เอง ที่ทำให้เรามองเห็นโอกาสในตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพด้านการผลิต การออกแบบ และมาตรฐานคุณภาพ ทำให้เรามีความมั่นใจและมีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ภายใต้ชื่อ อัลฟ่า โวแลนทิส เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภคอย่างสูงสุด ในโอกาสนี้ ผมขอแนะนำ บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ อัลฟ่า โวแลนทิส อย่างเป็นทางการ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกท่าน”
Alpha Volantis ยนตรกรรมสองล้อระดับพรีเมียมแบรนด์ Alpha Volantis ได้รับแรงใจจากดวงดาว โดยดาวอัลฟ่าได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นดวงแรกและเป็นดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวโวแลนทิส เปรียบเสมือนรถจักรยานยนต์แบรนด์อัลฟ่า โวแลนทิส ที่ได้เริ่มต้นจุดประกายสรรค์สร้างยนตรกรรมสองล้อระดับพรีเมียมรุ่นแรก พร้อมพุ่งทะยานด้วยความสง่างาม สะท้อนตัวตนทุกการขับขี่ โดดเด่นทุกความเป็นคุณในทุกเส้นทาง นายธีรวิทย์ ธีรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ ALPHA VOLANTIS (อัลฟ่า โวแลนทิส) มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีดีไซน์สวยตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ และพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มากกว่าการเดินทางให้กับผู้ใช้ รวมถึงการขยายการบริการที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับผู้ขับขี่ในอนาคต อีกทั้ง จัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และกิจกรรมเพื่อผู้ใช้รถ เราเชื่อมั่นว่า รถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก HORIZON 300 และ HORIZON 150 จะตอบสนองไลฟ์สไตล์การขับขี่และสร้างความโดดเด่นทุกความเป็นคุณอย่างแน่นอน”
HORIZON 300 รถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก
• HORIZON 300 เติมเต็มกลิ่นอายความคลาสสิกผสานความล้ำสมัยด้วยดีไซน์ Futuristic Premium ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในมิติตัวรถขนาดคล่องตัว กับขุมพลังเครื่องยนต์ 276 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้แรงบิดสูงสุดที่ 21.8 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที มอบพละกำลังขนาด 13.6 กิโลวัตต์ ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงได้ต่อเนื่องเต็มสมรรถนะ ไร้กังวลในทุกเส้นทางขับขี่แม้ในระยะทางไกล ด้วยถังน้ำมันขนาด 9 ลิตร
• HORIZON 300 shine your elegance โดดเด่นทุกความเป็นคุณ ยกระดับที่สุดแห่งความหรูหรากับพื้นผิวรถที่ถูกออกแบบด้วยความพิถีพิถัน ดีไซน์ระดับพรีเมียมกับชุดตกแต่งโครเมียมรอบคันด้วยเทคนิค satin chrome (ซาตินโครม) นับเป็นการออกแบบระดับเดียวกับรถยนต์แบรนด์ยุโรป สอดรับกับท้ายรถรูปทรงเพรียวลมพร้อม air intake เพื่อระบายความร้อนภายใต้เบาะออกทางด้านข้างด้วย side vent สะท้อนความโดดเด่นยิ่งขึ้นกับระบบไฟส่องสว่าง full LED รอบคัน พร้อมไฟหน้า Day time running light และชุดไฟเลี้ยวรวมกันในชิ้นเดียว ส่วนมาตรวัดความเร็วเป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ ปรับความสว่างโดยอัตโนมัติ ง่ายต่อการใช้งานทั้งกลางวันและกลางคืน
• HORIZON300 ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะรูปทรงพรีเมี่ยมล้ำสมัย สามารถคัสตอมได้ มาพร้อมช่องเก็บของใต้เบาะที่ใส่หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าได้ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์ USB สองช่อง มีช่องเก็บของด้านหน้าล็อกกุญแจได้ รวมถึงช่องเก็บถุงมือและช่องเก็บของที่ง่ายต่อการใช้งาน
• HORIZON300 มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Alpha Bule, สีเทา Hazy Sky Gray และ สีดำ Deep Space Black เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 129,900 บาท สุดเอ็กคลูซีฟ!!!! ราคาพิเศษ 119,900 บาท เพียง 600 คันแรกเท่านั้น เริ่มเปิดให้จองในงาน Thailand International Motor Expo 2022 Horizon150 รถจักรยานยนต์ออโตเมติกขนาดเล็ก ตอบรับทุกความคล่องตัว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
