ฮอนด้าเปิดตัว Honda CBR1000RR-R SP ลายพิเศษ Moto2 ThaiGP Limited Edition

ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก “ก้อง-สมเกียรติ” ผลิตจำกัด 3 คันในโลก! ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ส่งมอบประสบการณ์พิเศษจากนักแข่งระดับโลก “ก้อง-สมเกียรติ จันทรา” นักแข่ง
โมโตทูเจ้าของสถิติคนไทยคนแรกที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ถ่ายทอดแรงบันดาลใจลงบนรถซูเปอร์สปอร์ตระดับท็อปคลาส ให้แฟนพันธุ์แท้ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของในแบบลิมิเต็ดขั้นสุดกับ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP Moto2 ThaiGP Limited Edition โดยจะมีการผลิตและจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 3 คันเท่านั้น
Honda CBR1000RR-R Fireblade SP Moto2 ThaiGP Limited Edition ออกแบบโดย Honda R&D Southeast Asia ให้เป็น Racing Replica ของตัวรถแข่งจริงที่ก้อง-สมเกียรติ จะใช้ลงแข่ง
ล่าแชมป์ในไทยจีพี 2023 ภายใต้สังกัด Idemitsu Honda Team Asia โดยตัวรถออกแบบจาก
แรงบันดาลใจของ ก้อง-สมเกียรติ ถ่ายทอดความเป็นไทยอย่างโดดเด่นด้วยลายหนุมานสีทอง พร้อมกับแสดงอัตลักษณ์ของไทยผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างเมืองพัทยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของก้อง-สมเกียรติ เช่นเดียวกับวัฒนธรรมของไทยที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะ
ไทยฮอนด้าพร้อมเปิดโอกาสให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้เป็นเจ้าของ รถ “Honda CBR1000RR-R ลาย Thai GP Limited Edition” ทั้ง 3 คัน ผ่านการประมูลพร้อมกันในวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ www.facebook.com/HondaBigBikeTH
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/

“ไทยฮอนด้า” เปิดตัว “กรุงศรี ออโต้” สปอนเซอร์ “ก้อง-สมเกียรติ” ลุยศึกไทยจีพี พร้อมเผยโฉมรถแข่งคันพิเศษมุ่งคว้าชัยโฮมเรซปีนี้

ไทยฮอนด้า ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เปิดตัว กรุงศรีออโต้ ในฐานะผู้สนับสนุน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา อย่างเป็นทางการ สำหรับการแข่งขันโมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023” สนามโฮมเรซ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมเผยโฉมรถแข่งลายพิเศษ ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของ “ก้อง-สมเกียรติ” ถ่ายทอดลงบนตัวรถโดยมีจุดเด่นอยู่ที่ลายหนุมาน และเอกลักษณ์ของความเป็นไทย โดย “ก้อง” จะใช้รถแข่งคันพิเศษนี้ลงแข่งขันในไทยจีพี

การแถลงข่าวความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และ นางสาวชญาน์ธิป พันธุ์มณี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย

สำหรับรถแข่งคันพิเศษที่จะใช้ลงสู้ศึกไทยจีพีในครั้งนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ได้มีส่วนในการออกแบบลวดลายขึ้นมาใหม่ ร่วมกับนักออกแบบจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Honda R&D Southeast Asia โดยใส่ลวดลายหนุมาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ก้อง-สมเกียรติ” ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ก่อนลงทำศึกทุกครั้ง อีกทั้งยังแสดงความเป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทยผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พัทยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมกันนี้ ไทยฮอนด้ายังได้นำลวดลายของรถแข่งคันพิเศษมาถ่ายทอดลงบน Honda CBR1000RR-R Fireblade เพื่อให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้มีโอกาสเป็นเจ้าของโดยจะมีการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 3 คันในโลกเท่านั้น

