MOTUL FIM SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP 2019 Round 8

PROSECCO DOC UK ROUND – Donington park @ english 6-7 july
Rea takes championship lead with Dubble wins, Bautista crashes again! Razgatlioglu he took his first WorldSBK career podium. เกมความเร้าใจกับเกมชิงแชมป์โลกรถจักรยานยนต์ทางเรียบ World Superbike เข้ามาถึงสนามที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นที่ สนาม โดนิงตัน พาร์ค ประเทศอังกฤษ โจนาธาน เรีย เก็บเรียบท็อปโพเดี้ยม และดาวรุ่งเฉิดฉาย ผู้นำตารางสะสมเปลี่ยน รุ่นรอง จูลส์ คูลเซล เบียดขึ้นนำคว้าชัยชนะ ส่วนรุ่นเล็ก นักแข่ง อิตาลี คว้าชัยครั้งแรก

World Superbike 1000cc
Race 1
เจ้าของอดีตฉายาซูเปอร์โพลแมน ทอม ไซคส์ กลับมาคว้าโพลโพสิชั่นอีกครั้งให้กับ BMW ตามด้วย โจนาธาน เรีย และ ลีออน ฮาสแลม ซึ่งทั้ง 3 นักแข่ง เป็นชาวอังกฤษ กับการแข่งขันในโฮมเรซ แต่พอจะเริ่มการแข่งขันฝนตกจะต้องประกาศเวทเรซ ทำให้เกมอาจดูไม่ร้อนแรง นักแข่งต้องควบคุมรถมากกว่าต้องการความเร็ว หลังจากที่ออกสตาร์ท เรีย ก็พุ่งขึ้นไปนำ ตามด้วย ไซคส์ และ ฮาสแลม ส่วน เบาติสต้า ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยจะถูกกับฝนสักเท่าไร ผ่านเกมมาได้เพียง 10 รอบ ก็สไลด์หลุดแทร็คออกไป ทำให้ข้างหน้าทิ้งห่าง ลอริส บาส ขยับขึ้นมาแทน ข้างหน้า เรีย ทิ้งห่าง 11 วิ. และเข้ารับธงตราหมากรุกอันดับ 1 ไซคส์ อันดับ 2 และ อันดับที่ 3 เป็นของ ฮาสแลม เหมือนตำแหน่งสตาร์ท
Superpole Race
ในช่วงสายๆ สภาพแทร็คก็ยังไม่เป็นใจมีลื่นเป็นบางจุด ทำให้เกมที่กำลังเข้มข้นต้องจบเร็วเพียง 7 รอบ จากทั้งหมด 10 รอบ กรรมการตีธงแดง เพราะการล้มอย่างรุนแรงของนักแข่งหลายคน แต่เพียงพอสำหรับ 70% การเรซ เรีย คว้าชัยชนะ รัสกัทลีโอกูล อันดับ 2 และ ฮาสแลม อันดับ 3
Race2
กลับมาในเรซสอง สภาพแทร็คแห้งสนิท เกมได้ลุ้นกันตั้งแต่ออกสตาร์ท ดาวรุ่งทีมซับพอร์ท รัสกัทลีโอกูล ส่งสัญญาณเตือนรุ่นพี่ เรีย ด้วยการแซงขึ้นไปนำ ส่วนข้างหลัง ฮาสแลม เบียดกับ เบาติสต้า กลุ่มหลัง อเล็กซ์ โลวส์, ลอริส บาส ก็ไฟท์กันได้สนุก เป็นเกมที่สนุกมีเสียวทุกโค้ง เรีย กลับมาแซงขึ้นนำ เบาติสต้า ก็แซง ฮาสแลม ขึ้นมา แชส เดวี่ส์ แผ่วปลายร่วงไปยาว คู่หน้าจี้กันติดทิ้งห่างข้างหลัง 5 วิ. คู่หลังห่าง โลวส์ ก็แซง ฮาสแลม ขึ้นมาได้ แต่เกมจบด้วย เรีย คว้าอันดับ 1 รัสกัทลีโอกูล อันดับ 2 และ เบาติสต้า ตามห่างอันดับที่ 3 ทำให้คะแนนสะสมในตารางเปลี่ยน เรีย กลับขึ้นนำ
World Supersport 600cc
ด้วยเวลาต่อรอบของนักแข่งแต่ละคนใกล้เคียงกันมาก เกมจึงสนุกเร้าใจตื่นเต้น ได้ลุ้น คาริคาซูโล่ และ ลูคัส มาเฮียส ยังคงทำผลงานได้ดี ออกสตาร์ทตีคู่ขึ้นไปนำ แต่เกมเริ่มเปลี่ยนและยิ่งร้อนแรงเมื่อท้ายเกม จุลส์ คูลเซล ขยับขึ้นมาและแซงเป็นผู้นำ และ ครุมเมนาเชียร์ ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 10 ก็ขึ้นมาเกาะท้ายกลุ่มหน้า เกมไล่กันได้เสียว แต่ความมุ่งมั่นของ คูลเซล ประสบความสำเร็จ คว้าอันดับ 1 คาริคาซูโล่ อันดับ 2 และ มาเฮียส อันดับ 3
World Supersport 300cc
รถแข่งทะลักกริด 33 คัน ดาวรุ่งแต่ละประเทศเข้าร่วมกันอย่างมากมาย เกม 13 รอบสนาม เริ่มขึ้นด้วย เฮนดร้า ปราทาม่า ชิงขึ้นนำได้ก่อนแต่พลาดล้ม ทำให้ เวอร์ดอย ขึ้นนำแซง อีราซี่ ที่ตามกดดันมาล้มไปอีกทำให้เกมข้างหน้าเปลี่ยน คาลินิน เห็นจังหวะได้เสียบขึ้นมากดดันข้างหน้า แต่ ซาบาตุซซี่ ที่แรงขึ้นมาจากข้างหลังพร้อมกับ สตีแมน แซงทางตรงในสองรอบสุดท้าย ทำให้อันดับเปลี่ยนอีกครั้ง และเบียดกันจนเข้าเส้น ซาบาตุซซี่ คว้าอันดับ 1 เป็นครั้งแรก เวอร์ดอย มาเอาคืนได้อันดับที่ 2 และ คาลินิน อันดับที่ 3

