2015 KTM 250SX-F

ส้มแสบที่นับวันจะได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักบิดชาวไทย นอกจากชื่อเสียงระดับแชมป์โลกแล้ว ของดีๆ ที่มีติดตัวก็ดูจะน่าดึงดูด ความนุ่มนวลของกันสะเทือนเป็นที่ถูกใจ ซึ่งมีการปรับปรุงใหม่ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของโมโตครอสรุ่นกลางค่ายสีส้ม

IMG_9617

ส้มแสบแบบที่รอ
หมายถึงสีสันของเฟรมที่รถแข่งทีมใหญ่ค่ายนี้สาดสีเป็นต้นแบบมานานหลายปี ทีนี้ถึงคราวได้ครอบครองกันจากไลน์ผลิตด้วยการให้สีส้มแสบทรวงแทนที่สีเทา แล้วเติมโทนสีสว่างเข้าไปในส่วนของปีกหม้อน้ำด้วยกราฟฟิคแบบฝังในชิ้นพลาสติก ทำให้ 250SX-F ปี 2015 ดูสว่างสดใสมากยิ่งขึ้น แต่ยังแอบมีความเข้มขรึมด้วยวงล้อสีดำ กับทำกราฟฟิคมาให้ถึงการ์ดโช้คหน้าตัวใหม่ที่ไม่ล้อมแกนโช้คอีกต่อไป เหมือนจะสื่อว่ามีอะไรที่น่าสนใจในโช้คหน้าตัวนี้

น่าจะเปลี่ยนมาตั้งนานการ์ดโช้คใหม่ที่ถอดใส่ง่ายขึ้น
น่าจะเปลี่ยนมาตั้งนานการ์ดโช้คใหม่ที่ถอดใส่ง่ายขึ้น
โช้คหลัง WP ถูกแก้ไขไปพร้อมกับด้านหน้า
โช้คหลัง WP ถูกแก้ไขไปพร้อมกับด้านหน้า
สุ้มเสียงยังแน่นห้าวผ่านปลายยาวใหญ่
สุ้มเสียงยังแน่นห้าวผ่านปลายยาวใหญ่

ช่วงล่าง อัพเดท
โช้คหน้าหลัง WP คู่บารมียังคงพร้อมสำหรับการใช้งานกับชื่อเสียงเลื่องลือแบบไม่มีใครเทียบในด้านของการทำงานที่นุ่มนวล ปี 2015 ยังพัฒนาไปอีกด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับระบบใหม่ที่เรียกว่า 4CS แยกหน้าที่ด้วยการปรับคอมเพรสชั่นที่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเอาไว้ปรับหารีบาวด์ ส่วนที่โช้คหลังก็ปรับปรุงให้ยาวขึ้นกว่าเดิม 4 มม. แล้วมาชดเชยเอาด้วยระยะของกระเดื่องใหม่ การปรับปรุงกันสะเทือนใหม่นี้น่าจะเป็นการเรียกดีกรีหลังจากที่ค่ายญี่ปุ่นตื่นตัวกันมาหลายปีกับลูกเล่นของระบบกันสะเทือน ส่วนระบบเบรกที่ได้รับการปรับปรุงไปเมื่อปี 2014 ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ขอบคุณรถทดสอบจากตำรวจนักบิด สมคิด ยานะพันธ์
ขอบคุณรถทดสอบจากตำรวจนักบิด สมคิด ยานะพันธ์

ม้าเต็มคอก
ในส่วนเครื่องยนต์แบบ DOHC วาล์วไททาเนียม ทั้ง 4 ตัว ระบายความร้อนด้วยน้ำ 5 เกียร์ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดผ่านเรือนลิ้นเร่งของเคฮินขนาด 44 มม. ที่นอกจากจะให้ความสะใจจากจำนวนแรงม้าที่มากสุดในพิกัด 250F แล้ว ยังคงไม่ขาดหายในส่วนความสะดวกสบายของระบบสตาร์ทไฟฟ้า ท่อไอเสียที่มีระบบเพาเวอร์บอมบ์ในส่วนคอท่อมาเสร็จสรรพ ขับเคลื่อนด้วยโซ่แบบ X-Ring รายเดียวของพิกัดนี้ที่มีมาให้พร้อมรางโซ่พลาสติก ยังคง เป็นรายละเอียดที่แตกต่าง อย่างโดดเด่นของค่ายนี้ ระบบคลัทช์ไฮดรอลิกยังคงมีให้บริการ พร้อมการควบคุมทิศทางผ่านทางแฮนด์เรนธอน แฟตบาร์ 827 กับปลอกแฮนด์ 2 คอมปาวด์นุ่มหนึบ กรองอากาศเปิดด้านข้าง ด้วยมือเปล่า ก็ยังคงให้มา เป็นมาตรฐาน

เบาขึ้นนิด
นอกจากการปรับปรุงใหญ่ ในชุดกันสะเทือนกับสีสันแล้ว ในรายละเอียดนั้นยังแฝงไว้ด้วยการตัดเฉือนลดน้ำหนักลงไปหลายกรัม เป็นส่วนต่าง ที่คงจะรู้สึกได้น้อยแต่เป็นความพยายามที่ยิ่งใหญ่ของผู้ผลิตอยู่เสมอ

กระเดื่องวางสัดส่วนเปลี่ยนไปรับโช้คหลังที่ยาวขึ้น
กระเดื่องวางสัดส่วนเปลี่ยนไปรับโช้คหลังที่ยาวขึ้น
เครื่องยนต์ไม่เน้นเท่าไรแต่ยังได้แรงม้ามากสุดในกลุ่ม
เครื่องยนต์ไม่เน้นเท่าไรแต่ยังได้แรงม้ามากสุดในกลุ่ม
เฟรมส้มสดใสให้มาจากโรงงาน
เฟรมส้มสดใสให้มาจากโรงงาน
แฮนด์สองคอมปาวด์กับปุ่มสตาร์ทไฟฟ้าด้านขวามือ
แฮนด์สองคอมปาวด์กับปุ่มสตาร์ทไฟฟ้าด้านขวามือ
โช้คหน้าต่างออกไปด้วยรุ่นใหม่ 4CS จาก WP เจ้าเดิม
โช้คหน้าต่างออกไปด้วยรุ่นใหม่ 4CS จาก WP เจ้าเดิม
ซ้ายปรับคอมเพรสชั่นขวาปรับรีบาวด์ที่ปลายโช้คด้านบน
ซ้ายปรับคอมเพรสชั่นขวาปรับรีบาวด์ที่ปลายโช้คด้านบน

ต้องขอขอบคุณครอบครัว “ยานะพันธ์” ที่สละเวลาให้กับทีมงานไรดิ้ง ได้ถ่ายทำกันทั้งครอบครัว นำโดยคุณสมคิด ยานะพันธ์ สนามทดสอบสะดวกเสมอ ที่สหเครนซูเปอร์ครอส แทร็คโดยคุณอดัม บริลักษ์ ชุดนักทดสอบจากสคอยโก้ และเมก้าเดิร์ท ขาดไม่ได้กับยางควิกและวงล้อโยโก ซึ่งเคียงข้างกันมาอย่างต่อเนื่อง ฉบับหน้าเป็นตอนสุดท้ายของ MX Sample 2015 กันแล้ว พลาดไม่ได้เด็ดขาด

