Riding Magazine #242 : SpecialTest-TNT25

เน็คเก็ดไบค์พิกัดสบายๆ 250 ซีซี สูบเดียว ในดีไซน์ที่ยังไว้ลายสายเลือด เบเนลลี่ กับ TNT25 มาฟังกันว่านักทดสอบของ

เราประทับใจแค่ไหน

[HD] Riding Magazine#227 : Cover Story – First Ride CB300F

https://www.youtube.com/watch?v=o8OvZXDJAZI

ต่อเนื่องกับการทดลองขับขี่เน็คเก็ดไบค์รุ่นใหม่จากฮอนด้า CB300F แตกต่างแต่ไหน ขี่เพลินอย่างไร กับเครื่องยนต์ 300 ซีซีใหม่สไตล์

โชว์บึ๊กสองนักทดสอบของเราจะมาเหลาให้ฟังในบรรยากาศสบายๆ ไม่ไกลแค่บางแสน

[HD]RidingMagazine#214:TestOnTrack-Honda CBR500RvsCB500F

https://www.youtube.com/watch?v=77QhESeINtw

อีกครั้งกับการทดสอบรถสองสไตล์ในพื้นฐานเดียวกัน ครั้งนี้เป็นการประกบของ CBR500R กับ CB500F ขี่แล้วเป็นไง ใช้แบบไหมเหมาะ สองนักทดสอบ เขมกับกอล์ฟ จะมากะเทาะให้ฟังกันแบบหมดเปลือก

[HD] Riding Magazine#234 : Cover Story – Yamaha YZF R3

รอกันมานานกับการเปิดตัวของสปอร์ตไลท์เวทจากค่ายยามาฮ่า YZF-R3 ทีมงานไรดิ้งได้รับโอกาสใช้เวลาในการทดสอบถึง 3 แทรคที่แตกต่าง เพื่อข้อมูลสู่ผู้อ่านนิตยสารไรดิ้ง และนี่คืออีกมิติการทดสอบในภาคเคลื่อนไหวที่เราตั้งใจมอบให้แฟนนิตยสารครับ

[HD] Riding Magazine#227 : Special Test – YZF R15

https://www.youtube.com/watch?v=vVgwzrht0XU

จัดไปยาวๆ ให้สมกับการรอคอยของสปอร์ตตัวล่าสุดของยามาอ่า อาร์ 15 กับการทดสอบภาพสนามแข่งโดยคู่หูนักทดสอบเจ้าเดิม โดนไม่โดนมาดูกัน

[HD] Riding Magazine#226 : Cover Story – All New CBR300R

All New CBR300R สปอร์ตรุ่ใหม่จากฮอนด้า ครั้งนี้เรามีโอกาสดีที่ได้ทดสอบกันสองรูปแบบ ชั่งน้ำหนักกันแล้วแบบไหนคือทางของ CBR300R สองนักทดสอบของไรดิ้งมีคำตอบครับ

[HD] Riding Magazine#231 : 3 Light Weight Naked Battle [TNT300s/CB300F/Z250]

https://www.youtube.com/watch?v=Z66dXjDcMHA

ส่งท้ายปีด้วยสกู๊ปเด็ดทดสอบ 3 เน็คเก็ดสุดฮอตในคลาสไลท์เวท (250-300 ซีซี) ทีมงานไรดิ้งจัดให้เป็นของขวัญปีใหม่ชุดใหญ่กันไปเลย หวังว่าคงถูกใจกันนะครับ

SMX-2 AIR CARBON GLOVE

ถุงมือแบบข้อสั้นสำหรับขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ต้องการความคล่องตัว สะดวกสบาย ถอดและใส่ได้รวดเร็ว SMX-2 Air Carbon คือถุงมือที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ดี ด้วยคุณภาพการเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันหลายชนิดเพื่อความเหมาะสมในการใช้งานหยิบ จับ สัมผัส บิด หรือแม้กระทั่งการสั่งงานหน้าจอทัชสกรีนของเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่อย่างสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ตก็ไม่ต้องถอดถุงมือเพื่อปัดหน้าจออีกต่อไปแล้ว

