Forza Super Blue By Modern Parts

ความสะดวกความสบายบนท้องถนนใครว่าจะไม่มีกับรถจักรยานยนต์ FORZA300 แสดงให้เห็นแล้วว่า สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่นิ่มนวลขับขี่คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ตำแหน่งท่านั่งที่ให้ความสบาย มีดีไซน์ที่โดดเด่น และฟิคเจอร์สุดล้ำสมัย วินชิลด์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

จากการตั้งตารอคอยกันมานานแรมปีกับโฉมใหม่ของบิ๊กสกู๊ตเตอร์รหัส FORZA ของค่ายปีกนก เปิดตัวมาก็เรียกกระแส และโกยรายได้ไปอย่างรวดเร็ว และก็ตามมาด้วยออพชั่นเสริมต่างๆ ที่ผลิตเพื่อซับพอร์ทการตกแต่งความสวยงาม ทำให้เห็น FORZA สวยๆ มากมายบนท้องถนน

สำหรับ FORZA300 คันนี้ สีสันยังคงไม่เปลี่ยนใช้สีทูโทนสแตนดาร์ดจากโรงงานแบบนี้ก็สวยแล้ว ก็มีการปรับเสริมเติมแต่งให้ดูหล่อมากขึ้น เปลี่ยนจานดิสก์เบรกจาก 256 มม. เพิ่มไดมิเตอร์ให้ใหญ่ขึ้นด้วยขนาด 290 มม. และเป็นแบบให้ตัวได้กับโฟลท์ติ้งอลูมินัม คาลิเปอร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ Swits เรเดียลเม้าท์ ขนาด 100 มม. 4 พอร์ท ข้อต่อและสายน้ำมันสแตนเลสถัก Swits ชุดปั๊มแรงดันดิสก์เบรก เบรก ซ้าย-ขวา จาก Adelin 19 RCS กระปุกน้ำมัน Soluts เสริมที่วางเท้า CNC อลูมินัมสีน้ำเงินจาก Revolution แร็คท้ายและกันล้มท่อจาก Revolution สำหรับดิสก์เบรกหลังสร้างขาจับใหม่ ใช้คาลิเปอร์ด้วงจาก swits และ ข้อต่อสายน้ำมันจาก Swits ช่วงหลังเสริมความหนึบและความนิ่มนวลกระการซับแรงกระแทกของระบบซับเพนชั่น โช้คอัพหลังถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อรถรุ่นนี้จากแบรนด์ชั้นนำ Gazi มีซับแท้งค์บิ้วท์อินที่สามารถปรับการทำงานได้เต็มระบบ

Honda Test All New CBR500R FAST FORWARD ขีดสุดแห่งความสปอร์ต

บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ได้จัดเตรียมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ระดับท็อปคลาส All New CBR500R มาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบขับขี่กันชนิดเต็มรูปแบบ บนแทร็คสนามแข่งระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ทัพสื่อมวลชนชั้นนำทุกแขนงในเมืองไทยเดินทางมาถึงสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กันตั้งแต่เช้า และได้รับการต้อนรับจากตัวแทน และทีมงานแมคคานิค เข้าสัมมนาเรื่องเทคโนโลยีเครื่องยนต์ และรายละเอียดต่างๆ ที่มีการปรับเพิ่มเติมให้กับโมเดลสปอร์ตยอดนิยม หลังจากนั้นก็จัดการแบ่งกลุ่มขับขี่ และการแนะนำไลน์ขับขี่ในสนามแข่งระกับโลก กับสองนักแข่งระดับโลกเช่นกัน ฟีม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ และ ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ก่อนที่จะไปลงไปเค้นสมรรถนะเอาฟิลลิ่งต่างๆ ในสนามแข่ง อยากให้รู้ถึงการอัพเกรดชุดใหญ่ไฟสปอร์ตไลท์กันก่อนว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่มันโดดเด่น และน่าสัมผัสอย่างไร

เครื่องยนต์เป็นพื้นฐานเดิม Parallel Twin 2 สูบเรียง ขนาด 471 ซีซี DOHC 4 วาล์ว/สูบ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 47.5 แรงม้า (35kw) ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที เกียร์ 6 สปีด การอัพเกรดใหม่เน้นหลักๆ ในส่วนของเครื่องยนต์คือ พละกำลังที่รีดออกมาได้อย่างราบรื่นลากกันยาวๆ เพลาลูกเบี้ยว (แคมชาร์ฟ)ใหม่ ปรับองศาการเปิด/ปิดวาล์ว เพิ่มระยะยกไอดีขึ้นอีก 0.3 มม. ช่วยให้รอบปลายไหลได้ยาวกว่าเดิม ได้แรงม้าขึ้นมาอีกนิดหน่อย ตัวกรองอากาศและไส้กรองใหม่ การวางไส้กรองต่างจากรุ่นเดิมให้อากาศไหลเวียนได้สะดวกมากขึ้น กล่อง ECM(ECU) อัจฉริยะใหม่ (Engine Control Module) สั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและจุดระเบิดแม่นยำขึ้น หัวเทียนและองศาจุดการระเบิดใหม่ ปรับจากรุ่นเดิมที่ 6 องศาเป็น 8 องศา หรือเรียกง่ายๆ ว่าไฟแก่ขึ้นกว่าเดิมทำให้อัตราการเร่งในช่วงต้นรุ่นแรงจัดจ้านรวดเร็ว ระบบคลัทช์ใหม่เป็นแบบ Assist Slipper Clutch และลดจำนวนสปริงกดคลัทช์จาก 4 ตัวเป็น 3 ตัว ให้การบีบที่นิ่มสบายมากขึ้น สำหรับรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวสปอร์ตเร้าใจน่าสัมผัส ชุดแฟริ่งเต็มคัน ไฟหน้าสองดวงแบบ LED เรือนไมล์แบบฟูลดิจิตอล จอแสดงผล LCD อ่านง่ายเด่นชัด มีไฟชิฟไลท์เตือนให้เปลี่ยนเกียร์ในรอบที่เหมาะสม และสัญญาณเตือนไฟเบรกกระทันหันเพื่อความปลอดภัย ท่านั่งที่เน้นความสปอร์ต ด้วยแฮนด์ลดตำแหน่งลงไฟจับโช้คอยู่ใต้แผงคอ ทำให้การควบคุมคล่องตัว สวิงอาร์มใหม่ที่มีชุดปรับตั้งโซ่แบบเดียวกับรถ Supersport ขนาดใหญ่ มือเบรก, มือคลัทช์ มีการทำมาร์ค Expire Mark เมื่อเกิดอุบัติเหตุมือเบรกและมือคลัทช์จะหักตรงจุดที่เซาะร่องไว้แค่นั้น ทำให้เหลือพื้นที่ของมือเบรกและมือคลัทช์ให้ใช้งานต่อได้ โช้คอัพหน้ายังคงเป็นแบบเทเลสโคปิกแกนขนาด 41 มม. สามารถปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ โช้คอัพหลังเดี่ยว Pro Link ปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ ดิสก์หลังเดี่ยวขนาด 240 มม.คาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ

สำหรับการอัพเกรดครั้งใหญ่นี้ทำให้ตัวรถและเทคโนโลยีเครื่องยนต์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รูปทรงที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น สปอร์ตมากยิ่งขึ้น อยากสัมผัสเข้าถึงความสปอร์ตบนความสบายที่ควบคุมง่ายกับ All New Honda CBR500R เปิดตัวที่ราคา 217,000 บาท มี 3 สีให้เลือกคือ Pearl Metalloid White (ขาว), Mat Axis Gray Metallic (ดำ) และ Grand Prix Red (แดง) ไปยลโฉมได้ที่ Honda Bigwing ทั่วประเทศ“ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่สัมผัสสนามแข่งระดับโลก แต่กับ CBR500R นี่ละน่าสนใจมาก…การทดสอบขับขี่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม จะได้ขี่กลุ่มละ 20 นาที และฮีท เอาแบบให้หายอยากกันไปเลย แต่ก่อนที่จะขับขี่ทีงานแมคคานิคได้รับข้อมูลจากนักแข่งในการปรับเซ็ทพรีโหลดโช้คอัพหน้าให้เหมาะกับการขับขี่เพิ่มขึ้นไปอีก 5 ระดับ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และเริ่มออกตัวด้วยการขับขยับตัวพลิกเสี้ยวทางแคบและกว้าง ทำความรู้จักกันสักพักก่อน จากนั้นก็เข้าสู่แทร็คโดยจะมี ฟีม และ ก้อง นักแข่ง Moto2 คอยนำไลน์ สิ่งแรกที่รู้สึกได้ก็คือความนิ่มนวลของคลัทช์สายบีบง่ายสบายมือ ท่านั่งสปอร์ตกว่าเดิม แต่ไม่ถึงกับก้มตัวลงต่ำจนเมื่อยหลัง นั่งได้กระชับ การพลิกรถในโค้งกว้างและแคบทำได้รวดเร็ว ด้วยการปรับเปลี่ยนสวิงอาร์มและองศาของโช้คหลังใหม่ ดิสก์เบรกสั่งงานได้ฉับไว การก้มหลังได้แนบและกอดไปกับถังน้ำมันหลบลมได้ดีถึงแม้จะออกแบบใหญ่ขึ้นจุน้ำมันได้ถึง 17.1 ลิตร ทางไกลขนาดไหนก็ไม่กังวลพอเริ่มจัดท่าทางได้ในรอบแรก จากนั้นก็เริ่มเพิ่มความเร็วไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่ท็อปสปีดที่ทำได้บอกเลยว่าลากกันไปยาวๆ 178 กม./ชม. (นักแข่งทำได้ 180 Up) ในความเร็วระดับนี้การเบรกและรวบเกียร์ลงอย่างรวดเร็วแบบรถแข่ง จากเกียร์ 6 ลงมาเกียร์ 2 การทำงานของระบบ Assist Slipper Clutch ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รอบเครื่องยนต์ล้อหลังสัมพันธ์กันลดอาการสไลด์ให้ควบคุมรถเข้าโค้งได้อย่างง่ายดาย และการบีบคลัทช์ที่ใช้แรงเพียงน้อยนิด อย่างน่าประทับใจ อัตราการเร่งออกจากโค้งให้กำลังที่ต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ารอบเครื่องยนต์ที่ตัดจะอยู่เพียง 8,500 รอบ/นาที ที่จะต้องต่อเกียร์ การเปลี่ยนองศาของเพลาลูกเบี้ยวแสดงแสนยานุภาพ ในรอบปลายลากกันไหลยาวๆ ถึงจะมีช่วงดันขึ้นเนินจากโค้ง 3 ไป โค้ง 4
ลงล้อแม็กและยาง Dunlop Sportmax หน้าขนาด 120/70ZR17 และยางหลังนาด 160/60ZR17 ถึงแม้จะเป็นยางติดมากับตัวรถเพื่อใช้งานทั่วไป แต่พอมาใช้งานบนพื้นแทร็คก็ทำได้ดีไม่มีอาการย้วยหรือสไลด์ มีความนุ่มนวลซับแรงกระแทกได้ดี ประกอบกับการปรับเปลี่ยนสวิงอาร์มหลัง และองศาของโช้คอัพหลังใหม่แบบ Pro Link มีการให้ตัวคงความเสถียรมากยิ่งขึ้น รู้สึกมั่นใจในการเข้าโค้งและเดินคันเร่งเมื่ออยู่ในโค้งกับความเร็วที่มากกว่า 120 กม./ชม. จอแสดงผลถึงแม้ว่าจะเหลือบไปมองบ้างเป็นครั้งคราว มองได้ชัดเจนแม้แดดจ้า สัญญาณไฟเตือน ชิฟไลท์ ในการเปลี่ยนเกียร์เพราะอาจลืมลากกันยาวจนรอบตัดจะทำให้เสียจังหวะ แสดงตำแหน่งเกียร์ก็มีส่วนสำคัญในการที่จะเพิ่มหรือลดในการเข้าโค้ง อัตราการสิ้นเปลืองคงไม่ต้องพูดถึงบิดคันเร่งกันแบบนี้ซดเป็นธรรมดา

สรุปโดยรวมๆ แล้ว All New CBR500R เป็นรถที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่นุ่มนวล
แต่แฝงด้วยความจัดจ้าน การควบคุมง่ายคล่องตัว เบาแรง การเพิ่มเทคโนโลยีช่วยให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รูปทรงดีไซน์โฉบเฉี่ยว เรือนไมล์อ่านง่ายชัดเจน เหมาะสำหรับการเริ่มต้นของไบค์เกอร์ ซึ่งตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานทั่วไป ท่องเที่ยว หรือจะเข้ามาฉวัดเฉวียนในสนามแข่ง

ทริปใหญ่ ดาร์คไซด์ หัวใจรักธรรมชาติ Yamaha MT-15 รถดี ขี่สนุก ท้าสายลมหนาว กรุงเทพฯ-เขาใหญ่

เมื่อเหมันต์ผ่านเข้ามาการจากลาของวสันต์ก็จากไป ช่วงเวลาของทุกๆ สิ้นปีจะเป็นช่วงเวลาของการท่องเที่ยว บรรดาไบค์เกอร์ทั้งหลายจะนิยมวางแผนและไปขับขี่รถจักรยานยนต์ท่ามกลางสายลมหนาวและบรรยากาศอันสดชื่นตามจุดเช็คอินต่างจังหวัด ซึ่งความนิยมของคนเมืองหลวงที่ไม่อยากเดินทางไกลมากๆ ก็จะขับขี่ไปเที่ยวเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นส่วนมาก

เพราะฉะนั้น ทริปนี้พี่น้องสื่อมวลชนจัดเวลาว่างออกไปท้าลมหนาวนี้ที่เขาใหญ่ โดยรถจักรยานยนต์ Yamaha All New MT-15 น้องเล็กของตระกูล MT Series กับโฉมใหม่สุดไฉไล โดดเด่นด้วยดีไซน์ โชว์ความเป็นรถสไตล์เน็กเก็ดสปอร์ตที่เต็มไปด้วยฟิคเจอร์ทันสมัย ความกะทัดรัด ปราดเปรียว ขับขี่ไปเค้นสมรรถนะกับเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 155 ซีซี สูบเดี่ยว พร้อมระบบ VVA วาล์วแปรผันที่จะทำให้กำลังแรงดีไม่มีตก ดูว่าจะบิดได้สนุกเร้าใจขนาดไหนการเดินทางแบบชิวๆ เริ่มออกสตาร์ทกันที่สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า บางนา-ตราด วิ่งเข้า จ.ฉะเชิงเทรา แต่จะใช้ทางเลี่ยงซะเป็นส่วนใหญ่เพื่อหลบหลีกความแออัดของการจราจร และได้สัมผัสถึงธรรมชาติทั้งสองข้างทาง รวมไปถึงการได้ลองความคล่องตัวบนถนนทางแคบ การควบคุมบนทางลูกรังนั้นทำให้รู้สึกถึงช่วงล่างที่รับบทหนักกับระยะทางขรุขระเป็นช่วงๆ กว่า 10 กิโลเมตร ทำงานช่วยซับแรงกระแทก และช่วยให้ทรงตัวในการพลิกเลี้ยวหลบหลุมเนินต่างๆ ได้สะดวก บางจังหวะอาจต้องยืนขับขี่บ้าง ซึ่งก็ทำได้ดีจนน่าทึ่ง ในความเร็วที่พอประมาณนะไม่ใช่กดไป 80-100 กม./ชม. อาจจะกระเด็นหงายท้องได้

จากทางขรุขระขึ้นทางถนนเรียบๆ การเติมคันเร่งก็มาอย่างอัตโนมัติ จาก อ.บางน้ำเปรี้ยว เข้าสู่ อ.องค์รักษ์ เพื่อที่จะเข้าจังหวัดนครนายก สภาพอากาศโดยรวมยังคงร้อน และมีแสงแดดจัดตลอด (ไหนว่าหนาวตัวแข็งไง) ถนนมีการปรับปรุงใหม่เรียบๆ ทางตรงยาวๆ พอที่จะบิดคันเร่งเพื่อกระตุ้นรอบเครื่องยนต์ที่อั้นอยู่นาน แต่ต้องมาสะดุดที่ความสะดวกสบายของจอแสดงผล ที่แสดงให้เห็นถึง ระดับน้ำมัน, อัตราเฉลี่ยความสิ้นเปลือง, ระยะทาง, ความเร็ว, ตำแหน่งเกียร์ และ นาฬิกา ฯลฯ มันทำให้ผู้ขับขี่นั้นสามารถคำนวณระยะทาง เวลา และความเร็วของตัวรถถึงความปลอดภัย หลังจากนั้นก็ค่อยๆ รีดสมรรถนะเครื่องยนต์ออกมา ความรู้สึกที่เด่นชัดถึงการทำงานของความจัดจ้านของรอบต้นๆ และระบบ VVA ในช่วงที่เครื่องยนต์ทำงาน 7,000 รอบ/นาที เสียงของเครื่องยนต์จะแผดดังขึ้นจนรู้สึกได้ และกำลังรอบจะมาอย่างต่อเนื่องต่อเกียร์ได้อย่างสนุก พอเหลือบไปมองที่จอ แสดงผล เลขไมล์วิ่งกระดิก ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ที่ 137-138 เครื่องสั่นรัวๆ จากความมัน และบันเทิงโยกไปโยกมาบนเส้นทางที่ขรุขระและการได้ลองกดท็อปสปีดบนทางเรียบๆ พอสลัดความงัวเงีย ก็มาแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารช่อชะมวง เติมพลังให้เต็มท้อง และก็ถือโอกาสขอทานน้ำใจจากเจ้าของร้าน ลากสายยางมาล้างรถที่เปรอะโคลนจากการปรับปรุงผิวถนนในบางช่วง เพื่อจะได้ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามอย่างที่เห็นกันนี่ไง อิ่มหน่ำสำราญได้ที่ ก่อนตาจะปรือก็คร่อมเจ้าเน็กเก็ดสายดาร์คตัวใหม่คู่ใจของทริปนี้วิ่งผ่านทางหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล ลัดเลาะเส้นทางหมู่บ้านด้วยถนนสองเลนสวน มีโค้งซ้าย/ขวาสลับกันไปมาอยู่หลายโค้ง ความคล่องตัวและการทำงานของช่วงล่างสัมพันธ์กันได้ลงตัว ทำให้กล้าที่จะเดินคันเร่งออกจากโค้ง และกล้าที่จะใช้ความเร็วในการพลิกเลี้ยวอย่างต่อเนื่อง มันช่างเพลิดเพลิน…แต่ไม่เกินงาม..เอาแค่พอเข้าถึงประสิทธิภาพของระบบต่างๆ “ชีวิตยังมีค่า” วิ่งลัดเลาะจนมาถึงทางขึ้นเขาใหญ่ จัดแจงจ่ายค่าธรรมเนียมให้เรียบร้อยถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักหน่อย ผ่านจุดตรวจขึ้นมาได้ประมาณ 7-8 กิโลเมตร จะเห็นเนินถนนขึ้นเขา และลงเขา ที่สวยงาม ช่างภาพก็ไม่รอช้ากระโดดลงไปยึดตำแหน่งที่มั่นยืนกดชัตเตอร์แบบรัวๆ ได้มาครบทุกคน มีจุดชมวิว เช็คพอยท์ ที่ไหนก็แวะเพราะอากาศบนเขาใหญ่เย็นสบาย มีความร่มรื่น ขับขี่ไม่ต้องใช้ความเร็วกันมาก ดื่มด่ำความเป็นธรรมชาติรอบข้าง ที่ในเมืองกรุงไม่มี แถมยังนั่งซดกาแฟกันแบบชิวๆ ก่อนที่จะขับขี่ลงเขาและเข้าสู่ที่พัก นอนเอนกายที่ เพลินรีสอร์ท ซึ่งไม่ไกลจากทางลงมากนัก ทำให้ยังได้รับไอความเย็นจากพื้นที่เขาใหญ่

ช่วงเย็นย่ำค่ำมืด ชำระล้างร่างกายด้วยน้ำเย็นๆ จากนั้นก็ออกไปหาของหม่ำอร่อยๆ นั่งร้านสบายๆ สองตายายฝีมือดี อาหารรสจัดจ้าน ต้ม ผัด แกง ทอด ฯลฯ อร่อยหมดในพริบตา และก็ตั้งวงนั่งเสวนากันอยู่พักใหญ่กับเรื่องสัพเพเหระ ก่อนจะแยกย้ายเข้านอนซุกกายใต้ผ้านวมอุ่นๆ บนที่นอนนิ่มๆ พักผ่อน พร้อมลุยกับวันรุ่งขึ้นเช้าตรู่ของวันใหม่กับการเดินทางกลับ แต่ก็ยังมีเวลาที่จะแวะไปนั่งเล่นชิวๆ ที่ บ่อน้ำผุด ที่เกิดจากธรรมชาติ น้ำใสแจ๋ว มีน้ำตกเล็กๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ และหักแฮนด์หันหัวกลับโดยใช้เส้นทางหลัก ถนนมิตรภาพ ตัดเข้า อ.บ้านนา นครนายก กลับสู่ทางเก่าเพื่อเข้าไปจุดหมายเดิม สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ถึงอย่างปลอดภัยทุคนเป็นอีกหนึ่งทริปที่ได้ร่วมบิดคันเร่ง ไปเฮฮา สนุกสนานกับพี่น้องสื่อมวลชน ขับขี่รถจักรยานยนต์ท้าสายลมหนาว บนเขาใหญ่ และขอบคุณ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่่อนุเคราะห์ MT-15 มาให้บิดกันอย่างมันมือ

ยามาฮ่ารุกตลาดบิ๊กไบค์ต่อเนื่องเปิดโชว์รูม Yamaha Riders’ club Pattaya ครอบคลุมโซนภาคตะวันออก

มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ (คนที่ 5 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วย นางศิรินุช วิทยากรฤกษ์ (คนที่ 5 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ และนางนิภา ฉันท์รักการค้า (คนที่ 4 จากขวา) บริษัท มิตรยนต์พัทยา จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันในพิธีเปิดโชว์รูมจำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ Yamaha Riders’ club Pattaya อย่างเป็นทางการ ครอบคลุมพื้นที่บริการโซนภาคตะวันออกสำหรับโชว์รูมจำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ Yamaha Riders’ club Pattaya เป็นศูนย์บริการแบบครบวงจร บนเนื้อที่ 1,500 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนกว่า 80 ล้านบาท แบ่งออกเป็นโซนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าบิ๊กไบค์ โซนจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่ง และเครื่องแต่งกาย โซนเซอร์วิสรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่ได้มาตรฐานโดยช่างผู้ชำนาญ

โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าบิ๊กไบค์เติบโตขึ้นถึง 14.9% แม้ในสภาวะตลาดรวมจะติดลบ 3% ก็ตาม ซึ่งในปี 2562 นี้ยามาฮ่ายังมุ่งเน้นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ และขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศอีกด้วย

“คาวาซากิ” จัดใหญ่!! พาแชมป์โลกหญิงคนแรกพบแฟนชาวไทยที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์

บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าคาวาซากิ สื่อมวลชน และผู้แทนจำหน่าย ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Kawasaki Road Racing Championship 2018 ภายใต้ชื่องาน Kawasaki Raid Party ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ทีผ่านมา ภายในงานทางคาวาซากิได้เชิญแชมป์โลกหญิงคนแรก “อนา คาร์ราสโก” ผู้คว้าแชมป์จากรายการ WorldSBK 2018 รุ่น SSP300 พบปะแฟนคาวาซากิชาวไทย และร่วมกิจกรรมอย่างเป็นกันเองในแบบฉบับของคาวาซากิ ทั้งนี้ “อนา” ยังได้ร่วมถ่ายภาพ และแจกโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นต์ให้กับผู้ร่วมงานอย่างใกล้ชิด อีกทั้งทางคาวาซากิได้จัดเตรียมรถ Ninja400 ซึ่งเป็นลายเดียวกันกับรถแข่งของอนา เพื่อให้ “อนา” ได้เซ็นต์ชื่อไว้เป็นที่ระลึก ตามที่ทราบกันดีว่า Ninja400 ที่เธอได้ใช้ลงแข่งขันในฤดูกาลที่ผ่านมา จนทำให้สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้เป็นผลสำเร็จนั้น เป็นรถที่ผลิตขึ้นจากฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเธอเองได้ทำให้ทั่วโลกได้เห็นถึงสมรรถนะ และประสิทธิภาพของรถจักรยานยนต์คาวาซากิ ที่ผ่านกระบวนการผลิตภายใต้การควบคุมของ บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัดอนา คาร์ราสโก ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีกำหนดการเดินทางเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิต บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดระยอง ในวันที่ 18 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาพร้อมกันนี้ทางคาวาซากิยังได้เชิญคณะนักแข่งหญิงจากรายการ R2M Power Girls ร่วมเยี่ยมชมโรงงาน และพบปะพูดคุยอย่างใกล้ชิดแบบเป็นกันเองกับ อนา คาร์ราสโก เพื่อพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิด พร้อมแนะนำเทคนิคการขับขี่ให้กับนักบิดสาวไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณไกรทส วงษ์สวรรค์ CEO สมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย สำหรับการพบปะของสาวนักบิด R2M Power Girls กับแชมป์โลกหญิงคนแรก “อนา คาร์ราสโก” ในครั้งนี้

ท่านสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทางแฟนเพจ Kawasaki Motors Thailand และเว็บไซด์ www.kawasaki.co.th หรือ Facebook : Kawasaki Motors Thailand

2019 Husvarna FR450 Rally

Husqvarna Motorcycles ยังคงเดินหน้าเข้าร่วมการแข่งขัน Dakar Rally โดยในปี 2019 นี้ ทีมแฟคทอรี่อย่าง Rockstar Energy Husqvarna Factory Racing Dakar Rally Team จะยังคง ส่งสองนักแข่ง คือ Pablo Quintanilla กับ Andrew Shot เช่นปีที่แล้วเข้าร่วมการชิงชัยในครั้งนี้ ซึ่ง Pela Renet : Husqvarna Factory Rally Team Manager ได้กล่าวว่า

ต้องบอกว่าเป็นปีที่ทีมเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยตลอดปี 2018 ที่ผ่านมา Pablo สามารถร่วมแข่งขันในหลายรายการด้วยการลุ้นคว้าชัยในเกือบทุกสนามและผมมั่นใจว่าหากเขายังคงความพร้อมในระดับนั้นไว้ได้ นั่นหมายความว่าเรามีโอกาสที่จะทำผลงานที่ดีในเปรู ด้วยประสบการณ์และความเร็วในการขับขี่ของ Pablo จะสามารถทำให้ FR450 Rally สามารถทำผลงานได้ดี เช่นเดียวกับ Andrew ที่ประเดิมผลงานครั้งแรกได้ดีในปีที่แล้ว ก่อนที่จะสามารถเรียกความมั่นใจกับรถแข่งของทีมได้เพิ่มมากขึ้นกับแรลลี่ชิงแชมป์โลกที่เปรูที่เขาสามารถขึ้นโพเดี้ยมได้ครั้งแรกนั้น จะมีส่วนช่วยให้เขาสามารถทำผลงานที่เปรูในรายการ Dakar ครั้งนี้ได้ดียิ่งขึ้นกับรถแข่ง FR450 Rally ของทีมเรา ที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

แม้แทบจะไม่มีข้อมูลรายละเอียดของรถแข่ง Husvarna FR450 Rally ออกมาเลย แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าพื้นฐานแล้วนั้นก็คือ ตัวโคลนนิ่งจาก KTM ก็ว่าได้ เพียงแต่รายละเอียดบางอย่าง โดยเฉพาะ ชิ้นส่วนพาร์ทคิทที่เสริมเข้ามานั้น จะแตกต่างไปบ้าง เนื่องจากข้อตกลงที่อนุญาตให้ทาง Husvarna สามารถแต่งเติมต่อยอดไปตามแนวทางการพัฒนาของตนเองได้นั่นเอง ซึ่งก็สามารถดูได้จากภาพที่ไรดิ้งเราได้ไฟล์ของตัวแข่งรหัส FR450 Rally เวอร์ชั่นล่าสุด ที่จะลงสู้ศึก 2019 Dakar Rally ในครั้งนี้มาฝากให้ได้ชมกันแบบเต็มๆ คัน และรายละเอียดบางส่วน เท่าที่ทางแฟคทอรี่จะให้ไฟล์พีอาร์ออกมานั่นเอง ซึ่งพาร์ทคิด อย่าง Scott , Xtrig , Rekluss , Motomaster , สเตอร์ ,โซ่ , แบตเตอรี่ ล้วนเป็นชิ้นส่วนที่ Husqvarna พิจารณาเลือกพันธมิตรเข้ามาเอง ขณะที่ระบบกันสะเทือนอย่าง WP ระบบไอเสีย Akrapovic นั้นจะยังคงเป็นพันธมิตรร่วมเช่นเดียวกับบริษัทแม่อย่าง KTM ที่ตกลงทำสัญญากันไว้ก่อนแล้วนั่นเอง

“ฮอนด้า” ผนึกกำลัง “กรุงเทพมหานคร” จัดอบรมหลักสูตร “หนูน้อยปลอดภัยทางถนน” เสริมสร้างวินัยจราจรและปลูกจิตสำนึกความปลอดภัยแก่เยาวชนไทย

วันที่ 14 มกราคม 2562 นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ร่วมเปิดการจัดอบรมหลักสูตร “หนูน้อยปลอดภัยทางถนน” (Road Safety for Kids) สร้างเสริมจิตสำนึกความปลอดภัยและวินัยจราจรแก่เด็กและเยาวชนไทย ภายใต้โครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สำนักงานเขตบางกะปิ กับ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ณ โรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากข้อมูลการจัดเวทีสาธารณะ เรื่อง “ความปลอดภัยในการโดยสารรถจักรยานยนต์ : สิทธิลูกหลานไทยที่ต้องคุ้มครอง” ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ รายงานว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก สำนักงานเขตบางกะปิจึงได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยและวินัยจราจรแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตบางกะปิ กับ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด จัดอบรมหลักสูตรหนูน้อยปลอดภัยทางถนน Road Safety for Kids ให้กับนักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตบางกะปิ จำนวน 11 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการั้งสิ้น 2,506 คนดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า เอ.พี. ฮอนด้า ตระหนักถึงปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของไทยที่มีมาโดยตลอด จึงได้เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยเพื่อสังคมไทยอย่าง ภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เมืองไทย ขับขี่ปลอดภัย” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดอบรมหลักสูตรหนูน้อยปลอดภัยทางถน นับเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่เยาวชนไทยตั้งแต่เด็ก โดยในภาคปฏิบัติ จะให้เด็กนักเรียนได้ขับขี่รถจักรยานในเส้นทางที่จำลองรูปแบบถนนหลวงทั่วไป พร้อมนำป้ายสัญญาณจราจรแบบต่างๆ มาประกอบให้เด็กนักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เสริมสร้างวินัยจราจรและจิตสำนึกความปลอดภัยที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีวิทยากรครูฝึกศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า เป็นผู้ถ่ายทอดให้ความรู้และดูแลอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีภาคเอกชนต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจในเขตบางกะปิ ร่วมให้การสนับสนุนโครงการด้วยการมอบหมวกกันน็อกให้แก่เด็กนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนด้วยรถจักรยานยนต์จำนวนกว่า 400 ใบ และร่วมขบวนเดินรณรงค์สร้างจิตสำนึกความปลอดภัยและวินัยจราจรในครั้งนี้ด้วย

Honda Forza Carbon BY KD Project

บิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมี่ยม FORZA300 กับความลงตัวของการตกแต่งโดยร้าน KD Project ระเบิดไอเดียพร้อมกับโชว์ของที่มีจำหน่ายในร้านเพื่อให้เข้ามาเลือกไปเสริมความหล่อ ความเท่ กันอย่างเต็มที่

สไตล์การแต่งระดับร้านชื่อดังแล้วต้องไม่ธรรมดา สีสันใหม่ สาดสีแดงที่ชิ้นงานหลักๆ ส่วนอื่นๆ ก็เสริมความคมเข้มด้วยชิ้นส่วนที่เป็นเคฟล่าร์แท้ เก็บรายละเอียดด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง เบาะนั่งแต่งทรงใหม่ ฟุตบอร์ดใช้แผ่นอลูมินัม CNC แต่งลายกันลื่น ครอบแฮนด์โดดแด่น ดิสก์เบรกซ้ายขวา เปลี่ยนปั๊มแรงดัน GALESPEED 16CX17 ก้านพับ กระปุกน้ำมัน rizoma การ์ดเบรกกันล้มแบบรถสปอร์ตระบบสั่งการหยุด จานดิสก์เบรกหน้าใหม่เป็นจานแต่งขนาด 300 มม. ขอบหยัก ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์ Brembo 4 พอร์ท เรเดียลเม้าท์ และสายถักสแตนเลส บูธแกนล้อหน้า Revolution วินชิลด์หน้าแต่งแผ่นแคฟล่าร์ใหญ่ คอนโซลกลางและการ์ดครอบเครื่อง Revolution กรองอากาศด้านข้างถูกหุ้มด้วยเคฟล่าร์

เครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่อัพเกรดความปี๊ดป๊าดด้วยท่อไอเสีย Termignoni ปลายหุ้มคาร์บอน โช้คหลังใช้ Ohlins มาแบบตรงรุ่นสามารถปรับระดับการทำงานได้เต็มระบบ มีซับแทงค์แบบบิ้วท์อิน

2019 Yamaha YZ125

ก่อนหน้านี้ไรดิ้งเคยลงตัว YZ85 ไปแล้วซึ่งเป็นหนึ่งในไลน์ผลิตรถสูตรเครื่องยนต์สองจังหวะที่ Yamaha ยังคงไลน์การผลิตไว้ ล่าสุด YZ125 ได้ถูกเปิดตัวเวอร์ชั่นออกมาซึ่งในอดีตรุ่นนี้ก็คือรถพิมพ์นิยมที่ใช้ในการแข่งขันก่อนจะถูกทดแทนด้วยรุ่น MX2 ที่เป็นเครื่องยนต์สี่จังหวะขนาดสองแรงครึ่งนั่นเอง

ปัจจุบันแม้ว่า YZ125 จะกลายเป็นรถแข่งสำหรับนักแข่งวัยรุ่นดาวรุ่งได้เทิร์นโปรสำหรับ Yamaha แต่ก็ยังคงพิษสงรอบตัวสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปที่จะได้สนุกกับฟิลลิ่งการขับขี่รถวิบาก ที่มีน้ำหนักเบา คล่องตัว และบำรุงรักษาง่าย โดย YZ1225 โมเดลล่าสุดนี้ ยังคง พื้นฐานเครื่องยนต์สองจังหวะ ขนาด 124 ซีซี crankcase-reed valve ที่ให้อัตราการเร่งที่เปี่ยมกำลังติดมือในทุกรอบการทำงานเครื่องยนต์ด้วยบล็อกเสื้อสูบอลูมินัมที่ภายในกระบอกสูบนั้นเป็นวัสดุเคลือบด้วยเซรามิคที่ช่วยลดแรงเสียดทาน อีกทั้งระบายความร้อนได้ดี มีส่วนช่วยให้ได้รับกำลังเครื่องยนต์ที่สม่ำเสมอ ไม่สูญเสียกำลังจากเรื่องของความร้อน ขณะ
ที่เครื่องยนต์ออกแบบให้มีแคร้งค์เคสที่กะทัดรัด compact crankcase เพื่อง่ายต่อการออกแบบเรื่องสมดุลละจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ที่มีส่วนยิ่งในประสิทธิภาพของการควบคุมการขับขี่ ขณะที่การออกแบบโฉมของ YZ125 โมเดลล่าสุดนี้ พัฒนาแบบ modern styling ให้ดูทันสมัยมีรูปแบบที่ดุดัน คล่องแคล่ว รวมทั้งส่วนของ ชุดบังโคลน ป้ายเบอร์ ครอบหม้อน้ำ แอร์บ็อกซ์ และการ์ดต่าง ถูกปรับแบบให้ดูทันสมัยโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับโครงสร้างแชสซีส์ที่ปรับใหม่มาให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด ด้วยเฟรมอลูมินัมที่ยังคงเป็นแบบ semi double cradle frame ที่มีน้ำหนักเบา เช่นเดียวกับส่วนของซัพเฟรมที่เป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา

อีกทั้งออกแบบให้สะดวกต่อการเซอร์วิสส่วนของกันสะเทือนหลัง ซึ่งทาง Yamaha ระบุว่าโครงสร้างแชสซีส์ของรถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบพัฒนาให้เป็น Rider Friendly Chassis ที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลควบคุมง่าย ด้วยน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ Ultra light weight กล่าวได้ว่า YZ125 นี้ ได้รับการออกแบบมาให้พร้อมแข่งได้อย่างเต็มที่ทันทีที่ลงสู่สนาม ด้วยนิยามของการออกแบบ Race-Ready

อมูลตัวรถมีสเปคพื้นฐานดังนี้

Engine : 125cc liquid-cooled 2-stroke; reed-valve inducted
Bore x Stroke : 54.0mm x 54.5mm
Compression Ratio : 8.6~10.7:1
Fuel Delivery : Mikuni TMX 38
Ignition : CDI
Transmission : Constant-mesh 6-speed; multiplate wet clutch
Final Drive : Chain
Suspension / Front : KYB Speed-Sensitive System inverted fork; fully adjustable, 11.8-in travel
Suspension / Rear : KYB single shock; fully adjustable, 12.4-in travel
Brakes / Front : Hydraulic disc, 270mm
Brakes / Rear : Hydraulic disc, 245mm
Tires / Front : 80/100-21 Dunlop MX52
Tires / Rear : 100/90-19 Dunlop MX52
L x W x H : 84.1 in x 32.6 in x 51.0 in
Seat Height : 38.4 in
Wheelbase : 56.8 in
Rake (Caster Angle) : 26.0°
Trail : 4.3 in
Ground Clearance : 14.4 in
Fuel Capacity : 8L
Wet Weight : 94kg

Honda concept CB125X – CB125M

ทีมงานวิจัย และพัฒนาของฮอนด้าอิตาลี ได้นำมาแสดงในระหว่างงาน 2018 EICMA ที่เมืองมิลาน จากข้อมูลทางการตลาดในยุโรป พบว่าตลาดรถขนาด 125 ซีซี ในยุโรปโตขึ้นเกือบ 25%

ดังนั้น ทาง R&D ของ Honda ใน Rome ประเทศอิตาลี จึงได้ออกแบบรถจากพื้นฐานของ 2018 CB125R ออกมาเป็นสองเวอร์ชั่น คือ CB125X กับ CB125M เพื่อนำมาแสดงในงาน 2018 EICMA เป็นการเก็บข้อมูลด้วยการจะผลิตรถต้นแบบหรือโปร โตไทพ์ออกมาโชว์ก่อนที่จะตัดสินใจใช้แนวทางหรือรูปแบบนี้ไปต่อยอดพัฒนารถรุ่นถัดไป และพื้นฐานเดิมของ CB125R นั้น ได้รับการติดตั้งพาร์ทต่างๆ เพิ่มเติมจนเป็นรถในสไตล์ที่ต้องการ โดยรถทั้งสองคันที่ Honda R&D ใน Rome จัดมานี้ มาในเวอร์ชั่น CB125M นั้นก็จะเน้นไปทาง naked-street โดยเติมกลิ่นอายของความเป็น Super-motard ผสมผสานกันเข้าไป

ส่วน เวอร์ชั่น CB125X ที่มากับโทนสีขาวล้วนนั้นชัดเจนว่าทิศทางในการออกแบบของ โมเดล X หรือเวอร์ชั่น X นี้ก็คือ ความเป็น adventure ที่มาพร้อมกับชุดไฟหน้าแบบสามดวงที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง นอกจากรูปโฉมที่แปลกตาไปแล้ว ในส่วนของเสปคพื้นฐานนั้น ยังคงความเป็น CB125R เช่นเดิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเรามีภาพของ CB125X และ CB125M มาฝากกัน

Kawasaki Z400 Test Ride

คาวาซากิเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมทดสอบ
พร้อมสัมผัสซูเปอร์เน็คเก็ตน้ำหนักเบา ทรงพลัง ภายในงาน Kawasaki Z400 Test Ride

บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมทดสอบขับขี่ Kawasaki Z Test Ride เพื่อตอบรับกระแสความแรงของรถจักรยานยนต์คาวาซากิรุ่นใหม่ Kawasaki Z400 ณ สนามมอเตอร์สปอร์ต ปาร์ค สุวรรณภูมิ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาการทดสอบได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยเปิดรับผู้ลงทะเบียนและเริ่มการบรรยายแนะนำการขับขี่จากครูฝึก KGRS (Kawasaki Good Riders School) ซึ่งมีผู้สนใจมารอเข้าคิวลงทะเบียนเพื่อเป็นผู้ทดสอบกลุ่มแรกของเมืองไทย อีกทั้งยังรวมไปถึงสื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมทดสอบ Kawasaki Z400 ด้วยเช่นกัน ในระหว่างวันผู้เข้าร่วมกิจกรรมนอกจากได้ร่วมสนุกจากเกมส์ที่ทาง คาวาซากิจัดให้แล้ว ยังได้รับชมการโชว์สมรรถนะของรถจักรยานยนต์คาวาซากิ Versys1000 SE จากครูฝึกมาตรฐาน KGRS (Kawasaki Good Riders School) ที่แสดงให้เห็นถึงความทรงพลังของเครื่องยนต์สี่สูญเรียงที่ตอบรับได้ฉับไวและคล่องตัวสูงพร้อมระบบกันสะเทือนประสิทธิภาพเยี่ยม สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งทางคาวาซากิได้ขนกองทัพรถจักรยานยนต์รุ่นต่างๆ อาทิ Ninja ZX-6R, Versys-X 300, KLX 250, KLX 150 มาให้ผู้ที่สนใจร่วมทดสอบภายในงานได้อีกด้วยนับได้ว่าในขณะนี้กระแสรถซูเปอร์เน็คเก็ตน้ำหนักเบา และทรงพลังคงหนีไม่พ้น Kawasaki Z400 อย่างแน่นอน ทางคาวาซากิขอขอบคุณผู้ทดสอบขับขี่และท่านสื่อมวลชนทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิบิ๊กไบค์ใกล้บ้าน หรือ รับชมข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.kawasaki.co.th หรือ Facebook : Kawasaki Motor Thailand

New Honda PCX 150

สีสันใหม่ ภายใต้แนวคิด New Energetic Pride สำหรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ชอบความพรีเมี่ยมอารมณ์สปอร์ต ทันสมัย ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 83,300 บาท