ไทยฮอนด้า คว้า 2 รางวัล จากเวที The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter ตอกย้ำความแข็งแกร่งและศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเวทีระดับเอเชีย

บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย ด้วยการคว้า 2 รางวัลจากเวทีประกาศรางวัลยานยนต์ระดับภูมิภาค “The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter (AAA)” สะท้อนความสำเร็จทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีขององค์กรในระดับภูมิภาค ในส่วนของรางวัล Automotive Icon of the Year Award มอบให้แก่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักแข่งรถจักรยานยนต์ชาวไทยผู้สร้างประวัติศาสตร์ในศึก MotoGP ในฐานะนักแข่งไทยคนแรกบนเวทีระดับโลก นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย และเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างสมศักดิ์ศรีสำหรับรางวัลในปีนี้ ตลอดจนบทบาทสำคัญในการยกระดับชื่อเสียงของประเทศไทย สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักแข่งรุ่นใหม่ และช่วยผลักดันวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตของเอเชียให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน ไทยฮอนด้าได้รับรางวัล Automotive Performance Technology Integration Excellence Award ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยียานยนต์ และคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ (Brand Strength) การยอมรับของผู้บริโภคในตลาด (Market Adoption) นวัตกรรมและเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) คุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ (Product Quality) รวมถึงการดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) การรับรางวัลครั้งนี้ได้รับเกียรติโดย ดร. อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้รับมอบรางวัล พร้อมด้วยการรวมตัวของผู้บริหารระดับสูงจากอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วภูมิภาคเอเชีย ณ เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อเร็ว ๆ นี้
งานประกาศรางวัล The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter นับเป็นครั้งแรกที่เวทีอันทรงเกียรติของอุตสาหกรรมยานยนต์เอเชียได้จัดขึ้นในประเทศไทย หลังจากจัดงานในประเทศมาเลเซียมาอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ASIAAUTO VENTURE SDN BHD (MOTONATION) ประเทศมาเลเซีย และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมการสนับสนุนจาก สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) และสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) เวทีแห่งนี้ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค ครอบคลุมมากกว่า 11 สาขารางวัล อาทิ นวัตกรรม ความยั่งยืน มอเตอร์สปอร์ต ผลิตภัณฑ์หลังการขาย และความเป็นผู้นำ ซึ่งพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศอย่างเข้มข้นและโปร่งใส
การคว้า 2 รางวัล ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ตอกย้ำบทบาทผู้นำของแบรนด์ไทยฮอนด้าในเวทีระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง

#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

ฮอนด้าคว้าดับเบิ้ลโพเดียมสเตจสุดท้าย แรลลี่ดาร์กาสนามแรกที่ซาอุฯ “ริกกี้ บราเบค” บิด Honda CRF450 RALLY ขับเคี่ยวอย่างเข้มข้นในเกมส์ประวัติศาสตร์โลก

สุดยอดรถแข่งแรลลี่ Honda CRF450 RALLY และทัพนักบิดฮอนด้าจาก Monster Energy Honda HRC โชว์ศักยภาพการแข่งขัน ต่อสู้และสร้างผลงานในหัวแถวได้อย่างต่อเนื่อง ในศึกแรลลี่ดาการ์ 2026 สนามแรก ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่ดวลกันอย่างท้าทายถึง 13 สเตจในระหว่างวันที่ 3 – 17 มกราคม 2569 โดยผลงาน 12 สเตจแรกนักแข่งฮอนด้าอย่าง “ริกกี้ บราเบค” และรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 9 คว้าชัยชนะพร้อมทำผลงานเป็นผู้นำในตารางเวลา ก่อนที่จะดวลสเตจที่ 13 เป็นสเตจตัดสิน โดยมีระยะทาง 105 กิโลเมตร แต่ต้องผ่านหุบเขาที่ท้าทายทั้งการขับขี่ สมรรถนะของรถแข่งและการนำทางที่แม่นยำ

บราเบค เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งรู้ดีว่าสเตจนี้คือความแม่นยำของเส้นทางที่เป็นตัวแปรสำคัญ แม้ว่าสุดยอดการขับขี่ของเขาและรถแข่ง Honda CRF450 RALLY จะทำผลงานได้อย่างดีและสม่ำเสมอเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม แต่ช่วง 7 กิโลเมตรสุดท้าย เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนำเส้นทางที่ถูกต้อง เวลาที่ทำมาอย่างแข็งแกร่งและทิ้งห่างนั้น ต้องพลาดการคว้าชัยชนะไปอย่างเสียดายด้วยการหล่นลงมาถึงอันดับที่ 8 ในสเตจนี้ โดยมี “โทซ่า ซาเรียน่า” ทำผลงานด้วยการบิด Honda CRF450 RALLY หมายเลข 68 คว้าท็อป 3 มาครอง

เหตุการณ์ดราม่าใน 7 กิโลเมตรสุดท้ายส่งผลต่อตารางเวลารวมของสนามนี้ ทำให้ “ริกกี้ บราเบค” พลาดโอกาสที่จะเป็นแชมป์แรลลี่ ดาร์กา 2026 สนามเปิดฤดูกาลไปเพียง 2 วินาทีเท่านั้น โดยคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 มาครอง และ

“โทซ่า ซาเรียน่า” เพื่อนร่วมทีมคว้าอันดับที่ 3 มาครอง ซึ่งได้ตอกย้ำสมรรถนะของรถแข่ง Honda CRF450 RALLY และการทำงานของฮอนด้าทีม ว่ามีความแข็งแกร่งและยอดเยี่ยมอย่างมากในการแข่งขัน และตั้งเป้ากลับมาลุ้นแชมป์ในการแข่งขันสนามที่ 2 ต่อไป

ทางด้านของรุกกี้จากทีม Monster Energy Honda HRC Rally2 แสดงผลงานในระดับหัวแถวได้อย่างต่อเนื่องเช่นกันกับการแข่งขันศึกสุดโหดนี้ พาเหรดคว้าโพเดียมโดยอันดับที่ 2 จาก “มาร์ติน เวนทูร่า” กับ Honda CRF450 RALLY หมายเลข 84 อันดับที่ 3 โดย “แคมป์เบลล์ เพรสตัน” หมายเลข 85 ขณะที่ผลงานรวมของการแข่งขันสนามที่ 1 นั้น ฮอนด้ายกทัพขึ้นโพเดียมด้วยจาก “แคมป์เบลล์ เพรสตัน” คว้าอันดับที่ 2 และ “มาร์ติน เวนทูร่า” ทำผลงานคว้าอันดับที่ 3

 

ขณะที่ศึก แรลลี่ดาการ์ 2026 สนามที่ 2 จะกลับมาดวลกันอีกครั้งในรายการบีพี อัลติเมท แรลลี่ เรด โปรตุเกส (BP Ultimate Rally Raid Portugal) ระหว่างวันที่ 17 – 22 มีนาคม 2569 ที่ประเทศโปรตุเกส

