Honda ADV350 จะเข้ามาสร้างกระแสสายพานสายลุยในไทยไหม ลุ้นกันให้ดี

การออกแบบดีไซน์ในรูปแบบของสายลุย Adventure Scooter โดยให้มีสรีระความสูงของตัวรถที่ 145 มม. ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น มุมมองใหม่บึกบึน มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED และ ไฟ เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ โฉบเฉี่ยว ถ่ายทอด DNA จาก ADV Series ของ Honda และเพื่อการบุกลุยที่ปลอดภัยพร้อมเสริมการติดตั้งการ์ดแฮนด์มาให้จากโรงงาน

จอแสดงผลเรือนไมล์ ใช้หน้าจอLCD ดิจิตอลเต็มระบบ บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์, ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง, ระยะทริป, นาฬิกา ฯลฯ ระบบกุญแจสมาร์ทคีย์ ช่องชาร์จ USB Type C และยังรองรับการเชื่อมต่อกับ Smartphone อีกด้วย ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่

เบาะนั่งขนาดใหญ่แบ่ง 2 ตอน แยกตอนระหว่างคนขับและคนซ้อนออกจากกัน โดยเบาะคนขับมีความสูงจากพื้นอยู่ที่ 795 มม. พื้นที่เก็บของใต้เบาะใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ถึง 2 ใบ ตำแหน่งวางเท้าวางได้ 2 แบบ คือแบบวางตรงกลาง และแบบยืดไปด้านหน้า เหมือนกับ Forza350

ช่วงล่างด้านหน้าเสริมความหล่อใช้โช้คอัพแบบหัวกลับขนาด 37 มม. ระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 256 มม. พร้อมระบบ ABS Duo Channel ดิสก์เบรกหลังจานเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอน์ลูกสูบเดี่ยว โช้คอัพด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่ พร้อมซับแท้งค์ วงล้อหน้าใช้เป็นล้ออลูมินัมขนาด 15 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 120/70 R15 ด้านหลังใช้ล้ออลูมินัมขนาด 14 นิ้ว รัดด้วยยาง 140/70 R14 โดยยางที่ใส่มาให้เป็นแบบกึ่งทางเรียบและสามารถลุยทางขรุขระได้

สำหรับเครื่องยนต์ของ ADV350 จะใช้เครื่องยนต์ eSP+ 1 สูบ ขนาดความจุ 330 ซีซี SOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบพละกำลังสูงสุด 28.83 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 31.5 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT ขับเคลื่อนด้วยสายพาน พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี HSTC Honda Selectable Toque Control เลือกปรับได้ 2 ระดับ ซึ่งถ้าว่าไปแล้วก็เป็นเครื่องยนต์ที่อยู่ใน Honda Forza350 ทุกประการ ไม่ว่าจะเอาสเป็คตรงไหนมาเทียบ ล้วนแล้วเหมือนกันทั้งหมด ส่วนนำหนักโดยรวมอยู่ที่ 186 กก.

Honda ADV350 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ด้วยกัน ได้แก่ สีเงิน, สีเทา และสีแดง

2022 Honda CRF250R

โมเดลล่าสุดของรถสูตรในพิกัด 250F จากค่าย Honda มาพร้อมกับการอัพเดท ที่ในเอกสารระบุว่าเป็น model updates นั้น สรุปง่ายๆเบื้องต้นคือ เจ้า new CRF250R คันนี้ เป็นโมเดลที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ผ่านมา โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในส่วนของแชสซีส์มาจาก 2022 CRF450R ที่ใช้แข่งใน MXGP ผสานกับฝาสูบที่พัฒนาให้ได้แรงบิดที่มากขึ้นในช่วงรอบต่ำ รวมทั้งหม้อน้ำใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อีกทั้งคลัทซ์ได้เปลี่ยนมาเป็นแบบ 9 แผ่น และได้มีการปรับเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับชุดเกียร์บ๊อกซ์ที่มีการปรับเสริมใหม่ในส่วนของอัตราทดที่เหมาะสมลงตัวมากกว่าเดิม

