Benelli TNT125 Scrambler

เปลี่ยนสู่ความเท่ล้ำสมัยท้าทายกับไอเดียการแต่งรถ จากรถสไตล์เน็คเก็ดไบค์ปรับลุคใหม่จากสำนักแต่ง TONYS BIKE DESIGN ให้กลายเป็น Benelli TNT125 Scrambler ผสมกับศิลปะของ Custom ในแบบอนาคต

การเปลี่ยนลุคใหม่จากอีกสไตล์ให้เป็นรถอีกสไตล์ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป อย่างเช่น TNT125 คันนี้ ที่จัดแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ฉีกแนวไปจากเดิม โดยที่ใช้เมนเฟรมเดิมแต่เพิ่มเติมที่ออพชั่น ช่วงนหน้ายกออกทั้งยวง สร้างหน้ากากไฟใหม่ตามแบบในจินตนาการ ดีไซน์เจาะช่องไฟสปอร์ตไลท์พร้อมไฟเลี้ยว LED ย้ายจุดยึดตำแหน่งไมล์ให้ขึ้นมาอยู่บนแฮนด์เพื่อองค์ประกอบตำแหน่งรถที่โดดเด่นขึ้น สีสันเข้มด้วยสีน้ำตาลคาดเส้นเหลืองโช้คอัพหน้าที่เป็นแบบหัวกลับมีให้มาพร้อมปรับระดับความเตี้ยลงกว่าเดิม ดิสก์เบรกหน้าคาลิเปอร์แบบ 4 พอร์ท แฮนด์บาร์ติดกระจกทรงกลมที่ปลายแฮนด์ เบาะนั่งเป็นชิ้นเดียวโดยตัดแต่งท้ายสั้นลง ไฟท้าย LED ดัดโค้งเข้ารูป ไฟเลี้ยวก็ลดขนาดให้เล็กลง พักเท้าสไตล์สปอร์ตมีแค่สำหรับผู้ขับขี่ โช้คอัพหลังเดี่ยวเซ็ทอัพความหนืดใหม่รองรับการขับขี่ที่เร้าใจมากยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์ ขนาดวามจุ 250 ซีซี สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยน้ำโดยใช้แผงหม้อน้ำอลูมินัมเสริมความเด่นด้วยสายยางสีต่อเข้าวาล์วด้านใน ป้อนเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ คลุกเคล้ากระบวนการเผาไหม้ถ่ายออกสู่ท่อไอเสียแยกปลายเป็นท่อคู่ออกข้าง Full System ดิสก์เบรกหลังคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว

เพิ่มองค์ประกอบของรถให้ใหญ่ขึ้นโดยเพิ่มขนาดยาง หน้า 120/60-17 ยางหลัง 160/60-17 เพื่อให้รถดูใหญ่และบึกบึนสมกับเป็น Custom Scrambler ในจิตนาการของ TONYS BIKE DESIGN

YAMAHA FINO125 FITS ALL FEELINGS ความลงตัวใหม่…ใช่ทุกแนว สีใหม่…แนวไหน ก็ใช่เลย

ยามาฮ่า เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกแฟชั่นอีกครั้ง พร้อมตอบสนองคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสัน ด้วย “YAMAHA FINO125 ใหม่” กับสโลแกน “Fits All Feelings…ความลงตัวใหม่…ใช่ทุกแนว” เต็มเปี่ยมด้วยสีสันแนวใหม่ของออโตเมติกแฟชั่น สีใหม่…แนวไหน ก็ใช่เลย พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่โดนใจใช่ทุกแนว…แนวแรง…ด้วยพลังเครื่องยนต์ระบบหัวฉีด 125 ซีซี, แนวล้ำ…ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะใหม่ Stop & Start System และแนวประหยัด…ด้วยเครื่องยนต์ BLUE CORE และเติมน้ำมันได้หลายประเภทจนถึง E85 โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 แนว 2 สไตล์ คือ รุ่น PREMIUM และรุ่น STANDARD