#DakarRally #CRF450 #HondaMotorcycle #HRC #MonsterEnergyHondaTeam

Harley-Davidson เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2026 ในตระกูล Grand American Touring และ Custom Vehicle Operation™ พร้อมเผยโฉม Enthusiast Collection – Liberty Edition รุ่นพิเศษร่วมเฉลิมฉลอง 250 ปีแห่งการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา

 Harley-Davidson เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ใหม่ 7 รุ่นในประเทศไทย เสริมทัพผลิตภัณฑ์ประจำปี 2026 ผ่านเว็บไซต์ H-D.com พร้อมเผยแพร่วิดีโอแนะนำมอเตอร์ไซค์ใหม่ “Model Year 2026 Reveal – Chapter Two – January 14th” ทางช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของแบรนด์

ไฮไลต์ของการเปิดตัวครั้งนี้ ได้แก่ Street Glide® Limited และ Road Glide® Limited ซึ่งต่อยอดความก้าวหน้าของแพลตฟอร์ม Harley-Davidson® Grand American Touring นอกจากนี้ ยังมี Enthusiast Collection – Liberty Edition รุ่นพิเศษจำนวนสองรุ่น มาพร้อมสีและลวดลายกราฟิกเฉพาะรุ่น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ปิดท้ายด้วยกลุ่มมอเตอร์ไซค์ Custom Vehicle Operation™ (CVO™) รุ่นลิมิเต็ดจำนวนสามรุ่น ที่มาพร้อมสีระดับซูเปอร์พรีเมียมและสมรรถนะขั้นสูงสุดในสายการผลิต มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งหมดจะทยอยวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ ณ ตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการทั่วโลก

มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson รุ่นปี 2026 ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย

  • NEW Street Glide Limited และ Road Glide Limited

มอเตอร์ไซค์ตระกูล Grand American Touring รุ่นดีลักซ์ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่มองหาความหรูหรา พละกำลัง และความสบายสำหรับการเดินทางระยะไกล ทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้ซ้อน Street Glide Limited และ Road Glide Limited รุ่นใหม่ มาพร้อมงานออกแบบล่าสุด ควบคู่การอัปเกรดด้านวิศวกรรมเต็มรูปแบบบนแพลตฟอร์ม Grand American Touring เสริมด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight® VVT 117 รุ่นใหม่ กล่องสัมภาระ Grand Tour-Pak® ดีไซน์ใหม่ ระบบเครื่องเสียง Harley-Davidson Audio powered by Rockford Fosgate® ระบบปฏิบัติการ Harley-Davidson Skyline™ OS พร้อมระบบนำทางในตัว แสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัส รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ด้านความสะดวกสบายและการใช้งานอีกหลากหลายรายการ

  • NEW Custom Vehicle Operation (CVO)

มอเตอร์ไซค์ CVO รุ่นปี 2026 จำนวนสามรุ่น คือตัวแทนของงานออกแบบ เทคโนโลยี และสมรรถนะในระดับสูงสุดจาก Harley-Davidson มอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ดเหล่านี้โดดเด่นด้วยสีและงานตกแต่งที่สะดุดตา สมรรถนะที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น และชิ้นส่วนเฉพาะรุ่นที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ ไลน์อัป CVO ปี 2026 ประกอบด้วย CVO Street Glide ST, CVO Street Glide Limited รุ่นใหม่ทั้งหมด รวมถึง CVO Road Glide ST รุ่นปรับปรุงใหม่

  • Enthusiast Collection – Liberty Edition

ในโอกาสที่ประเทศสหรัฐอเมริกาฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งเสรีภาพ มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษเหล่านี้สะท้อนแรงบันดาลใจจากการเดินทางและอิสรภาพบนท้องถนน ที่หล่อหลอมวัฒนธรรมการขับขี่ของ Harley-Davidson มาอย่างยาวนาน ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ที่อยู่ใน Enthusiast Collection – Liberty Edition มีสองรุ่น ได้แก่ Street Glide และ Heritage Classic โดยทุกรุ่นใช้สีพื้น Midnight Ember สีดำเมทัลลิกเข้มพิเศษ ซึ่งสงวนไว้เฉพาะ Liberty Edition เท่านั้น ลวดลายกราฟิกพิเศษประกอบด้วย Liberty Edition eagle graphic บริเวณด้านข้างถังน้ำมัน พร้อมเครื่องหมาย #1 แบบโปร่งแสง กราฟิกนกอินทรี Liberty Edition บริเวณแฟริ่ง กราฟิกเพิ่มเติมในตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงงานตกแต่ง Liberty Edition บนคอนโซลและฝาครอบเครื่องยนต์ เบาะนั่งตกแต่งด้วยด้ายเย็บตะเข็บสีน้ำเงิน เสริมด้วยด้ายเย็บลายแถบสีแดง ขาว น้ำเงิน แผงกลางเบาะปั๊มนูน และโลโก้ Bar & Shield แบบปัก  รุ่น Liberty Edition Street Glide และ Heritage Classic มาพร้อมกระจกหน้าสีฟ้าอ่อน (blue-tint windshield) โดยเครื่องยนต์และโครงสร้างของแต่ละรุ่นใช้พื้นฐานเดียวกับรุ่นมาตรฐานของปี 2026 มอเตอร์ไซค์ใน Enthusiast Collection ผลิตในจำนวนจำกัด โดยรุ่น Liberty Edition มีกำลังการผลิตรวมทั่วโลกประมาณ 2,500 คัน

กำหนดการวางจำหน่ายและรายละเอียดของแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด กรุณาติดต่อผู้แทนจำหน่าย H-D ใกล้บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

 

Harley-Davidson ยืนหยัดเพื่อจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและอิสรภาพเหนือกาลเวลาของเหล่านักขับขี่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ตระกูล Grand American Touring ตระกูล Adventure Touring ตระกูล Cruiser และ Trike รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson มือสองที่ผ่านการรับรอง พร้อมอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก Harley-Davidson สินค้าเครื่องแต่งกายสำหรับนักขับขี่ Harley-Davidson MotorClothes® และบริการด้านการเงินของ Harley-Davidson ได้ที่ H-D.com

ติดตามข่าวสารล่าสุดของ Harley-Davidson ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียได้ที่

www.harley-davidson.com

FB: @HarleyDavidsonAsia

IG: @HarleyDavidson_Asia

YT: Harley-Davidson Asia

TikTok: @HarleyDavidson_Asia 

LINE Official: @HarleyDavidsonTH

#HarleyDavidsonAsia #UnitedWeRide

“ฮอนด้า” สมรรถนะเหนือชั้น ริกกี้ บราเบค บิด CRF450 RALLY นำทัพคว้าวินเนอร์ กวาด 1 – 2 ศึกสุดทรหดแรลลี่ดาร์กา 2026 สเตจที่ 6

“ริกกี้ บราเบค” ยอดนักบิดฮอนด้า สังกัด Monster Energy Honda HRC ระเบิดความแข็งแกร่ง นำทัพฮอนด้าคว้าชัยชนะในการแข่งขันสุดโหด รายการแรลลี่ดาร์กา 2026 สนามแรก สเตจที่ 6 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยมี “โทชา ชาเรน่า” ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ตอกย้ำความยอดเยี่ยมของฮอนด้าในศึกแรลลี่ชิงแชมป์โลกพร้อมกับสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งจากสุดยอดรถแข่งคู่ใจ Honda CRF450 RALLY