นั่นคือข้อความจั่วหัวในพรารากราฟแรกที่ถอดมาจากเอกสารเกี่ยวกับ 2022 CRF250R ที่กล่าวได้ว่าแม้จะเป็นรุ่นรองจากเรือธงอย่าง 450R แต่ทางค่ายก็ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อย้อนไปปี 2018 ที่ได้ริเริ่มการออกแบบเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับ CRF250R มากขึ้นด้วยแนวทางการพัฒนาที่เรียกว่า Absolute Holeshot อันสืบเนื่องมาจากผลพวงการพัฒนาที่ต่อยอดจาก 2017 โมเดล ที่ได้พัฒนาเฟรม ซึ่งนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 7 ที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรก ก่อนจะมีการปรับมิติและเสริมในส่วนของระบบกันสะเทือน จนทำให้ 2018 โมเดล มีความลงตัวมากขึ้น ทว่าด้วยแนวคิดที่มากไปกว่านั้น ทางวิศวกรจึงได้พยายามที่จะโฟกัสไปที่ระบบอิเล็คทรอนิคส์ โดยเฉพาะการปรับค่าแมปปิ้งของเครื่องยนต์ ให้สามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ที่สำคัญต้องเอื้อประโยชน์ในส่วนของการออกตัว และนั่นจึงเป็นนิยามของการพัฒนาสู่คำว่า Absolute Holeshot จากนั้นในปีถัดมากับ 2019 โมเดล ก็ได้มีการพัฒนาต่อมาในแบบไมเนอร์เช็นจ์ ปรับในส่วนของช่องทางของพอร์ทไอดีและไอเสีย เพื่อช่วยเพิ่มแรงบิดที่ดีในรอบต่ำ รวมทั้งปรับเสริมตำแหน่งท่าทางการขับขี่และ เพิ่มประสิทธิภาพของ HRC launch control รวมถึงการปรับในส่วนของระบบเบรก จากนั้นใน 2020 โมเดล ก็ยังคงพัฒนาต่อเนื่องด้วยการตัดสินใจเปลี่ยนสวิงอาร์มใหม่ รวมทั้งปรับในส่วนของเฟรมด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีในส่วนนี้ มาจากเรือธงอย่าง 2019 CRF450R มาใช้กับ 2020 CRF250R ควบคู่กับแนวทางในการพัฒนาที่โฟกัสเครื่องยนต์ให้มีการตอบสนองที่ดีขึ้นในช่วงรอบกลาง ขณะที่ในปีที่ผ่านมากับ 2020 โมเดลนั้น ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนรายละเอียดในแบบไมเนอร์เช็นจ์ โดยโฟกัสไปที่เรื่องของ “ช่วง” เล็กน้อย ก่อนจะมาสู่โมเดลล่าสุด ตามที่กล่าวถึงตั้งแต่ช่วงพารากราฟแรกนั่นเอง

แม้ว่า 2022 CRF250R จะใช้พื้นฐานแชสซีส์เดียวกับ 2021 CRF450R แต่ก็มีการ”ปรับ” จนสามารถเซฟน้ำหนักเมื่อรวมกับเครื่องยนต์ลงได้รวม 3 กก. มีการเปลี่ยนแปลงมิติตัวรถบางจุดให้มีความเหมาะสม รวมทั้งอัพเกรดในส่วนของระบบกันสะเทือน ด้วยการออกแบบและปรับเปลี่ยน ทำให้เฉพาะในส่วนของเฟรมสามารถลดน้ำหนักลงได้ 700 กรัม เมื่อเทียบกับเฟรมก่อนหน้านี้ ขณะที่ในส่วนของซับเฟรมนั้นสามารถลดน้ำหนักลงได้ 320 กรัม เนื่องจากการ”ปรับ”รายละเอียดโดยรวมของแชสซีส์ มีส่วนช่วยให้แรงบิดแรงเค้นที่เกิดขึ้นขณะขับขี่เมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้านี้ กล่าวได้ว่า ลดลง 20% นั่นหมายความว่า การปรับในส่วนของแชสซีส์ นี้จะช่วยให้”ช่วงของรถ”ดีขึ้น มีผลให้สามารถทำความเร็วในโค้งได้ดียิ่งขึ้น และจากการปรับในส่วนของแชสซีส์นี้ช่วยให้รถมีการให้ตัวที่ดีในแต่ละจุด ดังนั้นความคล่องตัว ความเฉียบคม และ สมดุล ของตัวรถมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของระบบกันสะเทือน fully adjustable จาก Showa แบบอัพไซด์ดาวน์ Showa USD coil spring fork ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น Showa Factory ที่ซัพพอร์ททีมแข่งในรายการออลเจแปน ที่ได้นำมาทำการปรับแต่งวาล์ว เพื่อเน้นความนุ่มนวลในโค้ง ขณะที่กันสะเทือนหลัง Showa rear shock มีการปรับ main piston valving เพื่อให้มีการตอบสนองที่ดี และเพิ่มการซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังใช้สปริงน้ำหนักเบาแบบ lightweight steel ซึ่งช่วยเซฟน้ำหนักไปได้ 120 กรัม

.มาที่ส่วนของเครื่องยนต์นั้นมีการปรับในส่วนของช่องทางเข้าของไอดี และฝาสูบ ที่พยายามออกแบบให้อากาศไหลเวียนผ่านเข้าไปได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาท่อไอเสียแบบปลายเดี่ยวที่ช่วยให้ได้กำลังเพิ่มขึ้น 10% เช่นเดียวกับแรงบิดที่มากขึ้น 15% สำหรับเครื่องยนต์ ขนาด 249.4 ซีซี DOHC เป็นการต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ที่พัฒนาให้มีกำลังเครื่องยนต์ที่จัดจ้านจาก 2020 โมเดล ที่เน้นกำลังสูงสุดและเพิ่นแรงบิดในช่วงรอบกลาง จนมาสู่ new CRF250R นี้ ทำให้ภาพรวมของกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดนั้นเพิ่มขึ้นจากเดิม กล่าวคือ ในเกียร์เดียวกันการขับขี่แบบโค้งต่อโค้งนั้นจะได้อัตราเร่งที่เหนือกว่าจากโมเดลที่ผ่านมา และที่ขาดไม่ได้ก็คือระบบอิเล็คทรอนิคส์ที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับรถจักรยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่ง HRC Launch Control ได้มาพร้อมกับการออกสตาร์ทมาให้สามแบบ คือ Level 3 – 8,250rpm, muddy conditions/novice ; Level 2 – 8,500rpm, dry conditions/standard ; Level 1 – 9,500rpm, dry conditions/expert และเช่นเดียวกับ EMSB-Engine ModesSelect Button จะมีการติดตั้งค่าแมปปิ้งมาให้สามแมปด้วยกัน

ENGINE
Type : Liquid­cooled 4­stroke single DOHC
Displacement : 249.4cc
Bore & Stroke : 79mm x 50.9mm
Compression Ratio : 13.9:1
Oil Capacity : 1.35L
FUEL SYSTEM
Carburation : Fuel injection
Fuel Tank Capacity : 6.3 litres
ELECTRICAL SYSTEM
Starter : Electric
DRIVETRAIN
Clutch Type : Wet multiplate
Transmission Type : Constant mesh
Final Drive : Chain
FRAME
Type : Aluminium twin tube
CHASSIS
Dimensions (L´W´H) : 2,177 x 827 x 1,265mm
Wheelbase : 1,477mm
Caster Angle : 27.32 degrees
Trail : 115mm
Seat Height : 961mm
Ground Clearance : 333mm
Kerb Weight : 104kg
SUSPENSION
Type Front : 49mm Showa (Hitachi Astemo, Ltd) coil­spring USD fork
Type Rear : Showa (Hitachi Astemo, Ltd.) Mono shock with Honda ProLink
WHEELS
Type Front : Aluminium spoke
Type Rear : Aluminium spoke
Tyres Front : 80/100­21 PIRELLI MX32 MIDSOFT
Tyres Rear : 100/90­19 PIRELLI MX32 MIDSOFT
BRAKES
Front : 260mm hydraulic wave disc
Rear : 240mm hydraulic wave disc

Yamaha QBIX125 AUTOMATIC Fashion idol

ถูกปรับเปลี่ยนลุคใหม่เพื่อสร้างความโดดเด่นในการนำเสนอไอเดียให้กับรถสไตล์สกู๊ตเตอร์ออโตเมติก แต่ด้วยรูปลักษณ์ของ QBIX ก็มีการดีไซน์ได้โดนใจวัยรุ่นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ยากที่จะเสริมเติมแต่งออพชั่นต่างๆ และ สีสันใหม่ให้น่ามองมากยิ่งขึ้น

QBIX รถจักรยานยนต์ในกระแสวัยรุ่นด้วยรูปทรงเทรนด์ใหม่ดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก ขนาดที่ไม่ใหญ่ เบาะใหญ่นั่งสบาย เครื่องยนต์ให้กำลังแรงบิดสนุก ขนาด 125 ซีซี และมาพร้อมกับเทคโนโลยี BLUE CORE ให้ประหยัดน้ำมัน ฟิกเจอร์สุดล้ำสมัย จอแสดงผลแบบฟูลดิจิตอล ไฟหน้า LED ส่องสว่าง ไฟเลี้ยวบิ้วท์อิน กล่องเก็บของใต้เบาะเอนกประสงค์ มีช่องเล็กช่องน้อยใช้งานได้สะดวก แต่เมื่อถูกปรับเปลี่ยนแต่งเติมให้น่ามองมากขึ้นจึงทำให้ QBIX คันนี้เป็นรถที่สะดุดตามากขึ้น

