7 ปี “MotoGP สนามประเทศไทย” ปรากฏการณ์สุดกระหึ่ม จาก “มหกรรมกีฬา” สู่การขับเคลื่อน Thai Power ระดับโลก

จบไปแล้วกับอีเว้นต์กีฬาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026”  (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 ก.พ. และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ. –  1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  รัฐบาลไทย นำโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นแม่งาน ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชนและภาคประชาชน

เปิดสถิติความสำเร็จ 7 ปีแห่งความภาคภูมิใจ

จากจุดเริ่มต้นในปี 2561 จนถึงการก้าวขึ้นเป็น “สนามเปิดฤดูกาล” 2 ปีต่อเนื่อง ภาพรวมความสำเร็จตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขที่ยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น มูลค่าทางเศรษฐกิจสะสม สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยรวมแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท ต้อนรับแฟนความเร็วจากทั่วทุกมุมโลกรวมกว่า 1.3 ล้านคน การประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสด 207 ประเทศ เข้าถึงผู้ชมกว่า 800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก

ปี 2569 ทุบสถิติใหม่จำนวนผู้ชมสูงสุดในรอบ 7 ปี

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดการแข่งขัน “PT Grand Prix of Thailand 2026” ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักทุบสถิติใหม่

สร้างสถิติใหม่ ด้วยยอดผู้ชม 228,228 คน (คนไทย 82% และต่างชาติ 18%) โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติมีอัตราสูงขึ้น 3% เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 36,636 บาท/คน/ทริป

More Than Buriram ปลุกการท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยนักแข่ง ทีมแข่ง ทีมงานและแฟนคลับไม่ได้อยู่แค่ในบุรีรัมย์ แต่ใช้เวลาช่วงก่อนและหลังแข่งเดินทางไปพักผ่อน ยังแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ทั้งทะเลภาคใต้ วัดวาอารามในกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในภาคเหนือ สร้างรายได้หมุนเวียนไปทั่วทุกภูมิภาค

ที่พักถูกจองเต็ม 100% ในบุรีรัมย์และใกล้เคียง อาทิ สุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ สินค้า OTOP และร้านอาหารมียอดขายพุ่งสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่และส่วนกลางรวม 7,983 ตำแหน่งงาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5,139 ล้านบาท โดยรัฐได้รับรายได้ในรูปแบบภาษีไม่น้อยกว่า 358 ล้านบาท

More Than a Race ครั้งแรกของโลกกับ “Tuk Tuk Challenge”

ไวรัลกระหึ่มโลก การนำนักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลก 21 คน ลงมาซิ่ง “รถตุ๊กตุ๊กไทย” แข่งกันกลางสนามช้างฯ กลายเป็นคอนเทนต์ที่ถูกส่งต่อมากที่สุดในโลกโซเชียล มีคนเห็นภาพและแชร์ต่อกันไปมากกว่าพันล้านคน

สนุกยิ่งกว่าการแข่งจริง แฟนๆ ทั่วโลกต่างคอมเมนต์ว่าความฮาและความมันส์ของกิจกรรมนี้ “แย่งซีน” เมนเรซไปแบบเต็มๆ สร้างภาพจำใหม่ให้ไทยว่าไม่ใช่แค่จัดงานเก่ง แต่จัดงานได้ “โคตรสนุก” และเข้าถึงง่าย

พลังที่เหนือกว่าโฆษณา จุดสำคัญคือแม้แต่คนที่ไม่เคยดูแข่งก็ยังหยุดดู เพราะความ “เรียล” แบบไม่มีสคริปต์ ทั้งตลก น่ารัก และมีความเป็นไทยชัดเจน เป็นการส่งออก ไทยพาวเวอร์ (Thai Power) ที่ทรงพลังที่สุด ทำให้คนทั่วโลกรู้จักโมโตจีพีสนามประเทศไทย อยากมาชมในปีต่อไป รวมถึงอยากมาลองนั่งตุ๊กๆ เที่ยวประเทศไทยสักครั้ง

เกมการแข่งขันที่ “สนุกเข้มข้น” ทุกวินาทีบนแทร็ก

ดุเดือดทุกโค้ง ตั้งแต่รอบ Sprint Race ไปจนถึง Main Race นักบิดทุกคนใส่กันเต็มสูบแบบไม่มีใครยอมใคร พลิกสถานการณ์กันทุกรอบการแข่งขัน โดยเฉพาะการชิงจังหวะใน “โค้ง 12” โค้งปราบเซียนที่ตัดสินชัยชนะ

มาร์โก เบซเซคคี จากอพริเลีย เรซซิ่ง บิดนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์สนามแรกของปีไปครอง ท่ามกลางดราม่าของยอดนักบิดอย่าง มาร์ค มาร์เกซ ที่ต้องเจอวิกฤตยางแตกในช่วงท้ายเกม สร้างความตกตะลึงให้แฟนๆ อย่างมาก

มากกว่ากีฬา คือ “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” ที่โลกหลงรัก

เสน่ห์ที่ทำให้ “ThaiGP” แตกต่างจากสนามอื่นทั่วโลกคือ การสร้าง “มอเตอร์สปอร์ต เฟสติวัล” และการนำ “ไทยพาวเวอร์” มาผสมผสานกับกีฬาระดับโลกได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นภาพจำที่ประทับใจคนทั้งโลก

ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย  ไฮไลต์เด็ดที่หน้าสนาม ช้าง อารีนา ถูกเนรมิตเป็นสังเวียนมวยไทยระดับโลก จัดคู่มวยคุณภาพรวม 8 คู่ โชว์ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นรากเหง้าของไทยสู่สายตาแฟนความเร็วนับแสนคน, Shuttle แต๋น  รถอีแต๋นภูมิปัญญาไทยที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ระดับโลก, เซาะกราว ซิมโฟนี ออเคสตรา การร้องและบรรเลงเพลงชาติไทยเปิดสนามจากเยาวชนท้องถิ่น รวมทั้งการแสดงหนังใหญ่ สะท้อนถึง พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทยและพลังของลูกหลาน “ฅนบุรีรัมย์”

ครบเครื่องที่สุดในโลก: ช้อป ชิม ชม จบในที่เดียว

เสน่ห์ที่ทำให้สนามประเทศไทยแตกต่างคือความ “ครบเครื่อง” ที่ไม่มีสนามไหนในโลกเทียบได้ เป็นสวรรค์ของคนรักความเร็ว มีทั้งบูธสินค้ามอเตอร์สปอร์ต อุปกรณ์แต่งรถ และสินค้าคอลเลกชันพิเศษที่ยกกองทัพมาให้ช้อปแบบจัดเต็มในราคาพิเศษ, คอนเสิร์ตและความบันเทิงปิดท้ายวันอย่างสุดมันส์จากศิลปินแถวหน้า สร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่เปลี่ยนสนามแข่งรถให้เป็นเทศกาลดนตรีสุดสนุก และยังมีมหกรรม OTOP และของดีทั่วไทยที่ผนึกกำลังกับ กระทรวงมหาดไทย ขนสินค้าของดีของดังจากทั่วประเทศมาให้ช้อปให้ชิมถึงหน้าสนาม ทั้งงานหัตถศิลป์ระดับพรีเมียมและอาหารรสเลิศที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด

บทสรุป 7 ปี ชัยชนะของ “ไทยพาวเวอร์” (Thai Power)

ตลอด 7 ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ “โมโตจีพี” (MotoGP) ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2569 เราได้พิสูจน์ให้โลกจดจำว่านี่ไม่ใช่เพียงการแข่งขันชิงเจ้าความเร็ว (More Than a Race)  แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพการจัดอีเวนต์ระดับโลกของคนไทยในการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างน่าประทับใจ ความเชื่อมั่นจากนักแข่ง ทีมงาน สื่อมวลชน และแฟนความเร็วที่ยกให้ไทยเป็นหนึ่งในสนามที่บรรยากาศดีที่สุด-มีเสน่ห์ที่สุดของโลก การจัดการแข่งขันครั้งนี้ให้ผลตอบแทนมหาศาล ปักหมุดประเทศไทยให้ผงาดบนแผนที่กีฬาระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ และเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างแรงดึงดูดผ่าน “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” สู่สายตาชาวโลกได้อย่างงดงาม

“4 นักบิดฮอนด้า” ร่วมโมเมนต์สุดฮา “ตุ๊กตุ๊ก จีพี” ถ่ายทอด “ซอฟท์เพาเวอร์ไทย” สู่สายตาชาวโลก

ทัพนักบิดฮอนด้าในศึก โมโตจีพี นำโดย “โจอัน เมียร์”, “ลูก้า มารินี”, “โยฮันน์ ซาร์โก” และ “ดิโอโก้ โมเรร่า” ร่วมโมเมนต์สุดฮาในกิจกรรม “ตุ๊กตุ๊ก ชาลเลนจ์” ที่นำเอานักบิดระดับโลกลงมาดวลความเร็วด้วย “รถตุ๊กตุ๊ก” ซอฟท์เพาเวอร์สุดทรงพลังของไทย แข่งขันในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เรียกเสียงเฮกระหึ่มจากแฟนๆ ที่อัดแน่นทุกสแตนด์ และความบันเทิงเต็มขั้นที่ “ฮอนด้า สแตนด์” พร้อมถ่ายทอดความเป็นไทยสู่ทุกสายตาทั่วโลก ผ่านศึก โมโตจีพี 2026 สนามแรก รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์”

กิจกรรมสุดฮานี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ โมโตจีพี โดยจัดขึ้นในช่วงสายของวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมนี้ เพื่อสร้างสีสันให้แฟนๆ ก่อนจะดวลความเร็วรอบ “เมนเรซ” ของศึก โมโตจีพี ในช่วงบ่ายท่ามกลางการรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก

ขณะที่แฟนชาวไทยของค่าย “ฮอนด้า” ตอบรับกระแส “โมโตจีพี ฟีเวอร์” อย่างเต็มที่ หลั่งไหลเข้าชมอัดแน่น “ฮอนด้า สแตนด์” ที่เสิร์ฟความมันส์ตลอดทั้งวันผ่านบูธดีเจ กิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล และของที่ระลึกมากมาย เติมเต็มประสบการณ์การเชียร์มอเตอร์สปอร์ตอย่างจุใจ

โดย 4 นักบิดจาก ฮอนด้า นำโดย “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชดีกรีแชมป์โลกปี 2020 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ควงทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูก้า มารินี” ลงควบรถแข่งตุ๊กตุ๊กประดับลายสีแดงประจำทีม พร้อมติดเบอร์ 36 และ 10 ลงสนาม

เช่นเดียวกับ “โยฮันน์ ซาร์โก” จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสและทีมเมทชาวบราซิเลียนอย่าง “ดิโอโก้ โมเรร่า” ในรถตุ๊กตุ๊กสีขาวเบอร์ 5 และ 11 ลงดวลกันอย่างสนุกสนานเรียกเสียงฮา และเสียงเฮจากแฟนๆ ได้เป็นอย่างมาก

สำหรับ “ตุ๊กตุ๊ก ชาลเลนจ์” ถือเป็นสีสันใหม่ของ โมโตจีพี ที่ทำให้แฟนทั่วโลกได้เห็น “ซอฟท์เพาเวอร์” อันทรงพลังของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : https://facebook.com/hondamotorcyclethailand

เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : https://facebook.com/HondaBigBikeTH

เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

#HondaExhibitionHall #HondaMotoMania #HondaRacetoTheOneVillage #HondaVillage #HondaNo1 #RaceToTheOne #ThaiGP2026 #PTGrandPrixofThailand2026 #ThaiHonda #HondaRacingThailand #Motorsport #MotoGP #TukTukGP

CASIO ฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งความแข็งแกร่งของวงการ Formula 1 เปิดตัวนาฬิกาซีรีส์ EDIFICE รุ่น ECB-2300HR บอกเล่าเรื่องราวความแข็งแกร่งอันทรงพลัง แห่งวงการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ของ HONDA

EDIFICE SOSPENSIONE ECB-2300HR-1A จิตวิญญาณแห่ง Honda F1 สู่ข้อมือคุณ!!!

EDIFICE เฉลิมฉลองวาระครบ 60 ปีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยความร่วมมือระหว่าง EDIFICE และ HONDA กับวันแห่งประวัติศาสตร์ที่ RA272 คว้าชัยชนะครั้งแรกให้กับ HONDA ในการแข่งขันฟอร์มูลาวันเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1965 ในรายการ Mexican Grand Prix ด้วยนาฬิการุ่นพิเศษอย่าง EDIFICE SOSPENSIONE ECB-2300HR-1A โดยในครั้งนี้ทีมออกแบบของ EDIFICE ได้ทำงานร่วมกับ HONDA อย่างใกล้ชิด โดยการศึกษาทุกรายละเอียดของ RA272 รถแข่งในตำนานเพื่อที่จะถ่ายทอดจิตวิญญาณ และวิศวกรรมของตัวรถลงสู่ตัวนาฬิกาให้ได้มากที่สุด

โดดเด่นด้วยตัวแหวนของกรอบสี Championship White

EDIFICE SOSPENSIONE ECB-2300HR-1A รุ่นพิเศษโดดเด่นด้วยตัวแหวนของกรอบสี Championship White ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมบนตัวถังที่ถูกใช้บนรถแข่ง RA272 พร้อมการเคลือบเพิ่มเติมเพื่อสร้างโทนสีไอวอรีที่โดดเด่น และทำให้พื้นผิวมันเงาเหมือนกับสีที่ถูกใช้บนตัวรถแข่ง และมีการแกะสลักเลข “60” ในโทนสีทองที่ตำแหน่ง 60 นาทีเพื่อรำลึกถึงชัยชนะในการแข่งขัน F1 ครั้งแรก

ดีไซน์ Hinomaru สะท้อนถึงตัวถังของ RA272

Hinomaru คือวงกลมสีแดงสดรอบ ๆ ขอบด้านนอกของหน้าปัดที่ตัดกับพื้นหลังสีขาว ซึ่งสร้างความโดดเด่นสะดุดตาเหมือนกับสัญลักษณ์ Hinomaru ที่ถูกประดับอยู่บนตัวรถแข่ง RA272

สลักลายรำลึกบนห่วงโลหะสีทอง

ห่วงโลหะสีทองสุดโดดเด่นบนตัวสายมาพร้อมการสลักข้อความ Veni , Vidi , Vici. (ข้ามา , ข้าเห็น , ข้าชนะ) พร้อมการแกะสลักร่วมกับหมายเลขรถเบอร์ “11” ซึ่งเป็นหมายเลขที่ถูกใช้บนรถแข่ง RA272

สายนาฬิกาสลักด้วยพิมพ์เขียวของเครื่องยนต์ V12 สุดยอดแห่งเทคโนโลยีของ Honda

สายนาฬิกาสลักด้วยพิมพ์เขียวเครื่องยนต์ V12 ขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นบุกเบิกของ Honda ที่ตัวเครื่องยนต์มาพร้อมโครงสร้าง 12 กระบอกสูบซึ่งเป็นความคิดสุดท้าทาย และแตกต่างออกไปจากเครื่องยนต์ที่ทำกันในสมัยนั้น ด้วยสมรรถนะ 125 ซี.ซี. ต่อกระบอกสูบมาสู่รถแข่งซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงในยุคนั้นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงมาบนตัวสายของนาฬิกาที่มาพร้อมหนัง Nappa บนผิวด้านนอกผสมเข้ากับวัสดุ Ultrasuede ที่เป็นซับใน

มาตรวัดเครื่องยนต์ RA272 ถูกถ่ายทอดไว้บนหน้าปัดย่อย

มาตรวัดเครื่องยนต์ RA272 อันโดดเด่นถูกนำมาวางไว้บนหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และทำหน้าที่เป็นตัวบอกเวลานับถอยหลังที่มาพร้อมดีไซน์ที่ถูกถ่ายทอดมาจากมาตรวัดเครื่องยนต์ RA272 ต้นฉบับทั้งตัวสี และรูปทรงของเข็มอะนาล็อก รวมไปจนถึงฟอนต์ของตัวเลข และตัวเส้นสีแดงที่บ่งบอกถึงเรดไลท์เครื่องยนต์

โลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปีด้านหลังตัวเรือน

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งชัยชนะครั้งแรกในการแข่งขัน F1 ด้านหลังตัวเรือนได้มาพร้อมโลโก้สุดพิเศษซึ่งถูกออกแบบโดยทีม Honda ที่สลักด้วยเลเซอร์สุดโดดเด่นเพื่อแสดงถึงตัวนาฬิกาที่เกิดจากความร่วมมือที่ดึงเอาจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันของทาง Honda มาสู่นาฬิกา EDIFICE SOSPENSIONE ECB-2300HR-1A ในครั้งนี้

เทคโนโลยีบนตัวเรือน

EDIFICE SOSPENSIONE ECB-2300HR-1A มาพร้อม Tough Solar ที่สามารถเปลี่ยนแสงให้กลายเป็นระบบสร้างพลังงานเพื่อการทำงานที่ราบรื่นของฟังก์ชันต่าง ๆ ของตัวนาฬิกา นอกจากนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อนาฬิกาเข้ากับสมาร์ทโฟนที่ช่วยให้สามารถแก้ไขเวลาได้แบบอัตโนมัติ และสามารถกำหนดค่าเวลารอบโลกได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้ว รวมไปจนถึงการอ่านค่าจับเวลาซึ่งสามารถบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ลงบนแอปได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบค้นหาสมาร์ทโฟนของคุณเพียงกดปุ่มบนนาฬิกาเพื่อทำให้สมาร์ทโฟนส่งเสียงแม้อยู่ในโหมดเงียบ ตัวหน้าปัดมาพร้อมวัสดุคริสตัลแซฟไฟร์ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน ที่มาพร้อมความโปร่งใสสูงพร้อมเคลือบสารกันแสงสะท้อนบนพื้นผิวด้านใน และตัวไฟ LED แบบคู่ที่จะทำให้คุณสามารถดูเวลาในที่มืดได้อย่างชัดเจน

EDIFICE SOSPENSIONE ECB-2300HR-1A สุดพิเศษรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแฟน ๆ Honda ทั่วโลกซึ่งเป็นการนำมรดกแห่ง Honda F1 กลับมาอีกครั้งสู่ข้อมือของคุณด้วยราคาวางจำหน่าย 16,900 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมสินค้าได้ที่

Website : https://www.casio.com/th/watches/

Facebook : Casio Watches Thailand

Line : @casiowatchcmg

IG : casiothailand

#EDIFICE #HONDA #F1 #CASIO #CASIOCMG

 

 

 

 

Marini คว้า TOP 10 บุรีรัมย์


การแข่งขัน MotoGP รอบMain Race ที่ Chang International Circuit บุรีรัมย์ เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา luca Marini #10 จาก Honda Hrc Castrol เริ่มการแข่งขัน จากกริดที่ 14 เปิดเกมบู๊ล่าความเร็วอย่างดุเดือดตั้งแต้ต้นเกม ก่อน ผ่านธงตราหมากรุกในอันดับที่ 10 ด้าน Joan Mir #36 ทีมเมท สตาร์ทจากกริดที่ 10 และเป็นที่น่าเสียดายในช่วงท้ายของการแข่งขัน รถแข่งเกิดปัญหาทำให้ DNF

ส่วนคู่หู LCR Honda นั้น Johan Zarco #5 เริ่มการแข่งขันจากกริดที่ 12 และจบการแข่งขันในอันดับที่ 11 ด้าน Rookie อย่าง Diogo Moreira #11 ออกตัวจากกริดที่ 15 และ จบการแข่งขันอับดับที่ 13
.
#MotoGP #ThaiGP #ChangCircuitBuriram #HondaHRCCastrol #LM10

Mir ควง Zarco ตีตั๋ว Q2 บุรีรัมย์

ในรอบ Practice ของการแข่งขัน ThaiGP เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ Joan Mir #36 จาก Honda HRC Castrol ทำเวลา 1:29.517 นาที อันกับที่ 7 และ Johan Zarco #5 จาก Castrol Honda LCR เวลา 1:29.590 นาที อันกับที่ 10 ทำให้ทั้งคู่ตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ Q2 เป็นที่เรียบร้อย
ด้าน Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol เวลา 1:29.614 นาที อันกับที่ 11 และ Diogo Moreira #11 จาก PRO Honda LCR อันดับ 18 ด้วยเวลา 1:30.101 นาที
.

ส่งต่อแรงใจ “ไทยฮอนด้า” สนับสนุนหมวก 1,200 ใบ ให้จิตอาสาบุรีรัมย์ ที่มาร่วมช่วยงาน ไทยจีพี 2026

ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมถ่ายภาพกับ คุณเนวิน ชิดชอบ ประธาน บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด พร้อมคณะปฏิบัติงานจิตอาสาทั้งภาครัฐ และ ตัวแทนพี่น้องประชาชนจิตอาสาชาวบุรีรัมย์ ร่วมกันรับมอบหมวกกว่า 1,200 ใบ บริเวณด้านหน้า Honda Exhibition Hall เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อย และให้การต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั้งในและต่างประเทศ ในการจัดงานการแข่งขันทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเปิดฤดูกาลสนามแรกที่จังหวัดบุรีรัมย์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : https://facebook.com/hondamotorcyclethailand

เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : https://facebook.com/HondaBigBikeTH

เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

#HondaExhibitionHall #HondaNo1 #RaceToTheOne #ThaiGP2026 #PTGrandPrixofThailand2026 #ThaiHonda #HondaRacingThailand #Motorsport #MotoGP

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านดิจิทัล คว้ารางวัล Finalist กลุ่ม Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านการสื่อสารแบรนด์บนโลกดิจิทัล คว้ารางวัล Finalist กลุ่ม Best Brand Performance on Social Media สาขา Automotive ในงาน Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 เวทีประกาศรางวัลโซเชียลมีเดียระดับประเทศที่ยกย่องแบรนด์และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ โดยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์เพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลในกลุ่มดังกล่าว สะท้อนศักยภาพด้านการสื่อสารและการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างโดดเด่น พร้อมแสดงถึงการก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับรางวัล Thailand Social Awards จัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียของประเทศไทย โดยรางวัล Best Brand Performance on Social Media ใช้เกณฑ์การประเมิน Social Metric ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 2,600 แบรนด์ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ครอบคลุมการสื่อสารจากช่องทางของแบรนด์ (Owned Media) และการถูกกล่าวถึงจากสื่อ อินฟลูเอนเซอร์ และลูกค้า (Earned Media) สะท้อนผลตอบรับของการมีส่วนร่วมระหว่างลูกค้าและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รวมถึงคอนเทนต์ และกิจกรรมที่รองรับกลุ่มลูกค้าทุก Segment ซึ่งทำให้ได้รับการกล่าวถึงในเชิงบวกจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียในการสื่อสารสู่กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ ผ่านคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และประสบการณ์ใช้งานจริง โดยเพจ Honda Motorcycle Thailand มุ่งพัฒนาและนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพ ถ่ายทอดมุมมองการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและขยายคอมมูนิตี้คนรักรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thaihonda.co.th/honda/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ThailandSocialAwards2026 #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

เร็วที่สุดที่เคยมีมา! “เบซเซ็คคี” ผงาด “บุรีรัมย์ เทสต์” ทำสถิติใหม่ทดสอบ โมโตจีพี สนามช้าง

การทดสอบ “พรี-ซีซันเทสต์” ครั้งสุดท้ายของศึก โมโตจีพี 2026 ปิดฉากลงอย่างเข้มข้นที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดย มาร์โก เบซเซ็คคี ยอดนักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ขยับขั้นเป็นอันดับ 1 สร้างสถิติใหม่อย่างไม่เป็นทางการ เหนือ ไอ โอกูระ ดาวบิดญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง ขณะ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกจาก ดูคาติ ฝืนอาการปวดท้องรั้งอันดับ 3 หลังพลาดล้มรวมถึง 3 ครั้ง ใน “บุรีรัมย์ เทสต์” ก่อนเปิดฉากฤดูกาลใหม่ในศึก “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์” สุดสัปดาห์หน้า ภายใต้การรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก

ศึก โมโตจีพี 2026 ผ่านการทดสอบ “พรี-ซีซั่นเทสต์” ครั้งสุดท้ายอย่างเป็นทางการใน “บุรีรัมย์ เทสต์” หลังจากที่นักบิดทุกคนลงทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้ง 2 วัน ระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

วันสุดท้ายของ บุรีรัมย์ เทสต์ มีความคึกคักขึ้นอย่างมาก โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สนาม เพื่อเข้าชมการทดสอบ และต้อนรับนักแข่งทุกคนอย่างอบอุ่น ช่วยเพิ่มสีสันให้กับสุดสัปดาห์นี้ ก่อนจะเข้าสู่แข่งขัน “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ในสุดสัปดาห์หน้า

ผลการทดสอบวันสุดท้ายของ บุรีรัมย์ เทสต์ ปรากฏว่า มาร์โก เบซเซ็คคี ยอดนักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ออกไปเค้นความเร็วช่วง 10 นาทีสุดท้าย ขยับขึ้นมารั้งจ่าฝูงด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.668 วินาที ทำสถิติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของสนามช้างฯ แม้ตามกฎของโมโตจีพีจะยังไม่นับเป็นสถิติอย่างเป็นทางการเนื่องจากเกิดขึ้นในรอบทดสอบ แต่ก็นับว่าเร็วกว่าสถิติเดิมของ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า นักบิดอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม ที่ทำไว้ 1 นาที 28.700 วินาที ในปี 2024 ลงได้สำเร็จ

อันดับ 2 ในการเทสต์ครั้งนี้เป็นของ ไอ โอกูระ นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง โดยทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.668 วินาที ตามหลังผู้นำเพียง 0.097 วินาทีเท่านั้น

ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิชแชมป์โลกคนปัจจุบันจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม มีปัญหาอาการปวดท้องรบกวนตลอดทั้ง 2 วัน โดยเขาพลาดล้มรวมถึง 3 ครั้งในการทดสอบครั้งนี้ แต่ยังรั้งอันดับ 3 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.836 วินาที ตามหลังผู้นำ 0.168 วินาที ตามด้วยทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง บันยาญ่า ในอันดับ 4 ตามหลัง 0.215 วินาที

ด้าน อเล็กซ์ มาร์เกซ รองแชมป์โลกชาวสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง จบการทดสอบด้วยอันดับ 5 ตามหลัง 0.293 วินาที ตามด้วย เปโดร อคอสต้า นักบิดกระทิงดุจาก เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ในอันดับ 6 ตามหลัง 0.353 วินาที

ส่วน โจอัน เมียร์ นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล เป็นนักแข่งจากค่ายจักรยานยนต์ญี่ปุ่นที่เร็วที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ รั้งอันดับ 10 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.296 วินาที ตามหัวแถว 0.628 วินาที

สำหรับ ยามาฮ่า ที่ทำงานอย่างหนักกับรถแข่ง M1V4 ยังต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่าค่ายอื่นๆ โดยในช่วงท้าย แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดออสเตรเลียนจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี ออกมาทำ “ฟลายอิ้งแล็ป” จบการเทสต์ในอันดับ 16 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.672 วินาที ตามหลังผู้นำ 1.004 วินาที ส่วน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดชาวฝรั่งเศสจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี รั้งอันดับ 17 ตามหลัง 1.033 วินาที

โดยกลุ่มนักบิดรุกกี้ถือว่าทำผลงานในการทดสอบครั้งนี้ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่ง ดิโอโก้ โมเรร่า นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิเลียนจาก โปร ฮอนด้า แอลซีอาร์ ยกระดับความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง รั้งอันดับ 19 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.920 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.252 วินาที ส่วน โทปรัค ราซกัตลิโอกลู นักบิดเติร์กจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี จบ บุรีรัมย์ เทสต์ ในอันดับ 21 ตามหลัง 2.104 วินาที

ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2026 จะเปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกของฤดูกาลระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

Marini กดเวลา Buriram test วันที่สอง

Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol ลงกดเวลา Pre Season Test ณ Chang International Circuit วันที่สองในช่วงเช้าด้วยเวลา 1:29.451 นาที อยู่ในอันดับที่ 11 ด้าน Joan Mir #36 อันดับ 12 ด้วยเวลา 1:29.453 นาที ส่วน Johan Zarco #5 Castrol Honda LCR เวลา 1:29.608 นาที อันดับที่ 14 และ Diogo Moreira #11 จาก Pro Honda LCR เวลา 1:29.920 นาที อันดับที่ 15

#MotoGP #PreSeasonTest #BuriramTest #ChangCircuitBuriram #HondaHRCCastrol #LM10

“Quartararo” บิด M1 V4 “บุรีรัมย์ เทสต์”

การทดสอบ Pre Season ครั้งสุดท้ายของศึก MotoGP ฤดูกาล 2026 วันแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลการทดสอบปรากฏว่า Jack Miller #43 จาก Prima Pramac Yamaha MotoGP รั้งอันดับ 17 ด้วยเวลา 1:30.325 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.063 วินาที
ด้าน Fabio Quartararo #20 จาก Monster Energy Yamaha MotoGP ทำงานอย่างหนักกับแพ็กเกจใหม่ ก่อนจบวันแรกในอันดับ 18 ด้วยเวลาต่อรอบ 1:30.507 วินาที ตามหัวแถว 1.245 วินาที ขณะที่ทีมเมท Alex Rins #42 รั้งอันดับ 19 ตามหลัง 1.250 วินาที
ส่วน Toprak Razgatlıoğlu ลงทดสอบรถหมายเลข 7 ครั้งแรกที่บุรีรัมย์กับต้นสังกัด Prima Pramac Yamaha MotoGP โดยมุ่งเน้นการปรับตัวเข้ากับสนามและตัวรถ จบวันแรกในอันดับ 21 ตามหัวแถว 2.312 วินาที

Zarco คว้า Top5 Session 2 บุรีรัมย์

ในช่วงบ่ายวันเสาร์ของการทดสอบ Session ที่ 2 ณ Chang International Circuit บุรีรัมย์ Johan Zarco #5 Castrol HONDA LCR กดเวลา 1:29:467 นาที อยู่ในอันดับที่ 5
ด้านคู่หู Honda HRC Castrol นั้น Joan Mir #36 เวลา 1:29.494 นาที อันดับที่ 7 ส่วน Luca Marini #10 ทีมเมทนั้นเวลา 1:29.774 นาที อันดับที่ 11
และ Diogo Moreira #11 จาก PRO Honda LCR เวลา 1:30.953 นาที อันดับที่ 20
.

“Quartararo” บิด M1 V4 “บุรีรัมย์ เทสต์”

การทดสอบ Pre Season Test ครั้งสุดท้ายของศึก MotoGP ฤดูกาล 2026 ผ่านพ้นวันแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลการทดสอบปรากฏว่า Jack Miller #43 จาก Prima Pramac Yamaha MotoGP รั้งอันดับ 17 ด้วยเวลา 1:30.325 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.063 วินาที ด้าน Fabio Quartararo #20 จาก Monster Energy Yamaha MotoGP ทำงานอย่างหนักกับแพ็กเกจใหม่ ก่อนจบวันแรกในอันดับ 18 ด้วยเวลาต่อรอบ 1:30.507 วินาที ตามหัวแถว 1.245 วินาที ขณะที่ทีมเมท Alex Rins #42 รั้งอันดับ 19 ตามหลัง 1.250 วินาที ส่วน Toprak Razgatlıoğlu ลงทดสอบรถหมายเลข 7 ครั้งแรกที่บุรีรัมย์กับต้นสังกัด Prima Pramac Yamaha MotoGP โดยมุ่งเน้นการปรับตัวเข้ากับสนามและตัวรถ จบวันแรกในอันดับ 21 ตามหัวแถว 2.312 วินาที