NEXZTER BRIC Superbike ดวลเดือด! “แสตมป์” คว้าชัยรุ่นใหญ่ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ผงาดแชมป์สนาม 3

“แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ไบค์รุ่นใหญ่ ปิดฉาก NEXZTER BRIC Superbike สนาม 3 อย่างสุดมันส์ ด้าน ”เบนซ์ เรซซิ่ง“ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ปลดล๊อคคว้าแชมป์แรกของปี ในรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี2 ไปครอง ก่อนเตรียมมุ่งหน้าสู่สนามตัดสินแชมป์ประจำปี 2 เรซ ในเดือน พ.ย.นี้

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ) สนามที่ 3 ประจำปี 2025 ระหว่างวันที่ 26-28 ก.ย.ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย.2568 เป็นการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศ

เกมในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ซึ่งเป็นไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ ยังคงเข้มข้นสุดๆ โดยตำแหน่งโพลสนามนี้เป็นของ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จอมเก๋าจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ขนาบข้างด้วย “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม และ “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ไบค์สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ในแถวหน้า ขณะที่ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว นักบิดดาวรุ่งจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ออกตัวจากแถว 2

สถานการณ์ในรุ่นนี้ดุเดือดตั้งแต่ต้นเรซ โดย “มิกซ์” ธนัช เริ่มเกมอย่างดุดัน ก่อนจะขยับแซงขึ้นมารั้งหัวแถวอย่างรวดเร็วเหนือ “แสตมป์” อภิวัฒน์ ตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน แต่ก็โดนแซงกลับในรอบเดียวกัน อย่างไรก็ดีดาวรุ่งจาก ฮอนด้า แซงขึ้นเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ก่อนจะพลาดล้มอย่างน่าเสียดายที่โค้ง 1 ในรอบที่ 3

หลังจากนั้น “แสตมป์” อภิวัฒน์ ก็นำโด่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 37.532 วินาที ผงาดคว้าชัยชนะไปครองได้อีกครั้ง โดยมี “บอล” จักรกฤษณ์ เป็นอันดับ 2 ตามหลัง 7.969 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จอมเก๋า จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ เข้าเส้นชัยอันดับ 3 ตามหลัง 55.847 วินาที

ด้าน “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักบิดคนดังจาก เรปโซล อาร์-ซีรีส์ ทีม ยังคงสร้างผลงานยอดเยี่ยมเช่นเคย บิดเข้าป้ายในอันดับ 4 โอเวอร์ออลล์ และเพียงพอให้คว้าชัยชนะในรุ่น SB2 ไปครองได้สำเร็จ ด้วยเวลา 20 นาที 56.256 วินาที ปลดล๊อคคว้าแชมป์แรกของปีไปได้

ขยับมาดูผลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST1) ดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส เจ้าของโพลออกนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครอง 3 สนามติดต่อกันด้วยเวลา 20 นาที 14.440 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ณัฐวุฒิ คำหอม จาก ไบค์ส สตอรี พีทีที ลูบีแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม 5.518 วินาที ตามด้วย อภิเดช บุญศรี จาก ฮานูยา เรซซิ่ง ทีม เพิ่มสินทรานสปอร์ต พรเจริญก่อสร้าง ตามหลัง 12.237 วินาที

ขณะที่เกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) เป็นหนึ่งในเรซที่มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อนักบิดในกลุ่มหน้าไล่บดกันอย่างสุดมันส์ นำโดย ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตามด้วย “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส แต่กลับต้องชนเข้ากับ “รถน็อครอบ” ส่งผลให้ “ไฮเปค” กฤษฎา  และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร ต้องออกจากการแข่งขันในช่วง 2 รอบสุดท้าย

โดยชัยชนะตกเป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย ทื่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 25.137 วินาที ตามด้วย โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 ตามหลัง 22.931 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “จิมมี่” บูรพา วันมูล ดาวรุ่งจาก อาซูจิโร่ อู่ช่างต่อลพบุรี ลิควิโมลี ตามหลัง 29.044 วินาที

ขณะที่ นักแสดงหนุ่ม โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ได้อันดับ 7 รุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3)

ส่วนผลในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1Pro) ชัยชนะตกเป็นของ ศักดิ์ชัย คงดวงดี นักบิดดาวรุ่งจาก ไออาร์ซี ดีไอดี สมาทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ ที่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 10.581 วินาที เหนือ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 เพียง 1.168 วินาที ตามด้วย พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง นักบิดจอมเก๋าจาก สปีด800 อันดับ 3 ตามหลัง 1.534 วินาที

สำหรับการแข่งขันในรุ่นเล็กอย่าง สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ที่มีนักบิดต่างชาติลงแข่งขันและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ชิงชัยกัน 7 รอบสนาม ชัยชนะตกเป็นของ รักชิต ธาวี นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ด้วยเวลา 13 นาที 9.872 วินาที ทิ้งห่างทีมเมทชาวอินเดียอย่าง ทัสมาย คาเรียปปา ที่ตามเข้าป้ายอันดับ 2 ถึง 8.873 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ มู่หรง จื่อจ้าว นักบิดชาวจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ ตามหลัง 14.214 วินาที

ความสำเร็จของการแข่งขัน เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 3 นี้ เรียกได้ว่าทั้งยิ่งใหญ่และเข้มข้น เร้าใจ รวมทั้งการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกชื่อดัง ลงทำการแข่งขัน ระดับชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต จุดกระแสแฟนคลับแน่นสนามในกิจกรรมพิตวอล์ค ยืนยันความสำเร็จของคอนเซ็ปต์ “Anyone Can Be A Hero” ใครๆก็เป็นฮีโร่นักบิดได้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการแข่งขันสนามตัดสินแชมป์ประจำปี ในสนามที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พ.ย.นี้ โดยในรอบชิงชนะเลิศจะมีการแข่งขันถึง 2 เรซ เพื่อตัดสินว่าใครคือ แชมป์ประเทศไทยตัวจริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2025

โรยัล เอ็นฟีลด์ แต่งตั้ง มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เสริมทัพความแข็งแกร่ง

Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล ประกาศแต่งตั้ง มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ (Manoj Gajarlawar) เข้าดำรงตำแหน่ง หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Business Head, Asia Pacific) โดยเข้าประจำการที่บริษัทสาขาในกรุงเทพฯ ประเทศไทย และรายงานตรงต่อคุณยาดวินเดอร์ ซิงห์ กูเลเรีย ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ โรยัล เอ็นฟีลด์

การแต่งตั้งเพื่อรับตำแหน่งในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรยัล เอ็นฟีลด์ ในการเดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดต่างประเทศ โดยมาโนจจะเป็นผู้นำในการกำหนดและดำเนินกลยุทธ์สำคัญที่ครอบคลุมทั้ง การขาย การบริการ หลังการขาย กลยุทธ์โปรโมทผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การประชาสัมพันธ์และการตลาด รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เช่น ธุรกิจเสื้อผ้า (Apparel) อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Genuine Motorcycle Accessories) และธุรกิจต่อยอดอื่นๆ

ในปี 2024 โรยัล เอ็นฟีลด์ สามารถสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยยอดขายทะลุ 1 ล้านคันต่อปีเป็นครั้งแรก และเดินหน้าขยายธุรกิจในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิกที่ตอกย้ำการเติบโตถึง 13% เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY) พร้อมทั้งขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน Top 3 แบรนด์ชั้นนำในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง ในหลายประเทศหลัก อาทิ ไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และนิวซีแลนด์

โรงงานประกอบ (CKD) แห่งใหม่ในประเทศไทยนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพด้านการผลิตและซัพพลายเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค และตอกย้ำประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเติบโตระดับเอเชียแปซิฟิ

ยาดวินเดอร์ ซิงห์ กูเลเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ โรยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีที่พิเศษอย่างยิ่งสำหรับโรยัล เอ็นฟีลด์ การสร้างยอดขายที่ทะลุ 1 ล้านคันเป็นหลักฐานชัดเจนถึงศักยภาพและการยอมรับในระดับโลก การเปิดโรงงานประกอบในประเทศไทยและการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือก้าวย่างสำคัญในการสร้างเส้นทางทางธุรกิจที่มั่นคง การแต่งตั้งมาโนจในบทบาทใหม่นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กร และสะท้อนถึงความตั้งใจของเราที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตในภูมิภาคนี้อย่างยั่งยืน”

มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ ร่วมงานกับโรยัล เอ็นฟีลด์มาตั้งแต่ปี 2008 ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปี ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญในการดูแลและขับเคลื่อนธุรกิจต่างประเทศครอบคลุม เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา ภูมิภาค SAARC รวมถึงธุรกิจอะไหล่และ REown ตลอดเส้นทางการทำงาน มาโนจได้รับความไว้วางใจให้บริหารและพัฒนาธุรกิจในหลายภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตเชิงกลยุทธ์ให้กับแบรนด์

การแต่งตั้งในครั้งนี้ตอกย้ำกลยุทธ์ของโรยัล เอ็นฟีลด์ ในการดึงดูดบุคลากรระดับโลกและปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรองรับการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในตลาดนานาชาติ โรยัล เอ็นฟีลด์ ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ “Pure Motorcycling” เพื่อเชื่อมโยงผู้ขับขี่ทั่วโลกเข้าด้วยกัน และก้าวสู่การเป็น แบรนด์มอเตอร์ไซค์ขนาดกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด จัดหนักผนึกกำลังการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในงานแถลงข่าว เปิดตัวผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยมี ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด สนุกไม่ซ้ำใคร สไตล์…ฟาซซิโอ้ ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อย่างเป็นทางการ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยจะจัดการแข่งขึ้นใน 3 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.สงขลา และ จ.นครราชสีมา

สำหรับการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.สงขลา และอาเซียนพาราเกมส์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ที่ จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าภาพ

โดยมี ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด สนุกไม่ซ้ำใคร สไตล์…ฟาซซิโอ้ ขอร่วมส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาไทยได้เป็นเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ พร้อมกันนี้ยามาฮ่ายังได้สนับสนุนรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการมอบให้นักกีฬาที่สร้างผลงาน และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และให้กับผู้โชคดีในกิจกรรมของทางการกีฬาแห่งประเทศไทย+

โดยการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 มีขึ้น ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ เมื่อเร็วๆ นี้

#FazzioHybrid #Yamaha #ยามาฮ่า #FAZZIOขี่สนุกสุดยูนีค #FAZZIO #FAZZIOดิวะ #Scooterใหม่ #FAZZIO2025 #ซีเกมส์ #อาเซียนพาราเกมส์

ไทยฮอนด้า มอบหมวกกันน็อก 2,000 ใบ ให้กับภาคีเครือข่ายความปลอดภัย พร้อมจัดเวทีเสวนา “ทำอย่างไร ให้คนไทย สวมหมวกกันน็อก” ร่วมกันส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดพิธีมอบหมวกกันน็อกขนาดเล็กสำหรับเด็กและเยาวชน จำนวน 2,000 ใบ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ให้แก่เครือข่ายด้านความปลอดภัย ทั้ง 8 เครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิเมาไม่ขับ, เครือข่ายเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม, สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ, ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย, บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, มูลนิธิความปลอดภัยทางถนน, แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร ระดับจังหวัด (สอจร.) และสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย อีกทั้งยังจัดเวทีเสวนา “ทำอย่างไร ให้คนไทย สวมหมวกกันน็อก” เพื่อร่วมกันส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ต่อสังคมไทยต่อไป เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และจุดเริ่มต้นของความปลอดภัยที่ทุกคนสามารถทำได้ทันที คือการสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ไทยฮอนด้าเชื่อว่าการปลูกฝังพฤติกรรมนี้ตั้งแต่วัยเด็กและเยาวชน จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยลดการสูญเสียบนท้องถนนได้อย่างยั่งยืน ในวันนี้ต้องขอขอบคุณภาคีความปลอดภัยทุกเครือข่ายที่ได้เข้ามาร่วมมือ เพื่อผลักดันให้วัฒนธรรมการสวมหมวกกันน็อกเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย และช่วยสร้างอนาคตของประเทศให้แข็งแรงบนพื้นฐานของความปลอดภัยที่ยั่งยืน”

