2022 CFMOTO 700CL-X Heritage

สำหรับ 2022 CFMOTO 700CL-X Heritage นับเป็นโมเดลแรกจากสามโมเดล ของตระกูล 700CL-X ที่จะส่งออกมาสู่ตลาด ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นอกจาก 700 CL-X Heritage ที่เผยโฉมออกมานี้แล้ว ก็จะตามมาด้วย 700 CL-X Sport และ 700 CL-X Adventure ตามลำดับ

เชื่อกันว่า นี่จะเป็นโมเดล ที่ทางผู้ผลิตแบรนด์ดังจากจีนนี้ ตั้งใจจะให้เป็น รถในระดับสร้างชื่อ สร้างศรัทธา ในฐานะรถจักรยานยนต์ แบบ full power ขนานแท้ พัฒนาขึ้นมาอย่างตั้งใจตั้งแต่หัวจรดท้ายจริงๆ นอกจากการเน้นทำตลาดในออสเตรเลียด้วยรถ ATV , UTV , SSV รวมทั้ง สกู๊ตเตอร์บางรุ่น ก็ยังรุกสู่ยุโรปต่อเนื่อง โดยรวมแล้วปัจจุบันแบรนด์ผู้ผลิตจากจีนค่ายนี้ สามารถส่งขายไปมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้คอนเน็คชั่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับแบรนด์ดังจากออสเตรีย อย่าง KTM เพราะฉะนั้นในบางประเทศ CFMOTO อาจจะไปใช้พื้นที่ทำตลาดหรือแหล่งจำหน่ายร่วมกับ KTM

CFMOTO 700CL-X Heritage ว่ากันว่าเป็นรถในแบบ all-new ที่พัฒนาด้วยภาพลักษณ์ของความเป็นรถ neo-retro ที่ใช้เครื่องยนต์ 693ซี.ซี. parallel-twin ซึ่งมีช่วงชักที่ยาวขึ้นประมาณ 3ม.ม.เมื่อเทียบกับสเปคเครื่องยนต์ขนาด 650 ซีซี จากโมเดลอื่นๆนี้อย่าง 650GT จากขนาดความจุเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นมานี้ ทำให้เครื่องยนต์ที่ใช้กับ CFMOTO 700CL-X มีกำลังเครื่องยนต์ในระดับ 73 แรงม้า ที่ 8500 รอบ ต่อ นาที พร้อมแรงบิดขนาด 68 นิวตันเมตร ที่ 6500 รอบต่อนาที มากกว่าเครื่องยนต์ขนาด650ซี.ซี. ประมาณ 18 แรงม้า ซึ่งเครื่องยนต์ติดตั้งยึดไว้กับโครงสร้างเฟรมของตัวรถที่เป็นแบบ chromoly tubular steel frame ที่มาพร้อมกับ aluminium swingarm ในภาคของเครื่องยนต์นี้ได้ติดตั้งระบบจ่ายเชื้อเพลิง Bosch electronic fuel injection นอกจากนี้รถยังเป็นการใช้คันเร่งแบบ ride-by-wire throttle อีกทั้งยังมีสองโหมดขับขี่ให้เลือก คือ Eco และ Sport ride modes

ระบบกันสะเทือนมาแบบ fully adjustable ซึ่งกันสะเทือนหน้าเป็น ฟอร์คแบบหัวกลับ 41 ม.ม. KYB inverted fork กับกันสะเทือนหลัง KYB monoshock ที่สามารถปรับทั้งค่า preload และ rebound สำหรับเบรกนั้นมาด้วยจานดิสก์เดี่ยว single-disc brake ทั้งหน้าและหลัง หากดูที่ คาลิเปอร์เบรก จะพบตรา J.Juan อาจจะโนเนมในความรู้สึก แต่ข้อมูลแล้ว แบรนด์นี้เป็นคาลิเปอร์เบรกจากสเปน ที่ถูกซื้อกิจการโดย Brembo ก็น่าจะพอเชื่อได้ในมาตรฐานความปลอดภัย เชื่อว่าด้วยเงื่อนไขในการทำตลาดด้วยราคาประหยัด ไปทั่วโลกของ CFMOTO แต่ก็คงไม่สามารถละเลยมาตรฐานของแต่ละประเทศได้ โดยเฉพาะในอิตาลี และหลายประเทศในยุโรป ที่มีการควบคุมมาตรฐานที่ไม่ธรรมดาสำหรับรถจักรยานยนต์แต่ละชนิดที่จะจำหน่ายนั่นเอง

จากการเช็คราคาโดยประมาณที่จำหน่ายในออสเตรเลีย กำหนดไว้ที่ 9490 เหรียญ เทียบกับคู่แข่งที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้แก่ Benelli Leoncino500 ที่ตั้งราคาอยู่ 9390 เหรียญ Benelli 502C ราคา 9990 เหรียญ และ Yamaha XSR700 ที่มีราคา 13,299 เหรียญ กับรถในกลุ่ม middleweight roadster ด้วยกัน ก็ต้องวัดใจกันว่า CFMOTO 700CL-X Heritage นี้พอจะแทรกเข้ามาเป็นตัวเลือกของสิงห์นักบิดได้ดีแค่ไหน สำหรับสเปคของรถนั้น ตามไฟล์ที่ได้รับเป็นภาษาอิตาลี

 

 

Husqvarna FE450

สำหรับ ปี 2022 ทุกโมเดลในกลุ่มรุ่นเอ็นดูโร่จาก Husqvarna ได้มีการแจ้งว่า จะติดตั้งยางระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ michelin จากโรงงานกันเลย ด้วยเหตุผลว่าเป็นการเพิ่มสมรรถนะให้กับประสิทธิภาพในการยึดเกาะ หรือเพิ่มความหนึบให้กับรถนั่นแหละ ซึ่งระบบกันสะเทือนที่ปรับเซ็ทมาใหม่นั้น “ลงตัว” กับยางแบรนด์นี้

หลังจากการเซ็ทอัพทั้งในส่วนของ fork และ shock แล้ว สามารถตอบสนองความรู้สึกในแต่ละจังหวะการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะเดียวกัน new Blaktec hydraulics ก็ให้พลังการหยุดรถที่ดี เช่นเดียวกับชุดคลัทช์ก็ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาพการขับขี่ กล่าวได้ว่าเป็นการอัพเดทไปในทิศทางที่ดีขึ้นสำหรับโมเดลล่าสุดของรถเอ็นดูโร่ สำหรับ Husqvarna FE450 นี้ มาพร้อมกับ นิยามว่า Limitless Enduro หรือเอ็นดูโร่ที่ไร้ขีดจำกัดและเจ้ารหัส FE450 นี้ก็คือ หนึ่งในเจ็ดไลน์อัพของรถเอ็นดูโร่ที่ส่งออกสู่ตลาดพร้อมๆกันสำหรับปี 2022 ทั้งในกลุ่มเครื่องยนต์สองจังหวะและสี่จังหวะ ก็คือซีรีส์ TE และ FE

เครื่องยนต์ของ FE450 มีน้ำหนักเพียง 29.2 กก. ซึ่งไม่เพียงแค่ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีล่าสุดสำหรับรถเอ็นดูโร่ ที่ช่วยให้มีสมรรถนะอันทรงพลัง สั่งได้ดังใจ มีคุณสมบัติในการตอบสนองการขับขี่ ให้พลังที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ซึ่งเครื่องยนต์เน้นการพัฒนามาเพื่อจุดประสงค์ในการใช้งานตามแบบฉบับของรถเอ็นดูโร่โดยตรง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสตาร์ทไฟฟ้า electric start และยังปรับเซ็ทอัตราทดเกียร์ให้มีย่านการใช้งานที่กว้าง ด้วย 6 speed wide ratio gearbox

ด้วย SOHC cylinder head มีส่วนช่วยให้เครื่องยนต์มีขนาดกะทัดรัด รวมทั้งการออกแบบตำแหน่งจัดวางแคมชาพท์ภายในเครื่องยนต์ ที่ช่วยให้มีศูนย์รวมน้ำหนักที่ได้สมดุล ชิ้นส่วนภายในมีการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล จึงช่วยให้สามารถเค้นพลังขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพและให้การตอบสนองที่นุ่มนวล สำหรับเครื่องยนต์ของ FE450 นี้ได้ใช้ 40 มม. titanium intake vales กับ มม.steel exhaust valves ขณะที่ชิ้นส่วนอื่นๆภายในเครื่องยนต์ล้วนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นอย่าง Rocker arm แบบ low-friction DLC coating และ chain guides แบบ low-friction ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป้าหมายในการลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนเช่นเดียวกับเสื้อสูบและลูกสูบ ที่เป็น lightweight aluminium cylinder ขนากกระบอกสูบ 95 มม. และ lightweight Konig forged bridge-box-type piston ที่ต่างก็ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงานภายใต้ควากดดันสูงภายของห้องเผาไหม้ ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์มีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 12.75:1 อีกทั้งยังลดแรงสั่นขณะเครื่องยนต์ทำงาน และยังช่วยลดอาการน็อคของเครื่องยนต์การออกแบบโครงสร้างแชสซีส์นั้น ก็เป็นเอกลัษณ์ของผู้ผลิตสัญชาติสวีเดน ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้ชายคาการจัดการของ KTM สัญชาติออสเตรียไปแล้ว ดังนั้น “การแชร์” เทคโนโลยี จึงไม่ใช่สิ่งที่แปลก ด้วยเหตุนี้ เฟรมจึงเป็น chromium molybdenum steel frame พร้อมด้วย hydro-forme tubes ที่มีประสิทธิภาพสูงแบบเดียวกับรถระดับพรีเมี่ยมจาก KTM โดยที่ทาง Husqvarna ได้เลือกที่จะใช้ชิ้นส่วนซับเฟรมเป็น carbon composite subframe ซึ่งมีส่วนผสม 70% polyamide กับ 30% carbon fibre ที่สามารถเซฟน้ำหนักได้มากกว่าหนึ่งกิโลกรัม

ข้อมูลสเปคของ 2022 Husqvarna FE450 มีรายละเอียดดังนี้

Engine
• Transmission 6-speed
• Starter Electric starter
• Stroke 63.4mm
• Bore 95mm
• Clutch DDS wet multi-disc clutch, Braktec hydraulics
• Displacement 449.9cm³
• EMS Keihin EMS
• Design 1-cylinder, 4-stroke engine

Chassis
• Weight (without fuel) 108.3kg
• Tank capacity (approx.) 9l
• Front brake disc diameter 260mm
• Rear brake disc diameter 220mm
• Front brake Disc brake
• Rear brake Disc brake
• Chain X-Ring 5/8 x 1/4″
• Frame design Central double-cradle- type 25CrMo4 steel
• Front suspension WP XACT-USD, Ø
48 mm
• Ground clearance 360mm
• Rear suspension WP XACT Monoshock
with linkage
• Seat height 950mm
• Steering head angle 63.5°
• Suspension travel (front) 300mm
• Suspension travel (rear) 300mm