IMG_4424

ข้อมูลเทคนิค
เครื่องยนต์ 1 สูบ 4 DOHC 4 วาล์ว ระบาย ความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตร 249.91 ซีซี
กระบอกสูบ 78 มม.
ระยะชัก 52.3 มม.
สตาร์ท ไฟฟ้า
ระบบเชื้อเพลิง หัวฉีดเรือนลิ้น เร่ง Keihin 44 มม.
คลัทช์ แบบเปียกหลาย แผ่น สั่งด้วยน้ำมัน
เกียร์ 5 สปีด
จุดระเบิด ดิจิตอล
เฟรม เหล็กโครโมลี่
โช้คหน้า WP 4CS
ช่วงยุบ 300 มม.
โช้คหลัง WP หลังเดี่ยว พร้อมกระเดื่อง ช่วงยุบ 317 มม.
เบรกหน้า ดิสก์เบรก 260 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบคู่
เบรกหลัง ดิสก์เบรก 220 มม. คาลิเปอร์สูบเดี่ยว
โซ่ 520
สเตอร์ 13/50 ฟัน
ฐานล้อ 1,495 มม.
สูงจากพื้น 376 มม.
สูงถึงเบาะ 992 มม.
ถังน้ำมันจุ 7.5 ลิตร
น้ำหนัก 102.2 กก.

IMG_0154

ความเห็นนักทดสอบ
เขมรัฐ สุธรรมวาท

“สีสันสดใสกว่าปีที่ผ่านมาแบบคนละอารมณ์กันเลยครับ เฟรมส้มที่เคยเห็นต้องมาถอดทำสีกันเอง คราวนี้สมใจแบบออกจากไลน์ผลิตมาเลย ที่ต้องปรบมือให้คือการ์ดโช้คหน้าที่จะถอดใส่ทียุ่งยากนั้น ก็ได้รับการแก้ไขมาแล้ว ที่สำคัญคือมันไม่ใช่แค่ตัวการ์ด โช้คอัพก็ได้รับการปรับปรุงใหม่มาด้วยเพื่อให้ง่ายในการปรับเซ็ตยิ่งขึ้น มิติของตัวรถไม่รู้สึกว่าแตกต่างจากปี 2014 นะครับ ตำแหน่งท่านั่งที่ถูกวางจุดควบคุมทั้งแฮนด์ เบาะ พักเท้า เอาไว้ใกล้กันมันทำให้ขับขี่ได้ง่ายแม้จะเป็นคนที่มีรูปร่างไม่สูงใหญ่ ส่วนคนที่ได้เปรียบเรื่องความสูงยาวก็ยิ่งง่ายเพราะเหมือนเราขี่รถคันเล็ก ควบคุมรถได้โดยที่ไม่ต้องขยับตัวมาก ส่วนมิติในแนวดิ่งคือความกว้างของพักเท้ากับช่วงถังน้ำมันถือว่ายังมากอยู่ รวมทั้งความสูงถึงเบาะที่ 165 ต้องเขย่งสุดปลายเท้า
เครื่องยนต์สตาร์ทมือสะดวกมาก คลัทช์น้ำมันก็จริง แต่น้ำหนักก็ไม่ได้เบาสักเท่าไรนะครับ จัดว่าตึงๆ มือเหมือนกัน กำลังของเครื่องยนต์ยังสไตล์ 2014 เน้นกลางปลาย แล้วก็มาแบบเรียงๆ ไม่กระชากกระชั้น ความมันน้อยหน่อยแต่เครื่องสไตล์นี้ขี่ไม่กินแรงสำหรับออกกำลังกาย ถ้าอยากไวก็ต้องดันรอบสู้กันหน่อย แรงม้าเยอะครับแต่ต้องต้อนกันที่รอบสูงถึงจะได้ฝีเท้าเต็มที่ถือว่าคุ้มค่าถ้าสนใจ แม้เครื่องยนต์ยังคงเดิมแต่ที่ได้เป็นเทคโนโลยีใหม่คือกันสะเทือนหน้า และรายละเอียดจุกจิกที่ค่ายนี้เขาใส่ใจมาแต่ไหนแต่ไร โช้คนุ่ม รอบแน่นเนียน เบรกเทพ คือคอนเซ็ปท์ของ 250SX-F ปี 2015 ครับ”

 

 

YZ250F 2014 FMSCT SX CHAMPION MACHINE

หลังจากที่ได้เจอกันในรูปแบบเปิดสมองเปิดใจ กันไปแล้ว ก็ถึงเวลามาแบไต๋กันเกี่ยวกับรถแข่งตัวแรงของแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ชัยยันต์ โรมพันธ์ โดยการเปิดเผยของสุดยอดเซียนโมอย่าง สมศักดิ์ พรศิริเชิด “หั่งโมดิฟาย” ในนามผู้จัดการทีม ยามาฮ่า สิงห์ หั่งโมดิฟาย ยาน้ำระดมพล ซึ่งนอกจากจะมาเผยแนวทางการดูแลรถแข่งคู่ใจแชมป์แล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักทดสอบของไรดิ้งแมกกาซีนได้ทดลองขับขี่เพื่อสัมผัสความรู้สึกของ “รถแชมป์” ตัวจริงกันอีกด้วย

IMG_7712เครื่องยนต์
ด้วยความเป็น “รถสูตร” ตัวแข่งแรงจากโรงงานผลิต น้าหั่งบอกว่าทุกอย่างดีพร้อมอยู่แล้ว เกี่ยวกับเครื่องยนต์จะมีบ้างก็คือการปรับส่วนผสมของเชื้อเพลิง และปรับระบบจุดระเบิดจากเครื่องมือผ่านช่องทางที่สะดวกง่ายดายสไตล์หัวฉีดเท่านั้น ชิ้นส่วนด้านในทีมงานบอกไม่มีอะไรเพิ่มเติม ทำเพียงแค่ คงสภาพความสมบูรณ์ให้ส่งกำลังได้สดเอาไว้เสมอ วงรอบในการเปลี่ยนชิ้นส่วนลูกสูบแหวนนั้นอยู่ที่ 3 สนามต่อหนึ่งชุด ด้านนอกเท่าที่เห็นก็มีเพียงท่อ FMF F4.1 RCT ทั้งเส้น สเตอร์หลังใช้ 52 ฟัน
เฟรมและการควบคุม
เฟรมของ YZ250F ปี 2014 คันนี้พบว่าได้รับการปัดเงาขัดผิวมาเป็นอย่างดี จากการสอบถามได้ความว่า เดิมทีแล้วรถคันนี้เป็นของสำนักเดิร์ทช็อพที่จัดการปัดเงาเฟรมเตรียมไว้ให้ ตระการ ทั่งทอง ใช้แข่ง แต่เมื่อ มีการตัดสินใจย้ายค่ายก่อนแข่งเพียงไม่กี่วันมันจึงได้กลายมาเป็นรถแข่งของชัยยันต์ในที่สุด ชิ้นส่วนที่ใช้ควบคุมรถแชมป์คันนี้ยังเป็นของเดิมทั้งหมด มีเพียงแค่การปรับตำแหน่งแฮนด์เดิลบาร์กดต่ำมาด้านหลัง 1 ระดับจากขีดวัดบนแฮนด์โปรเทเปอร์ติดรถ

