“ก้อง สมเกียรติ – ไอ โอกูระ” แท็กทีมเดินหน้าพาต้นสังกัด “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” ขยับรั้งท็อปไฟว์ โมโตทู

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง แท็กทีม ไอ โอกูระ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นพาต้นสังกัด “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” กอบกู้สถานการณ์ทะยานขึ้นสู่ท็อปไฟว์บนตารางคะแนนสะสมประเภททีมในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ หลังผ่าน 10 สนามแรกของฤดูกาล
ในฤดูกาล 2023 นับเป็นปีที่ยอดนักแข่งรถชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 สร้างผลงานได้ “คงเส้นคงวา” ที่สุด จนถูกยกย่องอย่างมากในพัฒนาการด้านการบริหารเรซ จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักบิดไทย มีส่วนสำคัญในการพาต้นสังกัดอย่าง “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” ไต่ขึ้นมารั้งอันดับ 5 บนตารางคะแนนสะสมประเภททีม มีทั้งสิ้น 132 คะแนน โดยมาจากคะแนนสะสมของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ที่ล่าสุดมีคะแนนรวมทั้งสิ้น 77 คะแนน รั้งอันดับ 9 บนตารางคะแนนสะสม และ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง ไอ โอกูระ ทีมเมทเก็บมาได้ 55 คะแนน
“ก้อง-สมเกียรติ” เปิดเผยหลังผ่านการแข่งขันสนามล่าสุดที่ ออสเตรีย ด้วยอันดับ 5 ว่า “ผมออกสตาร์ตได้ดีจากกริดที่ 5 แต่มาพลาดในชิเคนแรก ส่งผลให้สูญเสียไลน์ที่ดีมันทำให้กลุ่มหน้านั้นห่างออกไป ผมพยายามไล่บี้เพื่อร่นระยะห่าง แต่ยางก็เริ่มส่งสัญญาณดร็อปลงไปหลังผ่าน 10 รอบแรก หลังจากนั้นจึงต้องพยายามบริหารยางเพื่อให้จบเรซในอันดับที่ดีที่สุด ซึ่งเราทำได้ดีในการเข้าเส้นชัยอันดับ 5”
ทั้งนี้ สนามถัดไปของศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2023 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กันยายนนี้ ที่ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญา ประเทศสเปน ในรายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารพร้อมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในรุ่นโมโตทู ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream

HONDA EM1E

ในตลาดยุโรปฮอนด้าได้เปิดไลน์รถจักรยานยนต์พลังไฟฟ้าที่ถือว่าเป็น New Model ที่ระบุว่ามันเป็นรถEVรุ่นแรกของทางค่ายที่ตั้งใจพัฒนามาเพื่อวัยรุ่นยุโรปโดยเฉพาะซึ่งเขาระบุข้อความอย่างชัดเจนว่าHonda’s first EV for young European riders

New โดยเจ้า EM1 e จะติดตั้ง Honda Mobile Power Pack e หรือชุดแบตเตอรี่ที่สามารถถอดและเคลื่อนย้ายได้ซึ่งจะช่วยเอื้อต่อความสะดวกในการชาร์จไฟ โดยเจ้ารถ EV คันนี้ถือว่าเป็น emission-free urban transport หรือรถปลอดมลพิษอย่างแท้จริง ด้วยพลังขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ที่ล้อแบบ in-wheel electric motor ที่มีทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แล้วสามารถให้ระยะทำการ 41.3 ก.ม.ขณะที่ทำความเร็วสูงสุด 45 ก.ม./ช.ม. พร้อมกันนี้ยังมีเรือนไมล์แสดงผลแบบดิจิตอล มีพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะนั่ง มีช่องเสียบusb มีพื้นที่ติดตั้งกล่องด้านท้าย แบบเดียวกันกับองค์ประกอบในรถจักรยานยนต์ไป

ทางฮอนด้าตอกย้ำว่า EM1 e เป็น two-wheeled electric vehicle หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ผลิตเพื่อลูกค้าในยุโรปที่มีการเปิดแพลนกันมาตั้งแต่กันยายน 2022 ว่าจะมีรถในกลุ่ม EV สองล้อไม่น้อยกว่า 10 รุ่นที่จะส่งจำหน่ายทั่วโลกภายในปี 2025 ดังนั้นรถรุ่นนี้คือก้าวแรกของแพลนดังกล่าว โดยรถในรหัส ‘EM’ นี้ก็คือ Electric Moped ที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ผู้ใช้วัยรุ่นที่กำลังมองหารถรุ่นที่ตอบโจทย์ในเงื่อนไขคือ easy, fun, emission-free urban transport หรือใช้งานง่าย ขับขี่สนุก ปลอดมลพิษสำหรับใช้งานในเมืองด้วยระยะทางสั้นๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความต้องการใช้งานในระยะทำการประมาณ 30 ก.ม. อย่างนักเรียนนักศึกษาที่จะเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้ดังนั้นการออกแบบ EM1 e จึงคำนึงถึงความเรียบง่ายใช้งานสะดวกขับขี่สบายควบคุมได้ดีและเงียบเป็นพาหนะที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม ดังนั้นตัวรถจึงมีขนาดที่กะทัดรัดด้วยโครงสร้าง steel underbone frame ประกอบด้วยระบบกันสะเทือนหน้า telescopic forks กับระบบกันสะเทือนหลังtwin shock

absorbers โดยระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกหน้าร่วมกับดรัมเบรกหลัง ซึ่งเป็นองค์ประกอบในสไตล์ classic moped ที่คุ้นเคยกันดีในบ้านเรา
สำหรับการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งถ้าขี่ใน ECON Mode ก็จะได้ระยะทาง 41.3-48.0ก.ม./ช.ม. ด้วยแบตเตอรี่ติดรถซึ่งจะเป็นแบบHonda Mobile Power Pack e ที่สามารถถอดหรือย้ายจากตัวรถเพื่อนำไปชาร์จกับที่ชาร์จในบ้านด้วยการเสียบปลั๊กกับไฟบ้านแบบเฟสเดียวขนาด 110-240V ซึ่งตัวชาร์จมีน้ำหนักเพียง 5.3 ก.ก. ขณะที่แบตเตอรี่มีน้ำหนัก 10 ก.ก. โดยจะมีระยะเวลาในการชาร์จจาก 0 จนเต็มความจุสูงสุดใช้เวลา 6 ช.ม. และชาร์จจาก 25%-75% จะใช้เวลา 2.7 ช.ม.

สำหรับสเปคพื้นฐานของตัวรถมีดังนี้
Technical specifications
Electric motor type: In-wheel 3 phase brushless motor
Top Speed: 45km/h
Maximum Power: 1.7kW
Maximum Torque: 90.0Nm
Range (per Mode): WMTC Mode (Class 1) – 30.0km ; Usable range (internal testing conditions) – 41.3km;
Usable range in ECON mode (internal testing conditions) – 48.0km
Energy Consumption (WMTC Class 1): 47 Wh/km
Battery type: Lithium ion
Battery voltage: 50.3V
Battery capacity: 29.4Ah
Total number of battery packs: 1
Battery fixing type: Removable
Battery Technology: Honda Mobile Power Pack e:
Battery weight: 10.3kg
Battery dimension: 298mm (L) x 177mm (D) x 156mm (H)
Charger type: Off-board type. Single-phase AC100-240V 50/60Hz.
Charging time (0-100%): 6.0 hours
Charging time (25-75%): 2.7 hours (160 minutes)
Rated Power: 270 Watts
Battery Lifecycle: Over 2,500 charging cycles (internal testing conditions)
Frame Type: Underbone type
Dimensions (L´W´H): 1860mm x 680mm x 1080mm
Wheelbase: 1300mm
Caster Angle: 27 degrees
Trail: 77mm
Seat Height: 740mm
Ground Clearance: 135mm
Vehicle weight (with battery): 95kg
Suspension Front: Telescopic forks
Suspension Rear: Twin shock
Wheels Front: Cast type
Wheels Rear: Composite
Tyres Front: 90/90 – 12
Tyres Rear: 100/90 – 10
BRAKES Type: CBS
Brakes Front: Disk
Brakes Rear: Drum
Instruments: LCD
Headlight: LED
Taillight: LED
USB: Yes – Type A
Key type: Standard
Load capacity: 180kg
Seat length: 590mm
Seating Capacity: 2
Climbing Angle: 10°@ 75kg

 

 

“กวาร์ตาราโร่” ทะลุ Q2 โมโตจีพี สนาม 10 มั่นใจเร็วขึ้นได้อีกใน ออสเตรีย

“เอลดิอาโบล” ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ยอดนักบิดเฟรนช์จาก มอนสเตอร์ ยามาฮ่า คัมแบ็กสู่ฟอร์มยอดเยี่ยมกดวลาตีตั๋วสู่รอบ Q2 ในศึก โมโตจีพี สนาม 10 รายการ ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ เจ้าตัวมั่นใจยกระดับความเร็วขึ้นได้อีก เพื่อลุ้นไล่ล่าอันดับในกลุ่มหน้าที่ เรดบูล ริง สุดสัปดาห์นี้ศึก โมโตจีพี 2023 สนาม 10 รายการ ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ มีคิวดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคมนี้ ที่ สนาม เรดบูล ริง ประเทศออสเตรีย โดยล่าสุดผ่านการซ้อมวันแรกด้วยสถานการ์สุดเข้มข้น
ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ อดีตแชมป์โลก 1 สมัยจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี และทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี่ ได้รับการติดตั้ง “แอโรแฟริ่ง” ชุดใหม่ ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีอย่างมากจากสนามที่ผ่านมากผลการซ้อมปรากฏว่า กวาร์ตาราโร่ ยกระดับความเร็วขึ้นอย่างมาก คว้าอันดับ 9 ในการซ้อม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.155 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 0.622 วินาที ผ่านเข้าสู่ Q2 ได้สำเร็จ ขณะที่ มอร์บิเดลลี่ จบวันแรกในอันดับ 17 ยังต้องเจองานหนักในการลุ้นกริดสตาร์ทในวันเสาร์
กวาร์ตาราโร่ เปิดเผยว่า “ผมแฮปปี้กับวันแรกเพราะคิดว่าเราทำได้ดีจนผ่านเข้าสู่ Q2 ได้สำเร็จ และมีความเร็วที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นถือว่าทำได้ตามเป้า หวังว่าวันเสาร์เราจะยกระดับขึ้นได้อีก เพราะจังหวะของเราดีขึ้นทั้งเช้าและบ่าย เรารู้ได้ทันทีที่เปลี่ยนไปใช้ยางใหม่ นั่นทำให้เราต้องดิ้นรนมากขึ้นนิดหน่อย”
“พอเข้าสู่ช่วงบ่ายคู่แข่งเพิ่มความเร็วของพวกเขา แต่แทนที่จะโฟกัสกับอันดับ ผมหันมาให้ความสำคัญกับการขับขี่ นั่นทำให้การบิดของผมเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม เรายังมีพื้นให้เค้นไล่ล่าเวลาต่อรอบ ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกเรื่องที่ดีสำหรับเรา ผมยังต้องเช็กดาต้ากับชุดแอโรไดนามิกใหม่ต่อไป เพราะวันนี้เราค่อนข้างเร่งรีบในการทำงาน ซึ่งผมเองต้องการจะโฟกัสกับการขับขี่ของตัวเอง ฟีลลิ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ได้รับการปรับปรุง ผมพอใจกับความคืบหน้านี้”
การแข่งขัน ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมรอบควอลิฟายในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม และดวลความเร็วรอบ “สปรินต์” ในคืนวันเดียวกัน ขณะที่เกมในรอบชิงชนะเลิศจะดวลความเร็วในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคมนี้ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง SPOTV และ PPTVHD36

“ก้อง-สมเกียรติ” ฟอร์มเยี่ยม! รั้งรองจ่าฝูงซ้อมรวมวันแรก ลุ้นคว้าโพเดียม โมโตทู ออสเตรีย

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทูเดอะ ดรีม” ลุ้นโพเดียมเต็มตัวในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ 10 รายการ ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ หลังฟอร์มเยี่ยมกดเวลารั้งรองจ่าฝูงวันแรกที่ เรดบูล ริง ประเทศออสเตรีย ขณะนักบิดรุ่นน้อง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี พัฒนาการก้าวกระโดดในครั้งที่ 2 กับไวลด์การ์ด โมโตทรี ก่อนลุ้นมีแต้มสุดสัปดาห์นี้
การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2023 สนามที่ 10 รายการ ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ ผ่านการซ้อมวันแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ เรดบูล ริง กรุงสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย
สุดสัปดาห์นี้นับเป็นอีกหนึ่งครั้งที่มีนักบิดไทยลงแข่งขันในเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ พร้อมกันถึง 2 คน นำโดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ และ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ดาวรุ่งจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” เจ้าของหมายเลข 33 ที่ลงบิดไวลด์การ์ดรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เป็นสนามที่ 2 ในชีวิต
ในรุ่น โมโตทู นับเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของ “ก้อง” สมเกียรติ หลังจากทะยานขึ้นไปคว้าอันดับ 1 ในการซ้อมครั้งแรก โดยผลการซ้อมดังกล่าวเพียงพอให้นักบิดไทยรั้งรองจ่าฝูงจากการซ้อมรวม 2 ครั้งด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 34.610 วินาที ตามหลังจ่าฝูง เพียง 0.110 วินาทีเท่านั้น ถือเป็นสัญญาณยอดเยี่ยมในการไล่ล่าโพเดียมสนามนี้ให้กับตนเอง
ส่วนผลการซ้อมในรุ่น โมโตทรี ปรากฏว่า “ก๊องส์-ธัชกร” ภายใต้รถแข่งหมายเลข 33 ต้องทำงานกับทีมอย่างหนัก แต่ก็มีความคืบหน้าอย่างมากจากการซ้อมทั้ง 2 ครั้ง โดยรั้งอันดับ 26 จากวันแรก ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 43.499 วินาที
ด้านผลการซ้อมในรุ่น โมโตจีพี ผลปรากฏว่า มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยเจ้าของหมายเลข 93 จาก เรปโซล ฮอนด้า ค่อยๆ ยกระดับความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง รั้งอันดับ 13 ด้วยเวลา 1 นาที 29.356 วินาที ตามด้วย ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่นหมายเลข 30 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ในอันดับ 18 เวลา 1 นาที 29.730 วินาที และ อิเคร์ เลกัวน่า นักบิดสแปนิชหมายเลข 27 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ในอันดับ 22 เวลา 1 นาที 30.223 ปิดท้ายด้วย โจอัน เมียร์ นักบิดสแปนิชหมายเลข 36 จาก เรปโซล ฮอนด้า ในอันดับ 23 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.352 วินาที
ทั้งนี้ ศึก ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ จะจับเวลารอบคัดเลือกเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมนี้ ก่อนจะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคมนี้ เริ่มต้นด้วยรุ่น โมโตทรี 16.00 น. ต่อด้วย โมโตทู 17.15 น. และปิดท้ายความมันส์ในรุ่นใหญ่อย่าง โมโตจีพี 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 และ True Visions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารพร้อมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในรุ่นโมโตทู และ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ในรุ่นโมโตทรี และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream

เปิดโลก Custom ในแบบที่ไม่เหมือนใคร!! เข้าสู่ฤดูแห่ง Adventure แบบนี้ ต้องคันนี้เลย

V-Strom 650XT Custom หล่อและดุดันสุดๆ โดย Version นี้เป็นการ Custom ให้ลุยได้มากขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปลี่ยนชิลด์ด้านหน้า แฮนด์บาร์และกระจกให้สั้นลง มีการเปลี่ยนล้อและยางใหม่ การ์ดเครื่องแบบ Custom ที่ดูดุดันและแข็งแกร่ง ลงตัวสุดๆไปเลย?และทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ V-Strom 650XT ทั้งเรื่องความโดดเด่น และความเป็นเอกลักษณ์เพื่อการผจญภัยของคุณ อยากสัมผัสคันจริง สามารถเจอกันได้ที่ Suzuki Big Bike ทั่วประเทศ
สนใจติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่าย ซูซูกิ ทั่วประเทศ หรือ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านทาง
Line : @suzukisocietyth หรือคลิก https://lin.ee/QO2Z8jw

“ยามาฮ่า” ฟื้นความมั่นใจก่อนลุย โมโตจีพี ออสเตรีย “กวาร์ตาราโร” หวังคัมแบ็กสู้กลุ่มหน้า

“มอนสเตอร์ ยามาฮ่า” ยอดทีมใน โมโตจีพี เผยทีมฟื้นฟูความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมก่อนลุยศึก ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ ขณะ “เอลดิอาโบล” ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลก 1 สมัยชาวฝรั่งเศสตั้งเป้ากอบกู้สถานการณ์คัมแบ็กต่อสู้ในกลุ่มหน้าให้ได้อีกครั้งที่ เรดบูล ริง สุดสัปดาห์นี้ ศึก โมโตจีพี 2023 เตรียมดวลความเร็วสนาม 10 รายการ ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคมนี้ ที่ สนาม เรดบูล ริง กรุงสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ต้องเจอสถานการณ์สุดหินกับสนามที่ผ่านมาที่ ซิลเวอร์สโตน ทว่าการติดตั้งชิ้นส่วนแอโรไดนามิกใหม่ในรถแข่งหมายเลข 20 ของ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดเฟรนช์ก็ส่งสัญญาณบวกเพราะเขาสามารถแซงคู่แข่งในเรซได้ถึง 15 คัน
ขณะเดียวกันทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง ฟรานโก มอร์บิเดลลี เจ้าของหมายเลข 21 ก็ค่อนข้างพอใจกับศักยภาพรถแข่งในช่วงต้นเรซที่ ซิลเวอร์สโตน โดยทีมเดินทางเข้าสู่การแข่งขันที่ เรดบูล ริง ด้วยการฟื้นฟูความมั่นใจกลับมาอีกครั้งมัสซิโม เมเรกัลลี ผู้อำนวยการทีม กล่าวว่า “เราต้องสร้างความมั่นใจขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หลังเจอสุดสัปดาห์ที่ยากลำบากในสนามที่่ผ่านมา ทีมของเราชื่นชอบที่จะเดินทางไปที่ สปีลเบิร์ก ด้วยปัจจัยของสนาม, ภูมิประเทศ และบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมเสมอ เราเคยขึ้นโพเดียมหลายครั้งที่นี่ และตั้งใจจะทำผลงานให้ดีที่สุดอีกครั้ง”
กวาร์ตาราโร กล่าวว่า “ตอนนี้ผมพร้อมสำหรับสุดสัปดาห์นี้แล้ว ปีที่แล้วผมคว้าอันดับ 2 ที่ สปีลเบิร์ก เรามีความทรงจำดีๆ ที่นี่ แม้ความสำเร็จในอดีตจะไม่ได้การันตีทุกอย่างใน โมโตจีพี แต่เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้สามารถต่อสู้กับแถวหน้าในสนามอีกครั้ง”มอร์บิเดลลี่ เผยว่า “ความเร็วของผมช่วงครึ่งทางแรกของเรซดีมาก เราต้องรักษาแนวทางนี้ไว้ให้ได้ ซิลเวอร์สโตน และ สปีลเบิร์ก มีคาแร็กเตอร์แตกต่างกัน ดังนั้นสุดสัปดาห์นี้เราจะต้องทำงานเพื่อหาความเร็วในการออกจากโค้งให้ได้ หลังจากนั้นค่อยมาดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง”
การแข่งขัน ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อม 2 ครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม ก่อนจับเวลารอบควอลิฟายในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม และดวลความเร็วรอบ “สปรินต์” ในคืนวันเดียวกัน ขณะที่เกมในรอบชิงชนะเลิศจะดวลความเร็วในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคมนี้ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง SPOTV และ PPTVHD36

“อินทรีแซงค์ – กฤษฎา” บิด CFR250R คว้าโพเดียม สนามส่งท้าย FMSCT Thailand Motocross 2023

“อินทรีแซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ยอดนักบิดขวัญใจกองเชียร์ทางฝุ่นจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกัน พร้อมด้วยยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF250R หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor สู้สุดใจสมศักดิ์ศรีแชมป์ประเทศไทยในศึก FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย ด้วยการมีอาการบาดเจ็บแต่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองออกมาได้ดีที่สุด ถึงแม้พลาดโอกาสคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกันจากโอกาสที่เป็นรอง พร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

การแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย ดวลกัน ณ สนามเสี่ยน้องสิงห์สองฝั่ง จ.มุกดาหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” มีคะแนนสะสมอยู่ 128 แต้ม รั้งอันดับที่ 2 ตามคู่แข่งอยู่ 6 คะแนน “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” ได้ต่อสู้สุดใจจนสามารถคว้าโพเดียม สนามส่งท้าย FMSCT Thailand Motocross 2023 สำเร็จ แม้ในท้ายที่สุดจะพลาดแชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 5 ด้วยคะแนนห่างเพียง 4 คะแนน แต่เจ้าตัวได้ฝืนอาการบาดเจ็บ สู้เต็มที่ในสนามนี้แล้ว และพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน
โดย “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” เริ่มออกสตาร์ตจากตำแหน่งที่ 3 พร้อมรถแข่งคู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข 17 เปิดการ์ดสู้ทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นเป็นผู้นำ ในสถานการณ์ของการแข่งขัน “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” ถึงจะคว้าผลงานดีที่สุดมาก็ยังต้องลุ้นผลงานของคู่แข่ง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องต่อสู้กับทุกข้อจำกัดทั้งอาการบาดเจ็บและโอกาสที่เป็นรอง
ซึ่งยอดนักบิดจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” นับได้ว่าสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แบกอาการบาดเจ็บเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ขณะที่คู่แข่งตามมาเป็นอันดับ 3 แม้จะพลาดการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันเจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกันต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการที่บาดเจ็บ พร้อมพบกับความท้าทายครั้งใหม่เพื่อกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์อีกครั้งใน FMSCT Thailand Motocross ฤดูกาลหน้า
แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” รวมถึงส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

“โฟลท-รัฐพงษ์” โชคร้ายส่งท้าย “เอเชีย โร้ดฯ” อินโดนีเซีย

“โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม โชคร้ายสุดๆ หลังโดนคู่แข่งชนล้มในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2023 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต เรซที่ 2 ที่ มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ดีรั้งอันดับ 8 บนตารางแชมเปียนชิพ

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2023 สนาม 4 ดวลความเร็วเรซ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม เปอร์ตามินา มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย“โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยเจ้าของรถแข่ง Yamaha YZF-R6 คู่ใจหมายเลข 56 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ยังคงได้ออกตัวจากกริดที่ 8 เช่นเคย โดยเจ้าตัวต้องเจอปัญหาระบบช่วงล่างกับการแข่งขันที่ มันดาลิกา ในเรซแรกอย่างมาก ก่อนจะแก้ไขได้อย่างลงตัวในวันอาทิตย์
เกมเรซนี้ดำเนินไปอย่างเข้มข้น รัฐพงษ์ ต่อสู้กับกลุ่มหน้าได้อย่างสนุกในช่วงต้นของเรซ โดยสามารถขยับขึ้นมาได้ถึงอันดับ 6 ในรอบแรก ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญกลับเกิดขึ้นในรอบที่ 2 เมื่อ นักบิดยามาฮ่าถูกคู่แข่งล้มไถลมาชนอย่างรุนแรง จนต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ รัฐพงษ์ พลาดการลุ้นท็อปไฟว์ในเรซนี้อย่างน่าเสียดาย โดยรั้งอันดับ 8 บนตารางคะแนนสะสม มีทั้งสิ้น 53 คะแนน
โดยศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2023 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายนนี้ ที่ สนาม ซูไห่ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สาธารณรัฐประชาชนจีน แฟนชาวไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ได้ที่ เฟซบุ๊ก : Yamaha Thailand Racing Team

“โฟลท-รัฐพงษ์” ฝ่างานหินบิดคว้าแต้ม “เอเชีย โร้ดฯ” อินโดนีเซีย เรซแรก

“โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ยอดนักบิดไทยดีกรีแชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ ทำงานอย่างหนักร่วมกับทีมไทยก่อนบิดฝ่าเรซสุดหินในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2023 สนาม 4 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต เรซแรกด้วยอันดับ 12 คว้าแต้มมาครองได้อย่างสุดมันที่ มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2023 สนาม 4 ดวลความเร็วเรซแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม เปอร์ตามินา มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย

สนามนี้เป็นอีกหนึ่งสุดสัปดาห์ที่ท้าทายอย่างมากสำหรับอดีตแชมป์เอเชียอย่าง “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยเจ้าของรถแข่ง Yamaha YZF-R6 คู่ใจหมายเลข 56 โดยตลอดการซ้อม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ทำงานอย่างหนักในการหาเซ็ตติ้ง ก่อนจะคว้ากริดสตาร์ตที่ 8 มาครอง

เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม รัฐพงษ์ เสียจังหวะในการออกตัวก่อนจะตกลงไปสู้ในกลุ่มกลางอย่างสุดมัน ก่อนกอบกู้สถานการณ์บิดคว้าอันดับ 12 มาครอง ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะอย่าง เฮลมี อัซมาน นักบิดมาเลเซีย 17.322 วินาที เก็บแต้มจากเรซสุดหินมาครองได้สำเร็จ
ผ่านเรซแรกในวันเสาร์ “โฟลท” รัฐพงษ์ เดินหน้าเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่อง รั้งอันดับ 6 บนตารางคะแนนสะสม มีทั้งสิ้น 53 คะแนน ก่อนจะดวลความเร็วเรซ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคมนี้ 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง

Honda CBR1000RR-R ประกาศความยิ่งใหญ่ครองแชมป์ 2 ปีซ้อน พร้อมเหมาโพเดียม “ชิพ-นครินทร์” ร่วม Honda Asia-Dream Racing with SHOWA ทีม คว้า Top 8 Suzuka 8 Hours ครั้งที่ 44

Honda CBR1000RR-R ประกาศความยิ่งใหญ่ ครองแชมป์เหมาโพเดียมทั้งสามอันดับในศึกทรหดในตำนานอย่าง Suzuka 8 Hours ครั้งที่ 44 ด้าน “ชิพ” นครินทร์ ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนไทยเข้าร่วม ลงแข่งขันในภายใต้ทีม Honda Asia-Dream Racing with SHOWA ด้วยตัวแข่ง CBR1000RR-R สร้างผลงานทะลุเป้า ร่วมกับทีมเมทเอเชียอย่าง โมฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซีย และ แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์ นักบิดอินโดนีเซีย โดย CBR1000RR-R หมายเลข 88 ก่อนที่จะคว้าอันดับที่ 8 มาครองได้สำเร็จ หลังจากที่ต่อสู้กันอย่างยาวนานถึง 8 ชั่วโมงเต็มในการแข่งขันศึกสองล้อในตำนานอย่าง Suzuka 8 Hours ครั้งที่ 44 ที่สนามซูซูกะ ประเทศญี่ปุ่น
“ชิพ-นครินทร์” ลงสนามด้วยการทำหน้าที่เป็นนักแข่งปลอกแขนสีแดง ซึ่งรับช่วงต่อจาก โมฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้ ปลอกแขนสีน้ำเงิน และ แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์ ปลอกแขนสีเหลือง โดยมีบทบาทสำคัญอย่างมากกับผลงานของทีม ซึ่งการลงครั้งแรกขณะเข้าชั่วโมงที่ 3 “ชิพ-นครินทร์” และรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ได้ขยับจากอันดับที่ 13 มาถึงอันดับที่ 8 จากการต่อสู้กับนักแข่งระดับท็อปของโลกที่มาจากรายการ เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ, ซูเปอร์ไบค์เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ และโมโตจีพี หลายคน นับเป็นการข้ามขีดจำกัด ยกระดับผลงานการทำงานของทีมอย่างยอดเยี่ยม จากฤดูกาลที่แล้วที่คว้าอันดับที่ 11 และสูงกว่าตั้งเป้าหมายในการแข่งขันฤดูกาลนี้ที่วางไว้ที่ท็อป 10 ได้สำเร็จ
นอกจากนั้น ฮอนด้า CBR1000RR-R ยังตอกย้ำศักยภาพที่เหนือกว่าคู่แข่ง ด้วยการครองแชมป์ 2 ปีซ้อน และ เหมาโพเดียม เมื่อทีม Team HRC with Japan Post หมายเลข 33 คว้าชัยชนะในการแข่งขัน Suzuka 8 Hours ครั้งนี้ไปครอง ทำระยะทางตลอดการแข่งขัน 8 ชั่วโมงได้ถึง 216 รอบ ตามมาด้วยทีม TOHO Racing หมายเลข 104 ในอันดับที่ 2 และทีม SDG Honda Racing หมายเลข 73 ในอันดับ 3 ตามลำดับ
นอกจากผลงานล่าสุดใน Suzuka 8 Hours แล้ว “ชิพ-นครินทร์” ยังสร้างผลงานอันสุดแข่งแกร่งในรายการระดับท็อปของประเทศไทยและเอเชียกับยอดรถแข่ง Honda CBR Series หมายเลข 41 ด้วยการนำเป็นจ่าฝูงในตารางคะแนนสะสมรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี1โปร รายการ OR BRIC Superbike 2023 ด้วยตัวแข่ง Honda CBR1000RR-R และทำผลงานรั้งกลุ่มนำลุ้นโพเดียมอย่างต่อเนื่องในการแข่งขัน Asia Road Racing Championship 2023 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) ด้วยตัวแข่ง Honda CBR600RR
แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” รวมถึงส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

“ยามาฮ่า” รับงานหิน “ซิลเวอร์สโตน” ลั่นทำงานหนักลุ้นเมนเรซ

“มอนสเตอร์ ยามาฮ่า” ยอดทีมในศึก โมโตจีพี ต้องเจองานสุดหินในศึก บริติช กรังด์ปรีซ์ หลังผ่าน “สปรินต์” ที่ยากลำบาก ขณะ มัสซิโม เมเรกัลลี ผู้อำนวยการทีมยืนยันพร้อมทำงานหนักเพื่อยกระดับความเร็วสำหรับเมนเรซ ลุ้นคัมแบ็กสู่กลุ่มหน้าวันอาทิตย์นี้ที่ ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต

ศึก โมโตจีพี 2023 สนาม 9 รายการ บริติช กรังด์ปรีซ์ ผ่านการแข่งขันรอบ “สปรินต์” เมื่อวันเสาร์ที่ 5 สิงหาคมนี้ ที่ ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต สหราชอาณาจักร ภายใต้สภาพอากาศแปรปรวนหลังจากที่มีฝนตกลงมาตลอดทั้งวันเกมในรอบ “โมโตจีพี สปรินต์” สนามนี้ดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม โดย ฟรานโก มอร์บิเดลลี นักบิดอิตาเลียนหมายเลข 21 จาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 11 ขณะที่ทีมเมทชาวฝรั่งเศสอย่าง ฟาบิโอ กวาร์ตาราโรเจอปัญหากับรถแข่งคู่ใจหมายเลข 20 ต้องออกตัวจากกริดสุดท้าย
จากจังหวะออกตัวที่ไม่ดีนัก ส่งผลให้ มอร์บิเดลลี เสียตำแหน่งในช่วงต้นเรซ ก่อนตีตื้นขึ้นมาคว้าอันดับ 15 ตามหลังผู้ชนะ 27.191 วินาที ส่วน กวาร์ตาราโร ยังเจอปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทำได้ดีที่สุดเพียงพารถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 21 ตามหลังผู้ชนะ 30.326 วินาที มัสซิโม เมเรกัลลี ผู้อำนวยการ มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่ช่วงเช้าเรารู้ทันทีว่ากำลังต้องเจองานที่ยากสุดๆ แฟรงกี้ มีฟีลลิ่งที่ดีบนแทร็กเปียก ศักยภาพของเขาใน Q1 น่าประทับใจมาก นั่นทำให้เราผ่านเข้าไปคว้ากริดที่ 11 แต่น่าเสียดายที่เขาเสียการควบคุมในช่วงออกตัว มันเป็น สปรินต์ ที่ไม่เป็นไปในแบบที่เราหวัง”
“สำหรับ ฟาบิโอ มันคือวันที่เขาต้องลืม เขาไม่สามารถค้นหาฟีลลิ่งที่ดีได้เลย มาพลาดล้มในรอบ Q1 ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ก็ทำให้เขาต้องออกตัวจากกริดสุดท้าย โดยในรอบสปรินต์เขารู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย แต่มันยังไม่พอ ดังนั้นเราจึงมีงานหนักที่ต้องทำเพื่อเมนเรซในวันอาทิตย์”ทั้งนี้ ศึก บริติช กรังด์ปรีซ์ จะดวลความเร็วรอบไฟนอลในวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคมนี้ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง SPOTV และ PPTVHD36

“ก้อง-สมเกียรติ” ฝ่าฝนซิวกริดแถว 5 ลุ้นล่าแต้ม โมโตทู สนาม 9 วันอาทิตย์นี้

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” เจองานสุดท้าทายหลังฝ่าฝนคว้ากริดแถวที่ 5 ในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 9 ที่ สหราชอาณาจักร เจ้าตัวหวังเก็บแต้มให้มากที่สุดกับงานหินในสุดสัปดาห์นี้ ที่ ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต

โดยก่อนเริ่มต้นโปรแกรมในวันเสาร์ ปรากฏว่ามีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เป็นงานยากสำหรับนักบิดทุกคน โดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยหมายเลข 35 จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่ผ่านเข้าสู่รอบ Q2 แบบอัตโนมัติ พยายามอย่างหนักในการล่ากริดกลุ่มหน้า ก่อนจะคว้าอันดับ 15 มาครองด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 19.316 วินาที และจะได้เริ่มเกมจากแถวที่ 5 ในการไล่ล่าแต้มในสุดสัปดาห์นี้

ส่วนผลการแข่งในรอบ “โมโตจีพี สปรินต์” ปรากฏว่า โจอัน เมียร์ นักบิดสแปนิชหมายเลข 36 จาก เรปโซล ฮอนด้า คัมแบ็กกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง ก่อนจะคว้าอันดับ 17 ไปครอง ตามด้วยทีมเมทอย่าง มาร์ค มาร์เกซ เจ้าของหมายเลข 93 ในอันดับ 18 ขณะที่ ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่นหมายเลข 30 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า จบเรซในอันดับ 20 ตามด้วยทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง อิเคร์ เลกัวน่า หมายเลข 27 ในอันดับ 22

ทั้งนี้ “ก้อง” สมเกียรติ มีคิวดวลความเร็ว โมโตทู รอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคมนี้ 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านั้นในเวลา 19.00 น. จะเป็นการแข่งขันในรุ่น โมโตจีพี ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 และ True Visions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา พร้อมส่งกำลังใจเชียร์ยอดนักบิดไทยในศึก โมโตจีพี รุ่นโมโตทู ตลอดทั้งฤดูกาล 2023 และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH