2019 AMA Motocross R 4-5

รายการ เอเอ็มเอ โมโตครอส ชิงแชมป์อเมริกา ยังอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล แต่เกมสูสีกันมากทั้ง 2 รุ่น ผลัดกันขึ้นโพเดี้ยมแบบไม่ซ้ำหน้ากันเลย และสภาพสนามทั้ง 2 สนามนี้ จะเป็นดินดำนุ่ม เป็นสนามที่ใช้ความเร็วกันสุดๆ ใครเทคนิคดีก็มีลุ้น…

เกมในช่วงแรกๆ ของรุ่น 250cc

สตาร์ทสนามที่ 5 รุ่น 250cc ดีริก เดรก#233 ได้โฮลชอต

สนาม 4 (15 มิ.ย.62) ไฮพอยท์ เรซเวย์, เขามอร์ริส, รัฐเพนซิลเวเนีย
250cc
โมโตหนึ่ง จัสติน คูเปอร์ (ยามาฮ่า) ได้โฮลชอตตามด้วย โคล์ท นิโคลส์ (ยามาฮ่า) ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ (ฮอนด้า) ดีแลน เฟอร์แรนดิส (ยามาฮ่า) และอดัม เชนเชียรูโล (คาวาซากิ)
เชนเชียรูโลแซงเฟอร์แรนดิสขึ้นที่ 4 ได้ในรอบที่ 2 แต่โดนเฟอร์แรนแซงคืนในรอบที่ 5 จากนั้นในรอบต่อมา ลอว์เรนซ์แซงนิโคลส์ขึ้นที่ 2 และชิงจ่าฝูงจากคูเปอร์ได้ในรอบที่ 7 ในรอบเดียวกัน เฟอร์แรนดิสกับเชนเชียรูโล ก็พากันแซงนิโคลส์ขึ้นที่ 3-4 พอขึ้นรอบที่ 8 คูเปอร์ขี่อยู่ที่ 2 พลาดล้ม หล่นไปอยู่ที่ 5 ขณะที่เชนเชียรูโลแซงเฟอร์แรนดิสขึ้นที่ 2 เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเกม เชส เซกซ์ตัน (ฮอนด้า) ก็ไล่ขึ้นมาตามก้นนิโคลส์อยู่ที่ 5 ก่อนแซงขึ้นที่ 4 ได้ในช่วงท้ายเกม โดยเกมจบที่ลอว์เรนซ์ชนะ เชนเชียรูโลที่ 2 เฟอร์แรนดิสที่ 3 เซกซ์ตันที่ 4 และนิโคลส์ที่ 5
โมโตสอง นิโคลส์ได้โฮลชอต ตามด้วย เชนเชียรูโล, เซกซ์ตัน และลอว์เรนซ์
เชนเชียรูโลไล่กดดันนิโคลส์อยู่นานก่อนแซงขึ้นนำได้ในรอบที่ 5 เซกซ์ตันได้โอกาสแซงนิโคลส์ขึ้นที่ 2 ได้ในรอบเดียวกัน และเมื่อเกมผ่านมาถึงรอบที่ 11 ลอว์เรนซ์ก็เข้าถึงตัวนิโคลส์ กดดันไม่นานก็แซงขึ้นที่ 3 โดยเกมจบที่เชนเชียรูโลชนะ เซกซ์ตันที่ 2 ลอว์เรนซ์ที่ 3 และที่ 4 เป็นของเฟอร์แรนดิสที่แซงนิโคลส์ขึ้นมาได้ในช่วง 2 รอบสุดท้าย นิโคลส์รับที่ 5
ผลโอเวอร์ออล

  1. อดัม เชนเชียรูโล (2-1)
  2. ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ (1-3)
  3. เชส เซกซ์ตัน (4-2)
  4. ดีแลน เฟอร์แรนดิส (3-4)
  5. โคล์ท นิโคลส์ (5-5)
อีไล โทแมค
สนาม 5 โมโตหนึ่ง มูสแกน#25 ไล่ชิงจ่าฝูงจากร็อคเซน#94 จนพลาดล้ม แต่สุดท้ายก็แซงขึ้นนำจนได้
คูเปอร์ เวบบ์#2 กับเจสัน แอนเดอร์สัน#21
เชส เซกซ์ตัน
คู่กัดประจำสนาม มาร์วิน มูสแกน#25 กับเคน ร็อคเซน#94
ล้มมั๊ย!?! แซค ออสบอร์น