สำหรับโครงการฮอนด้าเมืองไทยปลอดภัย ได้จัดตั้งขึ้นมากกว่า 37 ปี เคียงคู่สังคมไทย เพื่อสร้างสร้างสรรค์สังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย อีกทั้งในปีนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 60 ปี ไทยฮอนด้า โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการสวมหมวกกันน็อก ผ่านการส่งมอบหมวกกันน็อก จำนวน 112,440 ใบ มูลค่า 112 ล้านบาท ให้กับหน่วยงานการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อกระจายต่อให้กับเหล่าเยาวชนในพื้นที่

นอกจากพิธีมอบหมวกกันน็อกแล้ว ภายในงานยังมีบรรยายพิเศษ เรื่อง “หลักสูตรการอบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับเด็ก” ปลูกฝังให้เยาวชนได้ทราบถึงสาเหตุเชิงลึกเกี่ยวกับการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน โดยนักวิชาการสาธารณสุข และเวทีเสวนาในหัวข้อ “ทำอย่างไร ให้คนไทย สวมหมวกกันน็อก” สะท้อนถึงความท้าทายสำคัญของสังคมไทย เพราะปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังละเลยการสวมหมวกกันน็อก และมองว่าไม่จำเป็น ทั้งที่ในความเป็นจริง อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และการไม่สวมหมวกกันน็อกถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่นำไปสู่การสูญเสียที่เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด การเสวนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนแนวทางรณรงค์ การบังคับใช้กฎหมาย และการปลูกฝังวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยให้หยั่งรากอย่างแท้จริง

 

#HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย
#ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #SafetyforEveryone
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสัมคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

ไทยฮอนด้า ประกาศผลผู้ชนะการแข่งขันทักษะฝีมือช่างครั้งที่ 29 เตรียมส่งเดอะมาสเตอร์พิชิตแชมป์เอเชีย

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ประกาศผลผู้ชนะจากการการแข่งขันทักษะฝีมือช่าง ครั้งที่ 29 ประจำปี 2568 (Thai Honda Technician Skill Contest 2025) ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ โดยเวทีการแข่งขันในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 29 ที่ไทยฮอนด้าจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับทักษะของช่างบริการทั่วประเทศสู่มาตรฐานสากล
สำหรับรางวัลชนะเลิศสุดยอดนายช่างเป็นเดอะมาสเตอร์ (The Master) ของการแข่งขันระดับประเทศครั้งนี้ ทั้งประเภทรถขนาดเล็ก หรือ Commuter และประเภทรถบิ๊กไบค์ หรือ Fun Bike ได้แก่
รางวัลผู้ชนะเลิศการแข่งขันประเภทรถเล็กหรือ Commuter 1 ระดับประเทศ ได้แก่
  • รางวัลชนะเลิศ นายพัฒนศักดิ์ ปานเขียว บริษัท นิยมพานิช จำกัด
  • รองชนะเลิศอันดับ 1 นายกอเซ็ง เด็ง บริษัท อริยะมอเตอร์ (ปัตตานี) จำกัด
  • รองชนะเลิศอันดับ 2 นายสิทธิโชค เหรียญศรีทองคำ บริษัท ฮอนด้าชุมพร จำกัด
รางวัลผู้ชนะเลิศการแข่งขันประเภทรถเล็กหรือ Commuter 2 ระดับประเทศ ได้แก่
  • รางวัลชนะเลิศ นายคุณาพร กอสินประเสริฐ บจก.เวิลด์สปีด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส
  • รองชนะเลิศอันดับ 1 นายธีรยุทธ บุตรรักษ์ บริษัท เกียรติสุรนนท์อุบลราชธานี จำกัด
  • รองชนะเลิศอันดับ 2 นายจักราวุธ ศรีโนทัย บริษัท มอเตอร์เวิร์ค จำกัด
รางวัลผู้ชนะเลิศการแข่งขันประเภทรถบิ๊กไบค์ หรือ Fun Bike ได้แก่
  • รางวัลชนะเลิศ นายถวิล เจียงรัมย์ บริษัท บีอาร์วาย บิ๊กไบค์ บุรีรัมย์ จำกัด
  • รองชนะเลิศอันดับ 1 นายณัฐวุฒิ ลอยสายออ บริษัท เกริกไกรเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด
  • รองชนะเลิศอันดับ 2 นายณัฏฐ์วัฒน์ สวยกิจ บริษัท โอ.เอ็น. ซิตี้กรุ๊ป จำกัด
หลังจากได้ผู้ชนะตัวแทนระดับประเทศครั้งนี้ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ในทั้งสองประเภทจะเดินทางเป็นตัวแทนประเทศไทย เตรียมโชว์ศักยภาพในการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชียอย่างการแข่งขัน Honda Asia & Oceania Motorcycle Technician Skill Contest 2026 ณ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อแสดงศักยภาพและมาตรฐานฝีมือช่างไทยสู่สายตานานาชาติ พร้อมโอกาสก้าวต่อไปสู่เวทีสูงสุดระดับโลกอย่าง Honda Global Motorcycle Technician Contest 2027 ต่อไป
ไทยฮอนด้าขอเชิญชวนทุกคนร่วมส่งแรงเชียร์และเป็นกำลังใจให้ตัวแทนประเทศไทย ในการสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจแก่ฝีมือช่างไทยบนเวทีการแข่งขันระดับเอเชียและระดับโลกต่อไป
#ThaiHondaTechnicianSkillContest2025
#HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda
#ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou

40,000+ นักขับขี่ | 60+ ประเทศ | 1,500 เส้นทาง โรยัล เอ็นฟีลด์ รวมพลคนรักมอเตอร์ไซค์ ในงาน One Ride 2025 พร้อมบิดด้วยกัน ปลอดภัยทุกเส้นทางทั่วโลก

 24 กันยายน 2568: โลกทั้งใบได้รวมเป็นหนึ่งเดียวในกิจกรรม Royal Enfield One Ride ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 งานขับขี่ประจำปีสุดไอคอนิกนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ระดับโลกที่เปิดโอกาสให้นักบิดโรยัล เอ็นฟีลด์มารวมตัวกันในวันเดียว เพื่อสัมผัสถึงมิตรภาพและความหลงใหลใน “การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์อย่างแท้จริง” (Pure Motorcycling)

ปีนี้มีนักบิดกว่า 40,000 คน จากกว่า 1,500 เส้นทางทั่วโลก ออกเดินทางพร้อมกัน ทำให้ One Ride เป็นหนึ่งในการเฉลิมฉลองมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก การขี่เริ่มต้นพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ทางตะวันออก และต่อเนื่องไปจนถึงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางตะวันตก กลายเป็นการเฉลิมฉลองต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ที่ครอบคลุมทุกโซนเวลา

สำหรับประเทศไทย มีผู้เข้าร่วมการเดินทางสุดมันส์นี้ถึง 1,626 คน เฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑลก็มีมากถึง 400 คน !!  มารวมตัวกันเพื่อออกเดินทางบนเส้นทางการขับขี่และทำกิจกรรมร่วมกันที่สะท้อนถึงความผูกพัน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความรักที่มีต่อการขี่รถมอเตอร์ไซค์ของเหล่านักบิดที่แท้จริง

ทุก ๆ ปี One Ride ได้รวมเอาชุมชนนักบิดและผู้ที่หลงใหลการขี่มอเตอร์ไซค์ไว้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่น้องใหม่ในวงการ ไปจนถึงนักบิดวัยเก๋าผู้มากประสบการณ์เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง “ความเป็นตัวของตัวเอง” “การแสดงออกอันเป็นเอกลักษณ์” และ “อิสรภาพบนท้องถนน” ได้สร้างเครือข่ายนักบิดที่แม้จะอยู่ต่างทวีป คนละซีกโลก แต่กลับรู้สึกใกล้ชิดดั่งครอบครัว และก่อเกิดเป็นมิตรภาพที่ยั่งยื

ในปีนี้ หมวกกันน็อคไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ป้องกัน แต่ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งตัวตน ผ่านการตกแต่งเฉพาะตัว มอเตอร์ไซค์คัสตอมคันโปรด และเครื่องแต่งกายสุดเท่ที่ไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นผืนผ้าใบเล่าเรื่องราวและความคิดสร้างสรรค์ของนักบิดแต่ละคน

นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองแล้ว One Ride ยังตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อการขับขี่ปลอดภัย ด้วยเส้นทางที่ถูกคัดสรรอย่างเหมาะสม เคารพต่อชุมชนท้องถิ่น และโครงการดี ๆอย่าง “Helmets for India” เพื่อสร้างความมั่นใจว่านักขับขี่ทุกคนจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย และพร้อมออกเดินทางอีกครั้ง

งาน One Ride เติบโตอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011 โดยมีผู้เข้าร่วมงานเพียง 14 ประเทศ และ 23 เมืองในอินเดีย แต่ในปี 2024 One Rideประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานถึง 41,730 คน จาก 66 ประเทศ ขณะที่ปี 2025 ยังคงมีผู้เข้าร่วมงานในระดับเดียวกัน โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 40,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก

#OneRide2025 | #OneRide | #PureMotorcycling | #RoyalEnfield | #RidePure

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศ ในฐานะองค์กรด้านการพัฒนาสังคม เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ กรรมการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เข้ารับโล่พระราชทาน ในฐานะองค์กรด้านการพัฒนาสังคม ที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็ก และเยาวชน ในงานวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ­­สามารถติดตามได้ที่ www.dcy.go.th หรือ lomhaijai.org และ facebook.com/LomhaijaiFoundation

Kyle Wyman นักแข่งจากทีม Harley-Davidson® x Dynojet Factory คว้าแชมป์ Mission King of the Baggers 2025 ที่สนามแข่ง Circuit of The Americas

 Kyle Wyman นักแข่งทีม Harley-Davidson x Dynojet Factory Race Team คว้าแชมป์ Mission King of the Baggers 2025 ในศึก MotoAmerica double-header ณ สนามแข่ง Circuit of the Americas เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดย Wyman ปิดฤดูกาลได้อย่างร้อนแรง ด้วยการพารถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson Road Glide™ รุ่นแต่งพิเศษ คว้าแชมป์ King of the Baggers สมัยที่สอง ถึงแม้จะเหลือการแข่งขันอีก 2 สนาม แต่คะแนนของเขาก็นำขาดจนไม่มีใครสามารถแซงได้แล้ว

พร้อมกันนี้ Hayden Gillim นักแข่งจากทีม RevZilla/Vance & Hines Harley-Davidson ยังคว้าชัยในรายการ King of the Baggers ครั้งที่สองของฤดูกาล หลังทำเวลาได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมสร้างสถิติใหม่ในสนามนี้ นอกจากนี้ Bradley Smith นักแข่งจากทีม Harley-Davidson x Dynojet Factory Race Team ยังสามารถจบการแข่งขันในอันดับสาม ขึ้นโพเดียม King of the Baggers ครั้งที่สามของฤดูกาลได้สำเร็จ

“มันยากที่จะบรรยายความรู้สึกนี้ออกมาเป็นคำพูดได้” Wyman กล่าวหลังจากรับโล่แชมป์อันดับ 1 “ทีมนี้สมควรได้รับชัยชนะจริง ๆ พวกเขาทำงานหนักมาตลอดเพื่อให้เราได้อยู่ในตำแหน่งนี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมขอบคุณพวกเขาด้วยใจจริง หลังจากที่เราต้องเจอกับความผิดหวังติดกันถึงสามครั้ง แต่เราก็กลับมาคว้าแชมป์ได้ในปีนี้ มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์จริง ๆ ฤดูกาลนี้ยอดเยี่ยมสุด ๆ ภรรยาของผม Hannah และผมเพิ่งมีลูกคนแรก  อายุเพียงห้าสัปดาห์ และลูกก็อยู่ที่นี่ในสุดสัปดาห์นี้ด้วย มันน่ายินดีที่ James Rispoli ขี่ Harley-Davidson คว้าแชมป์ Super Hooligan ให้กับทีม KWR Racing และตอนนี้เราก็ได้กลับมาเป็นแชมป์ King of the Baggers อีกครั้ง ปีนี้นับเป็นปีที่สุดเหลือเชื่อจริง ๆ และต้องขอบคุณ Harley-Davidson ที่ทำให้เราพาแชมป์อันดับหนึ่งกลับไปยัง Milwaukee ได้สำเร็จ นี่คือความฝันที่เป็นจริง การได้ทำบางสิ่งที่สำคัญกับผู้คนมากมายแบบนี้มันสุดยอดมาก ๆ นักแข่งทุกคนโตมาพร้อมความฝันอยากจะได้ขี่ให้กับทีมโรงงาน แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว สิ่งที่เราอยากได้ที่สุดคือ การได้ทำสิ่งที่มีความหมาย และการแข่งครั้งนี้ มันก็มีความหมายมากเหลือเกิน”

แม้จะยังเหลือการแข่งขันอีก 2 สนามในศึก Mission King of the Baggers 2025 แต่ Wyman ก็กวาดชัยชนะไปแล้ว 7 สนาม พร้อมขึ้นโพเดียมถึง 3 ครั้ง จากทั้งหมด 12 สนาม และปัจจุบันมีคะแนนนำคู่แข่งถึง 70 แต้ม นอกจากนี้ Wyman ยังครองสถิติชนะการแข่งขันมากที่สุดในรายการ King of the Baggers ด้วยจำนวน 25 ครั้ง ตลอดเส้นทางอาชีพ เขาเคยคว้าแชมป์ในปี 2021 ตามด้วยอันดับ 3 ในปี 2022 และ 2023 ก่อนจะจบในอันดับ 2 ในฤดูกาลปี 2024

ผลการแข่งขัน King of the Baggers เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถือเป็นสนามของ Gillim อย่างแท้จริง  ภายหลังเขานำรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson Road Glide รุ่นแต่งพิเศษ ทำสถิติใหม่ในสนามด้วยเวลา 2:12.975 ต่อรอบ ในสนาม Circuit of the Americas ที่มีระยะทาง 3.4 ไมล์ 20 โค้ง นอกจากนี้ Gillim ยังคว้าชัยในการแข่ง King of the Baggers Mission Challenge รอบ 3 ด้วยเวลานำ 3.025 วินาที ก่อนจะลงแข่งขันในรอบหลัก 7 รอบ ซึ่งเขาออกนำตั้งแต่เริ่ม และทิ้งห่างนักแข่งจากทีม Factory Indian อย่าง Loris Baz และ Troy Herfoss รวมถึง Wyman และ Bradley Smith จากทีม Harley-Davidson x Dynojet Factory Race Team ภายในรอบที่สองก็ทำเวลานำได้ 1.3 วินาที ก่อนที่ Herfoss จะหลุดจังหวะไปหลังจากผ่านสองรอบแรก ทำให้ Gillim ขยายช่องว่างออกไปเกิน 2 วินาที นอกจากนี้ Rocco Landers นักแข่งจากทีม RevZilla/Vance & Hines Harley-Davidson ซึ่งออกสตาร์ทในลำดับที่ 8 แต่กลับเร่งแซง Smith และ Wyman ขึ้นมาประชันกับ Baz เพื่อชิงอันดับ 2 ในช่วงรอบสุดท้ายได้ โดย Gillim เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง ทิ้งห่าง Baz อันดับสอง 3.317 วินาที ส่วน Landers คว้าอันดับสาม ตามหลัง Baz เพียง 0.111 วินาที ในขณะที่ Wyman จบที่ 4 นำหน้า Smith และ James Rispoli นักแข่งจากทีม Harley-Davidson x Dynojet Factory Race Team ที่เข้ามาเป็นอันดับ 6

ทีมงานจาก Vance & Hines ทำงานหนักมาตลอดทั้งฤดูกาลจริง ๆ” Gillim กล่าวหลังจากคว้าชัยชนะครั้งที่สองของฤดูกาล “ผมออกตัวได้อย่างยอดเยี่มมและขึ้นนำได้ตั้งแต่โค้งแรก แล้วก็มุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว

การแข่งขันในรอบหลักของศึก King of the Baggers เริ่มต้นด้วยจังหวะเฉียดฉิวของ Wyman และ Gillim เมื่อนักแข่งทั้งสองจากทีม Harley-Davidson มาปะทะกันในโค้งแรกที่แคบ แต่ทั้งคู่ยังควบคุมรถได้อยู่ และ Wyman ยังคงนำอยู่ ส่วน Gillim ร่วงไปอยู่ที่อันดับห้า ในขณะที่ Wyman นำการแข่งขัน 3 รอบแรก โดยมี Herfoss, Baz และ Gillim ไล่ตามหลังมาติด ๆ ในรอบที่สี่ Herfoss แซง Wyman ขึ้นนำและทิ้งช่องว่างครึ่งวินาที ส่วนรอบที่หก Gillim แซง Wyman ขึ้นอันดับสอง แต่ต่อมาร่วงออกนอกสนามและกลับเข้ามาในอันดับเก้า ในรอบสุดท้าย Wyman พยายามไล่ตาม Herfoss ในช่วงโค้ง แต่หลุดออกนอกสนามและไม่สามารถแข่งขันต่อได้ สุดท้าย Herfoss นำ Baz เข้าเส้นชัยด้วยเวลาห่าง 1.447 วินาที ส่วน Smith เข้าอันดับสาม ตามหลัง Baz 7.014 วินาที

“วันนี้ความอดทนช่วยพาผมขึ้นโพเดียม” Smith กล่าว “ผมรับ 16 แต้มและโบนัส ส่วน Kyle Wyman คือแชมป์ King of the Baggers คืนนี้ทีมของเราจะออกไปฉลองให้กับแชมป์อันดับหนึ่งและพามันกลับไปยัง Milwaukee พวกเราตื่นเต้นกันสุด ๆ”

หลังผ่านการแข่งขัน 12 ใน 14 สนามของรายการ MotoAmerica Mission King of the Baggers 2025 Kyle Wyman ทำคะแนนสะสมอยู่ที่ 240 คะแนน ตามด้วย Baz 170 คะแนน, Herfoss 158 คะแนน, Tyler O’Hara นักแข่งจากทีม Factory Indian 128 คะแนน, Gillim 127 คะแนน, Rispoli 110 คะแนน และ Smith 103 คะแนน

ทีม Harley-Davidson x Dynojet Factory Race Team จะปิดฉากการแข่งขัน Mission King of the Baggers ฤดูการ 2025 ในวันที่ 26-28 กันยายนนี้ ในรายการ MotoAmerica Superbikes at New Jersey ที่สนาม New Jersey Motorsports Park เมืองมิลวิลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา

การแข่งขัน Mission King of the Baggers เป็นการแข่งที่นำรถมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง American V-Twin ซึ่งถูกปรับแต่งพิเศษมาแข่งกัน รวมทั้งหมด 14 สนาม ตลอด 7 สัปดาห์ โดยจัดขึ้นคู่ขนานกับรายการ แข่ง MotoAmerica Superbike โดยทีม Harley-Davidson x Dynojet Factory Race ได้ใช้รถแข่ง Road Glide ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Screamin’ Eagle™ Milwaukee-Eight™ 131 Performance Crate Engine ที่ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติม พร้อมอัพเกรดช่วงล่าง เช่น โช้กหลัง Screamin’ Eagle/Öhlins Remote Reservoir, ท่อไอเสียสำหรับรถแข่ง, ยางรถสำหรับใช้ในการแข่ง และแฟริ่งที่มีน้ำหนักเบา

ทีม Harley-Davidson x Dynojet Factory Race Team ได้รับการสนับสนุนจาก Rockford Fosgate®, Mission® Foods, Brembo®, Öhlins®, Akrapovič, น้ำมันหล่อลื่น SYN3® และอะไหล่ประสิทธิภาพสูง Screamin’ Eagle®

ผลการแข่งขันศึก MotoAmerica Mission King of the Baggers – Circuit of the Americas Race 1

  1. Hayden Gillim (H-D) RevZilla/Vance & Hines Harley-Davidson
  2. Loris Baz (Ind) S&S/Indian Motorcycle
  3. Rocco Landers (H-D) RevZilla/Vance & Hines Harley-Davidson
  4. Kyle Wyman (H-D) Harley-Davidson® x Dynojet Factory Race Team
  5. Bradley Smith (H-D) Harley-Davidson® x Dynojet Factory Race Team
  6. James Rispoli (H-D) Harley-Davidson® x Dynojet Factory Race Team
  7. Troy Herfoss (Ind) S&S/Indian Motorcycle
  8. Tyler O’Hara (Ind) S&S/Indian Motorcycle
  9. Jake Lewis (H-D) Saddlemen Race Development
  10. Cory West (H-D) Saddlemen Race Development
  11. Kyle Ohnsorg (Ind) TAB Performance Racing
  12. Max Flinders (H-D) Lyndall Brakes/M3

ผลการแข่งขันศึก MotoAmerica Mission King of the Baggers – Circuit of the Americas Race 2

  1. Troy Herfoss (Ind) S&S/Indian Motorcycle
  2. Loris Baz (Ind) S&S/Indian Motorcycle
  3. Bradley Smith (H-D) Harley-Davidson® x Dynojet Factory Race Team
  4. Cameron Petersen (Ind) SDI Racing
  5. James Rispoli (H-D) Harley-Davidson® x Dynojet Factory Race Team
  6. Cory West (H-D) Saddlemen Race Development
  7. Jake Lewis (H-D) Saddlemen Race Development
  8. Hayden Gillim (H-D) RevZilla/Vance & Hines Harley-Davidson
  9. Kyle Ohnsorg (Ind) TAB Performance Racing
  10. Tyler O’Hara (Ind) S&S/Indian Motorcycle
  11. Max Flinders (H-D) Lyndall Brakes/M3

Bauman ปิดฉากฤดูกาล Progressive American Flat Track ด้วยชัยชนะ

ในการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาลปี 2025 เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา โดย Briar Bauman นักแข่งจากทีม Rick Ware Racing/Parts Plus/Latus Motors ได้พารถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson XG750R คว้าแชมป์ในรุ่น SuperTwins Main event ที่สนาม Arby’s Lake Ozark Short Track presented by Arrowhead Brass ณ Lake Ozark Speedway เมือง Eldon รัฐมิสซูรี นับเป็นชัยชนะครั้งที่ 8 ของ Bauman ในฤดูกาลแข่ง 16 สนาม โดยเขาสามารถทำเวลาในรอบคัดเลือกได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมคว้าชัยในการแข่ง Heat race และยังคว้ารางวัล #2Fast2Tasty Challenge bonus race อีกด้วย ด้าน Brandon Robinson นักแข่งจากทีม Mission Roof Systems Harley-Davidson เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ทำให้ Harley-Davidson คว้าชัยแบบ 1-2 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล พร้อมกับคว้าแชมป์ 2025 Mission AFT SuperTwins Manufacturers Championship หลังจากแข่งขันมาทั้งฤดูกาล Bauman สามารถจบซีซั่นด้วยตำแหน่งรองแชมป์ SuperTwins ตามหลัง Dallas Daniels จากทีม Yamaha เพียง 6 คะแนน ในขณะที่ Robinson จบฤดูกาลด้วยการคว้าอันดับ 3 ในตารางคะแนนรวม

โดย Daniels คว้าแชมป์ AFT Mission SuperTwins ปี 2025 ด้วยผลงานชนะ 6 สนาม เก็บไป 313 คะแนน ในขณะที่ Bauman ตามมาเป็นอันดับสองด้วยชัยชนะ 8 สนาม และ 307 คะแนน ส่วน Robertson อยู่ในอันดับสามด้วยชัยชนะ 1 สนาม และ 217 คะแนน

ผลการแข่งขัน Mission SuperTwins – Ozark Short Track (10 อันดับแรก)

  1. Briar Bauman (H-D) Rick Ware Racing/Parts Plus/Latus Motors
  2. Brandon Robinson (H-D) Mission Food/Roof Systems
  3. Dallas Daniels (Yam) Estenson Racing
  4. Trent Lowe (Hon) American Honda/Progressive Insurance/Mission Foods
  5. Bronson Bauman (Yam) Mike Butler Racing/Mission Foods/Roof Systems of Dallas
  6. Davis Fisher (KTM) Rackley Racing/Bob Lanphere’s BMC Racing
  7. Declan Bender (Yam) Memphis Shades/Black Hills Powersports
  8. Max Whale (RE) Moto Anatomy X Royal Enfield/Fairway Ford/Parts Unlimited
  9. Dan Bromley (Suz) Memphis Shades/Corbin/Vinson Construction
  10. Ben Lowe, (Yam) Mission Foods/Roof Systems

ติดตามข่าวสารล่าสุดของ Harley-Davidson ในภูมิภาค Asia Emerging Markets ได้ที่

www.harley-davidson.com

FB: @HarleyDavidsonAsia

IG: @HarleyDavidson_Asia

YT: Harley-Davidson Asia 

TikTok: @HarleyDavidson_Asia

ไทยฮอนด้า จัดแข่งขันทักษะฝีมือช่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 29 ตอกย้ำความมุ่งมั่นความพร้อมด้านบริการให้ลูกค้าทั่วประเทศ

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดการแข่งขันทักษะฝีมือช่าง ครั้งที่ 29 ประจำปี 2568 (Thai Honda Technician Skill Contest 2025) โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา ทักษะ การคิดวิเคราะห์ให้กับนายช่าง รวมถึงการแก้ไขปัญหารถจักรยานยนต์ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการยกระดับให้เป็นมาตรฐานระดับสากล และเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ Honda Wing Center และ Honda BigWing ทั่วประเทศ โดยการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ
สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ส่งช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมมากกว่า 2,300 คน โดยมีการคัดเลือกตั้งแต่รอบตัวแทนร้านผู้จำหน่าย ผ่านการสอบภาคทฤษฎีในรูปแบบออนไลน์ ต่อเนื่องไปยังรอบตัวแทนระดับภูมิภาคที่ทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จนได้ผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ รวมทั้งสิ้น 48 คน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Commuter Bike) จำนวน 28 คน แข่งขันรถในกลุ่ม A.T. และ Family ได้แก่รุ่น Honda Wave125 และ Honda PCX160 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดรถ A.T. ในประเทศไทย และประเภทรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ (Fun Bike) จำนวน 20 คน แข่งขันรถในกลุ่ม Domestic และ Import ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาด ได้แก่รุ่น Honda CB500F, New Honda Forza750, Honda NX500 และ Honda CBR650R E-Clutch
สำหรับช่างที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันต้องเป็นช่างบริการระดับ Gold หรือระดับ Platinum ขึ้นไปรวมถึง Service Instructor ที่ประจำการอยู่ที่ศูนย์บริการฮอนด้า โดยการแข่งขันแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
  • ประเภทรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Commuter)
การสอบทฤษฎี : ทดสอบความรู้เกี่ยวกับระบบ SMART Engine เทคโนโลยี PGM-FI ระบบไฟฟ้า เทคโนโลยี eSP+ และมาตรฐานการซ่อมบำรุง รวมถึงการวิเคราะห์ปัญหารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่
การสอบปฏิบัติ : วัดทักษะด้านการตรวจเช็คตามระยะ การซ่อมบำรุง และการวิเคราะห์ปัญหา
  • ประเภทรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ (Fun Bike)
การสอบทฤษฎี : ทดสอบความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าตัวถัง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมรถ เทคโนโลยี PGM-FI ระบบการทำงานของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ ระบบช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง เกียร์ DCT และระบบ E-Clutch
การสอบปฏิบัติ : ทดสอบทักษะการซ่อมบำรุงตามระยะ การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาชิ้นส่วน การตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนต์ และการซ่อมเร่งด่วน
และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศปีนี้ ได้มีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานการแข่งขันระดับโลก โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
  1. ภาคทฤษฎี: การทดสอบข้อเขียนจำนวน 50 ข้อ เพื่อวัดความรู้ด้านพื้นฐาน
  2. ON-Vehicle: การทดสอบปฏิบัติกับตัวรถจริง ครอบคลุมการตรวจเช็คระยะและการวิเคราะห์ปัญหา จากการจำลองสถานการณ์เหมือนลูกค้าเข้าใช้บริการจริง ภายใต้เวลาที่กำหนดในลักษณะ Time Attack
  3. OFF-Vehicle: การทดสอบการวิเคราะห์ปัญหาระบบไฟ รวมถึงการถอดและประกอบเครื่องยนต์นอกตัวรถจักรยานยนต์
การแข่งขันครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเฟ้นหาช่างผู้ชนะเลิศ The Master Technician Thailand รวมถึงรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ในทั้งสองประเภทการแข่งขัน เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันระดับเอเชียใน Honda Asia & Oceania Motorcycle Technician Skill Contest 2026 ณ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อก้าวขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชันฝีมือเวทีสูงสุดของโลก พร้อมนายช่าง มนตรี เนียมนิ่ม ผู้ชนะเลิศการแข่งขันระดับเอเชียประจำปี 2024 เข้าสู่การแข่งขัน Honda Global Motorcycle Technician Contest 2027 ณ ประเทศญี่ปุ่นต่อไป
ติดตามผลการแข่งขันได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/news
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/
#ThaiHondaTechnicianSkillContest2025
#HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda
#ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เอาใจชาวบิ๊กไบค์ เปิดตัว 3 รุ่นพิเศษ กับเครื่องยนต์สีโครเมียมสุดว้าว!

ยูเอส มอเตอร์ไบค์ ผู้จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA จัดงานเปิดตัว ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน 3 รุ่นพิเศษ Road Glide, Street Glide และ Low Rider ST ที่มาพร้อมเครื่องยนต์สีโครเมียม ให้ชาวบิ๊กไบค์ได้ตื่นตา พร้อมพาเหล่าคนรักอิสระ ขับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ท่ามกลางบรรยากาศสุขใจเคล้าความสนุกสนาน เมื่อเร็วๆ นี้ 

ปอนด์ จงเสรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวว่า “ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ไม่เคยหยุดยั้งการรังสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อนักขับขี่ตัวยง โดยถือโอกาสเปิดตัว ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เครื่องยนต์สีพิเศษของปี จากเดิมสีดำดุดัน เป็นสีโครเมียมโดดเด่นมีสไตล์ ลงตัวกับ 3 รุ่น Road Glide, Street Glide และ Low Rider ST เชิญสัมผัสอย่างใกล้ชิดและทดลองขับ ได้ที่โชว์รูม ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) อุบลราชธานี และหาดใหญ่”

บรรยากาศภายในงานสุดคึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน โดยได้รับเกียรติจาก เอกราช เมฆิยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดี อีกทั้งมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับยาง สำหรับมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ก่อนเติมเต็มความมันด้วยคอนเสิร์ตแนวร็อคยุค 90 และกิจกรรมลุ้นรางวัลสำหรับผู้ร่วมงาน

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมโดยพร้อมเพียงกัน ทั่วภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แนวคิด ‘United We Ride’ สำหรับประเทศไทย กระจายไปในทุกสาขา เริ่มจากอุบลราชธานี ที่สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง สาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ร้านเรือใบ และสาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) กรุงเทพฯ ที่วัดใหม่สี่หมื่น อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี พร้อมนำรายได้จากการจัดกิจกรรมดังกล่าว บริจาคสมทบทุนโครงการ ‘Helmet Hero Thailand’ ต่อไป

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: Harley-Davidson

สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์)

โทร. 02-032-7200

FACEBOOK: HarleyDavidsonofThonburi

สาขาอุบลราชธานี

โทร. 045-959-922

FACEBOOK: HarleyDavidsonUbon

 

สาขาหาดใหญ่

โทร. 074-491-990

FACEBOOK: HarleyDavidsonHatyai

 

https://www.usmharley.com/

Harley-Davidson® พาเหล่าไบค์เกอร์นับพันขับขี่ระดุมทุนการกุศลครั้งแรก ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กับงาน United We Ride – National Harley Day

นักขับขี่ Harley-Davidson จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ร่วมกันแสดงพลังผ่านการขับขี่ในกิจกรรม United We Ride – National Harley Day” เมื่อวันที่ กันยายน 2568 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ กิจกรรม “United We Ride – National Harley Day” ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่านักขับขี่และสมาชิก Harley Owners Group (H.O.G.) หลายพันคน ที่ออกเดินทางจากโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายทั่วภูมิภาคมาร่วมกิจกรรมกันในครั้งนี้ ซึ่งช่วยสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งมิตรภาพและอิสรภาพของแบรนด์ Harley-Davidson โดยการขับขี่ในครั้งนี้มิได้เป็นเพียงแค่การฉลองให้กับความสนุกของการเดินทางบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงพลังของชุมชนนักขับขี่ในการสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนเพื่อเป้าหมายอันทรงคุณค่า โดยรายได้ทั้งหมดที่ระดมได้จะถูกส่งต่อไปยังกิจกรรมการกุศลระดับภูมิภาค ร่วมกับองค์กร Helmet Heroes

ไฮไลท์สำคัญจากกิจกรรม “United We Ride – National Harley Day” ได้แก่

  • จำนวนผู้เข้าร่วม: มีนักขับขี่กว่า 10,000 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความมีชีวิตชีวาของชุมชนนักขับขี่ Harley-Davidson ในภูมิภาคนี้
  • ระยะทางที่ครอบคลุม: ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันขับขี่เป็นระยะทางกว่า 1,200,000 กิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบและความทุ่มเทของเหล่าไบค์เกอร์ Harley-Davidson
  • ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น: รายได้ทั้งหมดถูกนำไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลระดับภูมิภาค ร่วมกับ Helmet Heroes องค์กรรณรงค์ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับเด็ก เพื่อนำไปจัดซื้อหมวกกันน็อกสำหรับเด็กและผู้ปกครอง

“การตอบรับร่วมกิจกรรม ‘United We Ride – National Harley Day’ ครั้งแรกในภูมิภาค อย่างล้นหลามจากเหล่านักขับขี่ ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความหลงใหลและพลังของชุมชนนักขับขี่ที่ถือเป็นหัวใจของ Harley-Davidson เราภาคภูมิใจในเหล่านักขับขี่ของเราเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ทุกคนไม่ได้มาเพื่อร่วมฉลองให้กับอิสระแห่งการขับขี่เท่านั้น แต่ยังมารวมพลังกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งกิจกรรมนี้ช่วยสะท้อนถึงแก่นแท้ของคำว่า ‘United We Ride’ ได้เป็นอย่างดี” โคลย่า เรบสต็อค (Kolja Rebstock) รองประธานอาวุโส Harely-Davidson ฝ่ายตลาดต่างประเทศ กล่าว

Harley-Davidson ขอขอบคุณนักขับขี่ทุกท่านที่มีมาร่วมกันทำให้กิจกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

ติดตามข่าวสารล่าสุดของ Harley-Davidson ในภูมิภาค Asia Emerging Markets ได้ที่

www.harley-davidson.com

FB: @HarleyDavidsonAsia

IG: @HarleyDavidson_Asia

YT: Harley-Davidson Asia 

TikTok: @HarleyDavidson_Asia

 

 

 

 

“Eldiablo” กับเครื่อง V4 ที่ Misano Test

การทดสอบ Misano MotoGP Official Test ที่อิตาลีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Yamaha YZR M1 เครื่องยนต์ V4 ที่แฟนๆหลายรอชมนั้น Fabio Quartararo #20 จาก Monster Energy Yamaha MotoGP ได้ร่วมทดสอบ และ ทำเวลาทั้ง 2 Session ดังนี้
Session 1 ทดสอบ 35 รอบ เร็วสุด 1:31.781 นาที อันดับ 18
Session 2 ทดสอบ 5 รอบ เร็วสุด 1:32.153 นาที อันดับ 11
(Combined อันดับ18)
#MotoGP #MisanoMotoGPOfficialTest #MisanoTest #MonsterEnergyYamahaMotoGP #MonsterYamah #YZRM1V4 #FQ20