2022 Honda CRF450R

กล่าวได้ว่านี่คือการ redesigned หรือปรับปรุงจากโมเดล 2021 CRF450R แต่ได้เสริมแนวคิดในการออกแบบ ด้วยนิยามสั้นๆว่า Razor-Sharp Cornering ซึ่งระบุชัดเจนว่า 2022 CRF450R พัฒนาคุณสมบัติเพิ่มเติมในการขับขี่การเคลื่อนไหวการควบคุมที่ยอดเยี่ยมในโค้งเป็นสำคัญ

ไม่เพียงเท่านี้ในการปรับปรุง 2022 CRF450R ยังระบุว่าได้มีการเน้นที่ส่วนของแรงบิดให้กับรอบการทำงานเครื่องยนต์ในช่วงต่ำและกลางอีกด้วย ขณะที่น้ำหนักของเฟรมและสวิงอาร์มนั้นสามารถพัฒนาจนมีน้ำหนักเบากว่าเดิมสองกิโลกรัม เมื่อเทียบกับโมเดล 2020 CRF450R กล่าวได้ว่า แนวคิดทั้งหมดของการพัฒนา 2022 CRF450R ล้วนต่อยอดมาจาก 2021 CRF450R นั่นเอง
ความเร็วคือเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเพื่อผลที่ยอดเยี่ยมในสังเวียน MXGP ดังนั้นด้วยประสบการณ์ของ HRC จึงเป็นส่วนสำคัญที่พวกเขาจะเข้าใจดีว่าจะต้องจัดการอย่างไรเพื่อให้รถแข่งสามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากการอัพแดทสู่ความสมบูรณ์แบบที่เพิ่มขึ้นจาก 2021 CRF450R มาสู่ 2022 CRF450R ทั้งในส่วนเฟรมสวิงอาร์ม และเครื่องยนต์ในแบบของการ redesigned แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องมีการอัพเดทควบคู่ไปด้วยก็คือ ECU ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ รวมไปถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือน โดยการ re-valve ของ Showa suspension ทั้งในส่วนกันสะเทือนหน้า และกันสะเทือนหลัง เพื่อเสริมสมรรถนะในการซับแรงสั่นสะเทือนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพียงพอที่จะรองรับพละกำลังเครื่องยนต์ที่เค้นมาอย่างเต็มที่ในขณะแข่งขันด้วยความเร็วสูง

เมื่อกล่าวถึง ECU ก็ต้องพูดถึงระบบอิเล็คทรอนิคส์ ที่ปัจจุบันนับได้ว่าเป็นหัวใจสำหรับรถจักรยานยนต์ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถแข่งถือได้ว่าระบบอิเล็คทรอนิคส์เข้ามามีส่วนช่วยในการควบคุมเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกันใน 2022 CRF450R ก็มีการอัพเดท Honda Selectable Torqque Control-HSTC ที่มาพร้อมกับ 3 riding modes (รวม off) HRC Launch Control มาพร้อมด้วยออพชั่นออกตัวสามรูปแบบ 3 start options คือ Level3 ที่ 8,250 rpm สำหรับการออกตัวในสภาพโคลน muddy codition-Level2 ที่ 8,500 rpm สำหรับการออกตัวในสภาพแห้ง dry condition หรือโหมดมาตรฐาน Level1 ที่ 9,500 rpm เป็นการออกตัวในสภาพ dry conditions แต่เป็นระดับมืออาชีพที่เหนือกว่าเลเวล 2 Engine Mode Select Button-EMSB มาพร้อมกับ 3 maps ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม HRC Setting tool สามารถปรับแต่ง Aggressive และ Smooth modes หากกล่าวโดยภาพรวมแล้ว 2022 CRF450R ก็คือการ”เก็บงาน” ที่อัพเดทเพิ่มเติมจาก 2021 CRF450R ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายไปก่อนหน้านี้ หัวใจสำคัญของ 2022 CRF450R นั่นก็คือการอัพเดท ECU เพื่อให้ได้การส่งกำลังที่นุ่มนวลมากกว่าเดิม อีกจุดหนึ่ง็คือการ re-valce สำหรับ Showa suspenrion ตามที่กล่าวไป

สเปคของตัวรถมีดังนี้
ENGINE
Type Liquid-cooled 4-stroke single cylinder uni-cam
Displacement 449.7cc
Bore ´ Stroke 96.0mm x 62.1mm
Compression Ratio 13.5 : 1
FUEL SYSTEM
Carburation Fuel injection
Fuel Tank Capacity 6.3 litres
ELECTRICAL SYSTEM
Ignition Digital CDI
Starter Self-Starter
DRIVETRAIN
Clutch Type Wet type multi-plate
Transmission Type Constant mesh, 5-speed,manual
Final Drive Chain
FRAME
Type Aluminium twin tube
CHASSIS
Dimensions (L´W´H) 2,182 x 827 x 1,267mm
Wheelbase 1,481mm
Caster Angle 27.1°
Trail 114mm
Seat Height 965mm
Ground Clearance 336mm
Weight Dry 105.8kg – wet 110.6kg
SUSPENSION
Type Front Showa 49mm USD fork
Type Rear Showa monoshock using Honda Pro-Link
WHEELS
Type Front Aluminium, spoke
Type Rear Aluminium,  spoke
Tyres Front 80/100-21-51M Dunlop MX33F
Tyres Rear 120/80-19-63M Dunlop MX33
BRAKES
Front Single 260mm disk
Rear Single 240mm disk

BMW C400X + C400GT

รถสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม จาก BMW ที่ได้รับการอัพเกรดออกมาล่าสุด ก็คือ C400X กับ C400GT ซึ่งเวอร์ชั่นแรก อย่าง C400X ถูกส่งออกมาครั้งแรกในปี 2017 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมือง ขณะที่ C400GT ที่ส่งออกมาสู่ตลาดในปี 2019 นั้น ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการเดินทางไกล ด้วยความเป็นรถในแบบ Gran Turismo หรือ ทัวร์ริ่ง และล่าสุดทาง BMW Motorrad ได้ทำการอัพเกรดสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมี่ยมขนาดกลางทั้งสองเวอร์ชั่นด้วยการระบุอย่างชัดเจนว่า Technology upgrade for the midsize scooters

ด้วยจุดประสงค์ในการออกแบบที่ต้องการให้ทั้ง C400X และ C400GT เป็นสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางที่มีความทนทาน ตอบสนองการใช้งานที่ดี และให้ความสนุกสนานในการขับขี่ รวมทั้งลดภาระการดูแลรักษา ตัวเลือกของเครื่องยนต์แบบสูบเดียว single-cylinder engine จึงเป็นตัวเลือกที่ดีพร้อมด้วยชุดเกียร์บ๊อกซ์ที่กำหนดมาเป็นแบบอัตโนมัติ หรือ CVT-continuously variable transmission ที่มีสมรรถนะของขุมกำลังในการขับเคลื่อนขนาด 25kW หรือ 34 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดขนาด 35Nm ที่ 5,750 รอบต่อนาที ที่มาพร้อมกับ electronic throttle grip-E-gas ซึ่งเป็นระบบควบคุมการเปิดปิดเรือนลิ้นเร่งด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์ รวมทั้งปรับปรุงระบบควบคุมเครื่องยนต์มาใหม่ new engine management system กล่าวได้ว่าหลากหลายส่วนประกอบที่เกี่ยวกับการทำงานของ”ระบบ” ล้วนถูกพัฒนามาใหม่ทั้งสิ้น ไม่ว่า catalytic converter oxygen sensor cylinder head new sensor on the generator cover เป็นต้น

เป็นที่รู้กันว่าในโมเดลก่อนหน้านี้ ได้มีการติดตั้ง ASC-Automatic Stability Control ซึ่งเป็นระบบที่มีเซ็นเซอร์คอยแจ้งเตือนความมั่นคงในการขับขี่ ที่คำนวณขนาดวงล้อ ความเร็วและหน้าสัมผัสของพื้นผิว โดยในระบบเดิมที่ติดตั้งมานั้น จะต้องคอยป้อนข้อมูลหรือวัดขนาดของวงล้อใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ ดังนั้นในโมเดลล่าสุดของ C400X และ C400GT นี้ ได้พัฒนาให้สามารถคำนวณได้โดยอัตโนมัติ คือ เป็น ASC ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ Automatic radius calibration นอกจากนี้ยังได้เพิ่มออพชั่นในการควบคุมความเร็วสูงสุดตามกฏหมายของประเทศจีน ที่กำหนดให้มี top speed ที่ 129 กม./ชม. แต่ในประเทศอื่นๆ นั้นยังคง top speed ไว้ที่ระดับ 139 กม./ชม.

นอกจากนี้ไฮไลท์ที่มีการปรับปรุงขึ้นมาใหม่ก็เป็นในส่วนของระบบเบรก ที่มีการเปลี่ยนส่วนของคาลิเปอร์เบรกหน้า new front brake calipers และยังมีการปรับระยะเคลื่อนที่ของมือเบรก adjusted lever travel ของทั้งเบรกหน้า และเบรกหลัง โดยเฉพาะในส่วนของ new brake calipers นั้นมีส่วนให้การเบรกหน้านั้นมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ด้วย double-disc brake system ซึ่งมีการปรับใหม่ทั้ง C400X และ C400G