สำหรับ YAMAHA FINO125 ใหม่…เต็มเปี่ยมด้วยสีสันแนวใหม่ของออโตเมติกแฟชั่น และเทคโนโลยีที่ใช่สำหรับทุกแนว มาพร้อมเครื่องยนต์ BLUE CORE 125 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ เทคโนโลยีแห่งความแรง และความประหยัด เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น และลดการสูญเสียกำลัง ประหยัดน้ำมันสูงสุด และช่วยลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม… YAMAHA FINO125 รุ่น STANDARD มาพร้อมกล่อง ECU สมองกลอัจฉริยะแบบ (FFV)   FLEX FUEL VIHICLE ที่คำนวณค่าการจ่ายน้ำมันให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทั้งเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทไปจนถึง E85* YAMAHA FINO125 รุ่น PREMIUM ประหยัดอีกขั้นด้วยระบบดับเครื่องยนต์อัจฉริยะ STOP & START SYSTEM ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในขณะขับขี่ และต้องหยุดรถนานเกินกว่า 5 วินาทีขึ้นไป ไม่ว่าจะหยุดจอดรอสัญญาณไฟจราจร หรือหยุดจอดชั่วคราว ระบบ STOP & START SYSTEM** จะสั่งการให้เครื่องยนต์หยุดทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมสัญญาณไฟกะพริบแจ้งการทำงานของระบบที่อยู่บนมิเตอร์ และเพียงแค่บิดคันเร่ง เครื่องยนต์พร้อมจะทำงานต่อทันที ส่งผลให้ลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน และประหยัดมากยิ่งขึ้น YAMAHA FINO125 ใหม่ ยังคงมาพร้อมกับฟังก์ชั่น และฟีเจอร์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมตอบสนองต่อการใช้งานด้วยความลงตัวใหม่…ใช่ทุกแนว ด้วยไฟหน้า FULL LED สไตล์โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่ Diamond Cut Lens, เรือนไมล์แยกส่วน Duo Meter พร้อมไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด ECO LAMP, MEGA BOX ขนาดใหญ่จุใจ 8.2 ลิตร สามารถเก็บแก็ดเจ็ตต่างๆ ของคนวัยมันส์ได้แบบเต็มเหนี่ยว, กุญแจรีโมท ANSWER BACK SYSTEM ที่สามารถเปิดช่องกุญแจอัตโนมัติพร้อมไฟเรืองแสง และส่งสัญญาณบอกตำแหน่งรถ และสำหรับรุ่น PREMIUM มาพร้อมล้อแม็กขนาด 14” เทรนด์สปอร์ต สุดแกร่ง  YAMAHA FINO125 ใหม่ มีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกัน 2 แนว 2 สไตล์ ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่น และฟีเจอร์แบบจัดเต็ม ใน รุ่น PREMIUM พร้อมสีสันใหม่แบบทูโทน สีเทา-น้ำเงิน ราคาจำหน่าย 51,500 บาท และรุ่น STANDARD ที่สามารถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทั้งเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทไปจนถึง E85* ที่มีสีสันให้เลือก 3 สไตล์ คือ สีเทา-แดง, สีขาว-ฟ้า และสีขาว-ดำ ราคา 46,000 บาท โดยสามารถเลือกเป็นเจ้าของ YAMAHA FINO125 ใหม่ สีใหม่…แนวไหน ก็ใช่เลย ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่โชว์รูม ยามาฮ่า สแควร์ ทุกสาขา  และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ

*สามารถเติมน้ำมันได้ทั้งเบินซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทจนถึง E85 เฉพาะในรุ่น Standard

**ระบบดับเครื่องยนต์อัจฉริยะ Stop & Start System มีเฉพาะในรุ่น Premium

 

2018 KTM 450SX-F Factory Edition

หลังจากที่เปิดตัวพร้อมจำหน่ายรถโมโตครอสอย่าง 450 SX-F โมเดล 2018 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดทาง U.S.A. ก็ได้ทำการเปิดตัวทีมแข่งสำหรับลงชิงชัยใน AMA 450 SX Championship

ด้วยสองนักแข่ง คือ Marvin Musquin กับ Broc Tickle พร้อมทั้งเปิดเผยรายละเอียดรถแข่ง KTM 450 SX-F Factory Edition หรือ work bikes ของทีม ที่ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมบางส่วน ทั้งการปรับแชสซีส์ และชิ้นส่วน bodywork รวมถึงการอัพเดทเครื่องยนต์ , การเปลี่ยนหรือการปรับเซ็ทระบบกันสะเทือนใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนชุด triple clamp หรือชุดแผงคอใหม่ เพื่อเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นให้กับรถแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดน้ำหนักให้ต่ำลงจากเดิม นี่คือรถเวอร์ชั่นพิเศษที่ใช้ในการแข่งขันของนักแข่งระดับแฟค
ทอรี่ทีม กล่าวคือ นี่คือ limited production machines จาก KTM กับรถโมโตครอสสมรรถนะสูง next generation FACTORY EDITION ที่มาพร้อมกับความพิเศษที่เหนือกว่าเวอร์ชั่นสแตนดาร์ด

 

 

รายละเอียดที่เปิดเผยได้ของ 2018 KTM 450 SX-F Factory Edition ที่มีรายละเอียดดังนี้