450cc
โมโตหนึ่ง เบลค แบคเก็ต (เคทีเอ็ม) ได้โฮลชอต ตามด้วย อีไล โทแมค (คาวาซากิ) คูเปอร์ เวบบ์ (เคทีเอ็ม) โจอี้ ซาวัตจี้ (คาวาซากิ) เจสัน แอนเดอร์สัน (ฮัสวาน่า) และเคน ร็อคเซน (ฮอนด้า) เกมไปได้แค่รอบเดียว ซาวัตจี้ก็พลาดล้ม จากที่ 4 ลงไปที่ 7 แอนเดอร์สันกับร็อคเซ็น เลื่อนขึ้นที่ 4-5 เกมมาถึงรอบที่ 3 โทแมคลื่นล้มอีกราย จากที่ 2 ลงมาที่ 4 โดยเวบบ์กับแอนเดอร์สันขึ้นที่ 2-3 แอนเดอร์สันไล่กดดันเวบบ์ มาแซงขึ้นที่ 2 ได้ในรอบที่ 7 และในรอบถัดมา เวบบ์มาเสียที่ 3 ให้โทแมคไปซะอีก เวบบ์พยายามจะไล่ทวงคืนจนพลาดล้ม หล่นไปอยู่ที่ 7 ด้านหลังโทแมคนั้น มูสแกนกำลังไล่ฟัดจะเอาที่ 4 จากร็อคเซน มาแซงได้ในช่วง 4 รอบสุดท้าย แถมร็อคเซนยังมาเสียตำแหน่งที่ 5 ให้กับออสบอร์นไปอีกในรอบถัดมา โดยเกมจบที่แบคเก็ตชนะ แอนเดอร์สันที่ 2 โทแมคที่ 3 มูสแกนที่ 4 และออสบอร์นที่ 5
โมโตสอง ซาวัตจี้ได้โฮลชอตก่อนโดนเวบบ์แซงขึ้นนำได้ก่อนจบรอบแรก ขณะที่มูสแกนล้มช่วงสตาร์ท ซาวัตจี้ลงมาอยู่ที่ 2 ตามด้วย จัสติน บาร์เชีย (ยามาฮ่า) ที่ลื่นล้มในรอบแรกลงไปอยู่ที่ 7 แอนเดอร์สันขึ้นที่ 3 ขณะที่ร็อคเซนไล่กดดันออสบอร์น มาแซงขึ้นที่ 4 ได้ในรอบที่ 3 พอขึ้นรอบที่ 5 โทแมคก็แซงออสบอร์นขึ้นที่ 5 จากนั้นในรอบถัดมา ร็อคเซนแซงแอนเดอร์สันขึ้นที่ 3 และแซงซาวัตจี้ขึ้นที่ 2 ในรอบที่ 8 พอขึ้นรอบที่ 9 ก็แซงเวบบ์ขึ้นไปนำแทนเรียบร้อย ถึงตอนนี้ เวบบ์ลงมาอยู่ที่ 2 ตามด้วยแอนเดอร์สัน, โทแมค, ซาวัตจี้ และออสบอร์นไม่กี่รอบต่อมาออสบอร์นก็ชิงที่ 5 มาจากซาวัตจี้ ส่วนโทแมคแซงแอนเดอร์สันขึ้นที่ 3 ได้ในรอบที่ 13 และแซงเวบบ์ขึ้นที่ 2 ได้ในช่วง 3 รอบสุดท้าย โดยเกมจบที่ร็อคเซนชนะ โทแมคที่ 2 เวบบ์ที่ 3 ส่วนที่ 4 ออสบอร์นชิงมาได้ในช่วง 2 รอบสุดท้าย แอนเดอร์สันเข้าที่ 5
ผลโอเวอร์ออล

  1. อีไล โทแมค (3-2)
  2. เคน ร็อคเซน (6-1)
  3. เจสัน แอนเดอร์สัน (2-5)
  4. คูเปอร์ เวบบ์ (7-3)
  5. แซค ออสบอร์น (5-4)
โคล์ท นิโคลส์
ไมเคิล โมซิแมน
อดัม เชนเชียรูโล#92 กับฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์#196

สนาม 5 (22 มิ.ย.62)ฟลอริด้า เนชั่นแนล, แจคสันวิว, รัฐฟลอริด้า
250cc
โมโตหนึ่ง ดีริก เดรก (เคทีเอ็ม) ได้โฮลชอต แต่ขี่นำไปได้ 2 รอบ ก็ลื่นล้มไปเอง คูเปอร์ที่ตามมาขึ้นนำสบาย ตามด้วย ไท มาสเตอร์พูล (ยามาฮ่า) เซกซ์ตัน, โมซิแมน, มิชเชล โอเดนเบิร์ก (ยามาฮ่า) และเชนเชียรูโลเซกซ์ตันแซงไทขึ้นที่ 2 ในรอบที่ 4 จากนั้นในรอบที่ 5 เชนเชียรูโลก็แซงโอเดนเบิร์กขึ้นที่ 5 และโมซิแมนแซงไทขึ้นที่ 3 ได้ในรอบที่ 7 ขึ้นไปที่คู่จ่าฝูง เซกซ์ตันไล่กดดันคูเปอร์ก่อนแซงขึ้นนำได้ในรอบที่ 9 ขณะที่เชนเชียรูโลชิงที่ 4 จากไทได้ในรอบที่ 11 มาถึงช่วงท้ายเกม เฟอร์แรนดิส จากสตาร์ทอยู่ที่ 15 ในรอบแรก ไล่แซงคู่แข่งจนขึ้นมาตามก้นเชนเชียรูโลได้ในรอบที่ 13 และชิงที่ 4 จากเชนเชียรูโลมาได้ในช่วง 3 รอบสุดท้าย โดยเกมจบที่เซกซ์ตันชนะ คูเปอร์ที่ 2 โมซิแมนที่ 3 เฟอร์แรนดิสที่ 4 และเชนเชียรูโลที่ 5
โมโตสอง โอเดนเบิร์กได้โฮลชอตก่อนโดนแซงเป็นพรวน โดยคูเปอร์ขึ้นนำตามด้วย เฟอร์แรนดิส, โมซิแมน, เชนเชียรูโล และโอเดนเบิร์ก ขึ้นรอบที่ 2 เชนเชียรูโลแซงโมซิแมนขึ้นที่ 3 ขณะที่ลอว์เรนซ์แซงโอเดนเบิร์กขึ้นที่ 5 และแซงโมซิแมนขึ้นที่ 4 ได้ในรอบที่ 7 เข้าสู่ช่วงกลางเกม เฟอร์แรนดิสที่ขี่ตามดูไลน์จ่าฝูงคูเปอร์ มานานก็สบโอกาสแซงขึ้นไปนำแทนได้ในรอบที่ 10 จากนั้นก็ครองไว้ได้จนจบเกม คูเปอร์ตามเข้าที่ 2 เชนเชียรูโลที่ 3 ลอว์เรนซ์ที่ 4 และโมซิแมนที่ 5
ผลโอเวอร์ออล