HORIZON150 ได้รับการออกแบบในสไตล์ modern classic ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 150 ซีซี ให้แรงบิดสูงสุดที่ 8.5 นิวตัน-เมตร ที่ 5000 รอบต่อนาที มอบพละกำลังขนาด 7.4 กิโลวัตต์ ที่ 6500 รอบต่อนาที ตอบรับทุกความคล่องตัวในเมืองด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 118 กิโลกรัม ขับขี่มั่นใจวิ่งได้ต่อเนื่องด้วยถังน้ำมันใหญ่ 6.8 ลิตร พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยระบบดิสก์เบรคหน้า-หลัง เพิ่มเติมความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ Share Brake System หรือ SBS ระบบช่วยกระจายแรงเบรคระหว่างล้อหน้ากับล้อหลัง ช่วยปรับเสถียรภาพให้ผู้ขับขี่ไม่เสียการทรงตัว แม้บนผิวทางที่ขรุขระ
• HORIZON150 สะท้อนตัวตนทุกการผู้ขับขี่ให้โดดเด่นทุกความเป็นคุณ ด้วยดีไซน์ที่หรูหราในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ชุดตะแกรงระบายความร้อนด้านข้างพร้อมโลโก้ ALPHA VOLANTIS สามมิติ ดีไซน์ด้านท้ายทรง tear drop shape สไตล์คลาสสิคสปอร์ต สอดรับกับชุดแต่งโครเมียมรอบคัน มาพร้อมด้วยชุดไฟส่องสว่าง full LED ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย รวมถึงมาตรวัด 2 สไตล์ ครบทุกฟังก์ชั่น
HORIZON150 ตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ทุกรูปแบบด้วยเบาะตอนเดียว มาพร้อมช่องเก็บของใต้เบาะที่ใส่หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าได้ มีช่องเก็บของด้านหน้าล็อกกุญแจได้ รวมถึงมีช่องเก็บถุงมือ ช่องเก็บของ และตะขอแขวนเกี่ยวอเนกประสงค์ เพื่อรองรับการใช้งานที่หลายหลาย อีกทั้งรองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์ USB ถึงสองช่อง
• HORIZON150 มีสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีฟ้า Vivid Blue , สีแดง Deeply red , สีขาว Crystal White และ สีดำ Deep Space Black เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 72,500 บาท สุดเอ็กซ์คลูซีฟ!!!! ราคาพิเศษ 69,500 บาท เพียง 500 คันแรกเท่านั้น พร้อมเปิดให้จองในงาน Thailand International Motor Expo 2022

ไทยฮอนด้า รุกตลาดรถจักรยานยนต์ไตรมาสสุดท้าย เปิดตัว 3 โมเดลเรือธงโฉมใหม่ล่าสุด

ไทยฮอนด้า รุกตลาดรถจักรยานยนต์ไตรมาสสุดท้าย เปิดตัว 3 โมเดลเรือธงโฉมใหม่ล่าสุด นำทัพโดย All New Forza350 บิ๊กสกูตเตอร์ระดับท็อปคลาสพร้อมด้วย All New Wave125i รถครอบครัวยอดนิยม และ All New ADV160 รถ SUV Bike ไทยฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเกมรุกไตรมาสสุดท้ายของปี 2022 มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยการเปิดตัว “All New Forza350” บิ๊กสกูตเตอร์ระดับท็อปคลาส ดีไซน์ใหม่รอบคันสไตล์สปอร์ตหรูดุดัน จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีที่มีมาให้แบบเต็มพิกัด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลขั้นสุด เปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก พร้อมทั้งส่งมอบความสุขแห่งการขับขี่ ด้วยรถจักรยานยนต์ครอบครัวยอดนิยมตลอดกาลโฉมใหม่ล่าสุด All New Wave125i และ SUV Bike ที่คนไทยให้ความสนใจที่สุด All New ADV160 ที่มาพร้อมขุมพลังใหม่จากเครื่องยนต์ eSP+ และดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ฮอนด้าติดตามสภาพตลาด และสถานการณ์ความต้องการของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
“ฮอนด้าพร้อมส่งมอบความสุขเพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมกันทีเดียวถึง 3 รุ่น ทั้งหมดล้วนแต่เป็นโมเดลระดับเรือธง หนึ่งในนั้นคือการเปิดตัว All New Forza350 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยหรือที่เรียกว่า World Premiere โดยในครั้งนี้ได้รับการปรับโฉมให้มีความสปอร์ตหรู เป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับท็อปคลาส อีกสองรุ่นประกอบด้วย All New Wave125i รถครอบครัวโฉมใหม่ที่จะมาตอกย้ำความเป็นรถยอดนิยมของไทย และ All New ADV160 รถ SUV Bike ที่มาพร้อมกับการยกระดับขุมพลังใหม่ด้วยเครี่องยนต์ eSP+ และดีไซน์ใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น”
All New Forza350 มาพร้อมแนวคิด Ride The Exceptional มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ สปอร์ตเรียบหรู เกินคาด ดุดันเกินคลาส ผสานด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เข้ากับสมรรถนะแรงสุดขีด พร้อมเชื่อมไลฟ์สไตล์ดิจิทัล โดดเด่นเกินใครในทุกเส้นทาง กับไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Dual LED Headlight สะดุดทุกสายตา และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมลงตัวกับเส้นสายรอบคัน และชัดเจนเหนือชั้นกับ New Multi-Function Meter Design ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความรู้สึกของความ Luxury Sport ให้ทุกเส้นทางที่ไป คือทางที่ใครก็ต้องยอม