• Red Bull KTM Factory Racing graphics ลายกราฟฟิคของทีม
• Triple clamps anodized in orange ชุดแผงคอ อโนไดซ์ สีส้ม
• Hinson factory clutch cover
• Factory start for fork
• Orange frame
• Composite skid plate
• D.I.D Dirt Star rims
• Factory seat พร้อมมีโลโก้ Selle Dalla Valle
• Floating front disc
• Front brake disc guard
• Orange rear sprocket
สำหรับ Red Bull KTM Factory Racing Team จะดูแลทีมโดย Roger De Coster โดยมีเทรนนิ่งชื่อดังอย่าง Aldon Baker เข้ามาช่วยจัดการการฝึกซ้อม ซึ่งฤดูกาลแข่งขันของ AMA SX Championship จะเริ่มเปิดฤดูกาลสนามแรกในช่วงต้นเดือนมกราคม

 

PCX 150 2018

 

เครื่องยนต์
 แบบ ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด  4 จังหวะ/ 1 สูบ
 ปริมาตรกระบอกสูบ  149.32 cc
 อัตราส่วนกำลังอัด  10.6:1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก  57.3 * 57.9 mm
 ระบบหล่อลื่น  แบบเปียก
 ระบบจ่ายน้ำมัน  หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิด  จุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์
 ระบบคลัทช์  ครัทช์แห้งแบบแรงเหวี่ยง
 ระบบเกียร์  อัตโนมัติ
ระบบสตาร์ท  สตาร์ทมือ
น้ำมันเชื้อเพลิง  E20,91,95
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง  8 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง   –
กว้าง*ยาว*สูง  175 * 1923 * 1107 มิลลิเมตร
น้ำหนักรวม  129 กิโลกรัม
ระบบกันสะเทือน

หน้า : โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิค

หลัง : โช้คอัพแบบยูนิตสวิง

ระบบเบรก

หน้า : ดิสก์

หลัง : ดรัมเบรก

ยาง/ล้อ

หน้า : 100/80-14 M/C 48P

หลัง : 120/70-14 M/C 61P

All New PCX150 สัมผัสความภูมิใจครั้งใหม่ ด้วยที่สุดของเทคโนโลยีและดีไซน์หรูที่เป็นหนึ่งเดียว

บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ตอกย้ำภาพความเป็นที่สุดแห่งผู้นำรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ล่าสุดกับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ เอ.ที. ระดับพรีเมี่ยม All New Honda PCX150 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Welcome to The New Pride” สัมผัสความภูมิใจครั้งใหม่..เหนือระดับทุกการครอบครอง ด้วยเอกลักษณ์แห่งงานดีไซน์ผสานความหรูหรา All New Honda PCX150 ใหม่ด้วยเอกลักษณ์แห่งงานดีไซน์ผสานความหรูหรา เน้นความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วยลุคที่โฉบเฉี่ยวตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย ดูหรูมีระดับด้วยการใช้สีพื้นเรียบๆ และแน่นอนว่ามาพร้อมกับฟิคเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุม มิติและขนาดของตัวรถดูมีความเพรียวทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานทุกสภาพเส้นทางการจราจร

โดดเด่นด้วยระบบไฟ LED ดีไซน์ใหม่รอบคัน
เป็นการยกระดับไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีเสมือนรถยนต์ด้วย NEW WELCOME LIGHT ครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่มีไฟ LED ส่องสว่างขึ้นที่พื้น และแผงหน้าปัดระบบดิจิตอลรูปแบบใหม่ที่บอกค่าสถานะต่างๆ ได้ครบถ้วนตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิตอล อาทิเช่น มาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล ระบบบันทึกระยะทางการขับขี่ มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงระบบดิจิตอล และนาฬิกาดิจิตอลบอกเวลา สัญญาณไฟต่างๆ สามารถอ่านได้ชัดเจน และที่ล้ำหน้าไปมากกว่านั้นก็คือ การปรับสีของจอแสดงผลแบบ กลางวัน และ กลางคืน ปรับอัตโนมัติ

เพิ่มสมรรถนะการทรงตัวและยึดเกาะถนน ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ
พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ลายใบพัดหน้ากว้างมากยิ่งขึ้น ขนาด 14 นิ้ว และพร้อมกับยาง Michelin ขนาดใหญ่ ยึดเกาะถนนได้มั่นใจ โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิค ดิสก์เบรกหน้าเต็มสมรรถนะด้วยระบบ Combi Brake คอมบายเบรก เป็นระบบกระจายแรงเบรก หน้า-หลัง ด้วยชุดคาลิเปอร์แบบสามลูกสูบ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยทุกการขับขี่ โช้คอัพหลังคู่ที่ปรับตำแหน่งและองศาเพื่อความนิ่มนวลในการรับน้ำหนักและแรงกระแทก

จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์อย่างครอบคลุม
สะดวกสบายด้วยกล่องเก็บของใต้เบาะขนาด 28 ลิตร พร้อมการปรับพื้นที่แนวราบให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น สามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ โดยมีกลไก Seat Stopper ที่ออกแบบใหม่แข็งแรงขึ้น ช่วยเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย ทั้งยังติดตั้งกล่อง Console Box พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟสำหรับสมาร์ทโฟนของผู้ขับที่ด้านหน้า ช่องเติมน้ำมันกลางคอนโซลสะดวกสบายไม่ต้องลงจากรถ

ยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์ ฮอนด้าสมาร์ทเทคโนโลยี (Honda Smart Technology)
ในด้านเทคโนโลยีของ All New Honda PCX150 ยังคงเอกลักษณ์ด้วยฮอนด้าสมาร์ทเทคโนโลยี (Honda Smart Technology) ที่พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ซี่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ eSP (Enhanced Smart Power) ขนาด 150 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ รองรับมาตรฐานไอเสียสากล Euro4 ให้สมรรถนะความแรงและอัตราการประหยัดน้ำมันที่คุ้มค่า, ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System เครื่องยนต์จะดับเมื่อรถหยุดนิ่งอัตโนมัติ และเพียงแค่บิดคันเร่งเบาๆ เครื่องยนต์ก็จะติดพร้อมใช้งาน ส่งผลได้ถึงความประหยัดพลังเชื้อเพลิง, พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อชีวิตสมาร์ท กับฮอนด้าสมาร์ทคอนโทรลเลอร์ ชุดควบคุมการทำงานอัจฉริยะ และฮอนด้าสมาร์ทคีย์ รีโมทอัจฉริยะ ที่ประกอบด้วยระบบสั่งการครบ 3 ฟังก์ชั่น เพื่อช่วยระบุตำแหน่งและสะดวกสบายในการค้นหารถ พร้อมด้วยสัญญาณกันขโมยป้องกันการโจรกรรมโดยระบบจะส่งสัญญาณเตือนทันทีเมื่อรถมีการเคลื่อนที่หรือสั่นสะเทือน และระบบเปิด-ปิดสัญญาณรีโมท เพื่อสั่งการเปิดหรือ ล็อคการเชื่อมต่อสัญญาณรีโมทกับ สมาร์ทคอนโทรลเลอร์ เพื่อการล็อคนิรภัยอีกขั้น

พร้อมวางจำหน่าย All New Honda PCX150 ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2017 เป็นต้นไป ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำที่ 82,300 บาท มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา-ดำ, สีแดง-ดำ, สีดำ และสีขาว-ดำ สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ All New Honda PCX150 โฉมใหม่ได้ที่ www.aphonda.co.th และ www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

ความคิดเห็นนักทดสอบ
จตุรงค์ หมื่นทิพย์
หลังจากที่เปิดตัวมาได้สักพักใหญ่ รถทุกคันถูกส่งไปตามดีเลอร์อย่างรวดเร็วเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ และเป็นที่กล่าวถึงกันมากกับโฉมใหม่ของ All New PCX150 และผมก็ได้เป็นสื่อมวลชนคนแรกที่ได้สัมผัส หลังจากไปรับรถที่ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เลขไมล์เพียง 5 กม. ความสดใหม่ยังหอมกรุ่น รูปทรงที่ได้ดูกันชัดๆ จะๆ ทุกมุม มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ไฟหน้า ไฟท้าย ดีไซน์มาจากรถยนต์ให้ความสว่างเด่นชัด เมื่อบิดสวิตช์กุญแจ การสตาร์ทเครื่องยนต์ต้องกำเบรกหลังแน่นๆ สักนิด ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เดินเสียงนิ่มๆ บิดคันเร่งเบาๆ ก็ออกตัวได้ง่าย กำลังของเครื่องยนต์ในช่วงรอบต้นและรอบกลาง มีความจัดจ้านตอบสนองคันเร่งได้อย่างรวดเร็ว ช่วงรอบปลายๆ มาแบบเรื่อยๆ โดยความเร็วที่ทำได้สูงสุดประมาณ 120 กม./ชม. ถือว่าเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบาย ไรดิ้งโพสิชั่น ตำแหน่งท่านั่ง เบาะกว้างนั่งสบาย แฮนด์บาร์ยกระดับปานกลางควบคุมง่าย ระบบเบรกถึงจะไม่ใช่ ABS แต่สำหรับ Combi Brake ก็เพียงพอสำหรับรถขนาด 150 ซีซี ยางที่อัพไซส์มีขนาดใหญ่ขึ้นมั่นใจการเกาะถนนและเข้าโค้ง ในส่วนของจอแสดงผลแบบฟูลดิจิตอลอ่านได้ง่ายเด่นชัดและมีความสวยงาม ต้องบอกว่าเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีความสะดวกสบายและมาพร้อมกับเทคโนโลยีทันสมัย และคุ้มค่ากับราคา…ผมให้ผ่าน

ยามาฮ่าเปิดบูธ ยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ ในงาน “แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2018”

นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ เจ เจตริน วรรธนะสิน Band Ambassador Yamaha WaveRunner และ Yamaha Riders’ club ในพิธีเปิดบูธ Yamaha Riders’ Club อย่างเป็นทางการภายในงาน “แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2018” พร้อมด้วยการเปิดสีใหม่ของ Yamaha YZF-R6, TMAX530 และ SCR950 โดยยามาฮ่าได้จัดเตรียมรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น อะไหล่ตกแต่ง และเครื่องแต่งกายให้ไบค์เกอร์ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยามาฮ่าบิ๊กไบค์ภายในงานนี้อีกด้วย โดยบูธ Yamaha Riders’ Club จัดแสดง ณ บริเวณ Central Court ชั้น 1 โซนลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยงาน แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561

CB150 SCRAMBLER

โดดเด่นและแน่นไปด้วยออพชั่นจากสำนักแต่ง SRY Shop เป็นร้านตกแต่งและขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์ ที่มีชื่อเสียงมายาวนานด้วยผลการประกวดรถทุกครั้งจะต้องมีชื่อติด Top 3 ตลอด และก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวังกับตำแหน่งรางวัลชนะเลิศ 1 ใน 5 คัน

เริ่มใส่กันเต็มๆ สำหรับเจ้าคันนี้ คุมโทนชุดสีด้วยสีดำคาดทอง สร้างดุมใหม่ทั้งหน้า-หลังนำไปไดซ์สีทอง ใช้วงล้อซี่ลวดก้านดำ หมุดทองจาก D.I.D รุ่น CRF 250 ยางใช้ IRC หน้าขนาด 110/80-17 หลังขนาด 130/70-17 เพิ่มที่บังจานดิสก์เบรกหน้า ปั๊มล่างใช้ Brembo Radial Mount 4 พอร์ท สีดำกระบอกโช้คนำไปไดซ์สีใหม่ บังโคลนหน้าปรับแต่งให้สั้นลงพร้อมบังโช้ค เปลี่ยนกระจกไฟหน้าเป็นสีเหลือง ใส่การ์ดบังไฟหน้าเข้าชุดกับชิวหน้างานสร้าง ครอบไฟหน้าคาร์บอนเคฟล่าใส่ครอบไฟเลี้ยวงาน CNC ให้ดูแปลกตาเพิ่มที่ติดตั้งกล้องหน้ารถ มือเบรก Brembo เปลี่ยนปลอกแฮนด์ ติดกระจกมองหลังปลายแฮนด์ พร้อมใส่การ์ดแฮนด์

ตัวถังน้ำมันช่องกลางใช้หนังสีน้ำตาลเข้าชุดกันกับเบาะตอนเดียว สั่งพิเศษ Noi Watdan 24 ลงมาด้านข้าง เฟรมบังข้างสร้างเป็น ไฟเบอร์คาร์บอนเคฟล่า ติดตะแกรงทั้งซ้าย-ขวา ติดการ์ดใต้ท้องกันกระแทกงานสร้างใหม่ ท่อไอเสียของ Leovince พร้อมกันร้อนสีดำชุดเบรกหลังงานสร้าง ตูดปั้นท้ายใหม่ให้สามารถบรรทุกสัมภาระหรือใส่กล่องเข้าไป ถัดมาติดกระเป๋าใส่ของใบเล็กมาทางฝั่งซ้ายเปลี่ยนชุดโซ่ สเตอร์ ใหม่หมดใช้ของ Osaki ใส่บังสเตอร์หน้า CNC ติดกระจกใส ขาตั้งใส่ตีนเป็ดเพิ่มความมั่นคง

อยากได้แบบนี้หรือคล้ายๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก สำนักแต่ง SRY Shop อยู่แถวมหาชัยเมืองใหม่เข้าไปปรึกษาได้รับรองไม่ผิดหวัง ติดต่อได้ที่ 081-983-3395

Yamaha QBIX 125

การแข่งขันทางการตลาดของรถจักรยานยนต์ออโตเมติกมีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ใช้งานได้ง่าย และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ค่าย Yamaha คืออีกหนึ่งของผู้นำเทรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ให้นิยามเฉพาะตัวไว้ว่า Digital Automatic Bike ที่มาในรูปทรงเหลี่ยมตามชื่อรุ่นกับ QBIX 125

 

 

รูปลักษณ์ใหม่ สร้างโลกแห่งจิตนาการ ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี Yamaha QBIX 125 เปิดตัวเป็นครั้งแรกและที่แรกในงาน Bangkok International Motor Show 2017 ที่สร้างกระแสตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดจองภายในงานที่ล้นหลาม โดยมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่แปลกตาไปจากรถออโตเมติกทั่วไป ช่วงหน้าทรงสี่เหลี่ยมไฟหน้าตรงกลาง ไฟเลี้ยวบิ้วท์อิน ไฟท้ายขนาดใหญ่ พื้นเหยียบกว้าง และ วางถังน้ำมันไว้ด้านล่างง่ายและสะดวกในการเติมน้ำมันโดยไม่ต้องลงจากรถ พื้นฐานเครื่องยนต์แบบ Blue Core ขนาด 125 ซีซี แบบ SOHC 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ จุดสตาร์ทด้วยระบบไฟฟ้า จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด YMJET-FI ความจุถังน้ำมัน 4 ลิตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ และส่งกำลังสุดท้ายด้วยสายพาน V-Belt ที่มีความนิ่มนวล และดูแลรักษาง่ายเสริมฟิคเจอร์สุดล้ำนำเทรนด์ อย่างครบครัน

สำหรับในยุคดิจิตอลนี้ เรื่องของความทันสมัยก็ต้องมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะฉะนั้น QBIX125 จึงมาพร้อมกับระบบ Smart Key System กุญแจรีโมทอัจฉริยะที่จะเสริมความสะดวกสบาย และสวิตช์เปิดปิดที่ทำงานได้แบบ Multi-Function ใช้งานได้ทั้งสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ ปลดล็อคแฮนด์รถ เปิดเบาะใต้รถ และเปิดปิดฝาถังน้ำมันได้ ระบบไฟส่องสว่างที่เป็นแบบ LED ทั้งคัน มีไฟ Day Light ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หน้าจอแสดงผลแบบ Full LCD ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอุปกรณ์ Gadget หรูๆ หนึ่งชิ้น มองเห็นใช้เจนที่มีทั้งมาตรวัดความเร็ว ปริมาณเชื้อเพลิงในถัง และไฟแจ้งสถานะต่างๆ ของตัวรถ มีช่องเสียบ USB จ่ายไฟขนาด 12V ใช้สำหรับชาร์จอุปกรณ์พกพาได้ทุกชนิด มีระบบ Answer Back System ช่วยในการค้นหาตำแหน่งเวลาเกิดอาการหลงลืม ระบบ Stop&Start System ที่จะทำงานเมื่อเครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่ 40 องศา ระบบจะทำการตัดการทำงานของเครื่องยนต์แบบอัตโนมัติขณะที่เราจอดนิ่งๆ สัก 3 วินาที แล้วสามารถติดเครื่องได้ด้วยตัวเองเพียงแค่บิดคันเร่งออกไป ช่วยในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะที่การจราจรติดขัดได้เป็นอย่างดี

เน้นการควบคุมที่มั่นคง และการเกาะพื้นที่หนึบมั่นใจตำแหน่งท่านั่งและการควบคุม เบาะกว้าง ใต้เบาะนั่งมีพื้นที่ว่างขนาด 22.5 ลิตร สามารถใส่หมวกกันน็อคแบบเปิดคางได้ทีเดียว 2 ใบ แฮนด์บาร์ กว้างเบาแรงเลี้ยวได้ง่าย ช่วงล่างถูกดีไซน์ใหม่ ระบบกันสะเทือนหน้าเทเลสโคปิค กันสะเทือนหลังแบบยูนิตสวิง ระบบดิสก์เบรกจานเดี่ยวคาลิแบบลูกเดี่ยว ระบบเบรกหลังเป็นดรัมเบรก วงล้อแม็กขนาด 12 นิ้ว ขนาดยางหน้า 130/70-12 ขนาดยางหลัง 140/70-12 มิติตัวรถ มีความกว้าง 740 มิลลิเมตร ความยาว 1860 มิลลิเมตร และความสูง 1115 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 103 กิโลกรัม ราคาของ Yamaha QBIX รุ่น Standard จะอยู่ที่ 53,500 บาท รุ่น QBIX S 125 ราคา 56,000 บาท และ Yamaha QBIX 125 ABS ราคา 59,000 บาท โดยเพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมตัวจริงและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม Yamaha Square ทั่วประเทศ

ความคิดเห็นนักทดสอบ
จตุรงค์ หมื่นทิพย์
เปิดโฉมมาได้แปลกแหวกแนวกว่าค่ายคู่แข่ง นำเทรนด์ใหม่ของวัยรุ่น ด้วยรูปทรงที่เน้นเป็นสี่เหลี่ยมตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงด้านหลัง สิ่งอำนวยความสะดวกก็จัดมาให้ครบครัน ช่องเก็บของด้านหน้า และมีที่เสียบชาร์ทไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าเล็กๆ สมาร์ทคีย์ ใช่งานง่ายเพียงไปตำแหน่งตามสัญลักษณ์ที่ต้องการ ทั้งเปิดเบาะ เปิดฝาเติมน้ำมัน ล็อคคอ จอแสดงผลมีความสวยงามเห็นเด่นชัดดี กล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ใส่ได้จุใจ เหมาะดีสำหรับการเก็บของสำคัญ สำหรับท่านั่งสบายๆ ด้วยเบาะที่กว้าง ระยะแฮนด์กว้างทำให้เบาแรงควบคุมง่าย วงล้อแม็กและยางหน้ากว้างทำให้การเลี้ยวเข้าโค้งได้มากขึ้นและเกาะพื้นถนนได้ดี ดิสก์เบรกหน้าพร้อม ABS ถึงจะไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ แต่มีไว้ก็อุ่นใจ ระบบ Start & Stop System ทำงานได้ดี กำลังของเครื่องยนต์อันนี้สิ ติดใจเลย ใครว่ารถขนาดเล็กจะไม่จี๊ดจ๊าด!!! ไปลองดูแล้วจะรู้ว่ามันเร้าใจมาก ช่วงต้นจัด ช่วงกลางเดินเนียนๆ ปลายธรรมดาๆ ลากได้จนถึง 104 กม./ชม. ก็คงเพียงพอแล้วสำหรับบอดี้ขนาดนี้ คันเร่งเบาบิดง่าย อัตราเชื้อเพลิง..อันนี้คงอยู่ที่ผู้ขับขี่ว่าจะให้เซฟหรือปล่อยตามอารมณ์ ขี่แล้วสนุก เบา คล่องตัว นั่งสบาย…ติดใจแน่นอน

 

CB150R RSV Custom

ด้วยสไตล์ของตัวรถที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทำให้ CB150 จากค่ายปีกนกถูกนำมาสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ มากมาย และสำนักตกแต่ง RSV Racing เจ้าของแบรนด์ดัง RSV อะไหล่ตกแต่งมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ก็ไม่พลาดที่จะร่วมมาโชว์ไอเดียในการปรับแต่งรถในการเข้าประกวด Honda CB150R Concept Street Cafe ซึ่งมีดีกรีติดอันดับ 1 ใน 5 ประเทศไทยด้วย มาดูว่างาน Custom ของ RSV Racing จะเป็นอย่างไร

สีสันที่มีความเงางามพื้นดำและคาดตัดด้วยสีขาวทำให้เด่นชัด เบาะหุ้มด้วยหนังสีน้ำตาล ที่ตัดแต่งช่วงท้ายใหม่และหล่อไฟเบอร์แบบตูดมด ไฟหน้าครอบด้วยชุดอลูมินัม H2C เสริมความดุดัน โช้คอัพหน้าหัวกลับของดีที่ติดมากับตัวรถ ชุดดุมล้อหน้า-หลัง แต่ง วงล้อซี่ลวดหน้า-หลัง RCB ปั๊มเบรกหน้า Brembo M4-100 mm เสริมบู๊ทกันล้มแกนล้อหน้า RSV จานดิสก์หน้า NSR250 สายเบรกหน้า Earl’s บังโคลนหน้าแต่ง RSV พร้อมขา CNC อันเดอร์เคราริ่งของแต่งจาก KITAKO ป้องกันการกระแทกชุดบนแฮนด์จับหัวโช้คแบบสปอร์ตจุกอุดตุ๊กตาแฮนด์ RSV ปั๊มเบรกบนของ Brembo เบอร์ 19 มือคลัทซ์ TWM กระจกแต่ง RSV ครอบถัง Gcraft กันล้มกลาง RSV อกล่าง Kitaco ชุดเกียร์โยง RSV–Custom คอท่อแต่งจาก RSV ท่อไอเสียจาก Leovince จานดิสก์เบรกหลังแต่งพร้อมขาจับปั๊มหลัง RSV ปั๊มหลัง Brembo โซ่ทอง RK สเตอร์หลัง RSV เบาะแต่งจากร้าน ย้ง ห้วยขวาง ท่อไอเสียสไตล์เรซซิ่งคอสแตนเลสสวมด้วยปลาย GP

อะไหล่ตกแต่งทุกอย่างพร้อมจำหน่าย สนใจติดต่อสอบถาม RSV Racing โทร. 081-930-3890

All New Honda CB1100RS

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1959 ที่ Honda ได้เริ่มผลิตรถในตระกูล CB จากเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ ที่ใช้รหัส CB92 Benly ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากนั้นมาฮอนด้าก็ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกับรูปแบบความคลาสสิค จนมาถึงปี 1969 ทางฮอนด้าได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบใน CB750 ทำให้กระแสของทางค่ายปีกนกเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นจนมียอดจำหน่ายสูงขึ้น และจากนั้นมาก็มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ดีไซน์และการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์มาอย่างต่อเนื่อง