  1. จัสติน คูเปอร์ (2-2)
  2. ดีแลน เฟอร์แรนดิส (4-1)
  3. อดัม เชนเชียรูโล (5-3)
  4. ไมเคิล โมซิแมน (3-5)
  5. ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ (8-4)
    คะแนนสะสม
  6. อดัม เชนเชียรูโล 222 คะแนน
  7. จัสติน คูเปอร์ 204 คะแนน
  8. ดีแลน เฟอร์แรนดิส 187 คะแนน
  9. เชส เซกซ์ตัน 159 คะแนน
  10. โคล์ท นิโคลส์ 152 คะแน
จัสติน คูเปอร์
ไท มาสเตอร์พูล
จัสติน บาร์เชีย
มาร์วิน มูสแกน ชอบใจถ้วยรางวัลของสนามที่ 5
ดีแลน เฟอร์แรนดิส

450cc
โมโตหนึ่ง เวบบ์ได้โฮลชอตแต่ขึ้นนำได้เพียงรอบเดียว ก็โดนร็อคเซนไล่แซงขึ้นนำ เวบบ์ลงมาอยู่ที่ 2 ตามด้วย มูสแกน แอนเดอร์สัน, ออสบอร์น, บาร์เชีย และซาวัตจี้มูสแกนเร่งสปีดขึ้นไปหาจ่าฝูงร็อคเซน ไล่กดดันก่อนแซงขึ้นนำได้ในรอบที่ 7 จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงท้ายเกม แอนเดอร์สันไล่ขึ้นมาทันเวบบ์ กดดันอยู่นาน มาแซงขึ้นที่ 3 ได้ในช่วง 4 รอบสุดท้าย โดยเกมจบที่ มูสแกนชนะ ร็อคเซนที่ 2 แอนเดอร์สันที่ 3 เวบบ์ที่ 4 และออสบอร์นที่ 5
โมโตสอง โทแมคได้โฮลชอตพร้อมขี่นำแบบม้วนเดียวจบ ขี่ตามเขามาก็มี แอน
เดอร์สัน, ออสบอร์น, มูสแกน, ร็อคเซน, และเวบบ์ช่วงต้นเกมยังไม่มีอะไรตื่นเต้น จนเข้าสู่รอบที่ 7 ร็อคเซนขี่เสียจังหวะ เปิดช่องให้ เวบบ์กับบาร์เชียแซงขึ้นที่ 5-6 ขณะที่ด้านบน แอนเดอร์สันโดนมูสแกนกับออสบอร์นไล่กดดัน จนพากันแซงขึ้นที่ 2-3 ได้ในรอบที่ 10 ออสบอร์นรุกต่อ ไล่กดดันมูสแกน มาแซงขึ้นที่ 2 ได้ในช่วง 3 รอบสุดท้าย โดยเกมจบที่โทแมคชนะ ออสบอร์นที่ 2 มูสแกนที่ 3 แอนเดอร์สันที่ 4 และเวบบ์ที่ 5
ผลโอเวอร์ออล

  1. มาร์วิน มูสแกน (1-3)
  2. อีไล โทแมค (7-1)
  3. แซค ออสบอร์น (5-2)
  4. เจสัน แอนเดอร์สัน (3-4)
  5. คูเปอร์ เวบบ์ (4-5)
    คะแนนสะสม
  6. อีไล โทแมค 215 คะแนน
  7. เคน ร็อคเซน 209 คะแนน
  8. มาร์วิน มูสแกน 184 คะแนน
  9. แซค ออสบอร์น 182 คะแนน
  10. เจสัน แอนเดอร์สัน 182 คะแนน