20160514_063404

เป็นงานของอัลไพน์สตาร์ในเวอร์ชั่นของถุงมือสำหรับการขับขี่รถทั่วไป แต่คุณภาพของวัสดุในการผลิตนั้นก็ยังอยู่ในระดับสูงเพื่อป้องกันสูงสุดและยังคงความสบายในการสวมใส่เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยวัสดุหลักที่เป็นผ้ามากกว่าหนัง เน้นการระบายอากาศที่ดีซึ่งเหมาะกับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย โดยส่วนที่เป็นหนังนั้นจะเน้นการป้องกันส่วนสำคัญจากการลื่นไถลอย่างเช่นฝ่ามือ นิ้วก้อย และกระดูกฝ่ามือ ส่วนอื่นที่เหลือก็จะเป็นผ้าและวัสดุสังเคราะห์ชนิดอื่นที่รองรับทั้งแรงกระแทก การลื่นไถลและสวมใส่ได้อย่างสบาย ขาดไม่ได้ก็คือแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์แบบ 3D ป้องกันกระดูกฝ่ามือที่มาของชื่อรุ่นและเพิ่มมูลค่าได้อย่างเด่นชัด ส่วนรองรับฝ่ามือประกอบด้วยผ้าหลายชนิดเพื่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับแฮนด์ เสริมด้วยแผ่นโฟมช่วยลดแรงกระแทก ที่ข้อมือด้านบนยังเป็นผ้ายืดแบบหนาตรงปลายใช้แถบเวลโคร (ตีนตุ๊กแก) รัดเอาไว้ทำให้ถอดและใส่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากซิลิโคนที่ปลายนิ้วทั้งสาม (ชี้-กลาง-นาง) แล้ว ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้ยังสามารถใช้สัมผัสสั่งงานบนหน้าจอทัชสกรีนได้อย่างรวดเร็วฉับไวอีกด้วย

นิ้วก้อยป้องกันด้วยหนังล้วน ส่วนยางปลายนิ้วติดกาวมา
นิ้วก้อยป้องกันด้วยหนังล้วน ส่วนยางปลายนิ้วติดกาวมา

การใช้งาน : หน้าตาสีสันมันโอเคดูดีน่าใช้มาก ทีมงานเราได้นำเอามาใช้งานขับขี่ออกทริปต่อเนื่องกันได้เจอกับแทบจะทุกสภาพอากาศ หนักสุดน่าจะเป็นการขี่ลุยฝนจนเปียกชุ่มแล้วกลับมาแห้งอีกครั้งทั้งที่ยังกำแฮนด์อยู่ ยอมรับเลยว่าเป็นถุงมือที่สวมใส่ได้สบายมากๆ ด้วยความที่วัสดุเป็นหนังน้อยชิ้นและเป็นผ้าส่วนใหญ่จึงไม่เป็นปัญหาเรื่องเปียกชื้น หนังที่ใช้ก็ไม่แข็งกระด้างหลังจากแห้งสนิทแล้ว ความรู้สึกสวมใส่นุ่มสบายตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงทริปล่าสุดก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยน ที่เด่นมากๆ คือปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งที่สั่งงานหน้าจอทัชสกรีนได้ฉับไวเหมือนไม่ได้ใส่ถุงมือตรงนี้สะดวกและคล่องตัวมากๆ แต่ความหนาของปลายนิ้วก็ยังมีมากไม่ถึงขนาดใช้ใส่สายรัดคางขณะใส่ถุงมือได้ถนัดนัก ข้อมือออกแบบและใช้วัสดุดีมากไม่มีเสียดสีให้รู้สึกระคายเลย จะมีตำหนินิดหน่อยก็ตรงยางปลายนิ้วที่กาวน่าจะเสื่อมสภาพทำให้หลุดออกเมื่อเปียกน้ำและเจอการซักล้าง ราคาหย่อนสามพันไปร้อยเดียวกับงานที่ได้ถือว่าไม่เกินจริง”

แหล่งผลิต : ประเทศเวียดนาม
ราคา : 2,900 บาท

Airoh Helmet GP400

หมวกกันน็อค อุปกรณ์เสริมสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ใช่แค่เพียงลวดลายสีสันที่เด่นสะดุดตาแต่มันยังช่วยให้การปกป้องศรีษะเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าหนักหรือเบาโดยที่เราไม่สามารถควบคุมได้

_MG_9909กต่างกันไป Arioh GP400 คือหมวกกันน็อคแบบฟูลเฟสครอบคลุมทั้งศรีษะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นแบบที่ปลอดภัยมากที่สุดแล้ว ชื่ออาจจะคุ้นๆ หูกันดีสำหรับชาวไบค์เกอร์ แต่ไม่ค่อยเห็นส่วนมากต้องหิ้วเข้ามาจากต่างประเทศ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมถึงแม้จะมีนักแข่งในระดับ MotoGP ใช้ในการแข่งขันก็ตาม
จุดเด่นของรุ่น GP400 ก็คือการออกแบบรูปทรงด้วยหลักอากาศพลศาสตร์ ให้ตัวหมวกมีแอโร่ไดนามิคการไหลผ่านของอากาศได้ดีในความเร็วสูงช่วยให้กดหัวลงต่ำและไม่ส่าย มีน้ำหนักที่เบาเพียง 1,250 กรัม ช่องระบายอากาศที่เจาะวางตำแหน่งไว้ที่ หัวคิ้วทั้งสองข้างและด้านหน้า สามารถที่จะเปิดให้อากาศไหลผ่านเข้าไปได้ ช่องมองด้านหน้ากว้าง และแน่นอนว่าภายในของหมวกกันน็อคสามารถที่จะถอดออกมาทำความสะอาดได้ทุกชิ้น ฟองน้ำที่เย็บคลุมด้วยวัสดุอย่างดีมีความนิ่มลื่นสวมใส่ได้สบายและรับเข้ากับร่องเว้าที่อยู่ภายใน สายรัดค้างแบบ ยูลิงค์ สอดรัดได้แน่น วินชีลด์ สามารถที่จะถอดเปลี่ยนได้ง่าย และมีหมุดเอาไว้ล็อคแผ่นกันฝ้าด้านในซึ่งมีแถมมาให้เรียบร้อย

เม้าท์ ช่วยระบายกาอาศไม่ให้หน้าชีลด์เป็นฝ้า
เม้าท์ ช่วยระบายกาอาศไม่ให้หน้าชีลด์เป็นฝ้า
ภายในโฟมเนื้อละเอียด มีช่องเพื่อกระจายแรงกระแทก
ภายในโฟมเนื้อละเอียด มีช่องเพื่อกระจายแรงกระแทก
ช่องระบายอากาศเหนือคิ้วมีสองข้าง  จะระบายอากาศออกไปทางด้านหลัง
ช่องระบายอากาศเหนือคิ้วมีสองข้าง จะระบายอากาศออกไปทางด้านหลัง
วินชีลด์ สามารถถอดออกได้ด้วยกริ๊บล็้อคแล้วหมุนด้านข้าง
วินชีลด์ สามารถถอดออกได้ด้วยกริ๊บล็้อคแล้วหมุนด้านข้าง

เทสต์ลองของจริง..แบบชิวๆ
หลังจากได้ลองขับขี่ใช้งานทั่วไป ด้วยน้ำหนักที่เบาเวลาหันซ้าย/ขวารู้สึกง่ายไม่ต้องออกแรงมาก ช่องมองหน้าที่กว้างหางตาจะเหลือบไปเห็นรถด้านข้าง ทำให้จังหวะเลี้ยวหรือแซงปลอดภัย ช่องลมที่มีมาให้เปิดแล้วจะรู้สึกได้ถึงการไหลผ่านของลม ส่วนนี้อาจจะเปิดใช้หรือไม่ใช้ก็ได้แล้วแต่ วินชีลด์แบบตัดแสงไม่มืดมากใช้งานได้ทั้งกลางวันกลางคืน รูปทรงออกแบบให้ตัดลมลดอาการส่ายแต่ยังมีเสียงลมเข้าได้ ออพชั่นที่มีให้คือเม้าท์ระบายอากาศหายใจ แผ่นปิดค้างด้านล่าง และแผ่นชีลด์กันฝ้า โดยรวมๆ Airoh GP400 สวมใส่สบายและไม่เมื่อยคอ เหมาะสำหรับทุกสไตล์การขับขี่ และราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไปกับความปลอดภัยของตัวคุณเอง สนใจอยากเป็นเจ้าของ หรืออยากเป็นตัวแทนจำหน่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-889-6697

PROFAST JACKETJK084

เสื้อแจ๊คเก็ตสำหรับขับขี่รถจักรยานยนต์แบรนด์ PROFAST (โปรฟาสต์) ที่เริ่มจะเป็นที่คุ้นตาของชาวสองล้อเมืองไทยกันบ้างแล้วรุ่น JK084 เป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่ใส่สีสันเข้าไปไม่ให้ดูเคร่งขรึมมากเกินไปและไม่ได้จัดจ้านเกินงาม โดยที่ยังคงคุณสมบัติเด่นเอาไว้อย่างครบครันและจำหน่ายในราคาเบาๆ เช่นเคย

ปลายแขนเป็นแบบปล่อยชายใช้ซิปในการปิดให้กระชับ

วัสดุหลักยังคงเป็นผ้าสังเคราะห์ที่ทนทาน ทำความสะอาดง่าย โดยผ้าลายตาข่ายห่างที่ด้านนอกจะเป็นตัวหลอกให้ดูเหมือนเป็นเสื้อลายห่างทั้งตัวเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมีผ้าด้านในอีกชั้นเป็นลายถี่ที่จะช่วยป้องกันลมและแสงแดดได้ดี มีแถบสีเน้นที่บริเวณอกและไหล่ช่วยให้ดูมีมิติไม่ทึบจนเกินไป พร้อมกับเส้นสะท้อนแสงยังคงใช้เป็นมาตรฐานช่วยให้มองเห็นได้เข้าตายามต้องแสงไฟเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ด้านในมีการใส่เกราะป้องกัน 5 จุดเหมือนเคย นั่นคือแผ่นหลัง 1 จุด ศอกและไหล่ที่ใช้การ์ดแข็งอย่างดีอีกอย่างละ 2 จุด ทุกจุดสามารถถอดออกเพื่อความสะดวกในการซักทำความสะอาดได้ ผ้าที่ใช้ไม่ได้เป็นแบบผ้ายืดแต่ก็สามารถขยับให้กระชับกับลำตัว เอวและแขนได้ด้วยการให้กระดุมกดมาปรับตามขนาดตัวได้ง่ายดาย คอเสื้อเป็นแบบยกขอบไม่สูงมากนัก กระเป๋าให้มา 3 จุดคือกระเป๋าซิปด้านหน้าตรงท้อง 2 ใบ และกระเป๋าด้านในไม่มีซิปอีก 1 ใบ ปลายแขนเป็นแบบปล่อยชายไม่จั๊มป์ปิดทับด้วยซิปและมีกระดุมกดรัดบริเวณข้อมือให้ด้วย