เครื่องยนต์ให้ความนิ่มนวล พร้อมเทคโนโลยีเสริมช่วยการขับขี่
ด้วยความนิยมของรถสไตล์คลาสสิคที่เพรียบพร้อมไปด้วยสมรรถนะความนิ่มนวล การควบคุมที่ง่าย และตอบสนองการขับขี่ที่ดี การขยับซีซีและการใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ทำให้ตอบโจทย์การขับขี่ที่ครอบคลุม รถคลาสสิคไบค์ระดับตำนาน มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 1,140 ซีซี 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 9.5:1 ให้พลังสูงสุดที่ 66kW ที่ 7,500 รอบต่อนาทีแรงบิดสูงสุดที่  91 Nm ที่ 5,000 รอบต่อนาที เน้นที่ความเร็วต้นถึงกลางเป็นหลักตามสไตล์ของรถแนวนี้ และยังเสริมระบบ สลิปเปอร์คลัทช์ช่วยให้การลดเกียร์ในความเร็วตัวรถไม่เสียการควบคุมและเดินคันเร่งได้อย่างราบรื่น สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมการจ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด PGM-FI ที่ขึ้นชื่อเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิง ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่

รูปลักษณ์ใหม่ เน้นความเป็นสปอร์ตโมเดิร์นคลาสสิค
สำหรับโฉมล่าสุด โมเดล 2017 มีการพัฒนาด้านรูปลักษณ์ให้มีความสปอร์ต และโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น จากถังน้ำมันที่เป็นทรงเหลี่ยมดีไซน์ใหม่ที่มีความปราดเปรียวมีส่วนเว้ารับกับหน้าขาให้แนบแน่นกับตัวรถนั่งได้สบาย ความจุ 16.6 ลิตร เรือนไมล์ทรงกลมคู่บอกรอบเครื่องยนต์และความเร็ว ส่วนที่เป็นดิจิตอล บอกเวลา ระดับน้ำมัน และ ตำแหน่งของเกียร์ ไฟหน้าทรงกลมหลอดโปรเจคเตอร์ 4 ดวง ส่องได้สว่างชัดเจน เช่นเดียวกับไฟท้ายแบบ LED สมรรถนะการควบคุมที่ดีขึ้น จากการรีดน้ำหนักตัวรถโดยรวมที่ลดลง 5 กิโลกรัม พร้อมกับการลดแรงบีบคลัทช์ลง 16% ช่วยให้ นิ่มนวล ด้วยระบบคลัทช์น้ำมัน

มั่นใจในการควบคุม ช่วงล่างหนึบ พร้อมออพชั่นเสริม
ระบบกันสะเทือนด้านหน้าโช้คคู่ขนาด 43 มม ออพชั่นเสริมแบบสปอร์ตของ SHOWA จุดเด่นคือที่ยึดคาลิเปอร์แบบเรเดียลเม้าท์ ปรับสปริงพรีโหลดได้ มีระยะยุบและยืดตัวที่ 4.21 นิ้ว กันสะเทือนหลังแบบโช้คสปริงคู่ปรับสปริงแก๊สที่มีแท้งค์บิ้วท์อิน SHOWA ปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกหน้า Dual calipers 4 ลูกสูบ TOKICO ทำงานร่วมกับจานดิสก์เบรกคู่แบบ full-floating ขนาด 296 มม. พร้อม ABS ระบบเบรกหลังดิสก์เดี่ยวทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์เบรกแบบ 1 ลูกสูบ สวิงอาร์มอลูมนัมขนาดใหญ่ช่วยให้น้ำหนักรวมของตัวรถน้อยลง

เครื่องยนต์ขนาดใหญ่…ใครว่าจะไม่ประหยัด
เรื่องความประหยัดน้ำมันเชื่อเพลิงซึ่งฮอนด้าให้ความใส่ใจเป็นอย่างมากรวมไปถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่ราบเรียบ แต่ก็ไม่ได้เซฟจนเวอร์เกินไป อยู่ที่การใช้งาน การทำงานของเครื่องยนต์ที่มีความเร็วของรอบที่ต่อเนื่องในการขับขี่เดินทางยาวๆ จะเห็นผลความประหยัด แต่ถ้าเทียบกับการใช้งานในเมืองที่ต้องใช้การเปิดคันเร่งที่ไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวเร่ง เดี๋ยวเบา เดี๋ยวจอด ก็อาจบริโภคมากกว่าเล็กน้อย สำหรับราคาค่าตัวก็ไม่ได้แพงจนเกินไปสำหรับ CB1100RS อยู่ที่ 559,000 บาท ต่างจาก CB1100EX ที่มีราคาอยู่ที่ 549,000 บาท พร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ จากศูนย์บิ๊กวิงทั่วประเทศ

Riding Magazine#268 : All New PCX 150

รีวิว All New PCX 150 สัมผัสความภูมิใจครั้งใหม่ ด้วยที่สุดของเทคโนโลยีและดีไซน์หรูที่เป็นหนึ่งเดียว รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ในนิตยสารไรดิ้งฉบับ 268 เดือน มกราคม 2561 นะครับ

https://www.youtube.com/watch?v=Exo3HJ-bhH8&t=102s

Riding Magazine#268 : Yamaha QBIX 125

รีวิว Yamaha QBIX 125 Digital Automatic Bike รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ในนิตยสารไรดิ้งฉบับ 268 เดือน มกราคม 2561 นะครับ