สีสันลวดลายถูกเปลี่ยนลุคใหม่ มีการเสริมกันโครงรอบนอกและด้านในด้วยเหล็กดัดสีส้ม แฮนด์บาร์ทรงต่ำลง ปลอกแฮนด์อลูมินัมหุ้มยาง ก้านเบรกอลูมินัมปรับระดับ กระจกมองหลังจอรูปไข่ วงล้อแม็กหน้ายางแบบกึ่งพร้อมลุยทางฝุ่นแบบซอฟๆ โช้คอัพหน้าอินเทรนด์ แบรนด์ของ Gazi แบบ Upside Down ที่โดดเด่นด้วยกระบอกสีขาว ดิสก์เบรกหน้าจานโฟลท์ติ้ง 5 ตัว คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ RCB และสายถักสแตนเลส ย้ำด้วยหัววงแหวน ช่วงท้ายแน่นๆ วงล้อแม็ก 12 นิ้ว ฝาปิดทึบ โช้คอัพหลังแบบยูนิตสวิง เน้นความนุ่มนวลและความหนึบใส่ของ Gazi สปริงแบบโปรเกรสซีฟ ที่มาพร้อมแท้งค์ซับแก๊สบิ้วอินท์ ประจำการอยู่ด้านหลัง

เครื่องยนต์เพิ่มอัตราการบิดเร่งรอบที่เร้าใจมากยิ่งขึ้นด้วยการเสริมไอเสียสแตนเลสเดินลอดออกข้างและสวมด้วยปลายกระบอกคอสปริงยึดเข้ากับแคร้งเครื่องด้านขวาเป็นการแต่งที่เน้นการใช้งานแต่ก็อยากที่ให้ดูโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร แบบนี้ก็สะดุดตาบนท้องถนนได้แล้ว จะไปต่อหรือพอแค่นี้…ก็จัดไป

อินเดียนมอเตอร์ไซค์ ประเทศไทย สืบสานตำนาน 120 ปี

รถอเมริกันครุยเซอร์ระดับพรีเมียม ขยายโชว์รูม ย่าน พระราม 5 บริษัท เอ็มเอฟ โมชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ รถจักรยานยนต์ อินเดียนมอเตอร์ไซค์เคิล “America’s First Motorcycle Company”ขยายความแข็งแกร่ง เปิดตัวโชว์รูม บนถนน นครอินทร์ พระราม 5 ขยายศักยภาพและตอบรับกระแสรถสไตล์ อเมริกันครุยเซอร์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ชูการให้บริการมาตรฐาน ระบบโลก ที่เข้าใจนักขี่ ในทุกแง่มุม ครอบคลุมทั้งการจำหน่ายสินค้า, ไลน์สไตร์ และอุปกรณ์ตกแต่ง

คุณสุทิวัส ชัยศิริวิเชียร กรรมการผู้จัดการ  บริษัท เอ็มเอฟ โมชั่น จำกัด  กล่าวว่า “ทางเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในการมอบที่สุดแห่งประสบการณ์ รถอเมริกันครุยเซอร์ให้แก่ลูกค้า ในย่าน กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ทางเรามีความมั่นใจและมองเห็นศักยภาพ ในการเติบโตของตลาด ที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่ง กับการขยายโชว์รูม และสร้างการเข้าถึงลุกค้าในกรุงเทพฯ ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น ทั้งยังตอกย้ำ ความแข็งแกร่ง ของ อินเดียน มอเตอร์ไซค์เคิล ประเทศไทย โดยเรามีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่นี้

“เอ็มเอฟ โมชั่น ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย รถจักรยานยนต์อินเดียน มอเตอร์ไซค์เคิล แต่เพียงผู้เดียว จากสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และด้วยความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ซึ่งเกิดจากความเข้าใจและรู้จักลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดี เราจึงขยายการให้บริการ โชว์รูมของอินเดียน มอเตอร์ไซค์เคิล มาสู่ย่านพระราม 5 นี้ พร้อมด้วยทีมที่ชำนาญและเชี่ยวชาญในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าที่มีความเฉพาะตัวในแต่ละบุคคล” คุณสุทิวัส ชัยศิริวิเชียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเอฟ โมชั่น จำกัด กล่าว

โชว์รูมอินเดียนมอเตอร์ไซค์เคิล พระราม 5 ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตร มีพนักงานละเจ้าหน้าที่ พร้อมให้บริการ จึงสามารถให้บริการ ทางด้านการขายที่ตรงตามมาตรฐานระดับโลก ของอินเดียนมอเตอร์ไซค์เคิล อเมริกาในทุกด้าน โดยตัวอาคารและพื้นที่แสดงมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ให้กับลูกค้า ในขณะที่โซนจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และโซนรับรองลูกค้าได้รับการจัดวางและออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุดของลูกค้าอินเดียนมอเตอร์ไซค์เคิลเป็นหัวใจสำคัญ

อินเดียนมอเตอร์ไซค์เคิล สาขา พระราม5 มีพนักงานให้คำปรึกษาทางด้านการขาย ซึ่งได้รับการอบรมตามมาตรฐาน ทั่วโลก พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อมอบความประทับใจเหนือระดับให้กับลูกค้าอินเดียน มอเตอร์ไซค์เคิล ทุกท่าน โชว์รูมอินเดียน มอเตอร์ไซค์เคิล พระราม 5 ตั้งอยู่ที่ 135/5 หมู่ 7 ถนนนครอินทร์ ต. บางคูเวียง อ. บางกรวย นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 02-449-4893

และพิเศษไปกว่านั้น ปีนี้ คือปีฉลองครบรอบ 100 ปีรถรุ่น CHIEF ทางบริษัท เอ็มเอฟ โมชั่น จำกัด ยังได้เปิดตัวรถ พร้อมกันถึง 2 รุ่นภายในงาน ทั้ง Indian Chief Dark Horse และ Indian Chief Bobber Dark Horse สุดยอดรถระดับตำนาน กับความสวยงามเลอค่า เหมาะแก่การจับจองเป็นเจ้าของ ตัวรถมาพร้อมเทคโนโลยีร่วมสมัย ผสมผสานความคลาสสิคได้อย่างลงตัว กับการออกแบบเส้นสายตามสไตล์รถสัญชาติอเมริกัน

 

WR155R “Monster Energy Yamaha MotoGP Edition”

เข้าไปดูความมันส์กันแบบเต็มๆกับ WR155R “Monster Energy Yamaha MotoGP Edition” หากความมันส์แบบฉบับ off-road คือทางของคุณ ขอเพียงแค่คุณกล้าก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งความธรรมดาบนเส้นทางเดิมๆกระโจนสู่ความท้าทายใหม่ๆ แล้วออกไปสนุกกับเพอร์ฟอร์มานซ์มันส์ๆ ขับขี่คล่องตัวพร้อมลุยทั้งทางเรียบและทางลุย
สัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจไปกับ
WR155R สี Monster Energy Yamaha MotoGP
แล้วคุณจะพบเสน่ห์ของการผจญภัยในสไตล์ Monster Energy
📌 ได้ที่ร้านผู้จำหน่าย #ยามาฮ่า ทั่วประเทศ

“ฮอนด้า” ต่อสัญญา “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดหนึ่งเดียวของไทยลุยโมโตทู 2022

ฮอนด้า ประกาศสนับสนุน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดหนึ่งเดียวของไทยลงแข่งขันศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก World Grand Prix รุ่นโมโตทู ฤดูกาล 2022 อย่างเป็นทางการ ภายใต้สังกัดทีมแข่ง อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย หมายเลข 35 โดยจะผนึกกำลังกับ ไอ โอกุระ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพพร้อมยกระดับผลงานต่อสู้กับนักบิดแถวหน้าของโลก

สำหรับการต่อสัญญาครั้งนี้ส่งผลให้ สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวชลบุรี วัย 22 ปี จากโครงการ ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม (Honda Race to the Dream) ได้ลงแข่งขันโมโตทูเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยที่ผ่านมา สมเกียรติ สามารถเก็บประสบการณ์และพัฒนาผลงานของตัวเองได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะการโชว์ฟอร์มระดับเวิลด์คลาส คว้าอันดับที่ 5 ในรายการออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ ในปี 2021 และเป็นผลงานดีที่สุดในชีวิต มร.ฮิโรชิ อาโอยาม่า ผู้จัดการทีมของอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย เปิดเผยว่า “เรามีความยินดีที่จะประกาศรายชื่อนักแข่งของทีมที่จะลงแข่งขันในปี 2022 และยังคงเป็น สมเกียรติ จันทรา และ ไอ โอกุระ ยอดนักบิดชาวไทยและญี่ปุ่นที่กำลังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในปีนี้ และนี่คือเป้าหมายที่สำคัญของพวกเรา ซึ่งแน่นอนเราอยากเห็นนักบิดของเราทั้งสองคนร่วมกันพัฒนาผลงานที่ดีขึ้นต่อไป และเราเชื่อว่าในการแข่งขันฤดูกาล 2022 พวกเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่งแชมป์”
สมเกียรติ จันทรา เปิดเผยว่า “ผมรู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสลงแข่งขันในรายการชิงแชมป์โลกอย่างต่อเนื่องในปีหน้า ร่วมกับทีมแข่ง อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ผมขอขอบคุณการสนับสนุนที่สำคัญจากไทยฮอนด้า รวมถึงผู้ที่มีส่วนร่วมทุกคนที่ช่วยสานฝันให้ผมมาเป็นนักแข่งอาชีพและมาถึงจุดนี้ได้ สำหรับโอกาสใหม่นี้จะช่วยให้ผมได้เติบโตในฐานะนักบิดต่อไป และผมเชื่อมั่นว่าจะนำประสบการณ์และสิ่งที่เรียนรู้มาทั้งหมด นำมาปรับใช้เพื่อยกระดับผลงานของตัวเอง ในปี 2022 จะต้องเป็นฤดูกาลที่ดีของผม ในทุกๆ เรซ ผมพร้อมสู้เต็มที่เพื่อแย่งชิงตำแหน่งในกลุ่มนักบิดแถวหน้า” ทั้งนี้ ผลงานของ สมเกียรติ จันทรา ในการแข่งขันโมโตทู 2021 ล่าสุด มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 37 แต้ม รั้งอยู่ในอันดับที่ 17 ของโลก และกำลังเตรียมตัวลงชิงชัย สนามที่ 18 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล ที่เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายนนี้ แฟนความเร็วสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

DNA จากซูเปอร์ไบค์ CBR Series ปรับใหม่ให้อัตราเร่งและการคอนโทรลสนุกทุกการขับขี่

New CBR 500R หนึ่งในตระกูล 500 Series ได้รับการพัฒนาเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2021 ได้ทำการยกระดับให้เทียบเท่าซูเปอร์ไบค์ระดับท็อปคลาส เพื่อสร้างความตื่นเต้นและตอบโจทย์นักบิดตัวจริง ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีชั้นสูงเข้าไป เพื่อให้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการเข้าสู่โลกของบิ๊กไบค์

New 500 Series มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “For The Real One” ถ่ายทอดความเร้าใจสู่สาวกบิ๊กไบค์ตัวจริง ตื่นตาตื่นใจด้วยดีไซน์ที่ดูบึกบึนโฉบเฉี่ยว แรงด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และออพชั่นที่ดีที่สุดในคลาส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ส่งมอบประสบการณ์ขับขี่เต็มรูปแบบ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบ แบบ Parallel Twin DOHC ขนาด 500 ซีซี 47 แรงม้า ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ 6 สปีด เสริมด้วยระบบ Assist Slipper Clutch เพิ่มความนุ่มนวลขณะเปลี่ยนเกียร์

ความคิดเห็นหลังการขับขี่

จตุรงค์ หมื่นทิพย์ กอล์ฟ ไรดิ้ง

เริ่มกันตั้งแต่ขึ้นคร่อมเลยแล้วกัน มันให้ความรู้สึกกระชับด้วยบอดี้แบบสปอร์ต หนีบขาได้แนบแน่นกับตัวรถ ความสูงจากพื้นถึงเบาะไม่สูงไม่มาก คนตัวเล็กๆ หรือผู้หญิงก็ไม่ต้องกลัวจนเกินไป เขย่งปลายเท้าก็เอาอยู่แล้วแค่ทรงตัว เพราะตัวรถมีน้ำหนักลดลงด้วย ท่านั่งด้วยตัวรถที่เป็นทรงสปอร์ตแต่ระดับแฮนด์ที่จับอยู่ใต้แผงคอก็จริงมันไม่ได้ก้มจนเกินไปจนรู้สึกเมื่อย พักเท้าอยู่กึ่งกลางของตัวรถทำให้ตัวไม่ก้มหรือเอนมาทางด้านหลัง

มาถึงความรู้สึกเมื่อได้ขับขี่ในสนามแข่ง มันเค้นสมรรถนะได้เต็มที่ด้วย เครื่องยนต์ 2 สูบ 47 แรงม้า ถึงจะเป็นพื้นฐานเดินจากตัวก่อน แต่มีการปรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ให้มีความสมบูรณ์กว่าตัวเก่า น้ำหนักลดลง ทำให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้น 4% ความเร็วเพิ่มขึ้น จนรู้สึกหวิวๆ ในช่วงแรกๆ ได้มีการออกตัวแบบรถแข่ง ด้วยรอบประมาณ 6000-7000 รอบ/นาที ดีดคลัทช์ออกไปล้อลอย กำลังดีไม่ธรรมดา อัตราเร่งรอบเครื่องยนต์กวาดขึ้นแบบเนียนๆ ไม่พุ่งปี๊ดป๊าด เปลี่ยนเกียร์ที่ 9,500 รอบ/นาที เพื่อรักษาแรงม้า ไม่ให้แผ่วปลายรอบตัน ถ้าใครไม่ถนัดหรือไม่ได้สังเกตก็ไม่ต้องหว่างเพราะมีไฟ ชิฟไลท์ โชว์ด้วย อัตราทดเกียร์ 1-2 จะชิด แต่ เกียร์ 3-4-5 และ 6 ลากได้ยาวๆ บางทีเอาจนรอบตันเสียงเครื่องครางดัง ระบบสลิปเปอร์คลัทช์ที่มีมาให้ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น เมื่อรวบเกียร์ลดลงในความเร็ว ล้อหลังจะลดการสลิปหรือส่าย ทำให้สามารถเลี้ยวง่ายและปลอดภัย ลองแล้วอันนี้ดีจริง ถ้าไม่มีอาจจะทำให้ท้ายสไลด์เสียงการทรงตัว และเลี้ยวรถไม่เข้า แต่ก็ต้องระวังบนพื้นทรายและน้ำ

การทรงตัว ในตรงหมอบกันได้สุดๆ ถึงจะมีลมปะทะบ้างแต่ก็ยังควบคุมรถได้ อันนี้บนนถนนคงไม่ได้ทำกันจริงๆ หรอกนะ มันอันตราย แต่การขับขี่ในโค้งต้องบอกว่ามันต่างจากตัวก่อนหน้านี้ เพราะมีการปรับมุมเคสเตอร์หน้าใหม่ทำให้เลี้ยวได้ง่ายขึ้น และพลิกรถได้เร็ว บวกกับน้ำหนักที่เบาลงด้วย ความเร็วในโค้ง 4 ของสนามช้าง เป็นโค้งขวาไฮสปีดที่ล็อคคันเร่งมาเกือบๆ 180 กม./ชม. เบรกนิดเดียวแล้วยกคันเร่งลดเกียร์ลง จาก 6 เป็น 5 แล้วเอียงรถเข้าไปเลย ตอนแรกยังทำใจไม่ได้ แต่พอลองแล้วถึงรู้ว่ามันเอาอยู่จริงๆ แต่ก็แอบบเสียดายกับรถในคลาสนี้ไม่แทร็คชั่นคอนโทรลมาให้ น่าจะช่วยให้ขี่สนุกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ช่วงล่างที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ โช้คอัพหน้าหัวกลับ Upside Down ไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น มันถูกเซ็ทค่ามาตรฐานโรงงานมาได้ลงตัว ถึงแม้นมันอาจจะไม่เหมาะในสนามแต่ก็ทำให้รู้ว่า ระยะยุบกับการกดเบรกหนักๆ ยังทำได้ดี ต่อด้วยเบรกหน้าเลยแล้วกัน จัดมาให้เป็นทวินดิสก์เบรก เรเดียลเม้าท์ 4 พอร์ท มันหนึบกว่าเดิมแน่นอนลดระยะให้สั้นลง ทำให้การใช้ความเร็วสูงและต้องเบรกเพื่อเข้าโค้งยกได้ลึกกว่าเดิมและมั่นใจได้ บางครั้งล้อหลังกระดกลอยขึ้นมาเลย ชุดหลังก็มีการเปลี่ยนสวิงอาร์มใหม่ ใหญ่ขึ้นแต่น้ำหนักเบาลง ทำให้ท้ายไม่สะท้านและลดอาการย้วย ด้วยการทำงานร่วมกับโช้คอัพหลัง รถนิ่งกว่าเดิม ส่วนยางถึงจะเป็นยางเดิมๆ ติดรถก็ขี่ได้สนุก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นยางสำหรับแทร็คก็น่าจะสนุกได้มากกว่านี้

สรุปโดยรวมๆ แล้ว การปรับเปลี่ยนของ New CBR500R ทำให้มีอัตราเร่งดีขึ้น ตัวรถเบาควบคุมง่าย นั่งสบาย ส่วนใครจะเพิ่มเติมเสริมของแต่อะไรก็เอาที่ชอบเลยแล้วกัน และที่สำคัญ มันราคาเดิมนี่สิ…219,800 บาท ถูกใจวัยรุ่นแน่นอน

 

 

ยามาฮ่าจัดหนักแจกโชคใหญ่ผ่านแคมเปญ “ยามาฮ่า ใจดี…ช่วยผ่อน” ซีซั่น 2 มอบโชคครั้งที่ 1 มูลค่า 8.6 ล้านบาท

นายภาณุพล กิตติคำรณ  รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขายและการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมจับรางวัลมอบโชคใหญ่ผ่านแคมเปญ “ยามาฮ่า ใจดี…ช่วยผ่อน” ซีซั่น 2 สำหรับผู้ที่ซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่น (เครื่องยนต์ต่ำกว่า 400 ซีซี) จากร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกสาขาทั่วประเทศ รับโชคช่วยผ่อนสูงสุด 50,000 บาท จำนวน 40 รางวัล รวมมูลค่า 2,000,000 บาท พร้อมทั้งรางวัลอื่นๆ อีก 2,380 รางวัล รวมมูลค่า 8,600,000 บาท

แคมเปญ “ยามาฮ่า ใจดี…ช่วยผ่อน” ซีซั่น 2 จะจับรางวัลครั้งต่อไปในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น. ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีผ่านแคมเปญนี้ได้ง่ายๆ เพียงซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่น (เครื่องยนต์ต่ำกว่า 400 ซีซี) จากร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกสาขาทั่วประเทศ โดยของรางวัลตลอดทั้งรายการรวม 5,000 รางวัล มูลค่า 20 ล้านบาท

สำหรับการมอบโชคผ่านแคมเปญ “ยามาฮ่า ใจดี…ช่วยผ่อน” ซีซั่น 2 ครั้งที่ 1 จำนวน 2,380 รางวัล รวมมูลค่า 8,600,000 บาท ในครั้งนี้มีขึ้น ณ อาคารสำนักงาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมตรวจรายชื่อผู้โชคดีได้ที่ https://www.yamaha-motor.co.th ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “ยามาฮ่าใจดี ช่วยผ่อน ซีซั่น 2” ได้ที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ , Yamaha Call Center : 02-263-9999 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand และเว็บไซต์ www.yamaha-motor.co.th

Honda Safety Riding Park Bangkok

ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้ากรุงเทพ ยกระดับอัพเกรดเป็น Honda Safety Riding Park Bangkok ด้วยมาตรฐานการขับขี่สู่สากล Honda Safety Riding Park Bangkok รองรับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคนรุ่นใหม่ ด้วยสนามฝึกสอนที่ทันสมัยครบครันทั้งทางเรียบและทางฝุ่น พร้อมคอร์สฝึกทักษะที่หลากหลายสำหรับคนทุกวัย มุ่งสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ผสมผสานความปลอดภัย และความสนุกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัย Honda Safety Riding Park Bangkok ได้รับการปรับพื้นผิวสนามใหม่ทั้งหมด บนพื้นที่รวมกว่า 16,000 ตารางเมตร พร้อมกับเพิ่ม Dirt Station บนเนื้อที่ 1,500 ตารางเมตร เพื่อใช้สำหรับฝึกสอนการขับขี่ในแนวออฟโรดและแอดเวนเจอร์โดยเฉพาะ พร้อมด้วยคอร์สเรียนขับขี่ทางฝุ่นที่มีความหลากหลายสำหรับคนทุกวัย ประกอบด้วย Dirt for Kids Course สำหรับเด็กอายุ 6-13 ปี ซึ่งนอกจากจะมีความสนุกสนานแล้วยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี ตามด้วยคอร์สของผู้ใหญ่ที่แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ Dirt Bike Basic สอนการขับขี่พื้นฐาน, Dirt Bike Experience สอนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการขับขี่ข้ามอุปสรรค, Dirt Bike Pro สำหรับผู้ชำนาญ และ Dirt Drill สำหรับการควบคุมทางวิบากเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มคอร์สพิเศษสำหรับการขับขี่ในสไตล์แอดเวนเจอร์ทัวริง ที่ต้องใช้ทักษะทั้งทางเรียบและทางฝุ่นผสมผสานกัน เพื่อช่วยให้การขับขี่ท่องเที่ยวในเส้นทางที่แตกต่างกันทำได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัย Honda Safety Riding Park ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต รวมถึงศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัย Honda Safety Riding Center – Samutprakarn พร้อมเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองคอร์สเรียนได้ที่

เว็บไซต์ https://hondasafety.thaihonda.co.th/course

เฟซบุ๊กแชท: http://m.me/HondaSafetyRidingParkBangkok

ไลน์แชท http://line.me/ti/p/~safety-bkk

โทร: 02-735-3999 หรือ 092-546-8070

แผนที่: https://bit.ly/MapToBSR