เ็ป็นรถแข่งระดับแชมป์ที่เรียบง่ายมองเห็นของแต่งน้อยมาก
เ็ป็นรถแข่งระดับแชมป์ที่เรียบง่ายมองเห็นของแต่งน้อยมาก
ล็อคสตาร์ทต้องมีสำหรับนักแข่งระดับจริงจัง
ล็อคสตาร์ทต้องมีสำหรับนักแข่งระดับจริงจัง
ดูชัดๆ จัดไป 1 ขีดกดลงต่ำด้วยแฮนด์ติดรถ
ดูชัดๆ จัดไป 1 ขีดกดลงต่ำด้วยแฮนด์ติดรถ
ดิสก์การ์ดพลาสติกด้านหน้าป้องกันถึงคาลิเ้ปอร์เบรกด้วย
ดิสก์การ์ดพลาสติกด้านหน้าป้องกันถึงคาลิเ้ปอร์เบรกด้วย
โช้คหลังเดิมโมใหม่ข้างในแจ่ม
โช้คหลังเดิมโมใหม่ข้างในแจ่ม

ช่วงล่าง
เป็นส่วนที่ดูจะได้รับการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดโดยเฉพาะกับโช้คหน้าที่ยก Ohlins มาทั้งดุ้น ซึ่งแท้จริงแล้วโช้คหน้าชุดนี้คือตัวที่ใช้ประจำการในรถแข่งปี 2013 ของชัยยันต์มาแล้ว ด้วยขนาดที่ยังใช้กันได้ จึงถูกย้ายมาใช้รวมทั้งล้อหน้าแบบยกชุด ดิสก์เบรกหน้า ครอบทับเอาไว้ด้วยการ์ดพลาสติก Acerbis สีเดียวกับตัวรถ ส่วนโช้คหลังยังใช้ตัวเดิมแต่ได้รับการโมดิฟาย ด้านในใหม่จากสำนัก Pro-Action ให้ทำงานได้ตามที่ต้องการมากขึ้น เพิ่มความดุดันด้วยสปริงโช้คสีดำ ยางหน้าขนาดมาตรฐานแต่กับยางหลังชัยยันต์เลือกใช้ขนาดหน้ากว้างขึ้นหนึ่งเบอร์ 110/80-19 เพื่อเพิ่มพื้นที่การยึดเกาะของล้อหลังให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งชัยยันต์เป็นนักแข่งที่วางตำแหน่งตัวไปด้านหลังมากกว่าปกติด้วยเหตุผลที่ว่าลดการฟรีทิ้งของล้อหลัง จึงเน้นขนาดของยางหลังเป็นพิเศษ
อุปกรณ์เสริม
ใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ ในรถคันนี้ ล็อคสตาร์ทที่โช้คหน้า ใช้ของ Hammer head อีกชิ้นคือสลิงรั้งขาเบรก และบล็อคตั้งโซ่อลูมินัมสีน้ำเงิน ทั้งคันปิดทับเอาไว้ด้วยสติกเกอร์แต่งลายขอบคุณผู้สนับสนุนเท่านั้น ช่างเป็น รถแชมป์ที่ดูเรียบง่ายซะจริงๆ ขอขอบคุณทีมงาน ยามาฮ่า สิงห์ หั่งโมดิฟาย ยาน้ำ ระดมพล, น้าหั่ง สมศักดิ์ พรศิริเชิด ที่สละเวลาแม้สุขภาพไม่พร้อม, ชัยยันต์ โรมพันธ์ นักแข่งขวัญใจที่อุตส่าห์บึ่งมาจากจันทบุรี ขอบคุณสถานที่สนามสหเครนซูเปอร์ครอส ขอบคุณชุดนักทดสอบจากร้านเดิร์ทช็อพ เช่นเคยท่านสามารถชมคลิปวิดีโอการทดสอบนี้ได้ทางยูทูป หรือติดตามความคืบหน้าของเราได้ทาง www.facebook.com/ridingmag

IMG_7247 IMG_0582

ความเห็นนักทดสอบ
“ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นเกียรติอย่างมากครับสำหรับการได้รับความไว้วางใจให้ขับขี่รถแข่งของแชมป์ประเทศไทยคันนี้ในส่วนของเครื่องยนต์ผมว่าไม่ได้ผิดจากคาแรคเตอร์นะครับ เดิมๆ YZ250F ก็เป็นรถที่ตอบสนองแบบเน้นๆ อยู่แล้ว การได้ท่อไอเสียมาช่วยในส่วนการเร่งระบายและสุ้มเสียงที่โปร่งโล่งมากขึ้น รอบเครื่องขึ้นไวได้ตามสั่งกำลังลงพื้นแบบเน้นๆ แทบไม่ต้องเหนี่ยวคลัทช์ ไม่ใช่รถที่ก้าวร้าวโหดร้ายหรือแตกต่างจากสแตนดาร์ดมากมาย ในความรู้สึกของตัวผมเองตำแหน่งการควบคุมคือเรื่องใหญ่ของผมเลยในวันนี้ คือชัยยันต์เป็นคนที่ขี่ด้วยการนั่งกลางค่อนท้ายรถซะส่วนใหญ่ พอได้มาขี่เองรู้เลยว่าเขาตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ด้วยการกดตำแหน่งแฮนด์ ให้ต่ำลง พอแฮนด์ต่ำมันก็ยากนะครับที่จะขี่ด้วยการวางตัวค่อนไปด้านหน้าอย่างปกติ คือตอนเลี้ยวนี่พอได้ แต่ลุกยืนเมื่อไรแล้วพยายามโน้มหน้ามันจะฝืนๆ ตลอด ขี่ไปขี่มาตัวก็จะค่อยขยับไปอยู่ท้าย เข่าก็พลอยคล้อยไปกลางเบาะมากกว่าที่จะแนบข้างถังทำให้รู้สึกเหมือนจะหนีบไม่เต็มที่เท่าไร เรียกว่าถ้าจะขี่รถของชัยยันต์ก็จะต้องขี่ด้วยท่าของชัยยันต์ล่ะครับ กันสะเทือนคือความต่างที่ปรับเอาไว้สำหรับความเร็วของมืออาชีพจริงๆ โช้คหน้าไม่มีการเสียเวลาให้กับหลุมร่องเล็กๆ น้อยๆ แต่มันเก็บได้นิ่งหนึบมากกับการโดดลอยมาลงพื้น คือถ้าขี่ช้าจะรู้สึกว่าโช้คไม่ซับกับพื้นขรุขระสักเท่าไร ต้องขี่เร็วแล้วรูดผ่านการทำงานของเออห์ลินส์ชุดนี้มีเพื่อโดดครับ ยิ่งถ้าล้อหน้าลงก่อนจะหายห่วงเลย โช้คหลังก็ไม่ได้ปรับให้หนึบจนหนืด ค่อนข้างจะปรับรีบาวด์น้อยด้วยซ้ำไปเวลาโดดขึ้นไปท้ายจึงถูกดีดสูงได้ง่ายมาก น่าจะเป็นเหตุผลเรื่องของการวางรถลงหลังลูกรับของสนามซูเปอร์ครอส หน้าแข็งท้ายนิ่มแต่หนึบครับ คอรถเบาครับ กับมุมคอรถที่ดูจิกๆ อยู่แล้วยิ่งเลี้ยวได้ไวเลย เบรกดูจะไม่เน้นเท่าไรไม่ใช่เบรกที่ตอบสนองปุบปับ ยางหลังที่มีหน้ากว้างขึ้น หนึ่งไซส์ไม่ส่งผลชัดเจนนักยังคงพลิกพลิ้วได้คล่องตัวในสนามสั้นๆ สไตล์ซูเปอร์ครอสครับ”

