All New MT-15 2019

เครื่องยนต์
 แบบ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
 ปริมาตรกระบอกสูบ 155 ซีซี
 อัตราส่วนกำลังอัด 11.6 : 1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก 58.0 x 58.7 มม.
 ระบบหล่อลื่น  –
 ระบบจ่ายน้ำมัน  หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิด T.C.I.
 ระบบคลัทช์ เปียกแบบหลายแผ่น
 ระบบเกียร์ แบบสปอร์ต 6 ระดับ
ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (E10)
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 10 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง

0.85 ลิตร (กรณีเปลี่ยนถ่ายตามระยะ)

0.95 ลิตร (กรณีเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง)

กว้าง*ยาว*สูง 800 x 1,965 x 1,065 มม.
น้ำหนักรวม 133 กก.
ระบบกันสะเทือน

หน้า : เทเลสโคปิก แบบ หัวกลับ

หลัง : สวิงอาร์ม (แขนยึดโช้คอัพหลัง)

ระบบเบรก

หน้า :  ดิสก์เบรก

หลัง :  ดิสก์เบรก

ยาง/ล้อ

หน้า : 110/70-17 M/C 54S

หลัง : 140/70-17 M/C 66S

All New ZX-6R 2019

 

เครื่องยนต์
 แบบ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว
 ปริมาตรกระบอกสูบ 636 cm3
 อัตราส่วนกำลังอัด 12.9:1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก 67.0 x 45.1 mm
 ระบบหล่อลื่น Forced lubrication, wet sump
 ระบบจ่ายน้ำมัน Fuel injection: ?38 mm x 4 with oval sub-throttles
 ระบบจุดระเบิด Digital
 ระบบคลัทช์ Wet multi-disc, manual
 ระบบเกียร์ 6-speed, return
ระบบสตาร์ท Electric
น้ำมันเชื้อเพลิง E20,91,95
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 17 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง  –
กว้าง*ยาว*สูง 2,025 mm x 710 mm x 1,100 mm
น้ำหนักรวม 196 kg
ระบบกันสะเทือน

หน้า : 41 mm inverted fork (SFF-BP) with rebound and compression damping and spring preload adjustability, and top-out springs

หลัง : Bottom-Link Uni Trak, gas-charged shock with piggyback reservoir, compression and rebound damping and spring preload adjustability

ระบบเบรก

หน้า : คาลิปเปอร์ Dual semi-floating ?310 mm (x t5 mm) petal discsDual radial-mount, monobloc, opposed 4-piston

หลัง : คาลิปเปอร์ Single ?220 mm (x t5 mm) petal disc Single-bore pin-slide, aluminium piston

ยาง/ล้อ

หน้า : 120/70ZR17M/C (58W)

หลัง : 180/55ZR17M/C (73W)

 

Kawasaki Ninja Test Riding

ตอบรับทุกความแรง แซงทุกพื้นที่ บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอบรับกระแสความแรงของรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Ninla ZX-6R และ Ninja 400 ใหม่ จัดกิจกรรมทดสอบขับขี่ Kawasaki Ninja Test Riding ณ สนามมอเตอร์สปอร์ต ปาร์ค สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา การทดสอบได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยเปิดรับผู้ลงทะเบียนและเริ่มการบรรยายแนะนำการขับขี่จากครูฝึก KGRS (Kawasaki Good Riders School ) พร้อมสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันก่อนลงไปขับขี่ในสนามทดสอบจริง ในระหว่างวันผู้ที่สนใจยังสามารถทดสอบขับขี่รุ่นอื่นๆได้ โดยทางคาวาซากิได้ขนกองทัพรถจักรยานยนต์รุ่นต่างๆ อาทิ Ninja 650, Ninja 250, Versys-X 300, KLX 250, KLX 150 มาให้ร่วมทดสอบภายในงานได้อีกด้วย

 

การทดสอบจบลงไปด้วยดีในเวลา 16.00 น. มีผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งหมดเป็นจำนวนมากกว่า 200 คน นับได้ว่าในขณะนี้กระแสที่ Hot สุดๆ คงหนีไม่พ้น Ninja ZX-6R ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทางคาวาซากิขอขอบคุณผู้ทดสอบขับขี่ทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิบิ๊กไบค์ใกล้บ้าน หรือ รับชมข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.kawasaki.co.th

Review Kawasaki zx-6 r

ได้ลองของจริงกันแล้ว ZX-6R จะเร้าใจแค่ไหน..

NEW YZF-R3 เปิดตัวพร้อมกัน 3 ประเทศ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถจักรยานยนต์โมเดลปี 2019 พร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ NEW YZF-R25 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย เดือนตุลาคมนี้ และ NEW YZF-R3 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ในเดือนธันวาคมนี้

รถจักรยานยนต์สปอร์ตทั้งสองรุ่นได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ขับขี่ทั่วโลก โดยรถจักรยานยนต์โมเดลปี 2019 นี้ มีความโดดเด่นในรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวและเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมกับระบบเบรก ABS ได้ทำการเปิดตัวพร้อมกันทั้ง 3 ประเทศ และเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมการเปิดตัวพร้อมทดสอบขับขี่ที่ YRA (Yamaha Riding Academy) บางนา-ตราด โดย NEW YZF-R3 ได้ถูกพัฒนามาจากแนวคิด “Ride the R Anytime” ถ่ายทอดลักษณะเฉพาะมาจากรุ่น YZF-R3 ในปี 2557 ซึ่งรุ่นใหม่นี้มาพร้อมโช้คอัพหน้าแบบอัพไซด์ดาวน์ และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยความเร้าใจ
NEW YZF-R3 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 321 ซีซี แบบ 4 จังหวะ 2 สูบเรียง 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด นอกจากนี้ NEW YZF-R3 ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย อาทิ ลูกสูบอลูมินัมแบบอัดขึ้นรูป น้ำหนักเบา กระบอกสูบไดอะซิล แข็งแกร่ง ทนทาน เอกสิทธิ์เฉพาะยามาฮ่า พร้อมออกแบบให้มีระยะ Offset ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้เครื่องยนต์ NEW YZF-R3 ยังถูกออกแบบให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมพละกำลังได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

สำหรับเฟรมตัวถังเป็นแบบโครงเหล็กน้ำหนักเบาและถูกออกแบบเรียบง่าย ประกอบกับถังน้ำมันเครื่องมีดีไซน์ของรถสปอร์ตเน้นให้เห็นแชสซี ตัวรถมีความสมดุลลงตัวพร้อมความทนทานและน้ำหนักเบา รูปแบบสวิงอาร์มที่สมดุลส่งผลให้การถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ไปสู่ล้อหลังมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่นเดียวระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monocross ที่ทำงานร่วมกับโช้คอัพหลัง KYB ที่สามารถปรับระดับได้ ทำให้การทรงตัวดีและสมดุล ผนวกกับโช้คอัพแบบหัวกลับและแผงคอแบบใหม่ ล้ออลูมินัม 10 ก้าน จานเบรกหน้าเดี่ยวแบบโฟลท์ติ้งขนาด 298 มม. แฮนเดิ้ลบาร์ที่มีมุมเลี้ยว 32 องศา เบาะนั่งสูง 780 มม. และโช้คอัพหน้า ถ่ายน้ำหนัก 50/50 ซึ่ง NEW YZF-R3 ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ได้แบบลงตัว สำหรับ NEW YZF-R3 โช้คอัพหน้าเป็นแบบหัวกลับที่มาพร้อมกับ แผงคอใหม่เพื่อความสมดุลในการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง โดย NEW YZF-R3 ใช้โช้คอัพของ KYB ขนาดแกนโช้ค 37 มม. แผงคอใหม่พร้อมแฮนด์จับอลูมินัมสไตล์เฉพาะตระกูล R-Series โดยชิ้นส่วนใหม่เหล่านี้จะเพิ่มความมั่นใจในการเลี้ยวเข้าโค้งและการเบรกได้ดียิ่งขึ้นด้วยรูปแบบการควบคุมการขับขี่ที่ง่ายของ NEW YZF-R3 โมเดล 2019 นี้ มากับการออกแบบถังน้ำมันและตำแหน่งแฮนด์ใหม่ที่ปรับตำแหน่งต่ำลง 22 มม. โดยถังน้ำมันยังคงมีความจุ 14 ลิตร (ความกว้างขึ้นจากตำแหน่งวางหัวเข่า 31.4 มม. และต่ำกว่าตัวถังน้ำมัน 20 มม.) แต่ด้วยรูปลักษณ์ใหม่จะช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวรถมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการเลี้ยวเข้าโค้งในสนาม โดยผู้ขับขี่สามารถเอนลำตัวตามในช่วงเลี้ยวโค้งได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยความสามารถในการยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม NEW YZF-R3 ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนอิริยาบถขณะขับขี่ โดยที่ยังคงสมรรถนะในการขับได้ดีเท่าเดิม
รถจักรยานยนต์ NEW YZF-R3 ใหม่นี้ มีการปรับโฉมรูปแบบแฟริ่งและกระจกหน้ารถใหม่ โดยใช้จิตวิญญาณจากรถแข่ง MotoGP ของยามาฮ่า YZR-M1 ด้วยรูปแบบที่ โฉบเฉี่ยว พร้อมระบบแอโรไดนามิกที่ดีเยี่ยม โดยได้พัฒนาผ่านการทดสอบการวิ่งในอุโมงค์ลมและสนามทดสอบมาตรฐาน ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ของแฟริ่งและชิวหน้ารถใหม่สามารถลดค่าเสียดทานทางอากาศ (สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน) ลงถึง 7 เปอร์เซ็นต์ ลดแรงลมปะทะขณะขับขี่และสามารถเพิ่มความเร็วสูงสุดได้เพิ่มอีก 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในการทดสอบขับขี่ของยามาฮ่า ช่องดักลมตรงกลางอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้จิตวิญญาณของ YZR-M1 ยังช่วยในการระบายลมไปยังหม้อน้ำ ซึ่งช่วยลดความร้อนในเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ NEW YZF-R3 ยังมาพร้อมกับไฟหน้าและไฟเลี้ยว LED แบบใหม่ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเพื่อให้เข้ากับแผงด้านหน้า แผงหน้าปัด LCD ใหม่ แสดงข้อมูลสำคัญที่สามารถอ่านได้ง่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมยางแบบเรเดียลจาก New Dunlop SPORTMAX GPR-300 เพื่อเพิ่มความสามารถในการยึดติดถนนในทุกสถานการณ์การขับขี่ โดย NEW YZF-R3 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่อินโดนีเซียในช่วงเดือนตุลาคม และวางจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยในช่วงเดือนธันวาคมนี้และอีกหนึ่งความเท่ที่เพิ่งเปิดตัวกับสองนักแข่งระดับโลก วาเลนติโน่ รอสซี่ และ มาเวอริค บีญาเลส ที่ สนามช้างฯ บุรีรัมย์ ALL NEW YAMAHA MT-15 เจ้าแห่งสายดาร์คเร็วแรงบิดเต็มพิกัดตระกูล MT บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ต เน็กเก็ดครั้งใหม่ พร้อมกับส่ง ALL NEW YAMAHA MT-15 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดท้าย พร้อมทะยานสู่ทุกอัตราเร่ง แรงบิดเต็มพิกัดกับเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA ให้ทุกการเร่งแซงเด็ดขาด กระชากทุกสายตาด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวเต็มสไตล์แบบไม่ต้องตามใคร ALL NEW YAMAHA MT-15 ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจ พร้อมปลดปล่อยตัวตนได้เต็มที่ ด้วยเครื่องยนต์ 155 ซีซี สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ที่ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ตอบสนองอะดรีนาลีนได้ทันใจ อีกทั้งยังให้ความสนุก เร้าใจและมั่นใจในทุกจังหวะของการขับขี่ ด้วยระบบ ASSIST&SLIPPER CLUTCH ระบบคลัทช์ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะลดเกียร์  โดย ALL NEW YAMAHA MT-15 ให้ความรู้สึกสปอร์ตเน็กเก็ดเต็มอารมณ์ ด้วยระบบกันสะเทือนหน้า TELESCOPIC UPSIDE DOWN โช้คอัพหัวกลับที่ช่วยดูด
ซับแรงกระแทก ดีเยี่ยม ควบคุมตัวรถได้ดั่งใจ ระบบกันสะเทือนหลัง ALUMINIUM SWING ARM สวิงอาร์มอลูมินัมแบบไดแคส (Diecast) แข็งแรง น้ำหนักเบา ทำงานร่วมกับโช้คอัพหลังเดี่ยว ที่มาพร้อมกระเดื่องซับแรง ช่วยเพิ่มสมรรถนะการทรงตัวที่ดีในทุกเส้นทางการขับขี่ พร้อม SUPER WIDE TIRE ยางหลังขนาดใหญ่ สวมวิญญาณรุ่นใหญ่ด้วยยางล้อหลังขนาด 140 มม. หล่อล่ำ เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ ALL NEW YAMAHA MT-15 ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า เท่ ดุดันด้วยเทคโนโลยีใหม่ MONO FOCUS LED สว่างชัดทุกระยะการขับขี่ หน้าปัด NEGATIVE LCD ใหม่! เด่นชัด มีสไตล์ด้วย MULTI-FUNCTION พร้อมตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ ระบบไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (Shift Light) และสัญลักษณ์บอกการทำงาน ของระบบ VVA เบาะนั่งใหม่ FREESTYLE RIDING SEAT สนุกได้ไม่มียั้ง คล่องตัวในทุกองศาการขับขี่ และ MT IDENTITY นิยามแบบ MT-Series เอกลักษณ์ของสายดาร์คตัวจริง สำหรับ ALL NEW YAMAHA MT-15 มีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกัน 4 สี คือ สีเทา-ดำ, สีน้ำเงิน, สีดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ด้วยราคาแนะนำ 98,500 บาท พร้อมจำหน่ายที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้