การ์ดศอกและไหล่ใช้แบบแข็งสามารถถอดออกได้
การ์ดศอกและไหล่ใช้แบบแข็งสามารถถอดออกได้
ปิดคอพองามไม่ร้อนเกินไปและไม่ต้านลม
ปิดคอพองามไม่ร้อนเกินไปและไม่ต้านลม
กระเป๋าซ่อนด้านในใบใหญ่แต่ไม่มีซิป
กระเป๋าซ่อนด้านในใบใหญ่แต่ไม่มีซิป
กระเป๋าหน้าเป็นซิปเปิดและปิดด้านข้าง
กระเป๋าหน้าเป็นซิปเปิดและปิดด้านข้าง

การใช้งาน : เป็นแจ๊คเก็ตที่เน้นการใช้งานสะดวก ส่วมใส่สบายด้วยผ้าซับในแบบตาห่างช่วยให้ใส่และถอดได้สะดวกไม่ติดผิวหนังเวลาเหงื่อออก รุ่นนี้เป็นแบบเนื้อผ้าตาถี่กว่า JK081 ที่เคยรีวิวก่อนหน้านี้ ลมจะผ่านได้ยากกว่าแต่ความสบายในการสวมใส่นั้นพอกัน การขยับปรับกระดุมกดข้างลำตัวถือว่ามีประโยชน์ช่วยลดการสะบัดของผ้าเวลาขี่ด้วยความเร็ว ปลายแขนกว้างมากพอที่จะใช้การรูดซิปปิดทับถุงมือข้อสั้นได้เลย กระเป๋าให้มาพอได้พกของจุกจิกติดตัว แถบสะท้อนแสงเป็นเส้นบางตามตะเข็บให้มาน้อยและแทบดูไม่ออกในเวลากลางวันแต่มันก็เพียงพอยามค่ำคืน กับราคาที่ขายผมว่ามันเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหาเสื้อแจ็คเก็ตขี่รถแท้ๆ ในราคาที่ซื้อหาได้ไม่ยากครับ
แหล่งผลิต : ประเทศจีน
ราคา : 2,600 บาท จัดจำหน่ายโดย บริษัท
เจเอสบี เทรดดิ้ง จำกัด และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

HONDA GOLD WING F6C

โกลด์วิง แปลตรงตัวว่าปีกสีทอง ชื่อที่เอ่ยขึ้นมาสมองจะมโนภาพติดตาของรถจักรยานยนต์ทัวร์ริ่งสุดหรูคันโตมากมายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่หลายสิ่งไม่คิดว่ามันจะมีให้ในรถจักรยานยนต์ บนถนนไฮเวย์มันคือราชาแห่งการเดินทางอันแสนอภิรมย์ที่ครองตำแหน่งมานานกว่า 40 ปี จนกระทั่งเกิดมีแนวคิดที่อยากจะแตกหน่อสู่วิถีของการขับขี่ที่ทันสมัยและคล่องตัวขึ้นโดยยังคงคอนเซ็ปต์ของโกลด์วิงเอาไว้ในแบบที่เรียบง่ายขึ้น Gold Wing F6B และ F6C จึงถือกำเนิดขึ้น

