







ฮอนด้า สร้างผลงานกระหึ่ม ดาการ์ แรลลี่ 2023 (Dakar Rally 2023 ) หลัง โจน บาร์เรดา บอร์ต นักบิดชาวสเปน จากทีมมอนสเตอร์ เอเนอร์จี เจบี (Monster Energy JB) ควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally คว้าชัยจากการแข่งขันสุดหฤโหดในสเตจ 4 ขณะที่ พาโบล ควินตานินญ่า และ เอเดียน ฟาน เบเวอเรนจากยอดทีมแข่ง มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ฮอนด้า (Monster Energy Honda Team) ก็สามารถบิดควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally จบในอันดับที่ 2 และ 5 ตามลำดับ เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ฮอนด้าพร้อมตัวแข่งอย่าง Honda CRF450 Rally กวาด 3 อันดับบนท็อป 5 บนระยะทางสุดหฤโหดของสเตจนี้กว่า 574 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็น 1 ในสเตจสุดหินจากการแข่งขันทั้งสิ้น 14 สเตจ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของทะเลทรายในซาอุดิอาระเบีย







สำหรับการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ ได้ชื่อว่าเป็นการแข่งขันแรลลี่รายการที่ใหญ่ที่สุด และโหดที่สุดในโลก ในศึก 2023 ดาการ์ แรลลี่ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2022-15 มกราคม 2023 ในทะเลทรายของประเทศซาอุดีอาระเบีย รวมระยะทางราว 8,000 กิโลเมตร ได้เดินทางมาถึงสเตจที่ 4 และจะมีการแข่งขันอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสเตจสุดท้ายคือ สเตจที่ 14 ในวันที่ 15 มกราคม 2023
มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมส่งมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA Belle 80 ให้กับ ดร.พรเทพ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการ จำกัด เพื่อจัดเก็บเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ยามาฮ่า Hall of Fame

สำหรับ YAMAHA Belle 80 ได้รับการพัฒนามาจาก YAMAHA Y80 ถือเป็นต้นกำเนิดของรถจักรยานยนต์แบบสปอร์ตโมเพ็ดรุ่นแรกในประเทศไทย และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2521 โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ขนาด 79 ซีซี. ลูกสูบเดี่ยว เกียร์แบบสปอร์ต 3 เกียร์ ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบคาบูเรเตอร์ โดยเพิ่มกล่องเก็บเชื้อเพลิงไว้ที่รีดวาล์วด้วยระบบ YEIS ซึ่งเป็นที่ 1 ในเรื่องของเทคโนโลยีในสมัยนั้น



โดยการส่งมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA Belle ในครั้งนี้มีขึ้น ณ TWO YAMAHA, ONE PASSION Corner อาคารสำนักงาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ.เทพรัตน จ.สมุทรปราการ เมื่อเร็วๆ นี้
เท่มาแต่ไกล กับ New Rebel 500 special edition รุ่น 80’s The Revolution จากไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ที่ปลุกตำนานบิ๊กไบค์สไตล์ Retro ยุค 80’s กลับมาสะกดสายตาไบค์เกอร์สาย Custom ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ สะท้อนตัวตนอย่างมีสไตล์ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์ฮอนด้าบิ๊กวิงทุกสาขา
New Rebel 500 special edition รุ่น 80’s The Revolution โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายใต้แนวคิด Express Yourself เท่ให้ถึงแก่น เผยตัวตนความดิบ ดุดัน ผสานความเป็นคลาสสิกเสมือนได้ย้อนไปในยุค 80’s ด้วยลวดลายเส้นสายสะท้อนเอกลักษณ์ของยุค 80’s บนตัวถังน้ำมันสีดำเป็นอย่างดี พร้อมทั้งชุดอุปกรณ์แต่งแท้รอบคันด้วยคู่สีเงินและดำจาก H2C ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์บาร์ ฝาปิดกระปุกน้ำมัน ชุดล็อกหมวกกันน็อกสำหรับแฮนด์ของคิตาโกะ ขนาด 25.4 mm ครอบหม้อน้ำ โครงป้องกันเครื่อง ชุดครอบเครื่องยนต์ด้านขวา ฝาปิดน้ำมันเครื่อง พักเท้าแบบบอร์ด และหมวกปิดจุกลม เสริมภาพลักษณ์ดูเท่ ดุดัน ให้ถึงแก่นตามสไตล์ Rebel 500 อย่างลงตัว





สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/hondabigbike/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ : fb.com/HondaBigBikeTH
จัดเป็นประจำทุกปีกับการเฟ้นหารถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี Thailand Bike of the year สำหรับในปี2023 เริ่มต้นขึ้นแล้วในระหว่างที่ 21 – 22 ธันวาคม 2565 ณ สนามพีระคาร์ท พัทยา ทางบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)














การหลบไปพักผ่อนอันแสนวิเศษ ได้ชาร์จพลังเต็มที่กับทริปขี่รถจักรยานยนต์เที่ยว บอกเลยว่า มันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีความคิดใหม่ๆ สมองโล่งๆ เย็นสดชื่นกับบรรยากาศ เส้นทางสวยเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คน ก็คงอยากที่จะหาเวลาหลบหนีความวุ่นวาย ไปพักสมอง พักผ่อนร่างกาย จากการทำงานหนัก การเรียน และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ด้วยการออกไปเที่ยว จะด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปไหนก็แล้วแต่ ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ทำให้มีพลังในการสู้ และคิดสิ่งใหม่ๆ

ทริปนี้สุดพิเศษ The Great Getaway Thailand โดย BMW MOTORRAD จัดขึ้นเพื่อให้แขกพิเศษได้ออกไปสนุกกับการขับขี่รถจักยานยนต์ท่องเที่ยวกับบรรยากาศเย็นสบายช่วงฤดูหนาว ที่ จังหวัดพิษณุโลก – เลย – เพชรบูรณ์ กับเส้นทางที่สวยงาม มีเนินเขาชัน และทางโค้งให้ได้ปลอดปล่อยอารมณ์กันอย่างตื่นเต้น สองข้างทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ออกสตาร์ทกันที่ นิธิบูรณ์ ตัวแทนจำหน่าย BMW จังหวัดพิษณุโลก ต้อนรับด้วยอาหารสุดพิเศษสไตล์แม็กซิกัน ประชุมเรื่องของเส้นทาง และสาธิตวิธีการใช้เทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ BMW R18 เพื่อให้สนุกกับการขับขี่ ทริปนี้สุดพิเศษจริงๆ เพราะรถที่เอามาให้ได้สัมผัสมีถึง 4 รุ่น เริ่มด้วย First Edition, Classic Bagger และ Transcontinental



สำหรับตัวผมได้รถคู่ใจเป็น BMW R18 First Edition ที่ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ Boxer 1800 cc บอกเลยว่าบิดสนุก อัตราเร่งแรง เรียกม้าได้ทุกย่านกำลัง จะแซงไม่ต้องลดเกียร์ บิดคันเร่งส่งได้เลย เสียงทุ้มๆ นุ่มๆ เพราะคันนี้เปลี่ยนท่อมาให้แล้ว นี่สิใช่เลย3 โหมดสุดโหดให้ได้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละโหมดแรงม้าจะไมได้ถูกลดลง เพียงแต่กล่องอัจฉริยะจะปรับเรื่องของคันเร่งที่เป็นระบบฟ้าให้มีความสมูทที่แตกต่างกัน



โหมด ROCK จัดหนัก จัดเต็ม รอบจัดจ้าน เสียงคำรามแผดดัง คือมันเปิดเต็มระบบ บิดคันเร่งแต่ละครั้งได้เรื่อง โหมดนี้การใช้งานจะให้แรงบิดที่มาเร็ว ทั้งการออกตัว กระชากหน้าหงาย แขนตึง แซงแบบไม่ต้องห่วงฉัน เรียกได้ว่าเร้าใจสุดๆ




โหมด ROLL โหมดนี่ก็เน้นใช้งาน รอบก็ยังตึงๆ มือ เรียกความเร็วให้ได้ดี บิดคันเร่งแต่ละทีพุ่งพรวด ลดความจัดจ้านลงมานิดนึง แต่ก็เร่งได้เร้าใจ โหมดนี้ขี่สนุก ไม่กระชากให้ตกใจ เข้าโค้งบิดคันเร่งรอบมาตามสั่ง จะสนุกในช่วงปลายๆ เหมาะกับการใช้งานทั่วไปครอบคลุมทั้งหมด

และโหมด RIAN เครื่องยนต์จะซอพๆ คันเร่งจะสมูทกว่าโหมดอื่น แต่ก็เอาเรื่องอยู่ เป็นโหมดที่ให้ความสบาย รอบมาแบบเนียนๆ ไม่กระโชกโฮกฮาก คุมคันเร่งง่ายๆ เหมาะสำหรับสายชิว ขี่ชมวิวไปเรื่อยๆ แต่ถ้าอยากเร่งแซงก็ทำได้ อาจจะรอรอบนิดนึงการเปลี่ยนโหมด สามารถทำได้แบบ Real time ในขณะขับขี่ได้เลย เพียงปรับโหมด และผ่อนคันเร่งเล็กน้อย อยากมันช่วงไหนจัดไปตามใจชอบ






สำหรับ BMW R18 First Edition บอดี้เพรียว เบาะเดี่ยวนั่งสบาย วางเท้าได้เต็มๆ ถึงมีน้ำหนักเยอะแต่มั่นใจ ทำให้การควบคุมเลี้ยวง่ายที่มuความนิ่ง ถึงจะต้องเอี้ยวตัวจนแขนตึงเพราะแฮนด์ที่กว้างเกินตัวเรา 555 มีเกียร์ถอยหลังให้ด้วย ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ เบรกหนึบหนักแน่น ช่วงล่างโช้คอัพหลังแอบกระด้างไปนิด คงเป็นสไตล์ของตัวรถท้ายต่ำระยะยุบน้อย ลงหลุมเล็กไม่เท่าไหร่ แต่ลงหลุมใหญ่กระแทกจนสะท้านตูดบอกเลยทริปนี้ เป็นการขี่รถเที่ยวที่เป็การพักผ่อนจริงๆ ระยะทางไม่ไกล เส้นทางสวย R18 ก็เป็นรถที่ขี่ง่ายรองรับได้ทุกสไตล์ ดุดัน เร้าใจ และให้ความสะดวกสบายเรื่องการดูแล อาหารอร่อย ที่พักสะอาดนอนอุ่นๆ ขอบคุณ BMW MOTRRAD THAILAND สำหรับการพักผ่อนในทริปนี้













ไทยฮอนด้า พาทัพสื่อมวลชนชั้นนำ ร่วมภารกิจพิชิต 10 ดอย ตะลุย 2 ยอดเขาสูงและเส้นทางเนินชัน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์ Honda Smart Engine แรง ทนทาน ประหยัด จริง Wave ชื่อนี้คงรู้จักกันมาอย่างยาวนาน ในเรื่องความประหยัด ความทนทาน คุ้มค่าคุ้มราคา และครั้งนี้กับ All New Wave125i มาพร้อมกับรูปลักษณ์ดีไซน์ทันสมัย เมนเฟรมใหม่ที่มีน้ำหนักเบา และเครื่องยนต์ใหม่ Smart Engine ที่มาพร้อมกับการอัพเกรดเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่เร้าใจมากขึ้นกับ เครื่องยนต์ 125 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ และ 5 เคล็ดลับสู่สมรรถนะอันยอดเยี่ยม การระบายความร้อนของ Piston Oil Jet


ยังไม่หมดเท่านี้ ภายในเครื่องยนต์ที่เน้นเรื่องของการลดแรงเสียดทาน เสียงเงียบ ด้วยการเสริมยางรองโซ่ราวลิ้นแบบสไลด์ และตัวปรับตั้งความโซ่ อัพเลเวลในเรื่องของอัตราเร่งที่มีความจัดจ้าน ทอร์คมากขึ้นด้วยการเพิ่มระยะช่วงชัก ส่งผลให้ได้กำลังอัดสูง 10 ; 1 ระบบหล่อลื่น ลดแรงเสียดทาน โดยปรับอัตราทดขั้นต้น จากเดิม 3.350 เป็น 3.421 ให้มีกำลังแรงบิดที่เพิ่มขึ้น ในการบิดขึ้นเขาเนินชันง่ายมากขึ้น และก็ไม่ลืมในช่วงของแรงปลายอัตราทดสุดท้าย จากเดิม 2.571 เป็น 2.466 ให้ไหลได้ไกลมีรอบเครื่องยนต์ที่ต่อเนื่อง ในการขับขี่ทางไกลแบบลากได้ยาวๆ เอาใจสายดันโลจากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงวันนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ของ All New Wave125i จึงได้จัดกิจกรรมการขับขี่ทดสอบ โดยมุ่งเน้นให้เห็นถึงอัตราเร่งที่แรงเร้าใจ รวมไปถึงการควบคุมที่คล่องแคล่ว พลิกเลี้ยวได้ง่าย ด้วยเส้นทางสุดโหด ภารกิจพิชิต 10 ดอย




เริ่มต้นวันแรก จากศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า จ.เชียงใหม่ ออกเดินทางตะลุยยอดเขา สู่ดอยปุย ด้วยระยะทาง 36 กม. ก่อนเดินทางย้อนกลับลงมาที่ดอยสุเทพ ระยะทาง 8 กม. และออกเดินทางสู่ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม ระยะทาง 34 กม. ผ่านทางลาดชันและเส้นทางคดเคี้ยวมากมายเพื่อทดสอบแรงบิดทรงพลังของเครื่องยนต์ Honda Smart Engine และสิ้นสุดวันแรกรวมระยะทาง 87 กิโลเมตร บนยอดดอยม่อนวิวงาม

ออกเดินทางต่อในวันที่ 2 สู่ดอยกิ่วลมในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ระยะทาง 83 กม. ผ่านเส้นทางสุดโหดกว่า 1,800 โค้ง เพื่อมุ่งหน้าสู่ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ด้วยระยะทางราว 35 กม. แล้วออกเดินทางต่อสู่ดอยหยุนไหล จุดชมทะเลหมอกเมืองปาย ระยะทาง 7 กม. ก่อนออกเดินทางต่อไปยังดอยกิ่วลม ปางมะผ้า ระยะทาง 26 กม. ต่อจากนั้นเริ่มออกเดินทางสู่ดอยบ้านจ่าโบ่ ระยะทาง 32 กม. ตามด้วยวัดพระธาตุดอยกองมู ระยะทาง 62 กม. รวมระยะทั้งสิ้นกว่า 255 กิโลเมตร พิสูจน์แล้วว่า All New Wave125i แรงจริง อึดจริง สิ้นสุดการเดินทางพร้อมเตรียมพิชิตเส้นทางโหดในวันสุดท้าย ที่ดอยผาบ่อง และดอยอินทนนท์



เข้าสู่วันสุดท้าย ของการพิชิต 10 ยอดดอย เริ่มออกเดินทางจากที่พักเข้าสู่จุดชมวิวบนดอยผาบ่อง ระยะทาง 25 กม. และเดินทางต่อสู่ดอยแม่อูคอ 74 กม. ผ่านเส้นทางสูงชัน คดเคี้ยว รวมกว่า 4,000 โค้ง เพื่อชมทุ่งดอกบัวตอง ที่บานสะพรั่ง เหลืองอร่าม ปกคลุมทั่วทั้งดอย ต่อจากนั้นเดินทางไปยังสะพานกิ่วลมบนความสูงกว่า 1,200 เมตร ก่อนมุ่งหน้าไปยัง อ.แม่แจ่ม อีกราว 80 กม. เพื่อขึ้นไปพิชิตดอยอินทนนท์ บนระยะทาง 34 กม. พร้อมบันทึกภาพประวัติศาสตร์ All New Wave125i สามารถพิชิต 10 ดอยสูง รวมระยะทางกว่า 622 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ข้าม 2 จังหวัดจนสำเร็จ






ความคิดเห็นหลังการขับขี่
จตุรงค์ หมื่นทิพย์ กอล์ฟ ไรดิ้ง
เอาจริงๆ แค่ได้ยินชื่อโปรเจ็คการทดสอบขับขี่ครั้งนี้ก็รู้สึกอยากไปขี่เร็วๆ เลย “Wave125i มั่นใจ พิชิต 10 ดอย” เส้นทางก็จะเป็นทางโค้ง ขึ้นเขา ลงเขา ทางชัน ถึงจะคล้ายๆ กันทุกดอย แต่มันก็มีความแตกต่างของวิวสองข้างทาง และบรรยากาศ
สำหรับ Wave 125i การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่หมดจดทั้งเมนเฟรมบอดี้ และเครื่องยนต์ เพิ่มอัตราเร่ง การควบคุมที่คล่องแคล่วมากขึ้น สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเมื่อได้ลองขับ แต่จะแยกออกเป็นหัวข้อเพื่อจะได้ง่ายต่อการเข้าใจ
เมนเฟรม และ บอดี้ใหม่ ตัวรถมีความกะทัดรัด น้ำหนักเบา รู้สึกได้ถึงการควบคุมที่ง่าย พลิกเลี้ยวได้เร็วทั้งโค้งแคบ และโค้งกว้าง แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะพื้นถนนบางโค้งมันลื่น บางทีก็รู้สึกหวิวๆ เพราะมันเลี้ยวได้เร็ว พร้อมกับเติมคันเร่งส่ง บอกเลยว่าสนุก เบานั่งสบาย กระชับ ที่พักเข้าอยู่ในจุดที่ขาไม่งอ
ระบบการทำงานของช่วงล่าง ความโดดเด่นอยู่ที่โช้คอัพหลัง ที่ปรับใหม่มีความยาวขึ้น เพื่อให้มีระยะยุบที่ช่วยให้รับรองน้ำหนักและแรกกระแทก มันส่งผลให้ได้เห็นในช่วงพลิกเลี้ยวและบิดคันเร่งการยุบของโช้คอัพหลังทำงานได้นิ่ม และหนึบกว่าตัวก่อนหน้านี้ รู้สึกได้อย่างชัดเจน ส่วนโช้คอัพหน้าก็ทำงานปกติ ยางที่ติดมากับรถถือว่าใช้งานได้ดีเลย เข้าโค้ง ลุยน้ำ ไม่มีอาการดิ้น หรือสไลด์ อาจเป็นเพราะเทคนิคของการขับขี่ด้วย
มาถึงไฮไลท์กับสมรรถนะเครื่องยนต์ Smart Engine ที่ทรงพลัง ด้วยอัตราเร่งใหม่ ยืดช่วงชักให้มีกำลังอัดเพิ่มขึ้นส่งผลให้แรงบิดขั้นต้นมีความจัดจ้าน ออกตัวได้เร็ว บิดคันเร่งดันขึ้นเนินชันๆ ได้อย่างสบายๆ มันสัมพันธ์กับการปรับอัตราขั้นต้นที่ใหญ่ขึ้น และลดอัตราขั้นสุดท้ายให้เล็กลงทำให้ ต้นจัด ปลายไหล ระยะรอบเครื่องยนต์เกียร์ต่อเกียร์เข้าได้ต่อเนื่อง ทำความเร็วท็อปสปีดได้ 130 กม./ชม. ในท่าหมอบ แต่ถ้านั่งชิวๆ 120 ก็ทำได้สบายๆ เครื่องยนต์มีความลื่นไหล เสียงเงียบ และที่สำคัญเพิ่มเทคโนโลยี Piston Oil Jet ช่วยให้การระบายความร้อนดีขึ้น คงสมรรถนะแรงม้าได้อย่างต่อเนื่อง ขี่กันเช้ายันเย็นกำลังไม่มีตก แถมยังคงประสิทธิภาพของความประหยัดที่โดดเด่น
ตอกย้ำกันชัดๆ กับการเปลี่ยนแปลงใหม่ อัตราเร่งดี ดีไซน์สวย ขับขี่คล่องตัว ไม่ใช่แค่การขับขี่ขึ้นดอยเท่านั้น การงานทั่วไปก็รอบรับได้ทุกรูปแบบ ทำให้ชื่อเสียงของ Wave ถึงได้ครองใจผู้ใช้มาอย่างยาวนาน



























บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยอดขายรถจักรยานยนต์คาวาซากิพุ่งไม่หยุด ภายหลังจากที่เริ่มทยอยส่งโมเดลใหม่ลงทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Ninja ZX-25R, รถจักรยานยนต์ดูอัลเพอร์โพสในซี่รี่ย์ KLX230 ที่มีรุ่นย่อย 4 รุ่น และรถจักรยานยนต์สปอร์ตขายดีอย่าง Ninja 400 SE กับลวดลายเรซซิ่งทีมใหม่ของปี 2023 รวมถึง Z400 SE สีใหม่ล่าสุด ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น พร้อมส่งโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเวลาสุดพิเศษภายในงาน MOTOR EXPO 2022 นี้ทั้ง ฟรีประกันภัยชั้น 1, Gift voucher, ฟรีทะเบียน/พรบ. และเมื่อจองรถจักรยานยนต์และทำแบบสอบถามภายในงาน รับฟรี Kawasaki USB Bag มูลค่า 699 บาท ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565



คุณกฤษณะ ภาคีแพทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากปริมาณยอดขายที่เติบโตขึ้นเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง แม้ว่าจะยังคงมีปัจจัยต่างๆที่เข้ามากระทบอยู่บ้างก็ตาม คาวาซากิยังเชื่อว่าความต้องการซื้อของลูกค้าในประเทศไทยนั้นยังคงมีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเป็นคันแรก ซื้อเพื่อทดแทนคันเก่า หรือซื้อเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ดังนั้น คาวาซากิจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยใส่เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดความสนใจ ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดียิ่งครับ”






คาวาซากิได้จัดแสดงรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น ภายในงาน MOTOR EXPO 2022 โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อเสนอที่คุ้มค่าที่บูธรถจักรยานยนต์คาวาซากิ หรือที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศนอกเหนือจากรถจักรยานยนต์แล้ว ทางคาวาซากิยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อกีฬาทางน้ำ นั่นคือ JetSki ซึ่งในงาน Motor Expo 2022 นี้ คาวาซากิได้นำเจ๊ตสกีรุ่นใหม่ล่าสุดรุ่น ULTRA310LX และ ULTRA310LX-S มาจัดแสดงและยังเปิดรับจองภายในงานนี้อีกด้วย ที่บูธ Join Boat E02 โดยผู้แทนจำหน่าย MF Marine
รายละเอียดข้อเสนอรถจักรยานยนต์ รุ่นต่าง ๆ :
www.kawasaki.co.th/promotion