สำหรับ “ก้อง-สมเกียรติ” ได้ยกระดับการขับขี่ของตัวเองเป็นอย่างมาก ในฤดูกาลนี้ ด้วยการเก็บคะแนนอย่างสม่ำเสมอ ในศึก โมโตทู จนปัจจุบันมีคะแนนสะสมรั้งอยู่ในอันดับ 6 ของโลก หลังเจ้าตัวได้บันทึกประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอีกครั้ง ด้วยการผงาดคว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ในศึกจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 14 ที่ประเทศญี่ปุ่น แบบบิดขึ้นนำม้วนเดียวจบพร้อมทำลายทุกสถิติของสนาม โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ลงอย่างราบคาบ ประกาศศักดานักแข่งไทยกระหึ่มวงการมอเตอร์สปอร์ตโลกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา พร้อมรถแข่งลายพิเศษในรายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023” สนามโฮมเรซ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream

“ไทยยามาฮ่า” สานต่อโครงการปั้นเด็กไทยสู่เวทีโลก ส่ง “2 นักบิด” สัมผัสศึกดาวรุ่งชิงแชมป์ยุโรป

“ไทยยามาฮ่า” เดินหน้าสานต่อโครงการปั้นนักบิดไทยเข้าสู่การแข่งขันระดับโลก ล่าสุดส่ง 2 ดาวรุ่งจาก YAMAHA R3 bLU cRU Thailand Cup อย่าง “เอฟ” พงษ์สถิต แสนหลวง และ “เมล” เทพพิทักษ์ ไกรยะฝ่าย เก็บประสบการณ์เรซระดับโลกพร้อมสร้างผลงานยอดเยี่ยมประเดิมคว้าท็อป 15 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในศึก Yamaha R3 bLU cRU European Super Finale 2023 ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส

“ซูเปอร์ ฟินาเล่” มีขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นักบิดดาวรุ่งจากโครงการ Yamaha R3 bLU cRU ทั่วโลกเข้าร่วมเพื่อคัดเลือกสำหรับแข่งขันในฤดูกาลหน้า โดยในปีนี้มี 2 นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก YAMAHA R3 bLU cRU Thailand Cup 2023 ได้รับโอกาสทองครั้งนี้ คนแรกคือ “เอฟ” พงษ์สถิต แสนหลวง เจ้าของแชมป์หมายเลข 95 และรองแชมป์อย่าง “เมล” เทพพิทักษ์ ไกรยะฝ่าย หมายเลข 12

สองนักบิดดาวรุ่งชาวไทยสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม เมื่อต้องดวลกับยอดนักบิดดาวรุ่งจากทั่วโลก โดยผลเรซแรกปรากฏว่า “เอฟ” พงษ์สถิต ไล่บดกับคู่แข่งได้ดีก่อนคว้าอันดับ 15 มาครอง ส่วน “เมล” เทพพิทักษ์ จบเรซในอันดับ 17
ส่วนเรซที่ 2 แข่งขันในวันเดียวกัน โดยผลปรากฏว่า “เอฟ” พงษ์สถิต บิดเข้าป้ายในอันดับ 18 ด้านทีมเมท “เมล” เทพพิทักษ์ คว้าอันดับ 19 นับเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญของนักบิดทั้ง 2 คน ที่ได้เรียนรู้การทำงานระดับโลก และสัมผัสสังเวียนความเร็วที่ใช้จัดการแข่งขันอย่าง ฟอร์มูล่าวัน โมโตจีพี และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์
สำหรับ YAMAHA R3 bLU cRU Thailand Cup จะเดินหน้าโครงการต่อเนื่องในฤดูกาลหน้า เพื่อยกระดับนักบิดเยาวชนไทยและสร้างโอกาสส่งเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกต่อไป
สามารถติดตามข่าวสารมอเตอร์สปอร์ตแบบติดขอบสนามได้ที่ : Yamaha Blu Cru Thailand

“สมเกียรติ” ประกาศก้อง ! คว้าชัยชนะประวัติศาสตร์ ทุบทุกสถิติ โมโตทู โมเตกิ ญี่ปุ่น

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอีกครั้ง ด้วยการผงาดคว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ในศึกจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 14 ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังบิดนำม้วนเดียวจบพร้อมทำลายทุกสถิติของสนาม โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ลงอย่างราบคาบ ทะยานอันดับโลกขึ้นรั้งท็อป 6 ประกาศศักดานักแข่งรถจากประเทศไทยกระหึ่มวงการมอเตอร์สปอร์ตโลกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2023 รายการ เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ สนาม โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น
เกมเรซนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยเจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย โดยเจ้าตัวสร้างโอกาสลุ้นชัยชนะอย่างเต็มตัว ด้วยการคว้าตำแหน่งโพลหลังสร้างสถิติใหม่เวลาต่อรอบใหม่จากการควอลิฟายที่ โมเตกิ แถมยังทำเวลาเร็วที่สุดตลอดการซ้อมทุกช่วงในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
การแข่งขัน “ก้อง-สมเกียรติ” ชิงจังหวะออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นเป็นผู้นำได้ตั้งแต่โค้งแรกของการแข่งขัน จากนั้นสามารถยืดระยะห่างจากอันดับ 2 ออกไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้างสถิติใหม่ “เวลาต่อรอบสำหรับการแข่งขัน” (Best Race Lap) ลงอย่างราบคาบ
ก่อนที่ “นักบิดขวัญใจชาวไทย” จะรักษาความเร็วได้อย่างยอดเยี่ยม นำม้วนเดียวจบ 19 รอบสนาม คว้าชัยชนะครั้งที่ 2 ของชีวิตในการแข่งขัน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ได้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยเวลารวม 35 นาที 19.273 วินาที เหนือทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง ไอ โอกูระ ที่ตามมาในอันดับสอง 1.353 วินาที พาต้นสังกัดคว้าชัยแบบ วัน-ทู เป็นครั้งแรกของปีนี้
ผลการแข่งขันครั้งนี้ส่งให้ “ก้อง-สมเกียรติ” สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ด้วยการเป็นนักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าชัยชนะได้ถึง 2 ครั้งใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ พร้อมกับทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 6 บนตารางคะแนนสะสม โมโตทู 2023 หลังผ่านไป 14 สนาม เก็บไปทั้งสิ้น 114 คะแนน พร้อมกับพา อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ขยับขึ้นมารั้งท็อป 3 บนตารางคะแนนสะสมประเภททีม มีทั้งสิ้น 209 คะแนน
นอกจากนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ยังทุบทุกสถิติที่เคยทำไว้ในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ของการแข่งขันที่ โมเตกิ ด้วยการสร้างสถิติเวลาต่อรอบใหม่ (All Time Lap Record) ด้วยเวลา 1 นาที 49.898 วินาที สร้างสถิติ “เวลาต่อรอบสำหรับการแข่งขัน” ใหม่ (Best Race Lap) ด้วยเวลา 1 นาที 50.679 วินาที พร้อมกับคว้าชัยชนะไปครองด้วย
สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ ศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2023 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคมนี้ ที่ สนาม เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ในรายการ อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารพร้อมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream

“ตี-อนุภาพ” บู๊แหลก! แซง 6 คันคว้าท็อป 17 เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต สนาม 11 ปอร์ติเมา

“ตี” อนุภาพ ซามูล ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ยกระดับผลงานอย่างต่อเนื่องในศึก 2 ล้อชิงแชมป์โลก ล่าสุดไล่แซง 6 คัน ทะยานคว้าอันดับ 17 เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต เรซแรกของสนาม 11 ที่ ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา การแข่งขันเรซแรกของศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ 2023 สนาม 11 มีขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส
เกมเรซนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานสุดท้าทายของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม โดย “ตี” อนุภาพ ซามูล ยอดนักบิดไทยเจ้าของหมายเลข 51 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ได้เริ่มเกมในกริดที่ 23 ส่วนทีมเมทชาวดัตช์อย่าง ทวาน สมิธส์ หมายเลข 45 ได้ออกตัวจากกริดที่ 22
แม้ช่วงออกตัว อนุภาพ จะยังไม่สามารถขยับอันดับได้ แต่หลังผ่านครึ่งทางการแข่งขัน นักบิดเชียงใหม่อยู่ในความเร็วที่ยอดเยี่ยม ไล่แซงคู่แข่งในกลุ่มกลางอย่างสุดมันไต่ขึ้นมาได้ 6 อันดับ บิดเข้าป้ายในอันดับ 17 ตามหลัง นิโคโล บูเลก้า ผู้ชนะชาวอิตาเลียนเพียง 46.969 วินาที ส่วน สมิธส์ ตามเข้าเส้นชัยในอันดับ 20 ตามหลังผู้ชนะ 47.371 วินาที.
ทั้งนี้ สองนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม มีคิวลงแข่งขันเรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมนี้ 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง SPOTV

“กวาร์ตาราโร” หวังแก้ตัวจังหวะออกสตาร์ต โมโตจีพี ญี่ปุ่น

“เอลดิอาโบล” ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ยอดนักบิดเฟรนช์จาก มอนสเตอร์ ยามาฮ่า หวังแก้ไขจังหวะออกตัวในศึก โมโตจีพี สนาม 14 รายการ เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ในวันอาทิตย์ที่ โมเตกิ หลังคว้าอันดับ 15 รอบ สปรินต์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

การแข่งขัน โมโตจีพี 2023 สนาม 14 รายการ เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบ “สปรินต์” เมื่อวันเสาร์ที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ที่ สนาม โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น
โดยเรซนี้ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร อดีตแชมป์โลกเจ้าของหมายเลข 20 จาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ได้ออกตัวจากกริดที่ 14 ขณะทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง ฟรานโก มอร์บิเดลลี เจ้าของหมายเลข 21 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 17
เกมในรอบ “โมโตจีพี สปรินต์” ดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม โดย กวาร์ตาราโร เสียจังหวะก่อนถึงโค้งแรกจนร่วงลงไปถึงอันดับ 18 ก่อนจะไล่บดคู่แข่งขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 15 ได้สำเร็จ ขณะที่ มอร์บิเดลลี บิดเข้าป้ายในอันดับ 16
กวาร์ตาราโร กล่าวว่า “ผมมีโค้งแรกที่ไม่ดีนัก ถือเป็นโชคร้าย เพราะผมออกตัวได้ยอดเยี่ยมแต่เลือกไลน์ผิด ทำให้เสียไปหลายอันดับ จากการไล่ตามขึ้นมาของนักบิดด้านหลังหลายคน ผมไม่สามารถทำอะไรได้มากหลังจากนั้น หวังว่าเราจะทำได้ดีกว่าเดิมโดยเฉพาะในการออกตัว และขยับอันดับได้ในช่วงต้นเรซ”
ทั้งนี้ ศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น. ถ่ายทอดสดทาง SPOTV และ PPTVHD36

Yamaha R15M Connected – ABS x OR6D โดดเด่นสะดุดตาสุดๆ กับ YAMAHA R15M CONNECTED-ABS

ปรับแต่งสวยงาม ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว ขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้นในแบบ Street Style ด้วยการปรับแต่งรอบคัน ที่จะทำให้ดูสปอร์ตและ โฉบเเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ชิลด์ปรอทแท้จาก OR6D แฟริ่งหน้า Carbonแท้ Limited Edition ที่ทำให้คันนี้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครวิงไฟโปรเจคเจคเตอร์ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ที่จะเพิ่มความดุดันและโฉบเฉี่ยวไปอีกขั้นกระจกมองข้างแบบวิงเลทงานเคฟล่ารอบคัน พร้อมกับของแต่ง เซ็ตน้ำเงินแฮนด์หมอบปรับองศา
ชุดเกียร์โยง จัดท่านั่งใหม่ ให้ดู Sport กระชับในการใช้งานมากยิ่งขึ้น Street Style คือการโมดิฟายรถที่ใช้งานในท้องถนนเป็นหลักแต่คุณเจ ก็อัพเกรด Performance ในการใช้งานที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้นด้วย
ชุดโช๊คอัพหลัง Yss G-Sport
จานเบรคหลังแต่ง
ยาง PIRELLI Diablo ROSSO III ลายสายฟ้า
ปั๊มเบรค และชุดคลัชสายจาก RCB
ชุดกันสะบัด Piranha พร้อมขาจับ ที่จะเพิ่มความมั่นใจในทุกๆการขับขี่
หัวเทียน คอยล์ไฟ กรองอากาศ จาก Uma Racing
ที่จะทำให้รถ Yamaha R15M คันนี้ขับขี่ได้สนุกมากยิ่งขึ้น หล่อเท่เตะตาที่สุดบนถนนกับ YAMAHA R15M CONNECTED-ABS ที่ Custom ใส่ความเป็นตัวคุณ โดยสำนักแต่ง OR6D Carbon Sticker คันนี้
สัมผัสความเร้าใจได้ที่:
พร้อมรับสิทธิ์รับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*

โมโตทูธงแดง “ก้อง-สมเกียรติ” รีไทร์ ยังรั้งท็อป 9 อันดับโลก “เมียร์-มาร์เกซ” พา “ฮอนด้า” คืนฟอร์ม โมโตจีพี ที่อินเดีย

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” โชคร้ายพลาดแต้มในศึก โมโตทู สนามล่าสุดที่ อินเดีย แต่ยังรั้งท็อป 9 อันดับโลก ขณะ เรปโซล ฮอนด้า คืนฟอร์มใน โมโตจีพี “โจอัน เมียร์” กู้สถานการณ์คว้า ท็อป 5 ขณะ “มาร์ค มาร์เกซ” โชว์ความเร็วแม้พลาดล้มก่อนไล่แซงเข้าป้ายอันดับ 9 ในศึก อินเดียน กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2023 สนาม 13 ดวลความเร็วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ที่ บุดด์ห อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นครั้งแรกกับการจัดการแข่งขันที่นี่

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยเจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 9 แต่ทันทีที่ออกตัว เหล่านักแข่งพยายามเบียดแย่งชิงตำแหน่งพลาดชนด้านหน้าที่โค้งแรก ทำให้นักบิดไทยโชคร้ายโดนเกี่ยวล้มไปอีกคัน จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีธงแดง ขณะที่ “ก้อง-สมเกียรติ” พยายามเร่งนำรถกลับมาที่พิท และทีมช่างสามารถช่วยกันซ่อมแซมจนกลับไปรีสตาร์ตได้ แต่หลังออกตัวรถแข่งกลับมีปัญหาระบบคลัตช์ จนต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย ถึงแม้จะไม่จบการแข่งขัน แต่นักบิดไทยยังคงรั้งอยู่ในอันดับ 9 บนตารางคะแนนสะสมโลก มีทั้งสิ้น 89 คะแนน
“ก้อง-สมเกียรติ” เปิดเผยว่า “ผมออกสตาร์ตได้ไม่ดีนัก เพราะช่วงเกียร์ของผมค่อนข้างยาว (Gear Ratio) ขณะที่นักบิดคนอื่นๆ พยายามที่จะเบียดแซงเข้าแย่งชิงตำแหน่งกัน จนมีการชนกันเกิดขึ้นอยู่ด้านหน้า ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ จากนั้นในช่วงธงแดง ทีมทำงานอย่างน่าทึ่ง ซ่อมรถกลับมาได้แต่รถแข่งของผมมีปัญหาระบบคลัตช์ในการออกตัวครั้งที่ 2 ทำให้ต้องออกจากการแข่งขัน เดี๋ยวเรามาลองดูกันครับว่า สนามหน้าที่ญี่ปุ่น เราจะสร้างผลงานได้ดีแค่ไหน”
ขณะที่ทัพนักบิด เรปโซล ฮอนด้า อย่าง มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยเจ้าของหมายเลข 93 และทีมเมทอย่าง โจอัน เมียร์ หมายเลข 36 กลับมาอยู่ในฟอร์มร้อนแรงอีกครั้งในรุ่น โมโตจีพี ด้วยการจบการแข่งขันในอันดับท็อปเท็น โดย เมียร์ บิดคว้าอันดับ 5 มาครอง ขณะที่ มาร์เกซ ขยับขึ้นมาถึงอันดับ 4 ในช่วงก่อนจะพลาดล้มและร่วงลงไปถึงอันดับ 16 แต่ยังสามารถนำรถขึ้นมาไล่ล่าคู่แข่งจนจบเรซในอันดับ 9 ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2023 สนามถัดไปจะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคมนี้ ที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในรายการ เจแปนีส กรังด์ปรีซ์
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารพร้อมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในรุ่นโมโตทู และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream

 

THE CREATOR ARENA WORKSHOP กับโอกาสของการเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท

แคมเปญ THE CREATOR ARENA (เดอะ ครีเอเตอร์ อารีน่า) ปล่อยความกล้าไปกับ ยามาฮ่าฟินน์ แคมเปญประกวดคลิปสร้างสรรค์ ที่เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวะที่มีใจฝันอยากเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ได้โชว์ศักยภาพ ระเบิดไอเดีย และได้รับโอกาสพัฒนาทักษะไปสู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพในอนาคต ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท พร้อมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟินน์ และของรางวัลมากมาย โดยบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (ยามาฮ่า) จับมือ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยี และอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย และบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสื่อออนไลน์ และอยากมอบโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวะทั่วประเทศ

“ใหม่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ความพรีเมียมใหม่…คอนเน็คให้ชีวิตมีคลาส ความ GRAND…ที่รู้กัน WE ARE GRANDOM

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์คุณภาพชั้นนำของโลก ตอกย้ำบทบาทความเป็น “ผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก” ของเมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการส่งรถจักรยานยนต์ออโตเมติกแฟชั่นพรีเมียมที่ครองใจผู้ใช้ทั่วประเทศมาร่วม 10 ปี โมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง “ใหม่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ดีไซน์สง่างามเหนือกาลเวลา สไตล์โมเดิร์นคลาสสิก “สมาร์ทสไตล์พรีเมียม…ความ GRAND ที่รู้กัน” มาพร้อมสีสันใหม่ โดดเด่น บ่งบอกถึงรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างภาคภูมิใจ และคุ้มค่าด้วยการรับประกันนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร

“ใหม่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” สวยล้ำด้วยเส้นสายและไฟ FULL LED รอบคัน หรูหราอย่างมีระดับ โดดเด่นทุกมุมมอง ทั้งไฟหน้า – ไฟ Daylight – ไฟเลี้ยว – ไฟท้าย ให้ความสว่างเด่นชัดในทุกมุมมอง โดยสอดรับความล้ำสมัยไปพร้อมกับ Digital Meter LCD & TFT เรือนไมล์ดิจิทัลพร้อมจอสี TFT ล้ำสมัย แสดงผลมาตรวัดครบถ้วน พร้อมบอกสถานการณ์ทำงานของระบบไฮบริด ซึ่งผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกจังหวะการขับขี่ “ใหม่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ตอบใจทย์การใช้งานที่ผู้ใช้ชื่นชอบ ความประหยัดน้ำมันด้วย BLUE CORE HYBRID ENGINE เครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 125 ซีซี ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ได้ดีในทุกจังหวะการบิดคันเร่ง แต่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงถึง 61.74 กม.ต่อลิตร* ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่นุ่มนวล ออกตัวได้รวดเร็วด้วย SMART MOTOR GENERATOR โดยให้ความสะดวกด้วย ONE PUSH START ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ สตาร์ทง่าย รวดเร็วกว่า ไร้เสียงมอเตอร์รบกวน และมาพร้อมระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ STOP & START SYSTEM ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถเปิดปิดได้ตามความต้องการ
*รายงานการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์เฉพาะด้านความปลอดภัยสารมลพิษจากเครื่องยนต์ ระดับ 7 (มอก.2915-2561) วันที่ทดสอบ 21-22 เมษายน 2566
“ใหม่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ยังให้เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างครบครันด้วย ระบบช่องต่อไฟสำรอง ชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้ พร้อมช่องใส่ของด้านหน้าขนาดใหญ่, ที่เก็บของ GRAND BOX พร้อมไฟ LED ส่องสว่าง ขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร เก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ, ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า SMART & EASY REFUEL สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ พร้อมปุ่มกดเปิดฝาอัตโนมัติ ใช้ง่ายเพียงปุ่มเดียว ไม่ยุ่งยากหลายขั้นตอน และให้ความมั่นใจด้วยระบบเบรก UBS ระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยให้ระยะเบรกสั้นลง *เฉพาะรุ่น Standard
นอกจากนี้ “ใหม่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ยังอัพความพรีเมี่ยมขึ้นอีกระดับสำหรับรุ่น ABS ด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM สะดวกกว่าด้วยสวิตช์เปิด-ปิด แบบ Multi Functions ทั้งปลดล็อกสวิตช์สตาร์ท ดับเครื่องยนต์ / ปลดล็อกแฮนด์ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน โดยให้ความปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบเบรก ABS ที่ช่วยในการควบคุมแรงดันเบรกหน้าอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสในการเกิดล้อล็อกกรณีเบรกกะทันหัน
สำหรับ “ใหม่ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยกัน 2 เวอร์ชั่น คือ GRAND FILANO HYBRID ABS Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือสีเทา Elixir Silver, สีน้ำเงิน Prestige Blue และสีขาว Super White วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 68,200 บาท และ GRAND FILANO HYBRID STD Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี คือ สีชมพู Nudy Pink, สีดำ Massy Black, สีแดง Vivid Red และสีน้ำเงิน Indigo Blue วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 63,700 บาท
ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ “ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด ใหม่” ได้แล้วที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ พร้อมความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ด้วยการรับประกันคุณภาพทั้งคันตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พิเศษลูกค้ายามาฮ่าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นสุดล้ำ Yamaha Smart Reward เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายจากยามาฮ่า สมาชิกใหม่รับฟรี 5,000 คะแนน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่
Facebook: Yamaha Society Thailand
Instagram: @Yamaha Society Thailand
YouTube: Yamaha Society Thailand
Line OA: @Yamahasociety

ฮอนด้า CBR Series เหมาแชมป์ประจำปี 2 รุ่นท็อป OR BRIC 2023 “ชิพ” ผงาดคว้าแชมป์พร้อมสถิติเก็บแต้ม 100 เปอร์เซ็นต์ ควง “มุกข์” แชมป์หญิงแกร่งหนึ่งเดียว

“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ตอกย้ำศักยภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งอีกครั้งในการแข่งขันรายการ OR BRIC 2023 สนามสุดท้ายด้วยการเหมาแชมป์ฤดูกาลทั้ง 2 รุ่นท็อปอย่าง รุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี (SB1Pro) โดย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และ รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) จาก “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช กับสุดยอดรถแข่ง CBR Series ทั้ง Honda CBR1000RR-R และ Honda CBR600RR ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

การแข่งขันเรซที่ 2 ในรายการ OR BRIC 2023 รุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี (SB1Pro) ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” สร้างผลงานยอดเยี่ยมจาก “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 41 คว้าแชมป์ประจำฤดูกาลไปแล้วด้วยคะแนนสะสมที่ได้เต็มทุกสนามและขาดลอยตั้งแต่การลงสนามในเรซสุดท้ายนี้ ซึ่งออกสตาร์ตจากกริดที่ 2 และทีมเมท “โค้ชฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ร่วมโชว์เกมจากกริดสตาร์ตที่ 1 กับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 14

เริ่มเกม “โค้ชฟิล์ม–รัฐภาคย์” เจ้าของโพลโพซิชั่นขึ้นนำได้ทันทีและยืดระยะห่างออกไป ขณะที่แชมเปี้ยน “ชิพ–นครินทร์” เปิดเกมไล่แซงคู่แข่งแบบอันดับต่ออันดับ จากนั้นการแข่งขันเป็นการโชว์ศักยภาพของนักบิดและรถแข่ง CBR Series ที่ทิ้งห่างคู่แข่งออกมาได้เรื่อยๆ และรอบสุดท้ายเป็น “ชิพ-นครินทร์” ที่สามารถเดินคันเร่งออกจากโค้งด้วยไลน์ที่ดีกว่า เข้าเส้นชัยคว้าอันดับที่ 1 ได้สำเร็จ ทำสถิติชนะ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม เก็บ 125 คะแนนจากการแข่งขัน 5 เรซ โดยมี “โค้ชฟิล์ม–รัฐภาคย์” ตามเข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 2 ร่วมฉลองชัยชนะในรุ่นการแข่งขันที่เร็วที่สุดและแรงที่สุดของรายการ

ขณะที่รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) ต้องมาวัดกันในเรซสุดท้าย โดย 2 นักบิดจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ทั้ง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช กับรถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 44 และทีมเมท “นิว” ปัณณสรณ์ แก้วสนธิ หมายเลข 15 ยังต้องลุ้นแชมป์กับคู่แข่งแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง ทำให้การแข่งขันนั้นต่อสู้กันอย่างดุเดือดตั้งแต่ออกจากกริดสตาร์ต
โดย “มุกข์–มุกข์ลดา” และ “นิว–ปัณณสรณ์” เริ่มต้นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อสู้ชิงอันดับมีการสลับตำแหน่งสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนความเร็วได้ตลอดเวลาจังหวะการต่อสู้ที่ดุเดือด “นิว” ปัณณสรณ์ แก้วสนธิ ต้องพลาดล้มลงไป เหลือเพียง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ที่ปักหลักสู้กับคู่แข่งจนถึงช่วงปลายเกม ก่อนที่จะเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ยอดนักบิดหญิงแกร่งสามารถคว้าแชมป์ประจำปี ทำสถิติเป็นนักแข่งหญิงหนึ่งเดียวที่เป็นแชมป์ในรุ่นท็อปในรายการนี้

ผลงานการคว้าแชมป์ 2 รุ่นท็อปของรายการ OR BRIC 2023 โดยทัพนักบิดสังกัด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” จาก “ชิพ-นครินทร์” รุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี (SB1Pro) กับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 41 และ “มุกข์-มุกข์ลดา” รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) กับรถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 44 ตอกย้ำถึงความสำเร็จของนักบิดจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” ด้วยรถแข่งซูเปอร์สปอร์ตตระกูล CBR Series ที่เหนือกว่าคู่แข่งอีกครั้ง
สำหรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว รวมถึงส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :

“กวาร์ตาราโร” คว้าท็อป 6 โมโตจีพี สปรินต์ มั่นใจ “ยามาฮ่า” ยกระดับได้ที่ อินเดีย

“เอลดิอาโบล” ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ยอดนักบิดเฟรนช์จาก มอนสเตอร์ ยามาฮ่า ขยับผลงานคว้าอันดับ 6 ในศึก โมโตจีพี สปรินต์ สนาม 13 ประเดิมแทร็กใหม่อย่าง บุดด์ห อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินเดีย มั่นใจ วิศวกร “ยามาฮ่า” จะสามารถยกระดับความเร็วใน “เมนเรซ” วันอาทิตย์นี้ได้

ศึก โมโตจีพี 2023 สนาม 13 รายการ อินเดียน กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบ “สปรินต์” เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา โดยก่อนแข่งมีฝนตกลงมา แต่ท้ายที่สุดก็สามารถดวลกันได้ในสภาพแทร็กแห้ง ซึ่งยังมีผิวแทร็กชื้นในบางส่วน

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลก 1 สมัยจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี เจ้าของหมายเลข 20 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 8 ขณะที่ีทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง ฟรานโก มอร์บิเดลลี หมายเลข 21 ออกตัวจากกริดที่ 17 หลังออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม กวาร์ตาราโร ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 ได้ตั้งแต่โค้งแรก ก่อนจะบิดคว้าอันดับ 6 ไปครองด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะเพียง 4.327 วินาทีเท่านั้น ส่วน มอร์บิเดลลี บิดเข้าป้ายในอันดับ 15 ตามหลัง 36.468 วินาที
กวาร์ตาราโร กล่าวหลังจบการแข่งขัน สปรินต์ ว่า “เรามีความเร็วที่ยอดเยี่ยมเป็นพื้นฐาน แต่ก็ยังคงห่างจากคู่แข่งคนอื่นๆ พอสมควร ต้องมาดูว่าจะต้องแก้ที่จุดไหน เรารู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง ดังนั้นผมหวังว่าวิศวกรของเราจะเจอแนวทางในการสร้างความเร็วได้”
ทั้งนี้ ศึก อินเดียน กรังด์ปรีซ์ จะดวลความเร็วในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนนี้ ถ่ายทอดสดทาง SPOTV และ PPTVHD36 เวลา 17.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)