IMG_1181ด้วยภาพลักษณ์ที่หรูหราของโกลด์วิง อาจจะเป็นการจำกัดกลุ่มผู้ใช้เป็นผู้สูงวัย แต่สำหรับ โกลด์วิง เอฟ 6 ซี ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ที่ทันสมัย รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่อาจจะมีไอเดียในการแต่งเติมในสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบได้เป็นพิเศษ เรียบง่ายแต่ยังคงสง่างาม
การออกแบบยังคงรูปแบบจากแนวคิด Low and Long คือต่ำและยาว เพื่อการทรงตัวที่ดีจากน้ำหนักรถที่อยู่ต่ำ ความยาวของตัวรถช่วยให้เกิดความมั่นคงขณะขับขี่เดินทางด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังให้ความสามารถในการบังคับเลี้ยวได้ง่ายสำหรับการขับขี่ผ่านสภาพการจราจรในเมือง โดยมีความตั้งใจที่จะให้เกิดความสง่างามจากรูปร่างที่บึกบึนด้วยการนำเอาแผงระบายความร้อนของหม้อน้ำทั้งสองข้างมาวางขนาบข้างถังน้ำมันทำให้ส่วนบนของตัวรถไม่เล็กแคบกว่าเครื่องยนต์สูบนอนที่กว้างมากอยู่แล้ว ไฟหน้าแบ่งออกเป็นสองระดับโดยทั้งไฟสูงและต่ำจะส่องแสงออกมาจากหลอด LED ทำให้ได้ลำแสงสีขาวในการเคลียสภาพเส้นทางข้างหน้า ถังน้ำมันขนาดใหญ่จุได้มากถึง 23 ลิตร วางในตำแหน่งปกติ เบาะนั่งออกแบบไม่เพียงแต่นั่งสบายรองรับได้เต็มก้นแต่ยังเผื่อสำหรับการขยับตัวอย่างคล่องแคล่วในยามที่ต้องขับขี่ในเมืองด้วย มุมมองด้านหลังเท่ล้ำสมัยทรงพลังด้วยซุ้มบังโคลนปิดทับมิดชิดขนาบเอาไว้ด้วยท่อไอเสียซ้ายและขวา เรือนไมล์จอเดียวทรงแคบยาวมีข้อมูลเพื่อการขับขี่เท่าที่จำเป็น เช่นเดียวกับสวิทช์ควบคุมที่แฮนด์ทั้งสองข้างไม่มีอะไรพิเศษหรือแตกต่างของระบบใดๆ ให้เล่นเลย เรียบง่ายสุดๆ

IMG_1688

ไฟหน้า LED ทรงเท่กับหม้อน้ำที่วางด้านข้าง
ไฟหน้า LED ทรงเท่กับหม้อน้ำที่วางด้านข้าง
เรือนไมล์ดิจิตอลพื้นดำทำงานครบฟังก์ชั่นเบสิก
เรือนไมล์ดิจิตอลพื้นดำทำงานครบฟังก์ชั่นเบสิก
เครื่องยนต์ 6 สูบนอนกว้่างขนาดมองไม่เห็นล้อหน้าเมื่อนั่งขี่
เครื่องยนต์ 6 สูบนอนกว้่างขนาดมองไม่เห็นล้อหน้าเมื่อนั่งขี่

เครื่อง 6 สูบ 1800 ซีซี
สิ่งหนึ่งที่ยังได้รับการถ่ายทอดมาจากโกลด์วิงตัวพ่อคือเครื่องยนต์แบบ 6 สูบนอน ปริมาตรจริง 1,832 ซีซี 2 วาล์วต่อสูบ พร้อมระบบหัวฉีด เครื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่ต้องมองหาคันสตาร์ท กดปุ่มสตาร์ทไฟฟ้าเท่านั้น ระบบคลัทช์ต้องใช้ไฮดรอลิกช่วยการ
ออกแรงควบคุมระบบส่งกำลังของเกียร์ 5 สปีด มีทีเด็ดคือระบบโอเวอร์ไดรว์อย่างที่ใช้กันในรถยนต์จากการขับเคลื่อนด้วยรูปแบบเพลา รวมทั้งระบบบำบัดไอเสีย HECS3 ที่เน้นดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ
เฟรมอลูมินัมทรงกล่องเน้นแข็งแรง
เครื่องยนต์ที่ใหญ่โตกับสมรรถนะและรูปแบบการขับขี่ที่ต้องการเสถียรภาพสูง เฟรมที่เห็นได้ชัดเจนคือรูปทรงของสี่เหลี่ยมอันแข็งแกร่ง กันสะเทือนหน้าแบบเทเลสโคปิกใหญ่โตถึง 45 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวที่ทำงานร่วมกับระบบเพลาในการขับเคลื่อนจึงทำหน้าที่เสมือนสวิงอาร์มแบบโปรอาร์มไปในตัว วงล้อหน้าและหลังเป็นแม็กทรงเรียบง่ายไว้รองรับยางขนาดใหญ่ 130/60-19 และ 180/55-17 ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์ที่ทรงประสิทธิภาพจาก NISSIN ด้านหน้าเป็นจานคู่ขนาด 296 มม. คาลิเปอร์ 3 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังด้วยเหตุที่ต้องเว้นพื้นที่ให้กับชุดขับจึงทำให้ขนาดของจานดิสก์เบรกใหญ่กว่าด้านหน้าด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 316 มม. คาลิเปอร์ 3 ลูกสูบเหมือนกัน
ขอขอบคุณบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ฮอนด้าบิ๊กวิงสำหรับรถทดสอบในทริปฝ่าลมร้อนครั้งนี้ สามารถชมคลิปรีวิวได้ทาง YouTube เช่นเคย

