“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” พร้อมลุย ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2025 สนาม 6 ที่ สปีลเบิร์ก

“ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ หมายเลข 85 ยอดนักบิด The Next Successors ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เตรียมลงทำการแข่งขันศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ สนาม 6 ซึ่งเป็นสนามรองสุดท้าย ณ เรดบูล ริง เมือง สปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย โดยที่ผ่านมานักบิดดาวรุ่งไทยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เก็บมาได้ 46 คะแนน อยู่อันดับที่ 15 ของตารางนักแข่งทั้งหมด 26 คน ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุด “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ยังคงทำงานอย่างหนักพร้อมจะยกระดับผลงานให้ดีต่อเนื่องกับสนามสุดหินที่มีความสูงต่ำของแทร็คตามภูมิประเทศบนหุบเขา ต้องอาศัยทักษะการขับขี่สูง และการเบรกหนักจะเป็นหนึ่งในความท้าทายไปสู่ชัยชนะ

ทั้งนี้ ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ เมืองสปีลเบิร์ก 2025 จะมีการซ้อมในวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ ส่วนการควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตจะมีขึ้นในวันเดียวกันเวลา 22.50 น. การดวลความเร็วเรซแรกจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ เวลา 22.00 น. และเรซสอง วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคมนี้ เวลา 13.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

 

#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85

Eldiablo กดเวลา 1:29.924 FP1 ออสเตรีย

ในรอบ FP1 ของการแข่งขัน AustrianGP ที่ Redbull Ring Spielberg ประเทศออสเตเรียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Fabio Quartararo #20 จาก Monster Energy Yamaha MotoGP ทำเวลา 1:29.924 นาที อยู่ในอันดับ 7 ด้าน Alex Rins #42 ทีมเมท 1:30.053 นาที อยู่ในอันดับ 12 ส่วนคู่หู Pramac Yamaha นั้น Jack Miller #43 เวลา 1:30.565 อันดับ 18 และ Miguel Oliveira เวลา 1:30.882 นาที อันดับ 21
.

“ชิพ” นครินทร์ 1:35.562 FP1 Moto2 ออสเตรีย

การแข่งขัน Moto2 ที่ RedBull Ring Spielberg ประเทศ ออสเตรีย ในรอบ FP1 “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ #41 จาก Honda Team Asia ทำเวลา 1:35.562 นาที อยู่ในอันดับที่ 27

ม้วนเดียวจบ! ZONTES 368K คว้าแชมป์รุ่น Scooter 400cc Open ในศึกสนามแข่งขัน SuperbikeMag. com Trackday & Trophy

ปิดฉากการแข่งขันสุดเร้าใจในรุ่น Scooter Open ไม่เกิน 400cc ในรายการ SuperbikeMag. com Trackday & Trophy กับชัยชนะของ ZONTES 368K  ที่ได้วาดลวดลายในสนามโดย “ซี – ภูวดล มะแก้ว” นักแข่งหมายเลข 786  ที่เรียกได้ว่า ลีลาไม่ธรรมดาตั้งแต่ออกตัวนำม้วนเดียวจบ และคว้าแชมป์อันดับที่ 1 ไปครอบครอง!

ความมันส์เริ่มตั้งแต่รอบ Qualify กับการประชันของรถ 10 คันในสนาม เวลาห่างกันเพียงเสี้ยววินาที “ซี – ภูวดล มะแก้ว” ควบ ZONTES 368K  กดเวลาคว้าอันดับสตาร์ทที่ 2 ตามผู้นำเพียง 0.743 วินาที ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน 7 รอบสนาม

ทันทีที่ไฟสัญญาณดับในเรซการแข่งขัน ZONTES 368K พุ่งทะยานออกสตาร์ทพร้อมคว้า Holeshot ในโค้งแรกอย่างเฉียบขาด จากนั้น  ซี ภูวดล  แสดงฝีมือเต็มพิกัด คุมเกมด้วยการปิดไลน์ ครองตำแหน่งหัวแถวครบ 7 รอบสนาม จนเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก พร้อมทำเวลา Best Lap อยู่ที่ 1:17.080 คว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางเสียงเชียร์ลั่นขอบสนาม

ฮอนด้าเปิดศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริง “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกในไทย เปิดประตูสู่อนาคตแห่งการเดินทาง ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy”

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว The M.O.V.E. by Honda” ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ณ EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE

ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต ผ่านทั้ง 5 ประสาทสัมผัสในโซนมัลติเซนซอรีที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับอารมณ์ ความรู้สึก และวิถีแห่งความยั่งยืนได้อย่าง กลมกลืนภายใต้แนวคิด Sense the Synergy”

โซนทางเข้า และ Dream Sphere

เริ่มต้นที่โซนทางเข้าด้วยการเช็กอินแบบอินเทอร์แอคทีฟที่พาผู้เข้าชมสัมผัสปรัชญาของฮอนด้าซึ่งยึด “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เป็นหัวใจสำคัญมาอย่างยาวนาน มุ่งเน้นทั้งความพึงพอใจ ของลูกค้า ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ

ถัดจากโซนทางเข้า ผู้เข้าชมจะได้ก้าวเข้าสู่ Dream Sphere — ห้องจัดแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของฮอนด้าตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันและอนาคต  ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเส้นทางแห่งความฝันและความท้าทายตั้งแต่วันก่อตั้งไปจนถึงทศวรรษข้างหน้า พร้อมเชื่อมโยงถึงจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย และเหตุการณ์สำคัญที่ได้หล่อหลอมเส้นทางของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

Future Ride

ในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้ชมภาพแห่งอนาคตของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ผ่านเครื่องจำลองการขับขี่อัจฉริยะที่มอบประสบการณ์แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด ภายใต้ธีม Expected Life. Unexpected Discoveries.” ที่ชวนให้ก้าวข้ามความคุ้นเคย ไปค้นพบประสบการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในโลกของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

Future Mobility

ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าสู่ New Mobility Ecosystem” หรือระบบนิเวศการเดินทางยุคใหม่ ที่ผสานยานยนต์อนาคตให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ เปิดโอกาสให้ผู้คนเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและเพิ่มความหลากหลายในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ภายในโซน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเครื่องจำลองเสมือนจริงแบบ 360 องศา พาเหินฟ้าจากกรุงเทพฯ สู่พัทยาเสมือนกำลังเดินทางจริง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่าการเดินทางแห่งอนาคตอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

ความเป็นอิสระในการเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้สะท้อนถึงพันธกิจของฮอนด้าในการสร้างการเดินทางที่ชาญฉลาด ยั่งยืน และสนุกยิ่งขึ้น พร้อมขยับความฝันด้านการเคลื่อนไหวของฮอนด้า ให้เข้าใกล้ความจริงด้วยการผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับความเพลิดเพลินได้อย่างลงตัว

Future Drive

ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับโลกแห่งการเดินทาง จากความฝันในการ “รังสรรค์นิยามใหม่แห่งการขับเคลื่อน” มาสู่ความจริง เปลี่ยนภาพจำของรถยนต์ไฟฟ้าจาก “Thick and Heavy” เป็น Thin, Light and Wise” ไม่ใช่เพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงนวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ความยั่งยืน และการใส่ใจผู้ใช้งานเป็นหัวใจสำคัญ

แนวคิดนี้สะท้อนความเชื่อของฮอนด้าว่า อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ต้องก้าวข้ามขอบเขตของเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มอบความปลอดภัย และส่งมอบอิสระให้กับผู้คนและสังคม โดยในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้าที่หลอมรวมแนวคิดเหล่านี้ไว้ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสู่อนาคตของการเดินทางที่ชาญฉลาด เปี่ยมไปด้วยความหมาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดไปด้วยกัน

The M.O.V.E. Cafe

The M.O.V.E Café คือบทสรุปของการเดินทางภายใน The M.O.V.E by Honda พื้นที่สุดท้ายที่ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสวิสัยทัศน์การเดินทางแห่งอนาคตของฮอนด้าผ่าน “รสชาติ” ปิดท้ายประสบ การณ์ครบทั้ง 5 ประสาทสัมผัสที่เป็นหัวใจของศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

คาเฟ่แห่งนี้นำเสนอประสบการณ์การลิ้มรสที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy” โดยเชฟเดช คิ้วคชา ผสานทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน กลิ่น การสัมผัส และรสชาติไว้ในหนึ่งเดียว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่คาเฟ่ทั่วไป แต่เป็นจุดหมายที่รวมความคิดสร้างสรรค์ ด้านอาหารเข้ากับแรงบันดาลใจจากอนาคตแห่งการขับเคลื่อน ถ่ายทอดความประทับใจ และคุณค่าทางอารมณ์ในแบบเฉพาะของฮอนด้า

The M.O.V.E. by Honda คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางของฮอนด้าสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและความยั่งยืน ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การจัดแสดงเทคโนโลยี ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ ที่หมุนเวียนมาให้ชม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการถ่ายทอดจิตวิญญาณของโกลบอลแบรนด์สโลแกน The Power of Dreams – How we move you.” สะท้อนเจตนารมณ์ของฮอนด้า ที่ยึดมั่นว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการสร้างความผูกพันที่มีคุณค่า ก้าวสู่ความยั่งยืน และมอบประสบการณ์ที่เติมเต็มความหมายให้กับชีวิต

ฮอนด้า มุ่งขับเคลื่อนผู้คน ไม่เพียงแค่ในเชิงกายภาพ แต่ยังรวมถึงมิติของการขับเคลื่อนความรู้สึกและสังคมไปด้วยกัน ทั้งหมดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในประเทศไทยกับ The M.O.V.E. by Honda ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ ที่เปิดต้อนรับทั้งลูกค้า ผู้หลงใหลในนวัตกรรม และผู้ที่สนใจที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้แล้ววันนี้

ชื่อกิจกรรม: The M.O.V.E. by Honda

สถานที่: EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE

628 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

วันเปิดให้เข้าชม: 15 สิงหาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569

เวลาเปิดให้เข้าชม:

  • วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 19:00 – 22:00 น.
  • ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดทุกวัน เวลา 10:00 – 22:00 น

ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

LINE Official Account: @TheM.O.V.E.byHonda

จัดโดย: บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด

ไทยฮอนด้า มอบหมวกกันน็อก 1,200 ใบ ให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 สานต่อโครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน”

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย มอบหมวกกันน็อกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จำนวน 1,200 ใบ ให้แก่กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ภายใต้โครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน”
การมอบหมวกกันน็อกครั้งนี้ยังเป็นการสนับสนุนโครงการ “ถนนปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100%” ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย ลดการบาดเจ็บและการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัยส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการสร้างวินัยจราจรและความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม และพร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่เป้าหมาย “สังคมอุบัติเหตุเป็นศูนย์” (Zero Accident Society)

Aleix Espargaro บิดแทน ก้อง สมเกียรติ ที่ HungaryGP

ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Aleix Espargaro #41 นั้นจะลงบิดให้กับ LCR Honda ในการแข่งขัน MotoGP สนาม 14 HungaryGP ที่ Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี ระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมนี้
.
#MotoGP
#HungaryGP
#BalatonPark
#Round14
#LCRHonda
#AE41

QTC ปลื้มสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า MOVE EV X สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษ์โลก

คิวทีซี ไฟเขียว ต่อยอดธุรกิจขยายการลงทุนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ MOVE EV X ลดมลพิษในอากาศ เพิ่มรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว คุ้มค่าการลงทุน

คุณพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) และบริษัท คิวทีซี โกลบอล เพาเวอร์ จำกัด (QTCGP) (บริษัทย่อย) ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดในหลากหลายรูปแบบ เปิดเผยว่า “จากที่บริษัทฯ ลงทุนตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากับ MOVE EV X จำนวน 7 สาขา เมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น ผลตอบรับของการลงทุนถือว่าดี รายได้เติบโตอย่างชัดเจน อีกทั้งจำนวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตการต่อยอดจากแผนลงทุนพลังงานทดแทน พร้อมช่วยสร้างรายได้แบบ Passive Income ให้กับบริษัทฯ เราเห็นว่าควรเพิ่มจำนวนตู้สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในสาขาเดิม จาก 7 ตู้เป็น 14 ตู้”

ด้านคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะมูฟ ธันเดอร์ จำกัด ผู้ให้บริการสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ MOVE EV X เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจที่ผู้ลงทุนประสบความสำเร็จ สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความคิดของบริษัทฯ ที่ทุ่มเทพัฒนาสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ผู้ทำธุรกิจควบคู่กันไปสภาพแวดล้อมและอากาศที่สะอาดต่อสังคมส่วนรวม”

ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเป็นผู้มีส่วนร่วมสร้างระบบ Ecosystem อย่างยั่งยืน กับ “MOVE EV X by H Sem” สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เว็บไซต์ www.moveevx.com, FB: MOVE EV X หรือสอบถามได้ที่ Line ID: @moveevx และ Call Center 1513 (วันจันทร์-เสาร์ เวลา 8.30น. – 17.30น.)

เอเชีย ซิตี้ มอเตอร์ เปิดรุ่นพิเศษ เข้าร่วมซับพอร์ทเรซในการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2025

บริษัท เอเชีย ซิตี้ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฝั่งตะวันออก สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สไตล์ออฟโรด CRF250L/300L เปิดรุ่นการแข่งขัน โดยเข้าร่วมกับการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2025 ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามสุดท้าย ที่ ศูนย์ฝึกกีฬาภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี

เปิดให้ได้บิดคันเร่ง โดดเนินกันเต็มระบบ สนามเดียวกับนักแข่งมืออาชีพ ให้ลูกค้าลงทะเบียนแข่งขันกัน 2 รุ่น Honda CRF250L/300L รุ่นประชนทั่วไปมือใหม่ และ Honda CRF250L/300L รุ่นประชาชนทั่วไปมือโปร ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 50,000 บาท โดยเกมของการแข่งขันทั้งสองรุ่น เต็มไปด้วยหลากหลายอรรถรส การเบียดแย่งตำแหน่ง ลีลาการขับขี่โดดเนิน ด้วยสมรรถนะของ Honda CRF250L และ CRF300L รถจักรยานยนต์โปรดักชั่นสไตล์ออฟโรด ที่สามารถปรับเสริมเติมแต่งขับขี่ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ

#เอเชียซิตี้มอเตอร์มอไซค์ฮอนด้าชลบุรี
#CRF250L #CRF300L
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
#HondaRacingThailand
#FMSCTMOTOCORSS2025
#ฮอนด้าเอเชีย

“ฮอนด้า” เหมา 2 รุ่นไฮไลท์ทางฝุ่น “นีโม่-จิรัฎฐ์” กวาดแชมป์ รุ่น Premier MX-1 ควบ รุ่น Pro MX-2

“ฮอนด้า” ผู้นำด้านรถจักรยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ตของไทย สร้างประวัติศาสตร์ความเร็วอีกครั้งในการแข่งขัน ด้วยการคว้าแชมป์รุ่น Premier MX-1 จากผลงานของ “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ และรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R หมายเลข 177 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport หลังจากที่ ศึกทางฝุ่นชิงแชมป์ประเทศไทย ยกระดับพิกัดการแข่งขันเพื่อเทียบเท่ากับเกมความเร็วระดับโลก พร้อมกวดอีกแชมป์ในรุ่นท็อปของรายการอย่าง Pro MX-2 ควบคู่ไปกับการทำผลงานของทัพนักบิด Honda CRF450R ขณะที่ฮอนด้าขอต่อยอดปีทอง สานต่อความสำเร็จด้วยการป้องกันแชมป์ในซีซั่นหน้า พร้อมพัฒนาและดันนักแข่งไทยสู่การแข่งขันระดับโลก ศึก FMSCT Thailand Motocross 2025 สนามที่ 10 แข่งขันกันต่อเนื่องที่สนามศูนย์ฝึกกีฬามอเตอร์สปอร์ตแห่งประเทศไทยภาคตะวันออก ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2568

ในรุ่นไฮไลท์ Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ไปแล้วจากคะแนนสะสมที่ขาดลอยในสนามที่ 9 แต่ยังมอบเรซสุดพิเศษให้กับแฟนความเร็วชาวไทยลงสนามปิดฤดูกาลด้วยสปริตแชมเปี้ยน ดวลความเร็วไล่แซงคู่แข่งเก็บวินเนอร์ปิดท้ายซีซั่น ฉลองแชมป์ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ และตอกย้ำความเหนือชั้นของ Honda CRF450R จากการเหมาท็อป 3 บนโพเดียม โดย อันดับที่ 2 ของ “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda 17 พรนุภาพ Dritshop Idemitsu Dunlop และอันดับที่ 3 “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ หมายเลข 93 จากทีม Honda ส.จ.โก๋ WRC ชาญยนต์ Idemitsu Drtc Drirtshop และ “โออิชิ” พัสกร ปริยวงศธร หมายเลข 3 สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor เข้าเส้นชัยมาในอันดับ 8

ขณะที่ผลงานปิดฤดูกาลแชมเปี้ยนชิพของทัพนักบิดฮอนด้าในการแข่งขัน Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” ที่คว้าแชมป์ด้วยคะแนนสะสม 166 คะแนน คว้าชัยชนะได้ถึง 4 สนาม อันดับที่ 2 ของ “แซงค์-กฤษฎา” เก็บไปได้ 135 คะแนน และอันดับที่ 3 จาก “ยศ-ภานุพงศ์” 125 คะแนน เป็นการเหมาท็อป 3 ของทัพนักบิดฮอนด้าในแชมเปี้ยนชิพของไทย ขณะที่ “โออิชิ-พัสกร” รั้งอันดับที่ 5 ด้วยคะแนนสะสม 102 คะแนน

ขณะที่ Pro MX-2 อีกรุ่นท็อปของรายการชิงแชมป์ประเทศไทย “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ ควบ Honda CRF250R หมายเลข 177 ชิงดำกับคู่แข่งในสนามที่ 10 แต่สามารถรักษาอันดับเพื่อการันตีแชมป์ประเทศไทยอีกรุ่น ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของฮอนด้าในเกมทางฝุ่นซีซั่นนี้ และนักแข่งอีกคนของรุ่นนี้ “กัปตัน” ธนรัตน์ พานิชไทย หมายเลข 111 สังกัดทีม Honda Asia Bowie Idemitsu S Motor รั้งอันดับ 6 ในตารางแชมเปี้ยนชิพ

“นีโม่-จิรัฎฐ์” เข้าร่วมงานกับ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เป็นปีแรก ก็สามารถระเบิดผลงานด้วยการพา 2 รถแข่งอย่าง Honda CRF450R และ Honda CRF250R กวาดแชมป์ 2 รุ่นท็อป Premier MX-1 ควบ Pro MX-2 ได้สำเร็จ กล่าวว่า “การแข่งขันในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นเพอร์เฟคซีซั่นของผมครับ เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้คือการคว้าแชมป์ทั้ง 2 รุ่น สำหรับ Premier MX-1 มีความสำคัญเพราะว่ามีการแข่งขันปีแรกในรุ่น 450 ในประเทศไทย ดีใจครับที่ได้บันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นแชมป์คนแรก

“นีโม่-จิรัฎฐ์” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ร่วมงานกับ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เป้าหมายแรกของผมคือการพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดครับ พยายามทำเต็มที่ ตั้งใจฝึกซ้อม และขอขอบคุณฮอนด้าที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผลงานออกมาดีด้วยครับ

สำหรับการลงสนามแข่งขันทั้ง 2 รุ่น นั่นทำให้เราต้องขี่รถที่แตกต่างกัน 2 คันในวันเดียวกัน พยายามเข้าใจในตัวรถที่แตกต่างกันในจุดไหน Honda CRF450R ในรุ่น Premier MX-1 เป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า รถจะแรงกว่าแต่ว่าน้ำหนักของรถก็จะมากกว่าด้วย เราสามารถทำความเร็วได้ดีกว่าแต่ก็เหนื่อยกว่าด้วยครับ ขณะที่ Honda CRF250R ใน Pro MX-2 จะให้ความคล่องตัวที่มากกว่า และมีความดุดันมากกว่าครับ

สำหรับน้อง ๆ ที่มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นนักแข่ง ก็อยากให้ต่อสู้ครับ มีบ้างที่เราอาจจะบาดเจ็บ อาจจะแพ้ แต่อยากให้มีความเชื่อมั่นในตัวเอง สู้ต่อไปอย่าท้อนะครับ สำหรับแฟน ๆ และกองเชียร์ของฮอนด้า ก็ขอขอบคุณทุก ๆ คนครับที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับผม ฝากเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนรวมถึง Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport พวกเราจะทำให้เต็มที่ครับ”

ความสำเร็จและสร้างประวัติศาสตร์ความเร็วในการแข่งขันทางฝุ่น จากผลงานของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ตอกย้ำอีกครั้งถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตของไทย รวมถึงการพัฒนานักแข่งไทยเพื่อประสบความสำเร็จในการเป็นนักกีฬาอาชีพรวมถึงการต่อยอดสู่การเป็นนักแข่งในระดับนานาชาติ เหมือนการแข่งขันทางเรียบที่ไทยฮอนด้าสร้างประวัติศาสตร์ในรายการโมโตจีพีแล้ว และมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าทำได้อีกครั้งในรายการทางฝุ่น

 

#ThaiHonda #Motorsport #RaceToTheChampion #ThailandMotocross #HondaRacingThailand

HARLEY-DAVIDSON OF BANGKOK เปิดประสบการณ์ขับขี่รุ่นใหม่ ปี 2025 กับกิจกรรม “MY2025 POWER PRESS TEST EXPERIENCE”

HARLEY-DAVIDSON OF BANGKOK จัดกิจกรรม MY2025 POWER PRESS TEST EXPERIENCE เชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เต็มรูปแบบกับรถตระกูล Cruiser และ Touring รุ่นปี 2025 บนเส้นทางทดสอบพิเศษที่ออกแบบให้ได้ใช้งานครบทุกฟังก์ชัน พร้อมทดสอบสมรรถนะในทุกโหมดการขับขี่อย่างเต็มที่

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และเป็นกันเอง สื่อมวลชนได้ทดลองขับขี่ในหลากหลายสภาพเส้นทาง ทั้งทางตรง ทางโค้ง และการเร่งแซง เพื่อพิสูจน์พละกำลังของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีช่วยขับขี่ล้ำสมัย อาทิ และโหมดการขับขี่ที่ตอบสนองต่อทุกสภาพถนน อีกทั้งยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับทีมผู้เชี่ยวชาญของ Harley-Davidson อย่างใกล้ชิด

กิจกรรมครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Harley-Davidson ในฐานะผู้นำด้านสมรรถนะและนวัตกรรมการขับขี่ ที่พร้อมมอบความเร้าใจ และอิสระบนท้องถนนให้กับผู้ขับขี่ทั่วโลก ในรุ่นปี 2025 จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาทางเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณของการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด

#HarleyDavidsonBangkok #HarleyRama9 #PowerStation #TestRide #unitedweride #HarleyDavidsonAsia