2017 YZ250F ปรับเครื่องใหม่ ใส่โช้คแข็ง

เป็นปีที่ 4 ของรูปโฉมที่มาพร้อมเครื่องยนต์หัวฉีดในรถโมโตครอส YZ250F ปี 2017 ใช่ว่าจะไม่มีอะไรที่แตกต่างเมื่อยามาฮ่าได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดในหลายจุดทั้งส่วนของเครื่องยนต์ เฟรม และกันสะเทือน ที่จะทำให้ 2017 YZ250F มีคาแรคเตอร์ในการขับขี่ที่ไม่เหมือนปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน

ถือว่าเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในทุกๆ สนามแข่งขันทั่วโลก ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกที่ YZF สามารถกลับมาสร้างชื่อคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง ด้วยดีไซน์การออกแบบมิติตัวรถที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ของตัวเองมาตลอด ผนวกกับการนำเอาเทคโนโลยีหัวฉีดเข้ามาใช้ก็ทำให้นักแข่งในสังกัดของยามาฮ่าขึ้นมาผงาดในแถวหน้าให้เห็นกันบ่อยๆ และในปี 2017 นี้ก็นับเป็นวาระครบ 4 ปีของโฉมนี้ทำให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมใหญ่ๆ แต่ในรายละเอียดแล้วได้มีการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนในหลายจุดจึงทำให้เป็นเหตุผลของหลายคนที่ต้องยอมควักกระเป๋าอีกรอบเพื่อโมเดลนี้

เครื่องยนต์ของคนห้าวลึก
4 จังหวะ 4 วาล์วหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ 5 เกียร์ คือพื้นฐานดั้งเดิมที่มีการเปลี่ยนแปลงสเป็คของเพลาข้อเหวี่ยงใหม่ ให้สัมพันธ์กับการทำงานที่รอบสูงมากยิ่งขึ้น เพราะสไตล์ของ 2017 จะเน้นการเค้นที่รอบกลางถึงสูงให้มีประสิทธิภาพยิ่งยวด ดังนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนในชิ้นส่วนของฝาสูบเพื่อเน้นการส่งไอดีเข้าสู่ห้องเผาไหม้ให้ได้ทันอกทันใจและมากพอ เรือนลิ้นเร่งยังเป็นของ Keihin กลไกการเปลี่ยนเกียร์ก็ปรับปรุงใหม่ให้ง่ายต่อการเข้าเกียร์ด้วยเช่นกัน

ท่อไอเสียเปลี่ยนขนาดคอใหม่

เกียร์เข้าง่ายจนสังเกตไม่ได้ว่าดีขึ้นยังไง

บล็อคตั้งโซ่สีทองเหมือนของแต่ง

วัดเดือนปีที่ผลิตชัดเจน

พักเท้าต่ำลงพร้อมเสริมให้แข็งแรงขึ้น

เฟรมขยับปรับจุด
เฟรมอลูมินัมทรงเดิมที่เพิ่มเติมมีเรื่องความแข็งแรงของจุดยึดพักเท้า แถมยังเลื่อนต่ำลงกว่าโมเดลก่อน 5 มม. ทำให้ขาหนีบข้างรถได้ลึกขึ้น อีกส่วนคือแผ่นยึดเครื่องยนต์ที่แข็งแรงกว่าเดิมรองรับการเพิ่มของรอบรัวๆ
โช้คหน้ามหาโหด
กันสะเทือนปรับเปลี่ยนไปมากด้วยความตั้งใจ เนื่องจาก YZ250F เป็นรุ่นเดียวในคลาสที่ยังคงใช้โช้คหน้าแบบกลไกและน้ำมันดั้งเดิมทำให้ดูจะเป็นความหวังของนักบิดที่ต้องการความนุ่มนวลในที แต่กับ Kayaba SSS (Speed Sensitive System) ของปี 2017 กลับถูกปรับเซ็ทให้โช้คโดยเฉพาะด้านหน้าเพิ่มความแข็งมากยิ่งขึ้น สไตล์ความเร็วสูงและการโดดหนักๆ ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรกับการขี่ลุยบนพื้นหรือขี่ความเร็วต่ำ ส่วนโช้คหลังยังคงทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติ

ชุดควบคุมตอนหน้ายังให้มาเดิมๆ

ดิสก์เบรกโอเวอร์ไซส์ใหญ่สุด

ท่อไอเสียอ้วนสั้นหลบใน

แอบหรูดูดีด้วยสีทอง
ยังคงมีออกมาให้เลือกกัน 2 สี คือน้ำเงินกับขาว โดยที่มีการเพิ่มความดูดีมีระดับให้กับทั้งสองแนว ด้วยการใช้บล็อกตั้งโซ่, โซ่ และตัวล็อคสายเบรกหน้าเป็นสีทอง วงล้อสีดำเข้มและแฮนด์เดิลแบบเทเปอร์ไร้บาร์ขวางเช่นเคย โดยรถทดสอบในครั้งนี้เป็นสีขาวลิมิเต็ด จากความเอื้อเฟื้อของผู้กองคิด ร้อยตำรวจเอกสมคิด ยานะพันธ์ ตำรวจมือปราบผู้มีความเร็วในหัวใจแห่งเมืองชลบุรี

ขอบคุณสนามเขาไม้แก้ว จังหวัดชลบุรี ชุดนักทดสอบจากร้านเดิร์ทช็อพ สนับสนุนการเดินทางโดยเครื่องดื่ม GSD และขาดไม่ได้กับผู้สนับสนุนคอลัมน์คือวงล้อโยโกกับน้ำมันเครื่อง GPR ฉบับหน้าพบกันใหม่กับตัวจี๊ด 2 จังหวะปี 2017 กันบ้าง

ข้อมูลเทคนิค
เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1 สูบ DOHC 4 วาล์วไทเทเนียม
ปริมาตร 250 ซีซี
กระบอกสูบ 77 มม.
ระยะชัก 53.6 มม.
สตาร์ท เท้า
เกียร์ 5 สปีด
คลัทช์ แบบเปียกหลายแผ่น
เรือนลิ้นเร่ง Keihin 44 มม.
เฟรม อลูมินัม
โช้คหน้า หัวกลับ KYB ช่วงยุบ 12.2 นิ้ว
โช้คหลัง โช้คเดี่ยว KYB ช่วงยุบ 12.4 นิ้ว
เบรกหน้า คาลิเปอร์ลูกสูบคู่ จานดิสก์ขนาด 270 มม.
เบรกหลัง คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว จาน ดิสก์ขนาด 245 มม.
กว้าง 32.5 นิ้ว
ยาว 85.2 นิ้ว
สูง 50.4 นิ้ว
ระยะฐานล้อ 58.1 นิ้ว
สูงจากพื้น 12.8 นิ้ว
สูงถึงเบาะ 38.0 นิ้ว
ความจุถังน้ำมัน 7.4 ลิตร
น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 104 กก.
ความเห็นนักทดสอบ “เขมรัฐ สุธรรมวาท”
“ดูด้วยสายตาแทบไม่รู้เลยว่ามีอะไรที่ได้รับการปรับปรุงจากภายในบ้าง ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นชิ้นงานที่เป็นสีทองโดยเฉพาะบล็อคตั้งโซ่ที่เหมือนของแต่งทำให้รถดูดีมากๆ สีขาวของชุดพลาสติกกับกราฟฟิคแบบเรียบง่ายก็ดูสะอาดตาไปอีกแบบครับเครื่องยนต์ยังคงสตาร์ทง่าย เสียงดูดของกรองและเสียงท่อไอเสียยังดังลั่นถึงผู้ขับขี่ไม่น้อยกว่าคนที่ยืนดู กำลังของเครื่องยนต์มาที่รอบลึกหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นรถที่ขี่ยาก หรือเรียกกำลังยาก เพียงแต่ช่วงคะนองของมันต้องเดินรอบให้สูงสักหน่อยถึงจะเจอกับแรงม้าดุๆ ของมัน การตอบสนองของแรงบิดในช่วงต้นยังคงฉับไวสไตล์ 4 จังหวะ การเปลี่ยนเกียร์ปกติก็ง่ายอยู่แล้วทำให้ไม่รู้สึกถึงการปรับปรุงสักเท่าไร ยังเป็นเครื่องยนต์ที่ตอบสนองฉับไวเพียงแต่ย้ายย่านกำลังไปที่รอบสูงกว่าเดิมเล็กน้อยเท่านั้นกันสะเทือนรองรับการโดดได้หมดจดจริงๆ นิ่งและหนึบมากๆ ขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกกระด้างเวลาวิ่งพื้นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะโช้คหน้า ทำให้กลายเป็นรถหน้าไวเลี้ยววูบวาบไปด้วยเลย เจอพื้นเป็นคลื่นต้องมีสมาธิกับการคุมหน้ารถมากๆ ครับ แทบจะแข็งกว่าโช้คอัดอากาศแทนสปริงของรุ่นอื่นเสียอีก พักเท้าที่เลื่อนต่ำลงไปเพียง 5 มม.แต่ก็รู้สึกได้ชัดมากนะครับว่าขาแนบข้างตัวรถได้ลึกกว่าเดิม ทำให้ยืนได้มั่นคงขึ้นเป็นประโยชน์มากเวลาที่ต้องหนีบรถให้มั่นคง ที่เหลือส่วนอื่นยังคงคล้ายเดิมรวมๆ แล้วมันเป็นรถที่ต้องขี่ให้เร็วจึงจะอยู่ในย่านกำลังของเครื่องยนต์ โช้คอัพก็เช่นกันกับการกระแทกหนักจากการโดดนั้นมันนิ่งมากแต่งานรูดคลื่นบนพื้นยังเป็นปัญหาสำหรับน้ำหนักตัวคนขี่ที่ไม่ถึง 70 กก.ไม่รวมชุด สองอย่างนี้ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นรถของผู้ที่มีความชำนาญในการขับขี่ระดับหนึ่งจึงจะถูกใจกับการขี่มันในสภาพเดิมๆ ครับ”

ยามาฮ่ากับการล่าแชมป์โลกในปี 2017 ในศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกรายการ MotoGP

ในศึกชิงเจ้าความเร็วปี 2017 ที่กำลังจะระเบิดความมันส์ขึ้นในสนามแรกที่ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 26 มีนาคม ที่จะถึงนี้ เรามาดูความเคลื่อนไหวต่างๆ ของทีม Movistar Yamaha MotoGP กันสักนิดดีกว่าครับ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกันบ้างในฤดูกาลนี้

เริ่มจากการปล่อยทีเซอร์การเปิดตัวทีม Movistar Yamaha MotoGP ไปก่อนหน้า และในวันที่ 19 มกราคม 2560 ในเวลา 11.30 น.ตามเวลาประเทศสเปน ก็ได้เวลาการเปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการ พร้อมสองนักแข่งทีม นำโดยแชมป์โลก 9 สมัย วาเลนติโน่ รอสซี่ และ ทีมเมทคนใหม่ มาเวริค บีญาเลส พร้อมกับ ยามาฮ่า YZR-M1 เวอร์ชั่นปี 2017 ที่จะใช้ทำการแข่งขันในฤดูกาลนี้ พร้อมกับการตั้งเป้าหมายคว้าแชมป์โลกมาครอง โดยมีผู้บริหารทีม และทีมงานรวมถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่ Telefónica ร่วมงานด้วย

ทีม Movistar Yamaha MotoGP ทีมแข่งที่มีแฟนๆ อยู่ทั่วทุกมุมโลก ได้ทำการเปิดตัวทีมสำหรับการแข่งขันโมโตจีพีในฤดูกาล 2017 ขึ้นที่สำนักงานใหญ่ Telefónica ในกรุงมาดริดประเทศสเปน โดยการเปิดตัวมีขึ้นท่ามกลางผู้บริหารทีมพร้อมทีมงานมาร่วมการเปิดตัวกันอย่างพร้อมเพียง โดยสองนักแข่งของทีม วาเลนติโน่ รอสซี่ และ มาเวริค บีญาเลส ได้ขึ้นมาให้สัมภาษณ์บนเวที ก่อนที่จะต่อด้วยการสัมภาษณ์ผู้บริหารทีม และร่วมทำการเปิดผ้าคลุม ยามาฮ่า YZR-M1 เวอร์ชั่นปี 2017 โดยรถยามาฮ่า M1 ตัวใหม่นี้ได้รับการพัฒนาในช่วงของการปิดฤดูกาลการแข่งขัน และจะนำรถแข่งตัวใหม่นี้ลงสนามในการทดสอบครั้งแรกใน IRTA MotoGP Test ที่สนามเซปังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการซ้อมปรีซีซั่นครั้งแรกของปี 2017 และทุกทีมจะร่วมทำการซ้อมในครั้งนี้ด้วยกัน

และในการซ้อมก่อนเปิดฤดูกาลแข่งขัน มาเวริค บีญาเลส ทำเวลาในการซ้อมมาเป็นอันดับ 1 ในรอบ IRTA MotoGP Test

การทดสอบ IRTA MotoGP Test ของปี 2017 ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งในระหว่างวันที่ 30 มกราคม 2560 ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ทุกทีมต่างนำรถแข่งในฤดูกาล 2017 มาทำการเปิดตัว และลงซ้อมกันอย่างคึกคัก ทุกค่ายรถจักรยานยนต์ที่ลงทำการแข่งขันในรุ่น MotoGP ทีมวิศวกรแต่ละค่ายต่างรุดเร่งพัฒนารถแข่งของตนให้พร้อมเพื่อให้นักแข่งลงทำการทดสอบ โดยหลังจากจบการซ้อมตลอดทั้ง 3 วันนั้น นักแข่งทีม Movistar Yamaha MotoGP มาเวริค บีญาเลส นำยามาฮ่า YZR-M1 ลงทำการทดสอบอย่างหนัก พร้อมทำเวลาการซ้อมในสนามเซปังเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย มาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 1’59.368 นาที โดยหลังจบการทดสอบรถ มาเวริค บีญาเลส ที่ลงขับขี่ทดสอบรวม 72 รอบ ได้กล่าวว่า “วันนี้ก็คล้ายกับเมื่อวาน ที่เรายังคงทำงานด้วยการโฟกัสไปที่การทดสอบการเพื่อตำแหน่งในการแข่งขัน เราพยายามหลายอย่าง ทั้งการทดสอบเพื่อเน้นทำเบสต์แล็บสลับกับการทดสอบเสมือนแข่งจริงเพื่อพัฒนารถแข่ง ซึ่งผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่สามารถทำเวลาวันนี้ได้อยู่ในระดับ 1 นาที 59 วินาที ซึ่งรถแข่งที่ทดสอบนี้ให้ผลออกมาดีเกินกว่าที่คิด จนผมคิดไปว่าเวลานี้เรามีรถแข่งที่ดีที่สุดจากการทดสอบในครั้งนี้ ซึ่งข้อมูลหลายๆ อย่างจะเป็นส่วนสำคัญให้เรานำไปทดสอบต่อที่ฟิลลิป ไอส์แลนด์”

การทดสอบก่อนการเปิดฤดูกาลใน IRTA MotoGP Test ครั้งที่ 3 เริ่มขึ้นอีกครั้งในระหว่างวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2560 ที่สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ทีมวิศวกรของแต่ละค่ายต่างนำผลการทดสอบที่สนามเซปังเซอร์กิต ไปปรับปรุงรถแข่งให้พร้อมต่อการทดสอบในครั้งที่ 3 นี้ โดยหลังเข้าสู่การซ้อมวันที่สอง มาเวริค บีญาเลส นำยามาฮ่า YZR-M1 หมายเลข 25 ลงทำการขับขี่พร้อมปรับเซ็ทรถแข่งอย่างเต็มที่ และลงขับขี่รวมทั้งหมด 80 รอบสนาม พร้อมทำเวลามาเป็นอันดับที่ 1 ของการซ้อม โดยกดเวลาไว้ที่ 1’28.847 นาที โดย MV25 ได้กล่าวว่า “ในวันนี้เรามุ่งเน้นไปที่การทำตำแหน่งในการแข่งขัน (ทดสอบขี่เน้นทำเวลาเทียบจากการแข่งขันจริง) ซึ่งเราก็สามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เราสามารถก้าวหน้าได้มากเมื่อเทียบกับผลการทดสอบที่ทำได้ในวันแรก ผมรู้สึกสบายกับสนาม และรู้สึกมั่นใจกับความหนึบของยาง แม้ว่าเราจะทำงานได้ดีแต่ก็ยังมีอะไรอีกมากที่ยังจะต้องทำในการทดสอบที่นี่ พวกเรายังจะต้องทดสอบเพื่อที่จะตัดสินใจเลือกแชสซีส์รถแข่งที่มีอีกไม่กี่สเปคที่จะต้องเลือก ซึ่งผมสามารถที่จะไปได้เร็วกับแชสซีส์ทั้งสองสเปคที่จะต้องทดสอบในวันนี้ ซึ่งผมสามารถที่จะคงความเร็วได้อย่างสม่ำเสมอในช่วงระหว่าง 1.29 อ่อน ถึง 1.29 กลาง ดังนั้นในวันพรุ่งนี้เรายังคงมีงานที่จะต้องทำ และหวังว่าจะพัฒนาได้รุดหน้ายิ่งขึ้น” และในการทดสอบวันที่สามที่ออสเตรเลีย มาเวอริค บีณาเลส ก็ยังแรงไม่หยุดลงขับขี่ถึง 101 รอบ พร้อมทำเวลามาเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง โดยกดเวลาไว้ที่ 1’28.549 นาที พร้อมทั้งยังกล่าวว่า “มันคือผลการทดสอบที่เป็นไปในทิศทางที่ดีมากสำหรับเรา ซึ่งเรามาทำการทดสอบพร้อมด้วยชิ้นส่วน และอุปกรณ์หลายอย่างซึ่งเราก็สามารถทำงานได้ลุล่วงตามที่วางแผนไว้ และสามารถช่วยให้เรารู้ว่าจะต้องเตรียมการเซ็ทอัพอะไรสำหรับการเริ่มต้นฤดูกาลที่จะมาถึง เราทำงานกันเยอะมาก และเราก็มีความสุขกับสิ่งที่ทำได้นี้  โดยเฉพาะการทดสอบในวันนี้เรามุ่งมั่นอยู่ที่การขับขี่ในแบบเสมือนกับการแข่งขันจริงที่จะพยายามยืนระยะการขี่ติดต่อเป็นเวลานานหลายรอบเพื่อเน้นที่อันดับการแข่งขัน ซึ่งผมพอใจกับผลที่ออกมา แต่ก็ยังคงต้องมีการพัฒนาต่อไปอีก อีกทั้งเวลานี้เราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจในส่วนของแฟริ่ง ซึ่งยังคงต้องพัฒนากันต่อไปอีก”

และการทดสอบ IRTA MotoGP Test ในครั้งสุดท้ายที่สนามไนซ์เรซ ประเทศกาต้าร์ ก็มีขึ้นก่อนเปิดฤดูกาลราวๆ สองสัปดาห์ โดยมีขึ้นในระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม 2560 ซึ่งมาเวริค บีญาเลส ก็สร้างเซอร์ไพรสให้กับแฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ต ด้วยการคว้าผู้นำเวลาในการซ้อมได้ถึง 2 วัน โดยวันที่สองของการซ้อม (11 มี.ค.) สามารถทำเวลาไว้ที่ 1’54.455 นาที และในวันสุดท้าย(12 มี.ค.) ลงขับขี่ทั้งหมด 60 รอบสนาม ทำเวลาดีที่สุดมาเป็นอันดับที่ 1 ด้วยเวลา 1’54.330 นาที โดยการแข่งขัน MotoGP 2017 ในสนามแรกที่ประเทศกาต้าร์ จะเริ่มขึ้นในระหว่างวันที่ 23 -26 มีนาคมนี้ 2560 โดยเกมการแข่งขัน MotoGP 2017 นี้ ยามาฮ่าได้ให้การสนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกในรายการ MotoGP เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยจะถ่ายทอดสดทางช่อง 3SD (ช่อง 28) ไปตลอดทั้งฤดูกาล