All New Forza350 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง eSP+ 330 ซีซี แรงดั่งใจ เพิ่มกำลังขับเคลื่อน ลดแรงเสียดทาน แรงต่อเนื่องเต็มสมรรถนะ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่ยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้มั่นใจอยู่ในคอนโทรล ด้วยระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กัน ป้องกันรถเสียการทรงตัว Emergency Stop Signal (ESS) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกกะทันหัน มาตรฐานความปลอดภัยระดับรถ Super Bike และ 2-Channel ABS (Anti-Brake System) ระบบเบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกระหว่างเบรกกะทันหัน
เพิ่มประสบการณ์ขับขี่ไปอีกขั้นกับเทคโนโลยีที่ยกระดับความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้กับ All New Forza350 กับ Honda Smartphone Voice Control System (HSVCs) ความปลอดภัย…สั่งได้! ด้วยระบบสั่งการด้วยเสียงบนสมาร์ตโฟน เทคโนโลยีอัจฉริยะจากฮอนด้า เชื่อมต่อใช้งานสะดวก ผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync ควบคุมการทำงานฟังก์ชันต่าง ๆ ด้วยเสียงและกดสั่งการที่สวิตช์แฮนด์ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน และเปิดสู่เอกลักษณ์ที่เหนือกว่าในทุกเส้นทาง กับกระจกบังลมหน้าระบบไฟฟ้า Electrically Adjustable Windscreen ที่ปรับระดับความสูงได้ถึง 150 มม. ช่วยลดแรงลมปะทะหน้าขณะขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกอีกขั้นกับ Honda Smart Key รีโมตอัจฉริยะ และ In-Console USB Charger & Bottle Holder ที่เก็บของคอนโซลหน้าที่รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์
All New Forza 350 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่
รุ่น Roadsync Type (ติดตั้งระบบ HSVCs) มี มาพร้อมล้อสีทอง ด้วยราคาแนะนำที่ 181,000 บาท
และรุ่น Standard Type มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา-ดำ (Smoky Grey), สีแดง (Red) และสีน้ำเงิน (Blue) ราคาแนะนำที่ 179,000 บาท
พร้อมออพชั่นเสริมเพิ่มความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ด้วยชุดแต่งที่มีให้เลือก 2 รุ่น ประกอบด้วย
Forza Nitron Neon TH1 ราคาแนะนำที่ 221,800 บาท
Forza Yoshimura Gcraft Rising Spirit TH2 ราคาแนะนำที่ 206,900 บาท
* ชุดแต่ง Nitron Neon Edition ชุดแต่งพรีเมียมจากอังกฤษ ทุกเส้นสายบอกสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร เอาใจสายสปอร์ตด้วยระบบกันสะเทือนแบรนด์ Hi-end ระดับโลก รองรับการใช้งานทุกย่านความแรง
* ชุดแต่ง The Yoshimura X G’craft Rising Spirit Edition ตำนานจากญี่ปุ่น ที่ร่วมมือกับ H2C สำนักแต่งฮอนด้าที่ทั่วโลกยอมรับ สู่การปลดปล่อยสไตล์ใหม่ไม่ซ้ำทางใคร ด้วยท่อไอเสียจากสำนักแต่งสัญชาติญี่ปุ่น พร้อมทะยานสู่ความเร้าใจใหม่ที่เหนือกว่า
All New Wave125i มาพร้อมคอนเซปต์ “ผู้นำที่ทุกคนเชื่อมั่น” โดยมี “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารส” เป็น พรีเซนเตอร์ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็น “ผู้นำที่ทุกคนเชื่อมั่น” ทั้งตัวผลิตภัณฑ์และผู้ครอบครอง ให้สมกับเป็นรถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับท็อปคลาสแห่งยุค
ดีไซน์สปอร์ตด้วยเฟรมใหม่ ออกแบบวัสดุและเทคนิคการเชื่อมต่อตัวถังให้แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบาลง ควบคุมรถได้ง่ายและคล่องตัวกว่าเดิม เรือนไมล์ใหม่ LCD Multi Meter ผสานเทคโนโลยีจอแสดงผล เรียบหรูมีมิติ ออกแบบแยกส่วน ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยว New X-clusive LED Tailight ครบครันทั้งไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมดีไซน์คอนโซลหน้าใหม่ New Front Pocket เพิ่มช่องใส่ของอเนกประสงค์ สะดวกใช้งานทันใจ ระบบกันสะเทือนใหม่ด้วยการเพิ่มระยะยุบของโช้คอัพด้านหน้าและด้านหลัง สามารถซับแรงกระแทก ช่วยให้ทรงตัวดียิ่งขึ้น พื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ XL Size U-Box จุได้ 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ ถังน้ำมันใหญ่ 5.4 ลิตร วิ่งได้ไกลขับขี่ได้ต่อเนื่อง สวิตช์กุญแจนิรภัยเพียงกดกุญแจเพื่อสั่งการ เปิด-ปิดล็อค-สตาร์ตเครื่องและเปิดเบาะนั่ง ได้ง่ายดาย
New Honda Smart Engine เทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดของคลาส 125 cc. ระบบหัวฉีด PGM-FI ยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งรถครอบครัว สะท้อนความเชื่อมั่นด้วยสมรรถนะดีขึ้นกว่าที่เคย แรงล้ำหน้าด้วยการปรับระยะชักลูกสูบใหม่ และมอบอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4กม./ลิตร เสริมด้วยระบบ Piston Oil Jet ช่วยระบายความร้อนดียิ่งขึ้น ลดการสึกหรอ ทนทานยืดอายุการใช้งาน ติดตั้งระบบปรับตั้งความตึงโซ่อัตโนมัติแบบ Hydraulic ใหม่ ส่งกำลังต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว ลดการสะบัดและเสียงของเครื่องยนต์
All New Wave125i รุ่นสตาร์ทมือ ล้อแม๊ก 4 สีได้แก่ สีแดง-เทา, สีเทา-น้ำเงิน, สีขาว-แดง และสีดำ-เทา ราคาแนะนำที่ 56,500 บาท ส่วนรุ่นสตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด โดยมี 3 สี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน และสีดำ ราคาแนะนำที่ 54,300 บาท
All New ADV160 มาพร้อมคอนเซปต์ “Explore the Wild Urban มีทางใหม่ ให้ท้าทายทุกวัน” อัปเลเวลการขับขี่สไตล์ Honda SUV Bike หนึ่งเดียวในเมืองไทย ที่จะเปิดประสบการณ์ทางเมืองเดิม ๆ ให้ไม่เหมือนเดิม พร้อมกับโฉมใหม่ ที่อัปเลเวลดีไซน์ เท่แกร่งทุกมิติ ให้ความรู้สึกดุดัน แข็งแกร่ง โดดเด่นบนถนน เสริมด้วยแทคโนโลยีล้ำหน้ารอบคัน ที่พร้อมให้ผู้ขับกำหนดเส้นทางท้าทายใหม่ ๆ ได้ทุกวัน
All New ADV160 ยกระดับขุมพลังใหม่ด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 157 ซีซี 4 วาล์ว ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ อัปความแรงให้เร่งทันใจทุกช่วงความเร็ว ครั้งแรงของการเสริมทัพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กันป้องกันรถเสียการทรงตัว ผสานการออกแบบที่ตอบโจทย์รถสไตล์ SUV Bike กับความสูงเบาะใหม่ 780 มม. ขึ้น-ลง สะดวก นั่งสบายยิ่งกว่า เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ได้มั่นใจ พร้อม Twin Subtank อันเป็นเอกลักษณ์ ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวล ลุยได้ไม่หวั่นทุกทาง เปิดประสบการณ์ใหม่ในเมืองที่คุ้นเคย ได้อย่างมั่นใจเหนือใคร
All New ADV160 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น Standard สี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา (Grey) และสีแดง (Red) ราคาแนะนำที่ 99,900 บาท โดดเด่นกว่าใคร ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งรอบคันในรุ่นพิเศษ H2C x KITACO Racing Soul Edition รถสีดำ(Mat Black) ตัวท่อไอเสีย จาก Kitaco ยกระดับความท้าทาย ออกไปค้นพบเส้นทางใหม่ๆ ให้โดดเด่นเหนือใคร สไตล์ SUV BIKE ที่ H2C ร่วมมือกับแบรนด์ KITACO ราคาแนะนำที่ 108,200 บาท
“ฮอนด้า มุ่งมั่นที่จะพัฒนารถจักรยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ และพร้อมที่จะส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้กับคนไทย ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพระดับโลก เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่คนไทยมีต่อฮอนด้ามาโดยตลอดจนทำให้เราครองความเป็นหนึ่งในตลาด และเราเชื่อมั่นว่า 3 โมเดลใหม่ล่าสุดนี้จะครองใจผู้ใช้ชาวไทยทุกคนอีกเช่นกัน” มร.ชิเกโตะ กล่าวสรุป
ทั้งหมดนี้ พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า fb.com/hondamotorcyclethailand

“อินทรีแซงค์” กฤษฎา ฟอร์มโหด! เก็บชัยสนามส่งท้าย ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ครอสชิงแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยซ้อน

“อินทรีแซงค์” ขุนพลฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ หมายเลข 17 ฝ่าโคลนปิดฤดูกาลสนามที่ 10 ส่งท้ายรายการ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งทางฝุ่นคนแรกทำสถิติครองแชมป์ประเทศไทย 4 ปีติดต่อกัน

“อินทรีแซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ควบเดิร์ทไบค์คู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข17 ภายใต้สังกัดทีมแข่ง Honda Racing Thailand Idemitsu Bridgestone D.I.D Supersprox Promedic Smotor ลุยปักโคลนสนามไร่พีบี วัลเล่ย์ จังหวัดเชียงราย ในการแข่งขันซูเปอร์ครอสชิงแชมป์ประเทศไทยรายการ FMSCT Thailand Supercross Championship 2022 สนามที่ 10 รุ่น MX250-A เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ 11 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนการแข่งขันฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้สภาพสนามซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่สวนไร่พีบี วัลเล่ย์ มีสภาพกลายเป็นสนามโคลน เมื่อเริ่มการแข่งขัน “อินทรีแซงค์” กับเดิร์ตไบค์คู่ใจหมายเลข17 ก็สามารถลุยฝ่าแอ่งโคลนผ่านโค้งแรกด้วยตำแหน่งที่ 2 ก่อนจะไล่บดผู้นำและแซงขึ้นรั้งอันดับหนึ่งได้ในเวลาเพียง 1 รอบเศษ และควบเดิร์ตไบค์คู่ใจทะยานหนีห่างจากตำแหน่งที่ 2 ก่อนที่ธงตราหมากรุกจะสะบัดประทับชัยให้กับ“อินทรีแซงค์” พร้อมคว้าแต้มสะสม 20 คะแนนเต็ม รวมคะแนนสะสมจบฤดูกาลที่ 160 คะแนน เหนือคู่แข่งอันดับ 2 ถึง 9 คะแนน ป้องกันแชมป์ประเทศไทยให้อยู่กับฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ด้วยการสร้างสถิติใหม่เป็นนักแข่งซูเปอร์ครอสคนแรกที่ครองแชมป์ประเทศไทย 4 ปีติดต่อกัน
ขณะที่อีกหนึ่งนักแข่งจากฮอนด้า สุภัทรชัย ผักเครือ หมายเลข132 ทีมเมทของ“อินทรีแซงค์” ก็ปิดฤดูกาลด้วยตำแหน่งที่ 4 ในสนามนี้

“ยามาฮ่า” ปลุกกระแส THAI GP 2022 อัดกิจกรรมแน่นตลอดงานเอาใจแฟน MotoGP

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขายและการตลาด นางสาวบัวทิพย์ จันทร์ดำรงกุล  รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ก้องศักด ยอดมณี  ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายธัชกร หัตถาธยากูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้างฯ ในการแถลงข่าวเตรียมความพร้อมนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการ OR Thailand Grand Prix 2022 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 ภายใต้บรรยากาศการต้อนรับและสีสันกองเชียร์ที่มีเอกลักษณ์จนได้รับความประทับใจจากแฟนความเร็วทั่วโลก

โดย ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เชิญชวนลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารวมถึงแฟนความเร็วชาวไทยร่วมส่งแรงเชียร์ทัพนักบิดค่ายยามาฮ่า นำโดยเจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุด ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร #20 พร้อมคู่หู ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี #21 รวมถึง เขมินท์ คูโบะ #81 ดาวบิดไทยที่ลงทำการแข่งขันในรุ่น Moto2 ภายใต้สังกัด VR46 Master Camp Team พร้อมกันนี้ยามาฮ่าได้ร่วมสร้างสีสันให้กับงานที่บูธ YAMAHA REV CIRCUIT จัดเต็มด้วยสินค้าราคาพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้ทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YAMAHA E01 และชมรถแข่งระดับแชมป์โลก YZR-M1 อย่างใกล้ชิด
สำหรับการแถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขัน THAI GP 2022 ในครั้งนี้จัดขึ้น ณ สโมสรราชพฤกษ์ ถ.วิภาดีรังสิต เมื่อเร็วๆ นี้

เปิดตัว New Honda CT125 ด้วยคอนเซปต์ The Trail Explorer ยกระดับไลฟ์สไตล์ความสนุกด้วยสีสัน และเครื่องยนต์ใหม่

CUB House by Honda เปิดตัว New Honda CT125 รถจักรยานยนต์สไตล์เทรล ที่มาพร้อมสีใหม่และเครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ที่สามารถปรับระดับได้ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุกยิ่งกว่าเดิม

New Honda CT125 มาพร้อมคอนเซปต์ The Trail Explorer ได้เวลาท้าทาย…ครั้งใหม่ นำเสนออีกมุมมองของไลฟ์สไตล์ด้วยสีเทาใหม่ ที่ให้ทั้งความเท่ มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และยังถ่ายทอดความเป็นตำนานของ CT Series ที่มีมาตั้งแต่ปี 1960 ได้อย่างชัดเจน
New Honda CT125 ยังมาพร้อมการยกระดับในด้านสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ที่ได้รับการพัฒนาให้มีแรงบิดมากขึ้น อัตราเร่งดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลัง Adjustable Rear Suspension ที่สามารถปรับค่า Preload ได้ถึง 5 ระดับ รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่บนเส้นทางปกติ หรือเส้นทางที่ท้าทาย
พร้อมกันนี้ CUB House by Honda ยังพร้อมส่งมอบอีกหนึ่งความพิเศษด้วย New Honda CT125 Stanley Special Edition 150 คัน ที่มาพร้อมชุดแต่ง 14 รายการ จากแบรนด์ Stanley และ H2C ที่ถ่ายทอดความเท่ขั้นสุดอย่างแตกต่าง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของสายเเคมป์ปิ้ง พร้อมลุยได้ทุกที่
New Honda CT125 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาใหม่ สีแดง (แร็กท้ายสีดำ) และ สีเขียว (แร็กท้ายสีเขียว) วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 88,900 บาท และรุ่นพิเศษ CT125 Stanley Special Edition วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 108,700 บาท ที่ CUB House Flagship ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่ CUB House Corner ในศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊ก fb.com/cubhousebyhonda

ฮอนด้า มุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าหวังสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน

สรุปแถลงการณ์ธุรกิจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
– มุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าหวังสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน –
– ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านการผลิตรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปีทศวรรษ 2040s และยังคงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (Internal Combustion Engine หรือ ICE) อย่างต่อเนื่อง
– ฮอนด้าวางแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2025 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า และ 3.5 ล้านคัน (หรือ 15% ของยอดขายรวม) ภายในปี 2030
– ในฐานะผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก ฮอนด้าครองความเป็นผู้นำแห่งยุคของความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งมอบความสุขจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านทุกผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของบริษัทภายในปี 2050 โดยวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ฮอนด้าจัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าในธุรกิจรถจักรยานยนต์ โดยคุณโคเฮ ทาเคอุจิ Director, Executive Vice President and Representative Executive Officer of Honda Motor และ คุณโยชิชิเกะ โนมูระ (Managing Officer)
โดยมีสาระสำคัญดังนี้ :
1. ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
เพื่อรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก ฮอนด้านำเสนอผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์หลายรุ่น ตั้งแต่คอมมิวเตอร์รุ่นเล็กสำหรับการเดินทางในเมือง ไปจนถึงรุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้นมีความต้องการรถจักรยานยนต์อย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นรุ่นคอมมิวเตอร์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ดี รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากน้ำหนักที่มาก ราคาที่สูง และความต้องการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังขึ้นกับมาตรการส่งเสริมและกฎระเบียบของรัฐ รวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานบริการชาร์จไฟฟ้าในแต่ละประเทศ
จากการพิจารณาสถานการณ์ดังกล่าว ฮอนด้ายังคงผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (ICE) ในขณะเดียวกันพร้อมเร่งผลิตรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เน้นกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ทุกคันในช่วงปีทศวรรษ 2040s นอกจากนี้ฮอนด้ายังคงความเป็นผู้นำด้านโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์อีกด้วย
<เดินหน้าโครงการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (ICE) อย่างต่อเนื่อง>
เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมกับรองรับความต้องการอันหลากหลายของผู้ขับขี่และการใช้งานที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ฮอนด้ายังมีโครงการพัฒนารถจักรยานยนต์รุ่นที่ใช้น้ำมัน (ICE models) แบบช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไปพร้อมๆ กับผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นที่สามารถใช้พลังงานที่สร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน เช่น รุ่นที่ใช้แก๊สโซลีนผสมเอทานอล เป็นต้น
ตัวอย่าง เช่น ในประเทศบราซิล ที่มีรถจักรยานยนต์ใช้พลังงาน flex-fuel หรือ E100*1 ฮอนด้ายังได้วางแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใช้พลังงาน flex-fuel ในอินเดียซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ โดยจะเปิดตัวรุ่น flex-fuel (E20) *1 ประมาณต้นปี 2023 และ รุ่น flex-fuel (E100) ในปี 2025
*1 แก๊สโซลีนผสมเอทานอล มีอัตราการผสมหลายระดับ ตั้งแต่แก๊สโซลีน 100% ไปจนถึงเอทานอล 100% ส่วน E100 หมายถึง เอทานอล 100% และ E20 หมายถึง เอทานอล 20%
2. สร้างสรรค์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า
<เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้ขับขี่หลากหลายรูปแบบ>
จากการคาดการณ์การขยายตัวของตลาด ฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่รองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้ขับขี่ ตั้งแต่รุ่นคอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง ไปจนถึงรุ่นใหญ่ขับขี่เพื่อความสนุก ฮอนด้าเตรียมนำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2025 ตั้งเป้ายอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปี ภายใน 5 ปีข้างหน้า และ 3.5 ล้านคัน (ประมาณ 15% ของยอดขายรวม) ภายในปี 2030
โดยมีรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดังต่อไปนี้ :
1. รถจักรยานยนต์คอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง Commuter EVs
ในยุคที่ทุกกิจกรรมหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความต้องการใช้รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการผู้ขับขี่ประเภทนี้ ฮอนด้านำเสนอ Honda e: Business Bike Series พร้อมเร่งเปิดตัวรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับธุรกิจในตลาดโลก นอกเหนือจากการส่งมอบ Honda e: Business Bike Series ให้กับบริษัทไปรษณีย์ของญี่ปุ่นและเวียดนาม* 2 เพื่อการทำงานบริการส่งสินค้าไปรษณีย์แล้ว ปัจจุบันฮอนด้ายังทดลองจับมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด*3 ทั้งยังวางแผนผลิตและจำหน่ายรุ่น BENLY e: ในประเทศไทยก่อนสิ้นเดือนนี้ สำหรับรถจักรยานยนต์ Honda e: Business Bike Series มาพร้อมกับ Honda Mobile Power Pack (MPP) แบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ เหมาะกับการใช้งานธุรกิจประเภทส่งสินค้าชิ้นเล็ก และช่วยแก้ปัญหาเรื่องประเภทไฟฟ้าและระยะเวลาชาร์จไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นข้อท้าทายหลักในการทำให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่แพร่หลาย
สำหรับการใช้งานส่วนบุคคล ฮอนด้าเตรียมแผนเปิดตัว Commuter EV สองรุ่นในปี 2024 และ 2025 ในเอเชีย ยุโรป และญี่ปุ่น ในอนาคต ฮอนด้ายังคงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนอื่นๆ นอกเหนือจากแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้
2. รถจักรยานยนต์รุ่นคอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง Commuter EMs*4 / EBs*5
ปัจจุบัน รุ่น EMs และ EBs ครอง 90 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก หรือประมาณ 50 ล้านคัน ในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รุ่น EMs / EBs เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน และฮอนด้านำเสนอผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยการยกระดับโครงสร้างบริการพื้นฐานให้กับผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและพัฒนา โดยคาดว่าความต้องการรุ่น EMs / EBs จะขยายในวงกว้างขึ้นและครอบคลุมไปทั่วโลก พร้อมมีแผนเปิดตัว EMs / EBs รุ่นกะทัดรัดในราคาที่จับต้องได้ 5 รุ่น ตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงปี 2024 ในตลาดเอเชีย ยุโรป และญี่ปุ่น
3. FUN EVs รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก
นอกจาก commuter EVs แล้ว ฮอนด้ายังได้พัฒนาและนำเสนอรถจักรยานยนต์รุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก “Fun” EV models โดยจะเปิดตัว “Fun” EV models ทั้งหมดสามรุ่นในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป ในช่วงปี 2024 และ 2025 พร้อมกับเปิดตัว “Kid Fun EV model” สำหรับเด็กที่ออกแบบเพื่อส่งต่อความสุขในการขับขี่ให้กับคนรุ่นใหม่อีกด้วย
*2 บริการไปรษณีย์ของเวียดนาม
*3 บริการไปรษณีย์ไทย
*4 ประเภทไฟฟ้า: ความเร็วสูงสุด: 25 กม./ชม.~50 กม./ชม.
*5 ประเภทรถจักรยานไฟฟ้า ไม่รวมรถจักรยานที่ใช้ไฟฟ้าช่วย ความเร็วสูงสุด 25 กม/ชม หรือต่ำกว่า
<กระบวนการผลิตแบบประสิทธิภาพสูง “Monozukuri” ที่ช่วยขยายการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมเพิ่มยอดการจำหน่าย>
ด้วยความก้าวหน้าของการผลิตแบบ “Monozukuri” ที่สั่งสมจากการพัฒนาและการใช้แพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์รุ่นที่ใช้น้ำมัน ฮอนด้าพัฒนาและนำมาประยุกต์ใช้กับแพลตฟอร์มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ประสานองค์ประกอบหลัก 3 ประการของยานพาหนะไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ PCU และเครื่องยนต์ เข้าด้วยกัน โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยกระบวนการผลิต Monozukuri ประสิทธิภาพสูง เพื่อมอบความสุขในการขับเคลื่อนด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้
ในส่วนของแบตเตอรี่ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของพาหนะไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งเป้าติดตั้ง แบตเตอรี่แบบแข็ง (All-solid-state battery) ที่มีเสถียรภาพสูงในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ฮอนด้ากำลังพัฒนาโดยการใช้แหล่งพลังงานของตนเอง
3. เพิ่มความสะดวกและความชาญฉลาดในการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
<โครงการริเริ่มเพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการชาร์จแบตเตอรี่และการกำหนดมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่>
การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการชาร์จแบตเตอรี่และการกำหนดคุณสมบัติที่เป็นมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่แพร่หลาย ฮอนด้า ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการชาร์จแบตเตอรี่นั้น ได้เน้นการดำเนินงานเพื่อให้มีการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
1. ส่งเสริมการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันให้เป็นที่แพร่หลาย
– ฮอนด้ามีธุรกิจร่วมในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ดำเนินการให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกัน จากการใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ MPPs และรถจักรยานยนต์พลังงานจากแบตเตอรี่ MPP โดย JV เริ่มให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันแล้วในเมืองบาหลี
– ในอินเดีย ฮอนด้าเตรียมวางแผนเริ่มให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันสำหรับใช้ในรถแท็กซี่สามล้อ (หรือที่เรียกกันว่า ริกชอว์) ภายในปลายปีนี้ ฮอนด้ายังวางแผนขยายโครงการริเริ่มใช้แบตเตอรี่ร่วมกันให้เป็นที่แพร่หลายในประเทศอื่นๆ ในเอเชีย
– ในญี่ปุ่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัท ENEOS Holdings, Inc. และผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ 4 แห่ง*6 ร่วมมือกับ Gachaco, Inc. ผู้ให้บริการแบ่งปันการใช้แบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ที่ได้มาตรฐาน สำหรับรถจักรยานยนต์และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการให้บริการ โดยบริษัทเตรียมให้บริการเพื่อการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้
2. กำหนดมาตรฐานแบตเตอรี่
– ในญี่ปุ่น ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์มีการตกลงกันเรื่องคุณสมบัติทั่วไปของแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้โดยยึดแนวปฏิบัติเรื่องแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ (JASO TP21003*7 Guideline)
– ฮอนด้ามุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ พร้อมกับเข้าร่วมประชุมสมาคมแบตเตอรี่ในยุโรป*8 ทั้งยังร่วมมือกับบริษัทร่วมทุนในอินเดีย
*6 บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ จำกัด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และบริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
*7 สมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น รายงานวิชาการ TP21003 ขององค์กร JASO แนวปฏิบัติเรื่องแบตเตอรี่ที่สลับเปลี่ยนได้ สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ “Guideline For Swappable Batteries Of Electric Two Wheel Vehicles”
*8 สมาคมแบตเตอรี่ที่สลับเปลี่ยนได้สำหรับรถจักรยานยนต์ (Swappable Batteries Motorcycle Consortium หรือ SBMC) ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อการขับเคลื่อน
<เสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์>
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งปรับเปลี่ยนธุรกิจจากการเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำรายได้เพียงครั้งเดียว สู่รูปแบบธุรกิจที่ผสมผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮอนด้าร่วมงานกับ Drivemode*9 บริษัทซอฟต์แวร์ในเครือ ยกระดับมูลค่าการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในโลกยุคที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อกัน โดยเริ่มจากรุ่น Commuter EV ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2024 ฮอนด้ามอบประสบการณ์การขับขี่สุดแสนเพลิดเพลินให้กับผู้ใช้งาน (UX) ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อ อาทิ อุปกรณ์ที่ช่วยเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงวิถีถนน จุดชาร์จไฟฟ้า แนะแนวการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมการบริการหลังการขายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจตลอดเส้นทาง
ในอนาคต ฮอนด้าจะมุ่งสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกสิ่ง เพิ่มคุณค่าการใช้งานที่ไม่เพียงเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าทุกประเภท เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด
*9 ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้เพื่อการขับขี่อย่างสะดวกสบาย Drivemod