2022 Yamaha R-Series : Models celebrate Yamaha GP racing history

จากปี 1961-2021 นับว่าเป็นช่วงเวลาครบรอบ 60 ปี ของ Yamaha ที่ก้าวเข้าสู่การแข่งขัน ในระดับ World Grand Prix racing ซึ่ง Yamaha มักจะกล่าวเสมอว่าการแข่งขันนั้นฝังอยู่ใน DNA ของบริษัท นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทพวกเขาก็เริ่มพัฒนารถจักรยานยนต์ผ่านการแข่งขันในสนามแข่ง จนกระทั่งสามารถคว้าชัยชนะได้ครั้งแรกด้วยรถ YA-1 ที่ชนะในการแข่งขัน Mount Fuji ซึ่งพวกเขาเริ่มลงมือทำรถแข่งกันในวันที่ 1 ก.ค.1955 ก่อนจะลงแข่งและชนะในวันที่ 10 ก.ค. และนี่คือจุดกำเนิดที่ปลูกฝังแนวความคิดที่เป็นรากฐานในการให้ความสำคัญกับการแข่งขัน หลังจากเริ่มประสบความสำเร็จต่อเนื่องในญี่ปุ่น พวกเขาก็มองไปที่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งการแข่งขันครั้งแรกนั้นพวกเขาเลือกที่จะเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกา กับการชิงชัยที่ Catalina ในปี 1958 กล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สามารถสั่งสมประสบการณ์ได้อย่างมากมาย กับความมุ่งมั่นพัฒนารถแข่งในขนาด 250 ซีซี จนในที่สุดก็ตัดสินใจจะนำรถแข่ง RD48 เข้าร่วมการแข่งขันในระดับ World Grand Prix ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามแข่งเก็บคะแนนสะสมของปี 1961 ซึ่งก็คือ การแข่งขันที่ฝรั่งเศส และนี่คือก้าวแรกของพวกเขาในเกมระดับโลก ที่ Yamaha ยังคงเดินหน้ามีส่วนร่วมมาจนถึงปัจจุบัน

จากการได้สัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกพวกเขาก็เกิดความมุ่งมั่นทันทีว่าจะต้องเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำของโลก และจะต้องมีศักยภาพพอที่จะพัฒนาเทคโนโลยีชั้นยอดให้กับผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ของตนเอง นับจากการเข้าร่วมครั้งแรกเพียงแค่สองปีถัดมา Yamaha ก็สามารถประสบความสำเร็จในการคว้าชัยชนะครั้งแรกในระดับ World Grand Prix ได้ในที่สุด เมื่อ Fumio Ito นำ RD56 ชนะใน Belgian Grand Prix

ในช่วงระยะเวลา 60 ปี พวกเขาร่วมการแข่งขันจนสามารถคว้าชัยได้มากกว่า 500 สนามที่ลงชิงชัยในระดับ GP สามารถครองแชมป์โลกประเภทนักแข่งได้ 38 ครั้ง ครองแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตได้ 7 ครั้ง รวมทั้งประเภททีมได้อีก 7 ครั้ง สำหรับโทนสีขาวแดงพร้อมกราฟฟิคที่เรียกว่า Yamaha speed block นี้ มีที่มาจากรถแข่ง 250 ซีซี ที่นักแข่งโรงงานอย่าง Phil Read ใช้ในปี 1964 ที่เปลี่ยนแฟริ่งเป็นสีขาว พร้อมมีแถบคาดสีแดง และใช้บังโคลนหน้าสีแดง โดยในปีนี้เอง พวกเขาสามารถประเดิมคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก “มันคือความพิเศษ” ของโทนสีขาวแดง และนับเป็นโทนสีที่มีพลังพิเศษในความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลานั้น จนกล่าวได้ว่ารถแข่ง Yamaha ในยุโรป นิยมใช้โทนสีนี้มาอย่างต่อเนื่องกว่าสองทศวรรษ แม้กระทั่งมาถึงช่วงเวลาของนักแข่งในตำนานอย่าง Rainey และ Lawson ก็ยังคงเฉิดฉายด้วยสีขาวแดงเช่นกัน ดังนั้นในวาระครบรอบ 60 ปี ของ Yamaha ในการแข่งขัน Grand Prix racing พวกเขาจึงเลือกใช้โทนสีพิเศษนี้ กับรถในตระกูล R-Series เวอร์ชั่น 60th Anniversary

สำหรับ New R-Series World GP 60th Anniversary models ที่จะออกมาสำหรับจำหน่ายในปี 2022 นั้น จะประกอบด้วย R1 ; R7 ; R3 และ R125 โดยทั้งสี่รุ่น ของ World GP 60th Anniversary Models จากตระกูล R-Series นี้ จะมีไฮไลท์พื้นฐานเดียวกันคือ บอดี้หรือชิ้นแฟริ่งนั้นจะเป็นสีขาว พร้อมกราฟฟิค red speed block มีสัญลักษณ์ 60th Anniversary มีแถบสีแดงคาดบนถังน้ำมันและส่วนตูดมดหรือแฟริ่งท้าย บังโคลนหน้าสีแดง ทำแถบพื้นป้ายเบอร์หน้าสีเหลือง และวงล้อสีทอง ขณะที่แต่ละรุ่นก็จะมีดีเทลแยกย่อยกันไปตามสเปคของแต่ละรุ่น

R1 World GP 60th Anniversary : highlights
998cc, 200PS, crossplane, 4-cylinder engine
Highly advanced electronic control systems
6-axis IMU with Gyro/G sensors for 3D motion data
Power Delivery Modes (PWR)
Banking sensitive Traction Control (TCS) / Slide Control (SCS)
Quick Shift System (QSS)
Two-mode brake control (BC) cornering ABS
Three-mode Engine Brake Management (EBM) system
Ride-by-wire APSG throttle
Short wheelbase aluminium Deltabox frame
Upward truss type swingarm/magnesium rear frame
Magnesium wheels and 17-litre aluminium fuel tank
Thin Film Transistor (TFT) LCD instruments
M1-style bodywork

R7 World GP 60th Anniversary : highlights
Compact, high-torque, 689cc, CP2 crossplane technology engine
Ultra-compact design with pure R-Series DNA
Highly aerodynamic full fairing with aluminium lower cover
High specifi cation inverted 41 mm front forks
Link-type Monocross rear suspension with newly designed shock
A&S clutch
Lightweight tubular frame with aluminium centre brace for tuned chassis rigidity
Clip-on handlebars and lightweight rearsets with stylish heel guards
Sporty and adaptable tucked-in riding position
Aggressive R-Series twin-eye face with LED position lights
Powerful central LED headlight
Lightweight 10-spoke cast alloy wheels
Radial mount front brake calipers with Brembo radial master cylinder
Supersport cockpit design with full LCD instruments
Central M-shaped front air duct
Powerful 298 mm front and 245 mm rear brakes
Slimline 13-litre fuel tank with deeply sculpted knee indents
R-series style tail
120/70 front tyre, 190/55 rear tyre