09 BRABEC Ricky (usa), Monster Energy Honda HRC, Honda, Rally GP, FIM W2RC, action during the Stage 6 of the Dakar 2026, on January 9, 2026 between Haïl and Riyadh, Saudi Arabia

การแข่งขันสเตจที่ 6 ดวลกันท่ามกลางเนินทรายที่กว้างใหญ่ในภูมิภาคกัสซิม มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย จากช่วงการแข่งขันที่ยาวนานนักบิดต้องอยู่กับรถแข่งถึง 12 ชั่วโมง ระยะทางรวมกว่า 900 กิโลเมตร วัดกันอย่างดุเดือดทั้งด้านความแข็งแกร่งของนักบิดและสมรรถนะของรถแข่ง “ริกกี้ บราเบค” ควบยอดรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 9 เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง โดยทำเวลาได้อย่างสม่ำเสมอและลอยลำเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 คว้าชัยชนะแรกในการแข่งขันฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ

ความยอดเยี่ยมของฮอนด้ายังไม่หมดเพียงเท่านั้น “ชาเรน่า โทชา” อีกยอดนักบิดจาก Monster Energy Honda HRC รีดสมรรถนะรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 68 ตามเข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยช่องว่าง 1.14 นาที ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฮอนด้าด้วยการกวาดอันดับที่ 1 และ 2 สนามสเตจนี้ โดยในตารางเวลารวม “ริกกี้ บราเบค” รั้งอันดับที่ 2 บีบช่องว่างจากผู้นำลงมาเหลือเพียง 45 วินาทีเท่านั้นหลังจบสเตจที่ 6

ทางด้านของรุกกี้ทีม Monster Energy Honda HRC Rally2 รักษาผลงานระดับท็อป นำเป็นอันดับที่ 1 ในตารางเวลารวมโดย “แคมป์เบลล์ เพรสตัน” ด้วยรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 85 ทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 16 นาที หลังจากเก็บผลงานได้อย่างสม่ำเสมอในการแข่งขันสเตจที่ 6 ด้วยการเข้าเส้นชัยอันดับที่ 4 โดยมี “มาร์ติน เวนทูร่า” หมายเลข 84 ตามมาเป็นอันดับที่ 5

แรลลี่ดาการ์ 2026 สนามแรก เดินทางเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของการแข่งขัน จากการดวลความแข็งแกร่งสุดโหดถึง 13 สเตจ ในระหว่างวันที่ 3 – 17 มกราคม 2569 ที่ซาอุดิอาระเบีย โดยความดุเดือดในการเบียดลุ้นแชมป์เริ่มเข้มข้นมากขึ้น และฮอนด้าทีมยังคงรักษาผลงานในระดับท็อปได้อย่างต่อเนื่องในการลุ้นแชมป์สนามแรก

#DakarRally #CRF450 #HondaMotorcycle #HRC #MonsterEnergyHondaTeam

ไทยฮอนด้าเปิดตัว All New Honda Wave110 โฉมใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถครอบครัวอันดับ 1 ของคนไทย พร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ที่ทั้งประหยัดและทรงพลัง

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถครอบครัวอันดับ 1 เปิดตัว All New Honda Wave110 โฉมใหม่ที่ได้รับการปรับดีไซน์ให้ทันสมัยและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ตอกย้ำบทบาทรถจักรยานยนต์คู่ใจของครอบครัวไทยที่ส่งต่อความเชื่อใจจากรุ่นสู่รุ่น การออกแบบใหม่ของ All New Honda Wave110 มาพร้อมสีสันใหม่และรายละเอียดงานดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่นด้วยโลโก้แบบ Emblem ตัวนูน เพิ่มมิติและความหรูหรา รวมถึงล้อแม็กสีคอปเปอร์ในรุ่นล้อแม็ก Special Edition ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มีความเท่และแตกต่างมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead” เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

All New Honda Wave110 ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มชุดฟังก์ชันใหม่ที่ให้ทั้งความทันสมัยและประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED พร้อมกับไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวและทัศนวิสัยในการขับขี่ รวมถึง ไฟท้าย LED ที่ให้ความสว่างคมชัดยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยในเวลากลางคืน รวมถึงเพิ่มช่องชาร์จ USB-C, สวิตช์กุญแจนิรภัยพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ, ช่องเก็บของด้านหน้า และ ตะขอแขวนของอเนกประสงค์ ช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการใช้งาน อีกทั้งยังคงจุดเด่นที่ตอบโจทย์ครอบครัวอย่าง กล่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ความจุ 10 ลิตร และ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5 ลิตร รองรับการเดินทางทั้งใกล้และไกลได้อย่างมั่นใจ คุ้มค่า และใช้งานได้หลากหลาย

ในด้านความปลอดภัย All New Honda Wave110 มอบความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วย ระบบ Combined Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้การเบรกมีความนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พลังขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแรงทนทาน และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของทุกคนในครอบครัวได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง

All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่าย
• รุ่นล้อแม็ก Special Edition (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ล้อแม็กสีคอปเปอร์และโลโก้ Emblem ตัวนูนสีคอปเปอร์ เพิ่มความพรีเมียมอย่างมีสไตล์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว-น้ำตาล (WBR) และ สีดำ-น้ำตาล (BBR) ในราคาแนะนำ 48,800 บาท


• รุ่นล้อแม็ก (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ให้เลือก 3 สี ได้แก่สีเทา-น้ำตาล (GBR), สีน้ำเงิน (BLU) และ สีแดง (RED) ราคาแนะนำ 48,300 บาท


• รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา-ดำ (G-B), สีน้ำเงิน-ดำ (BUB) และ สีดำ-น้ำตาล (BBR) ในราคาแนะนำ 46,300 บาท


• รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก) มาในสีดำ (BLK) ราคาแนะนำ 39,000 บาท

สามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์คันจริงและเลือกเป็นเจ้าของ All New Honda Wave110 ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

#AllNewHondaWave110 #เวฟ #ฮอนด้าเวฟ #ครอบครัวเวฟเชื่อใจอันดับ1
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า

ไทยฮอนด้า เปิดเกมรุกปี 2026 เสริมทัพ 4 โมเดลใหม่ นำโดย New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฮอนด้าเปิดที่แรกของโลก พร้อมเผยทิศทางธุรกิจเขย่าตลาดเมืองไทย

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดศักราช 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย ด้วยการเผยภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัว 4 โมเดลใหม่ ในงาน ‘Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead’ ณ โรงแรม Centara Grand and Bangkok Convention Centre นำโดยไฮไลต์สำคัญคือ รุ่น New Honda UC3 (นิว ฮอนด้า ยูซีสาม) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เริ่มวางจำหน่าย มาในคอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers ก้าวแรก…ที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม’ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำตลาดและฐานการผลิตสำคัญของฮอนด้าในระดับโลก และอีก 3 รุ่น ได้แก่ New Honda Scoopy เผย 9 เฉดสีใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ใหม่วง ‘LYKN’ ที่มาเติมความสนุกให้กับชาวแก๊งไอคอนิก ตามด้วย New Honda Lead ที่อัปเกรดทั้งดีไซน์ด้านหน้าเฉดสีใหม่ และระบบเบรก ABS เสริมความมั่นใจในการขับขี่ ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave 110 รถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นยอดนิยมที่คนไทยไว้วางใจ ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่ เพิ่มความทันสมัย ควบคู่ความประหยัด คุ้มค่า และความทนทานตามมาตรฐานฮอนด้า

มร.ไดกิ มิฮาระ ผู้บริหารระดับสูง รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฮอนด้ามุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้เราสามารถส่งมอบ ‘ความสุขและอิสระในการขับเคลื่อน’ จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของโลกอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกกว่า 40% โดยคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณนี้จะมียอดจำหน่ายสูงถึง 21 ล้านคัน พร้อมวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับการเติบโตของตลาดโลกที่คาดว่าจะถึง 60 ล้านคันภายในปี 2030 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างแท้จริง เราพร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการเติบโตของความต้องการในตลาดรถจักรยานยนต์อย่างมั่นคง ฮอนด้าได้ตั้งเป้าหมายในระยะยาวว่า
“ทุกๆ 2 คน จะมีผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1 คน” ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง”

“ฮอนด้าพร้อมเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยในประเทศไทยเราถือเป็นผู้นำยุคแรกเริ่มที่วางรากฐานนวัตกรรมไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2018 ผ่านรุ่น Benly e: และ CUV e: และในวันนี้เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ New Honda UC3 รถไฟฟ้า Plug-in คอมมิวเตอร์รุ่นแรกที่สะท้อนคำมั่นสัญญาใหม่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า และเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 ที่เปิดตัวในงาน Milano Show เมื่อปีที่ผ่านมา บนตัวผลิตภัณฑ์ได้ประทับชื่อ ‘Honda’ อย่างภาคภูมิใจ ไม่เพียงเท่านี้ ฮอนด้ามุ่งสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ขณะเดียวกันเราขอยืนยันที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักต่อไปแม้ในยุคที่ EV เติบโต เพื่อสร้างงาน เสริมรากฐานอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย ด้วยคุณภาพและความเชื่อมั่นที่เราสั่งสมมาอย่างยาวนาน” มร. ไดกิ มิฮาระ กล่าวเสริม

มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของฮอนด้าในภูมิภาคเอเชีย และเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในระดับภูมิภาค ในปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยโดยรวมอยู่ที่ 1.73 ล้านคัน ไทยฮอนด้าสามารถสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์กว่า 1.40 ล้านคัน เติบโต 102% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ”

“สำหรับปี 2026 การแข่งขันทางธุรกิจจะเข้มข้นขึ้น แต่เราก็พร้อมปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไทยฮอนด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.68 – 1.73 ล้านคัน และเราได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 1.36 – 1.40 ล้านคัน ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยในทุกมิติ โดยมีแผนเปิดตัว รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งสิ้น 11 รุ่น ตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ควบคู่กับการรักษาความเป็นผู้นำด้านการขาย เทคโนโลยีบริการหลังการขาย การส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของฮอนด้าในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยกับการเปิดตัว New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Plug-in รุ่นแรกที่จะจำหน่ายโดยตรงถึงผู้ใช้ ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยีและมาตรฐานของฮอนด้า เพื่อมอบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ขับขี่ไร้มลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกอีกด้วย” มร.ยูอิจิ ชิมิซุ กล่าวเพิ่ม

New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers ก้าวแรกที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม’ ตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 kWh ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP มาตรฐานสากล UNR136 วิ่งได้ไกลสูงสุด 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชั่วโมง พร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Econ, Standard, Sport และระบบ Reverse Assist Function สำหรับช่วยถอยหลัง โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์น ไฟหน้า LED แบบ Integrated Light Bar หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วย Honda SMART KEY ช่องชาร์จ USB Type-C และพื้นที่เก็บของหลากหลายตำแหน่ง พร้อมโครงสร้าง Stability Frame ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง อีกทั้งไทยฮอนด้าได้เปิดตัว Honda ev Charger แห่งแรกของประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และมีแผนขยายกว่า 230 สถานี เพื่อรองรับการใช้งานภายในปีนี้ และอีก 800 สถานี ภายใน พ.ศ. 2572

ขณะที่กลุ่มรถเอที New Honda Scoopy ได้กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Iconic Gang แก๊งเจนใหม่ ไปให้สุดเทรนด์’ ที่ได้วง ‘LYKN’ มาเป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ ถ่ายทอดความสนุกและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยได้เนรมิตเฉดสีใหม่ 9 เฉดสี 3 สไตล์ มาให้เลือก วางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Club 12 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีชมพู, สีขาว-น้ำเงิน, สีดำ-แดง และสีเทา-ขาว ในราคาแนะนำ 55,100 บาท ตามด้วย รุ่น Prestige เลือกได้ 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีดำ และสีขาว ในราคาแนะนำ 53,700 บาท และ รุ่น Urban มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า และสีดำ ในราคาแนะนำ 50,600 บาท

ตามมาด้วย New Honda Lead125 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘New Dimension of Minimal มินิมอลอีกขั้น สู่ความเท่อีกระดับ’ ถ่ายทอดมิติใหม่ของไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านเฉดสีใหม่พร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่เสริมลุคสปอร์ต ทันสมัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว New Honda Lead125 วางจำหน่าย 2 รุ่นพร้อมเฉดสีใหม่ ได้แก่ รุ่น ABS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีเทา (Grey) ในราคาแนะนำ 67,000 บาท และรุ่น CBS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีขาว–ดำ (White–Black) ราคาแนะนำ 62,000 บาท

ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave110 ปรับโฉมใหม่เพิ่มความทันสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสีรถและโลโก้ Emblem สีคอปเปอร์ มาพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยว ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของด้านหน้า ตะขอแขวนอเนกประสงค์ และ ช่องชาร์จ USB Type-C เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ Combined Brake System (CBS) พร้อมยกระดับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย มาพร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่แข็งแรง ทนทาน คล่องตัว และประหยัดน้ำมันด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่ายในรุ่นล้อแม็ก Special Edition 2 สี ได้แก่ สีขาว–น้ำตาล และ สีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 48,800 บาท และรุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา–น้ำตาล, สีน้ำเงิน และสีแดง ราคาแนะนำที่ 48,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทมือ ดิสก์เบรก มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา–ดำ, สีน้ำเงิน–ดำ และสีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 46,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก วางจำหน่ายใน สีดำ ราคาแนะนำที่ 39,000 บาท

บทพิสูจน์ความมุ่งมั่น ”ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” กับภารกิจสานฝันเด็กไทยและมอเตอร์สปอร์ตไทย สู่เวทีโลก

ปี 2025 นับเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ฮอนด้าได้เขียนประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยเฉพาะในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ในเส้นทาง “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมของ “ไทยฮอนด้า” กับโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ผลิดอกออกผลอย่างเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่การประกาศเป้าหมายพานักแข่งไทยขึ้นสู่ศึก โมโตจีพีให้ได้ในปี 2025 เมื่อปี 2018

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยวัย 26 ปี คือนักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ก้าวขึ้นสู่คลาสสูงสุดของศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกอย่าง “โมโตจีพี”นี่คือฝันที่เป็นจริงของวงการมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย…

“ไทยฮอนด้า” และทุกภาคส่วนทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ฝันนี้เกิดขึ้นจริง นี่คือการต่อสู้อย่างหนักของ “ก้อง-สมเกียรติ” หลังจากประสบความสำเร็จใน โมโตทู ทั้งการคว้าชัยชนะ โพเดียม ตำแหน่งโพล และสถิติในหลายสนาม

ใน โมโตจีพี ที่รายล้อมไปด้วยนักบิดระดับพระกาฬของโลกไม่ใช่เรื่องง่าย และการคว้าแต้มมาได้ 7 คะแนน ท่ามกลางสถานการณ์ที่อาการบาดเจ็บรบกวนในปีแรกของ “ก้อง-สมเกียรติ” นับว่าไม่ธรรมดา เพราะนั่นหมายความว่า ชื่อคนไทยได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ ใน “แชมเปี้ยนชิพ” และแน่นอนด้วยศักยภาพของ “ก้อง-สมเกียรติ” ทำให้เขาได้รับโอกาสและความท้าทายใหม่จากทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี ในฐานะนักบิดของทีมในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026

นอกจากนี้ ยังเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์เช่นกันที่มีนักแข่งชาวไทยลงแข่งขันใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ครบทุกรุ่น เพราะนอกจาก “ก้อง-สมเกียรติ” ใน โมโตจีพี แล้ว เรายังมี 2 นักบิดไทยในคลาสกลางและคลาสเล็กอย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ที่ร่วมสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ลุยศึก โมโตทู และ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ในศึก โมโตทรี กับ ฮอนด้า ทีม เอเชีย เช่นกัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีเรื่องราวยิ่งใหญ่แบบนี้ เกิดขึ้นกับประเทศที่ไม่ใช่มหาอำนาจด้านมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจาก “อาเซียน” ซึ่งหากเทียบกับยักษ์ใหญ่ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น สเปน, อิตาลี หรือแม้กระทั่ง ญี่ปุ่น แล้ว… เราถือว่ามีขนาดของอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก

แต่เชื่อไหม… “ความฝันของชาวไทย” คือสิ่งที่ “ไทยฮอนด้า” นำมาเป็นแรงผลักดันสำคัญในการปั้นเด็กๆ จากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ให้ก้าวไปสู่ความฝันให้ได้

โดยนอกจาก โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี แล้ว ในปีนี้ยังมีเด็กไทยอย่าง “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ ดาวรุ่งเลือดใหม่จาก “ไทยฮอนด้า” ซึ่งโลดแล่นอยู่ในเส้นทาง “โร้ด ทู โมโตจีพี” อย่างรายการ จูเนียร์จีพี และ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ ซึ่งเจ้าตัวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในทุกครั้งที่ลงสนาม และเดินหน้าเก็บแต้มมาได้อย่างต่อเนื่อง

“ไม้คิว- เกียรติศักดิ์” นับเป็นดาวรุ่งเลือดใหม่ที่มีพัฒนาโดดเด่น โดยเฉพาะการเรียนรู้และยกระดับผลงานได้อย่างต่อเนื่อง  โดยในปีนี้จบการแข่งขัน เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ ด้วยอันดับท็อปเท็นหลายครั้ง ผลงานดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 4 ที่ เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส และจบดูกาลด้วยการรั้งอันดับ 15 ของโลก มีทั้งสิ้น 58 คะแนน

ส่วนในการแข่งขัน จูเนียร์จีพี เวทีที่เข้มข้นที่สุดของศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลก “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องเจอบททดสอบอย่างหนัก ที่ต้องปรับทั้งทักษะการขับขี่ สนามแข่งที่ไม่เคยลงบิดมาก่อน รวมถึงการเซ็ตอัพรถแข่งร่วมกับทีมช่าง ซึ่งดาวรุ่งชาวไทยก็ปรับตัวและเรียนรู้ได้ดี เก็บมาได้ทั้งสิ้น 8 แต้มในปีนี้ รั้งอันดับ 23 บนตารางคะแนนสะสม

นอกจากนี้ ผลผลิตจาก “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ยังเลื่อนชั้นขึ้นสู่เวทีดาวรุ่งในระดับเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรายการ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ ซึ่งถือเป็นรายการสุดแข็งแกร่งในภูมิภาคของเรา ก่อนขยับขึ้นสู่เวทีดาวรุ่งชิงแชมป์โลก

 

ขณะเดียวกัน รายการ “ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” ก็เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับเยาวชนจาก “ฮอนด้า อะคาเดมี”เป็นจุดเริ่มต้นของนักแข่งระดับยุวชน ที่ ไทยฮอนด้า มุ่งมั่นอย่างมากในการสร้างมาตรฐานการฝึกฝนตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อการเป็นนักบิดระดับอาชีพที่มีคุณภาพ

 

“ไทยฮอนด้า” ยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” อย่างต่อเนื่อง เพราะการเจียระไน “เพชรเม็ดงาม” คือหัวใจสำคัญของโปรเจ็กต์นี้ เพื่อสานฝันของชาวไทยในมอเตอร์สปอร์ตโลก

 

แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

 

#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #Chip #Gonz #RookiesCup #JuniorGP #Maikiw #KS85 #HondaAcademy #HondaThailandTalentCup

จัดใหญ่-ใส่เต็มรับศักราชใหม่! 3 บิ๊กอีเว้นต์กีฬาระดับโลก“บุรีรัมย์ มาราธอน-โมโตจีพี รอบเทสต์-สนามเปิดฤดูกาล 2026”

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วยภาคเอกชน ผนึกกำลังจัดการประชุมเตรียมความพร้อมมหกรรมกีฬาสุดยิ่งใหญ่ประจำปี 2569 ได้แก่ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” ฉลองครบรอบ 10 ปี และรุกหนักแผนรับมือ “พรี-ซีซั่นเทสต์และสนามเปิดฤดูกาล” ต่อเนื่องปีที่ 2 “โมโตจีพี รายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” เพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการอย่างเต็มระบบ รองรับคลื่นนักวิ่ง-แฟนความเร็วนับแสนสู่ 3 บิ๊กอีเว้นต์ระดับโลก

ราชพฤกษ์คลับ นอร์ทปาร์ค กรุงเทพฯ : หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผนึกกำลังจัดการประชุมเตรียมความพร้อม 3 มหกรรมกีฬาระดับโลก ที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ช่วงต้นปี 2569 ได้แก่ “บุรีรัมย์มาราธอน 2026” และการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “PT Grand Prix of Thailand 2026” ทั้งการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ พรี-ซีซั่นเทสต์ และการแข่งขันสนามที่ 1 สะท้อนศักยภาพของบุรีรัมย์ในฐานะศูนย์กลาง Sport Tourism ของประเทศ