 

โมโต กุซซี่ เผยโฉม โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค MOTO GUZZI V7 III ROUGH

ความคลาสสิกผสมความสมบุกสมบันครั้งใหม่ส่งตรงจากอิตาลี บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พาเหล่าสาวกโมโต กุซซี่ร่วมเฉลิมฉลองโมโต กุซซี่ ตระกูล V7 ครบรอบ 50 ปี พร้อมสัมผัสตำนานบทใหม่ที่จะปลุกความตื่นเต้นอีกครั้งกับการเผยโฉมรถสองล้อมาดเท่สไตล์ Scrambler “โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค (MOTO GUZZI V7 III ROUGH)” ที่ผสมความคลาสสิกกับความสมบุกสมบันได้อย่างลงตัว ส่งตรงจากอิตาลีเพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่าบรรดาไบค์เกอร์ที่มองหาความเป็นเอกลักษณ์ และต้องการตะลุยไปกับทุกเส้นทางให้สมกับคอนเซปต์ Urban Country โดยพบ โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค สนใจเป็นเจ้าของคันจริงก่อนใครได้ที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ

โมโต กุซซี่ (Moto Guzzi) แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานจากอิตาลี พร้อมประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 จวบจนปัจจุบันมีอายุกว่า 97 ปี ที่นอกเหนือไปจากคุณภาพการผลิตมอเตอร์ไซค์แบบแฮนเมด (hand-made) ชั้นเยี่ยมแล้วนั้น โมโต กุซซี่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบในทุกรายละเอียดเปรียบเสมือนผลิตงานศิลปะชั้นสูงอันปราณีต พิสูจน์ได้ด้วยมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์สะกดทุกสายตา และเป็นยานพาหนะที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและปลอดภัย ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสุนทรียภาพแห่งการเดินทางในสไตล์อิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง ประสบการณ์การขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนของโมโต กุซซี่นั้น หากไม่พูดถึงรถรุ่น V7 (V-Seven) รถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นตำนาน มีชื่อเสียงโดดเด่น และเป็นรู้จักมากที่สุดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1967 คงไม่ได้ หลังจากที่ได้เริ่มผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์รุ่น V7 ครั้งแรกปี ค.ศ. 1967 ในอิตาลี V7 ก็กลายเป็นรถยอดนิยมและเป็นตัวแทนรถมอเตอร์ไซค์ชั้นยอดจากอิตาลี่ เป็นรถสำหรับผู้เริ่มต้นขับขี่ (entry-level) ได้ทั้งหญิงและชาย และเป็นที่นิยมของสาวกสายคัสตอม (custom) ที่นิยมนำรถรุ่นนี้ไปแปลงโฉมตามสไตล์ที่ชื่นชอบเฉพาะคน นอกจากนี้ โมโต กุซซี่ V7 ยังโดดเด่นทั้งอุปกรณ์และดีไซน์ที่มาพร้อมกับตัวรถ จึงไม่แปลกที่จะเป็นที่ชื่นชอบของทั้งแฟนพันธุ์แท้และคนทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นรถสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นไอคอนที่ผลิตจากเมือง มานเดลโล เดล ลาริโอ (Mandello del Lario) อีกด้วย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี ของรถตระกูล V7 ในโอกาสนี้ทางบริษัทฯ ได้ร่วมเฉลิมฉลองอีกครั้งด้วยการเผยโฉมรถตระกูล V7 เจเนอเรชั่นที่ 3 อีกรุ่น คือ “โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค (MOTO GUZZI V7 III ROUGH)” ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างความท้าทายและความแปลกใหม่ให้กับรถรุ่น V7 แต่ยังคงไว้ด้วยความคลาสสิคสไตล์ตระกูล V7 เพื่อ ครั้งนี้ โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค มาด้วยสไตล์ Scrambler โดดเด่นด้วยความสมบุกสมบันยิ่งขึ้นด้วยยาง knobby tires และล้อแบบซี่ลวดที่ช่วยให้การขับขี่คล่องตัวในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ตัวเบาะยังดีไซน์ ตัดเย็บ และบุหนังอย่างพิถีพิถันเพื่อให้โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค สวยสง่าสมกับเป็นงานอิตาเลี่ยนแฮนคราฟท์ และสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกลยิ่งขึ้น พร้อมขับเน้นตัวถังด้วยสีเทาให้พิเศษกว่าใคร
“โมโต กุซซี่ V7 lll โร้ค (MOTO GUZZI V7 III ROUGH)” โดดเด่นด้วยจิตวิญญาณของสุดยอดมอเตอร์ไซค์ตระกูลที่ขายดีที่สุดของโมโต กุซซี่ไปด้วยเครื่องยนต์แบบสูบ V-Twin 4 จังหวะ 744 ซีซี ที่สร้างเสียงเครื่องอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สนนราคาที่ 675,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารของโมโต กุซซี่ ได้ที่เฟซบุ๊ก Moto Guzzi Thailand และอินสตาแกรม @Motoguzzi_thailand

เวสป้า พรีมาเวร่า ฉลองครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำความสนุกแห่งการขับขี่เหนือกาลเวลาด้วยรุ่นอิดิชั่นพิเศษจำนวนจำกัด

“Vespa Primavera 50th Anniversary Edition”   ชวนย้อนรำลึกและส่งต่อความสนุกสุดคลาสสิกด้วยกลิ่นอายยุค ‘60s ในงาน Vespa Primavera Wonderland ที่เนรมิตขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ

 บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวใน ประเทศไทย เผยโฉมเป็นครั้งแรกในไทยกับ Vespa Primavera 50th Anniversary Edition อิดิชั่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ของเวสป้า พรีมาเวร่า โดยได้เนรมิตพื้นที่ความสนุก สุดคลาสสิกเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งยุค ‘60s ในงาน Vespa Primavera Wonderland อย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 3 วันเต็มๆ อาทิ การจัดแสดงเวสป้า พรีมาเวร่า รุ่นแรกตั้งแต่ปี 1968, การเนรมิตพื้นที่ความสนุกด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวอันโดดเด่นแห่งยุค, การจัดแสดงสิ่งของและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ช่วงยุค ‘60s ที่ทำให้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล, กิจกรรมเวิร์คช็อปของเล่นย้อนยุคอนาล็อก และการจัดจำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยม เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วบริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนหญิง โดยงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี เวสป้า พรีมาเวร่า จัดแสดงให้แฟนๆ เวสป้าและผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมและส่งต่อความสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 19-21 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00 . ณ Vespa Primavera Wonderland ลาน Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ยามาฮ่าเปิดตัว New YZF-R3 พร้อมกันทั่วโลกอย่างยิ่งใหญ่

นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันในพิธีเปิด GLOBAL LAUNCHING NEW YZF-R3 ภายใต้สโลแกน Ride the “R” Anytime ของตระกูล R-SERIES ผู้นำจิตวิญญาณความแรงที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยการเปิดตัวในครั้งนี้มีขึ้นพร้อมกันทั่วโลกอย่างยิ่งใหญ่ผ่านการ Live Streaming ส่งตรงจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีนักแข่งชื่อดังมาร่วมทำการเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้มีขึ้น ณ AUDITORIUM สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRA) เมื่อเร็วๆ นี้

2018 NEW YZF-R3

เครื่องยนต์
 แบบ  4 จังหวะ สองสูบ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
 ปริมาตรกระบอกสูบ  321 cc
 อัตราส่วนกำลังอัด  11.2:1
 กระบอกสูบ x ระยะชัก  68.0 * 44.1 mm
 ระบบหล่อลื่น  แบบเปียก
 ระบบจ่ายน้ำมัน  หัวฉีด
 ระบบจุดระเบิด T.C.I.
 ระบบคลัทช์ แบบเปียก ชนิดหลายแผ่น
 ระบบเกียร์ แบบสปอร์ต 6 ระดับ
ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (E10)
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง  14 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง 1.8 ลิตร (กรณีเปลี่ยนถ่ายตามระยะ)
กว้าง*ยาว*สูง 730 x 2,090 x 1,140 มม.
น้ำหนักรวมน้ำมันเครื่อง 170 กก.
ระบบกันสะเทือน

หน้า : เทเลสโคปิก แบบ หัวกลับ

หลัง : สวิงอาร์ม

ระบบเบรก

หน้า : ระบบเบรกรถป้องกันล้อล็อค ABS (Anti – Lock Brake System)

หลัง : ดิสก์เบรก

ยาง/ล้อ

หน้า : 110/70 R-17 M/C 54H

หลัง : 140/70 R-17 M/C 66H

 

New Yamaha YZF-R3

จิตวิญญาณจากสนามแข่ง ดีเอ็นเอ จากรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 เสริมความเท่ด้วยช่วงหน้าสุดสปอร์ต มิเตอร์ LCD แบบฟูลดิจิตอล ออฟชั่นเสริมระดับท็อปมาแล้วโช้คอัพหัวกลับ Upside Down หลังจากรอกันมานาน ถึงจะมาข้าแต่ก็โอเค แผงคอกัดเซาะแบบรุ่นพี่ R Series วงล้อแม็ก Y Type 10 ก้าน ยางเรเดียลหน้ากว้างพร้อมให้เข่าลงไปสัมผัสพื้น ระบบห้ามล้อหน้า/หลัง ดิสก์เบรก

ยามาฮ่า เชิญสื่อมวลชนกว่า 200 ชีวิต ร่วมชมและเชียร์การแข่งขันโมโตจีพีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติกและตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด นำคณะสื่อมวลชนชั้นนำทุกแขนงของเมืองไทย เดินทางสู่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพื่อเข้าร่วมชมและเชียร์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP 2018 ในรายการ PTT THAILAND GRAND PRIX 2018 พร้อมร่วมส่งแรงใจเชียร์นักแข่งไทย “แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์” #9 ที่ลงทำการแข่งขันในรุ่น Moto3 ภายใต้สังกัด VR46 Master Camp ของ วาเลนติโน่ รอสซี่ และพาสื่อมวลชนร่วมเชียร์นักแข่งระดับโลกในรุ่น MotoGP อีกด้วย

“ก๊อง-ธัชกร” ประเดิมโพเดี้ยมเอเชีย ทาเล้นต์ ตอกย้ำวันแห่งความสำเร็จของฮอนด้าที่บุรีรัมย์

นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า “ก๊อง” ธัชกร บัวศรี ร่วมฉลองวันแห่งความสำเร็จของทีมแข่งฮอนด้า ในศึกโมโตจีพีครั้งแรกบนแผ่นดินไทย หลังทำผลงานตามเป้า สามารถประเดิมตำแหน่งบนโพเดี้ยมของตัวเอง ในรายการเอเชีย ทาเล้นต์ คัพ 2018 ที่บุรีรัมย์ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์นักบิดดาวรุ่งแห่งทวีปเอเชีย รายการอิเดมิตซึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ ประจำปี 2018 สนามที่ 4 มีคิวจัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร โดยจัดร่วมเป็นซับพอร์ตเรซในศึกใหญ่ระดับโลก โมโตจีพี ครั้งแรกที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561

โดยวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นรอบการแข่งขันชิงชนะเลิศเรซสอง เริ่มชิงชัยเวลา 15.30 น. ผลการดวลความเร็ว 16 รอบ ปรากฏว่า นักบิดสายเลือดใหม่ชาวไทยภายใต้การสนับสนุนจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ “ก๊อง” ธัชกร บัวศรี ลงแข่งขันโดยใช้หมายเลข 5 สามารถประเดิมตำแหน่งบนโพเดี้ยมของตัวเองในรายการนี้ได้สำเร็จตามเป้าหมาย หลังวิ่งเข้าเส้ยชัยเป็นอันดับที่ 3 พร้อมร่วมตอกย้ำวันแห่งความสำเร็จของทีมแข่งฮอนด้า ตามสุดยอดนักบิดมหัศจรรย์ “มาร์ค มาร์เกซ” ผู้คว้าแชมป์ไทยแลนด์จีพีครั้งแรกบนแผ่นดินไทย

ขณะที่ดาวรุ่งร่วมสังกัด “แชมป์” กอบชัย แซ่หลิว หมายเลข 23 จบเรซในอันดับที่ 9 และ “ไอซ์” นิติพงษ์ แสงสว่าง หมายเลข 17 วิ่งรับธงในอันดับที่ 16 ส่วน “บิว” วริทธ์ ทองนพคุณ หมายเลข 6 ที่ร่วมชิงชัยด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด เข้าป้ายในอันดับที่ 20

ศึกเอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2018 ผ่านไป 4 สนาม สรุปอันดับบนตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพ บิล ฟาน เออร์เด นักบิดชาวออสซี่ นำจ่าฝูง มี 144 แต้ม ด้านนักบิดยังบลัดค่ายปีกนก ธัชกร รั้งที่ 7 มี 55 แต้ม ตามด้วย กอบชัย อันดับ 8 มี 54 แต้ม วริทธ์ อันดับ 14 มี 31 แต้ม และนิติพงษ์ อันดับที่ 21 มี 9 แต้ม

สำหรับการดวลความเร็วสังเวียนต่อไป เตรียมจัดขึ้นที่สนามทวินริง โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะจัดร่วมในศึกโมโตจีพี รายการเจแปนิส กรังด์ ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคมนี้.