 

2015 YZ250F

ปีที่สองของเวอร์ชั่นหัวฉีดใน YZ250F
ยามาฮ่ายังคงรักษาน้ำใจทั้งแฟนเก่าและสหายใหม่ให้ได้ชื่นชมกับเทคโนโลยีเดียวกันต่อไปอีกปี ต่างกันเพียง สีสันกับรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อการดูแลรักษาที่สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้นถือว่ามาแรงมากกับการเปิดตัวที่ได้รับความสนใจและจับตาในเวอร์ชั่นแรกปี 2014 ที่ผ่านมา ผลงานที่เห็นชัดมากจากทั้งสองซีกโลกก็คือการคว้าแชมป์ในรายการเอเอ็มเอโมโตครอสรุ่น 250F โดย เจเรมี่ มาร์ติน คว้าแชมป์ให้กับยามาฮ่ากลับมาผงาดอีกครั้งหลังจากทิ้งระยะห่างไป 22 ปี (เจฟ อีมิก เป็นคนก่อนหน้าในปี 1992 ด้วย YZ125 สูตร 2 จังหวะ) อีกหนึ่งผลงานไม่ต้องไปดูอื่นไกลที่ไหน แชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 3 ของชัยยันต์ โรมพันธ์ นักแข่งที่ผ่านมาหลายสังกัดแต่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนอาน YZ250F แม้ว่าจะเริ่มต้นปีแบบขลุกขลักแต่ก็ตั้งหลักได้ดีและคว้าแชมป์มาได้ด้วยเทคโนโลยีหัวฉีดล่าสุดใน YZ250F มาดูกันว่ามีเทคโนโลยีใดบ้างที่ทำให้ม้าศึกสีน้ำเงินพลิกกลับมาสร้างผลงานแบบก้าวกระโดดได้ขนาดนี้

IMG_9023

เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ออกแบบให้กะทัดรัดลงด้วยการหันหลังให้กับเทคโนโลยีฝาสูบ 5 วาล์วที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับโมเดล YZF ด้วยการใช้ฝาสูบแบบ 4 วาล์วไททาเนียมมาแทนที่ แถมการจัดวางเครื่องยนต์ก็ยังวางเอียงไปทางด้านหลังของตัวรถ เพื่อให้สอดคล้องกับไอเดียการจัดวางทางเดินของอากาศให้เข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้ตรงและสั้นที่สุด ทางเดินของท่อไอเสียสุดประหลาดด้วยการมีพอร์ทไอเสียไว้ด้านหลังแล้วเดินคอท่อวนรอบเสื้อสูบก่อนหลบปลายสั้นที่ใต้ซับเฟรมโดยไม่โผล่ออกมาให้เกะกะสายตา จากห้องเครื่องที่เคยอัดแน่นก็กลับกลายเป็นโปร่งโล่งดูปราดเปรียวขึ้นมามากมาย ส่วนรายละเอียดของเครื่องยนต์ก็ยังคงใช้สเปคเดียวกับปี 2014 รวมทั้งระบบหัวฉีด YFI เรือนลิ้นเร่ง 44 มม.

กรองหนีฝุ่น
YZ250F ย้ายตำแหน่งของกรองอากาศมาไกลและสูงด้วยการวางแทนที่ถังน้ำมันในรถทั่วไป แล้วย้ายถังน้ำมันลงมาไว้ใต้เบาะช่วงกลางรถแทน นอกจากจะได้กรองอากาศที่เสี่ยงต่อการรบกวนโดยฝุ่นและโคลนน้อยลงแล้ว ยังช่วยทำให้มีพื้นที่เปิดโล่งด้านล่างของถังน้ำมันให้เซอร์วิสและตรวจเช็คปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงได้สะดวกง่ายดายเช่นกัน สำหรับปี 2015 ใช้การล็อคฝาปิดกรองอากาศแบบปลดได้ด้วยมือเปล่า (Quick-release) แทนที่หัวน็อตที่ต้องใช้ประแจ และนี่เป็นจุดใหญ่ไม่กี่อย่างที่ดูแล้วทำให้ 2015 แตกต่างจาก 2014 ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม
เฟรมโปร่งปราดเปรียว
ตำแหน่งของเครื่องยนต์และส่วนควบต่างๆ ได้ถูกวางในตำแหน่งที่แตกต่างออกไป ทำให้เฟรมที่เป็นแกนหลักในการติดตั้งต้องออกแบบมาให้สอดคล้องตามไปด้วย การแก้ไขครั้งนี้นอกจากจะเพื่อการจัดวางชิ้นส่วนแล้วยังถือโอกาสแก้ไขคาแรคเตอร์ของรถเพื่อช่วยในการเลี้ยวและควบคุมได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย
ช่วงล่างรอก่อน
เป็นอย่างเดียวที่ทำให้ YZ250F ดูน้อยหน้ากว่าค่ายอื่น สองสามปี มาแล้วที่แทบทุกยี่ห้อประชันเทคโนโลยีกันสะเทือนอย่างหนักหน่วงโดยเฉพาะโช้คหน้า แต่ยามาฮ่ายังนิ่งอยู่ในส่วนนี้ด้วยการใช้โช้คหน้าหัวกลับน้ำมันสปริงธรรมดาๆ ของ Kayaba ที่ได้รับการปรับเซ็ตการทำงานในช่วงกึ่งกลางถึงยุบสุดให้ดีขึ้น โช้คหลังเดี่ยวที่ต้องดีไซน์ให้วางกระปุกแก๊สและสกรูในการปรับหันออกมาด้านซ้ายของตัวรถ การทำงานของมัน ไม่มีอะไรน่าตำหนิเพียงแต่อาจจะทำให้เสียคะแนนไปบ้างชุดควบคุมที่คุ้นเคยกับแฮนด์โปรเทเปอร์

ชุดควบคุมที่คุ้นเคยกับแฮนด์โปรเทเปอร์

ครอบกรองอากาศปลดได้ด้วยมือคือของใหม่ใน YZ250F 2015
ครอบกรองอากาศปลดได้ด้วยมือคือของใหม่ใน YZ250F 2015
ช่องว่างที่กลางรถที่ดูแล้วช่างน่าจะชอบ
ช่องว่างที่กลางรถที่ดูแล้วช่างน่าจะชอบ
เครื่องยนต์จากปี 2014 สตาร์ทได้ง่ายมาก
เครื่องยนต์จากปี 2014 สตาร์ทได้ง่ายมาก
DOHC 4 วาล์ว ล้อมรอบด้วยท่อไอเสีย
DOHC 4 วาล์ว ล้อมรอบด้วยท่อไอเสีย
ท่อไอเสียโคนเล็กปลายโตเสียงแน่นห้าวถูกวางให้ดูซ่อนรูป
ท่อไอเสียโคนเล็กปลายโตเสียงแน่นห้าวถูกวางให้ดูซ่อนรูป

ขอบคุณการเอื้อเฟื้อรถและสนามทดสอบโดยเสี่ยโอ สนธยา พืชผล เสี่ยหลัวร้อยเอ็ด สำหรับการประสานงาน ขอบคุณทีมงานโรงกลึงเจริญยนต์ร้อยเอ็ดทุกท่าน ชุดนักทดสอบโดยร้านเดิร์ทช็อพ และการสนับสนุนคอลัมน์โดยยางรถจักรยานยนต์ควิกและวงล้อโยโก แล้วพบกันใหม่กับการรีวิวรถโมโตครอสปี 2016 แน่นอน!

IMG_8645

ข้อมูลเทคนิค 2015 YZ250F
เครื่องยนต์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
4 จังหวะสูบเดียว DOHC 4 วาล์ว ไททาเนียม
ปริมาตรกระบอกสูบ 252cc
ลูกสูบ x ระยะชัก 77.0 x 53.6 มม.
ระบบเชื้อเพลิง YFI เรือนลิ้นเร่งเคฮิน 44 มม.
อัตราส่วนการอัด 13.5:1
ระบบจุดระเบิด TCI
ระบบส่งกำลัง เกียร์ 5 สปีด คลัทช์แบบหลายแผ่น
ระบบขับเคลื่อน โซ่ 520
โช้คหน้า หัวกลับ KYB ปรับได้เต็มรูปแบบ ช่วงยุบ 12.2 นิ้ว
โช้คหลัง โช้คเดี่ยว KYB ปรับได้เต็มรูปแบบ ช่วงยุบ 12.4 นิ้ว
ยางหน้า 80/100-21
ยางหลัง 100/90-19
เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว 250 มม.
เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 245 มม.
ยาว 2,164 มม.
กว้าง 825.5 มม.
สูง 1,280 มม.
ฐานล้อ 1,475 มม.
สูงจากพื้น 325 มม.
สูงถึงเบาะ 965 มม.
น้ำหนัก 103 กก.
ถังน้ำมันจุ 9.5 ลิตร

ขอบคุณเสี่ยหลัว (กลาง) และเสี่ยโอสนธยาพืชผล (ขวา)
ขอบคุณเสี่ยหลัว (กลาง) และเสี่ยโอสนธยาพืชผล (ขวา)

ความเห็นนักทดสอบ : เขมรัฐ สุธรรมวาท

“อย่าเชื่อในส่วนที่ตาเห็นทั้งหมด มองด้านข้างมันดูโปร่งตาจากเครื่องยนต์ที่เล็กและปลายท่อที่เก็บเรียบร้อย แต่พอมาเจอตัวจริง คุณจะอึ้งกับขนาดของกรองอากาศแทนที่น้ำมันที่ดูอ้วนใหญ่เมื่อมองจากด้านหลัง แต่พอได้ขี่คุณกลับไม่รู้สึกถึงสิ่งนั้นมากนัก ตัวรถไม่ต้องเอ่ยถึงมากครับ เหมือนเดิมกับปี 2014 ยกเว้นน็อตล็อคฝาหม้อกรองที่เปลี่ยนใช้แบบปลดด้วยมือ กับกราฟฟิคใหม่ในเฉดเดิมด้วยเทคโนโลยีอินโมลกราฟฟิค มีแค่ 2 ค่ายที่ใช้ตอนนี้คือยามาฮ่ากับเคทีเอ็ม อ้อ…วงล้อเปลี่ยนจากเงินเป็นดำด้วยครับ เดิมมาเบาะสูงมากๆ และโช้คหลังปรับรีบาวด์มาน้อยไปหน่อย ขี่แล้วท้ายโยนๆ การสตาร์ทเครื่องยนต์ง่ายมากขนาดเขย่งยืนด้านซ้ายไม่เต็มเท้าก็ยังกดเท้าขวาสตาร์ทได้ไม่ยากเย็นนัก ร้อนหรือเย็นก็ไม่ต้องไปยุ่งกับคันเร่งตรงนี้น่าจะได้รับการแก้ไขมาเพราะจำได้ว่าปี 2014 ไม่ง่ายขนาดนี้ เครื่องยนต์ตอบสนองด้วยการทำงานที่ละเอียดในทุกจังหวะเร่ง ให้กำลังที่แน่นหนักสั่งง่ายในมือครับ การขี่ในสนามทรายทำให้พบว่ามิติของตัวรถให้มุมเลี้ยวที่แคบคม หมุนรถได้เบามาก ช่วงกรองอากาศที่ดูใหญ่แทบไม่รู้สึกในเวลาที่ขี่จริงๆ สมดุลของรถในการกระโจนขึ้นเนินคล่องมาก การเปลี่ยนเกียร์ง่ายดายเบาแรง กันสะเทือนถึงจะเป็นเทคโนโลยีที่ยังก้าวไม่ทันเพื่อนๆ แต่ก็ไม่พบข้อตำหนิอะไร ต้องมาดูกันต่อไปว่าปีไหนที่จะได้รับการอัพเกรดในส่วนของกันสะเทือน แต่ผมว่าน่าจะเซอร์ไพรส์ได้อีก ‘มาทีหลังต้องดังกว่า’ สไตล์ยามาฮ่า อยู่แล้วครับ”

250 X C F – W 2015 เอ็นดูโร่ตัวดุ…เต็มความจุพิกัดเบา

250 ซีซี ถือเป็นพิกัดเครื่องยนต์เล็กสุดในไลน์ 4 จังหวะที่ค่ายสีส้มมีทางเลือกอีกชั้นด้วยการกำหนดรหัสต่อท้ายว่าอยากได้แบบไหน EXC-F สำหรับเอ็นดูโร่ที่พร้อมทั้งในป่าและสัญจรในเมือง แต่สำหรับขาลุยที่ชอบความดุดันจัดจ้านของการตอบสนองก็ต้อง XCF-W รหัสความแรงที่เกิดมาเพื่อการโชว์สมรรถนะบนทางออฟโรดเท่านั้น
IMG_2512

แรงด้วยเทคโนโลยี
เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ DOHC ที่ต้องการตอบสนองความต้องการแรงบิดที่รุนแรงฉับไวแม้จะเป็นพิกัดเล็กสุด แต่ก็เป็นปริมาตรจริงที่ใกล้เคียงขาดเพียง 0.01 ซีซี เท่านั้น ลูกโตชักสั้นมันทำให้เร้าใจได้ทุกครั้งที่ต้องการพุ่งทะยาน นอกจากระบบหัวฉีดจากเคฮินที่เท่าทันตามสมัยแล้ว ยังมีส่วนล้ำหน้าด้วยระบบส่งกำลังของคลัทช์แบบ DDS (Damped Diaphragm Steel) ที่ไม่เหมือนใคร ความสะดวกสบายในการใช้งานเครื่องยนต์เริ่มต้นที่การสตาร์ทไฟฟ้าเพียงกดปุ่มปลุกมันจากการหลับไหล สำหรับผู้ไม่วางใจในระบบไฟฟ้าก็ยังติดตั้งคันสตาร์ทให้มาใช้งานสำหรับทุกสถานการณ์ของการลุยที่ยาวนานสมบุกสมบัน ท่อไอเสียดูเรียบง่ายหากคำนึงถึงความแรงที่หนักหน่วงแต่ไม่ถึงกับทะลุทะลวงอย่างรถโมโตครอส โดยเป็นการร่วมวิจัยความแรงกับสำนักดังอย่าง FMF

เจ้าของ "ตอน" ตีนต้นด้วยการลดสเตอร์หลังนิดหน่อย
เจ้าของ “ตอน” ตีนต้นด้วยการลดสเตอร์หลังนิดหน่อย
ชุดแต่งที่เจ้าของสั่งมารอก่อนได้รถเสียอีก
ชุดแต่งที่เจ้าของสั่งมารอก่อนได้รถเสียอีก
สองแบรนด์ดังในชุดเบรกระดับโลกทั้งคู่
สองแบรนด์ดังในชุดเบรกระดับโลกทั้งคู่
กันสะเทือนยังไม่จำเป็นต้องอัพเกรด แค่นี้ก็เหลือๆ
กันสะเทือนยังไม่จำเป็นต้องอัพเกรด แค่นี้ก็เหลือๆ

เฟรมส้มล้อดำ
รูปลักษณ์จัดหนักแบบแฟคตอรี่ด้วยการเคลือบสีแบบพาวเดอร์โค๊ทให้กับเฟรมเหล็กโครโมลี่ กันสะเทือนหน้าและหลังยังไว้วางใจในแบรนด์ WP ซึ่งรถเอ็นดูโร่ของ KTM นั้นยังคงใช้รูปแบบและเทคโนโลยีเรียบง่าย โช้คอัพหน้ายังไม่แยกส่วนการทำงานเหมือนรถโมโตครอส และโช้คหลังยังไม่มีกระเดื่องมาเป็นตัวช่วย ระบบเบรกเลือกใช้ของแบรนด์เนมทั้งชุดปั๊มเบรมโบ และจานเบรกกัลเฟอร์แฮนเดิลบาร์อลูมินัมไฮเทนไซล์ วงล้ออลูมินัมสีดำเข้มเช่นเดียวกับสีของซี่ลวดที่เล่นมาก่อนหน้าหลายปี

ไปได้ดีในสถานีของเอ็นดูโร่ครอส
ไปได้ดีในสถานีของเอ็นดูโร่ครอส

รายละเอียดรอบคันยังพร้อมพรั่งสำหรับความสะดวกในการบุกตะลุยอย่างที่หาไม่ได้ในค่ายอื่น ฝาถังน้ำมันแบบกดเปิดหมุนเพียง 1/4 ¼ รอบ พร้อมระบบกรองเชื้อเพลิงที่เข้มงวดในเรื่องความสะอาดก่อนถึงหัวฉีด ขาตั้งอลูมินัมพร้อมสายรั้งเก็บเรียบร้อย แฮนด์การ์ดอย่างดีที่ทั้งแข็งแรงและสวยงาม เฟรมการ์ดขนาดพอดีตัวอย่างกลมกลืน บังโคลนหลังเสริมแนวร่องนิ้วด้านในไว้หิ้วท้ายรถได้อย่างสะดวก คือสิ่งที่จะพบได้จากเจ้าส้มตัวแสบคนนี้ขอบคุณ คุณสิริ สุขชื่น เจ้าของรถใจดีที่ไม่เคยหวงสำหรับโมเดลใหม่ๆ ได้มาแบ่งปันกันสู่แฟนๆ สายฝุ่นเสมอ ขอบคุณสนามเรดบูลปาร์คที่เปิดให้ทดสอบสมรรถนะกันอย่างเต็มที่ ชุดนักทดสอบจากร้านเมก้าเดิร์ท และเครื่องดื่ม GSD สนับสนุนด้วยความสดชื่นเสมอมา

IMG_6001

เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตร 249.9 ซีซี
กระบอกสูบ x ระยะชัก 78 มม. X 52.3 มม.
ระบบเชื้อเพลิง หัวฉีด
ระบบจุดระเบิด อีเล็คทรอนิก ดิจิตอล
ระบบสตาร์ท ไฟฟ้า / เท้า
เกียร์ 6 สปีด
เฟรม เหล็กโครโมลี่
องศาคอ 63.5 องศา
เบาะสูง 38 นิ้ว
ระยะฐานล้อ 58.3 นิ้ว
โช้คหน้า หัวกลับ WP 48 มม. ช่วงยุบ 300 มม.
โช้คหลัง โช้คเดี่ยว WP PDS ไร้กระเดื่อง ช่วงยุบ 335 มม.
เบรกหน้า ดิสก์เบรกจานเดี่ยว 260 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบคู่
เบรกหลัง ดิสก์เบรกจานเดี่ยว 220 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว
ยางหน้า 80/100-21
ยางหลัง 110/100-18
ถังน้ำมันจุ 8.5 ลิตร
น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 104 กก.

IMG_2406

ความเห็นนักทดสอบ
“รูปทรงปราดเปรียวที่คุ้นเคยกันได้ง่ายๆ นะครับ โครงสร้างดูมีสีสันด้วยเฟรมที่เป็นสีส้มพาวเดอร์โค๊ทเหมือนตัวแข่งโรงงาน กันสะเทือนหน้าหลังยังเป็นสไตล์ที่เคทีเอ็มเลือกใช้กับรถเอ็นดูโร่อยู่ เทคโนโลยีใหม่ๆ อาจจะต้องรอจากสายโมโตครอสอีกนิด มิติของตัวรถสูงโย่ง 165-167 ซม. ต้องเขย่งเหยียบครับ พอขึ้นรถได้แล้วตำแหน่งร่างกายมันค่อนไปทางหน้ารถ เอื้อให้ง่ายต่อการขยับบังคับเลี้ยว พอนั่งลงไปปั๊บนี่มันแทบจะอยู่ในท่าพร้อมเลี้ยวได้เลย กันสะเทือนสำหรับรถสไตล์เอ็นดูโร่ ได้ลองทั้งโดดยาว โดดแบบมีลูกรับ แล้วก็โดดลงบนพื้น ความรู้สึกที่ได้คือนุ่ม หนึบ มั่นคง คือไม่ต้องตั้งรถให้หมดจดตอนขึ้น เอียงบ้าง เหวี่ยงบ้าง แต่ตอนลงมันแน่นครับ ไว้ใจได้เลยมันเป็นรถที่ไม่ต้องแต่งตัวเยอะ ไม่ต้องคิดหรือกังวลกับตัวรถเวลาที่ต้องข้ามทางหรืออุปสรรคอะไรก็แล้วแต่ โดยเฉพาะใครที่คิดว่าโดดเนินมันน่ากลัว ลองดูตัวนี้ครับจะรู้สึกเลยว่ามันช่วยเราได้เยอะ มันไม่กระฉอก ไม่มีจังหวะสองตามมา เบรกก็เช่นกัน สั่งง่าย เบาแรง ทำงานไว การถ่ายทอดกำลังเท่าที่ได้ลองดู การตอบสนองในรอบต้นๆ อาจจะไม่มีแรงบิดที่ถึงกับสะใจ เป็นการให้กำลังในช่วงที่เริ่มมีความเร็วในย่านปานกลางไปถึงปลายซะมากกว่า คือมันขี่ได้สไตล์เอ็นดูโร่ เน้นความสมู๊ท เน้นความสบายในการควบคุมคันเร่งและรอบเครื่องยนต์ครับเอ็นดูโร่ขนาด 250 ซีซี 4 จังหวะ แรงบิดอาจจะบางไปนิดนึง แต่ถ้าชอบรถเร็วๆ ไม่มีปัญหา ช่วงเกียร์มันให้มาสไตล์นั้น บอดี้รถที่ควบคุมง่าย เบรกที่สั่งได้ กันสะเทือนที่ช่วยเซฟได้ในหลายๆ ลักษณะ มันช่วยให้เราขี่ไม่เหนื่อย แล้วก็สนุกกับการได้เร่งเครื่องเต็มๆ ผมว่ากำลังดีสำหรับมือระดับก้าวหน้าจนถึงโปรครับ”

 

2015 RM-Z450 อัพเกรดโช้คหน้าและโหมดช่วยสตาร์ท

สีเหลืองที่ทรงเสน่ห์ของรถวิบากเป็นภาพติดตามานานกับตระกูล RM สืบต่อความโดดเด่นมาเป็น RM-Z ในเวอร์ชั่น 4 จังหวะ สมรรถนะเพื่อการแข่งขันที่ไม่เป็นรองใคร เพียงแค่มันไม่ได้รับความสนใจที่จะปรับปรุงรูปโฉมที่ใช้มาหลายปีต่อเนื่อง สำหรับปี 2015 RM-Z450 ก็ยังคงเส้นสายโครงร่างหลักๆ ไว้อย่างเดิม จัดเพิ่มเข้ามาด้วยเทคโนโลยีของระบบกันสะเทือน ระบบช่วยสตาร์ท เครื่องยนต์เก็บรายละเอียดใหม่และได้แก้ไขเฟรมเพื่อการขับขี่ที่ดีมากยิ่งขึ้นIMG_8350

 

เป็นรถโมโตครอสที่มีความโดดเด่นในตัวเองอยู่หลายอย่าง แต่การพัฒนาที่ดูจะเชื่องช้าและรูปร่างหน้าตาที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแก้เลี่ยนกันบ้างเลยนี่ทำให้ RM-Z เป็นรถที่ดูชินตา (แม้ว่าจริงๆ แล้วจะยังไม่เชย) แต่ความน่าสนใจจากรูปลักษณ์ภายนอกนั้นต้องยอมรับว่าขาดความน่าสนใจน่าค้นหาไปพอสมควร ทั้งที่ในความจริงแล้วได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในสองส่วนหลักคือระบบโครงสร้างกันสะเทือนและระบบเครื่องยนต์มาอย่างต่อเนื่องโดยนักแข่งระดับโลกทั้งทางฝั่งอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเอง ทำให้สมรรถนะความแรงและระบบรองรับของ RM-Z ไม่เป็นสองรองใครยังเกาะกระแสได้แบบเท่าทัน ที่เหลือยังขัดตากันแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

ผ้าหุ้มเบาะคาดสีเทารับกับถังน้ำมันอลูมินัม
ผ้าหุ้มเบาะคาดสีเทารับกับถังน้ำมันอลูมินัม
ระบบช่วยออกสตาร์ทที่ซูซูกิเรียกว่า S-HAC
ระบบช่วยออกสตาร์ทที่ซูซูกิเรียกว่า S-HAC
วาล์วอากาศด้านบน 2 ด้านล่าง 1 สำหรับ SFF AIR
วาล์วอากาศด้านบน 2 ด้านล่าง 1 สำหรับ SFF AIR
ปรับปรุงเฟรม ระบบหล่อเย็น เกียร์ และระบบสตาร์ท
ปรับปรุงเฟรม ระบบหล่อเย็น เกียร์ และระบบสตาร์ท

เรื่องใหญ่ในระบบแชสซี
ข้ามเรื่องหน้าตากันไปได้เลยสำหรับ RM-Z450 ปี 2015 ว่ากันที่รายละเอียดล้วนๆ ด้วยการปรับปรุงเฟรมเสียใหม่เป้าหมายให้การควบคุมโดยเฉพาะการเลี้ยวที่ดีอยู่แล้ว ดียิ่งขึ้นไปอีกกับการปรับมุมของเฟรมให้รับกับการเอียงรถเพื่อเลี้ยวทุกองศา แข็งแกร่งขึ้นแต่ลดน้ำหนักลงได้ 4% ทว่ามีอีกส่วนที่น่าสนใจกว่าก็คือกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับที่ถึงเวลาจัดวางเทคโนโลยีให้เท่าทัน KXF และ CRF ซึ่งล้ำหน้าไปก่อนแล้วกับระบบโช้คหน้าที่ใช้อากาศแทนสปริง สำหรับ RM-Z450 เป็นผลงานของ Showa SFF AIR FORK ขนาด 49 ซีซี ที่ซับซ้อนด้วยวาล์วอากาศถึง 3 จุด (ในโช้คด้านขวา) สำหรับห้องอัดอากาศ 3 ห้อง เพื่อการปรับความแข็งอ่อนแทนการทำงานของสปริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังต้องเรียนรู้เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบข้อดีของการใช้อากาศแทนสปริงก็คือน้ำหนักที่เบากว่า ปรับค่าการทำงานโดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนให้ยุ่งยาก
ทีเด็ดในระบบเครื่องยนต์
ดูเหมือนไม่มีมากมายแต่ก็มีการแจ้งรายละเอียดเรื่องการปรับปรุงมาหลายจุดเหมือนกัน เริ่มจากการแก้ไขเฟืองเกียร์ต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบลดกำลังอัดขณะสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อช่วยลดความยุ่งยากของการถีบคันสตาร์ทยาวๆ ให้เครื่องยนต์ติดได้ง่ายขึ้น ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำออกแบบข้อต่อท่อทางเดินน้ำหล่อเย็นที่วางหลังแผงหม้อน้ำด้านขวาจากทรงตัวที T ให้เป็นทรงตัววาย Y เพื่อการหมุนเวียนถ่ายเทของน้ำระหว่างแผงระบายความร้อนทั้งสองได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแก้ไขรูปทรงของฝาครอบปั๊มน้ำด้วย ลึกเข้าไปในชุดเกียร์ได้มีการแก้ไขลูกเบี้ยวสำหรับเปลี่ยนเกียร์ให้ทำงานได้ราบรื่น เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวลยิ่งขึ้น ส่วนความแรงของเครื่องยนต์แบบสำเร็จรูปก็ยังคงมีให้เลือกถึง 3 แบบจากคัปเลอร์ที่ใช้มาตลอด สิ่งใหม่ในปีนี้สำหรับ RM-Z450 ก็คือระบบช่วยในการออกสตาร์ท ซูซูกิเรียกระบบนี้ของตัวเองว่า Suzuki Holeshot Assist Control (S-HAC) โดยจะมีลูกเล่นให้เลือกถึง 3 โหมดสำหรับการออกสตาร์ทในพื้น 3 แบบ ด้วยการกดปุ่มที่สวิทช์บนแฮนด์ด้านซ้ายเพียงปุ่มเดียว ขอบคุณเสี่ยต่อเจ้าของรถที่อนุญาตให้ทีมงานของเราได้ถ่ายทำกันอย่างเต็มที่ ขอบคุณพี่น้อยบ้านข้าวสารสำหรับสนามในการถ่ายทำและการต้อนรับที่ประทับใจเสมอ ขอบคุณชุดนักทดสอบจากร้านเดิร์ทช็อพ แล้วพบกันใหม่กับการรีวิวรถวิบากสไตล์ไรดิ้งแมกกาซีน สาระเพื่อความสะใจในฉบับหน้า

IMG_8206

 

ข้อมูลเทคนิค 2015 RM-Z450
เครื่องยนต์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ,
4 จังหวะสูบเดียว DOHC 4 วาล์ว
ปริมาตรกระบอกสูบ 449cc
ลูกสูบ x ระยะชัก 96.0 x 62.1 มม.
ระบบเชื้อเพลิง หัวฉีด
อัตราส่วนการอัด 12.5:1
ระบบจุดระเบิด CDI
ระบบส่งกำลัง เกียร์ 5 สปีด คลัทช์แบบหลายแผ่น
ระบบขับเคลื่อน โซ่ 520
โช้คหน้า หัวกลับ SHOWA SFF AIR FORK
โช้คหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่อง ปรับได้เต็มรูปแบบ
ยางหน้า 80/100-21
ยางหลัง 110/90-19
เบรกหน้า ดิสก์เบรกคาลิเปอร์ลูกสูบคู่
เบรกหลัง ดิสก์เบรกคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว
ยาว 2,190 มม.
กว้าง 830 มม.
สูง 1,270 มม.
ฐานล้อ 1,495 มม.
สูงจากพื้น 325 มม.
สูงถึงเบาะ 955 มม.
น้ำหนัก 112 กก.
ถังน้ำมันจุ 6.2 ลิตร

ขอบคุณพี่น้อยบ้านข้าวสาร (ขวา) เวลาน้อยแต่อร่อยเหาะ
ขอบคุณพี่น้อยบ้านข้าวสาร (ขวา) เวลาน้อยแต่อร่อยเหาะ

ความเห็นนักทดสอบ
“มิติตัวรถของ 450F สมัยนี้แทบไม่ต่างจาก 250F สักเท่าไร การควบคุมผมว่าเป็นรถที่เลี้ยวได้นิ่งมากนะครับ ทั้งบนพื้นราบและการเลี้ยวในแบงค์ ทรงตัวได้ดี เก็บมุมเลี้ยวได้แคบครับ ยิ่งการเลี้ยวแบงค์นี่แทบจะไม่เหลือความเทอะทะในบอดี้นี้เอาไว้เลย โช้คอัพหน้าตัวใหม่ SFF AIR FORK นี่ผมว่าก็มาคาแรคเตอร์เดียวกันกับโช้คที่ใช้อากาศแทนสปริงของทุกรุ่น คือแข็งค่อนไปทางกระด้าง เดิมๆ มานี่ไม่ต้องถามหาเรื่องการเก็บรายละเอียดแบบว่าเล็กๆ น้อยๆ แต่จะดีมากๆ กับการรับแรงกด กระแทกจากการโดดสูงๆ หรือชนหน้าเนินแรงๆ มันหนึบและแน่นแบบไม่ต้องกังวลอะไรเลย โช้คหลังทำงานได้สัมพันธ์ครับ จะรู้สึกถึงความนุ่มนวลได้มากกว่าแม้ว่าจะขี่ได้ไม่เร็วจากสภาพสนามที่บังคับอยู่แต่ก็นุ่มหนึบและมั่นคงครับ ระบบหัวฉีดที่ได้รับการพัฒนามาจนสมบูรณ์มันทำให้การควบคุมคันเร่งง่ายดาย อารมณ์ดุเดือดของเค้าจริงๆ นี่จะมาในรอบกลางถึงกลายอยู่แล้วในรถขนาดนี้ แต่ว่าในรอบต่ำก็มีแรงบิดให้ใช้ได้ไม่ขาดตอน เป็นรถที่ขี่ไม่ยากในการควบคุมกำลังของมัน บวกกับการทรงตัวที่ผมว่ามันนิ่งมันแน่นแล้วเนี่ย มันทำให้เป็นรถที่ขี่ง่าย มั่นใจที่จะขี่ครับ ระบบ S-HAC ช่วยในการออกตัวทำงานได้อย่างน่าประทับใจนะครับ ใช้งานได้ง่ายด้วยวิธีเดียวกันกับค่ายอื่นๆ เสียดายที่ก่อนไปไม่มีเวลาค้นข้อมูลว่ามีโหมดให้เลือกด้วย แต่เท่าที่ลองดูแล้วเปรียบเทียบระหว่างการเปิดใช้กับไม่ได้เปิดใช้แล้วมันแตกต่างกันชัดมาก โดยเฉพาะการออกสตาร์ทด้วยรอบเครื่องแบบล้นๆ มันทำให้ความแรงขนาด 450 ซีซี ปั่นฟรีลงพื้นนั้นคุมง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องกังวลหน้าจะยกท้ายจะดิ้น อร่อยเต็มคันเร่งกันไปเลยครับ”