ทั้งนี้ การประชุมช่วงเช้าเป็นการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขัน บุรีรัมย์มาราธอน 2026 ไนต์รันอันดับหนึ่งของไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2569 เฉลิมฉลองในวาระ 1 ทศวรรษ นอกเหนือจากเงินรางวัล 1.65 ล้านบาท บุรีรัมย์มาราธอนปีนี้ จัดเต็มมอบของขวัญพิเศมากมาย อาทิ เหรียญที่ระลึกพิเศษสำหรับแฟนพันธุ์แท้, หมวก BRM Sub 3 สำหรับนักวิ่งมาราธอนที่ทำเวลาต่ำกว่า 3 ชั่วโมง, ไอเทมลับฉลอง 10 ปี, แจกรูปนักวิ่งฟรีเรียลไทม์, สุ่มแจกทอง 10 เส้น และหมูกระทะฟรีสำหรับทำลายสถิติส่วนตัว (New PB) ฯลฯ เงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขัน (Race Director) บุรีรัมย์มาราธอน กล่าวว่า บุรีรัมย์มาราธอนก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในปี 2569 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของงานวิ่งที่ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั่วโลกมากขึ้นทุกปี โดยงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้เป็นเทศกาลกีฬาที่ผสาน Music, Entertainment และ Night Run ตลอดระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ซึ่งการจัดงานในปีนี้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในทุกรายละเอียด เพื่อรองรับนักวิ่งจำนวนมาก และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคน

จากความสำเร็จของการจัดงานในปี 2025 ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 32,936 คน และสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้จังหวัดบุรีรัมย์กว่า 966 ล้านบาท โดยในปี 2026 ก็มีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติสมัครเข้าร่วมมากกว่า 3 หมื่นคนเช่นกัน การจัดงานยังคงจุดเด่นเรื่องบรรยากาศความสนุกและความอบอุ่น พร้อมการปิดถนนตลอดเส้นทาง 100% ตั้งแต่จุดสตาร์ทที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ไปจนถึงเส้นชัยที่ช้าง อารีนา เพื่อสร้าง“สวรรค์ของนักวิ่ง” และส่งมอบประสบการณ์ที่ทำให้นักวิ่งอยากกลับมาเยือนบุรีรัมย์อย่างต่อเนื่องในทุกปี

ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการประชุมความพร้อมการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP สนามประเทศไทย ฤดูกาล 2026 ภายใต้ชื่อรายการ PT Grand Prix of Thailand 2026 นำโดยตัวแทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ร่วมกับ นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ไตเติ้ลสปอนเซอร์
พร้อมด้วย นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และ นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การขับเคลื่อนทั้ง 2 งานใหญ่ในปี 2569 นี้ เกิดจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้ง Buriram Marathon 2026 ที่ ฉลองครบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ และศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 ก.พ. และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อม MotoGP สนามประเทศไทย ปี 2026 ว่า ถือเป็นปีที่ 7 ที่ประเทศไทยอยู่บนปฏิทินการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการสุดยิ่งใหญ่ของโลก และยังได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นสนามเปิดฤดูกาลติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการจัดการแข่งขันและศักยภาพของสนามประเทศไทยในระดับสากลอย่างชัดเจน

สำหรับปี 2026 เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประสบการณ์ของแฟนความเร็วจากทั่วโลกให้ครบทุกมิติ ไม่เพียงเฉพาะการแข่งขันบนแทร็ก แต่รวมถึงการพัฒนาพื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Commercial Area และ PT Grand Prix Expo ให้มีความสมบูรณ์และรองรับผู้ชมจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ PT Grand Prix of Thailand เป็น ‘World Grand Prix’ ที่สร้างความประทับใจ และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง Sport Tourism ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมทั้ง 2 กิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะ “มหานครแห่งกีฬา” ของประเทศไทย ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนโปรเจ็กต์กีฬาระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569 ภายใต้ปีกของสนับสนุนชั้นเลิศของ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กองทุนพัฒนาการกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.), จังหวัดบุรีรัมย์ ฯลฯ ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (ดูคาติ ประเทศไทย),สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และผู้สนับสนุนอื่นๆมากมาย ซึ่งทั้งหมดสะท้อนความพร้อมของประเทศไทยและจังหวัดบุรีรัมย์ ในการทำหน้าที่ “เจ้าบ้านที่ดี” ต้อนรับนักกีฬา แฟนกีฬา และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของบุรีรัมย์ในฐานะเมืองศูนย์กลางอีเวนต์กีฬาระดับโลกอย่างแท้จริง

Cyril Helmets Thailand เปิดตัวหมวกกันน็อค Limited Edition ที่ออกแบบโดย Chayanon Design!

Cyril เป็นผู้ผลิตมืออาชีพที่ดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนา และการผลิตหมวกกันน็อค สำหรับรถจักรยานยนต์ โดยมีประสบการณ์ในการผลิตหมวกกันน็อคมากว่า 35 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการยกระดับ เทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้บริการแก่แบรนด์หมวกกันน็อคชั้นนำทั่วโลก (OEM) Cyril เราคิดเสมอว่าจะมอบหมวกกันน็อคที่สวมใส่สบาย ปลอดภัย และราคาไม่แพงให้กับผู้รักมอเตอร์ไซค์ทั่วโลก ได้อย่างไรเพื่อเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลก แบรนด์ Cyril จึงถูกก่อตั้งขึ้น ในปี 2023 และจัดตั้งศูนย์ออกแบบและวิจัยในเมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอรร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันนี้ด้วยการออกแบบลวดลายจากดีไซน์เนอร์ระดับโลกชาวไทย แจ็ค ชยานนท์ (Chayanon Design) ผู้ซึ่งออกแบบลวดลายหมวกกันน็อคให้กับ สมเกียรติ จันทรา นักแข่งโมโต จีพี (MOTO GP) หนึ่งเดียวของไทย ดีไซน์เนอร์ผู้ที่ทำงานด้านนี้มามากกว่า 20 ปี โดยหมวกกันน็อค CyRIL (ไซริว) รุ่น CR1 (FF357) มีจำหน่ายเฉพาะประเทศ ไทยเท่านั้น โดยมีทั้งหมด 4 ลาย

1. IDENTITY


2. THE GAME


3. OH-SH-T


4. SAMURAI

โดยจุดเด่นของหมวกอยู่ที่ มุมมองคมชัดระดับพรีเมียมทัศนวิสัย 210° คมชัดดุจตาเห็นชิลด์หน้าความละเอียดสูง ให้มุมมองที่กว้างขวาง สว่างใส และสีไม่ผิดเพี้ยน มั่นใจได้ว่าคุณจะมองเห็นทุกรายละเอียดบนท้องถนนโครงสร้างที่ผสานระหว่าง วัสดุผสม ABS เสริมความหนา และ ชั้นซับแรงกระแทก EPS ความหนาแน่นสูง ทำให้หมวกกันน็อกนี้มีความเหนียวแน่นสูงและทนทานต่อแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม มั่นใจได้ในความปลอดภัยและเสถียรภาพ พร้อมมอบความสบายสูงสุดด้วย ผ้าบุ COOLMAX” นวมซับในแบบ 3 มิติ โค้งรับรูปหน้า มอบสัมผัสที่แนบสนิทกับศีรษะอย่างดีเยี่ยม ลดความรู้สึกไม่สบายที่เกิดจากการสวมใส่หมวกกันน็อกเป็นเวลานาน พร้อมด้วยมาตรฐาน DOT , ECE06 และ มอก. กับราคาเปิดตัวเพียง 1,890.

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดประสบการณ์บิดฝ่าขอบฟ้าสู่แดนมังกรในกิจกรรม ‘Asian Xperience 2025’ ผจญภัยเส้นทางเชียงของ–ต้าหลี่–ลี่เจียง

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ สร้างประสบการณ์การเดินทางสุดท้าทายส่งท้ายปี 2025 อย่างยิ่งใหญ่กับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ASIAN XPERIENCE 2025: ROAD TO HORIZON มอบประสบการณ์การขับขี่ข้ามประเทศระดับเอเชีย ให้กับบิ๊กไบค์เกอร์จากทุกค่าย โดยนักขี่ทั้งหมดออกเดินทางข้ามพรมแดนบนเส้นทางในฝันจาก เชียงของ ประเทศไทย สู่เมืองต้าหลี่ และลี่เจียง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระยะทางรวมกว่า 2,600 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลา 8 วัน 7 คืน ระหว่างวันที่ 22 – 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

กิจกรรม ASIAN XPERIENCE 2025 ครั้งนี้ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ได้เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่จากทุกค่ายและทุกสไตล์เข้าร่วม โดยมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์เข้าร่วมกิจกรรม ครอบคลุมหลากหลายรุ่น ทั้งรุ่นคลาสสิกอย่าง Honda Rebel 1100, Rebel 500 และ CL500 รวมถึงบิ๊กไบค์สายทัวร์ริ่งและแอดเวนเจอร์ อาทิ Honda CB1300, CB1100RS, CB1100EX, NT1100, CRF1100L, XL750, Forza 750, X-ADV750, CB650R และ NX500 ซึ่งผู้ร่วมกิจกรรมได้ทดสอบสมรรถนะของรถบนสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน พร้อมการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมงานและทีมเซอร์วิสมืออาชีพตลอดเส้นทาง


สำหรับทริปนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 30 คน ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่บนเส้นทางธรรมชาติอันงดงามและหลากหลาย ตั้งแต่เส้นทางเลียบภูเขาที่โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์สุดอลังการ ไปจนถึงเส้นทางท่องเที่ยวระดับตำนาน พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศของเมือง ต้าหลี่ และ เมืองโบราณลี่เจียง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และหนึ่งในไฮไลต์ของการเดินทางคือ ภูเขาหิมะมังกรหยก ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมทริปตลอดการเดินทาง
ทั้งนี้ ASIAN XPERIENCE 2025 ไม่เพียงเป็นกิจกรรมขับขี่ท่องเที่ยวระยะไกล แต่ยังสะท้อนแนวคิดของแคมเปญ “All in Xperience ออลทุกค่าย อินทุกแพสชัน” ที่ฮอนด้าบิ๊กไบค์ตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้ของนักบิดจากทุกค่าย ทุกสไตล์ให้ได้ร่วมออกเดินทาง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจผ่านเส้นทางการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบไปพร้อมกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH

#AsianXperience2025 #HondaBigBikeAllinXperience #AllinXperience #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaBigBikeThailand
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัล FMSCT Champion Awards 2025 ตอกย้ำต้นแบบทีมแข่ง ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่นักกีฬาอาชีพ

“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ตอกย้ำความเป็นผู้นำของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง จากผลงานในฤดูกาล 2025 ด้วยความสำเร็จในการคว้าชัยชนะในสนามแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ พร้อมทั้งการก้าวกระโดดสำคัญในการพัฒนาเยาวชนนักแข่งของไทย ให้มีความสามารถในการแข่งขัน มีความพร้อมในการเป็นนักกีฬาอาชีพ ผ่านโครงการและหลักสูตรการฝึกสอน พร้อมทั้งขยายศักยภาพให้กับทีมแข่งและแม็คคานิกส์ของไทย สร้างความแข็งแกร่งและอนาคตให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ในงาน FMSCT Champion Awards 2025 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568  ณ หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ ดอนเมือง

งาน FMSCT Champion Awards 2025 พิธีมอบรางวัลแชมป์ประเทศไทยในการแข่งขันรถจักรยายนต์ที่รับรองโดยสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย โดยงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร (รักษาการ)รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมงานพร้อมเป็นผู้มอบรางวัลนักกีฬาสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ร่วมกับคุณธงชัย วงษ์สวรรค์ ประธานสมาพันธ์ (FMSCT) และนายกสมาคมฯ (MSAT) ทีม “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัลจากความสำเร็จในการแข่งขันรวมถึงการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย สะท้อนผลสำเร็จจากความมุ่งมั่นในการวางรากฐานพัฒนานักบิด สนับสนุนเยาวชนนักแข่งไทย รวมถึงมอบโอกาสในการลงสนามแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักแข่งที่ได้รับรางวัลประเภทต่าง ๆ และรายการที่ลงแข่งขัน ดังนี้

ประเภทโมโตครอส

จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ รายการ FMSCT Thailand Motocross 2025

  • แชมป์ประเทศไทย รุ่น Premier MX-1 (อายุ 23 – 50ปี)
  • แชมป์ประเทศไทย รุ่น Pro MX-2 (อายุ 17 – 23ปี)

ประเภทโร้ดเรซซิ่ง

สมเกียรติ จันทรา

  • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – MotoGP

ธัชกร บัวศรี

  • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – Moto3

ธนฉรรต ประทุมทอง

  • 2025 Asia Talent Cup
  • All Japan Championship – J GP 3

นพรุธพงษ์ บุญประเวศ

  • 2025 Asia Talent Cup
  • All Japan Championship – J GP 3

เตชินท์ อินทร์อภัย

  • All Japan Championship – J GP 3
  • MAM Malaysia Championship / Honda Thailand Talent Cup

นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์

  • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – Moto2
  • FIM World Endurance Championship 2025
  • 2025 Asia Roadracing Championship
  • All Japan Championship

ธนัช ละอองปลิว

  • 2025 Asia Roadracing Championship

กฤษฎา ธนโชติ

  • 2025 Asia Roadracing Championship

จักรีภัทร พฤฒิสาร

  • 2025 Asia Roadracing Championship

ณภัทร จาตูม

  • 2025 Asia Roadracing Championship
  • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร

  • 2025 Asia Talent Cup
  • 2025 Asia Roadracing Championship
  • 2025 Suzuka Sunday Road Race
  • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

ปองคุณ เอี่ยมน้อย

  • 2025 Suzuka Sunday Road Race
  • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