การชิงชัยนัดต่อไป สนามที่ 8 จะแข่งขันกันที่ สนาม เวทเธอร์เทค เรซเวย์ ลากูน่า เซก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2562

คะแนนสะสมหลังจบสนามที่ 8
World Superbike 1000cc
1 โจนาธาน เรีย KAWASAKI 376
2 อัลว่าโร่ เบสติสต้า DUCATI 352
3 ไมเคิล ฟาน เดอร์ มาร์ก YAMAHA 206
4 อเล็กซ์ โลวส์ YAMAHA 192
5 ลีออน ฮาสแลม KAWASAKI 187
World Supersport 600cc
1 เรนดี้ ครุมเมนาเชียร์ YAMAHA 173
2 เฟดเดอริโก้ คาริคาซูโล่ YAMAHA 158
3 จูลส์ คูลเซล YAMAHA 132
4 ลูคัส มาเฮียส YAMAHA 82
5 ฮิคาริ โอคูโบะ KAWASAKI 73
World Supersport 300cc
1 มานูเอล กอนซาเรซ KAWASAKI 108
2 อานา คาราสโก้ KAWASAKI 65
3 สก๊อต เดอรูด KAWASAKI 65
4 แอนดี้ เวอร์ดอย YAMAHA 65
5 ยาน โอลี เยนนิค KTM 59

MOTUL FIM SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP 2019 Round 7 Pata Riviera di Rimini Round – Misano World Circuit Marco Simoncelli @ Italy 22-23 June

เอาแล้วไง…คิง เรีย กลับมาคว้าซูเปอร์โพลฯ กริดสตาร์ทแรก ซานโดร คอร์เตซี่ คว้ากริดที่สองได้ออกแถวหน้า ทอม ไซคส์ อดีตซูเปอร์โพลแมนคว้ากริดที่ 3 อเล็กซ์ โลวส์ มาพร้อมกับความมั่นใจสนามนี้กดเวลาได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 4 ส่วน อัลวาโร่ เบาติสต้า ออกสตาร์ทที่ 5 แต่เค้าทำท็อปสปีดเร็วที่สุดของสนามไว้ที่ 276.2 กม./ชม. และเป็นที่น่าเสียดายสำหรับ ไมเคิล ฟาน เดอร์ มาร์ก เกิดอุบัติเหตุในการซ้อมครั้งที่สอง ต้องถอนตัวออกจากการแข่งขันในเรซนี้

World Superbike 1000cc
Race 1
ฝนตกลงมาอย่างหนัก ออกสตาร์ทไปเพียง 3 รอบ กรรมการต้องยกธงแดงหยุดการแข่งขันรอสักพัก กลับมารีสตาร์ทใหม่ 19 รอบสนาม เกมเริ่มขึ้น เรีย ชิงจังหวะขึ้นไปนำ ตามด้วย โลวส์, ไซคส์, เดวี่ส์ และ เบาติสต้า เอ้า เมลันดรี้ แหกโค้งไปแล้วแต่ไม่ล้ม ฮาสแลม แซง เบาติสต้า และจะขึ้นไปแซง เดวี่ส์ เกมเหลืออีก 13 รอบ โลวส์ แซง โจนาธาน เรีย ขึ้นไปจนได้ หลังจากตามเกาะท้ายมาสักพัก และกำลังขยับหนีห่างออกไป แต่แล้ว โลวส์ ก็กระเด็นหลุดโค้งไป เรีย ขึ้นนำเดี่ยวๆ คว้าวินเนอร์แบบสบายๆ ทอม ไซคส์ พา BMW S1000RR ขึ้นโพเดี้ยมอันดับ 2 เบาติสต้า ขึ้นอันดับ 3
Superpole Race
อัลวาโร่ เบาติสต้า กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง กับสภาพแทร็คแห้ง อากาศสดใส อันดับ 2 เล็กซ์ โลวส์ และ ฮาสแลม อันดับที่ 3 แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ โจนาธาน เรีย จบอันดับที่ 5 โดนแซงแบบง่ายๆ เวลาห่างจากผู้นำ 12 วิ. กว่าๆ ทำให้คะแนนสะสมโดนยืดหนีออกไปอีก
Race 2
สภาพอากาศที่สดใสถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ได้ลุ้นกันสนุก เกมเริ่มขึ้นเสียบกันเกือบกระจาย เบาติสต้า ขึ้นนำ ตามมาด้วย ฮาสแลม เรีย และ รัซกัทลีโอกูล เกมผ่านไปเพียง 4 รอบ เบาติสต้า ก็ล้มลงไป ตำแหน่งเปลี่ยน รัซกัทลีโอกูล แรงแซง เรีย ขึ้นไปเป็นผูู้นำ มาร์โก้ เมลันดรี้ ปะทะกับ ฮาสแลม แบบได้เสียวกลิ้ง คู่หน้าเริ่มทิ้งห่างมีหลายจังหวะที่ เรีย จะแซงขึ้นไปแต่หลุดไลน์ เหลือการแข่งอีก 4 รอบสุดท้าย เรีย เสียบขึ้นด้านข้างปะกบก่อนแซงขึ้นเป็นผู้นำ แต่ รัซกัทลีโอกูล ไม่ยอมง่ายๆ จี้ติดตูดหวังจะเอาคืนจนถึงรอบสุดท้ายแต่ไม่ทัน เรีย คว้าอันดับ 1 รัซกัทลีโอกูล คว้าอันดับ 2 และ ฮาสแลม อันดับ 3 เป็นครั้งแรก คาวาซากิ มาแรงเข้าทั้งแผงเหมาโพเดี้ยม

World Supersport 600cc
หลังจากที่เบียดเวลาต่อรอบตั้งแต่
ซูเปอร์โพลฯ การแย่งชิงโพเดี้ยมสูงสุดสนามนี้ก็มัน และตื่นเต้น การเปิดเกมดวลคันเร่งตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ทได้เสียวกันทุกโค้ง คู่หูทีมเมท ครุมเมนาเชียร์ และ คาริคาซูโล่ ร้อนแรง แต่การที่ ลูคัส มาเฮียส ออกตำแหน่งโพลฯ ทำให้ข้างหน้าไล่กันไม่ห่าง จูลส์ คูลเซล และ ฮิคาริ โอคูโบะ ก็รอจังหวะเสียบ เกมมาได้เสียวและลุ้นกันสุดๆ ช่วงสองรอบสุดท้าย คู่หูเสียบกันแบบไม่กลัวล้ม ก่อนออกจากโค้งสุดท้าย มีการปะทะกันเล็กน้อย ครุมเมนาเชียร์ ได้ไลน์ใน คาริคาซูโล่ เสียเปรียบทำให้ การชิงออกจากโค้ง ครุมเมนาเชียร์ ดีว่าผ่านธงตราหมากรุกคว้าอันดับ 1 คาริคาซูโล่ อันกับ 2 และ ลูคัสมาเฮียส ที่ตามมาตั้งแต่ต้นไม่มีโอกาสแล้ว
World Supersport 300cc
สาวแกร่ง อานา คาราสโก้ แชมป์โลกหญิงคนแรก หนึ่งเดียวในหมู่ชายกระหายชัยชนะ ออกสตาร์ทขึ้นนำตามมาด้วย มานูเอล กอนซาเรซ และ แอนดี้ เวอร์ดอย เกมเบียดกันมันเหมือน Moto2 เลย 6 คันหน้า ใครพลาดเสียตำแหน่ง กลุ่มหน้า Ninja400 Yamaha R3 และ KTM RC390 ใครจะได้ขึ้นโพเดี้ยม เหลืออีกเพียง 4 รอบสนาม ยังเกาะกัน 6 คัน ตำแหน่งสลับขึ้นๆ ลงๆ สตีแมน ควบ KTM ขึ้นมาได้ แต่ อานา ก็ยืดออกห่างปล่อยให้ข้างหลังเบียดกันนัวเนีย และสุดท้ายจบเกม อานา คว้าอันดับ 1 กอนซาเรซ อันดับ 2 และอันดับ 3 เป็นของ เวอร์ดอย
การชิงชัยนัดต่อไป สนามที่ 8 จะแข่งขันกันที่ สนาม โดนิงตัน พาร์ค เซอร์กิต
สหราชอณาจักร ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2562

คะแนนสะสมหลังจบสนามที่ 7
World Superbike 1000cc
1 อัลว่าโร่ เบสติสต้า DUCATI 330
2 โจนาธาน เรีย KAWASAKI 314
3 ไมเคิล ฟาน เดอร์ มาร์ก YAMAHA 188
4 อเล็กซ์ โลวส์ YAMAHA 164
5 ลีออน ฮาสแลม KAWASAKI 153
World Supersport 600cc
1 เรนดี้ ครุมเมนาเชียร์ YAMAHA 160
2 เฟดเดอริโก้ คาริคาซูโล่ YAMAHA 138
3 จูลส์ คูลเซล YAMAHA 107
4 ฮิคาริ โอคูโบะ KAWASAKI 70
5 ลูคัส มาเฮียส YAMAHA 66
World Supersport 300cc
1 มานูเอล กอนซาเรซ KAWASAKI 108
2 อานา คาราสโก้ KAWASAKI 65
3 สก๊อต เดอรูด KAWASAKI 65
4 มาร์ค การ์เซีย KAWASAKI 50
5 ยาน โอลี เยนนิค KTM 48

“มุกข์ลดา-ปิยวัฒน์” กระหึ่มสนามระดับโลก! พาทีมไทย 100% จารึกประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่

“มุกข์ลดา-ปิยวัฒน์” กระหึ่มสนามระดับโลก! พาทีมไทย 100% จารึกประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์บิดมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหด “ซูซูกะ 4 ชั่วโมง” นำธงไตรรงค์โบกสะบัดที่ญี่ปุ่น

“มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่งชาวไทยควงคู่ “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ ทีมเมทดาวรุ่ง ผนึกกำลังทีมงานคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ สร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ในศึกเอ็นดูรานซ์นานาชาติสุดโหด รายการ “ซูซูกะ 4 ชั่วโมง เอ็นดูรานซ์ เรซ 2019” ส่งเพลงชาติไทยดังกระหึ่มสนามระดับโลก ซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหด รายการ ซูซูกะ 4 ชั่วโมง เอ็นดูรานซ์ เรซ 2019 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม ซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีระยะทางต่อรอบ 5.821 กิโลเมตร

ยอดทีมแข่งไทยอย่าง เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ที่นำโดย “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่งและ “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ พร้อมด้วยทีมช่างไทยรอยเปอร์เซ็นต์ ลงแข่งขันเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่การซ้อมครั้งแรก โดยสามารถคว้ากริดสตาร์ทอันดับที่ 2 มาครอง

เกมในรอบชิงชนะเลิศออกสตาร์ทในช่วงเช้าวันเสาร์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนของประเทศญี่ปุ่น โดย มุกข์ลดา รับหน้าที่เป็นนักบิดไม้แรก และออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะร่วงลงไปอยู่ในอันดับ 3 ได้ก็สามารถกลับมาเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 4 และที่รักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น ทิ้งห่างอันดับ 2 ไปถึง 8.2 วินาที ในช่วง 55 นาทีแรก ก่อนจะนำรถเข้ามาเติมน้ำมันและเปลี่ยนตัวนักบิด ส่งไม้ต่อให้ ปิยวัฒน์ ลงไปทำหน้าที่ต่อในชั่วโมงที่ 2 ของการแข่งขัน

ขณะที่สภาพอากาศยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ปิยวัฒน์ ออกมาทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ ทิ้งระยะห่างจากทีมอันดับ 2 อย่าง ยามาฮ่า อินโดนีเซีย & อิโต เรซซิ่ง ออกไปถึง 21.8 วินาที โดยดาวรุ่งจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ เอ.พี.ฮอนด้า ทิ้งห่างคู่แข่งออกไปร่วม 1 นาที กับการแข่งขันชั่วโมงที่ 2

จากนั้น เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ทำการเปลี่ยนตัวนักบิดอีกครั้ง เพื่อให้ มุกข์ลดา ลงมาทำหน้าที่ต่อ โดยหลังจากเติมน้ำมันและเปลี่ยนตัว ทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ลงสู่สนามอีกครั้งด้วยการเป็นผู้นำ และทิ้งห่างคู่แข่งออกไปถึง 2 รอบสนาม

ในช่วง 2 ชั่วโมง 40 นาที ของการแข่งขันมีรถแข่งพลาดล้มอย่างรุนแรง กรรมการต้องตัดสินใจตีธงแดงเพื่อยุตติการแข่งขันชั่วคราว รถทุกคันต้องกลับเข้าพิต โดย มุกข์ลดา ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น

อย่างไรก็ดี จากสภาพอากาศที่มีฝนตกลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กรรมการประกาศยุตติการแข่งขัน ส่งผลให้ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ภายใต้รถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 149 คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์จากผลงานของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นทีมแรก ด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 62 รอบสนาม คิดเป็นระยะทาง 360.902 กิโลเมตร

โดยทั้ง มุกข์ลดา และ ปิยวัฒน์ ได้ฉลองแชมป์บนโพเดี้ยม และร้องเพลงชาติไทยกระหึ่ม สนาม ซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับทีมงานคนไทย และแฟนชาวไทยที่ตามเข้าชมอย่างยิ่งใหญ่

2020 Husqvarna FE501

รถซีรีส์เอ็นดูโร่จาก Husqvarna ตัวท็อปสุดของซีรี่ส์ คงไม่พ้น FE501 ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมของค่าย ด้วยพื้นฐานของเฟรมแบบ Chromium molybdenum frame ที่เป็นงานสร้างในระดับมืออาชีพของรถในสไตล์นี้

ซึ่งพร้อมให้ความยืดหยุ่นเพียงพอต่อการรองรับสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ทั้งสมดุลในการขับขี่ ความมั่นคงในทุกจังหวะของการเคลื่อนที่ อีกทั้งยังมีการจัดการเรื่องศูนย์รวมน้ำหนักของการออกแบบได้เป็นอย่างดี จึงส่งผลให้แชสซีส์ของรถรุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการควบคุมได้เป็นอย่างดี พร้อมกับประสิทธิภาพในการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม และระบบกันสะเทือน WP Suspension และ rear linkage ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว พร้อมช่วยให้รถทะยานไปอย่างเต็มสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนัก 29.4 กก. ที่กะทัดรัดและถือได้ว่ามีน้ำหนักเบาซึ่งมีส่วนมาจากการใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ล้ำนำสมัย และการพัฒนาที่ล้ำหน้าของเครื่องยนต์ที่ทรงสมรรถนะแบบสูบเดียว สี่จังหวะ ขนาด 510.9 ซีซี มีมิติของ กระบอกสูบxช่วงชักที่ 95×72 มม. ซึ่งในการออกแบบพัฒนาเครื่องยนต์ตัวนี้นั้นเน้นถึงการใช้งานหรือใช้ขับขี่ในสไตล์เอ็นดูโร่โดยเฉพาะ มาพร้อมกับระบบ electric start ติดตั้งมาเป็นชุดมาตรฐาน ชุดเกียร์บ๊อกซ์ 6 สปีด มีอัตราทดกว้าง และยังมีระบบอิเล็คทรอนิกส์ที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ อย่างเช่น traction control การปรับเปลี่ยนเลือกแมปปิ้งที่เหมาะสมด้วย handlebar map select switch ผู้ขับขี่จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวแทร็คหรือระดับทักษะของตนเอง นอกจากนี้ภายในส่วนของเครื่องยนต์นั้นได้ออกแบบ multifunctional couter balancer shaft ให้มีความกะทัดรัดและลดอาการสั่นจากการเคลื่อนไหว เช่นเดียวกันกับในส่วนของ crankcases ที่ใช้วัสดุน้ำหนักเบาแข็งแกร่งด้วยกระบวกการผลิตแบบ high pressure die-cast ที่ทำให้ผนังแคร้งค์มีความบางแต่แข็งแรง สำหรับในส่วนของฝาสูบนั้นได้ออกแบบใหม่เป็น new SOHC cylinderhead ที่มีความกะทัดรัดยิ่งขึ้น โดยมีขนาดที่ต่ำลงจากเดิม 15 มม.อีกทั้งยังเบาลงกว่าเดิมอีก 500 กรัม พร้อมกันนี้ titanium intake valve มีขนาด 40 มม. ส่วน streel exhaust valves มีขนาด 33 มม. และเสื้อสูบ light weight aluminium cylinder มาพร้อมกับลูกสูบใหม่ new light weight Konig forged bridge-box type piston ที่มีส่วนช่วยให้สลักลูกสูบ หรือ piston pin สามารถลดน้ำหนักลงได้ 10% โดยรวมแล้วเครื่องยนต์จึงมีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น พร้อมกับให้อัตราส่วนกำลังอัดเพิ่มจาก 11.7:1 เป็น 12.75:1 WP Suspension โดยในส่วนของฟอร์คหน้านั้นเป็น WP XPLOR front forks ที่ยังมีขนาด 48 มม. แบบ spring type ที่ยังคงแยกส่วนฟังก์ชั่นเป็น rebound กับ damping โดยที่การปรับ compression damping นั้นจะทำที่ ฟอร์คด้านซ้าย ส่วน rebound damping นั้นจะปรับที่ฟอร์คฝั่งขวา ซึ่งในการปรับพื้นฐานง่ายๆนั้นจะมี 30 คลิก ที่ติดตั้งบนฟอร์คแต่ละข้าง ขณะที่กันสะเทือนหลังนั้นจะเป็น WP Rear shock รุ่น WP XACT shock ที่จะทำงานร่วมกับ new linkage progression ซึ่งระบบกันสะเทือนหลังนี้มีระยะยุบตัว 300 มม. นอกจากนี้ในชุดแผงคอ ยังเป็น CNC-Machined Triple Clamps ที่ผลิตขึ้นมาด้วยกระบวนการ CNC ออกแบบมาให้สามารถปรับองศาหรือปรับระดับของแฮนเดิ้ลบาร์ได้

และในส่วนของระบบความปลอดภัยของเบรคนั้น FE501 ได้ติดตั้ง MAGURA BRAKES system มาทั้งชุดหน้าและหลัง โดยชุดเบรคหน้า ใช้จานดิสก์ขนาด 260 มม. ส่วนจานดิสก์หลังใช้ขนาด 220 มม.ซึ่งเป็นจานดิสก์ high-performance GSK disk ที่จะทำงานได้ดีร่วมกับ Magura brake calipers เช่นเดียวกับชุดคลัทซ์ที่เลือกติดตั้ง MAGURA HYDRAULIC CLUTCH จากผู้ผลิตเยอรมันเช่นที่เคยใช้มาโดยตลอด

ซึ่งรายละเอียดข้อมูลเบื้องต้นของ 2020 FE501 มีสเปคดังนี้
Displacement : 510.9 cm³
Design : 1-cylinder, 4-stroke engine
Bore : 95 mm
Stroke : 72 mm
Starter : Electric starter
Transmission : 6-speed
Clutch : Wet, DDS multi-disc clutch, Magura hydraulics
EMS : Keihin EMS
CO2 emissions : 84.0
Frame design : Central double-cradle-type
25CrMo4 steel
Rear suspension : WP shock absorber with linkage
Suspension travel (front) : 300 mm
Suspension travel (rear) : 300 mm
Front brake : Disc brake
Rear brake : Disc brake
Front brake disc diameter : 260 mm
Rear brake disc diameter : 220 mm
Chain : X-Ring 5/8 x 1/4”
Steering head angle : 63.5 °
Ground clearance : 360 mm
Seat height : 950 mm
Tank capacity (approx.) : 9 l
Weight without fuel : 108.4 kg

2020 Kawasaki KX250

“Most Powerful 4-STROKE KX250” คือนิยามที่ระบุว่านี่เป็นรถโมโตครอสรหัส KX250 ที่มีกำลังมากที่สุดที่เคยผลิตมา แต่ก่อนอื่น กอง บ.ก.ไรดิ้งเราได้รับเอกสารชุดนี้จาก
ฝั่งของยุโรป ดังนั้น เราจึงเรียกรถรุ่นนี้ตามที่ระบุในเพรสคิท ว่า KAWASAKI KX250 สำหรับเจ้าโมเดล 2020 คันนี้ ไฮไลท์คงไม่พ้นไปจาก New Engine หรือเครื่องยนต์ใหม่ที่เน้นกำลังเพิ่มขึ้น ให้รอบการทำงานเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น โดยยังไม่รวมองค์ประกอบใหม่อื่นๆที่พัฒนาและปรับปรุงเพิ่มเติมมาใหม่จนสามารถยกระดับสมรรถนะไปอีกขั้นจากโมเดลก่อนหน้านี้

เครื่องยนต์ใหม่ของ 2020 KX250 มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นมาจากเดิม 3.3 แรงม้า ให้สมรรถนะที่ดุดันเรียกใช้งานง่ายเมื่ออยู่ในระดับรอบการทำงานที่สูงกว่า 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งในส่วนของเครื่องยนต์ใหม่นี้ มาจากการปรับมิติของกระบอกสูบxช่วงชัก ที่ 78.0×52.2 มม.จากเดิมก่อนหน้านี้อยู่ที่ 77.0×53.6 มม.ที่ขยายความกว้างของกระบอกสูบเพิ่มขึ้นนั้นมีส่วนเพิ่มขนาดของ intake และ exhaust valve หรือง่ายๆ คือขยายวาล์วไอดี และวาล์วไอเสียเพิ่ม
ขึ้นนั่นเอง โดย intake valve จากเส้นผ่านศูนย์กลาง 31 มม. เป็น 32 มม. ส่วน Exhaust valve จาก 25 มม. เป็น 26.5 มม. เช่นเดียวกับที่ลูกสูบหรือ piston นั้นได้เปลี่ยนมาใช้แบบเดียวกับที่ใช้ในทีมแข่งแฟคทอรี่ที่สามารถตอบสนองรอบการทำงานที่รุนแรงได้เป็นอย่างดีด้วยการปรับมิติรูปทรงบางอย่างของลูกสุบใหม่ จนมีส่วนทำให้ได้อัตราส่วนกำลังอัดที่เพิ่มจาก 13.4:1 เป็น 14.2:1 เช่นเดียวกับส่วนประกอบอื่นๆของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ล้วนมีรายละเอียดที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมภายใต้นิยามการพัฒนา Most powerful KX250
จากเครื่องยนต์ก็มาที่ส่วนของระบบจ่ายเชื้อเพลิงที่ KX250 ใช้มาตั้งแต่ปี 2012 ด้วย Dual Injectors ขณะที่เรือนลิ้นเร่งหรือ throttle body นั้นเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นจาก
43 มม. เป็น 44 มม. อีกทั้งยังมีการปรับโครงสร้างของ airbox ที่มีมิติสั้นลง จาก 120 มม. เหลือ 70 มม. ซึ่งจะมีผลช่วยให้สามารถป้อนอากาศให้ไหลเวียนได้รวดเร็วขึ้นซึ่งก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ให้ KX250 โมเดลล่าสุดนี้ และที่จะต้องพูดถึงก็คือ Launch Control Mode อีกหนึ่งระบบอิเล็คทรอนิกส์ที่ได้รับการปรับให้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเพื่อเป้าหมายในการทะยานออกจากเกทสตาร์ทได้อย่างเต็มสมรรถนะยิ่งขึ้น ด้วยการนำสเปคเดียวกับตัวแข่งแฟคทอรี่ในรายการแข่งขันของ AMA มาใช้กับรถโมเดลล่าสุดนี้ พร้อมกันนี้ในการจูนนิ่งเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆอย่างง่ายๆและสะดวกรวดเร็วนั้น ก็จะมี DFI couplers ที่จะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลแมปปิ้ง หรือ DFI Setting Data Selection ที่มีให้เลือก 3 แมปปิ้ง หรือหากต้องการความแม่นยำเที่ยงตรงยิ่งขึ้นในกระบวนการปรับเซ็ทนั้นก็สามารถที่จะจัดหาอุปกรณ์อย่าง KX FI Calibration kit สำหรับนักแข่งในระดับโปรที่ต้องการความละเอียดในการปรับเซ็ทเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แล้บท็อปเพื่อต่อเชื่อมกับ ECU

ในส่วนของแชสซีส์นั้นได้ใช้เฟรม Slim aluminium perimeter frame ที่ถือว่าเป็นโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา มีบาล้านซ์ที่ดี เหมาะอย่างยิ่งกับนักแข่งที่มีประสบการณ์สูงในการแข่งขัน โดยในจุดที่มีการปรับใหม่ก็คือตำแหน่งยึดกับเครื่องยนต์ที่ปรับมิติเพื่อให้เฟรมมีความแข็งแกร่งนิ่งมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยให้ชุดกันสะเทือนหลังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับในส่วนของกันสะเทือนหน้านั้นระบุมาว่าเป็น Race-ready suspension ขนาด ฟอร์ค 48 มม. high-performance 48 มม. inverted coil-spring fork ซึ่งเป็นระบบกันสะเทือนชุดใหม่ new KYB front fork เช่นเดียวกับกันสะเทือนหลังใหม่ที่มาพร้อมกับระบบ new Uni Trak rear suspension system ที่ยึดติดกับ suspension arm ซึ่งอยู่ด้านล่างของ swingarm ที่ออกแบบมาให้มีระยะเคลื่อนที่หรือยุบตัวได้มากขึ้นโดยจะทำงานร่วมกับ KYB Shock จากภาพรวมของตัวรถ 2020 KX250 นี้ จะให้บอดี้ที่มีความแคบมีมิติการขี่ที่เพรียวบางในภาพลักษณ์การออกแบบส่วน body work ที่เรียบง่ายโดยเฉพาะตำแหน่งการขับขี่นั้นระบุว่า easy for racers to go fast ซึ่งมิติของตัวรถมีรายละเอียดเพิ่มเติม คือ ยาว 2,172 มม. กว้าง 820 มม. สูง 1,269 มม. มีระยะวิลเบส 1,480 มม. ความสูงจากพื้น 333 มม. ความสูงเบาะนั่ง 948 มม. น้ำหนักตัวรถ 105.2 กก. (รถเปล่าหนัก 1100.5 กก.) ขณะที่ถังเชื้อเพลิงมีความจุ 6.4 ลิตร ที่เพียงพอสำหรับรองรับการใช้งานของเครื่องยนต์สี่จังหวะสูบเดียว DOHC ขนาด 249 ซีซี ของ 2020 KX250 โมเดลล่าสุดนี้

และในส่วนของระบบเบรคนั้น ชุดหน้ามาพร้อมกับ Single semi-floating petal disc ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 270 มม. พร้อมคาลิเปอร์แบบ Dual-piston ส่วนชุดหลังนั้นเป็นแบบ Single petal disc เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 250 มม. พร้อมคาลิเปอร์แบบ Single-piston
ก็ต้องติดตามกันว่า 2020 KX250 ที่ทาง Akashi factory ของ Kawasaki ตั้งใจที่จะพัฒนาออกมาอย่างจริงจังมากเป็นพิเศษภายใต้นิยาม Most Powerful นี้ จะบรรลุเป้าหมายตามที่หวังไว้หรือไม่ กับการยกระดับรถโมโตครอสรุ่นนี้ให้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคลาส 250F

สำหรับรายละเอียดเพิ่มของสเปครถมีดังนี้
Engine type : Liquid-cooled, 4-stroke Single
Compression ratio : 14.2:1
Valve system : DOHC, 4 valves
Bore x stroke : 78.0 x 52.2 mm
Displacement : 249 cm3
Fuel system : 44 mm x 1 (Keihin) with dual
injection
Ignition : Digital DC-CDI
Starting System : Primary Kick
Lubrication : Forced lubrication, semi-dry sump
Transmission : 5-speed, return
Clutch : Wet multi-disc, manual
Frame type : Perimeter, aluminium
Trail : 130 mm
Wheel travel front : 314 mm
Wheel travel rear : 310 mm
Tyre, front : 80/100-21 51M
Tyre, rear : 100/90-19 57M
Steering angle L/R : 42° / 42°

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เปิดศูนย์บริการระดับพรีเมียมแห่งแรกในประเทศไทยและที่แรกของโลก

มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการบริหาร นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหาร ระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ มร.ทานากะ ยาซูโอะ Executive officer, Chief General Manager of CS Center บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ในพิธีเปิด “Yamaha Premium Service” ศูนย์บริการแบบ Stand Alone มาตรฐานระดับพรีเมียมแห่งแรกในประเทศไทยและที่แรกของโลก ตั้งอยู่บนถนน ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ มีพื้นที่การให้บริการกว่า 1,500 ตารางเมตร สามารถรองรับการใช้บริการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องโดยช่างผู้ชำนาญการจาก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วย Customer Semi-private lounge เพื่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถติดตามการเข้ารับการบริการรถจักรยานยนต์ของตนเองขณะที่ช่างให้บริการได้อย่างใกล้ชิด และพื้นที่บริเวณชั้น 2 ยังแยกเป็นโซนของ Apparel & Accessories เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหลากหลายสไตล์, อะไหล่ตกแต่ง Yamaha Genuine Part รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งและเซฟตี้ไรดิ้งที่เป็น Co-Partner พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าอาคารกว่า 40 คัน, Coffee Lounge และพื้นที่ที่สามารถรองรับการจัดกิจกรรมให้กับลูกค้า เป็นต้น โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 19.00 น. เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในการเข้ามาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด

สำหรับพิธีเปิด “Yamaha Premium Service” อย่างเป็นทางการมีขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

2020 Yamaha YZ250F

หลังจากที่ออกแบบใหม่หมดในแบบที่เรียกว่า redesign สำหรับโมเดล 2019 ของ Yamaha YZ250F จนส่งผลให้กลายเป็นรถโมโตครอสที่พร้อมสำหรับเกมการชิงชัยมากยิ่งขึ้นในกลุ่มรถ 250F ด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานในสนามแข่งขันที่เห็นได้ชัดเจนจาก Dylan Ferrandis ที่ชนะใน AMA Supercorss West Championship

ซึ่ง Yamaha ได้นำข้อมูลต่างๆระหว่างฤดูกาลแข่งขันมาต่อยอดสู่โมเดลล่าสุดในปี 2020 กับ The Ultimate YZ250F หรือ ที่สุดของ YZ250F ที่ว่ากันว่ามันคือการพัฒนาสูงสุดของรถในซีรี่ส์นี้ แน่นอนว่ามันเป็นรถที่พร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกๆระดับมากที่สุดโมเดลหนึ่งที่ Yamaha ผลิตออกมาหลังจากที่เสริมแต่งความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ติดตั้ง electric start พร้อมกับตกแต่งเครื่องยนต์บางส่วนในโมเดลที่ผ่านมาให้กับเครื่องยนต์ 250 ซีซี สี่จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำจนมีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นพร้อมติดตั้งบนโครงสร้าง aluminium bilateral beam frame ที่มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนชั้นนำอย่าง KYB ทั้ง KYB spring type forks และ KYB rear shock จนกระทั่งมาถึงโมเดล 2020 YZ250F นี้ ได้มีการเสริมสมดุลในส่วนของสมรรถนะต่างๆ ที่มีผลต่อการคว้าชัยชนะ ทั้ง performance-rideability-comfort กล่าวคือ นี่จะเป็นรถที่มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม มีองค์ประกอบในการขับขี่ที่ดี และให้ความสบาย มาพร้อมกับเทคโนโลยีจากการแข่งขันของ Yamaha ไม่ว่าการปรับเปลี่ยนโหมดการขี่ การต่อเชื่อมแบบไร้สาย กับ Yamaha Power Tuner App เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้คำจำกัดความที่ว่า Tune-Race-Win นั่นเอง

สำหรับไฮไลท์เบื้องต้นของ 2020 YZ250F ที่มีแนบมาให้กับไฟล์ภาพนั้นมีข้อมูลเทคนิคดังนี้
-เครื่องยนต์เปี่ยมสมรรถนะแบบ DOHC 250cc liqquid cooled 4-stroke engine ที่มาพร้อมกับ 4-valve cylinder head ให้อัตราส่วนกำลังอัด 13.8:1
-ฝาสูบแบบ Reverse cylinderhead โดยจะใช้ Lightweight titanium valves ซึ่ง titanium intake valves จะมีขนาด 31 มม. ขณะที่ titanium exhaust valves จะมีขนาด 25 มม. ซึ่งtitanium valve สามารถลดน้ำหนักได้ระหว่าง 40-45% ของ steel valves
-ปรับเซ็ทสะดวกด้วย Power Tuner smartphone app สามารถปรับให้สมาร์ทโฟนทั้งระบบแอนดรอย และไอโอเอส สามารถที่จะใช้งานได้คล้ายกับ อุปกรณ์ GYTR Power Tuner
-ปรับโหมดการขี่ได้ถึงสองแบบด้วย 2 position engine mapping switch
-เบาแรงด้วยสตาร์ทไฟฟ้า Lighweight electric starter พร้อม lithium-ion battery
-โครงสร้างเพรียวกะทัดรัดSlim and Compact bodywork and seat
-เฟรมแกร่งด้วย Strong bilateral aluminium beam frame
-ฟอร์คหน้า KYB front forks พร้อม speed sensitive damping
-ชุดกันสะเทือนหลัง Link type rear suspension พร้อม KYB rear shock
-Heavy duty clutch ที่รองรับการใช้งานหนักมาพร้อมกับ quick access ใช้งานง่ายน้ำหนักเบาด้วยการที่มือคลัทช์ออกแบบมาให้ใช้แรงกดน้อยลง ช่วยให้สบายขึ้นในขณะขับขี่ โดยฝาครอบด้านนอกเป็นวัสดุแมกนีเซียม
-ออกแบบหม้อน้ำที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วย High efficiency angled radiator design

ละเอียดสเปคของตัวรถมีดังนี้
Engine type : liquid-cooled, 4-stroke, 4-valves, DOHC
Displacement : 250cc
Bore x stroke : 77.0 mm x 53.6 mm
Compression ratio : 13.8 : 1
Lubrication system : Wet sump
Clutch type : Wet, Multiple Disc
Ignition system : TCI
Starter system : Electric
Transmission system : Constant Mesh, 5-speed
Final transmission : Chain
Fuel system : Electronic Fuel Injection
Frame : Aluminium
Front travel : 310 mm
Caster angle : 27º1
Trail : 119mm
Front suspension system : Upside-down
telescopic fork
Rear suspension system : Monoshock
Rear travel : 315 mm
Front brake : Hydraulic single disc, Ø270 mm
Rear brake : Hydraulic single disc, Ø245 mm
Front tyre : 80/100 – 21 51M
Rear tyre : 100/90 – 19 57M
Overall length : 2175 mm
Overall width : 825 mm
Overall height : 1285 mm
Seat height : 970 mm
Wheel base : 1475 mm
Minimum ground clearance : 335 mm
Wet weight (including full oil and fuel tank) : 106 kg
Fuel tank capacity : 6.2L
Oil tank capacity : 0.95L

New Grand Filano Hybrid สีสันใหม่สุด HIGH


เปิดตัวที่แรก! ในงาน Yamaha presents Automatic is NOW! festival 2 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะงาน #NOW เท่านั้น งานเฟสเข้าฟรี!! ที่รวมไลฟ์สไตล์สุดเทรนด์ไว้ที่เดียว ไม่อยากเอ้าท์ ต้องมา! เจอกัน 27 – 28 ก.ค. นี้ เที่ยงวันยันสี่ทุ่ม ที่เดอะสตรีท รัชดา

ดูรายละเอียดกิจกรรม click NOW! 👇
http://bit.ly/Event_Automatic_is_NOW2

#ไม่อยากเอ้าท์มาNOWด้วยกัน
#ItsAutomatic #AutomaticIsNOWFestival
#Yamaha #RevsYourHeart 
#YamahaSocietyThailand

TENA Super Edition Underbone 2T

ถึงแม้ว่ายุคนี้จะเป็นยุคของเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ที่เน้นเรื่องของการรักษามลพิษสิ่งแวดล้อม แต่ความอมตะและเสน่ห์ของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ที่ยังมีนักบิดหลายๆ กลุ่ม กลับมารีบอนด์เก็บงานใหม่เพิ่มความโดดเด่นด้วยออพชั่นของแต่งเพียบ

กลิ่นหอมหวนชวนดมของควันฉุยๆ ที่ผ่านท่อไอเสียยังคงเป็นเอกลักษณ์ หลายๆ รุ่นที่ได้รับความนิยมเมื่อ 30 ปี ที่ผ่านมาถูกกลับมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ให้ใช้งานได้ และมีการเพิ่มเติมอุปกรณ์ของแต่งให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ค่ายผู้นำอย่าง ฮอนด้า กับรถอันเดอร์โบน ขนาด 110 ซีซี ซีรี่ส์ Nova ถือว่าเป็นสุดยอดรถสปอร์ตแฟมิลี่ที่แตกไลน์ออกมาได้มากมาย NOVA TENA 5 เกียร์ คลัทช์มือ คืออีกหนึ่งรุ่นที่มีความสวยงามและโดดเด่นกับสรีระและความแรง เมื่อยุคนั้น

มาถึงยุคนี้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ถูกปิดการผลิตไปแล้ว แต่ก็ยังมีหลงเหลืออยู่มากมายทั้งสภาพเก่าๆ เดิมๆ และ การปรุงแต่งสีสันและของแต่งเพิ่มความสวยงาม อย่างเช่น TENA คันนี้ สภาพภายนอกที่เก็บงานด้วยสีสัน และลวดลายสติ๊กเกอร์ ที่คงไม่ได้เห็นกันง่ายๆ กับสภาพที่สมบูรณ์ขนาดนี้ เครื่องยนต์ที่ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ ระบายความร้อนด้วยอากาศใช้ครีบที่เสื้อสูบช่วยการระบาย คาร์บูเรเตอร์ แผ่นรีด กรองเปลือย ท่อรอดท้อง DBS คอสปริง อารมณ์ประมาณนี้ แต่ความสวยงามโดดเด่นเป็นที่สะดุดตา และน่าสนใจมาพร้อมกับออพชั่นเสริมระดับเทพ แผงคอสร้างด้วยอลูมินัมทั้งตัวบน และล่าง กันสะบัดยึดด้านบนแบบปรับระดับ Ohlins ชุดปั๊มบน Brembo ประกับคันเร่ง โช้คอัพหน้าแกนโคสติ้งสีทอง วงล้อเล่นของระดับ GP แม็ก NS1 เรซซิ่ง 6 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว ข้างหลังจะไม่มีชุดกันกระชาก และรัดขอบด้วยยางสลิคไร้ดอก ดิสก์เบรกหน้าจาน 300 มม. และทำงานร่วมกับคาลิเปอร์ Brembo เรเดียลเม้าท์ 4 ลูกสูบ และสายไล่น้ำมันถักหัววงแหวนอลูมินัมเพิ่มความสปอร์ตแบบเรซซิ่งด้วยชุดพักเท้าอลูมินัม เบาะปาดซิ่ง ท้ายเปลือย โช้คอัพหลังโมโนเดี่ยวแบบคอยล์สปริง และแท้งค์ซับแก๊สแยก จากแบรนด์สุดยอดความนิยมของรถแต่ง Gazi การันตีด้วยคุณภาพทั้งการใช้งานทั่วไป และในสนามแข่ง ดิสก์หลังจานเดียว 220 มม. คาลิเปอร์ Brembo ลูกสูบเดี่ยว

สภาพนี้ เฟี้ยวๆ พร้อมออกเปรี้ยวบนท้องถนน สภาพสมบูรณ์ สีสันสวยงาม เก็บรายละเอียดได้อย่างลงตัว แบบนี้ใครที่มีรถ 2 จังหะ ไว้ครอบครองคงอยากเอามาทำให้ใหม่ไว้โชว์บ้าง

ยามาฮ่าส่งทัพนักเตะเยาวชนปราสาทสายฟ้า ลุยศึก Iwata U12 International Football Cup 2019 ณ ประเทศญี่ปุ่น

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และบุรีรัมย์ อะคาเดมี่ พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมส่งทัพนักเตะปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดอายุไม่เกิน 12 ปี เดินทางไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน รายการ “อิวาตะ ยู-12 อินเตอร์เนชั่นแนล ฟุตบอล คัพ 2019” ที่มี 12 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน และประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 สาย โดยสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะอยู่ในสาย B สำหรับการแข่งขันจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 29 กรกฎาคม 2562 ณ เมืองอิวาตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยการเดินทางมาร่วมส่งทัพนักเตะปราสาทสายฟ้าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีขึ้น ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเร็วๆ นี้

เปิดตัว New Scoopy i LINE FRIENDS Special Edition

เปิดตัว New Scoopy i LINE FRIENDS Special Edition ดีไซน์โดนใจวัยรุ่นภายใต้คอนเซปต์ “เพื่อนใหม่ ลายใหม่ น่ารักโดนใจ” โดดเด่นด้วยกราฟิก LINE FRIENDS characters บราวน์และผองเพื่อนแสดงเพิ่มเติม