Sport Automatic AEROX155 Tri Color

ถ้าพูดถึงรถจักรยานยนต์ที่ให้ความสะดวกสบายขับขี่ง่าย เครื่องยนต์ นิ่มนวล ดูแลไม่จุกจิก ก็คงจะพูดถึงรถจักรยานยนต์ออโตเมติกที่ครองใจผู้ใช้มายาวนานกว่า 14-15 ปี ด้วยสมรรถนะการใช้งาน และราคาที่ไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับการใช้งาน ยามาฮ่าเอง ถือเป็นเจ้าแรกที่สร้างกระแส จากวันนั้นถึงวันนี้ ยามาฮ่าผลิตรถออโตเมติกมากมายหลายรุ่น และรุ่นที่กำลังฮอตฮิตติดกระแสอยู่ในขณะนี้กับพิกัด 155 ซีซี ก็คือ AEROX155 นั่นเอง

การดีไซน์เน้นความสปอร์ต ที่โดดเด่นของ AEROX155 ทำให้ได้รับความนิยม และมีการปรับแต่งเพิ่มเติมสีสันส่วนอื่นเพิ่มความสวยงามตามยุคสมัย สำหรับความลงตัวของ AEROX คันนี้ เด่นสะดุดตาด้วยสีสันที่คาดลวดลายใหม่ทั้งคันด้วยสติ๊กเกอร์ แบบไตรคัลเลอร์ ด้วยพื้นสีขาว และลายน้ำเงินแดง ทำให้ดูสปอร์ตพรีเมี่ยมมากขึ้น ออพชั่นเสริมมาพร้อมกับ ชิ้นส่วนเคฟล่าร์ให้ดู ดุดัน คมเข้ม ที่บังโคลนหน้า บังลมหน้า ฝาปิดถังนำมัน และวินชิลด์ ระบบเบรกจัดมาชุดใหญ่ด้วย ชุดปั๊มบน และ ก้านเบรกหลัง อิตาลี Adelin กระจกติดตั้งอยู่ที่ปลายแฮนด์ ดิสก์เบรกหน้าจานเดี่ยว แต่เพิ่มออพชั่นด้วยคาลิเปอร์ด้วยคาลิเปอร์แบบ 4 ลูกสูบ เรเดียลเม้าท์ Brembo สายถักสแตนเลสแบบหัวปัก 45 องศา และที่โดดเด่นสีทองอร่ามกับระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับแบรนด์ดังของแต่งระดับท๊อป Gazi แกนโคสติ้งสีทอง วงล้อแม็ก 14 นิ้ว หน้ากว้างรัดขอบด้วยยางหลัง Diablo ROSSO SCOOTER 150/70-14 สำหรับข้างหน้าใส่ยางไซส์ 120/70-14 ดูแน่นๆ แบบสปอร์ตออโตเมติก ระบบซับแรงด้านหลังดีไซน์ใหม่แบบโช้คอัพเดี่ยว เสริมด้วยโช้คของ Gazi ที่ปรับพรีโหลดได้

ในส่วนของเครื่องยนต์ขนาด 155 ซีซี พร้อมด้วยระบบ วาลว์แปรฝัน VVA ให้สมรรถนะที่เร้าใจ แต่ยังไม่พอจัดออพชั่นเพิ่มการรีดแรงม้าด้วยท่อไอเสียลอดท้องคอไทเทเนียมสวมด้วยปลายทรงสปอร์ต ลงตัวและดูสวยงาม เห็นแล้วสะดุดตา ดูเรียบๆ แต่มีระดับ

Review All New Yamaha XSR155 Sport Heritage

ทีมงานไรดิ้งได้ไปทดสอบ”All New Yamaha XSR155 Sport Heritage” ที่สนามแข่งและมาเล่าสู่กันฟังครับแสดงเพิ่มเติม

2020 Yamaha YZF-R1

มาแล้วจร้าสุดยอดรถซูเปอร์ไบค์ 2020 จาก Yamaha ที่ได้มีการปรับอัพเกรดให้โดดเด่นทั้งสมรรถนะและดีไซน์ โดยยังคงรูปแบบของรถสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งแบบ Replica ซึ่งให้ความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นด้วยชุดแฟร์ริ่งที่ออกแบบใหม่โดยมีการถ่ายทอด DNA มาจากรถแข่ง MotoGP Yamaha YZR-M1 ซึ่งมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี 4 สูบเรียง Cross Plane ลิขสิทธิ์ความแรงเฉพาะตัว จุดระเบิดแบบไม่สม่ำเสมอที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครื่องยนต์จาก Yamaha โดยมีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 13.0:1 นิวตัน เมตร ขนาดกระบอกสูบxช่วงชักอยู่ที่ 79.0×50.5 มม. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 113.3 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบคลัทช์แบบเปียกซ้อนกันหลายชั้น ระบบไฟรอบคันแบบ LED หน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล TFT เต็มรูปแบบพร้อมกับเทคโนโลยีอัพเดทล่าสุด EBM&BC Display

โครงสร้างใหม่เป็นแบบ Diamond ยังคงเป็นแบบเดียวกับโมเดลเดิม ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic Upside-Down ใช้ของ KYB สามารถปรับระดับได้แบบ Full adjustable เช่นเดียวกับโช้คอัพหลังที่เลือกใช้ของแบรนด์ KYB แต่เป็นรุ่นใหม่กว่า และมีการติดตั้งส่วนของ Sub-Tank ใช้อากาศในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้นิ่มนวลมากขึ้น ส่วนระบบเบรกหน้า/หลังนั้นจะมาในรูปแบบของ Hydraulic Disc Brake โดยด้านหน้าจะมาในรูปแบบของจานดิสก์แบบคู่ขนาด 320 มม. ปั้มเบรกแบบ Radial Mount ส่วนด้านหลังจะมาในรูปแบบของจานดิสก์เดี่ยวขนาด 220 มม. วงล้อแม็กนีเซียมอัลลอยด์ขนาด 17 นิ้วสวมยางขนาด 120/70 ZR17 M/C (58W) และ 190/55 ZR17 M/C (75W) มิติตัวรถมีความยาว 2,025 มม. ความกว้าง 690 มม. ความสูงโดยรวม 1,165 มม. ความสูงเบาะนั่ง 855 มม. Wheelbase 1,405 มม. ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 17 ลิตร น้ำหนักตัวรวมของเหลวเต็มถัง 201 กิโลกรัม ทางด้านของระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน R1 ของปี 2020 ถูกพัฒนาด้วยเช่นกัน เพิ่มความสมูทด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าใหม่ Ride-By-Wire APSG ใหม่ให้การตอบสนองที่นุ่มนวลและเสถียรกว่าคันเร่งชุดเดิม ระบบ Brake Control ใหม่โดยเพิ่มรูปแบบการทำงานให้เลือกใช้ถึง 2 โหมด และมีการติดตั้งระบบ Cornering ABS เสริมความปลอดภัยในระดับสูงสุด และยังคงรูปแบบความแรงของเครื่อง CP4 ด้วย 3 Engine Brake System ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ตามใจชอบ และยังอัพระบบ LCS (Launch Control System) ใหม่ให้ใช้งานได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

และล่าสุดก็เปิดตัวในงาน BIG Motor Sale 2019 พร้อมกับเปิดราคาให้สายสปอร์ตได้น้ำลายไหล YZF-R1M ราคา 1,149,000 บาท และ YZF-R1 849,000 บาท

CRF250RALLY TRIP

เที่ยวแบบแอดเวเจอร์กับ CRF250RALLY ลุยป่าเมืองกาญจน์ เส้นทางขึ้นเขาปลาน้อย กับสภพาอากาศฝนตกพร่ำๆ ทั้งวัน ทางทางลูกรังดินอัดแน่น กลายเป็นทะเลโคลน อากาศเย็นสบาย ชุ่มฉ่ำกับเม็ดฝน สนุกกับเส้นทาง ได้ประสบการณ์ใหม่รถดีก็ไปได้ดี การออกแบบ CRF250Rally ที่ตอบโจทย์การขับขี่เดินทางไกล และในเส้นทางที่วิบาก ดิน โคลน หลุ่มบ่อ ทราย น้ำ ฯลฯ ความสูงของตัวรถทำให้การผ่านอุปสรรคนั้นทำได้ง่าย ไรดิ้งโพลสิชั่นการควบคุมง่าย การขับขี่ด้วยท่านั่งหรือยืน กระชับกับตัวรถ ระบบการทำงานของโช้คอัพหน้า และหลัง ของเดิมๆ สามารถรับแรงกระแทกช่วยการทรงตัวให้ผ่านอุปสรรคไปได้เป็นทริปที่สนุกถึงจะเหนื่อย จะเมื่อย แต่มันก็ได้อรรถรสของความมัน กับเส้นทาง และบรยยากาศอันสดชื่น เพราะฉะนั้น ออกมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับ CRF250Rally คู่ใจของคุณดูสักครั้ง

KR150 2 STOKE REBORN

เก๋าเรียกพี่ สปอร์ตในตำนาน การกลับมาของสายแว๊นซ์ 2 จังหวะ กับโมเดลยอดฮิตตลอดกาล KR150 รหัสนี้ 30 ปีที่แล้ว เกลื่อนถนน เจอได้ทุกหน้าไฟแดง!

ถึงแม้ว่าจะผ่านมาแล้ว 30 กว่าปี แต่เสน่ห์ของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ และความนิยมของ KR150 คือตัวเลือกต้นๆ ของวัยรุ่น กับความแรงทะลุ 180 กม./ชม. ที่สามารถอัพเกรดด้วยการโมดิฟายเครื่องยนต์เพิ่มเติมได้อีกจะกี่โฉมจะกี่เวอร์ชั่นก็ได้รับความนิยม สำหรับค่ายนี้เกิดมาเพิ่มแรงโดยเฉพาะ สำหรับคันนี้เป็นเวอร์ชั่นที่เค้าเรียกว่า ท้ายโรโบคอป เป็นยุคแรกๆ โดดเด่นด้วยสีสันลายกราฟฟิค เบาะกระดานเรียบๆ ตามสไตล์สายแว๊นซ์ ปรับเพิ่มเติมด้วยออพชั่นอีกหลายจุด วงล้อซี่ลวด 1.40×17 หน้าหลัง ดุมล้อแปลงสำหรับใส่กับจานดิสก์แบบให้ตัว คาลิเปอร์ Brembo แบบเรเดียลเม้าท์ กระบอกโช้คโนวา แผงคอเสริมบูทอลูมินัม แฮนด์แบบจับโช้ค ประกับคันเร่งแบบทดรอบ ชุดปั๊มบน Brembo กระปุกลอย ก้านคลัทช์ขาพับเพิ่มความสปอร์ตกับท่านั่งด้วยชุดพักเท้าแบบเกียร์โยงอลูมนัม ช่วงหลังเปลี่ยนจากของเดิมแบบ UNITRACK เป็นสวิงอาร์มหลังอลูมินัม และโช้คอัพแบบโมโน เลือกใช้ตัวซับเพนชั่นหลังของ Gazi แกนใหญ่สปริงเหลืองที่สามารถปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกดรัมหลังกับดุมล้อชุดใหม่

สำหรับเครื่องยนต์ แน่นอนว่ารุ่นนี้ขี่เดิมๆไม่ได้ มันต้องเพิ่มเติมด้วยการโมดิฟาย สเปคภายในมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะมากมาย เสื้อสูบ ฝาสูบ ท่อไอเสียปลายคาร์บอน และหม้อน้ำอลูมินัม เพิ่มอัตราเร่งและแรงม้า คาร์บูเรเตอร์ตัวนี้เป็นคาร์บูเหลี่ยม 28 มม. เซ็ทชุดนมหนูใหม่ ชุดไฟข้างโมฯ คลัทช์คงไม่ใช้ของเดิมๆ แน่นอน อัตราการทดรอบตั้งต้นยันปลายใช้สเตอร์เล็กตามสเปคของ 2 จังหวะ ถึงแม้ยุคนี้จะมีแต่ 4 จังหวะ แต่เสน่ห์ของ 2 จังหวะ ยังคงอยู่ในความทรงจำหลายๆ คน ทำให้กลับมาชุบชีวิตอีกครั้ง และไม่ได้มีแค่รุ่นนี้รุ่นเดียวที่ได้รับความนิยม ยังมีอีกหลายรุ่น

2019 Suzuki Burgman 400 ABS

มีเซอร์ไพรส์ได้เห็นตัวเป็นๆ ไปแล้วในงาน Bangkok Motor Show 2019 รถจักรยานยนต์จากค่าย Suzuki เผยโฉมบิ๊กสกู๊ตเตอร์ Suzuki Burgman400 เครื่องยนต์ที่มีความต่างจากค่ายอื่นที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

รายละเอียดของบิ๊กสกู๊ตเตอร์ในตระกูล Burgman มาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 399 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ แบบ DOHC ซึ่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์มีการปรับใหม่ให้สามารถตอบสนองในย่านความเร็วเครื่องยนต์รอบต่ำได้ดีมากขึ้น จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด Suzuki Fuel Injection ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบสายพาน V-Belt Drive ที่มีความนุ่มนวล แฮนด์เป็นแบบ T-Handle ง่ายต่อการควบคุม ระดับไม่สูงมากจนเกินไป ฟีคเจอร์ ทันสมัย หน้าจอแสดงผลอะนาล็อก 2 จอ และหน้าจอ LCD แสดงผลเป็นดิจิตอล เน้นความสะดวกสบายใต้เบาะนั่งมีช่องเก็บสัมภาระตามสไตล์ของรถสกู๊ตเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 42 ลิตร และมีช่องเก็บของใต้แผงควบคุมทั้งฝั่งซ้ายและขวา ขนาด 2.8 ลิตร ระบบไฟส่องสว่างรอบคันเป็นแบบ LED
โครงสร้างตัวรถของ Suzuki Burgman 400 นั้นจะมาในรูปแบบของ High-Tensile Steel-Tube ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic สปริง+น้ำมัน ชุดกันสะเทือนหลังแบบ Mono Shock สปริง+น้ำมัน พร้อมระบบ Link Type ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มหลังอลูมินัม ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์คู่ ขนาด 260 มม. เบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 210 มม. พร้อมระบบเบรก ABS แบบ Sual Channel วงล้อแม็ก หน้าขนาด 15 นิ้วและ หลัง 13 นิ้ว พร้อมกับยางแบบ Tubeless ขนาด 120/70-15 m/c และ 150/70-13 m/c ถังน้ำมันมีขนาด 13.5 ลิตร ความสูงเบาะนั่ง 755 มม. น้ำหนักตัวรถพร้อมน้ำมันเต็มถังอยู่ที่ 220 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักเอาเรื่อง

เป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยสมรรถนะที่ดดดเด่น ราคาที่จับต้องได้ และฟิคเจอร์สำสหรับอำนวยความสะดวกมากมาย

2020 Yamaha PW50 & TT-R50E

สำหรับก้าวแรกของนักบิดยุวชนที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Yamaha ได้ส่งตัวเลือกแรกของบรรดาผู้ชื่นชอบทางวิบากที่ทั่วโลกคุ้นเคยกันดีกับ PW50 ที่ว่ากันว่านี่คือ “ตัวเลือกแรก” สำหรับ ประสบการณ์ครั้งแรกของหนูน้อยนักบิด

ซึ่งโมเดลล่าสุดนี้ มีองค์ประกอบเพิ่มเติมที่น่าสนใจอย่างเช่น คันเร่งแบบปรับตั้งค่าได้ และระบบเกียร์อัตโนมัติ แบบ fully automatic transmission ที่มีการส่งกำลังเพียงเกียร์เดียว ดังนั้นในการขับขี่จึงทำได้ง่ายๆ ด้วยการปิดเปิดคันเร่งเท่านั้น โดยไม่ต้องกังวลกับการเปลี่ยนเกียร์และต้องใช้คลัทช์ให้ยุ่งยาก ภายใต้นิยามที่ว่า twist the throttle and Go นั่นเอง ด้วยเครื่องยนต์แบบสองจังหวะในพิกัด 50 ซีซี ที่ออกแบบมาให้มีความเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ ด้วยพื้นฐานโมเดลล่าสุดจะมีเครื่องยนต์สองจังหวะสูบเดียว ปริมาตรความจุ 49 ซีซี reed valve ระบายความร้อนด้วยอากาศจ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ Mikuni VM12SC ที่ส่งกำลังได้นุ่มนวลและให้ย่านกำลังที่กว้าง กับน้ำหนักตัวรถที่มีเพียง 39 กก.จึงเพียงพอสำหรับนักแข่งหรือผู้ขี่ที่จะเริ่มต้นเป็นครั้งแรก แน่นอนว่าในส่วนของระบบการส่งกำลังนั้น PW50 ยังคงรูปแบบเดิมด้วยการใช้การส่งกำลังด้วยเพลาหรือ shaft drive system ที่ไม่ต้องมีการเซอร์วิสหรือปรับแต่งใดๆแบบระบบส่งกำลังด้วยโซ่ ความสูงของรถจากพื้นถึงเบาะนั่งนั้นมีระยะเพียง 485 มม.ที่คำนวณให้เหมาะสมกับสรีระของนักขี่ในระดับยุวชน ซึ่งโครงสร้างแชสซีส์นั้นเริ่มต้นด้วยการออกแบบเฟรม เป็น rugged steel backbone-type frame พร้อมด้วยเลือกฟอร์คหน้าแบบ telescopic front fork ขนาด 22 มม. ที่มีช่วงยุบตัว 60 มม. เพียงพอสำหรับการขับขี่บนทางวิบาก ส่วนกันสะเทือนหลังนั้นเป็น dual rear shock suspension ที่มีระยะยุบตัวที่ 50 มม. โดยระบบเบรกนั้นเป็นแบบดรัมเบรกทั้งหน้าและหลัง

ระดับอนุบาล 1 แล้ว ทาง Yamaha ยังได้เตรียมบทเรียนที่สองในระดับ อนุบาล 2 หรือ ประถมต้น ด้วยตัวเลือกอย่าง TT-R50 ไว้เป็นสเตปถัดไป ซึ่งเจ้าโมเดลล่าสุดของ Yamaha TT-R50 นี้ จะเป็นรถแบบ tree-speed automatic-clutch gearbox หรือสามเกียร์อัตโนมัติที่ไม่ต้องใช้คลัทช์ โดยมาพร้อมกับพื้นฐานเครื่องยนต์แบบสี่จังหวะ 2 วาล์ว SOHC ปริมาตรเครื่องยนต์ 50 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศที่มีการจ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ Mikuni VM11 พร้อมกับระบบสตาร์ทไฟฟ้า เพิ่มเติมในส่วนของวาล์วนั้นได้ระบุว่า จะมีระยะในการปรับเซ็ทภายในเป็นระยะเวลาใช้งานนานถึง 150 ชม. ขณะที่ในส่วนโครงสร้างแชสซีส์นั้นใช้เฟรมขนาดเล็กแบบ steel backbone-type frame อีกทั้งยังมีสวิงอาร์มหลังแบบ triangulated steel tube swingarm ที่นอกจากรองรับนักขี่ในระดับยุวชนแล้วก็ยังแข็งแกร่งพอที่ผู้ใหญ่จะขี่เล่นได้เช่นกัน ขณะที่ระบบกันสะเทือนหน้านั้นติดตั้งฟอร์คหน้าเป็น showa front fork ขนาด 22 มม. ที่มีระยะยุบตัวที่ 96 มม.ส่วนระบบกันสะเทือนหลังนั้นเป็น monocross single-shock rear suspension ที่มีระยะยุบตัว 71 มม. จากโครงสร้างของแชสซีส์ที่ออกแบบมานี้มีส่วนให้ความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 556 มม. โดยที่ระบบเบรกหน้าและหลังนั้นก็ใช้ระบบดรัมเบรกทั้งหน้าและหลังเช่นกัน

สเปคของ2020Yamaha PW50
Engine: 2-stroke, air-cooled, reed-valve, single
Displacement: 49cc
Bore and Stroke: 40 x 39.2mm
Compression Ratio: 6.0:1
Maximum Torque: 0.36kg-m (2.6 ft-lb)@ 4,500 rpm
Fuel Delivery: Mikuni VM12SC
Ignition / Starting: CDI / Kick
Transmission: Single-speed automatic (no clutch)
Final Drive: Shaft
Suspension (Front): 26 mm fork / 60mm (2.4″) wheel travel
Suspension (Rear): Unit swingarm / 50 mm (2″) wheel travel
Brakes (Front): Drum
Brakes (Rear): Drum
Tires (Front): 2.50-10 4PR
Tires (Rear): 2.50-10 4PR
Length: 1,245 mm (49″)
Width: 610 mm (24″)
Height: 705 mm (27.8″)
Wheelbase: 855 mm (33.7″)
Ground Clearance: 95 mm (3.7″)
Seat Height: 475 mm (18.7″)
Fuel Capacity: 2 litres (0.4 imp. gallons)
Wet Weight: 41 kg (90 lb)

สเปคของ2020 Yamaha TT-R50E
Engine: 4-stroke, air-cooled, SOHC, 2-valve, single
Displacement: 50cc
Bore and Stroke: 36 x 48.6 mm
Compression Ratio: 9.5:1
Maximum Torque: 0.32 kg-m (2.3 ft-lb) @ 5,500 rpm
Fuel Delivery: Mikuni VM11
Ignition / Starting: CDI / Electric
Transmission: Constant mesh, 3-speed, semi automatic
Final Drive: Chain
Suspension (Front): 26 mm conventional fork / 96mm (3.8″) wheel travel
Suspension (Rear): Monocross, single shock / 71mm (2.8″) wheel travel
Brakes (Front): Drum
Brakes (Rear): Drum
Tires (Front): 2.50-10 4PR
Tires (Rear): 2.50-10 4PR
Length: 1,305mm (51.4″)
Width: 595mm (23.4″)
Height: 795mm (31.3″)
Wheelbase: 925mm (36.4″)
Ground Clearance: 135mm (5.3″)
Seat Height: 555mm (21.9″)
Fuel Capacity: 3.1 litres (0.7 imp. gal.)
Wet Weight: 58 kg (128 lb)

K-Light 202 Custom Bike American Springer

งานศิลปะการสร้างสรรค์เพื่อความสวยงามบนเรือนร่างของรถจักรยานยนต์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ละไอเดียมีความแตกต่างกันไป เรียกได้ว่ามันคือ มาสเตอร์ พีซ

K-Light รถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตครุยเซอร์ ของค่าย KEEWAY จะว่าไปแล้วรูปลักษณ์เดิมๆ ก็ดูเท่อยู่แล้ว แต่เมื่อมันถูกคัสตอมใหม่ออกมาไฉไลกว่าเดิมในสไตล์ของ ช๊อปเปอร์ อเมริกัน สปริงเกอร์ ที่ออกแบบมาได้สวยลงตัว ตัดเสริมเติมแต่งจนจำไม่ได้ว่านี่คือ ครุยเซอร์ ของค่าย KEEWAY ไม่ต้องไปนึกภาพเดิมๆ เห็นแล้วก็ต้องตะลึงนี่คืองานคัสตอมของคนไทย การปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม ด้วยชุดโช้คอัพหน้าที่เปลี่ยนใหม่ทั้งหมดแบบ สปริงเกอร์ หน้ายาวยกสูง ไฟหน้าทรงกลมสีอำพัน แฮนด์เดิ้ลบาร์ปีกนกต่ำ กระจกมองหลังกลับลงล่าง ถังน้ำมันหลังอูฐ พร้อมด้วยลวดลายกราฟฟิคแบบแอร์บรัช และแฮนด์เมด เบาะหนังเดี่ยวมีสปริงและไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่อยู่ใต้เบาะ เรือนไมล์ที่แบบดิจิตอลถูกจับมาวางด้านข้างเฟรม พักเท้าแบบฟอร์เวิร์ด

วงล้อกล่องยกขอบแบบซี่ลวดหน้ากว้างสีดำรัดขอบด้วยยางสตรีทขอบขาวเพิ่มความคลาสสิค ขนาด 17 นิ้ว หน้า/หลัง บังโคลนไม่มีเวลาขี่ถนนแห้งก็สบาย แต่พอเจอสายฝนถนนเปียกไม่อยากจะบรรยาย โช้คอัพหลังเดี่ยว สวิงอาร์มเหล็กและที่ยึดแผ่นผ่านทะเบียนท้าย ดิสก์เบรกหน้า/หลัง และเครื่องยนต์แบบสูบเดี่ยว 200 ซีซี ให้อารมณ์จัดจ้าน รีดแรงม้า และได้เสียงคำรามที่เร้าใจด้วยท่อไอเสียตีออกด้านข้าง คาร์บุเรเตอร์เปลือยกรองเพิ่มการดูอากาศช่วยเพิ่มการเผาไหม้ในรอบปลาย ครอบแคร้งด้านซ้ายให้มีความดุดันมากขึ้น

ถือว่าเป็นงานชิ้นเอกในการคัสตอมทั้งคันกับสไตล์ อเมริกัน สปริงเกอร์ ที่ได้ทั้งความสวย และความเท่ อย่างลงตัว