IMG_1559ข้อมูลเทคนิค
เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 6 สูบ 12 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,832 ซีซี
กระบอกสูบ x ระยะชัก 74 x 71 มม.
อัตราส่วนการอัด 9.8 : 1
กำลังสูงสุด 87 kw/ 5,500 rpm
แรงบิดสูงสุด 167 Nm/ 4,000 rpm
ระบบเชื้อเพลิง PGM-FI
ความจุถังน้ำมัน 23.2 ลิตร
คลัทช์ แบบเปียกหลายแผ่นควบคุมด้วยไฮดรอลิก
เกียร์ 5 สปีด
ระบบขับเคลื่อน เพลา
เฟรม อลูมินัมทวินสปาร์ทรงเพชร
กว้าง 942 มม.
ยาว 2,473 มม.
สูง 1,154 มม.
ฐานล้อ 1,707 มม.
ความสูงเบาะ 734 มม.
น้ำหนัก 341 กก.
โช้คหน้า เทเลสโคปิก 45 มม. ช่วงยุบ 140 มม.
โช้คหลัง โปรลิงค์ โปรอาร์ม ปรับสปริงพรีโหลด ช่วงยุบ 105 มม.
ยางหน้า 130/60-19
ยางหลัง 180/55-17
เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ 296 มม. คาลิปเปอร์ 3 ลูกสูบ CBS
เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 316 มม. คาลิปเปอร์ 3 ลูกสูบ CBS
ราคา 855,000 บาท

20160506_163833ความเห็นนักทดสอบ “เขมรัฐ สุธรรมวาท”
“เป็นรถทัวร์ริ่งตระกูลโกลด์วิงที่คล้อยมาทางครุยเซอร์ให้เป็นรุ่นตัวเลือก โดยยังคงสมรรถนะเครื่องยนต์และโครงสร้างหลักเอาไว้ แตกต่างกันไปคืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบพิเศษเท่านั้น ที่บอกว่าน่าจะเป็นครุยเซอร์มากกว่าเพราะ F6C ไม่มีประเป๋าข้างที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของนักเดินทางแบบทัวร์
ริ่งมาให้เหมือน Gold Wing และ F6B ขนาดและน้ำหนักเป็นไปอย่างที่ตาเห็นครับ ใหญ่โตและหนักหน่วงจริง ดีที่ว่าเป็นรถที่เตี้ย ศูนย์ถ่วงจึงอยู่ต่ำทำให้ประคองได้ง่ายหน่อย ถึงอย่างนั้นการจูงถอยหลังก็ยังเป็นเรื่องต้องระวัง การตั้งรถมีเพียงขาตั้งข้างมาให้เท่านั้น ใช้งานได้ง่ายแม้ขณะที่นั่งอยู่บนรถครับ ตำแหน่งท่านั่งทั้งแฮนด์ เบาะ และพักเท้าวางสัมพันธ์กันดีกับความสูง 166 ซม.ของผมเองก็ยันพื้นได้มั่นใจดีแม้เวลาวางสองเท้าส้นจะลอยนิดๆ ก็ตาม
เครื่องยนต์ทำงานได้นิ่มและนิ่งมากครับ การซับแรงสั่นสะเทือนอยู่ในระดับยอดเยี่ยมไม่มีการสั่นสะเทือนมาให้ผู้ขับขี่รู้สึกเลยไม่ว่าจะเป็นช่วงเดินเบาหรือบิดด้วยความเร็วรอบต่ำถึงปานกลางก็นิ่งมากจริงๆ บีบคลัทช์อาจจะต้องออกแรงมากสักหน่อยแต่ก็ทำงานได้แม่นยำดี เสียงเครื่องยนต์ดังแบบเรียบร้อยไม่โวยวาย การเรียกความเร็วนั้นไม่ยากเลย ระดับ 160 กม./ชม.นี่แป๊บเดียว ตลอดการเดินทางผมใช้ความเร็วไม่เกิน 130 กม./ชม. (เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 120 กม./ชม) ด้วยความที่เป็นรถหน้าเปลือยถ้าเร็วกว่านี้การขี่ทางไกลจะเปลืองแรงสู้กับลมมากครับ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงคร่าวๆ ที่ประมาณ 20 กม./ลิตร ย่านกำลังเครื่องยนต์กว้างมากผมลองขี่ด้วยเกียร์ 5 ชะลอจนความเร็วลดลงมาแค่ 40 กม./ชม. แล้วบิดคันเร่งรอบเครื่องก็ดันขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงไม่มีอาการรอรอบหรือสะดุด ทำให้มันเป็นรถที่ขี่ง่ายไม่ต้องกังวลกับการสาละวนเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ขณะที่ใช้ความเร็วไม่คงที่
หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับมัน 3 วัน 900 กว่ากิโลเมตร พบว่าจุดสัมพันธ์ของผู้ขับขี่กับตัวรถทั้ง 5 จุด คือเบาะ พักเท้า แฮนด์เดิลบาร์รวมถึงมือเบรกมือคลัทช์มันมีขนาดใหญ่โตเอามากๆ เบาะกว้างใหญ่นั่งสบาย…ชอบ พักเท้ากว้างวางเต็มที่…ชอบ แต่ปลอกแฮนด์กับมือเบรกมือคลัทช์นี่ขี่ 3 วันก็ยังรู้สึกว่าใหญ่เกินไปทำให้มือเรากำได้ไม่รอบ ความมั่นใจในการควบคุมก็ลดลงนิดนึงสำหรับคนตัว (และมือ) เล็กอย่างเรา
F6C เป็นรถบิ๊กไบค์ที่มีสมรรถนะของเครื่องยนต์และเบรกตอบสนองได้อย่างสมดุล การทรงตัวเยี่ยมในทางตรงและต้องใจเย็นลงในการเข้าโค้ง เสียงแตรคล้ายรถยนต์หรูกดกี่ทีก็รู้สึกเท่มาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายในการขับขี่และสนใจที่จะเสพวิวสองข้างทางมากกว่าคอยกดปุ่มเล่นระบบในตัวรถ เท่ ทันสมัย ควบคุมง่าย สนใจติดต่อที่โชว์รูมบิ๊กวิงทั่วประเทศได้เลยครับ”

KTM 390 DUKE เน็คเก็ดไบค์ที่มันส์ได้ในสนาม

ความนิยมของรถจักรยานยนต์สไตล์เน็คเก็ดมีขึ้นมาจากนักขี่ประเภทเดินทางหรือท่องเที่ยวกันนอกสนามเสียมากกว่า แต่ก็มีเน็คเก็ดบางประเภทที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลที่ว่า “อยากได้รถสนามที่ขี่ได้มันสะใจโดยที่ไม่ต้องก้มหมอบ” และเมื่อคนที่เอ่ยขึ้นมาคือเจเรมี่ แมควิลเลี่ยมส์ อดีตนักแข่งระดับโลกที่เบื่อกับการก้มหมอบของรถสปอร์ตเต็มที ความต้องการนี้เป็นจริงได้เมื่อเขาเป็นหนึ่งในนักทดสอบและพัฒนาสายพันธุ์ Duke ที่ถือกำเนิดเป็นครั้งแรกเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว

KTM_1309สำหรับเคทีเอ็มในประเทศไทยได้เข้ามาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยบริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ซึ่งได้เริ่มจัดให้มีกิจกรรมเพื่อโปรโมทและประกาศตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือการนำสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ในเวอร์ชั่นพิเศษสุดเรียนรู้ทักษะพร้อมทดลองขับขี่ DUKE 390 และ DUKE 250 เวอร์ชั่น 2016 ที่พร้อมจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ โดยกิจกรรมมีขึ้นที่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี สนามที่เหมาะกับการทดสอบรถมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

KTM_0935

 

DSC_4032

4 จังหวะสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ 373.2 ซีซี 44 แรงม้า เพลาลูกเบี้ยวคู่ขับวาล์ว 4 ตัวบนฝาสูบ สตาร์ทด้วยไฟฟ้า น้ำหนักเครื่องยนต์ 36 กิโลกรัม เพิ่มประสิทธิภาพการหล่อลื่นด้วยระบบปั๊มแรงดันที่ไม่ได้เพียงแค่ให้น้ำมันไหลผ่าน ท่อไอเสียซ่อนปลายไว้ใต้ตัวรถพร้อมตำแหน่งของหม้อพักดักไอเสียกรองมลพิษแคทตาไลติกคอนเวอร์เตอร์ขนาดใหญ่ที่วางจุดกึ่งกลางของตัวรถเพื่อสมดุลน้ำหนักที่ดี ระบบหัวฉีดไฟฟ้าทำงานกับเรือนลิ้นเร่งของ Bosch EFI เกียร์ 6 สปีดอัตราทดสั้น ระบบคลัทช์เป็นแบบสายสลิงธรรมดาแต่ภายในไม่ธรรมดาด้วยระบบ Antihopping คล้ายกับระบบสลิปเปอร์คลัทช์นั่นเอง ใช้โซ่แบบ X-Ring ในการขับเคลื่อน
Look A Duke รูปร่างลักษณะภายนอกยังคงเป็น Duke เหมือนเมื่อครั้งที่เผยโฉมกับเครื่องยนต์ขนาด 200 ซีซี เฟรมเหล็กสีส้มสดคือหนึ่งในเอกลักษณ์และสัญลักษณ์ของแบรนด์ โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับขนาด 43 มม. และหลังเดี่ยวแบบไร้กระเดื่อง WP ทำงานร่วมกับเบรกที่ไม่ใช่ Brembo แต่เป็น BYBRE ด้วยการสั่งลูกสูบทั้ง 4 จับจานเบรกเดี่ยวที่ล้อหน้า ส่วนล้อหลังก็เป็นเบรกที่ทรงพลังเช่นเดียวกันแม้จะเป็นคาลิเปอร์ลูกสูบเดียวก็ตาม วงล้อแมกมาพร้อมกับยางขนาดใหญ่เบอร์ 110 ที่ล้อหน้าและ 150 ที่ล้อหลัง โดยรถทดสอบนั้นเป็นยางพีเรลลี่ มิติการออกแบบของ Duke ยังคงเล็กสั้นกะทัดรัดแต่ถังน้ำมันสามารถจุได้มากถึง 11 ลิตร เบาะนั่งผู้ซ้อนท้ายอยู่สูงแก้หวิวด้วยบาร์ท้ายขนาดใหญ่ให้จับทั้งสองข้าง แฮนด์ทรงบาร์ที่อยู่ใกล้พร้อมเรือนไมล์ทรงมินิที่มากมายด้วยข้อมูลแสดงผลแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ
ขอขอบคุณ บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด สำหรับการเชิญทีมงานไรดิ้งร่วมทดสอบและสัมผัสประสบการณ์ Duke It ขอบคุณชุดนักทดสอบจาก Dirtshop และเครื่องดื่ม GSD

นักทดสอบกับเจเรมี่ แมควิลเลียม ผู้มีส่วนพัฒนา DUKE
นักทดสอบกับเจเรมี่ แมควิลเลียม ผู้มีส่วนพัฒนา DUKE

ความเห็นนักทดสอบ “เขมรัฐ สุธรรมวาท”
“โฟกัสส่วนใหญ่ของการขับขี่ในครั้งนี้เป็นการเรียนรู้จากเจเรมี่ แมควิลเลี่ยมส์มากกว่า แต่ในการเรียนรู้นั้นมันทำให้เราสัมผัสถึงสมรรถนะของ Duke 390 ได้ลึกมากยิ่งขึ้น
มิติของตัวรถสั้นและกระชับมากเวลาที่นั่งลงไป เบาะนั่งในส่วนติดถังน้ำมันนั้นแคบรับกับช่วงเว้าของถัง แฮนด์กว้างแต่ไม่สูงมาก พักเท้าออกแนวเรซซิ่งมากกว่าทัวริ่ง การสตาร์ทเครื่องยนต์จะต้องบิดกุญแจแล้วรอจนการเช็คระบบเสร็จสิ้นให้หน้าปัดนิ่งสนิทก่อนเครื่องยนต์จึงจะตอบสนองต่อสวิทช์สตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์ไม่ห้าวดุดันแต่รอบเครื่องยนต์ออกแนวว่าจะมันเร้าใจได้ไม่น้อย คลัทช์แบบกลไกสายสลิงธรรมดาน้ำหนักไม่มากไม่น้อยเครื่องยนต์สูบเดียวซีซีสูงให้แรงบิดที่ดีเป็นทุนและทำให้การตอบสนองคันเร่งสนุกเร้าใจ ขี่แบบไหลๆ สามารถใช้เกียร์ 4 ในการออกจากโค้งแคบๆ แบบไม่อืดเกินไป แม้ว่าตีนปลายจะไม่ยาวมากแต่ก็ทำให้ได้เห็น ความเร็วกว่า 140 กม./ชม. ในสนามแก่งกระจานเซอร์กิต ระบบคลัทช์ที่เรียกว่า Antihopping มีโอกาสได้ใช้ในช่วงโค้งต่อเนื่องที่ไหลมาเกียร์ 4 ชิพลงเกียร์ 3 แล้วเลี้ยวลงเขา พอปล่อยคลัทช์ทิ้งไปจะได้ยินเสียง “ป๊อก” ครั้งเดียวโดยที่รถไม่มีอาการกระชากหรือกระตุกแม้แต่น้อยระบบเบรกทำงานได้ดีพอที่จะยัดลึกๆ ได้ในหลายจุด ร่วมกับการทรงตัวของกันสะเทือนที่ให้ความนิ่งได้มากมายจริงๆ แม้ว่าสนามจะมีโค้งที่ต้องพลิกรถสลับด้วยความเร็วสูงและบั๊มบนพื้นที่จะทำให้รถเด้งดีดได้ง่ายๆ แต่ Duke 390 ที่ผมขี่ไม่มีเหวี่ยงมีโยน แม้แต่การโหนรถแบนโค้งด้วยความเร็วสูงก็สนิทใจไม่บานออก พักเท้าสไตล์สปอร์ตไม่เกะกะกลับช่วยให้จัดท่าได้ง่ายขึ้นซะอีก ข้อสังเกตเล็กน้อยที่ไม่ใช่ข้อตำหนิคือเวลาหมอบลงไปก้นจะชนเบาะคนซ้อนแม้ความสูงของผู้ขับขี่จะไม่มากมายแค่ 166 ซม. อีกอย่างคือการแสดงผลของเรือนไมล์แบบดิจิตอลที่มีขนาดของตัวเลขและตัวหนังสือเล็กและบางทำให้การมองเพื่ออ่านค่าต้องใช้เวลาเพ่งนานสักนิด แต่ถ้าคุณขี่รถด้วยความรู้สึกแล้วล่ะก็…เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา”