นายวราธร เจนจรัสสกุล (คนขวาแถวล่าง) ผู้จัดการส่วนกิจกรรมการตลาด และกิจกรรมสนับสนุน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนกลางทั้ง 5 จังหวัดได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงภาคส่วนเอกชน ในงานแถลงข่าวการจัดงานแสดงนวัตกรรม และการจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มเบญจบูรพาสุวรรณภูมิ (EXPO) ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 ก.ค.-1 ส.ค. 2559 นี้ ณ Exhibition Hall 2-3 อิมแพ็คเมืองทอง ซึ่งในงานนี้ยามาฮ่าร่วมออกบูธโชว์นวัตกรรมการผลิตรถจักรยานยนต์ และรถกอล์ฟ ที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีที่สุดของเครื่องยนต์ออโตเมติกอย่างเครื่องยนต์ “บลูคอร์” และเครื่องยนต์ของ ยามาฮ่า M-SLAZ มาให้ชมอีกด้วย โดยงานแถลงข่าวมีขึ้น ณ ห้องฟินิกซ์ 4-6 อาคารอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้
BAANLOOKPONG ENDURO CROSS COUNTRY THAILAND CHAMPIONSHIP 2016 Round 2
สุดระทึกศึกเอนดูโร่ ครอส คันทรี ชิงแชมป์ประเทศไทยสนาม 2 รวมดาวนักบิดจากทั่วไทยในสายทรหด 2 วัน 6 ช่วงทดสอบพิเศษ บิดสนั่นลั่นป่าแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ตามที่นัดหมายกันไว้ในการแข่งขันสนามที่ 2 จากทั้งหมด 4 สนามของการเก็บคะแนนชิงแชมป์ประเทศไทย โดยการจัดของทีมงาน สตาร์ท โก ฟินนิช ไนน์ จำกัด รับรองการแข่งขันโดยสมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย โดยเป็นการแข่งขันในจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยเป็นหลัก สนามที่ 2 ได้เปิดรับสมัครกันที่เทศบาลตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 23-24 กรกฎาคม 2559 เปิดเป็นรุ่นการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย 3 รุ่นทำการแข่งขัน 2 วัน และยังเปิดรุ่นซัพพอร์ทเรซ ให้มีโอกาสร่วมสนุกในวันอาทิตย์อีกด้วย การแข่งขันกำหนดให้มีทั้งหมด 6 ช่วงทดสอบแต่ละวันจะแข่งขันในเส้นทางบนดอยของอำเภอแม่ริมจำนวน 2 ss แล้วกลับมาปิดท้ายด้วยการขี่วนรอบเป็นสเตจโชว์ รวมทั้งสิ้น 2 วันจึงเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นถึง 6ss …ติดตามผลการแข่งขันได้ทางนิตยสารไรดิ้ง ฉบับที่ 251 สิงหาคม 2559
CLASSIC MINI
| เครื่องยนต์ | |
| แบบ | ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด 4 จังหวะ/ 1 สูบ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 110.00 cc |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 9.5:1 |
| กระบอกสูบ x ระยะชัก | 50.0 * 57.9 mm |
| ระบบหล่อลื่น | แบบเปียก |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | คาบูเรเตอร์ |
| ระบบจุดระเบิด | จุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ |
| ระบบคลัทช์ | คลัทช์เปียก |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ 5 ระดับ |
| ระบบสตาร์ท | สตาร์ทมือ/สตาร์ทเท้า |
| น้ำมันเชื้อเพลิง | 91,95 |
| ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง | 14 ลิตร |
| ความจุน้ำมันเครื่อง | – |
| กว้าง*ยาว*สูง | 840 * 2145 * 1045 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักรวม | 3.5 กิโลกรัม |
| ระบบกันสะเทือน |
หน้า : โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิค หลัง : โช้คอัพคู่พร้อมสวิงอาร์ม |
| ระบบเบรก |
หน้า : ดรัมเบรก หลัง : ดรัมเบรก |
| ยาง/ล้อ |
หน้า : 660 * 1775 * 980 หลัง : 3.50-16 |
CRUISER RK 125
| เครื่องยนต์ | |
| แบบ | ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด 4 จังหวะ/ 1 สูบ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 125.00 cc |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 9.5:1 |
| กระบอกสูบ x ระยะชัก | 50.0 * 57.9 mm |
| ระบบหล่อลื่น | แบบเปียก |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | คาบูเรเตอร์ |
| ระบบจุดระเบิด | จุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ |
| ระบบคลัทช์ | คลัทช์เปียก |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ 5 ระดับ |
| ระบบสตาร์ท | สตาร์ทมือ/สตาร์ทเท้า |
| น้ำมันเชื้อเพลิง | 91,95 |
| ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง | 14 ลิตร |
| ความจุน้ำมันเครื่อง | – |
| กว้าง*ยาว*สูง | 840 * 2145 * 1045 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักรวม | 115 กิโลกรัม |
| ระบบกันสะเทือน |
หน้า : โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิค หลัง : โช้คอัพคู่พร้อมสวิงอาร์ม |
| ระบบเบรก |
หน้า : ดิสก์ หลัง : ดรัมเบรก |
| ยาง/ล้อ |
หน้า : 2.75-18 หลัง : 3.50-16 |
FLY 150
| เครื่องยนต์ | |
| แบบ | ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด 4 จังหวะ/ 1 สูบ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 150.00 cc |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 9.5:1 |
| กระบอกสูบ x ระยะชัก | 50.0 * 57.9 mm |
| ระบบหล่อลื่น | แบบเปียก |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | คาบูเรเตอร์ |
| ระบบจุดระเบิด | จุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ |
| ระบบคลัทช์ | คลัทช์เปียก |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ 5 ระดับ |
| ระบบสตาร์ท | สตาร์ทมือ/สตาร์ทเท้า |
| น้ำมันเชื้อเพลิง | 91,95 |
| ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง | 6.5 ลิตร |
| ความจุน้ำมันเครื่อง | – |
| กว้าง*ยาว*สูง | 805 * 2179 * 1100 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักรวม | 127 กิโลกรัม |
| ระบบกันสะเทือน |
หน้า : โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิค หลัง : โช้คอัพคู่พร้อมสวิงอาร์ม |
| ระบบเบรก |
หน้า : ดิสก์ หลัง : ดรัมเบรก |
| ยาง/ล้อ |
หน้า : 100/80-17 หลัง : 130/90-17 |
INFINITY STANDARD
| เครื่องยนต์ | |
| แบบ | ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด 4 จังหวะ/ 1 สูบ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 125.00 cc |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 9.5:1 |
| กระบอกสูบ x ระยะชัก | 50.0 * 57.9 mm |
| ระบบหล่อลื่น | แบบเปียก |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | คาบูเรเตอร์ |
| ระบบจุดระเบิด | จุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ |
| ระบบคลัทช์ | คลัทช์เปียก |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ 5 ระดับ |
| ระบบสตาร์ท | สตาร์ทมือ/สตาร์ทเท้า |
| น้ำมันเชื้อเพลิง | 91,95 |
| ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง | 15 ลิตร |
| ความจุน้ำมันเครื่อง | – |
| กว้าง*ยาว*สูง | 770 * 1950 * 1025 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักรวม | 130 กิโลกรัม |
| ระบบกันสะเทือน |
หน้า : โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิค หลัง : โช้คอัพคู่พร้อมสวิงอาร์ม |
| ระบบเบรก |
หน้า : ดิสก์ หลัง : ดรัมเบรก |
| ยาง/ล้อ |
หน้า : 100/80-17 หลัง : 130/90-17 |
เอ.พี.ฮอนด้า วางรากฐานมอเตอร์สปอร์ตไทยยุคใหม่ เดินแผนสร้างขุนพลนักบิดเยาวชน บนอาน NSF250R รถแข่ง Moto3
Moto3 Thailand Challenge 2016 Round 1 : Chang International Circuit, BURIRAM, THAILAND. 01-03 / 07 / 2016.
เอ.พี.ฮอนด้า วางรากฐานมอเตอร์สปอร์ตไทยยุคใหม่ เดินแผนสร้างขุนพลนักบิดเยาวชน บนอาน NSF250R รถแข่ง Moto3 จากโรงงานฮอนด้า มอเตอร์ จัดเกมเจียรไนยเพชร Moto3 Thailand Challenge บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในแระเทศไทย สร้างความฮือฮาให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทย ยกระดับให้ยิ่งใหญ่และเป็นมาตรฐานระดับสากลทั้งนักแข่งและทีมช่าง โดยนำโครงการ Asia Talent Cup ซึ่งจัดโดยโปรโมเตอร์ระดับโลก Dorna ผู้จัดการแข่งขัน Moto GP. มาสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนักแข่งไทยในสังกัดฮอนด้า โดย มร.โนบุฮิเดะ นางาตะ อดีตประธานกรรมการบริหาร เอ.พี.ฮอนด้า เป็นผู้ดำริให้แผนกมอเตอร์สปอร์ตของเอ.พี.ฮอนด้า จัดทำโครงการ Moto3 Thailand Talent Cup ขึ้นมา โดยอดีตประธานกรรมการบริหาร เอ.พี.ฮอนด้า มองว่าเด็กไทยไม่มีโอกาสได้สัมผัสรถแข่ง Racing Machine ที่ผลิตจากโรงงานโดยเฉพาะเลย และจะทำอย่างไรให้เด็กไทยได้มีโอกาสขี่รถแข่งแบบนี้ ซึ่งโครงการ Moto3 Thailand Talent Cup เป็นการเปิดโอกาสให้กับบุคคลทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามาคัดเลือก โดยมีเงื่อนไขว่าบุคคลที่สนใจจะต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี และมีประสบการณ์เคยขี่รถแข่งมาบ้าง เนื่องจากรถแข่งที่นำมาใช้ในโครงการ คือ Honda NSF250R มีความแรงและความเร็วค่อนข้างมาก ถ้าคนที่ไม่เคยขี่รถแข่งมาก่อนอาจจะเกิดอันตรายได้และ คุณสมคิด ศรีสมยศ ผู้จัดการฝ่ายกีฬายานยนต์ฯ(มอเตอร์สปอร์ต) เอ.พี.ฮอนด้า ได้เผยถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ Moto3 Thailand Talent Cup ว่า “เนื่องจากเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ทาง HRC ได้มีโครงการ Asia Talent Cup ซึ่งทาง เอ.พี.ฮอนด้า ได้ส่งนักแข่งเยาวชน อาทิ ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์, มุก-มุกข์ลดา สารพืช และก้อง-สมเกียรติ จันทรา ไปคัดเลือกและได้เข้าร่วมโครงการนี้เอ.พี.ฮอนด้า จึงได้จัดทำโครงการMoto3 Thailand Talent Cup นี้ ขึ้นมาเพื่อเป็นบันไดให้เด็กไทยได้ก้าวไปสู่ Asia Talent Cup และสามารถทำผลงานได้ดีในฐานะนักแข่งไทยที่จะสร้างภาพความเป็นไทยได้และตั้งใจเอาไว้ว่านักแข่งที่ทำผลงานติด Top5 เอ.พี.ฮอนด้าก็จะพาไปคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Asia Talent Cup ที่จะทำการคัดเลือกเยาวชนนักแข่งเอเชียไปร่วมโครงการในฤดูกาล 2017 โดยจะทำการคัดเลือกประมาณช่วงเดือน ตุลาคมหรือพฤศจิกายนนี้ ในรายการ Malaysia Grand Prix 2016 Moto3 Thailand Talent Cup เป็นโครงการที่จะมาพัฒนานักแข่งไทยช่างไทย ให้เป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย ทำงานตามกติกา ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งปัจจุบันบ้านเรามีสนามแข่งที่เป็นมาตรฐานระดับโลก และมีรถแข่งโรงงานมาตรฐานระดับโลกแล้ว โดยทาง HRC คอยให้การสนับสนุนในปีแรกนี้ตั้งใจจะจัดให้มีการแข่งขันถึง 7 สนาม แต่เนื่องจาก Honda NSF250R เป็นรถแข่งโรงงานโดยเฉพาะ การนำเข้ามาจึงต้องมีการตรวจวัดค่าต่างๆ ตามมาตรฐาน สมอ. ซึ่งทาง เอ.พี.ฮอนด้า ต้องขอขอบคุณ สมอ.หน่วยงานภาครัฐที่เข้าใจเรื่องกีฬามอเตอร์สปอร์ต และอนุญาตให้ เอ.พี.ฮอนด้า นำรถรุ่นนี้เข้ามาใช้กับโครงการฯ ได้ เพื่อให้การจัดอยู่ในเทอมของฤดูกาลแข่งขันปีนี้จึงต้องลดลงมาเหลือ 6 สนาม โดยจะจัดแข่งที่สนามช้าง 3 ครั้ง สนามพีระฯ 2 ครั้ง และสนามไทยแลนด์เซอร์กิต 1 ครั้งสำหรับปีหน้า จะยังยึดกติกาเดิมในการคัดเลือกผู้ที่สนใจเข้าคัดเลือกสู่โครงการ จากผลของการคัดเลือกในปีแรกนี้จะเห็นได้ว่านักแข่งที่ผ่านเข้าสู่โครงการกว่า 90% จะเป็นนักแข่งที่เคยผ่านโครงการ Honda Racing School และ Honda One Make Race(Honda Super Star) ซึ่งเป็นบันไดของนักแข่งที่ เอ.พี.ฮอนด้า จัดทำขึ้นมานักแข่งที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการสนับสนุนจากทาง เอ.พี.ฮอนด้า ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของชุดแข่ง หมวกกันน็อค ถุงมือ รองเท้า ยูนิ-ฟอร์ม ที่พัก อาหารการกินและการเดินทางระหว่างอยู่ในโปรแกรมการแข่งขันทุกสนามนอกจากนี้ นักแข่งที่มีผลงานในแต่ละสนามก็ยังมีรางวัลจากทาง เอ.พี.ฮอนด้า อีกด้วยเช่นกัน และกับความฝันของนักแข่งทุกคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ที่อยากจะไปสู่ระดับนานาชาติ เอ.พี.ฮอนด้า ก็ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ขณะที่ทาง HRC ได้เปิดใจกับผู้บริหาร เอ.พี.ฮอนด้า ว่า จะให้โอกาสนักแข่งไทยที่มีแววจากโครงการนี้ ซึ่งอาจจะไม่ติด Top5 จะส่งไปร่วมโครงการ Asia talent Cup เลยโดยไม่ต้องไปคัดตัวอีกรอบท้ายนี้ เอ.พี.ฮอนด้า ต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักของโครงการ คือน้ำมัน IDEMITSU และพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนมอเตอร์สปอร์ตกับ เอ.พี.ฮอนด้า มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นชุดแข่ง TAICHI, ร้าน ProShop PADDOCK, หัวเทียน NGK, โซ่-สเตอร์ D.I.D รวมถึงยาง DUNLOP”นักแข่งที่ผ่านเข้าสู่โครงการ Moto3 Thailand Talent Cup ปีแรก มีทั้งหมด 12 คน เรียงตามหมายเลขรถแข่งที่จับสลากได้ ดังนี้ หมายเลข1-นิติพงษ์ แสงสว่าง, หมายเลข2-พงศ์ธร สิทธิสา, หมายเลข3-กอบชัย แซ่หลิว, หมายเลข4-กฤชพร แก้วสนธิ, หมายเลข5-ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์, หมายเลข6-ธัชกร บัวศรี, หมายเลข7-เรืองฉัตร บรรเรืองทอง, หมายเลข8-สิทธิพร ศรีมูลตรี, หมายเลข9-ปลวัชร อารยะสัจพงษ์, หมายเลข10-พัฒนพงษ์ ขันบุตร, หมายเลข11-วริทธ์ ทองนพคุณ และ หมายเลข12-ปิยวัฒน์ ปทุมยศ และยังมีนักแข่งสำรองไว้อีก 3 คน
สำหรับผลการควอลิฟายของการแข่งขันสนามแรกในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2559 ปรากฏว่า เจ้าแชมป์–ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ หมายเลข5 ทำเวลาได้เร็วที่สุดยึดตำแหน่งสตาร์ทโพลโพสิชั่น ด้วยเวลา 1:49.945 นาที ตำแหน่งสตาร์ทอันดับที่2 เป็น เจ้านิว-กฤชพร แก้วสนธิ หมายเลข4 เวลา 1:50.704 นาที ตำแหน่งสตาร์ทที่3 เป็นเจ้าบลู-สิทธิพร ศรีมูลตรี เวลา 1:50.750 นาที ยึดกริดสตาร์ทแถวแรก ส่วนตำแหน่งสตาร์ทแถวที่2 มี เจ้าบิว-วริทธ์ ทองนพคุณ(11), เจ้ากาย-ปลวัชร อารยะสัจพงษ์(9) และเจ้าแชมป์-กอบชัย แซ่หลิวตำแหน่งสตาร์ทแถวที่3 เจ้าก๊อง-ธัชกร บัวศรี(6), เจ้าฟร็อง-เรืองฉัตร บรรเรืองทอง(7) และ เจ้าไอซ์-นิติพงษ์ แสงสว่าง(1) และตำแหน่งสตาร์ทแถวที่4 เจ้าฟิล์ม-ปิยวัฒน์ ปทุมยศ(12), เจ้าโอม-พัฒนพงษ์ ขันบุตร(10) และ เจ้าพงศ์ธร สิทธิสา(2) สรุปผลการแข่งขัน ของวันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม 2559 อันดับ 1 สิทธิพร ศรีมูลตรี หมายเลข 8, อันดับ 2ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ หมายเลข5 , อันดับ3 กฤชพร แก้วสนธิ หมายเลข4 , อันดับที่ 5 ปลวัชร อารยะสัจพงษ์ หมายเลข9
YAMAHA EXCITER 150 Nakhonnayok Wat Udom Yamaha Exciter Team
การเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยที่หลายคนจับตามองว่ากลุ่มที่บูมที่สุดคือบิ๊กไบค์ แต่ในมุมมองของบุคลากรที่จะก้าวเข้ามาเป็นเลือดใหม่ให้กับวงการในอนาคตนั้นจำเป็นต้องมีการเพาะบ่มภูมิความรู้นอกตำราโดยหาได้จากประสบการณ์จริง โดยเฉพาะการแนะแนวทางให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาช่วยพัฒนาวงการในอนาคต ยามาฮ่าจึงผุดโครงการ Yamaha Moto Challenge ขึ้นมา เป็นกิจกรรมแนว Motorsport Education หลักสูตรสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน ทีมแข่งจาก 20 สถาบันอาชีวะศึกษาเอกชนตบเท้าเข้าร่วมสู่ความท้าทายครั้งแรกด้วยการรวมพลังทำงานเป็นทีม ส่งรถแข่งที่ปรับแต่งเองกับมือลงแข่งขันในสนามระดับประเทศ และจากผลการแข่งขันทั้งหมด ทีมนครนายก วัดอุดม ยามาฮ่า เอ็กไซเตอร์ ทีม จากวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก

ประสบการณ์นอกสถาบัน
ทีมงานไรดิ้งได้ติดต่อขอทดสอบรถแข่งของทีมซึ่งถือเป็นรถแข่งดีกรีแชมป์จากชัยชนะที่ได้รับอย่างสมศักดิ์ศรี โดยนัดหมายกันที่สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต หนึ่งในสนามประลองที่สุดเร้าใจ ทีมงานทั้ง6 แบ่งเป็นอาจารย์ 2 และนักศึกษา 4 นำทีมโดยอาจารย์สมยศ ศรีประดิษฐ์ เป็นผู้จัดการทีม อาจารย์ประสิทธิ์ เกตุสายเมือง ฝ่ายสนับสนุน นักศึกษาทั้ง 4 คนคือนายนันทวัฒน์ ตติยก้องเกียรติ (ปวส.1) ผู้ช่วยผู้จัดการ นายมาวิน กองม่วง (ปวส.1) และนายอภิสิทธิ์ กาดสกุล (ปวช.2) และรับหน้าที่นักแข่งโดยนายบุรินทร์ อินทโชติ (ปวช.2) คือทีมงานทั้งหมดโดยได้รับการสนุบสนุนอย่างเต็มที่จากทางสถาบัน ให้ทีมงานออกสู่โลกกว้างจนคว้าโอกาสทัศนศึกษาถึงประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว
หลากหลายมาหลอมรวม
จะเห็นว่าแต่ละคนที่เข้ามาร่วมทีมกันนั้นมีความแตกต่างทางด้านของระดับการศึกษา แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะจริงๆ แล้วคือหนึ่งในเป้าหมายของโครงการนี้ที่จะทำให้เยาวชนอาชีวะได้ท้าทายความสามารถของตัวเองในทุกหน้าที่ พร้อมกับนำเอาความสามารถของตนมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อทีม คือการทำงานเป็นทีมเวิร์ค โดยเฉพาะนักแข่งนั้นนับเป็นการผันตัวจากเด็กแว้นบนถนนสู่โลกของการแข่งขันอย่างถูกต้องตามกฎกติกา ก้าวเดินสู่เส้นทางที่ถูกต้องโดยใช้ความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่


รถแข่งแต่งแรงแค่ภายนอก
ทุกทีมในโครงการจะใช้รถจักรยานยนต์ YAMAHA EXCITER 150 ในการนำมาปรับแต่งแข่งขัน แม้ว่าจะเป็นรถสไตล์แฟมิลี่สปอร์ต แต่ก็เป็นความสปอร์ตที่จัดเต็มกว่าทุกรุ่นในท้องตลาดด้วยเครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ล้อแม็ก โช้คหลังเดี่ยว และยางหน้ากว้างที่พร้อมหันหัวเข้าสนามแข่งได้ทันที โดยทางทีมได้ทำการปรับแต่งตามกติกาให้กับรถแข่งหมายเลข 31 ด้วยการคงสภาพเครื่องยนต์สแตนดาร์ด ปรับแต่งได้คือท่อไอเสีย กล่องไฟใช้ของ API และสามารถถอดกรองอากาศออกได้ ชุดคลัทช์ปรับใหม่ให้ตอบสนองได้ชัดเจนกว่าของเดิม นั่นคือส่วนของเครื่องยนต์ ชิ้นงานภายนอกคือพักเท้าเกียร์โยงแต่ง สเตอร์ และโซ่ทางยามาฮ่าจัดมาให้เลือกใช้ ลงตัวที่ 14/43 ฟันเฉพาะสนามไทยแลนด์เซอร์กิต เบาะปาดใหม่สไตล์รถแต่งตูดมด โช้คหน้าเดิมอัดน้ำมันเพิ่มเพราะสแตนดาร์ดมันนิ่มไป โช้คหลังเปลี่ยนใช้ตัวที่รองรับกับเคาริ่งแต่งให้มีความสูงมากพอไม่ให้ครูดพื้น แฟริ่งรถทำสีทูโทนไม่ได้แบ่งบนล่างแต่ทำข้างละสี เป็นสีม่วงเหลืองมีที่มาจากสีประจำสถาบันนั่นเอง ก้มมองต่ำเห็นได้ชัดว่ามีการถ่วงน้ำหนักรถด้วยแท่งเหล็กเพื่อให้น้ำหนักอยู่ในกติกา เพราะนักแข่งวัยทีนมีน้ำหนักตัวเพียงแค่ 45 กก. กับส่วนสูง 158 ซม.










ต้องขอขอบคุณทีมงาน นครนายก วัดอุดม ยามาฮ่า เอ็กไซเตอร์ ทีม จากวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายกที่ไว้วางใจให้นิตยสารไรดิ้งได้สัมผัสตัวแข่งระดับแชมป์ การประสานงานจากนิตยสาร GenR และ Hyper Modify ขอบคุณชุดนักทดสอบจากร้านเดิร์ทช็อพ และร้านโปรช็อพแพดดอค เครื่องดื่ม GSD ตราโสมเกาหลีตังกุยจับ และสนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิตสำหรับสถานที่ถ่ายทำ เชิญติดตามความเห็นนักทดสอบของเราทั้งสองคน
ความเห็นนักทดสอบ / เขมรัฐ สุธรรมวาท
“มิติของตัวรถในส่วนด้านหน้าแฮนเดิลบาร์ยังคงเดิมนะครับ ที่รู้สึกต่างออกไปน่าจะเป็นพักเท้าที่ยกขึ้นมาสูงมากแต่วางเยื้องมาด้านหลังมากๆ ด้วย แต่ก็ดีกว่าเพราะจำได้ว่ารถเดิมพักเท้าต่ำมากๆ ตรงนี้ทำให้ฟิลลิ่งของรถแข่งเริ่มมาล่ะ การสตาร์ทเครื่องยนต์ยังเป็นการใช้กุญแจในการต่อไฟเข้าวงจร แล้วกดปุ่มสตาร์ทไฟฟ้า เสียงเครื่องยนต์หนักแน่นเร้าใจดีเหมือนกัน รอบเดินหนักน่าตื่นเต้นย่านกลาง วัดรอบและความเร็ว ไฟบอกเกียร์รวมทั้งมาตรวัดน้ำมันยังทำงานครบน้ำหนักคลัทช์ไม่มากแต่ดีดดีเหลือเกิน สับโดดทุกเกียร์ อารมณ์รถแข่ง กระตุ้นอารมณ์นักแข่งดีเหลือเกิน เครื่องยนต์ตอบสนองดีมากเดินคันเร่งมีกำลังตอบรับแบบเนื้อๆ ทันทีไม่รอรอบเปิดปุ๊บมาปั๊บ ส่งความเร็วได้ต่อเนื่องทุกเกียร์ รอบดันได้ไม่จำกัดไม่มีตันแต่ผมชอบที่จะเปลี่ยนเกียร์ที่ 9,500 rpm รู้สึกว่ารอบมันหล่นลงมาไม่มากให้ความต่อเนื่องดีกว่า เอ็นจิ้นเบรกน้อยขี่ได้ไหลดี เป็นเครื่องยนต์ที่ขี่ได้สนุก การตอบสนองทำให้รู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาเบรกคือพระเอกในการควบคุมตัวรถ แม้จะเป็นเบรกประจำรุ่นแต่ประสิทธิภาพของมันเป็นตัวแปรที่สำคัญ เพราะการเซ็ตอัพกันสะเทือนที่ยังต้องหาความพอดีในการทำงานของโช้คหน้า ทีมงานแจ้งว่าโช้คเดิมนิ่มไปจึงทำให้แข็งด้วยการเพิ่มน้ำมัน สิ่งที่ได้คือความแข็งชนิดที่ว่าเหลือช่วงยุบของโช้คหน้าน้อยมาก การเลี้ยวของรถจึงยากตั้งแต่การเบรกที่ไม่มีช่วงยุบมาซับ การแบนรถเข้าโค้งด้วยความเร็วจึงกลายเป็นเรื่องต้องระวัง ตัวรับบทหนักคือยางหน้าพร้อมคันเร่งเพราะต้องอาศัยแรงขับจากล้อหลังช่วยในการยึดเกาะ รอบแรกๆ ผมพบอาการไถลของล้อหน้าที่ชัดมากโดยเฉพาะเมื่อเลี้ยวขวา การเลี้ยวซ้ายอาการจะน้อยกว่าอย่างชัดเจน ความแข็งของโช้คหน้าทำให้ต้องใช้กำลังแขนในการคุมหน้ารถมากเป็นพิเศษ และการเปิดคันเร่งทำได้ช้าในหลายจุดของสนาม ขาออกจากโค้งรถจะบีบไลน์ค่อนข้างยาก โชคดีที่เอ็กไซเตอร์เป็นรถที่มีช่วงยาว ฐานล้อที่มั่นคงเป็นรถที่ทรงตัวดีอยู่แล้ว ผนวกกับเบรกที่ยอดเยี่ยมทำให้ยังพอจับไลน์กว้างๆ ต่อเนื่องได้ ยางที่ใช้และโช้คหลังไม่สร้างความกังวลกลับรู้สึกมั่นคงให้มากกว่า เป็นรถที่เครื่องยนต์ตอบสนองดีขี่สนุกทุกครั้งที่บิดคันเร่งมีกำลังออกมาให้เร้าใจตลอด ตัวรถมั่นคงดี เบรกดีมาก ที่อยากได้คือโช้คหน้าที่ทำงานได้จริงมันจะช่วยให้ขี่ไม่เหนื่อย สนุกกว่านี้ และเวลาจะดีขึ้นแน่นอนครับ”
ความเห็นนักทดสอบ / จตุรงค์ หมื่นทิพย์
“ก่อนหน้านี้ก็ได้สัมผัสกันมาครั้งหนึ่งแล้วกับ Exciter150 ที่สนามแก่งกระจาน ต้องบอกว่าเป็นรถที่ออกแบบ ระยะฐานล้อและมุมเทลได้ค่อนข้างลงตัวกับรถแฟมิลี่สปอร์ต ให้ความคล่องตัวพลิกเลี้ยวได้ง่าย คราวนี้มาต่อยอดจากรถเดิมๆ เพิ่มเติมสมรรถนะของการปรับเซ็ทช่วงล่างเพื่อรองรับสำหรับการแข่งขัน แน่นอนว่าต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน จากสัมผัสแรกกับตำแหน่งโพสิชั่นท่านั่งที่จัดวางเพื่อนักแข่งใน++++ทีมที่ตัวเล็กกว่าผม ทำให้ต้องปรับระยะและท่านั่งให้เหมาะซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดก็คือเครื่องยนต์ที่อยู่ภายใต้กฎกติกาห้ามแตะต้อง แต่มันตอบสนองได้ฉับไวมากขึ้นด้วยการเสริมท่อไอเสียและกล่องไฟปรับจูนใหม่ และระบบคลัทช์เดิมๆ ที่มีส่วนช่วยให้การชิพเกียร์แต่ละครั้งกำลังของเครื่องยนต์มันต่อเนื่อง และรวดเร็วจนบางครั้งล้อหน้ายกลอยในจังหวะที่ต่อเกียร์ในโค้ง ในส่วนของรอบเครื่องยนต์จะยาวไปสักนิดสำหรับรถแฟมิลี่ ลากได้เกิน 11,000 รอบ/นาที ซึ่งผมเองใช้เพียง 9,500- 10,000 รอบ/นาที ถึงจะต้องต่อเกียร์เร็วแต่มันเหมาะสำหรับเครื่องยนต์เดิมๆ และสภาพสนามที่สั้นมีโค้งเยอะ ระบบรองรับกันสะเทือนในช่วงของการปรับตัวที่ความเร็วไม่มากก็ยังไม่เจออาการ แต่พอเริ่มเติมคันเร่งและพลิกเข้าโค้งที่เร็วขึ้นสิ่งที่เจอมันคืออาการสะท้านจากโช้คอัพหน้าแก่วง การที่จะเลี้ยวในโค้งแคบสามารถเข้าได้เร็วแต่ออกจากโค้งในมุมแคบไม่ได้ต้องปล่อยให้รถบานออกแต่ก็ไม่ถึงกับแหกออกนอกไลน์ ส่วนโช้คอัพหลังจากที่ได้ขี่ในทางที่เป็นคลื่นหรือการเดินคันเร่งออกจากโค้ง ก็ไม่เจออาการส่ายหรือย้วยให้เสียการทรงตัว ปิดท้ายด้วยระเบรกที่เป็นของเดิมทั้งหมด ทำงานได้ดีเกินคาดกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นรถที่ขี่แล้วสนุกเพราะกำลังเครื่องยนต์ที่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีการบ้านที่ต้องให้ทีมแข่งไปปรับปรุงในเรื่องของโช้คอัพหน้า รับรองว่าจะสามารถควบคุมรถ
YZ250F 2014 FMSCT SX CHAMPION MACHINE รถแข่งคู่ใจแชมป์ประเทศไทยซูเปอร์ครอสปี 2014 ชัยยันต์ โรมพันธ์
ถึงเวลามาแบไต๋กันเกี่ยวกับรถแข่งตัวแรงของแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุดสดๆ ร้อนๆ (ตอนนั้น) ชัยยันต์ โรมพันธ์ โดยการเปิดเผยของสุดยอดเซียนโมอย่าง สมศักดิ์ พรศิริเชิด “หั่งโมดิฟาย” ในนามผู้จัดการทีม ยามาฮ่า สิงห์ หั่งโมดิฟาย ยาน้ำระดมพล ซึ่งนอกจากจะมาเผยแนวทางการดูแลรถแข่งคู่ใจแชมป์แล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักทดสอบของไรดิ้งแมกกาซีนได้ทดลองขับขี่เพื่อสัมผัสความรู้สึกของ “รถแชมป์” ตัวจริงกันอีกด้วย

เครื่องยนต์
ด้วยความเป็น “รถสูตร” ตัวแข่งแรงจากโรงงานผลิต น้าหั่งบอกว่าทุกอย่างดีพร้อมอยู่แล้ว เกี่ยวกับเครื่องยนต์จะมีบ้างก็คือการปรับส่วนผสมของเชื้อเพลิง และปรับระบบจุดระเบิดจากเครื่องมือผ่านช่องทางที่สะดวกง่ายดายสไตล์หัวฉีดเท่านั้น ชิ้นส่วนด้านในทีมงานบอกไม่มีอะไรเพิ่มเติม ทำเพียงแค่ คงสภาพความสมบูรณ์ให้ส่งกำลังได้สดเอาไว้เสมอ วงรอบในการเปลี่ยนชิ้นส่วนลูกสูบแหวนนั้นอยู่ที่ 3 สนามต่อหนึ่งชุด ด้านนอกเท่าที่เห็นก็มีเพียงท่อ FMF F4.1 RCT ทั้งเส้น สเตอร์หลังใช้ 52 ฟัน
เฟรมและการควบคุม
เฟรมของ YZ250F ปี 2014 คันนี้พบว่าได้รับการปัดเงาขัดผิวมาเป็นอย่างดี จากการสอบถามได้ความว่า เดิมทีแล้วรถคันนี้เป็นของสำนักเดิร์ทช็อพที่จัดการปัดเงาเฟรมเตรียมไว้ให้ ตระการ ทั่งทอง ใช้แข่ง แต่เมื่อ มีการตัดสินใจย้ายค่ายก่อนแข่งเพียงไม่กี่วันมันจึงได้กลายมาเป็นรถแข่งของชัยยันต์ในที่สุด ชิ้นส่วนที่ใช้ควบคุมรถแชมป์คันนี้ยังเป็นของเดิมทั้งหมด มีเพียงแค่การปรับตำแหน่งแฮนด์เดิลบาร์กดต่ำมาด้านหลัง 1 ระดับจากขีดวัดบนแฮนด์โปรเทเปอร์ติดรถ













ช่วงล่าง
เป็นส่วนที่ดูจะได้รับการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดโดยเฉพาะกับโช้คหน้าที่ยก Ohlins มาทั้งดุ้น ซึ่งแท้จริงแล้วโช้คหน้าชุดนี้คือตัวที่ใช้ประจำการในรถแข่งปี 2013 ของชัยยันต์มาแล้ว ด้วยขนาดที่ยังใช้กันได้ จึงถูกย้ายมาใช้รวมทั้งล้อหน้าแบบยกชุด ดิสก์เบรกหน้า ครอบทับเอาไว้ด้วยการ์ดพลาสติก Acerbis สีเดียวกับตัวรถ ส่วนโช้คหลังยังใช้ตัวเดิมแต่ได้รับการโมดิฟายด้านในใหม่จากสำนัก Pro-Action ให้ทำงานได้ตามที่ต้องการมากขึ้น เพิ่มความดุดันด้วยสปริงโช้คสีดำ ยางหน้าขนาดมาตรฐานแต่กับยางหลังชัยยันต์เลือกใช้ขนาดหน้ากว้างขึ้นหนึ่งเบอร์ 110/80-19 เพื่อเพิ่มพื้นที่การยึดเกาะของล้อหลังให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งชัยยันต์เป็นนักแข่งที่วางตำแหน่งตัวไปด้านหลังมากกว่าปกติด้วยเหตุผลที่ว่าลดการฟรีทิ้งของล้อหลัง จึงเน้นขนาดของยางหลังเป็นพิเศษ 
อุปกรณ์เสริม
ใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ ในรถคันนี้ ล็อคสตาร์ทที่โช้คหน้า ใช้ของ Hammer head อีกชิ้นคือสลิงรั้งขาเบรก และบล็อคตั้งโซ่อลูมินัมสีน้ำเงิน ทั้งคันปิดทับเอาไว้ด้วยสติกเกอร์แต่งลายขอบคุณผู้สนับสนุนเท่านั้น ช่างเป็น รถแชมป์ที่ดูเรียบง่ายซะจริงๆ
ขอขอบคุณทีมงาน ยามาฮ่า สิงห์ หั่งโมดิฟาย ยาน้ำ ระดมพล, น้าหั่ง สมศักดิ์ พรศิริเชิด ที่สละเวลาแม้สุขภาพไม่พร้อม, ชัยยันต์ โรมพันธ์ นักแข่งขวัญใจที่อุตส่าห์บึ่งมาจากจันทบุรี ขอบคุณสถานที่สนามสหเครนซูเปอร์ครอส ขอบคุณชุดนักทดสอบจากร้านเดิร์ทช็อพ เช่นเคยท่านสามารถชมคลิปวิดีโอการทดสอบนี้ได้ทางยูทูป หรือติดตามความคืบหน้าของเราได้ทาง www.facebook.com/ridingmag
สมศักดิ์ พรศิริเชิด “หั่งโมดิฟาย”
“ส่งแข่งในรุ่น MX2-A ผลงานปี 2014 ก็ได้แชมป์ประเทศไทยครับโดย ชัยยันต์ โรมพันธ์ ได้มา 3 ปีแล้วครับ 2010-2011 แล้วก็มา 2014 แนวทางจริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก เอาความเรียบร้อยแล้วก็ความรอบคอบในการทำงาน เซ็ตสภาพรถเข้าหานักแข่ง ทางเรียบกับโมโตครอสคือจริงๆ แล้วต่างกันโดยสิ้นเชิง คือโมโตครอสนี่นักแข่งต้อง 60% อย่างทางเรียบนี่อาจจะ 50/50 ในด้านโมโตครอสนี่นักแข่งสำคัญ ร่างกายต้องพร้อม กุญแจสู่ชัยชนะคือความพร้อม ความเข้าใจกับนักแข่ง คือต้องประสานงานกันให้ได้ระหว่างทีมงานกับนักแข่ง จริงๆ YZF นี่เป็นรถที่ทำมาสำหรับใช้แข่งขันอยู่แล้ว ค่อนข้างมาตรฐานแล้วเราก็มาปรับเซ็ตนิดหน่อย เสริมอุปกรณ์ตกแต่งนิดหน่อยเข้าไป ไม่มากมาย คุณภาพของเครื่องยนต์ รอบเครื่องเขาดีอยู่แล้วครับ”
ความเห็นนักทดสอบ
“ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นเกียรติอย่างมากครับสำหรับการได้รับความไว้วางใจให้ขับขี่รถแข่งของแชมป์ประเทศไทยคันนี้ในส่วนของเครื่องยนต์ผมว่าไม่ได้ผิดจากคาแรคเตอร์นะครับ เดิมๆ YZ250F ก็เป็นรถที่ตอบสนองแบบเน้นๆ อยู่แล้ว การได้ท่อไอเสียมาช่วยในส่วนการเร่งระบายและสุ้มเสียงที่โปร่งโล่งมากขึ้น รอบเครื่องขึ้นไวได้ตามสั่งกำลังลงพื้นแบบเน้นๆ แทบไม่ต้องเหนี่ยวคลัทช์ ไม่ใช่รถที่ก้าวร้าวโหดร้ายหรือแตกต่างจากสแตนดาร์ดมากมาย ในความรู้สึกของตัวผมเองตำแหน่งการควบคุมคือเรื่องใหญ่ของผมเลยในวันนี้ คือชัยยันต์เป็นคนที่ขี่ด้วยการนั่งกลางค่อนท้ายรถซะส่วนใหญ่ พอได้มาขี่เองรู้เลยว่าเขาตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ด้วยการกดตำแหน่งแฮนด์ ให้ต่ำลง พอแฮนด์ต่ำมันก็ยากนะครับที่จะขี่ด้วยการวางตัวค่อนไปด้านหน้าอย่างปกติ คือตอนเลี้ยวนี่พอได้ แต่ลุกยืนเมื่อไรแล้วพยายามโน้มหน้ามันจะฝืนๆ ตลอด ขี่ไปขี่มาตัวก็จะค่อยขยับไปอยู่ท้าย เข่าก็พลอยคล้อยไปกลางเบาะมากกว่าที่จะแนบข้างถังทำให้รู้สึกเหมือนจะหนีบไม่เต็มที่เท่าไร เรียกว่าถ้าจะขี่รถของชัยยันต์ก็จะต้องขี่ด้วยท่าของชัยยันต์ล่ะครับ กันสะเทือนคือความต่างที่ปรับเอาไว้สำหรับความเร็วของมืออาชีพจริงๆ โช้คหน้าไม่มีการเสียเวลาให้กับหลุมร่องเล็กๆ น้อยๆ แต่มันเก็บได้นิ่งหนึบมากกับการโดดลอยมาลงพื้น คือถ้าขี่ช้าจะรู้สึกว่าโช้คไม่ซับกับพื้นขรุขระสักเท่าไร ต้องขี่เร็วแล้วรูดผ่านการทำงานของเออห์ลินส์ชุดนี้มีเพื่อโดดครับ ยิ่งถ้าล้อหน้าลงก่อนจะหายห่วงเลย โช้คหลังก็ไม่ได้ปรับให้หนึบจนหนืด ค่อนข้างจะปรับรีบาวด์น้อยด้วยซ้ำไปเวลาโดดขึ้นไปท้ายจึงถูกดีดสูงได้ง่ายมาก น่าจะเป็นเหตุผลเรื่องของการวางรถลงหลังลูกรับของสนามซูเปอร์ครอส หน้าแข็งท้ายนิ่มแต่หนึบครับคอรถเบาครับ กับมุมคอรถที่ดูจิกๆ อยู่แล้วยิ่งเลี้ยวได้ไวเลย เบรกดูจะไม่เน้นเท่าไรไม่ใช่เบรกที่ตอบสนองปุบปับ ยางหลังที่มีหน้ากว้างขึ้น หนึ่งไซส์ไม่ส่งผลชัดเจนนักยังคงพลิกพลิ้วได้คล่องตัวในสนามสั้นๆ สไตล์ซูเปอร์ครอสครับ”
เขมรัฐ สุธรรมวาท
TNT300 PRODUCT 1 มี 300 ท้าสอย รถครึ่งพันชิงโพเดี้ยมสุดมันส์ในรุ่นเน็คเก็ด 500 R2M Superbike Thailand Championship
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการนำเอารถโปรดักชั่นที่ผลิตขึ้นในขนาดความจุเครื่องยนต์แตกต่างกันมาแข่งขันนั้นเป็นเรื่องยากขึ้นทุกที ด้วยความต่างของต้นกำลังเครื่องยนต์ซึ่งหลายคนเอามาเป็นข้อต่อรองให้ตัวเองมีโอกาสมากที่สุด
แต่นั่นไม่ใช่กับชายที่ชื่อ สุรสิทธิ์ น้อยเภา (หนึ่ง) เขาคือคนที่ไม่ยอมแพ้และไม่ย่อท้อกับข้อจำกัดหลายอย่างที่มี ถ้าจะสู้ต้องไปให้สุดแม้ต้องควักทุนตัวเองก็เอา ประกอบกับการได้รับโอกาสที่ดีจากคนที่เห็นความตั้งใจในการปรับแต่งรถแข่งและฝีมือในการแข่งขันจนทำให้พัฒนาตัวรถที่ว่าตรงๆ คือเป็นรองอยู่หลายขุม ทั้งซีซี น้ำหนัก คาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ มันจึงกลายเป็นความน่าสนใจและทำให้เราได้มาจับเข่าคุยลุยสัมผัสกันในวันนี้ถึงความแรงระดับโพเดี้ยมรายการซูเปอร์ไบค์ชิงแชมป์ประเทศไทยของ เบเนลลี่ ทีเอ็นที 300 ในนามทีม TURTLE DADDY BENELLI TEAM

จัดการขุมพลังใหม่
เครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียง ข้อเหวี่ยงและลูกสูบยังเท่าเดิม ส่วนนี้มีเพียงลดน้ำหนักฟลายวีลส์เพื่อช่วยให้เร่งรอบได้ไวขึ้นที่ได้รับการโมแบบจัดหนักคือฝาสูบที่ปาดออกเพื่อเพิ่มกำลังอัด จากนั้นก็มาจัดการขยายช่องทางเดินของไอดีและไอเสีย ที่ตัววาล์วทำการลดน้ำหนักและลดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของวาล์วให้แคบลง ซึ่งนอกจากจะเบาขึ้นแล้วยังช่วยให้ไอดีพุ่งเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้เร็วขึ้นด้วย เรือนลิ้นเร่งของระบบหัวฉีดเปิดรับอากาศโดยไม่ผ่านกรองและทำการขยายขนาดจากเดิม 37 มม.เป็น 41 มม. ท่อไอเสีย 2 รวม 1 คาร์บอนปลายสั้นเสียงสนั่นลอดท้องของ DIAVOLO ส่งกำลังขับผ่านโซ่ 520 สเตอร์ 14/49 ฟัน ชุดนี้ JT จัดให้ไหลคล่องๆ






มาที่ระบบไฟรื้อกันใหม่ด้วยการสร้างกล่องจูนขึ้นมาเองโดยสำนัก Product 1 ความพิเศษคือมันเป็นกล่องที่สามารถจูนน้ำมันและไฟได้ในกล่องเดียวไม่ต้องแยกเหมือนค่ายอื่น จูนได้ละเอียดด้วยการจับองศาการเปิดของปีกผีเสื้อ ขยายขอบเขตการผลิตแรงม้าให้ลากรอบกันได้ยาวถึง 12,000 รอบต่อนาที จุดระเบิดด้วยหัวเทียนอิริเดียม แบตเตอรี่ใช้ของ MOTOBATT
ช่วงล่างเดิมปรับแต่ง
มองดูก็จะรู้ว่าหน้าตาของชุดรองรับและเบรกของ TNT300 คันนี้มันไม่มีอะไรที่ผิดแผกจากรถสแตนดาร์ดจากเดิมที่ให้มาดูดีมากอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีการปรับเน้น เค้นประสิทธิภาพการทำงานให้มันรองรับความเข้มข้นของการขี่ในสนามให้ได้ โช้คหน้าที่เป็นแบบหัวกลับแยกการทำงานระหว่างสปริง (ซ้าย) และชุดน้ำมัน (ขวา) ก็จับมาเปลี่ยนเบอร์น้ำมันเข้าไปให้หนืดขึ้นแล้วค่อยมาไล่รีบาวด์แบบละเอียดกันที่สกรูปรับบนหัวโช้คอีกที โช้คหลังเล่นได้มากหน่อยเพราะเปิดโอกาสให้ปรับได้คล้ายรถแข่งทั้งสปริงแบบขันเกลียว และปรับหนืดด้วยการหมุนด้านล่าง แต่ก็ไม่พ้นต้องจับมาเปลี่ยนเบอร์น้ำมันใหม่เช่นกัน วงล้อยังคงใช้ของเดิม (ไปก่อน) ยางรุ่นมาตรฐาน IRC IZ-R เบอร์ 110/70-17 ล้อหน้า และ 140/70-17 ล้อหลัง พลังเบรกผ่านคาลิเปอร์และสายถักติดรถส่วนผ้าเบรกนั้นสั่งอัดเนื้อพิเศษโดย MAXUM-TECH
ปรับท่าขี่
ท่าทางการขับขี่เดิมๆ ออกแนวทัวร์ริ่งจัดไปหน่อย ก็ต้องใช้บริการชุดเกียร์โยงของ 517 ทั้งซ้ายและขวาด้วยการขยับหน้าพร้อมยกสูงหลบพื้นเวลาแบนโค้ง แฮนด์เดิมทั้งสูงทั้งยาวก็จัดการสวมเมาท์แฮนด์ใหม่และเลือกใช้แฮนด์สั้นของ MONSTER 796 แล้วกดองศาให้ปลายกดลงต่ำ ปะกับเร่งทดรอบแบบก้นหอยของ KITACO เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าสนับสนุนท่ามกลางกระแสเกมการแข่งขันที่กำลังคึกคักในตอนนี้ ถ้าเป็นรถเบเนลลี่ชั่วโมงนี้ต้องหนึ่งโปรดักท์วัน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรืออยากจูนเบเนลลี่คู่ใจโทรสายตรงได้เลยที่ 08-6528-2579
ความเห็นนักทดสอบ
“เขมรัฐ สุธรรมวาท”
“เป็นการดึงจุดเด่นของรถออกมาพัฒนาได้อย่างน่าประทับใจครับ ด้วยพื้นฐานของรถรุ่นนี้มันไม่มีอะไรจูงใจชวนให้พามาลงสนามแข่งกับเขาเลย แต่ความพยายามของทีมนี้คือการพัฒนาจุดเด่นให้ยิ่งเด่นชัดขึ้นมาอีก ส่วนจุดด้อยที่มีก็พยายามลดให้มันน้อยลง จุดเด่นที่ว่าก็คือเรื่องการทรงตัวระดับเทพ เราสามารถที่จะขี่รถคันนี้เข้าโค้งได้ด้วยความมั่นใจ 100% ผมกล้าพูดได้อย่างนั้นเลย มันเป็นรถที่เข้าโค้งแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก นิ่งสนิท คุณจะบิดคันเร่งตรงส่วนไหนของโค้งก็ได้ กันสะบัดไม่มีแต่การขี่รอบสนามผมเจออาการหน้าเบาแค่จุดเดียวเท่านั้น เบรกทำงานได้อย่างน่าประทับใจ ท่านั่งในการขี่ที่ปรับเปลี่ยนมาก็ยังคงอยู่ในรูปแบบของรถเน็คเก็ดแต่มีความกระชับมากขึ้นเครื่องยนต์จูนได้สมบูรณ์มาก แต่การจะขี่ให้สมบูรณ์ได้นั้นต้องขยี้กันให้รอบลั่นตลอดเวลาทีเดียว จากเครื่องยนต์ที่ไม่ได้จัดหนัก เน้นที่การลดน้ำหนักและความคล่องตัวในการรับและระบายของชุดวาล์วทำให้ย่านกำลังยังไม่ต่างจากรถเดิมๆ มากนัก ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่จะสำแดงเดชเอาเมื่อหลักหมื่นรอบต่อนาที ตีนปลายขยายความสนุกของรอบเครื่องยนต์ออกไปถึง 12,000 รอบต่อนาทีจากกล่องจูน น้ำหนักรถยังพอมีให้รู้สึก โช้คหลังยังมีสับอยู่บ้างหากเน้นเบรกลึกพร้อมลดเกียร์กระชั้นชิดแต่ไม่มีปัญหากับการทรงตัว ถือเป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย มุมเลี้ยวไม่แคบ แต่กว้างแบบไว้ใจได้ เครื่องยนต์ตอบสนองคันเร่งได้กระชับและได้น้ำได้เนื้อกว่าเดิมเยอะ ถ้าจัดให้กำลังมาไวกว่านี้จะเป็นอีกรุ่นที่ขี่สนุกในสนามสั้นแน่นอน”
ความเห็นนักทดสอบ
“จตุรงค์ หมื่นทิพย์”
“ TNT300 รถสไตล์เน็คเก็ดไบค์ที่มาแข่งในสนาม มันดูเหมือนจะขัดๆ ไปบ้าง แต่การปรับเซ็ทหลายๆ จุด ทำให้มันสามารถที่จะขับขี่ได้ไม่ต่างจากรถสปอร์ต หลักๆ ที่สัมผัสได้ถึงความเป็นรถแข่ง ก็คือท่านั่งที่ปรับใหม่ถึงจะเป็นแฮนด์บาร์แต่ลดระดับให้ต่ำลง ปลายแฮนด์องศาเข้าหาตัวไม่กดลงข้างล่าง มันค่อนข้างที่จะยากสำหรับการหมอบเพื่อหนีบแขนเข้ากับตัวรถ และในการโหนเข้าโค้งกลายเป็นความง่ายที่จะเอียงและโน้มตัวไปข้างหน้า และมันรับกับพักเท้าแบบเกียร์โยงที่ยกขึ้นสูงกว่าธรรมดาตัวจะโน้มไปข้างหน้าช่วยให้การก้มแนบสนิทไปกับตัวรถ ความโดดเด่นที่สัมผัสได้ชัดเจนและประทับใจก็คือการเซ็ทช่วงล่าง ถึงจะเป็นโช้คอัพเดิมติดรถที่มีการปรับค่าความหนืดด้วยไส้ในและน้ำมัน การเข้าโค้งด้วยความเร็ว การกดเบรกหนัก และเดินคันเร่งขณะที่อยู่ในโค้ง ไม่เจออาการย้วยหรือส่ายให้เสียการทรงทำให้เดินคันเร่งกับรอบเครื่องยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เครื่องยนต์มีการปรับแต่งในการเพิ่มช่องวาล์วของการดูดและระบายไอดีและไอเสีย และการจุดระเบิด จ่ายน้ำมันด้วยระบบฉีดผ่านกล่องของ Product 1 เป็นรอบที่มีกำลังช่วงกลางและปลายมาแบบเหลือเฟือ ทำให้การเข้าโค้งแคบที่ส่วนมากใช้เกียร์ 2 สามารถร้อยโค้งผ่านได้ด้วยเกียร์ 3 แบบต่อเนื่องโดยที่รอบเครื่องยนต์ไม่ตก กำลังม้าจะมาแบบสุดๆ ก็ต่อเมื่อผ่าน 11,500 รอบ/ นาที ไปแล้ว มีบางจังหวะช่วงปลายๆ รอบลั่นขึ้นสูงก่อนถึงจุดยกคันเร่งและเบรกจนหน้าแกว่งแทบเอาไม่อยู่เพราะไม่มีกันสะบัด ก็เป็นหน้าที่ของเบรกที่ต้องบอกว่าหนึบเกินไปไหมสำหรับเบรกชุดนี้ ทำให้มั่นใจกับการใช้งาน ถึงแม้น้ำหนักของตัวรถจะเยอะแต่ก็มีจุดเด่นคือการทรงตัวที่นิ่ง ต้องบอกว่า TNT300 คันนี้เป็นรถที่เซ็ทแล้วขี่ง่าย ถึงขนาดขึ้นไปแบกน้ำหนักกับเครื่องยนต์ 500 ซีซี และมีรางวัลโพเดี้ยมการันตี ก็ไม่ธรรมดาแล้วครับ…บอกเลยจุดเด่นอยู่ที่การทรงตัวที่นิ่ง”
Suzuki Hayabusa GSX-1300R
เป็น ความภาคภูมิใจของ ซูซูกิกับรถจักรยานยนต์ซูเปอร์ไบค์สปอร์ตทัวร์ริ่ง Hayabusa GSX 1300R ที่สามารถสร้างสถิติจนโด่งดังกับความเร็ว แม็กสปีด 300 กว่า กม./ชม. ทำให้ได้รับความนิยมในยุโรปและเอเชียHayabusa มีสิ่งที่น่าประทับใจหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีสมรรถนะเครื่องยนต์ มีอัตราเร่งที่น่าทึ่งและแม่นยำที่ล้ำสมัย ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1,340 ซีซี แบบ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ จ้าวแห่งความเร็วระดับ 300 กม./ชม. ที่มีระบบ counterbalancer เป็นตัวขับเคลื่อนการดำเนินการที่ราบรื่น ด้านข้างก็ติดสไลด์เดอร์กันแคร้งและตัวรถรูปร่างหน้าตาดีไซน์ด้วยความโค้งมนเพื่อให้การวิ่งตัดอากาศได้อย่างรวดเร็ว เหมือนวิถีกระสุนที่พุ่งตรง ไฟหน้ากึ่งไดมอนเชฟ ไฟเลี้ยวกรอบขาว วินชิวด์ยกสูงถึงจะดูกว้างใหญ่แต่ลดแรงปะทะได้สบายๆ เรื่องของท่านั่งเบาะขนาดใหญ่นั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน ในความเร็ว 200 กม./ชม. คนซ้อนแถบไม่รู้สึกถึงความเร็ว พักเท้าอลูมินัมยกระดับให้กระชับหนีบกับตัวรถคล่องแคล่ว
เพิ่มความเท่ให้น่าขับขี่ยิ่งขึ้น กับของแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่จัดเข้ามาเสริมกับชุดปั๊มเบรก brembo กระปุกลอย ก้านพับและก้านคลัทช์เหรียญปรับ ปลอกแฮนด์ LUCKGRIP เสริมจอแสดงผลสำหรับกล้องที่ติดตั้งไว้ข้างเวลาถอยสะดวกและปลอดภัยสำหรับรถใหญ่ๆ โช้คอัพหน้า OHLINS แกนโคสติ้งสีทองสามารถปรับเซ็ทค่าได้เต็มระบบ 3 ฟังก์ชั่น ดิสก์เบรกหน้า ดับเบิ้ลคาลิเปอร์ KITACO แบบ 6 ลูกสูบ สายไล่น้ำมันถักย้ำด้วยหัววงแหวน บังโคลนหน้าเสริมหล่อด้วยลายเคฟล่าร์ วงล้อแม็ก 3 ก้าน หน้ากว้างมีลวดลายสติ๊กเกอร์ที่สะดุดตา สำหรับรองรับหน้ายางใหญ่ให้สัมผัสพื้นถนนอย่างเต็มที่ในการเข้าโค้ง
ช่วงท้ายดุดันด้วยปลายท่อคู่ทรงสามเหลี่ยม แบรนด์ที่พัฒนาควบคู่กับซูซูกิ YOSHIMURA สแตนเลสหุ้มด้านนอกด้วยลายเคฟลาร์ สวิงอาร์มอลูมินัมดามบน ดิสก์เบรกหลังลูกสูบคู่จับห้อยอยู่ด้านล่าง
RA1
| เครื่องยนต์ | |
| แบบ | ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด 4 จังหวะ/ 1 สูบ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 200.00 cc |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 9.5:1 |
| กระบอกสูบ x ระยะชัก | 50.0 * 57.9 mm |
| ระบบหล่อลื่น | แบบเปียก |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | คาบูเรเตอร์ |
| ระบบจุดระเบิด | จุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ |
| ระบบคลัทช์ | คลัทช์เปียก |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ 5 ระดับ |
| ระบบสตาร์ท | สตาร์ทมือ/สตาร์ทเท้า |
| น้ำมันเชื้อเพลิง | 91,95 |
| ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง | 13.5 ลิตร |
| ความจุน้ำมันเครื่อง | – |
| กว้าง*ยาว*สูง | 870 * 2100 * 1165 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักรวม | 142 กิโลกรัม |
| ระบบกันสะเทือน |
หน้า : โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิค หลัง : โช้คอัพคู่พร้อมสวิงอาร์ม |
| ระบบเบรก |
หน้า : ดิสก์ หลัง : ดิสก์ |
| ยาง/ล้อ |
หน้า : 90/90-18 หลัง : 130/90 |










































































