เรซสุดพลิกผัน! “โจอัน เมียร์” บิด Honda RC213V โชว์ความเร็วระดับโพเดียม

สองนักบิดฮอนด้า เอชอาร์ซี กับรถแข่ง Honda RC213V ในศึก โมโตจีพี สนามล่าสุดที่ บาร์เซโลน่า โดย “โจอัน เมียร์” ทะยานเข้าป้ายอันดับ 2 กับความเร็วระดับท็อป ขณะที่ “ลูก้า มารินี” ทีมเมทบิดคว้าอันดับ 6 จากเรซสุดดราม่าภายใต้ 2 ธงแดง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สุดสัปดาห์นี้นักบิดฮอนด้ามีลุ้นคว้าโพเดียมอย่างมาก โดยจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” เจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ รวมถึง “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ได้เริ่มเกมในกริดที่ 10

ช่วงแรกของเรซทั้ง “ซาร์โก” และ “เมียร์” ต่อสู้ได้ดีในกลุ่มหน้า ก่อนที่จะมีธงแดงในรอบที่ 12 จากอุบัติเหตุในโค้ง 10 ส่งผลให้เรซต้องหยุดลงชั่วคราว และกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ทว่าในการรีสตาร์ทครั้งนี้ “ซาร์โก” โชคร้ายพลาดเสียหลักไปชนท้ายของ “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนหมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ก่อนจะโดนชนซ้ำอีกครั้งจนเกิดธงแดงครั้งที่ 2 โดยนักบิดชาวฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

หลังจากนั้นการแข่งขันกลับมารีสตาร์ทอีกครั้ง โดย “เมียร์” แสดงให้เห็นความเร็วที่ยอดเยี่ยมของรถแข่ง Honda RC213V ไล่บดในกลุ่มหน้าอย่างสุดมันส์ ก่อนจะบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 พร้อมกับฉลองบนโพเดียมได้สำเร็จตามหลังผู้ชนะเพียง 1.250 วินาที แต่โชคร้ายโดนปรับเพิ่มเวลา 16 วินาทีจากแรงดันลมยางจนตกไปจบเรซในอันดับ 13

โดย “มารินี” ที่ต่อสู้ในกลุ่มสองอย่างสูสีกับคู่แข่งหลายคัน สามารถรักษาความเร็วได้ดีอย่างต่อเนื่อง คว้าอันดับ 6 ตามหลังผู้ชนะเพียง 4.971 วินาที ตามด้วย “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ไต่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 ตามหลัง 6.839 วินาที

ผ่านการแข่งขัน 6 สนามแรก “มารินี” รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพมีทั้งสิ้น 43 คะแนน ตามด้วย “ซาร์โก” ในอันดับ 16 มี 34 คะแนน, “โมเรร่า” อันดับ 17 มี 17 คะแนน และ “เมียร์” อันดับ 18 มี 11 คะแนน

สำหรับนักบิดฮอนด้ามีคิวลงทดสอบอย่างเป็นทางการของ โมโตจีพี ในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ที่ เซอร์กิต

เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันสนามถัดไปที่ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซินาเล เดล มูเจลโล ประเทศอิตาลี ในรายการ 29-31 พฤษภาคมนี้ ในรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์

 

#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP

Harley-Davidson® ฉลองแนวคิด RIDE บุก Bangkok Hot Rod Show 2026 เผยโฉมคัสตอม Road Glide™ Limited และ Sportster™ S ครั้งแรกในไทย พร้อมไลน์อัปปี 2026

 Harley-Davidson เดินหน้าตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพและคอมมูนิตี้ของผู้ขับขี่ ผ่านการนำแนวคิดใหม่ของแบรนด์อย่าง ‘RIDE’ มาสร้างประสบการณ์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ภายในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับหัวใจของการขับขี่ และเชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ผ่านประสบการณ์จริงในแบบฉบับ Harley-Davidson

Harley-Davidson สร้างประสบการณ์ที่สอดรับกับแนวทาง “The SiXnature” ของงาน ด้วยการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของตัวจริง ควบคู่กับไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ปี 2026 และคอลเลกชันเสื้อผ้า Dickies และ Factory Racing และ Dickies ชุดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง พร้อมโอกาสพิเศษที่แฟนคัสตอมได้พบปะกับ Gary Royal นักออกแบบมอเตอร์ไซค์คัสตอมชื่อดังระดับรางวัล ที่มาพูดคุยถึงวิธีนำแพลตฟอร์ม RIDE มาต่อยอดเป็นสไตล์การขับขี่ในแบบของตัวเอง

ถ่ายทอดตัวตนผ่านโลกของ Custom Kings

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการนำเสนอวัฒนธรรมคัสตอมในแบบ Harley-Davidsonที่เปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และตัวตนของผู้ขับขี่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมอเตอร์ไซค์คัสตอม โดยครั้งนี้มีการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของชาวไทยจำนวน 2 คัน เพื่อสะท้อนสีสันของวัฒนธรรมการขับขี่วิถีไทย ได้แก่:

  • Road Glide Limited ตกแต่งโดย นิรันดร สิมาสฤษฏ์: “Godzilla” Harley-Davidson Road Glide Limited คือ มอเตอร์ไซค์ทัวร์ริงสมรรถนะสูงที่ยกระดับรถทัวร์ริงระดับหรูให้กลายเป็นพาหนะแห่งสมรรถนะที่ดุดัน แต่ยังคงความประณีต ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการแข่งขัน King of the Baggers ตัวรถมาในสี Iron Horse Metallic ผสานโทนสีดำ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ลึกลับ แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยรายละเอียดทางวิศวกรรมอย่างชัดเจน ด้านสมรรถนะได้รับการอัปเกรดด้วยท่อไอเสียสเตนเลสแบบ 2-into-1 ที่มีรอยเชื่อมแต่งสีจากความร้อน ท่วงท่าที่ดูสปอร์ตและคล่องตัว พร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 VVT ที่เน้นทั้งความปราดเปรียวและพละกำลัง โดยยังคงความสบายสำหรับการเดินทางไกลไว้อย่างครบถ้วน ส่วนงานตกแต่งโทนดำ รายละเอียดสีแดง ล้อแต่ง และแฟริ่งหน้า Sharknose อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมบุคลิกแบบดาร์กคัสตอมที่โดดเด่นในสไตล์เมือง ขณะที่เบาะนั่งออกแบบเฉพาะและ Tour-Pak สีเดียวกับตัวรถ ยังคงมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมในแบบรถทัวร์ริง มากกว่าการเป็นมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริง Road Glide Limited คันนี้สะท้อนจิตวิญญาณของสมรรถนะแบบแบ็กเกอร์ยุคใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง และถูกสร้างขึ้นเพื่อโลดแล่นบนท้องถนนอย่างแท้จริง
  • Sportster S ตกแต่งโดย คุณนิติกร ควนสงวน หรือ โจ มอเตอร์ไซค์คันนี้ถูกสร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้เป็นหนึ่งใน Sportster S รุ่นคัสตอมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่สุดในยุค โดยผสานงานฝีมือที่พิถีพิถัน สมรรถนะระดับสูง และชิ้นส่วนที่ออกแบบและผลิตขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนศักยภาพของวงการคัสตอมในประเทศไทยสู่สายตาระดับนานาชาติ จุดเด่นสำคัญประกอบด้วย สวิงอาร์ม CNC ที่ออกแบบเฉพาะ ล้อหลังขนาด 18 x 9 นิ้ว พร้อมยางขนาด 250 และชุดหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมดิสก์เบรกคู่และล้อแต่งขนาด 19 นิ้ว ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในผลงานตกแต่ง Sportster S รุ่นแรก ๆ ในลักษณะนี้ ณ เวลานั้น ตัวรถปิดท้ายด้วยลวดลายสีที่ออกแบบเฉพาะ พร้อมรายละเอียดการตกแต่งที่ประณีตทั่วทั้งคัน สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างชัดเจน ทั้งความเรียบเท่ ความแตกต่าง และบุคลิกที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำในแบบของตนเอง

มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันนี้ร่วมตอกย้ำแก่นสำคัญของแบรนด์ว่า Harley-Davidson ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการขับขี่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้ถ่ายทอดตัวตนและสไตล์ของตนเองอย่างเต็มที่

เจาะลึกงานสร้างสรรค์กับ Gary Royal นักสร้างมอเตอร์ไซค์ตกแต่งและศิลปินชื่อดังเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ

Harley-Davidson ยังได้ต้อนรับ แกรี รอยัล (Gary Royal) ศิลปินคัสตอมชื่อดังและผู้ก่อตั้ง Beware Choppers USA มาร่วมสร้างสีสันที่บูธ Harley-Davidson ภายในงาน โดยแกรีเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม American Chopper และเคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Yokohama Hot Rod Custom Show ประเทศญี่ปุ่น ภายในงานครั้งนี้ แกรียังได้ร่วมแบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์จริงเกี่ยวกับรถคัสตอม พร้อมแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจกับคอมมูนิตี้ช่างคัสตอมในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

แกรี รอยัล กล่าวว่า “สิ่งที่ได้เห็นจากวงการมอเตอร์ไซค์คัสตอมในประเทศไทยครั้งนี้สร้างความประทับใจอย่างมาก สำหรับผลงานของผมเองก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม American Chopper  ซึ่ง Harley-Davidson ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดจินตนาการและสร้างสรรค์ผลงานเฉพาะตัวมาโดยตลอด การได้เห็นนักคัสตอมชาวไทยถ่ายทอดสไตล์และตัวตนของตัวเองลงบน Road Glide® และ Street Bob® ยิ่งตอกย้ำว่า จิตวิญญาณของการสร้างมอเตอร์ไซค์ที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริงนั้นเกิดขึ้นได้ในทุกที่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจนี้ในประเทศไทย และได้เห็นคนรุ่นใหม่นำแนวคิดดังกล่าวไปต่อยอดในแบบของตัวเอง”

สัมผัสสมรรถนะและสไตล์ล่าสุด: ไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ ปี 2026 และคอลเลกชัน Dickies และ Factory Racing

ภายในงาน Harley-Davidson ยังจัดแสดงไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ปีล่าสุดให้ผู้ร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด คู่กับมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ เพื่อให้แฟน ๆ ได้เห็นทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และดีไซน์ล่าสุดของแบรนด์ ที่สามารถต่อยอดสู่การตกแต่งในสไตล์ของตัวเองได้

นอกจากนี้ ยังมีการวางจำหน่ายคอลเลกชัน Dickies x Harley-Davidson และ คอลเลกชัน Factory Racing ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การแข่งขันของ Harley-Davidson ถ่ายทอดกลิ่นอายจากสนามแข่งผ่านเครื่องแต่งกายรุ่นพิเศษสำหรับแฟน ๆ และผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Harley-Davidson

เดินหน้าต่อยอดวัฒนธรรมคัสตอมในระดับภูมิภาค

กระแสตอบรับจากงานในกรุงเทพฯ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดย Harley-Davidson เตรียมเดินหน้าผลักดันวัฒนธรรมคัสตอมในภูมิภาค ผ่านการประกวด Custom Kings ที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ เพื่อสนับสนุนคอมมูนิตี้นักสร้างสรรค์ และนักแต่งมอเตอร์ไซค์ พร้อมตอกย้ำงานฝีมือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมมอเตอร์ไซค์

ตั้งแต่การจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ที่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะเคลื่อนที่ ไปจนถึงนวัตกรรมล่าสุดในไลน์อัป Model Year 2026 ประสบการณ์ของ Harley-Davidson ในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 สะท้อนเรื่องราวเฉพาะตัวของผู้ขับขี่ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวรถ พร้อมเฉลิมฉลองพลังที่เชื่อมโยงทุกเส้นทางและทุกการเดินทางเข้าด้วยกัน นั่นคือจิตวิญญาณแห่ง RIDE

 

ยามาฮ่าเปิดตัว “New YAMAHA Finn” ฟินน์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมยกระดับรถจักรยานยนต์ครอบครัวให้ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตดีย์…มีฟินน์”

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นใหม่ “New YAMAHA Finn” อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซปต์ “ฟินน์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม ชีวิตดีย์…มีฟินน์” มาพร้อมการออกแบบใหม่รอบคัน เพิ่มความพรีเมียม หรูหรา ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ขับขี่ง่าย ประหยัดน้ำมัน และดูแลรักษาง่าย พร้อมการรับประกันนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

New YAMAHA Finn โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมภาพลักษณ์ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่ ให้ความสว่างชัดเจน ประหยัดพลังงาน และมีความทนทานสูง พร้อมโคมไฟหรี่บลูเลนส์ที่ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่ไฟท้ายและไฟเลี้ยวถูกออกแบบใหม่ให้ดูหรูหราและทันสมัยยิ่งขึ้น

ด้านเทคโนโลยีการใช้งาน New YAMAHA Finn มาพร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบ Digital แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน ทั้งความเร็ว ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ และระยะทาง เพิ่มความสะดวกด้วยฮุกแขวนของแบบ Build-in ช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ รวมถึงช่องต่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือ 12V รองรับการใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเดินทาง พร้อมกับการปรับรูปทรงเบาะนั่งใหม่ ให้ผู้ขับขี่สามารถวางเท้าแตะพื้นได้สะดวกมากขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ และยังมีพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาด 9.7 ลิตร รองรับหมวกกันน็อกครึ่งใบหรือสัมภาระต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

โดย New YAMAHA Finn ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 115 ซีซี พร้อมหัวฉีดอัจฉริยะที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ประหยัดน้ำมัน ดูแลรักษาง่าย พร้อมกล่อง ECU ควบคุมการจ่ายน้ำมันอย่างแม่นยำ เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่คุ้มค่าในทุกเส้นทาง

สำหรับในรุ่น Smart Key ยังมาพร้อมกุญแจรีโมตอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เพียงพกกุญแจติดตัวก็สามารถสตาร์ทรถ เปิดเบาะ และล็อกคอรถได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ ขณะที่รุ่น Standard มาพร้อมกุญแจแบบ Multi-Function ที่รวมทุกฟังก์ชันการใช้งานไว้ในจุดเดียว

เสริมความปลอดภัยใน New YAMAHA Finn ติดตั้งระบบเบรกแบบ UBS (Unified Brake System) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกไปยังล้อหน้าเมื่อใช้งานเบรกเท้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ และเสริมความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ยามาฮ่ายังมอบความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานด้วยการรับประกันคุณภาพนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตของยามาฮ่า

สำหรับ New YAMAHA Finn มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

– รุ่น Smart Key มีให้เลือก 2 สี คือสีน้ำเงิน และสีเทา ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 50,300 บาท


– รุ่น Standard Cast Wheels (ล้อแม็ก) มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสีแดง ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 48,300 บาท


– รุ่น Standard Spoke Wheels (ล้อซี่ลวด) มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสีแดง ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 46,300

New YAMAHA Finn พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานของชีวิตประจำวัน ด้วยความสะดวกสบาย ความประหยัด และดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกเส้นทาง “ชีวิตดีย์…มีฟินน์” อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจ New YAMAHA Finn สามารถเลือกชมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอปพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Yamaha Call Center 02-263-9999

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.yamaha-motor.co.th

· Facebook: Yamaha Society Thailand
· Instagram: @YamahaSocietyThailand
· YouTube: Yamaha Society Thailand
· LINE OA: @Yamahasociety

BANGKOK HOT ROD 2026 ทุบสถิติดึง 50 กรรมการโลกตัดสินงานคัสต้อม มากสุดในอาเซียน!

พบกับความยิ่งใหญ่ในวาระครบรอบ 10 ปีของปรากฏการณ์งานคัสต้อมที่โลกต้องจับตามอง “BANGKOK HOT ROD CUSTOM SHOW 2026” ระหว่างวันที่ 16 – 17 พฤษภาคม 2569 ณ อาคาร 11 – 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยปีนี้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการดึงคณะกรรมการผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วโลกกว่า 50 ท่าน บินตรงสู่ไทยเพื่อร่วมตัดสินภายใต้มาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นจำนวนกรรมการต่างชาติที่มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง Custom Culture ของเอเชีย   สร้างปรากฏการณ์งานคัสต้อมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชูไฮไลท์การรวมตัวของสุดยอดรถคัสต้อมที่สะท้อน “ลายเซ็นคนไทย” (The SiXnature) ผสานกับยนตกรรมระดับตำนานจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกิจกรรมระดับพรีเมียมที่หาชมได้ยากที่สุดในประเทศไทย
นันทพัฒน์ (บอมบ์) อุ่นพิกุล ประธานจัดงาน เปิดเผยว่า “จุดแข็งที่สุดของปีนี้คือความเชื่อมั่นจากวงการโลก เรามีกรรมการและแขกรับเชิญกว่า 50 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านคือ ‘ระดับตำนาน’ ที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก การมาเยือนของพวกเขาพร้อมกับการรวบรวมรถคัสต้อมกว่า 400 คันมาไว้ในงาน คือการพิสูจน์ว่าศักยภาพของคนไทยได้รับการยอมรับในระดับสูงสุดแล้วว่า     “คัสต้อมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”


การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสืบสานวัฒนธรรมคัสต้อมในระดับภูมิภาคเอเชีย ด้วยการรวบรวมรถยนต์ฮอทรอดและรถจักรยานยนต์คัสต้อม พร้อมการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงอิทธิพลจากวงการระดับโลก เช่น Mr. Shige Suganuma จาก MOONEYES Japan , Mr. Yaniv Evan เจ้าพ่อ FXR จาก Hollywood ที่มี FC ชาวไทยติดตามอย่างหนาแน่น , Gary Royal จาก Beware Choppers ซานฟรานซิสโก บิวเดอร์สายชอปเปอร์มาดเท่ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคนหนึ่งของโลก , Mike Rabideau เจ้าของฉายา Majikmike บิวเดอร์จากลาสเวกัสและ Giuseppe Lazzara (Pepe) จาก อิตาลี ผู้เชี่ยวชาญสไตล์ Chicano ที่ผสมผสานงานดีไซน์อิตาลีได้อย่างหาตัวจับยาก  ร่วมด้วย Arnaud Mary จากฝรั่งเศส James Sinclair และ John Maragozidis จากออสเตรเลีย และผู้นำวงการจากเครือข่ายคัสต้อมอาเซียนครบทีม คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทย


ไฮไลท์สำคัญ ของปี 2026:
The Global Pride “Bangkok Boy”: ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของคัสต้อมไบค์ตัวแทนหนึ่งเดียวของไทยที่ไปประกาศศักดาคว้า 4 รางวัลจากเวทีระดับโลก  รถที่เต็มไปด้วย DNA ความเป็นไทยในทุกสัดส่วน ผลงานการคัสต้อมและลงลายเส้นโดยทีมงานไทย 100% ที่พิสูจน์แล้วว่าฝีมือคนไทยทัดเทียมนานาชาติ
Thailand SiXnature Zones : พบกับกองทัพรถที่ถูกคัดสรรมาเพื่อโชว์ความเป็นที่สุดของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น 1923 Ford Model T (รถยนต์รุ่นประวัติศาสตร์ที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกที่ร้อนแรงที่สุด) , Dragster : Mooneyes (รถที่เร็วที่สุด), RX-8 : TKS Racing (รถที่เตี้ยที่สุด) และ Lightning McQueen : Heng’s Garage รถคันโปรดขวัญใจเด็ก ๆ ที่จะมาสร้างสีสันให้โซนนี้คึกคักเป็นพิเศษ และยังพบกับการรวมตัวของ  สุดยอดวินเทจชอปเปอร์ 15 คันที่เป็น “Top Tier” ของประเทศ จาก ยุคสงครามจนถึงยุคทอง และความแรร์ของเครื่องยนต์ระดับตำนานที่หาดูได้ยากที่สุด อาทิ Knucklehead, Panhead, Shovelhead และ Flathead ซึ่งทุกคันถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนจิตวิญญาณของเจ้าของอย่างแท้จริง

The Master Builders: พบกับผลงานของเหล่ามาสเตอร์และอินฟลูระดับประเทศ  อาทิ K-Speed สำนักแต่งไทยชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงได้ในระดับโลก,  Dogtor Garage พ่อมดรถการ์ตูนที่ปีนี้มากับคอนเซ็ป “Tinky Winky” พร้อมด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายรถอย่าง Streetmetal , เอส ระดับโลก และ NOISYBOY ที่พาผลงานดีไซน์ดุดันมาโชว์ตัว

Legendary Collections & Motorsports: ย้อนวันวานกับ Group A รถแข่ง 6 คันแห่งตำนานจากสนามแข่งสู่ DNA ที่เด็ก 90s ต้องรู้จัก พร้อมพบกับ Heng’s Garage ตัวพ่อสาย GT-R ที่รวมตำนาน Nissan Skyline ไว้มากที่สุด และ Joe Hawaii กับคอลเลกชันรถอเมริกันหายากในธีม “Colorful” มาไว้ในที่เดียว และอีก 1 ไฮไลท์ที่สำคัญกับสีสันของเด็กหลังห้องจากชีวา คลาสิคที่จะยกทัพ 1981 SOUL & SOLD มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานในปีนี้

งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์รถ แต่เป็นพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์ ทั้งการจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่หายาก สินค้าแฟชั่นแนวคัสต้อมที่รวมร้านค้ากว่า 100 ร้าน พร้อมโซน TDE Village (Thailand Diecast Expo) อีก1ใน partner หลักของงานที่ยกโลกรถโมเดลและฉาก Diorama ระดับนักสะสมมาโชว์ให้แฟนๆรถเล็กได้สัมผัสโลกยานยนต์ในมุมที่สมจริงยิ่งกว่าเดิม  และกิจกรรมความบันเทิงอย่างการประกวด Kustom Paint Thailand Contest: เวทีประชันฝีมือของศิลปิน Pinstripe และ Air Brush แถวหน้าของเมืองไทยที่มาโชว์การสร้างสรรค์ศิลปะบนชิ้นส่วนยานยนต์แบบสดๆ

นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ เป็นเจ้าของรถ New Honda GB350C Bangkok Hot Rod Custom Bike Built by Fat Boy Design รถคัสต้อมพิเศษเพียงคันเดียวในโลกที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

“Luca Marini” ทะยานจบ Top10 คว้าแต้ม MotoGP สนามที่ 5 ฝรั่งเศส

ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 5 รายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ แข่งขันรอบเมนเรซเวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ชิงชัยกันทั้งสิ้น 27 รอบสนาม โดยแม้จะมีฝนตกลงมาก่อนหน้านั้น แต่ท้ายที่สุดเกมในเรซนี้ก็ดวลกันโดยปราศจากฝน

ผลการแข่งขันปรากฏว่า “ลูก้า มารินี” ทีมเมทชาวอิตาเลียนเจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 10
แม้จะต้องออกตัวจากกริดที่ 15 เจองานที่ท้าทายในกลุ่มกลาง ก่อนจะไล่ขึ้นมาจบเรซในอันดับ 10 ด้วยเวลารวม 41 นาที 33.017 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 15.016 วินาที คว้าแต้มสำคัญมาได้สำเร็จ ส่วนทีมเมท “โจอัน เมียร์” นักบิดชาวสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 7 และออกตัวอย่างดุดัน สามารถไล่แซงคู่แข่งขึ้นไปถึงอันดับ 6 แต่มาพลาดล้มอย่างน่าเสียดายในช่วง 8 รอบสนามสุดท้ายอย่างล่าเสียดาย

ด้าน “โยอันน์ ซาร์โก” นักบิดเจ้าถิ่นชาวฝรั่งเศสหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ แชมป์เก่าในสนามแห่งนี้จากปีที่ผ่านมา จบการแข่งขันอันดับ 11 ตามหลัง 16.549 วินาที ขณะที่ “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ พลาดล้มในรอบที่ 10 ไม่จบการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2026 สนามถัดไปจะโยกไปดวลความเร็วที่สนาม เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ ในศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์

#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #FrenchGP

Royal Enfield ตอกย้ำตัวตน Custom Culture เตรียมสะกดสายตาชาวคัสตอม เปิดตัว Masterpiece ระดับโลก ในงาน BANGKOK HOTROD CUSTOM SHOW 2026

โรยัล เอ็นฟิลด์ (Royal Enfield) แบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc-750cc) เตรียมตอกย้ำบทบาทในฐานะแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมการแต่งรถและไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ในงาน BANGKOK HOTROD CUSTOM SHOW 2026 ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569

สำหรับปีนี้ Royal Enfield เตรียมยกประสบการณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Biker’s Living Room” มาสู่ผู้เข้าชมงาน โดยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงรถจักรยานยนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสโลกของ Royal Enfield Custom Culture ผ่านไลน์อัพรถคัสตอมจำนวน 7 คัน พร้อมกิจกรรมไลฟ์สไตล์และประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟภายในบูธ นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Royal Enfield ไม่ว่าจะเป็น Gift Set เสื้อยืด และสติกเกอร์ภายในงานอีกด้วย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัวรถคัสตอมระดับโลกในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ Carolina Reaper จากประเทศญี่ปุ่น ที่เตรียมเผยโฉมต่อสายตาแฟน ๆ ชาวไทยเป็นครั้งแรก รวมถึง Urban Striker รถคัสตอมสุดพิเศษจากประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการคอลแลบข้ามวงการระหว่าง Royal Enfield และ Fairtex

รถคัสตอมทั้งสองคันสะท้อนแนวคิดสำคัญของ Royal Enfield ที่เชื่อว่ารถจักรยานยนต์ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่คือ “ผืนผ้าใบ” สำหรับผู้ขับขี่ในการแสดงออกถึงตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์ของตนเอง

ภายในงาน ผู้เข้าชมยังจะได้พบกับ Yuichi Yoshizawa คัสตอมบิลเดอร์และกรรมการผู้ทรงอิทธิพลในวงการคัสตอมจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะมาร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับงานสร้างรถคัสตอมอย่างใกล้ชิด

Carolina Reaper: เมื่อ Guerrilla 450 ถูกตีความใหม่ด้วยจิตวิญญาณ Flat Track จากโตเกียว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ Royal Enfield เตรียมนำมาจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทยคือ Carolina Reaper รถคัสตอมที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Royal Enfield Guerrilla 450 โดย Cheetah Custom Cycles สำนักแต่งจากโตเกียว นำโดย Toshiyuki Osawa ศิลปิน คัสตอมบิลเดอร์ กราฟิกดีไซเนอร์ ช่างแกะสลัก และหนึ่งในผู้ก่อตั้งงาน Flat Track “Have Fun” ซึ่งเขายังเป็นนักแข่ง Flat Track ด้วยตนเอง

Carolina Reaper เปิดตัวระดับโลกครั้งแรกในงาน Yokohama Hot Rod Custom Show 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานคัสตอมมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยงานสร้างคันนี้ถ่ายทอดแนวคิดที่ผสานความเรโทร และความโมเดิร์น สมรรถนะแบบรถแข่ง และศิลปะการคัสตอมเข้าไว้ด้วยกัน ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง American Flat Track และรถแข่งยุค 1970s ที่จริงจังในสมรรถนะ แต่ยังคงแฝงจิตวิญญาณอันสนุกสนาน

พื้นฐานของ Carolina Reaper คือ Royal Enfield Guerrilla 450 โมเดิร์นโรดสเตอร์ระดับพรีเมียมของแบรนด์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Sherpa 450 สูบเดี่ยว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 452cc ซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกับ Himalayan 450 ทำให้ตัวรถกลายเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในโลกคัสตอม

จุดเด่นสำคัญของรถคันนี้คือการคงโครงเฟรมเดิมไว้ พร้อมเสริมซับเฟรมท้ายแบบแฮนด์เมด ชุดบอดี้อะลูมิเนียมผลิตขึ้นใหม่ และสวิงอาร์มดีไซน์ใหม่ที่ใช้เทคนิค brass-brazed construction รวมถึงปรับระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบ direct-mount เพื่อยกระดับความสามารถในการเซ็ตอัพและเพิ่มฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Flat Track อย่างเต็มรูปแบบ

Urban Striker: เมื่อจิตวิญญาณ Guerrilla พบ DNA นักสู้ของ Fairtex จากนักแต่งเมืองไทย

สำหรับประเทศไทย Royal Enfield ยังเตรียมนำเสนอ Urban Striker รถคัสตอมที่พัฒนาจาก Guerrilla 450 ปี 2026 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Royal Enfield และ Fairtex โดยตัวรถสะท้อนนิยามของสตรีทโรดสเตอร์ที่เฉียบคม ดุดัน และทรงพลัง

ชื่อ “Urban Striker” สะท้อนการผสานกันระหว่างจิตวิญญาณแบบ Guerrilla ของ Royal Enfield และ DNA นักสู้มวยไทยของ Fairtex โดยคำว่า “Urban” เชื่อมโยงตัวรถเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ที่การเคลื่อนไหว สไตล์ และทัศนคติคือส่วนหนึ่งของตัวตน ขณะที่คำว่า “Striker” ถ่ายทอดแก่นแท้ของความแม่นยำ ความดุดัน และพลังที่ควบคุมได้ในแบบฉบับมวยไทย

Urban Striker โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดิบ เน้นการใช้งานบนท้องถนน ตกแต่งด้วยสีพิเศษจากการคอลแลบเฉพาะกิจ และติดตั้งแฮนด์แบบจับโช้ค หรือ clip-on เพื่อเสริมท่านั่งที่ดุดัน เปรียบเสมือนความคล่องแคล่วและสมาธิของนักมวยไทย งานสร้างคันนี้จึงเป็นตัวแทนของ DNA ทั้งสองแบรนด์ ทั้งในด้านความแม่นยำ ความดุดัน และความจริงแท้

นอกจากนี้ ความร่วมมือ Royal Enfield x Fairtex ยังต่อยอดสู่พรีเมียมคอลเลกชัน โดยมีรายละเอียดกราฟิกบนถังน้ำมันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการพริ้วไหวของผ้าซาตินบนกางเกงมวยไทยขณะที่นักสู้เตรียมก้าวขึ้นสังเวียน สื่อถึงทั้งความสง่างามและความเข้มข้นของกีฬามวยไทย พร้อมประดับอักษร “มวยไทย” กลางถังน้ำมัน เพื่อเชิดชูศิลปะการต่อสู้ประจำชาติและสะท้อนมรดกของ Fairtex ในระดับสากล

คัสตอมไลน์อัพ สะท้อนตัวตน Custom Culture

นอกเหนือจาก Carolina Reaper และ Urban Striker ภายในบูธ Royal Enfield ยังเตรียมจัดแสดงรถคัสตอมอีกหลากหลายสไตล์ ที่สะท้อนความหลากหลายของการตีความบนแพลตฟอร์ม Royal Enfield ไม่ว่าจะเป็น Hunter B.O.B Project บนพื้นฐาน Hunter 350, Krishna โดย K-Speed บนพื้นฐาน Classic 650 รวมถึง FT 450 รถรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับ Slide School ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Guerrilla 450

ไลน์อัพทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของ Royal Enfield ที่มองรถจักรยานยนต์เป็นพื้นที่เปิดสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นสายคลาสสิก สตรีท เรซซิ่ง แฟลตแทร็ก บ็อบเบอร์ หรือไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย รถมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield สามารถตีความใหม่ได้อย่างหลากหลายตามตัวตนของผู้ขับขี่และนักสร้างสรรค์

Royal Enfield ขอเชิญชวนผู้ที่หลงใหลในรถจักรยานยนต์ งานคัสตอม และไลฟ์สไตล์สองล้อ มาร่วมสัมผัสโลกของ Custom Culture ในแบบ Royal Enfield ได้ที่บูธ Royal Enfield ในงาน BANGKOK HOTROD CUSTOM SHOW 2026 วันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 11–12 เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 12.00–22.00 น.

#RoyalEnfield #RoyalEnfieldThailand #BangkokHotrodCustomShow2026 #PureMotorcycling

“ชิพ-นครินทร์” ปลดล็อกโพเดียมโฮมเรซ สู้ทุกโค้งคว้าท็อป 3 ARRC สนามที่ 2

คลาส เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี (ASB1000) หนึ่งเดียวของไทย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และทีมแม็คคานิกซ์ไทยของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ทุ่มเททำงานอย่างหนักพร้อมกับพลังหนุนอย่างเต็มที่ของไทยฮอนด้า โดยการแข่งขันในเรซที่ 2 “ชิพ-นครินทร์” ควบ Honda CBR1000RR-R ออกสตาร์ตจากกริดที่ 6 โดยต้องเริ่มต้นบวกความเร็วทันทีตั้งแต่ต้นการแข่งขันพร้อมควบคุมความเสี่ยงเพื่อรักษาโอกาสในการทำผลงาน

“ชิพ-นครินทร์” ใช้ประสบการณ์ควบคุมรถแข่งและการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม เร่งความเร็วแซงคู่แข่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและขยับขึ้นมารั้งท็อป 3 ก่อนเข้าสู่รอบสุดท้าย แม้คู่แข่งพยายามเข้ากดดันแต่ยอดนักแข่งไทยไม่เปิดช่องว่างในช่วงปลายเกม ก่อนเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 3 ปลดล็อคโพเดียมต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทยสำเร็จรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 2

#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals

“ไอเดีย-กฤตภัทร” ระเบิดฟอร์ม ! นำม้วนเดียวคว้าชัยโฮมเรซ – “ตี-อนุภาพ” เบิ้ลโพเดียม ARRC ที่ บุรีรัมย์ เส้นทางลุ้นแชมป์สดใส

ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม สร้างผลงานสุดร้อนแรงในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2026 สนาม 2 โดย “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งของทีมบิดรถแข่ง YZF-R3 นำม้วนเดียวผงาดคว้าชัยชนะโฮมเรซในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ครองจ่าฝูงบนตารางแชมเปียนชิพ ขณะ “ตี”​อนุภาพ ซามูล ฟอร์มดีต่อเนื่องคว้าดับเบิลโพเดียม ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เส้นทางลุ้นแชมป์สดใสหลังผ่าน 2 เรซสุดมันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางการติดตามอย่างใกล้ชิดของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย

เกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) ยังคงเป็นไฮไลต์ของทุก ๆ สนาม โดยเรซนี้แข่งขันกันทั้งสิ้น 12 รอบสนามเช่นเคย “ตี”​อนุภาพ ซามูล นักบิดมากประสบการณ์ชาวไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เจ้าของรถแข่ง YZF-R6 หมายเลข 500 ได้ออกตัวจากกริดที่ 2 และเริ่มเกมได้ดี

รูปเกมคล้ายคลึงกับเรซแรกในวันเสาร์ โดย “ตี-อนุภาพ” เปิดเกมบุกในช่วง 3 รอบสุดท้าย ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำ ก่อนจะเพลย์เซฟในโค้งสุดท้ายเพื่อรักษาคะแนนสะสมให้มากที่สุด บิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 ด้วยเวลารวม 20 นาที 2.226 วินาที ตามหลังผู้ชนะเพียง 0.130 วินาที เท่านั้น โดยเพียงพอให้คว้าโพเดียมไปครองทั้ง 2 เรซ เส้นทางลุ้นแชมป์เอเชียยังสดใสมี 60 คะแนน พร้อมกับบีบระยะเข้าไปหาผู้นำบนตารางแชมเปียนชิพเหลือ 12 คะแนน หลังผ่าน 4 เรซแรกของฤดูกาล

ขณะที่การแข่งขันในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ดวลกัน 10 รอบสนาม ซึ่งเรซนี้ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ นักบิดดาวรุ่งชาวไทยหมายเลข 39 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ระเบิดฟอร์มเก่ง พารถแข่ง YZF-R3 คู่ใจที่แม้จะโดนลดรอบเครื่องยนต์ลง แต่ยังสามารถบิดนำม้วนเดียวจบ คว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จด้วยเวลารวม 18 นาที 41.804 วินาที

ด้าน “กัส” ธีรไนย ทับทิม นักบิดดาวรุ่งเลือดใหม่ของทีมเจ้าของหมายลข 36 เริ่มเกมจากกริดที่ 12 ไล่บี้อย่างสุดมัน มีลุ้นโพเดียมจนถึงโค้งสุดท้าย ชนิดที่ต้องตัดสินผลแข่งด้วยภาพถ่าย ก่อนจะบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 5 ตามหลังผู้ชนะ 6.732 วินาที

ผ่าน 4 เรซ จาก 2 สนามแรกในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี สถานการณ์ลุ้นแชมป์ของ “ไอเดีย-กฤตภัทร” สดใส รั้งจ่าฝูงหลังคว้า 3 ชัยชนะ เก็บไปทั้งสิ้น 86 คะแนน ส่วน “กัส-ธีรไนย” รั้งอันดับ 8 มี 27 คะแนน

ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ ที่ สนาม โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น

—————————-
#YamahaThailandRacingTeam
#RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits
#YamahaRacing #No1RacingTeam
#YamahaSocietyThailand #YamahaRidersclubThailand
#RaceMachine #ARRC2026 #TheBlueShift #YamahaR6 #AS500 #YamahR3 #KK39
#YamahaThailandRacingOfficial

 

ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2

ศึก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026” สนามที่ 2 เรซ 2 เสิร์ฟสีสันระดับเวิลด์คลาส นักบิดไทยสร้างผลงานกระหึ่ม พาเหรดขึ้นโพเดียม พร้อมกวาดแชมป์ 2 รุ่น “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ผงาดวินเนอร์ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ควง “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขึ้นโพเดียมแบบวันทู เช่นเดียวกับ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่บิดคว้าชัย เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี โดยมี “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยืนคู่บนโพเดียมอันดับ 2 ขณะที่ผลในรุ่นใหญ่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม บิดหายคว้าชัยรุ่นใหญ่ 4 เรซติด ส่วน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักแข่งไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 2 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แข่งขัน 2 เรซ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางการติดตามของแฟนความเร็วทั่วโลก ทั้งผ่านการถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมอัดแน่นกิจกรรมเอาใจมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยในสนามอย่างเต็มอิ่ม

ขณะที่เกมการแข่งขันก็เข้มข้นทุกคลาส โดยในรุ่นใหญ่อย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) ดวลกันทั้งสิ้น 15 รอบสนาม ซึ่งกริดสตาร์ทยังคงมี ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า เรซซิ่ง มาเลเซีย เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วยทีมเมทอย่าง อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ เคโตะ อาเบะ นักบิดญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า ฟิลิปปินส์

ด้าน ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะ 3 เรซแรกและจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5 ส่วน นักบิดไทยหนึ่งเดียวในรุ่นใหญ่อย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เริ่มเกมจากกริดที่ 6 โดยมีการปรับปรุงเซ็ตอัพรถแข่งได้ลงตัวมากขึ้น

เกมเรซนี้แทบไม่มีอะไรพลิกผันสำหรับตำแหน่งหัวแถว โดย ซยาห์ริน ที่ออกตัวจากกริดที่ 5 ไล่แซงคู่แข่งขึ้นเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 2 ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มระยะห่างและบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 24 นาที 1.995 วินาที ผงาดคว้าชัยชนะไปครอง 4 เรซรวด ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง อาเบะ อันดับ 2 ถึง 2.748 วินาที

ขณะที่ “ชิพ-นครินทร์” นักบิดชาวไทยวางแผนการขี่ในเรซนี้อย่างยอดเยี่ยม เกาะกลุ่มท็อปไฟว์ไปจนถึงช่วงท้ายเรซ ก่อนจะขยับแซง ซัควาน ไซดี้ ขึ้นมา และบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 3.482 วินาที ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ

โดยหลังผ่าน 2 สนามแรก ซยาห์ริน นำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 100 คะแนน ทั้งห่าง อาเบะ อันดับ 2 ออกไป 24 คะแนน ตามด้วย แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์ นักบิดอินโดนีเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 3 ตามหลัง 47 คะแนน ส่วน “ชิพ-นครินทร์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 เก็บไป 39 คะแนน


ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เรซที่ 2 ดวลกัน 12 รอบสนาม โดยกริดสตาร์ทมี คาสม่า ดาเนียล คาสมายูดิน แชมป์เก่าชาวมาเลเซียจาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างในแถวหน้าด้วย 2 นักแข่งไทยอย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม และ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 และ 3

รูปเกมในรุ่นนี้ยังคงเข้มข้นเช่นเคย โดยนักบิดหลายคนในกลุ่มนำสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันแทบทุกรอบ ขณะที่ “มิกซ์-ธนัช” ต้องเจองานหนักเมื่อต้องเข้ารับโทษ “ลองแล็ป” ในรอบที่ 2 ทำให้ร่วงจากอันดับ 3 ลงไปถึงอันดับ 11 แต่ยังมีความเร็วเหนือกว่าทุกคนในสนาม ค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งจนขึ้นมาถึงกลุ่มหน้าในช่วง 4 รอบสุดท้าย


ก่อนจะเร่งความเร็วปิดจ็อบจากการแซงในโค้ง 12 ของรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 2.096 วินาทีปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ เฉือน “ตี-อนุภาพ” อันดับ 2 เพียง 0.130 วินาที ตามด้วย แม็คคินลีย์ ไคล์ พาซ นักบิดฟิลิปปินส์จาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.577 วินาที ส่วน คาสม่า ดาเนียล เข้าป้ายอันดับ 4 และ “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ นักบิดไทยอีกคนจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จบการแข่งขันในอันดับ 6 ตามหลัง 4.676 วินาที

สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เข้มข้นสุดๆหลังผ่านสนาม 2 ปรากฏว่า คาสม่า ดาเนียล แชมป์เก่ารั้งจ่าฝูงมีทั้งสิ้น 72 คะแนน ตามด้วย “มิกซ์-ธนัช” ที่บีบระยะห่างเข้ามาเหลือเพียง 3 แต้มท่านั้น อันดับ 3 เป็นของ อัซรอย ฮาคีม ตามหลัง 11 แต้ม และ “ตี-อนุภาพ” รั้งอันดับ 4 ตามหลัง 12 คะแนน

ขยับมาดูเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ซึ่งแข่งกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม เป็นอีกคลาสที่แฟนชาวไทยได้เฮ เมื่อนักแข่งชาวไทยขึ้นโพเดียมพร้อมกัน 2 คน และเป็นการคว้าชัยชนะแบบวันทู ต่อหน้าแฟนๆ ในบ้านเกิดที่ บุรีรัมย์

โดย “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ออกนำแบบม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 18 นาที 41.804 วินาที อันดับ 2 เป็นของ “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ตามหลัง 4.694 วินาที ตามด้วย คาสด้า เอช นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.562 วินาที ส่วน “กัส” ธีรไนย ทับทิม ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม พลาดโพเดียมเฉียดฉิว บิดเข้าป้ายอันดับ 5 ตามหลัง 6.732 วินาที


หลังผ่านการแข่งขันสนาม 2 “ไอเดีย-กฤตภัทร” ยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี อย่างเหนียวแน่น มีทั้งสิ้น 86 คะแนน เหนือ เรห์ซ่า ดานิก้า อาห์เรนส์ คู่แข่งชาวอินโดนีเซีย อันดับ 2 อยู่ 22 คะแนน ส่วน “เฟอร์-ปัญจรุจน์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ตามผู้นำ 24 คะแนน และ “กัส-ธีรไนย” รั้งอันดับ 8 มี 27 คะแนน

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี (UB150) ชัยชนะตกเป็นของ ฮุสนี ไซนัล ฟูอัดซี จาก ซีเออร์ แอลเอฟเอ็น เอชพี969 อะเดลิน เอ็มซีอาร์ อาร์บีที34 ด้วยเวลา 16 นาที 37.890 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง อาหมัด ดาร์วาซี อาหมัด ซาฮีร์ นักแข่งมาเลเซียจาก ยูซี เอเชีย ทีม เพียง 0.390 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ อาดีตยา ฟาอูซี นักบิดอินโดนีเซียจาก เจพีเอ็นดับเบิลยู เอสเอ็นดี แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ตามหลัง 0.801 วินาที

ผลในรุ่น ทีวีเอส เรซซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนชิพ เรซสอง ชัยชนะเป็นของ ซาทัค ชาวัล นักแข่งอินเดียด้วยเวลา 14 นาที 58.040 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง โมฮัมหมัด แรมแดน รอสลี นักแข่งมาเลเซียอันดับ 2 เพียง 0.073 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เปดรินโญ มาโตส นักบิดโปรตุกีส ตามหลัง 0.161 วินาที

ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามถัดไป จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ ที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะกลับมาดวลความเร็วสนามสุดท้าย ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคมนี้ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล

แรงทะลุลองแล็ป! “มิกซ์-ธนัช” บิด Honda CBR600RR ฝ่าลองแล็ป ไล่แซงเดือดทะยานคว้าวินเนอร์ เรซ 2 ศึกชิงแชมป์เอเชีย

“มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว The Next Successor จาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” บิดสุดยอดรถแข่งทางเรียบ Honda CBR600RR หมายเลข 31 ฝ่าอุปสรรคสุดหินในการแข่งขัน แม้ต้องเข้า “ลองแล็ป เพนัลตี้” จากการตัดสินเรซที่ผ่านมา มุ่งมั่นกลับมาสู่เกมทำความเร็วไล่แซงบี้จนโค้งสุดท้าย ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1

คลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) ศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 2 เรซที่ 2 พาธงชาติไทยขึ้นโพเดียมสูงสุดพร้อมเพลงชาติไทยกระหึ่มสนามช้าง สร้างความปลาบปลื้มให้แฟนๆชาวไทยที่มาเชียร์ถึงขอบสนาม อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างยิ่งใหญ่

ขณะที่ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ยังมีอาการบาดเจ็บแต่สามารถต่อสู้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ต่อสู้กับคู่แข่งคว้าท็อป 6 มาครองในโฮมเรซ

#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals

!! เฮลั่น ไอเดีย กฤตภัทร คว้าชัย AP250 โฮมเรซ


การแข่งขัน Asia Road Racing Championship 2026 สนาม 2 ที่ Chang International Circuit บุรีรัมย์ ในรุ่น AP250 เรซ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ไอเดีย กฤตภัทร เขื่อนคำ” #39 จาก Yamaha Thailand Racing Thailand เริ่มการแข่งขันจาก Pole Position และ ขึ้นนำยาวแบบม้วนเดียวจบ คว้าชัยไปครอง
.
#ARRC2026 #AP250 #YamahaThailandRacingTeam #KK39

ดับเบิ้ลโพเดียม! “เฟอร์-ปัญจรุจน์” ควบ Honda CBR250RR คว้าโพเดียมอันดับ 2 ARRC เรซที่ 2

“เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งนักบิดไทยจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยกระดับผลงานแบบต่อเนื่อง แสดงศักยภาพ Honda CBR250RR หมายเลข 12 คลาส เอเชีย โปรดัคชั่น 250 (AP250) ซึ่งออกสตาร์ตจากกริดที่ 4 บดไล่แซงคู่แข่ง พร้อมฉีกระยะออกมาในช่วงท้ายเกม บิดเข้าเส้นชัยคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ส่งผลให้สามารถกวาดโพเดียมโฮมเรซ มาครองได้ทั้งสองเรซติดต่อกัน ท่ามกลางความยินดีของแฟนๆชาวไทย ในการแข่งขัน FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals