ยามาฮ่าเปิดตัว Tenere 700…The Next Horizon is Yours

ยามาฮ่าเปิดตัว Tenere 700…The Next Horizon is Yours สายลุยรุ่นใหม่ล่าสุด อย่างเป็นทางการ พร้อมราคาสุดพิเศษในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 36

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ประกาศเปิดตัวรถจักรยานยนต์ Yamaha Tenere 700…The Next Horizon is Yours รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ รุกตลาดบิ๊กไบค์เอาใจสายลุย ที่พร้อมจะพาทุกท่านทะยานข้ามเส้นขอบฟ้า ไปล่าฝัน ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากยามาฮ่า ด้วยราคาแนะนำสุดพิเศษที่ 439,000 บาท แถมฟรี!!! ประกันภัยชั้น 1 และ Yamaha Tenere 700 พร้อมชุดแต่งจาก Touratech ในรุ่น Advanture Edition ในราคา 493,000 บาท และรุ่น Black Edition ในราคา 576,700 บาท

โดยสามารถเป็นเจ้าของ Yamaha Tenere 700 พร้อมโปรโมชั่นฟรีประกันภัยชั้น 1 ได้แล้วที่งาน Bangkok International Motor Expo 2019 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 และโชว์รูมจำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ Yamaha Riders’ club ทุกสาขาทั่วประเทศ

Ninja 1000SX สปอร์ตทัวร์เรอร์ใหม่ที่ถูกขัดเกลาอย่างพิถีพิถัน

Ninja 1000SX ใหม่คือรถเจนเนอเรชั่นที่ 4 ในแพลตฟอร์มสปอร์ตทัวร์เรอร์ที่ประสบความสำเร็จจากคาวาซากิ ซึ่งสามารถส่งมอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตและประสิทธิภาพของรถสไตล์ทัวร์ริ่งให้ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ได้รู้สึกอิ่มเอมไปกับท่วงท่าการควบคุมอันผ่อนคลาย ให้ค่าไอเสียที่สะอาดหมดจดยิ่งขึ้นขณะยังคงรักษาความยอดเยี่ยมของเพอร์ฟอร์แมนซ์ไว้, สปอร์ตกว่า มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ที่เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยท่อไอเสียแบบออกข้างเดียวและระบบไฟ LED ทั้งคัน เพิ่มความสบายของเบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทั้งยังได้รับการอัพเกรดระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายรายการ – รวมไปถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอิเล็กทรอนิกส์; ควิกชิพเตอร์; โหมดการขับขี่ (Integrated Riding Modes) ที่ทำงานผสานกับระบบ KTRC และโหมดส่งกำลัง; ไปจนถึงเรือนไมล์ดิจิตอลจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน – รายละเอียดที่ถูกปรุงแต่งด้วยความประณีตคือสิ่งที่ทำให้สปอร์ตทัวร์เรอร์ซึ่งได้รับการขัดเกลาใหม่รุ่นนี้น่าดึงดูดกว่าที่เคย

Top Featuresเครื่องยนต์ขุมพลัง 4 สูบเรียงที่สุดแห่งความเร้าใจเครื่องยนต์สี่สูบเรียงปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,043ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 จังหวะ ส่งกำลังเร้าใจในทุกรอบความเร็วต่อเนื่องไปจนถึงเรดไลน์ให้การตอบสนองอันเหนือชั้น กำลังในรอบกลางที่ทรงพลังและเสียงดูดอากาศอันเร้าอารมณ์ – ตอบรับทุกสัมผัสของการเปิดคันเร่งด้วยสมรรถนะและท่วงทำนองที่กระตุ้นความตื่นเต้น สำหรับโมเดลในรุ่นปี 2020 นอกจากค่าไอเสียที่สะอาดหมดจดขึ้นแล้ว การเปลี่ยนไปใช้เรือนลิ้นเร่งไฟฟ้ายังทำให้สามารถเพิ่มระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังช่วยให้การส่งกำลังมีความเรียบเนียน ต่อเนื่องไร้การสะดุดอีกด้วยการควบคุมนิ่ง มั่นคงสไตล์สปอร์ตฟรมอลูมิเนียมท่อคู่ความแข็งแกร่งสูงของ Ninja 1000SXถูกกำหนดจุดศูนย์ถ่วงมาอย่างพิถีพิถัน หยิบยื่นสมดุลที่ดีระหว่างความคล่องตัวและนิ่งมั่นคงในการบังคับ ตัวรถตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ด้วยความฉับไวขณะที่ยังสามารถซึมซับแรงกระแทกจากส่วนที่ชำรุดของผิวทางได้อย่างยอดเยี่ยม สมรรถนะด้านการควบคุมอันเป็นเลิศช่วยให้ Ninja 1000SX วิ่งได้เสถียรอย่างเหนือชั้นบนทางตรงและส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงในทางโค้ง พร้อมเปลี่ยนให้การเดินทางเป็นระยะเวลานานบนรถจักรยานยนต์กลายเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคยยางสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดจากบริดจสโตนยางติดรถ BATTLAX HYPERSPORT S22 ช่วยเสริมให้การควบคุมมีความเบา เลี้ยวง่าย ในขณะที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านการยึดเกาะถนนทั้งบนทางเปียกและทางแห้ง ซึ่งหมายถึงความมั่นใจและเพลิดเพลินในการขับขี่ขั้นสูง KQS: Kawasaki Quick Shifterเพื่อให้สอดรับกับคาแรคเตอร์การส่งกำลังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเร้าใจของ Ninja 1000SXควิกชิพเตอร์ที่ติดตั้งมากับตัวรถช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถชิพเกียร์ขึ้นและเชนจ์เกียร์ลงได้โดยไม่ต้องใช้คลัตช์ ส่งให้การเรียกอัตราเร่งนั้นมีความต่อเนื่อง ทั้งยังสามารถลดระดับความเร็วของตัวรถลงได้ไวและง่ายด้วยเช่นกัน KCMF: Kawasaki Cornering Management Function Total Engine & Chassis Management Package จุดแข็งของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำหน้าของคาวาซากิคือโปรแกรมอัจฉริยะความซับซ้อนสูงซึ่งเลือกใช้ฮารด์แวร์น้อยที่สุด ช่วยให้กล่อง ECU สามารถประมวนผลได้อย่างแม่นยำและเห็นภาพว่าแซสซีกำลังทำอะไรอยู่แบบ Real-time โปรแกรมไดนามิคโมเดลลิ่งของคาวาซากิยังมีการนำตัวแปรที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายประการมาวิเคราะห์ ทำให้ตัวระบบทราบข้อมูลของสภาพถนนและสภาวะของยางในสถานการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกันออกไปใช้นวัตกรรมด้านซอฟท์แวร์รุ่นใหม่ล่าสุดจากคาวาซากิและข้อมูลจากชุดเซ็นเซอร์ IMU(Inertial Measurement Unit)  ที่มีความกะทัดรัด ระบบ KCMF จะทำการวัดขอบข่ายการตอบสนองของทั้งเครื่องยนต์และแซสซีตลอดทั้งโค้ง – ตั้งแต่จุดเข้า,ผ่านจุด Apex, ไปยังจุดออกโค้ง – ควบคุมแรงดันเบรกและกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดการเคลื่อนตัวที่ต่อเนื่องไร้การสะดุดตั้งแต่จังหวะเร่งความเร็วไปจนถึงจังหวะใช้เบรกและกลับมาเดินคันเร่งอีกครั้ง เพื่อช่วยผู้ขับขี่ให้สามารถรักษาไลน์การขับขี่ได้อย่างแม่นยำตลอดทั้งโค้ง KTRC: Kawasaki Traction Controlมีให้เลือกทั้งหมด 3 โหมดซึ่งครอบคลุมสภาวะการขับขี่ใช้งานได้เป็นวงกว้างไม่ว่าจะช่วยเสริมสมรรถนะเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ตหรือเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนลักษณะทางที่เปียกลื่นได้อย่างปลอดภัย KIBS: Kawasaki Intelligent anti-lock Brake Systemระบบเบรกป้องกันล้อล็อกอัจฉริยะจากคาวาซากิควบคุมแรงดันเบรกด้วยความแม่นยำสูงระหว่างการขับขี่แบบสปอร์ต

IMU: เสริมศักยภาพในการจับทิศทางการเคลื่อนตัวของแซสซีด้วยชุดเซ็นเซอร์IMU(Inertial Measurement Unit)การนำระบบ IMU ที่มีขนาดกะทัดรัดมาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่ระบบ KTRC และKIBS ที่มีระดับความแม่นยำสูงอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีกมิเตอร์: เรือนไมล์สี TFTเรือนไมล์ฟูลดิจิตอลสี TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่มีความกะทัดรัดเสริมให้มิติเบื้องหลังแฮนด์มีความไฮเทคและหรูหรามีระดับ มาตรวัดใหม่ยังมาพร้อมฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ไม่มีในโมเดลรุ่นเก่า

Z900 รถซูเปอร์เน็คเก็ตไรเดอร์โฟกัสสุดประณีต

ขุมพลังและแซสซีที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานผสานกันอย่างเหนือชั้น ส่งให้ Z900 เป็นรถที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมและครบเครื่องซึ่งสามารถรองรับผู้ขับขี่ได้ในทุกระดับทักษะ คาแรคเตอร์การตอบสนองที่เป็นมิตร (เพิ่มความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบ Traction control) ถูกเสริมด้วยสมรรถนะการควบคุมอันคล่องแคล่วและคันเร่งที่ตอบรับการใช้งานได้อย่างฉับไว แม่นยำ เหมือนเช่นเคย Z900 เป็นรถจักรยานยนต์ที่สามารถรองรับการใช้งานในเมืองได้ด้วยความสะดวกคล่องตัว แต่เนื่องจากถูกออกแบบมาให้ส่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่มอบความสนุก เร้าใจ สูงสุด สถานที่ที่รถคันนี้ตอบสนองได้ดีและเป็นธรรมชาติมากที่สุดจึงเป็นเส้นทางคดเคี้ยวและถนนที่เปิดโล่ง

ยางติดรถใหม่ Dunlop SportmaxRoadsport 2 ช่วยเสริมสมรรถนะการควบคุมของ Z900 ให้เหนือชั้นมากยิ่งขึ้นการออกแบบชิ้นส่วนบริเวณรอบโคมไฟหน้าได้รับการออกแบบใหม่ เพิ่มความเฉียบคมและสื่อถึงความเล็ก กระชับ เส้นสายถูกปรับให้ลาดเอียงไปด้านหน้าน้อยกว่าเดิม แต่เพิ่มความคมของเหลี่ยมมุมเพื่อให้รับกับชุดไฟหน้าใหม่

KTRC: Kawasaki Traction Controlระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction control) ที่ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยของคาวาซากิช่วยเสริมสมรรถนะทั้งการขับขี่แบบสปอร์ตและเพิ่มความปลอดภัยบนผิวทางที่เปียกลื่นให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างมั่นใจ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับใช้งานได้มากถึงสามโหมดซึ่งแต่ละโหมดจะเพิ่มความรัดกุมในการทำงานของตัวระบบเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การขับขี่และความต้องการของผู้ใช้

โหมดการขับขี่ทุกโหมดทำงานลิงค์กับระบบ KTRC และโหมดส่งกำลังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระดับของระบบ Traction control และการส่งกำลังให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผู้ขับขี่สามารถเลือกระหว่างโหมด Full Power หรือ Low Power เพื่อปรับการส่งกำลังของตัวรถให้เหมาะกับสภาวะการขับขี่และความต้องการในการใช้งาน ในโหมด Low Power กำลังของตัวรถจะถูกจำกัดให้เหลือประมาณ 55% ของโหมด Full Power (กำลังที่ลดลงแตกต่างไปตามรอบเครื่องยนต์และตำแหน่งคันเร่งที่ใช้ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น)เรือนไมล์สี TFTเรือนไมล์ฟูลดิจิตอลสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ใหม่ ยกระดับให้มิติเบื้องหลังแฮนด์มีความไฮเทคและหรูหรา มาตรวัดใหม่ยังมาพร้อมฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ไม่มีในโมเดลรุ่นเก่า

Ninja 650 เอกอัครราชทูตแห่งรถในตระกูล Ninja

ยังคงคอนเซ็ปท์ “ขี่สนุก มีสไตล์และควบคุมง่าย” เช่นเดียวโมเดลรุ่นก่อนหน้าNinja 650 ใหม่ คือรถจักรยานยนต์ที่หยิบยื่นส่วนผสมอันลงตัวระหว่างสมดุลอันเหนือชั้นและความตื่นเต้นเร้าใจในการขับขี่ด้วยขุมพลังสองสูบ Parallel Twin ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 650 ซีซี ที่ให้แรงบิดอันทรงพลังในรอบต่ำถึงกลางและถูกวางมาในแซสซีน้ำหนักเบา เล็กกระชับตามสไตล์รถในคลาสมิดเดิ้ลเวทเครื่องยนต์ที่ถูกขัดเกลาใหม่ช่วยให้ค่าไอเสียสะอาดหมดจดผ่านมาตรฐาน เพิ่มแรงบิดในรอบกลางและยางติดรถใหม่เสริมการควบคุมให้เบา ฉับไว มากยิ่งขึ้นเหมือนเช่นเคย

สมรรถนะการควบคุมที่คล่องตัวและสัมผัสการขับขี่อันแม่นยำ ถูกเติมเต็มด้วยการส่งกำลังที่ควบคุมง่ายและการตอบสนองที่เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ กลายเป็นสัดส่วนที่สมบูรณ์ระหว่างสมรรถนะแบบสปอร์ตและความอเนกประสงค์ต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งมือใหม่และผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ รูปลักษณ์ใหม่สุดเฉียบคมถูกเพิ่มดีกรีความโดดเด่นด้วยโคมหน้า LED ใหม่และเรือนไมล์สี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เสริมอารมณ์ความเป็นสปอร์ตเต็มขั้นและตอกย้ำความเป็นรถในตระกูล Ninja ได้ชัดเจนกว่าเคย ขณะที่ความใส่ใจในทุกรายละเอียดคือสิ่งที่ผลักดันให้การเก็บงานและคุณภาพการประกอบมีความประณีตพิถีพิถันจนออกมาเป็นรถจักรยานยนต์ซึ่งสามารถทำให้ผู้ใช้รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ – สมกับที่เป็นเอกอัครราชทูตแห่งรถในตระกูล Ninja เครื่องยนต์สมรรถนะเยี่ยมแบบ 2 สูบเรียงตอบสนองเร็ว ทั้งยังประหยัดน้ำมัน พร้อมให้อัตราเร่งกำลังแรงในช่วงความเร็วรอบต่ำถึงกลางระหว่าง 3,000-6,000 รอบต่อนาที และแม้จะใช้ความเร็วรอบต่ำกว่า 3,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ก็ทำงานได้อย่างนุ่มนวลราบรื่น หรือในกรณีที่เครื่องเพิ่มความเร็วรอบสูงกว่า 6,000 รอบต่อนาทีก็ยังสามารถทำอัตราเร่งได้ดีไม่มีแรงตก ช่วยให้เครื่องสามารถทำงานต่อไปได้โดยไม่มีสะดุด นอกจากนี้ เครื่องยนต์ยังถูกปรับแต่งให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น โดยมีอัตราค่าสิ้นเปลืองดีกว่ารุ่นก่อนๆ ถึงร้อยละ 6.8 ตามมาตรฐานการทดสอบ WMTC และเมื่อทำการทดสอบที่ศูนย์ทดสอบของคาวาซากิ ตามเงื่อนไขของ WMTC ก็เห็นได้ชัดว่าเครื่องยนต์สามารถประหยัดเชื้อเพลิงลงได้อย่างมากเมื่อใช้ความเร็วปกติระหว่าง 50 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั้นจะผันแปรไปตามรูปแบบของการขับขี่ สภาวะการขับขี่ และการบำรุงรักษาเครื่องยนต์คลัทช์แบบเพิ่มแรงกดและสลิปเปอร์ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์ในสนามแข่ง คลัทช์ที่ติดตั้งมาจะใช้ลูกเบี้ยวสองชนิด (ลูกเบี้ยวแบบเพิ่มแรงกดและลูกเบี้ยวสลิปเปอร์) จึงทำให้ได้ฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ถึงสองฟังก์ชั่นที่ไม่มีมาในคลัทช์มาตรฐาน

ยางติดรถใหม่เบาเลี้ยวง่ายDunlop SportmaxRoadsport 2 ใหม่เสริมให้การควบคุมของตัวรถมีน้ำหนักเบาและฉับไวมากยิ่งขึ้นเบาะเพิ่มความสบายของผู้โดยสารเบาะหลังใช้วัสดุยูริเทนที่มีความหนาเพิ่มขึ้น (หนาขึ้นประมาณ 5 มม. บริเวณตรงกลางและ 10 มม. บริเวณขอบเบาะ) และกว้างกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความสบายให้กับผู้ซ้อนท้ายเรือนไมล์ฟูลดิจิตอลสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ใหม่ – ครั้งแรกในรถจักรยานยนต์พิกัด 650 ซีซี จากคาวาซากิ – เสริมให้มิติเบื้องหลังแฮนด์ดูไฮเทคและหรูหรามีระดับ มาตรวัดใหม่ยังมาพร้อมฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ไม่มีในโมเดลรุ่นเก่า

New Suzuki Burgman 400 “The Elegant Athlete”

New Suzuki Burgman 400 ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด The Elegant Athlete ที่มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและสง่างาม พร้อมรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว กะทัดรัด ปราดเปรียว คล่องแคล่ว มีสมรรถนะกำลังของเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยม และการควบคุมบังคับรถที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และเป็นรถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมี่ยมที่ใช้เดินทางสะดวกไปได้ในทุกที่ “ซูซูกิ” จึงได้รวบรวมเอาทุกฟังก์ชั่นในการใช้งานมาออกแบบ New Suzuki Burgman 400 จึงเป็นรถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมี่ยม ที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างแท้จริง

New Suzuki Burgman 400 ถูกพัฒนาทางด้านการออกแบบภายใต้แนวคิด Burgman Coupe ที่มีความสง่างาม ดูหรูหรา มาพร้อมสมรรถนะที่ดีเยี่ยม อีกทั้งให้การขับขี่ที่สะดวกสบายประกอบกับรูปทรงที่ปราดเปรียว และเพรียวบางตั้งแต่หน้าจรดท้าย ผ่านขั้นตอนการผลิตชั้นเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น (Made in Japan) มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมให้แรงบิดที่ดีตั้งแต่รอบความเร็วต่ำถึงกลางเป็นเยี่ยม ติดตั้งระบบ Suzuki’s Automatic Idle Speed Control (ISC) ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสตาร์ทเครื่องยนต์ในขณะที่อุณหภูมิต่ำ และผ่านมาตรฐานค่าไอเสียระดับ Euro 4 พร้อมช่วยลดมลพิษไอเสียอีกด้วย New Suzuki Burgman 400 มาพร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic และระบบกันสะเทือนหลังแบบ Link-Type Monoshockซึ่งสามารถปรับค่า Spring Preload ได้ถึง 7 ระดับ สามารถรองรับการสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งบนถนนทางเรียบและทางขรุขระได้อย่างนุ่มนวล เพื่อให้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในการทรงตัว ชิลด์หน้าดีไซน์ตามหลักอากาศพลศาสตร์ สามารถป้องกันลม แมลงและสิ่งแปลกปลอม ทำให้ทัศนวิสัยในขณะขับขี่ดียิ่งขึ้น และลดแรงลมหมุนวนเพิ่มความคล่องตัวในขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี มาพร้อมชุดแผงหน้าปัดขนาดใหญ่แบบอนาล็อกพร้อมจอ LCD แสดงผลชัดเจน อ่านง่าย แบบมัลติฟังก์ชั่น ชุดโคมไฟหน้า LED แบบโคมคู่ ที่ให้ความสว่าง และทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมไฟหรี่แบบ LED ส่วนชุดไฟท้ายได้ถูกออกแบบใหม่ให้ดูเพรียวบาง และดูเฉียบคมในทุกมุมมอง 

กล่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้เบาะได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีความจุถึง 42 ลิตร และสามารถใส่หมวกนิรภัยได้ถึง 2 ใบ ทั้งแบบเต็มใบและแบบครึ่งใบ นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งช่องจ่ายไฟสำรองขนาด 12 โวลต์ สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ได้อย่างง่ายดาย มั่นใจไปอีกขั้นด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่แบบ Twin Disc Brake ขนาด 260 มม. พร้อมเบรกหลังแบบดิสก์เบรกขนาด 210 มม. มาพร้อมกับระบบ ABS (Anti-lock Brake System) แบบใหม่ นอกจากนี้ยังได้ติดตั้ง Rear Brake Lock System เพื่อป้องกันรถลื่นไถลในพื้นที่ลาดชันขณะจอดรถเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี

เปิดตัว ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Yamaha TMAX 560 พร้อมราคา

บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่มีกระแสร้อนแรงในขณะนี้จากค่ายยามาฮ่า พัฒนาจากTMAX 530 โดยเพิ่มปริมาตรความจุกระบอกสูบเป็น 562 ซีซี ส่งผลให้เพิ่มแรงม้ามากขึ้น เครื่องยนต์ 2สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังสุงสุด 47.6 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 55.7 นิวตัน-เมตรที่ 5,250 รอบต่อนาที พร้อมกำลังลงสู่พื้นด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ และขับเคลื่อนสายพาน



ตัวรถถูกออกแบบให้มีขนาดที่เล็กกะทัดรัด รูปทรงดีไซน์ออกแบบดูดุดันและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เน้นความสะดวกสบายกับท่านั่ง เบาะกว้าง และมีความคล่องตัว ไม่ว่าจะใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือเดินทางไกลช่องเก็บสัมภาระขน่าดใหญ่ พร้อมไฟส่องสว่าง ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบฟลูแอลอีดี แผงหน้าปัดมัลติฟังก์ชั่น มาตรวัดครบพร้อมไฟแสดงสถานะสำหรับฟังก์ชั่นต่างๆ รวมถึง D-MODE, ABS และ TCSน้ำหนักรวม218 กก ความจุถังน้ำมัน15 ลิตร ระบบกันสะเทือนหน้าเทเลสโคปิก หัวกลับ 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลังแบบปรับตั้งค่าได้, ชิลด์ด้านหน้าที่สามารถปรับระดับได้, ระบบ Cruise Control, ระบบอุ่นมือที่แฮนด์และเบาะดิสก์เบรกหน้าคู่ 267 มม. คาลิเปอร์แบบ 4 ลูกสูบ เรเดียลเม้าท์ ดิสก์เบรกหลังเดี่ยว
Yamaha TMAX560 ราคารุ่น Standard อยู่ที่ 499,000 บาท และรุ่น Tech MAX อยู่ที่ 539,000 บาท

2019 Tenere 700

ใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด และสัมผัสกับความรู้สึกใหม่แห่งอิสรภาพอย่างแท้จริงขวัญใจสำหรับสายลุย 2019 Tenere 700 Adventure Touring ร้อนแรงด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ 689 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง ระบายบความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 72 แรงม้าที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด : 68 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที

ระบบกันสะเทือนหน้า upside down แกนขนาด 43 มม ระยะยุบ 205 มม. ส่วนหลังเป็นแบบโช้คอัพเดี่ยว ระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 282 มม. หลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 245 มม เฟรมตัวถังแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นสูง และมีน้ำหนักเบา ให้จุดศูนย์ถ่วงที่สมดุล ควบคุมง่าย



ข้อมูลเทคนิค
เครื่องยนต์  4 จังหวะ สองสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
 ปริมาตรกระบอกสูบ 698 ซีซี
แรงบิดสุงสุด63 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที
 กระบอกสูบ x ระยะชัก 80.0 x 68.6 มม.
 ระบบหล่อลื่น แบบเปียก
 ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิดอิเล็คทรอนิคส์
 ระบบคลัทช์แบบเปียก
 ระบบเกียร์ 6 ระดับ
ระบบสตาร์ทสตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
น้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันเบนซิน
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร
ความสูงจากพื้นถึงตัวรถ204 มม.
กว้าง x ยาวx สูง915 x 2,365 x 1,1455 มม
น้ำหนักรวมน้ำมันเครื่อง205 กก.
ระบบกันสะเทือน หน้า : เทเลสโคปิก หัวกลับ Upside Down KAYABA
หลัง : โช้คอัพเดี่ยว KAYABA Rally-Bred Link-Type
ระบบเบรกหน้า : ดับเบิ้ลดิสก์เบรก คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ ABS
หลัง : ดิสก์เดี่ยว Brembo ลูกสูบเดี่ยว ABS
ล้อ / ยาง หน้า : ซี่ลวด 2.50 x 21 นิ้ว ยาง 90/90-21
หลัง : ซี่ลวด 4.50 x 28 นิ้ว ยาง 150/70-18



2019 Tenere 700

ใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด และสัมผัสกับความรู้สึกใหม่แห่งอิสรภาพอย่างแท้จริงขวัญใจสำหรับสายลุย
2019 Tenere 700 Adventure Touring ร้อนแรงด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ 689 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง ระบายบความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 72 แรงม้าที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด : 68 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที

ระบบกันสะเทือนหน้า upside down แกนขนาด 43 มม ระยะยุบ 205 มม. ส่วนหลังเป็นแบบโช้คอัพเดี่ยว ระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 282 มม. หลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 245 มม เฟรมตัวถังแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นสูง และมีน้ำหนักเบา ให้จุดศูนย์ถ่วงที่สมดุล ควบคุมง่าย

ข้อมูลเทคนิค
เครื่องยนต์  4 จังหวะ สองสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
 ปริมาตรกระบอกสูบ 698 ซีซี
แรงบิดสุงสุด63 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที
 กระบอกสูบ x ระยะชัก 80.0 x 68.6 มม.
 ระบบหล่อลื่น แบบเปียก
 ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิดอิเล็คทรอนิคส์
 ระบบคลัทช์แบบเปียก
 ระบบเกียร์ 6 ระดับ
ระบบสตาร์ทสตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
น้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันเบนซิน
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร
ความสูงจากพื้นถึงตัวรถ204 มม.
กว้าง x ยาวx สูง915 x 2,365 x 1,1455 มม
น้ำหนักรวมน้ำมันเครื่อง205 กก.
ระบบกันสะเทือน หน้า : เทเลสโคปิก หัวกลับ Upside Down KAYABA
หลัง : โช้คอัพเดี่ยว KAYABA Rally-Bred Link-Type
ระบบเบรกหน้า : ดับเบิ้ลดิสก์เบรก คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ ABS
หลัง : ดิสก์เดี่ยว Brembo ลูกสูบเดี่ยว ABS
ล้อ / ยาง หน้า : ซี่ลวด 2.50 x 21 นิ้ว ยาง 90/90-21
หลัง : ซี่ลวด 4.50 x 28 นิ้ว ยาง 150/70-18

Benelli, ZONTES เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสของจริง

บริษัท เบเนลลี่ (ประเทศไทย) จำกัด กระตุ้นตลาดไตรมาสสุดท้าย ปี 2562 นำเอา 7 เทคโนโลยี Benelli TRK 502, TRK 502 X, TRK 251, Benelli 502 C, Leoncino 500, Leoncino Thel, และ น้องใหม่ล่าสุด Leoncino 250 ออกมาให้ทุกคนที่สนใจเบเนลลี่ไว้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางได้ทดลองขับขี่ก่อนตัดสินใจซื้อ ณ สนาม MOTORSPOR  PARK SUVARNABHUMI ภายใต้งาน Demo Day 2019 ต้องบอกว่าอิจฉาผู้ที่เข้าไปร่วมงานในวันนั้นมากๆ นอกจากจะได้ลองสัมพัส 7 เทคโนโลยีของเบเนลลี่แล้วในวันนั้น บริษัท เอ็มไบค์ มอเตอร์เซลส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่าย ZONTES ยังได้นำเอา ZONTES R310 เน็กเก็ดไบค์รูปทรงโฉบเฉี่ยว พร้อมด้วย ZONTES X310 สปอร์ตทัวร์ริ่งสายลุยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์พร้อมทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ถนนคนเมือง ZONTES X310 Pro Arrm มาให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความร้อนแรงและความคล่องตัวในการคอนโทรลรถ ด้วยความร้อนแรงของทคโนโลยีที่ดังกึกก้องไปทั่วโลก ทำให้ทั้งสองแบรนด์ มีคนเข้ามาลองขับขี่ไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน สุดยอดจริงๆ!!! ยังไม่หมดเท่านั้นงานนี้เบเนลลี่ยังภายในบูธยังได้นำเอา น้ำมันสูตรเฉพาะ Benelli 10 W 40 และ 15 W50 ชุดกระเป๋าข้างสำหรับ K-Light 202 พร้อมหมวกกันน็อค ไปจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย

2020 Suzuki V-Strom650

ด้วยชื่อรุ่นที่มีความต่อเนื่องบนสายพานการผลิตของรถจักรยานนต์ Suzuki กับชื่อรุ่น V-Strom ที่มีชื่อเสียงในด้านการตอบสนองการขับขี่แบบสารพัดประโยชน์ครอบคลุมการขับขี่ มีความน่าเชื่อถือ มีความคุ้มค่า จนกลายเป็นหนึ่งในรถรุ่นที่ได้รับการยอมรับจากผู้ขี่ในสไตล์ทัวร์ริ่งเพื่อความสนุกสนานในทางไกล หรือแม้แต่การขับขี่ในเส้นทางสั้นๆเพื่อการใช้งานในแต่ละวัน ด้วยพื้นฐานการออกแบบของตัวรถที่มีความเป็นธรรมชาติจากแนวทางการออกแบบที่เน้นท่วงท่าการขับขี่สะดวกสบาย ควบคุมง่าย จนกลายเป็นรถที่พร้อมให้ความเพลิดเพลินสนุกสนานไร้ความตึงเครียดในการขับขี่ในทุกๆรูปแบบของการใช้งาน

ล่าสุดกับโมเดลปี 2020 ทาง Suzuki ได้นำร่องด้วยการส่งรถตระกูล V-Strom ด้วยพิกัดเครื่องยนต์ขนาดกลางในมิดเดิลเวทคลาสอย่าง V-Strom650 ออกมาเป็นทัพแรกจากกลุ่มรถทัวร์ริ่งหรือดูอัลเพอโพส ที่พร้อมมอบความสนุกสนานในการขับขี่บนทุกสภาพเส้นทาง ซึ่งในเบื้องต้นนี้จะมี V-Strom V-Strom650XT , V-Strom650XT Adventure ออกมาสู่ตลาดยุโรป ที่มีคีย์เวิร์ดในการออกแบบที่ว่า The spirit of discovery จากพื้นฐานเครื่องยนต์ V-twin สูบวางเอียง 90 องศา ปริมาตรความจุ 645 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำให้แรงบิดที่ดีในช่วงรอบต่ำถึงรอบกลาง มีการติดตั้งระบบอิเล็คทรอนิคส์ที่มีความจำเป็นสำหรับรถในระดับพรีเมี่ยมในปัจจุบันอย่าง Suzuki Advanced Traction Control System , Easy Start System , Low-RPM Assist รวมทั้งระบบเบรก ABS พร้อมกับติดตั้งเรือนไมล์แบบ Multifunction แสดงผลข้อมูลต่างๆและสามารถใช้ป้อนคำสั่งในส่วนของการสั่งการระบบอิเล็คทรอนิคส์ที่สำคัญสำหรับผู้ขับขี่ หรือแม้แต่ชิลด์หน้าแบบปรับระดับได้ ที่ล้วนเป็นส่วนประกอบที่ให้ความสบายต่อผู้ขับขี่ สำหรับเครื่องยนต์ V-Strom650 แบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำตัวนี้ มีพื้นฐานด้านวิศวรรมแบบเดียวกับเครื่องยนต์ที่ใช้ใน SV650 ได้รับการปรับจูนให้มีค่าไอเสียที่สะอาด และสามารถส่งผ่านกำลังที่แข็งแกร่งได้ในทุกรอบการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยองค์ประกอบอย่าง resin-coated pistons ออกแบบมาให้มีค่าแรงเสียดทานที่ต่ำ หรือ เสื้อสูบแบบ SCEM-coated cylinders ที่พัฒนาออกมาให้มีความทนทานมีระยะการใช้งานที่ยาวนาน ถือว่าเป็นชิ้นส่วนของรถที่มีความทนทานมากที่สุดในกลุ่มรถแบบทัวร์ริ่งที่ใช้กรรมวิธีการผลิตเสื้อสูบเช่นนี้ พร้อมจัดการวางแนวท่อไอเสียให้อยู่ใต้แชสซีส์ซึ่งเป็นท่อแบบ 2 into 1 เพื่อสะดวกต่อการจัดการเรื่องศูนย์ถ่วงน้ำหนัก รวมทั้งมีผลต่อเรื่องการลดน้ำหนักของชิ้นส่วนของระบบท่อไอเสีย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับการจัดวางตำแหน่งของกระเป๋าสัมภาระข้างอีกด้วย

สำหรับระบบไอเสียนั้นจะมีชิ้นส่วนเพื่อผลทางด้านค่ามลภาวะที่ต่ำโดยใช้ twin catalyzers ที่จะมีส่วนช่วยแจ้งข้อมูลปริมาณอ๊อกซิเจนไปให้กับ EFI system เพื่อคำนวณค่าการจ่ายเชื้อเพลิงที่เหมาะสมให้กับห้องเผาไหม้ เพื่อให้ลดค่าไอเสียให้ต่ำที่สุดภายใต้การจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด SDTV หรือ Suzuki Dual Throttle Valve ที่มีเรือนลิ้นเร่งขนาด 39 มม. โดยที่ในวาล์วชุดที่สอง secondary throttle valve จะถูกควบคุมด้วย servo motor นั้นจะมีส่วนช่วยให้มีการส่งกำลังที่นุ่มนวล สิ่งหนึ่งที่ Suzuki ให้ความสำคัญไม่น้อยกับ V-Strom โมเดลใหม่นี้ก็คือ การเน้นที่การทำงานในรอบเครื่องยนต์ต่ำ เพื่อให้ได้การส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพที่สุดและได้ผลทางด้านค่ามลภาวะที่ต่ำ ดังนั้นจึงได้ติดตั้งเทคโนโลยี Throttle body Integrated Idle Speed Control หรือ TI-ISC ซึ่งระบบอิเล็คทรอนิคส์ทั้งหมดของ V-Strom นั้น ถูกควบคุมด้วย Engine Control Module (ECM) ที่คอยจัดการสั่งงานระบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ใช้ปลั๊กหัวเทียนคู่แบบ dual spark technology heads ซึ่งแต่ละสูบจะมีหัวเทียนที่ใช้ในการจุดระเบิดสองหัว
ขณะที่ในการขับขี่นั้นจะมีระบบช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมคันเร่งได้อย่างมั่นใจ เหมาะสมกับสภาพเส้นทางด้วย Advanced Traction Control System ที่มีโหมดการขี่ หรือสามารถปรับค่า traction control modes ทั้งสิ้นสามโหมด ในส่วนของโครงสร้างแชสซีส์นั้น จะใช้เฟรมที่มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ด้วยเฟรม twin-spar aluminium frame พร้อมสวิงอาร์มหลังที่ช่วยให้ความมั่นคงในการขับขี่ ที่จะมาพร้อมกับชุดกันสะเทือน front forks ขนาด 43 มม. ที่สามารถปรับค่า spring preload ได้ ส่วนระบบกันสะเทือนหลังนั้น เป็น link type rear suspension ที่โช้คอัพหลังสามารถปรับค่า rebound damping และ spring preload ได้ โดยที่รายละเอียดสเปคพื้นฐานของตัวรถมีข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

Engine : 645cc, 4-stroke, liquid-cooled, DOHC 90˚, V-twin
Bore x Stroke : 81.0 mm x 62.6 mm
(3.2 in. x 2.5 in.)
Compression Ratio : 11.2:1
Fuel System : Fuel injection, SDTV-equipped
Starter : Electric
Lubrication : Wet sump
Clutch : Wet, multi-plate type
Transmission : 6-speed constant mesh
Final Drive : Chain, RK525SMOZ8, 118 links
Suspension Front : Telescopic, coil spring,
oil damped
Suspension Rear : Link type, single shock,
coil spring, oil damped
Brakes Front : Tokico, 2-piston calipers,
twin disc, ABS-equipped
Brakes Rear : Nissin, 1-piston,
single disc, ABS-equipped
Tires Front : 110/80R19 M/C (59V), tubeless
Tires Rear : 150/70R17 M/C (69V), tubeless
Fuel Tank Capacity : 20.0 L (5.3 US gal.)
Ignition : Electronic ignition (transistorized)
Spark Plugs : NGK MR8E-9 (x 4)
Headlight : 12V 65W (H9 high-beam) and 12V 55W (H7 low-beam)
Tail light : LED
Overall Length : 2275 mm (89.6 in.)
Overall Width : 835 mm (32.9 in.)
Overall Height : 1405 mm (55.3 in.)
Wheelbase : 1560 mm (61.4 in.)
Ground Clearance : 170 mm (6.7 in.)
Seat Height : 835 mm (32.9 in.)
Curb Weight : 213 kg (470 lb.)

2020 KTM 390 Adventure

ถึงแม้ว่าการตลาดบ้านเราจะยังเอาแน่เอานอนกับค่ายนี้ไม่ได้ แต่การพัฒนาของรถจักรยานยนต์สายลุยคลาสเล็กจากค่ายฝั่งยุโรป KTM มีการขยับอัพโมเดลใหม่ตอบโจทย์การขับขี่สไตล์ แอดเวนเจอร์ ด้วย KTM 390 Adventure

2020 KTM 390 Adventure มีการดีไซน์ออกแบบโดยถอดแบบมาจากรุ่นใหญ่ในค่ายเดียวกันนั่นก็คือ KTM 1290 Super Adventure R แต่ก็มีหลายจุดที่ต้องปรับให้เหมาะสมกับขนาดของตัวรถช่วง ระยะห่างเครื่องยนตถึงพื้น 200 มม. ทำให้ผู้ขับขี่สามารถขับผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย เครื่องยนต์ขนาด 373 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว แบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด และสมูธด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า มาพร้อมโหมดการขับขี่ และฟังก์ชั่น MTC (Motorcycles Traction Control), Slipper Clutch, Cornering ABS พร้อมทั้งระบบ off-Road ABS ซึ่งสามารถปิดระบบ ABS ในล้อหลังเพื่อรับอรรถรสในการขับขี่ที่เร้าใจ
โชว์เทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วย Application “KTM My Ride” ในการเชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงผล TFT เข้ากับสมาร์ทโฟน เพื่อการควบคุมการเล่นเพลง และรับสายโทรเข้าหรือกำหนดสายโทรออกในกรณีฉุกเฉิน ตัวโครงสร้างรถนั้นจะมาในรูปแบบของ Trellis Frame โครงถัก ระบบกันสะเทือนหน้าหัวกลับ Upside-Down ขนาด 43 มม. จากแบรนด์ WP รุ่น APEX มีระยะยุบ170 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง WP APEX Monoshock ระยะยุบ 177 มม. เบรกหน้าแบบดิสก์เดี่ยวขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก ByBre ระบบเบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 230 มม. คาลิเปอร์เบรก 2 พอร์ท และสำหรับสไตล์แอดเวนเจอร์วงล้อจะขนาดไม่เท่ากัน โดยล้อหน้าจะมีขนาด 19 นิ้ว และล้อหลังขนาด 17 นิ้ว สวมยาง Continental TKC 70 ขนาด 100/90-19 และ130/80-17 ไรดิ้งโพลสิชั่นการควบคุมด้วยแฮนด์ เดิ้ลบาร์แบบยกสูง พร้อมติดตั้งการ์ดแฮนด์มาให้ตั้งแต่โรงงาน ถังน้ำมันจุได้สะใจถึง 14.5 ลิตร มิติความสูงเบาะนั่งอยู่ที่ 855 มม. น้ำหนักตัวไม่รวมของเหลวอยู่ที่ 158 กิโลกรัม ระบบไฟส่องสว่างจัดมาให้แบบ LED รอบคัน ชิลด์บังลมด้านหน้าสามารถปรับระดับได้

สาวกความแรงเร้าใจของสายส้มจี๊ดคงได้แต่เสพข่าวเท่านั้น เพราะตอนนี้ยังหาผู้ที่จะเข้ามารับหน้าเสื่อจัดจำหน่ายไม่ได้ แต่น่าจะมีกำหนดเข้าสู่ตลาดอเมริกาขึ้นในช่วง ไตรมาสแรกของปี 2020 และต่อด้วยตลาดเอเชียในช่วงเวลาถัดไป

MSX125 MINI STREET BIKE

อยากโชว์…ก็มาดิครับ MSX125 ตัวจี๊ดจากราชบุรีขอโชว์ของหน่อย สำหรับวัยรุ่นสายแว๊นซ์ทั้งหลาย จัดองทรงสภาพใหม่กดหน้ายืดท้ายสไตล์ Long Base ฐานยาว

ถึงแม้ว่าช่วงนี้กระแสของรถเกียร์จะค่อนข้างเงียบไปเพราะการเปิดตัวใหม่ของรจักรยานยนต์สายออโตเมติกกำลังมาแรงจริงๆ คงห้ามกันไม่ได้แต่สำหรับการตกแต่ง ไม่มีทางที่จะเงียบได้แน่นอน หาเรื่องเสียเงินไปเรื่อยๆ มันเป็นความสุขของคนชอบแต่งรถ ประกอบนู้นนิด นี่หน่อย ขัดๆ ตัดๆ ใส่อุปกรณ์เข้าไป มันก็สะดุดตา MSX 125 คันนี้ ดูแป๊บเดียวคงไม่สะกิดสายตาสักเท่าไหร่ แต่ลองตั้งใจมองดูสักพัก จะค่อยๆ ซึมซับกับรายละเอียดความลงตัวของสีสันและอุปกรณ์ของแต่งที่เสริมเติมแต่งเข้าไป สีของตัวรถเรียบๆ ไม่ต้องคาดลวดลายสาดสีพื้นๆ น้ำเงินดูสว่างเมื่อมีแสงมากระทบ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ เสริมครอบด้วยวินชิวแต่ง เบาะนั่งปาดเรียบๆ รับจากถังน้ำมันลงมา แฮนด์ทรงสปอร์ตยกมาทั้งชุดเพื่อวางทับบนแผงคอเดิมจุดยึดที่ตู๊กตา ก้านเบรก/คลัทช์อลูมินั่มปรับระดับ โช้คอัพหัวกลับกระบอกสูบแล๊พสติ๊ก
เกอร์เค่ฟล่าร์ วงล้อแม็กอลูมินั่น 12 นิ้ว เพิ่มขนาดหน้ากว้างขึ้น ดิสก์เบรกของเดิมเพิ่มเติมคือ สายไล่น้ำมันเบรกถักสแตนเลสย้ำหัวหัว 90 องศา สีสันของเครื่องยนต์แต่งด้วยงานอลูมินั่ม CNC การ์ดกันแคร้ง ฝาครอบวาล์ว การ์ดกันสเตอร์หน้า ชุดพักเท้าแบบเกียร์โยง ช่องน้ำมันเครื่องเพิ่มอากาศหายใจและช่วยระบาบยความร้อน ด้วยหัวน็อตและสายถัก
ช่วงหลังค้ำยันการรับแรงกระแทกด้วยระบบซับเพนชั่น Gazi พร้อมกับซับแท้งค์บิ้วท์อิน ซึ่งสามาถปรับ พรีโหลด และ รีบาวด์ได้ ขยับจุดเยื้ององศาจากเดิม สวิงอาร์มยืดยาวเพิ่มฐานล้อที่ยาวขึ้นท้ายโล่งๆ ดิสก์หลังคาลิเปอร์เดี่ยว

เป็นอีกหนึ่งไอเดียของคนชอบแต่งรถเพิ่มความโดดเด่น สะดุดตา ในแบบฉบับของ MSX125 Street Bike ที่ใช้งานได้คล่องตัว ใครมีรถสวยๆ อยากลงนิตยสารไรดิ้ง อย่ารอช้า ติดต่อมาหรือ ถ่ายรูปส่งมาได้.