CB150R SCRAMBLER

เรื่องของไอเดียการตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ของสำนักแต่งประเทศไทยถือได้ว่าไม่ธรรมดา ไอเดียบรรเจิดสร้างสรรผลงานได้โดดเด่นสะดุดตา รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ สร้างขึ้นมาเองและยังสามารถส่งไปขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย

ความโดดเด่นที่เป็นมาสเตอร์พีซมีคันเดียวในโลกของรถแต่ง CB150R ที่ผ่านการนำเสนอไอเดียในรูปแบบของ Scrambler ซึ่งต้องมีการตัดเติมเสริมแต่งซับเฟรมช่วงท้ายใหม่เพื่อให้รอบรับกับเบาะนั่งที่เรียบและตรง ถังน้ำมันเดิมๆ เพิ่มเติมด้วยการครอบปิดด้วยเคฟล่าร์ให้ดูเข้มๆ และคาดด้วยลายสติ๊กเกอร์พร้อมโลโก้ของ H2C ปีกข้างหม้อน้ำและบังโคลนหน้า เป็นงานเคฟล่าร์แท้ๆ ที่เจ้าของรถมีความชำนาญในการสร้างขึ้นมาเองงานเนียนงานเนี๊ยบ ไฟหน้าครอบปิดด้วยตระแกรงให้ดูแข็งแกร่ง แฮนด์เดิ้ลบาร์พร้อมตัวค้ำกันแฮนด์บิดเสียทรง กระจกทรงกลมติดที่ปลายแฮนด์ โช้คอัพหน้าหัวกลับ SHOWA ระบบดิสก์เบรกหน้าจานเดี่ยว 310 มม. คาลิเปอร์แบบเรเดียลเม้าท์ NISSIN 4 พอร์ท วงล้อจากแม็กเปลี่ยนเป็นอลูมินัมแบบซี่ลวด และสวมรัดด้วยยางกึ่งสำหรับการใช้งานที่หลากหลายสไตล์ท่านั่งกระชับมากยิ่งขึ้นมาที่พักเท้าแบบเกียร์โยงให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น สวิงอาร์มอลูมินัมงาน CNC จาก Nui Racing ทำงานร่วมกับโช้คอัพหลังโมโนโช้คเทคโนโลยีระดับแชมป์แบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ Gazi ที่มีทั้งความสวยงามและสมรรถนะอย่างเต็มที่ รุ่นนี้มีซับแท้งค์บิ้วท์อินและปรับพรีโหลดได้ ดิสก์หลังจานเดี่ยว 240 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว

เครื่องยนต์ภายนอกแคร้งทั้งสองข้างถูกป้องกันด้วยชุดกันสไลด์ การ์ดใต้เครื่องด้านหน้ากันเศษหินและกันกระแทก ส่วนเครื่องของความเร้าใจในการขับขี่ก็เพิ่มการรีดแรงม้าให้บิดติดมือและเสียงทุ้ม เป็นการเดินท่อไอเสียออกข้างยกขึ้นแบบสแครมเบลอร์พร้อมกับแผ่นกันร้อนปลายกระบอกสแตนเลส

Honda TRIP ของดีมีแล้วต้องขี่ จะช้าอยู่ใยหนาวนี้ขี่เที่ยวสิครับ รออะไร! ซ่าส์ ซ่าส์ FORZA พาเที่ยวออกไปลั้นลาต้อนรับปลายฝนต้นหนาว จ.บุรีรัมย์

ฮอนด้าปิ๊ง! ไอเดีย อยากสัมผัสบรรยากาศไอดินกลิ่นฝนสุดท้ายจากธรรมชาติ ก่อนเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวที่กำลังย่างก้าวเข้ามา พากลุ่มสื่อมวลชนสายสองล้อ ขยับคันเร่ง เด้งซ้าย โยกขวา เอาหน้าปะทะสายลม ขี่ FORZA300 แบบชิวๆ ไม่รีบไม่เร่ง สไตล์หวานเย็นไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ปักหมุดปลายทางบุรีรัมย์ โดยทริปนี้รวบรวมสมาชิก 16 ชีวิต ออกสตาร์ทจากศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยฮอนด้ากรุงเทพ สุขาภิบาล 3 ฝ่าการจราจรในเมืองหลวง ลัดเลาะซิกแซกออกสู่ถนนสายเอเชียและตัดเข้าถนนมิตรภาพที่ชาวสองล้อหมู่เฮาเค้ารู้กันดี เส้นทางสู่ภาคอีสาน ช่วงนี้ถนนยาวๆ ได้เปิดคันเร่งให้หน้าตึงเพิ่มอรรถรสความเร้าใจกันเล็กน้อย พอเริ่มหิวก็แวะเติมพลังลงท้องที่ร้าน ข้าวสามสี อิ่มอร่อยแล้วขึ้นไปย่อยบนเขายายเที่ยง “แต่ไม่เจอยาย ดั๊นขึ้นไปตอนบ่าย 555” บรรยากาศร่มรื่มเย็นสบายๆ มีหมอกบางๆ แต่ก็ยังพอที่จะมองเห็นกังหันขนาดใหญ่ยักษ์ และวิวสวยให้ได้เก็บภาพ เป็นที่ระลึกเข้าสู่เมืองบุรีรัมย์ ที่ไม่ใช่แค่เมืองผ่านอีกต่อไป เพราะเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกกับสนามแข่งรถยนต์และจักรยานยนต์ระดับโลก ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต แลนด์มาร์กที่ต้องมาชม และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามเชิงอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ วัดเขากระโดงที่เคยเป็นปล่องภูเขาไฟและได้ขึ้นไปชมวิวเมืองบุรีรัมย์ ต่อด้วยอุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ที่มีความสวยงาม และความน่าพิศวงกับปรากฏการณ์แสงลอดทั้ง 15 ประตูเพียงปีละครั้งเท่านั้น แต่ไม่ใช่วันที่เราไป และปิดท้ายด้วย​ประสาทเมืองต่ำ ความร่มรื่นที่อยู่ใกล้กับริมทะเลสาบลมเย็นสบาย อดใจไม่ไหวที่จะต้องนั่งพักผ่อนเอนกายกันชิวๆ
ซึ่งต้องบอกเลยว่า ทริปนี้ขี่ FORZA300 มาแบบชิวๆ ลุยทั้งแดดลุยทั้งลมหนาว และสายฝน ครบทุกรสชาติ ตอกย้ำถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีล้ำนำเทรนด์ ให้การขับขี่ง่าย คล่องตัว สะดวกสบาย และโดดเด่นกับการดีไซน์สุดพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ผู้รักการขับขี่ของรถสกู๊ตเตอร์ขนาด 300 ซีซี

 

ซูซูกิ พร้อมเชียร์ช้างศึกในการแข่งขัน AFF SUZUKI CUP 2018

เริ่มขึ้นแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 หรือ AFF SUZUKI CUP 2018 สาวกช้างศึกเตรียมตัวเชียร์ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยได้ในวันนี้ 9 พฤศจิกายน 2561 ที่แข่งขันระหว่าง ติมอร์-เลสเต กับ ไทย ณ สนามราชมังคลากีฬาสถานในการแข่งขันครั้งนี้ทางซูซูกิได้นำรถจักรยานยนต์ซูซูกิยอดนิยมมาจัดแสดงหลากหลายรุ่นที่ล้วนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มาให้แฟนบอลชาวไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด พร้อมมีเกมส์ให้แฟนบอลมาร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลอย่างมากมาย ขอเชิญแฟนบอลชาวไทยทุกท่าน ร่วมส่งกำลังใจ ส่งแรงเชียร์ ให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ได้คว้าชัยมาครองในศึกครั้งนี้ด้วย

 

All New MT-15 2019

เครื่องยนต์
 แบบ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
 ปริมาตรกระบอกสูบ 155 ซีซี
 อัตราส่วนกำลังอัด 11.6 : 1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก 58.0 x 58.7 มม.
 ระบบหล่อลื่น  –
 ระบบจ่ายน้ำมัน  หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิด T.C.I.
 ระบบคลัทช์ เปียกแบบหลายแผ่น
 ระบบเกียร์ แบบสปอร์ต 6 ระดับ
ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (E10)
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 10 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง

0.85 ลิตร (กรณีเปลี่ยนถ่ายตามระยะ)

0.95 ลิตร (กรณีเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง)

กว้าง*ยาว*สูง 800 x 1,965 x 1,065 มม.
น้ำหนักรวม 133 กก.
ระบบกันสะเทือน

หน้า : เทเลสโคปิก แบบ หัวกลับ

หลัง : สวิงอาร์ม (แขนยึดโช้คอัพหลัง)

ระบบเบรก

หน้า :  ดิสก์เบรก

หลัง :  ดิสก์เบรก

ยาง/ล้อ

หน้า : 110/70-17 M/C 54S

หลัง : 140/70-17 M/C 66S

All New ZX-6R 2019

 

เครื่องยนต์
 แบบ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว
 ปริมาตรกระบอกสูบ 636 cm3
 อัตราส่วนกำลังอัด 12.9:1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก 67.0 x 45.1 mm
 ระบบหล่อลื่น Forced lubrication, wet sump
 ระบบจ่ายน้ำมัน Fuel injection: ?38 mm x 4 with oval sub-throttles
 ระบบจุดระเบิด Digital
 ระบบคลัทช์ Wet multi-disc, manual
 ระบบเกียร์ 6-speed, return
ระบบสตาร์ท Electric
น้ำมันเชื้อเพลิง E20,91,95
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 17 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง  –
กว้าง*ยาว*สูง 2,025 mm x 710 mm x 1,100 mm
น้ำหนักรวม 196 kg
ระบบกันสะเทือน

หน้า : 41 mm inverted fork (SFF-BP) with rebound and compression damping and spring preload adjustability, and top-out springs

หลัง : Bottom-Link Uni Trak, gas-charged shock with piggyback reservoir, compression and rebound damping and spring preload adjustability

ระบบเบรก

หน้า : คาลิปเปอร์ Dual semi-floating ?310 mm (x t5 mm) petal discsDual radial-mount, monobloc, opposed 4-piston

หลัง : คาลิปเปอร์ Single ?220 mm (x t5 mm) petal disc Single-bore pin-slide, aluminium piston

ยาง/ล้อ

หน้า : 120/70ZR17M/C (58W)

หลัง : 180/55ZR17M/C (73W)

 

Kawasaki Ninja Test Riding

ตอบรับทุกความแรง แซงทุกพื้นที่ บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอบรับกระแสความแรงของรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Ninla ZX-6R และ Ninja 400 ใหม่ จัดกิจกรรมทดสอบขับขี่ Kawasaki Ninja Test Riding ณ สนามมอเตอร์สปอร์ต ปาร์ค สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา การทดสอบได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยเปิดรับผู้ลงทะเบียนและเริ่มการบรรยายแนะนำการขับขี่จากครูฝึก KGRS (Kawasaki Good Riders School ) พร้อมสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันก่อนลงไปขับขี่ในสนามทดสอบจริง ในระหว่างวันผู้ที่สนใจยังสามารถทดสอบขับขี่รุ่นอื่นๆได้ โดยทางคาวาซากิได้ขนกองทัพรถจักรยานยนต์รุ่นต่างๆ อาทิ Ninja 650, Ninja 250, Versys-X 300, KLX 250, KLX 150 มาให้ร่วมทดสอบภายในงานได้อีกด้วย

 

การทดสอบจบลงไปด้วยดีในเวลา 16.00 น. มีผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งหมดเป็นจำนวนมากกว่า 200 คน นับได้ว่าในขณะนี้กระแสที่ Hot สุดๆ คงหนีไม่พ้น Ninja ZX-6R ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทางคาวาซากิขอขอบคุณผู้ทดสอบขับขี่ทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิบิ๊กไบค์ใกล้บ้าน หรือ รับชมข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.kawasaki.co.th

Review Kawasaki zx-6 r

ได้ลองของจริงกันแล้ว ZX-6R จะเร้าใจแค่ไหน..

NEW YZF-R3 เปิดตัวพร้อมกัน 3 ประเทศ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถจักรยานยนต์โมเดลปี 2019 พร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ NEW YZF-R25 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย เดือนตุลาคมนี้ และ NEW YZF-R3 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ในเดือนธันวาคมนี้

รถจักรยานยนต์สปอร์ตทั้งสองรุ่นได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ขับขี่ทั่วโลก โดยรถจักรยานยนต์โมเดลปี 2019 นี้ มีความโดดเด่นในรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวและเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมกับระบบเบรก ABS ได้ทำการเปิดตัวพร้อมกันทั้ง 3 ประเทศ และเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมการเปิดตัวพร้อมทดสอบขับขี่ที่ YRA (Yamaha Riding Academy) บางนา-ตราด โดย NEW YZF-R3 ได้ถูกพัฒนามาจากแนวคิด “Ride the R Anytime” ถ่ายทอดลักษณะเฉพาะมาจากรุ่น YZF-R3 ในปี 2557 ซึ่งรุ่นใหม่นี้มาพร้อมโช้คอัพหน้าแบบอัพไซด์ดาวน์ และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยความเร้าใจ
NEW YZF-R3 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 321 ซีซี แบบ 4 จังหวะ 2 สูบเรียง 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด นอกจากนี้ NEW YZF-R3 ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย อาทิ ลูกสูบอลูมินัมแบบอัดขึ้นรูป น้ำหนักเบา กระบอกสูบไดอะซิล แข็งแกร่ง ทนทาน เอกสิทธิ์เฉพาะยามาฮ่า พร้อมออกแบบให้มีระยะ Offset ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้เครื่องยนต์ NEW YZF-R3 ยังถูกออกแบบให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมพละกำลังได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

สำหรับเฟรมตัวถังเป็นแบบโครงเหล็กน้ำหนักเบาและถูกออกแบบเรียบง่าย ประกอบกับถังน้ำมันเครื่องมีดีไซน์ของรถสปอร์ตเน้นให้เห็นแชสซี ตัวรถมีความสมดุลลงตัวพร้อมความทนทานและน้ำหนักเบา รูปแบบสวิงอาร์มที่สมดุลส่งผลให้การถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ไปสู่ล้อหลังมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่นเดียวระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monocross ที่ทำงานร่วมกับโช้คอัพหลัง KYB ที่สามารถปรับระดับได้ ทำให้การทรงตัวดีและสมดุล ผนวกกับโช้คอัพแบบหัวกลับและแผงคอแบบใหม่ ล้ออลูมินัม 10 ก้าน จานเบรกหน้าเดี่ยวแบบโฟลท์ติ้งขนาด 298 มม. แฮนเดิ้ลบาร์ที่มีมุมเลี้ยว 32 องศา เบาะนั่งสูง 780 มม. และโช้คอัพหน้า ถ่ายน้ำหนัก 50/50 ซึ่ง NEW YZF-R3 ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ได้แบบลงตัว สำหรับ NEW YZF-R3 โช้คอัพหน้าเป็นแบบหัวกลับที่มาพร้อมกับ แผงคอใหม่เพื่อความสมดุลในการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง โดย NEW YZF-R3 ใช้โช้คอัพของ KYB ขนาดแกนโช้ค 37 มม. แผงคอใหม่พร้อมแฮนด์จับอลูมินัมสไตล์เฉพาะตระกูล R-Series โดยชิ้นส่วนใหม่เหล่านี้จะเพิ่มความมั่นใจในการเลี้ยวเข้าโค้งและการเบรกได้ดียิ่งขึ้นด้วยรูปแบบการควบคุมการขับขี่ที่ง่ายของ NEW YZF-R3 โมเดล 2019 นี้ มากับการออกแบบถังน้ำมันและตำแหน่งแฮนด์ใหม่ที่ปรับตำแหน่งต่ำลง 22 มม. โดยถังน้ำมันยังคงมีความจุ 14 ลิตร (ความกว้างขึ้นจากตำแหน่งวางหัวเข่า 31.4 มม. และต่ำกว่าตัวถังน้ำมัน 20 มม.) แต่ด้วยรูปลักษณ์ใหม่จะช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวรถมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการเลี้ยวเข้าโค้งในสนาม โดยผู้ขับขี่สามารถเอนลำตัวตามในช่วงเลี้ยวโค้งได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยความสามารถในการยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม NEW YZF-R3 ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนอิริยาบถขณะขับขี่ โดยที่ยังคงสมรรถนะในการขับได้ดีเท่าเดิม
รถจักรยานยนต์ NEW YZF-R3 ใหม่นี้ มีการปรับโฉมรูปแบบแฟริ่งและกระจกหน้ารถใหม่ โดยใช้จิตวิญญาณจากรถแข่ง MotoGP ของยามาฮ่า YZR-M1 ด้วยรูปแบบที่ โฉบเฉี่ยว พร้อมระบบแอโรไดนามิกที่ดีเยี่ยม โดยได้พัฒนาผ่านการทดสอบการวิ่งในอุโมงค์ลมและสนามทดสอบมาตรฐาน ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ของแฟริ่งและชิวหน้ารถใหม่สามารถลดค่าเสียดทานทางอากาศ (สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน) ลงถึง 7 เปอร์เซ็นต์ ลดแรงลมปะทะขณะขับขี่และสามารถเพิ่มความเร็วสูงสุดได้เพิ่มอีก 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในการทดสอบขับขี่ของยามาฮ่า ช่องดักลมตรงกลางอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้จิตวิญญาณของ YZR-M1 ยังช่วยในการระบายลมไปยังหม้อน้ำ ซึ่งช่วยลดความร้อนในเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ NEW YZF-R3 ยังมาพร้อมกับไฟหน้าและไฟเลี้ยว LED แบบใหม่ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเพื่อให้เข้ากับแผงด้านหน้า แผงหน้าปัด LCD ใหม่ แสดงข้อมูลสำคัญที่สามารถอ่านได้ง่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมยางแบบเรเดียลจาก New Dunlop SPORTMAX GPR-300 เพื่อเพิ่มความสามารถในการยึดติดถนนในทุกสถานการณ์การขับขี่ โดย NEW YZF-R3 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่อินโดนีเซียในช่วงเดือนตุลาคม และวางจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยในช่วงเดือนธันวาคมนี้และอีกหนึ่งความเท่ที่เพิ่งเปิดตัวกับสองนักแข่งระดับโลก วาเลนติโน่ รอสซี่ และ มาเวอริค บีญาเลส ที่ สนามช้างฯ บุรีรัมย์ ALL NEW YAMAHA MT-15 เจ้าแห่งสายดาร์คเร็วแรงบิดเต็มพิกัดตระกูล MT บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ต เน็กเก็ดครั้งใหม่ พร้อมกับส่ง ALL NEW YAMAHA MT-15 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดท้าย พร้อมทะยานสู่ทุกอัตราเร่ง แรงบิดเต็มพิกัดกับเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA ให้ทุกการเร่งแซงเด็ดขาด กระชากทุกสายตาด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวเต็มสไตล์แบบไม่ต้องตามใคร ALL NEW YAMAHA MT-15 ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจ พร้อมปลดปล่อยตัวตนได้เต็มที่ ด้วยเครื่องยนต์ 155 ซีซี สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ที่ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ตอบสนองอะดรีนาลีนได้ทันใจ อีกทั้งยังให้ความสนุก เร้าใจและมั่นใจในทุกจังหวะของการขับขี่ ด้วยระบบ ASSIST&SLIPPER CLUTCH ระบบคลัทช์ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะลดเกียร์  โดย ALL NEW YAMAHA MT-15 ให้ความรู้สึกสปอร์ตเน็กเก็ดเต็มอารมณ์ ด้วยระบบกันสะเทือนหน้า TELESCOPIC UPSIDE DOWN โช้คอัพหัวกลับที่ช่วยดูด
ซับแรงกระแทก ดีเยี่ยม ควบคุมตัวรถได้ดั่งใจ ระบบกันสะเทือนหลัง ALUMINIUM SWING ARM สวิงอาร์มอลูมินัมแบบไดแคส (Diecast) แข็งแรง น้ำหนักเบา ทำงานร่วมกับโช้คอัพหลังเดี่ยว ที่มาพร้อมกระเดื่องซับแรง ช่วยเพิ่มสมรรถนะการทรงตัวที่ดีในทุกเส้นทางการขับขี่ พร้อม SUPER WIDE TIRE ยางหลังขนาดใหญ่ สวมวิญญาณรุ่นใหญ่ด้วยยางล้อหลังขนาด 140 มม. หล่อล่ำ เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ ALL NEW YAMAHA MT-15 ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า เท่ ดุดันด้วยเทคโนโลยีใหม่ MONO FOCUS LED สว่างชัดทุกระยะการขับขี่ หน้าปัด NEGATIVE LCD ใหม่! เด่นชัด มีสไตล์ด้วย MULTI-FUNCTION พร้อมตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ ระบบไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (Shift Light) และสัญลักษณ์บอกการทำงาน ของระบบ VVA เบาะนั่งใหม่ FREESTYLE RIDING SEAT สนุกได้ไม่มียั้ง คล่องตัวในทุกองศาการขับขี่ และ MT IDENTITY นิยามแบบ MT-Series เอกลักษณ์ของสายดาร์คตัวจริง สำหรับ ALL NEW YAMAHA MT-15 มีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกัน 4 สี คือ สีเทา-ดำ, สีน้ำเงิน, สีดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ด้วยราคาแนะนำ 98,500 บาท พร้อมจำหน่ายที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้

 

โมโต กุซซี่ เผยโฉม โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค MOTO GUZZI V7 III ROUGH

ความคลาสสิกผสมความสมบุกสมบันครั้งใหม่ส่งตรงจากอิตาลี บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พาเหล่าสาวกโมโต กุซซี่ร่วมเฉลิมฉลองโมโต กุซซี่ ตระกูล V7 ครบรอบ 50 ปี พร้อมสัมผัสตำนานบทใหม่ที่จะปลุกความตื่นเต้นอีกครั้งกับการเผยโฉมรถสองล้อมาดเท่สไตล์ Scrambler “โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค (MOTO GUZZI V7 III ROUGH)” ที่ผสมความคลาสสิกกับความสมบุกสมบันได้อย่างลงตัว ส่งตรงจากอิตาลีเพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่าบรรดาไบค์เกอร์ที่มองหาความเป็นเอกลักษณ์ และต้องการตะลุยไปกับทุกเส้นทางให้สมกับคอนเซปต์ Urban Country โดยพบ โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค สนใจเป็นเจ้าของคันจริงก่อนใครได้ที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ

โมโต กุซซี่ (Moto Guzzi) แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานจากอิตาลี พร้อมประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 จวบจนปัจจุบันมีอายุกว่า 97 ปี ที่นอกเหนือไปจากคุณภาพการผลิตมอเตอร์ไซค์แบบแฮนเมด (hand-made) ชั้นเยี่ยมแล้วนั้น โมโต กุซซี่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบในทุกรายละเอียดเปรียบเสมือนผลิตงานศิลปะชั้นสูงอันปราณีต พิสูจน์ได้ด้วยมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์สะกดทุกสายตา และเป็นยานพาหนะที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและปลอดภัย ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสุนทรียภาพแห่งการเดินทางในสไตล์อิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง ประสบการณ์การขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนของโมโต กุซซี่นั้น หากไม่พูดถึงรถรุ่น V7 (V-Seven) รถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นตำนาน มีชื่อเสียงโดดเด่น และเป็นรู้จักมากที่สุดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1967 คงไม่ได้ หลังจากที่ได้เริ่มผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์รุ่น V7 ครั้งแรกปี ค.ศ. 1967 ในอิตาลี V7 ก็กลายเป็นรถยอดนิยมและเป็นตัวแทนรถมอเตอร์ไซค์ชั้นยอดจากอิตาลี่ เป็นรถสำหรับผู้เริ่มต้นขับขี่ (entry-level) ได้ทั้งหญิงและชาย และเป็นที่นิยมของสาวกสายคัสตอม (custom) ที่นิยมนำรถรุ่นนี้ไปแปลงโฉมตามสไตล์ที่ชื่นชอบเฉพาะคน นอกจากนี้ โมโต กุซซี่ V7 ยังโดดเด่นทั้งอุปกรณ์และดีไซน์ที่มาพร้อมกับตัวรถ จึงไม่แปลกที่จะเป็นที่ชื่นชอบของทั้งแฟนพันธุ์แท้และคนทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นรถสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นไอคอนที่ผลิตจากเมือง มานเดลโล เดล ลาริโอ (Mandello del Lario) อีกด้วย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี ของรถตระกูล V7 ในโอกาสนี้ทางบริษัทฯ ได้ร่วมเฉลิมฉลองอีกครั้งด้วยการเผยโฉมรถตระกูล V7 เจเนอเรชั่นที่ 3 อีกรุ่น คือ “โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค (MOTO GUZZI V7 III ROUGH)” ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างความท้าทายและความแปลกใหม่ให้กับรถรุ่น V7 แต่ยังคงไว้ด้วยความคลาสสิคสไตล์ตระกูล V7 เพื่อ ครั้งนี้ โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค มาด้วยสไตล์ Scrambler โดดเด่นด้วยความสมบุกสมบันยิ่งขึ้นด้วยยาง knobby tires และล้อแบบซี่ลวดที่ช่วยให้การขับขี่คล่องตัวในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ตัวเบาะยังดีไซน์ ตัดเย็บ และบุหนังอย่างพิถีพิถันเพื่อให้โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค สวยสง่าสมกับเป็นงานอิตาเลี่ยนแฮนคราฟท์ และสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกลยิ่งขึ้น พร้อมขับเน้นตัวถังด้วยสีเทาให้พิเศษกว่าใคร
“โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค (MOTO GUZZI V7 III ROUGH)” โดดเด่นด้วยจิตวิญญาณของสุดยอดมอเตอร์ไซค์ตระกูลที่ขายดีที่สุดของโมโต กุซซี่ไปด้วยเครื่องยนต์แบบสูบ V-Twin 4 จังหวะ 744 ซีซี ที่สร้างเสียงเครื่องอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สนนราคาที่ 675,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารของโมโต กุซซี่ ได้ที่เฟซบุ๊ก Moto Guzzi Thailand และอินสตาแกรม @Motoguzzi_thailand

เวสป้า พรีมาเวร่า ฉลองครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำความสนุกแห่งการขับขี่เหนือกาลเวลาด้วยรุ่นอิดิชั่นพิเศษจำนวนจำกัด

“Vespa Primavera 50th Anniversary Edition”   ชวนย้อนรำลึกและส่งต่อความสนุกสุดคลาสสิกด้วยกลิ่นอายยุค ‘60s ในงาน Vespa Primavera Wonderland ที่เนรมิตขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ

 บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวใน ประเทศไทย เผยโฉมเป็นครั้งแรกในไทยกับ Vespa Primavera 50th Anniversary Edition อิดิชั่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ของเวสป้า พรีมาเวร่า โดยได้เนรมิตพื้นที่ความสนุก สุดคลาสสิกเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งยุค ‘60s ในงาน Vespa Primavera Wonderland อย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 3 วันเต็มๆ อาทิ การจัดแสดงเวสป้า พรีมาเวร่า รุ่นแรกตั้งแต่ปี 1968, การเนรมิตพื้นที่ความสนุกด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวอันโดดเด่นแห่งยุค, การจัดแสดงสิ่งของและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ช่วงยุค ‘60s ที่ทำให้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล, กิจกรรมเวิร์คช็อปของเล่นย้อนยุคอนาล็อก และการจัดจำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยม เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วบริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนหญิง โดยงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี เวสป้า พรีมาเวร่า จัดแสดงให้แฟนๆ เวสป้าและผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมและส่งต่อความสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 19-21 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00 . ณ Vespa Primavera Wonderland ลาน Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ยามาฮ่าเปิดตัว New YZF-R3 พร้อมกันทั่วโลกอย่างยิ่งใหญ่

นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันในพิธีเปิด GLOBAL LAUNCHING NEW YZF-R3 ภายใต้สโลแกน Ride the “R” Anytime ของตระกูล R-SERIES ผู้นำจิตวิญญาณความแรงที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยการเปิดตัวในครั้งนี้มีขึ้นพร้อมกันทั่วโลกอย่างยิ่งใหญ่ผ่านการ Live Streaming ส่งตรงจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีนักแข่งชื่อดังมาร่วมทำการเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้มีขึ้น ณ AUDITORIUM สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRA) เมื่อเร็วๆ นี้

2018 NEW YZF-R3

เครื่องยนต์
 แบบ  4 จังหวะ สองสูบ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
 ปริมาตรกระบอกสูบ  321 cc
 อัตราส่วนกำลังอัด  11.2:1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก  68.0 * 44.1 mm
 ระบบหล่อลื่น  แบบเปียก
 ระบบจ่ายน้ำมัน  หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิด T.C.I.
 ระบบคลัทช์ แบบเปียก ชนิดหลายแผ่น
 ระบบเกียร์ แบบสปอร์ต 6 ระดับ
ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (E10)
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง  14 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง 1.8 ลิตร (กรณีเปลี่ยนถ่ายตามระยะ)
กว้าง*ยาว*สูง 730 x 2,090 x 1,140 มม.
น้ำหนักรวมน้ำมันเครื่อง 170 กก.
ระบบกันสะเทือน

หน้า : เทเลสโคปิก แบบ หัวกลับ

หลัง : สวิงอาร์ม

ระบบเบรก

หน้า : ระบบเบรกรถป้องกันล้อล็อค ABS (Anti – Lock Brake System)

หลัง : ดิสก์เบรก

ยาง/ล้อ

หน้า : 110/70 R-17 M/C 54H

หลัง : 140/70 R-17 M/C 66H