ไฮไลท์สำคัญสำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประเภทโมโตครอส FMSCT Thailand Motocross 2025 ยกระดับรุ่นท็อปสุด Premier MX-1 ด้วยรถแข่งพิกัด 450 ซีซี เพื่อทัดเทียมกับการแข่งขันระดับโลก ฮอนด้าคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์แรกด้วยผลงานของ จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ และรถแข่ง Honda CRF450R ขณะที่ทางเรียบนั้น “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย ด้วยการเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่ลงแข่งขันในรุ่นโมโตจีพีแบบเต็มฤดูกาล พร้อมกับเก็บคะแนนสะสมได้ถึง 7 แต้ม ทำผลงานตามแผนพัฒนาที่วางไว้ในการมีนักแข่งไทยลงแข่งขันในรุ่นโมโตจีพีในปี 2025

ขณะที่ผลงานสำคัญอีกด้านของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” คือการสนับสนุนนักแข่งเยาวชนของไทย เพื่อก้าวขึ้นเป็นนักแข่งที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเป็นนักบิดอาชีพ ผ่านโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะดรีม” มีการฝึกสอนที่เป็นระบบ มีการลงสนามที่ปลอดภัยด้วยรถแข่งมาตรฐานการแข่งขัน พร้อมทั้งเสริมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อให้เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับมอเตอร์สปอร์ตให้สามารถขึ้นไปต่อสู้กับประเทศชั้นนำของวงการมอเตอร์สปอร์ตโลกในอนาคต

แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

#HondaRacingThailand #RaceToTheDream  #HondaBigBike #FMSCTChampionAwards2025 #FMSCT

โรยัล เอ็นฟีลด์ ประกาศเปิดตัวมอเตอร์ไซค์คัสตอม VITA และ Carolina Reaper เป็นครั้งแรกของโลก ณ งาน 33rd Annual Yokohama Hot Rod Custom Show 2025

Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) เปิดตัวรถจักรยานยนต์คัสตอมสุดพิเศษสองรุ่น ได้แก่ VITA และ Carolina Reaper ในงาน 33rd Annual Yokohama Hot Rod Custom Show 2025 (HCS2025) ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดย VITA เป็นผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือของคุณยูอิจิ โยชิซาวะ (Yuichi Yoshizawa) และคุณโยชิคาสึ อุเอดะ (Yoshikazu Ueda) จาก Custom Works Zon โรงงานคัสตอมในจังหวัดชิกะ ที่กวาดรางวัลมาแล้วหลายเวทีทั่วโลก โดย VITA จะถูกจัดแสดง ณ บูธร่วมระหว่าง Custom Works Zon และ โรยัล เอ็นฟีลด์ ภายในงาน

Carolina Reaper ถูกสร้างสรรค์โดย Cheetah Custom Cycles นำโดยคุณโทชิยูกิ โอซาวะ (Toshiyuki Osawa) ศิลปินและบิวด์เดอร์จากโตเกียว ซึ่งไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงจากงานคัสตอมเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักออกแบบกราฟิก ช่างแกะสลัก และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งงานแฟลตแทร็ก ‘Have Fun’ ที่เขาลงแข่งเองด้วย โดย Carolina Reaper ถูกจัดแสดงที่บูธ Have Fun ท่ามกลางบรรดารถมอเตอร์ไซค์แฟลตแทร็กอีกหลายคัน ก่อนที่จะถูกนำไปลุยสนามดินที่งาน HELL FUN ที่จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม ณ Off-Road Village เมืองคาวาโกเอะ จังหวัดไซตามะ หลังจบงาน HCS2025

VITA ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Royal Enfield CLASSIC 650 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเปิดตัวที่งาน EICMA 2024 และปรากฏโฉมในญี่ปุ่นครั้งแรกที่งาน 2025 Osaka / Tokyo / Nagoya Motorcycle Shows จุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างคือ การจัดเรียงเครื่องยนต์แบบคู่ โดยใช้เครื่องยนต์ SOHC สูบคู่ขนานระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 648 ซีซี จำนวนสองชุดจาก Classic 650 โดยชุดเครื่องยนต์ด้านหน้าถูกถอดระบบเกียร์ออกและลดขนาดข้อเหวี่ยงลง จากนั้นเครื่องยนต์ทั้งสองชุดจะถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันผ่านระบบโซ่หลักทางด้านซ้าย

ชุดเครื่องยนต์ทั้งหมดถูกติดตั้งอยู่ในเฟรมเหล็กแบบฮาร์ดเทลที่ออกแบบและสร้างขึ้นเองโดยเฉพาะ จับคู่กับโช้คหน้า girder คลาสสิกสั่งทำพิเศษ และล้อขนาด 26 นิ้วแบบโมเดิร์น ทำให้เกิดการผสมผสานที่มีชีวิตชีวาของเสน่ห์แบบดั้งเดิมและสมรรถนะร่วมสมัย ในส่วนของตัวรถได้มีการนำวัสดุไม้มาฮอกกานีและอลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ทำสีมาใช้ร่วมกัน ซึ่งแสดงถึงความสอดคล้องอย่างยอดเยี่ยมระหว่างโลหะและพื้นผิวจากธรรมชาติ

Carolina Reaper มีพื้นฐานมาจาก GRR 450 / GUERRILLA 450 โรดสเตอร์สมัยใหม่ระดับพรีเมียมของ โรยัล เอ็นฟีลด์ ซึ่งเปิดตัวที่บาร์เซโลนาในเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สูบเดี่ยว DOHC ระบายความร้อนด้วยของเหลว ‘Sherpa 450’ ขนาด 452 ซีซี รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ใน Himalayan 450 โดยแนวคิดในการออกแบบของรถคันนี้คือ การผสมผสานสไตล์เรโทรและความโมเดิร์นเข้าด้วยกัน พร้อมนำสมรรถนะของรถแข่งอย่างแท้จริงมาผสานกับงานศิลปะการคัสตอม โดยมีแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งแฟลตแทร็กและรถแข่งอเมริกันยุค 1970 ที่เป็น ‘เครื่องจักรจริงจังซึ่งสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณที่สนุกสนาน’

แม้รถคัสตอมคันนี้จะไม่มีการดัดแปลงเฟรมหลัก แต่มีการเพิ่มเฟรมท้ายที่สร้างขึ้นด้วยมือขึ้นมาใหม่ และงานตัวถังที่ทำจากแผ่นอลูมิเนียมทั้งหมด สวิงอาร์มแบบเดิมถูกแทนที่ด้วยสวิงอาร์มเหล็กโครโมลี่ที่สร้างขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคการเชื่อมทองเหลือง และระบบกันสะเทือนท้ายได้ถูกปรับตั้งค่าใหม่ให้เป็นแบบติดตั้งโดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับแต่งเพื่อรองรับสมรรถนะการขับขี่แบบแฟลตแทร็กได้ดียิ่งขึ้น

ที่ โรยัล เอ็นฟีลด์ เราเชื่อว่าการคัสตอมและการสร้างสรรค์ความเป็นส่วนตัวนั้นคือรูปแบบอันยิ่งใหญ่ของการแสดงออกถึงตัวตนของผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ เราจึงได้เปิดตัวกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครหลากหลายกิจกรรม เพื่อให้ลูกค้า เจ้าของ ผู้สนใจ และพันธมิตรของเรา สามารถสร้างรถมอเตอร์ไซค์ให้สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง