







นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า และวางแผนการตลาด คณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักแข่งในสังกัดยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ถ่ายภาพร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิจ นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ บริษัท บุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด และนายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ และกีฬามวย ในงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชียในรายการ เอฟไอเอ็ม เอเชีย โร้ดเรซซิง แชมเปียนชิพ 2024

โดยในปีนี้ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ส่ง 2 นักแข่งชั้นนำลงทำการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้วยรถแข่ง YAMAHA YZF-R6 นำโดย “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ดีกรีแชมป์เอเชียในรุ่น 600 ซีซี พร้อมด้วย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ดีกรีแชมป์เอเชียรุ่น 250 ซีซี ที่ในปีนี้ไทยยามาฮ่า ได้ส่งลงทำการแข่งขันในสังกัดทีม ยามาฮ่า เทคเน่ ทีมอาเซียน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม พร้อมด้วย ยามาฮ่า มอเตอร์ และพันธมิตรอย่าง ยามาฮ่าทีม อาเซียน

“ยศ-ภานุพงศ์” หมายเลข 1 ควบ Honda CRF250R โชว์ความแข็งแกร่งเหนือคู่แข่งในการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2024 เปิดฤดูกาล ทะยานคว้าชัยชนะแบบเหนือชั้น เก็บคะแนนสะสมชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 1 ในรุ่นท็อปสุดของรายการอย่าง MX250-A ขณะที่ “อินทรีแซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ยอดนักบิดแชมป์ประเทศไทย 4 สมัย หมายเลข 17 สามารถกลับขึ้นมาจากการพลาดล้ม จบในอันดับที่ 5 ส่งผลให้ฮอนด้าคว้าดับโพเดียม ณ สนามวังน้อยโมโตครอส แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา



สำหรับการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2024 สนามแรก มีคิวดวลกัน 20 นาทีกับอีก 2 รอบสนาม นักแข่ง Honda Race To The Champion “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ หมายเลข 1 บิดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF250R หมายเลข 1 สังกัดทีม Honda ส.จ.โก๋ DRTC IDEMITSU WRC Singha ออกสตาร์ตจากที่ 6 บิดขึ้นเป็นผู้นำในต้นเกมพร้อมคว้าชัยชนะแบบม้วนเดียวจบ ขณะที่ “อินทรีแซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัย สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor Racing สวมหัวใจนักสู้บิด Honda CRF250R หมายเลข 17 ออกสตาร์ตจากที่ 5 โดยมีจังหวะรถแข่งปะทะกันและล้มลงในโค้งแรก ก่อนลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งไล่ล่าขึ้นมาคว้าท็อป 5 ได้สำเร็จ ยืนโพเดียมได้สำเร็จแบบได้ใจกองเชียร์ ณ สนามวังน้อยโมโตครอส จ.สระบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา




ทั้งนี้การแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2024 สนามที่ 2 จะดวลกันอีกครั้งในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ณ สนามเสี่ยน้องสิงห์สองฝั่ง จ.มุกดาหาร แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” รวมถึงส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ฉลองครบรอบ 60 ปี ที่ยืนหยัดในการผลิตสินค้าคุณภาพ และอยู่คู่กับคนไทย ด้วยการส่งรถจักรยานยนต์ออโตเมติกโมเดลระดับตำนานอย่าง “ฟีโน่” ออกวางจำหน่ายในโอกาสสุดพิเศษนี้ นั่นคือ “YAMAHA FINO FINAL EDITION” ต้นกำเนิดแห่งรถออโตเมติกแฟชั่นจากยามาฮ่า ความคลาสสิกร่วมสมัยที่ครองใจคนไทยมา กว่า 18 ปี ที่ผลิตออกมาจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง 999 คัน ทรงคุณค่าด้วยโลโก้ Emblem สีทอง และเพลทระบุหมายเลขจำกัดเฉพาะแต่ละคันที่ผลิต เพิ่มความพิเศษอีกระดับด้วยหมวกกันน็อกลายพิเศษ และมั่นใจในการรับประกันมากกว่า ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร





“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี สองนักบิดจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” พร้อมลุยศึกระดับ “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ในรายการรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ในรุ่น โมโตทู และ โมโตทรี แบบเต็มฤดูกาล เพื่อสานฝันตาม โรด แมป “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อคืนวานที่ผ่านมา โดย “ก้อง-สมเกียรติ” ยอดนักบิดขวัญใจชาวไทยระดับ เวิลด์คลาส หมายเลข 35 ลั่นพร้อมแล้วสำหรับการเดินหน้าสู่เป้าหมายท็อป 3 ของโลก เพื่อสร้างสถิติที่ดีที่สุดของนักแข่งไทย ฝากขอกำลังใจจากแฟนๆ ชาวไทย ช่วยส่งแรงเชียร์ ด้าน “ก๊องส์-ธัชกร” นักบิดดาวรุ่ง หมายเลข 5 ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ในระดับ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตทรี แบบเต็มฤดูกาลเป็นปีแรก เจ้าตัวหวังเก็บแต้มให้ได้ในทุกสนาม โดยมีเป้าหมายท็อป 10





นายจิรภัทร สายเพชร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และสนับสนุนการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบรางวัลรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO มูลค่า 53,800 บาท ให้แก่ นายญฐ์ชญา ฟ้ากลาง ผู้โชคดีผ่านแคมเปญ Tiktok Challenge คลิปสุดแฮปปี้ เต้นดีเต้นถูกใจรับ YAMAHA FAZZIO จำนวน 1 รางวัล นอกจากนี้ยังมีรางวัลบัตรน้ำมันมูลค่า 500 บาท จำนวน 100 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลรวมทั้งสิ้น 103,800 บาทโดยกิจกรรมนี้ได้จัดเพื่อเป็นการตอกย้ำ ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ และตอกย้ำการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ในรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี ทุกรุ่น โดยแคมเปญนี้ได้มีขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 30 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ผ่านช่องทาง Tiktok ซึ่งมีผู้ร่วมสนุกและส่งผลงานชาเล้นจ์ เข้ามาเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม และลุ้นรางวัลจากยามาฮ่า สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ FACEBOOK : YAMAHA SOCIETY THAILAND และ TIKTOK : YAMAHA SOCIETY THAILAND



โดยการมอบรางวัลในครั้งนี้มีขึ้น ณ สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRA) เมื่อเร็วๆ นี้
ยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R พร้อมด้วย 2 นักบิด Team HRC อย่าง “ทิม ไกจ์เซอร์” และ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” โชว์ศักยภาพที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้ในการแข่งขัน อินเตอร์เนชั่นแนล เด อิตาเลี่ยน สนามสุดท้ายของรายการพรีซีซั่น โดยคว้าแชมป์ไปครองด้วยผลงานอันสุดดุเดือด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


เริ่มต้นการแข่งขันเรซที่ 1 “ทิม ไกจ์เซอร์” เดินเกมได้อย่างร้อนแรงด้วยรถแข่ง หมายเลข 243 คว้าโฮลด์ช็อต พร้อมบิดคว้าชัยชนะมาครอบครอง ขณะที่ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” หมายเลข 70 อยู่โพเดียมในอันดับที่ 3 ในเรซที่ 2 สองคู่หู HRC ออกตัวได้อย่างดุเดือดก่อนมีจังหวะปะทะกันเอง ทำให้ “ทิม ไกจ์เซอร์” หล่นไปกลุ่มท้าย ก่อนที่จะไล่มาจบในอันดับที่ 2 ได้สำเร็จด้วยการแซงในรอบสุดท้าย และ“รูเบน เฟอร์นานเดซ” จบอันดับที่ 4

ผลการแข่งขันทำให้คะแนนรวม “ทิม ไกจ์เซอร์” คว้าแชมป์รายการ อินเตอร์เนชั่นแนล เด อิตาเลี่ยน ไปครอง ขณะที่ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” รั้งอันดับที่ 3 โดยการแข่งขันรายการหลักอย่าง MXGP2024 จะเปิดซีชั่นสนามแรกกันที่ประเทศอาเจนติน่า ในวัน 10 มีนาคมนี้
ร. อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เป็นตัวแทนรับมอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จาก พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ระดับชาติ ครั้งที่ 32

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร มร.ฮิเดฮิโกะ ทาคากิ รองประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า และวางแผนการตลาด พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง และนักแข่งในสังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ถ่ายภาพร่วมกับ คุณนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย นายไกรทศ วงษ์สวรรค์ อุปนายกสมาคมสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ ผู้อำนวยการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะผู้สนับสนุนยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ในงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมแข่งประจำฤดูกาล 2024




โดยในปีนี้ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ยังคงเดินหน้าส่งเด็กไทยลุยศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ ในรายการ เวิลด์ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 รุ่น เวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี โดยมี ตี อนุภาพ ซามูล และ ไอเดีย กฤตภัทร เขื่อนคำ ลงทำการแข่งขันด้วยรถแข่ง YAMAHA YZF-R6 ส่วนในรายการ เอฟไอเอ็ม เอเชีย โร้ดเรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ตั้งเป้าทวงคืนบังลังก์ความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการส่ง โฟลท รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ดีกรีแชมป์เอเชียรุ่น 600 ลงทำการแข่งขัน พร้อมด้วย แสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ดีกรีแชมป์รุ่น 250 ลงทำการแข่งขันในสังกัดยามาฮ่า เทคเน่ ทีมอาเซียน พร้อมกันนี้ยามาฮ่ายังได้ส่งดาวรุ่ง เติ้ล วรพรต ทองดอนเหมือน ลุยศึก ยามาฮ่า อาร์ 3 บลูครู เอฟไอเอ็ม เวิลด์คัพ 2024 เพื่อเปิดประสบการณ์ และพัฒนานักบิดดาวรุ่งไทยในการแข่งขันในเกมระดับประเทศ เพื่อเป็นบันไดขั้นแรกในการก้าวสู่เวทีระดับสากลต่อไปในอนาคต



โดยการแถลงข่าวเปิดตัวทีมแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม 2024 จัดขึ้น ณ ห้องออดิทอเรียม สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRA) เมื่อเร็วๆ นี้
นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นางสาวบัวทิพย์ จันทร์ดำรงกุล ผู้จัดการใหญ่ด้านการเงิน นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธน์ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้าและการตลาด นายอัตถากรณ์ สิงห์น้อย รองผู้จัดการใหญ่ด้านการผลิต และนายจิรภัทร สายเพชร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันกับมิลลิ ทิลลี่เบิร์ด และเปเปอร์เพลน ในการเปิดกิจกรรม YAMAHA Best Automatic Fashion Festival 2024 รวมพลคนรักยามาฮ่า ออโตเมติก แฟชั่น


โดยภายในงานมีกิจกรรม และเกมสุดมันมากมาย พร้อมการประกวด Random Dance ประกวดเต้นสุดชิค Fashion Ride On Contest ประกวดการแต่งกายคู่กับรถคู่ใจ พรัอมกับ Art Piece BFF ที่เนรมิตผลงานโดย โก๋เอ็ม บุดดาเบลส นายกิตติพงษ์ คำศาสตร์ จุดถ่ายรูปเช็กอินสุดเก๋ พร้อมเกม และกิจกรรมให้ร่วมสนุกพร้อมของรับของรางวัลอย่างมากมาย



พร้อมกันนี้ยังมีบูธจำหน่ายรถจักรยานยนต์จากร้านรุ่งโรจน์มหานคร นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกของยามาฮ่ามาร่วมออกบูธพร้อมโปรโมชันพิเศษภายในงาน บูธเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ยามาลู้ป พร้อมบูธพันธมิตรทางการค้าหมวกกันน็อก INDEX ร้านจำหน่ายไฟหน้าและชุดโคมโปรเจคเตอร์ Sunbeam และ Asaki นำอุปกรณ์ไอทีมาร่วมจัดจำหน่าย




ช่วงเดือนที่ผ่านมา BMW Motorrad เดินหน้าส่งรถปี่พร้อมจำหน่ายในปี2023นี้ทยอยออกมาตามแพลนที่วางไว้ แม้จะเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีแล้วก็ตาม หนึ่งในซีรี่ส์ล่าสุดที่เป็นรถในระดับพรีเมี่ยม แต่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องยต์ขนาดกลางหรือมิดเดิลเวทคลาส ซึ่งระบุมาในเอกสารประชาสัมพันธ์ว่าเป็น The new premium mid-range touring enduros แถมชี้ชัดเจนว่ามันคือตัวลุยสายทัวริ่งกึ่งเอ็นดูโร่ ซึ่งจัดส่งไลน์อัพออกมาเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าพิจารณาเพื่อหาครอบครองด้วยกันสามรุ่น คือ The new F900GS ; F900GS Adventure และตัวที่จัดวางไว้สำหรับเป็นตัวเริ่มต้นสำหรับผู้ขับขี่ระดับentry-level ridersหรือมือใหม่ที่จะหันมาลองสัมผัสประสบการสายนี้ด้วยรุ่น F800GS นั่นเอง อย่างไรก็ตามเราคงของพูดถึงรวมๆเพียงแค่ซีรีส์900 โดยเป้าหมายในการส่ง F 900 GS, F 900 GS Adventure ออกมาสู่ตลาดในคราวนี้ทาง BMW Motorrad มุ่งเน้นที่จะช่วยส่งเสริมกลุ่มผลิตภัณฑ์รถในกลุ่ม enduro สายทัวริ่ง ด้วยเครื่องยนต์สำหรับรถในพิกัดระดับกลางอย่างมีนัยสำคัญ แม้แต่ในรุ่นเล็กสุดอย่างก็ถูกเข็นพ่วงตามมาด้วยรุ่น F 800 GS ใหม่ที่ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดที่จะเป็นมอเตอร์ไซค์ในอุดมคติสำหรับผู้ขับขี่ระดับเริ่มต้น ที่เป็นตัวเลือกสำหรับมือใหม่ที่อาจจะลังเลกับพิกัด900 นั่นเอง



โดยในรุ่น BMW F 900 GS Adventure เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางผจญภัยระยะยาวและความต้องการที่จะตอบสนองผู้ขับขี่ที่มีความต้องการอย่างแรงกล้าต่อการเดินทางระยะไกลโดยเฉพาะ ทั้งสามรุ่นที่ออกมาพร้อมกันนี้ต่างได้รับการอัปเดตอย่างมี และยังมีอุปกรณ์มาตรฐานในระดับที่สูงขึ้น ในขณะที่ F900GSจะมีความโดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่มีขีดความสามารถในการตอบสนองที่กว้างขวางมากมาย ขอบเขตการใช้งานของรถจักรยานยนต์ที่ได้รับการขยายคุณสมบัติการตอบสนองการขับขี่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยคุณภาพศักยภาพในการใช้งานบนทางออฟโรดที่ระบุว่าได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมกับน้ำหนักของตัวรถที่ลดลงอย่างมากถึง 14 กก. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้เป็นรุ่น F Series ที่มีความเป็นสปอร์ตยิ่งขึ้น แหล่งพลังขับเคลื่อนของรถอาศัยขุมพลังด้วยเครื่องยนต์อินไลน์ 2 สูบ 2cylinder in-line engine ที่มีปริมาตรความจุของเครื่องยนต์ที่กำลังพอดี ให้กำลังขับมากขึ้น รวมทั้งประสิทธิภาพการควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ที่ดี


ใน F 900 GS, F 900 GS Adventure และ F 800 GS เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ส่งออกมาสู่ดีลเลอร์ในปัจจุบันนี้ ใช้พื้นฐานจากเครื่องยนต์อินไลน์ 2 สูบที่เปิดตัวในปี 2018 ที่ในเวลานั้นส่งออกมาพร้อมด้วย F 850 GS ที่ช่วยเพิ่มไดนามิกในการขับขี่สามารถตอบสนงความต้องการใช้งานที่หลากหลาย สาเหตุของความยอดเยี่ยมในด้านประสิทธิภาพหลักๆก็มาจากความจุที่เพิ่มขึ้นเป็น 895 ซีซี จากพื้นฐานเดิม 853 ซีซี) พร้อมกับการตั้งค่ากำหนดองศาการจุดระบิดไว้ที่ 270/450 องศา ส่งผลให้เครื่องยนต์ตัวนี้เสียงที่แผดออกมาได้ถึงอารมณ์หรือฟิลลิ่งในการขับขี่ที่มีความเป็นพิเศษ ในส่วนของสมรรถนะเครื่องยนต์ของ F 900 GS และ F 900 GS Adventure จะให้พลังขับเคลื่อนออกมาโดยพวกเขาระบุว่าจะให้กำลัง 77 kW (105 แรงม้า) และในรุ่น F 800 GS จะให้กำลัง64 kW(87 แรงม้า) ที่เห็นได้ว่ามีการเพิ่มกำลังสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญให้กับการอัพเดทล่าสุดนี้ที่ 10 แรงม้า นอกจากนั้นเครื่องยนต์ใหม่ยังมีลักษณะเฉพาะเมื่อพิจารณาข้อมูลจากกราฟข้อมูลสเปคเครื่องยนต์จะเห็นถึงเส้นโค้งแรงบิดที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกำลังการแรงบิดที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับอัตราการเร่งความเร็วที่เร็วขึ้นกว่าเดิม จากคำบอกดังกล่าวนี้สามารถชี้ชัดได้ว่าเวอร์ชั่นล่าสุดของรถทั้งสามรุ่นนี้มีการตอบสนองคันเร่งที่ดียิ่งขึ้น หรืออาจบอกได้ว่ามันจะเป็นรถที่ขี่สนุกมากขึ้นนั่นเอง


มีการติดตั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ได้แก่ ABS Pro และ DTC ที่จะให้มาเป็นมาตรฐานจากโรงงาน โดยในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้โหมดการขี่ Pro จะมาพร้อมโหมดการขี่ที่เพิ่มเติมมาให้ สามารถทำการการเลือกโหมดการขี่ล่วงหน้า และในส่วนของการควบคุมหรือปรับเซทค่าแรงบิดของเครื่องยนต์หรือ engine drag torque control นั้นจะเป็นอ็อพชั่นเสริมไว้ให้เลือกติดตั้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามสำหรับรหัสรุ่น GS ใหม่ในซีรีส์ F จะมีโหมดการขี่สองโหมดคือ “Rain” กับ “Road” ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
มาลองไล่ดูดีเทลเล็กๆน้อยๆที่ทางค่ายเยอรมันอัพเดทให้รถเอ็นดูโร่ทัวริ่งขนาดมิดเดิลเวทกันบ้าง อย่างในส่วนของBMW F 900 GS จะมาพร้อมถังเชื้อเพลิงพลาสติกใหม่ที่เบากว่าอย่างเห็นได้ชัดและส่วนระบบกันสะเทือนที่จะมาแบบปรับได้เต็มระบบด้วย โช้คอัพแบบกลับหัวกลับที่ปรับได้เต็มที่แบบใหม่ fully adjustable upside-down telescopic forksที่ใช้ทั้งในรุ่น F900GSและF900 GS Adventure


ขณะที่ชิ้นส่วนของโครงสร้างแชสซีส์นั้น ทั้ง F 900 GS, F 900 GS Adventure และ F 800 GS ใหม่ต่างก็ใช้เฟรมแบบบริดจ์bridge-type frame ที่ทำจากชิ้นส่วนเหล็กแผ่นเชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้กรรมวิธี deep-drawn sheet steel parts welded together ซึ่งรวมกับส่วนของเครื่องยนต์อินไลน์ 2 สูบที่ได้รับการออกแบบจัดวางจนนำมาเป็นองค์ประกอบรองรับร่วมกับโครงสร้างแชสซีส์อีกด้วย ถังเชื้อเพลิงพลาสติกขนาด 14.5 ลิตรของ F 900 GS ใหม่เป็นการพัฒนาใหม่ทั้งหมดซึ่งช่วยลดน้ำหนักได้ 4.5 กก. เมื่อเทียบกับถังเหล็กของรุ่นก่อนหน้า F 900 GS จะสังเกตุได้ว่าจะมีส่วนท้ายของชิ้นส่วนที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งทำให้ดูสรีระของชิ้นส่วนถังน้ำมันนี้ดูคล่องตัวยิ่งขึ้น และยังสามารถช่วยลดน้ำหนักของชิ้นส่วนถังโดยรวมได้ประมาณ 2.4 กก. นอกจากนี้น้ำหนักรวมของตัวรถยังสามารถลดเพิ่มได้อีก 1.7 กก. ด้วยผลมาจากชิ้นส่วนของท่อเก็บเสียงด้านหลังที่พัฒนามาโดย Akrapovic


สำหรับ The new F 900 GS ตามที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า เน้นคุณสมบัติการตอบสนองการขับขี่ในแบบออฟโรดมากยิ่งขึ้น ด้วยอ็อพชั่นเพิ่มเติมที่จัดอยู่ในอุปกรณ์เสริม the optional equipment ซึ่งก็คือ Enduro Pro package ที่จะทำงานร่วมกับ fully adjustable titanium nitride-coated upside-down telescopic forks, fully adjustable central spring strut รวมถึง handlebar risers และโซ่ M Endurance ในขณะที่ส่วนของ The Dynamic ESA (Electronic Suspension Adjustment) หรือระบบกันสะเทือนไฟฟ้านั้นจะมีให้เลือกใช้เป็นอ็อพชั่นเสริมสำหรับthe new F 900 GS Adventure และ F 800 GS ที่ผู้ขับขี่สามารถจ่ายเพิ่มเพื่อที่จะติดตั้งเพิ่มเติมได้เช่นกัน
สำหรับ BMW F 900 GS ที่เน้นฟิลลิ่งความเป็นสปอร์ตมากขึ้นเพื่อให้ได้ความสนุกสนานในการขับขี่ยิ่งขึ้นมันจึงได้รับการคำนวณตำแหน่งท่าทางการขับขี่ที่มาพร้อมหลักสรีรศาสตร์เพื่อปรับให้มีความเหมาะกับการใช้งานแบบออฟโรด เช่นเดียวกับชิ้นส่วนของที่พักเท้าเป็นแบบ Enduro และขาตั้งด้านข้างอะลูมิเนียม คันเกียร์แบบปรับได้ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับท่าทางจัดวางตำแหน่งขับขี่