2020 KTM 300XC

ค่ายรถจากออสเตรียอย่าง KTM ยังคงเดินหน้าพัฒนาเครื่องยนต์สองจังหวะต่อไป พร้อมกับส่งรุ่นล่าสุดของรถเอ็นดูโร่ในกลุ่มเครื่องยนต์สองจังหวะ ที่ว่ากันว่า “ไร้คู่แข่ง”

ด้วยความที่เป็นรถที่มีอัตราส่วนระหว่างกำลังต่อน้ำหนัก power-to-weight ratio ที่ดีที่สุด จากพื้นฐานความดุดันของรถซูเปอร์โครอส/โมโตครอส ที่ได้รับการเพิ่มกำลังและแรงบิดขึ้นไปอีกระดับ ปรับให้มีระยะการทำการที่ไกลมากขึ้นด้วยการเพิ่มปริมาตรความจุของถังเชื้อเพลิง เปลี่ยนล้อหลังเป็นขนาด 18 นิ้ว ที่กล่าวมานี้ก็จะเป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้ได้รถ dirt bike ที่มีความดุดัน แข็งแกร่งมากที่สุดรุ่นหนึ่งในกลุ่มรถ cross country racer ที่ทาง KTM ยังเพิ่มความทันสมัยให้กับเครื่องยนต์สองจังหวะนี้ด้วย TPI หรือ Transfer Port Injection ซึ่งเป็นระบบจ่ายเชื้อเพลิงที่ทันสมัยที่สุดสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ ที่มีมาใน KTM 300 XC TPI จากเครื่องยนต์สองจังหวะขนาด 293.2 ซีซี พร้อมความก้าวหน้าของเทคโนโลยี TPI ที่ช่วยให้ไม่ต้องใช้การผสมถังและเซ็ทนมหนูเช่นเครื่องยนต์สองจังหวะแบบเดิม ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการจ่ายเชื้อเพลิง TPI fuel injection technology นี้เอง รวมทั้งโครงสร้างของส่วนประกอบใหม่อย่าง CNC exhaust port กับ port timing ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ของ 300XC TPI นี้ มีกำลังสูงสุดในกลุ่มรถคลาสเดียวกัน มาที่ส่วนของโครงสร้างแชสซีส์ของ KTM 300XC TPI นั้นมีโครงสร้างที่เบาด้วยเฟรม high tech steel frame ที่รู้กันดีว่าเป็นเฟรมที่มีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวทุกจังหวะ อีกทั้งยังสามารถให้ความรู้สึกในการตอบสนองที่ดีต่อผู้ขับขี่ที่จะสัมผัสได้ถึงปฏิกิยาตอบสนองที่ดี รวมทั้งมีคุณสมบัติในการให้ตัวหรือมีความยืดหยุ่นที่ดี ช่วยให้โครงสร้างของรถมีประสิทธิภาพที่ดีในการรองรับแรงกระแทกหรือแรงกระทำที่เกิดจากการขับขี่อย่างดุดันรุนแรงในแต่ละจังหวะ ในขณะที่ใช้ความเร็วสูง และในโมเดลล่าสุดนี้ได้มีการเปลี่ยนชิ้นส่วนของพักเท้ามาเป็นแบบ no dirt footpegs อีกด้วย เช่นเดียวกับในส่วนของระบบกันสะเทือนที่มีการพัฒนาสมรรถนะในการรับแรงกระแทก รวมทั้งมีการปรับค่าการเวทติ้งให้มีความนุ่มนวลขึ้นจากเดิม เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความรู้สึกที่สบายมากขึ้น โดยในส่วนของกันสะเทือนหน้านั้น ได้ติดตั้ง New WP XACT fork ที่นอกจากปรับค่าการเซ็ทติ้งในส่วนของ damping ใหม่แล้ว ยังได้ปรับสมรรถนะด้วยการเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในอย่าง New fork piston ที่จะทำงานได้ลงตัวกับ air spring ที่ออกแบบให้สามารถใช้ค่าต่างๆในการปรับเซทได้หลากหลายมากขึ้น เช่นเดียวกันกับในส่วนของกันสะเทือนหลัง ที่ติดตั้ง New WP XACT rear shock ที่ปรับเซ็ทมาใหม่ ด้วยความลงตัวของระบบกันสะเทือนที่พัฒนามาใช้กับ High tech chrome moly steel frame จนช่วยให้รถมีความสบายและมั่นคงมากยิ่งขึ้นในแต่ละจังหวะของการขับขี่ รวมทั้งการขับขี่ในช่วงทางตรงได้อย่างมีเสถียรภาพยิ่งขึ้นด้วยการปรับสวิงอาร์มเป็นแบบชิ้นเดียว single piece cast aluminium swingarm ในส่วนของบอดี้เวิร์ค ที่ยังคงการออกแบบให้มีความเพรียวบางเพื่อผลทางด้านความสะดวกสบาย ที่มีผลต่อการควบคุมรถและความมีอิสระในการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ขับขี่ที่สามารถเปลี่ยนท่าทางตำแหน่งได้อย่างสะดวก เช่นเดียวกับส่วนของแอร์บ๊อกซ์ที่ออกแบบให้สามารถปกป้องชิ้นส่วนกรองอากาศและภายในได้ดียิ่งขึ้นแต่ก็สามารถไหลเวียนอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน และในการเซอร์วิสกรองอากาศนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

จากบอดี้เวิร์คก็มาที่ชุดคลัทซ์ซึ่งเป็น Hydraulic Brembo clutch system ที่เบาแรง ควบคุมได้ง่ายดาย อีกทั้งทำงานได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง ขณะที่ในส่วนของระบบเบรกนั้นใน KTM ได้เลือกใช้ชุดเบรกมาตรฐานสูงเพื่อความปลอดภัย ด้วย High tech Brembo brakes ที่ได้กลายเป็นมาตรฐานของ KTM ไปแล้วว่ารถหลายรุ่นจะใช้ระบบเบรกจาก Brembo เป็นอุปกรณ์ติดรถจากโรงงาน สมกับคอนเซ็พท์ Ready to race ของค่ายผู้ผลิตจากออสเตรีย

รายละเอียดของตัวรถเพิมเติมมีสเปคดังนี้

Engine Type: Single Cylinder, 2-Stroke
Displacement: 293.2 cc
Bore / Stroke: 72 / 72 mm
Starter: Electric Starter / 12.8V, 2Ah
Transmission: 6 Gears
Fuel System: TPI, Dell’Orto Throttle Body Ø 39 mm
Lubrication: Electronically Regulated Oil Pump
Primary Ratio: 26:73
Final Drive: 13:51
Cooling: Liquid Cooling
Clutch: Wet Multi-Disc DDS-Clutch, Brembo
Hydraulics
Ignition: Continental EMS
Frame: Central Double-Cradle
Type 25CrMo4 Steel
Sub Frame: Aluminum
Handle bar: Neken, Aluminum Ø 28/22 mm
Front Suspension: WP XACT USD fork,
Ø 48 mm
Rear Suspension: WP XACT Monoshock
with Linkage
Suspension Travel Front/Rear: 310 mm / 12.2 in; 300 mm / 11.81 in
Front/Rear Brakes: Disc Brake 260 mm
/ 10.24 in; 220 mm / 8.66 in
Front/Rear Rims: 1.60 x 21” / 2.15 x 18” Giant
Front/Rear Tires: 90/90-21” / 110/100-18” Dunlop AT81
Chain: 5/8 x 1/4 in
Silencer: Aluminum
Steering Head Angle: 26.1º
Triple Clamp Offset: 22 mm
Wheelbase: 1,485 mm ± 10 mm / 58.5 ± 0.4 in
Ground Clearance: 370 mm / 14.6 in
Seat Height: 950 mm / 37.4 in
Tank Capacity, Approx: 8.5 L / 2.25 gal
Weight (without fuel), Approx: 101.3 kg / 223.3 lbs

2020 Ninja ZX-25R

Ninja ZX-25R เผยโฮมแล้ว เครื่องยนต์ 4 สูบ เรียง 249 ซีซี 4 จังหวะ 16 วาล์ว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมฟิคเจอร์ และฟังก์ชั่นสุดล้ำ ควิกชิฟเตอร์ แทร็คชั่นคอนโทรล พาวเวอร์โหมด เสริมอารมณ์ความเร้าใจ โช้คอัพหัวกลับ USD ดิสก์เบรกหน้าคาลิเปอร์แบบเรเดียลเม้าท์ โมโนบล็อค รายละเอียดปลีกย่อยรอก่อนเด้อไม่อยากผิดพลาด สว่นราคาก็รอเช่นกัน

GRAND FILANO PREMIUM SCOOTTER

กับความลงตัวในแบบของคุณเองด้วยการเสริมเติมแต่งรถจักรยานยนต์ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรืออุปกรณ์ของแต่งที่ลงตัว สร้างความแตกต่าง ซึ่งเป็นการโชว์ไอเดีย และความชอบในสไตล์ต่างๆ

กี่ยุคสมัยรถจักรยานยนต์ก็ยังคงเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยม ด้วยความคล่องตัว ใช้งานง่าย ทำให้เห็นกันมากมายบนท้องถนน และการแต่งรถเพิ่มความสวยงามก็มีควบคู่กันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรถรูปลักษณ์แบบไหนก็ตาม แต่สำหรับรถแต่งคันนี้ก็คือ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ รถออโตเมติกไฮคลาส มาด้วยความลงตัวแบบคลาสสิค ถูกปรับเพิ่มเติมด้วยไอเดียของยุคใหม่กับความโมเดิร์นของอุปกรณ์ของแต่งต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น และวัยทำงาน ความโดดเด่นที่สะดุดตาอันดับแรกน่าจะเป็นที่สีสัน และการคาดลวดลาย เพราะมันแตกต่างไปจากสีสันเดิมๆ ที่ผลิตออกมา ไม่มีสีนี้แน่นอน สีสไตล์พาสเทลดูแล้วไม่จี๊ดจ๊าดแต่มันดูมีระดับ การตัดเส้นที่ไม่เน้นความหวือหวายังคงให้ความคลาสสิค วงล้อที่เป็นแม็กจากของเดิมลดขนาดลงมาใช้ 12 นิ้ว และสาดสีใหม่ให้เป็นโทนเดียวกับตัวรถ ดิสก์เบรกหน้าเสริมใหม่ด้วยจานดิสก์เดี่ยวขนาด 200 มม. แบบให้ตัวได้ด้วยโฟลท์ติ้งสีทอง 8 ตัว คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว สร้างขายึดอลูมินัมขึ้นมาใหม่ด้วยงาน CNC

ทางด้านของออพชั่นเสริมที่ช่วยลดความเสียหายของแฟริ่งด้วยเคสกันกระแทกรอบรคันดัดเข้ารูปไม่เกะกะ เบาะนั่งดีไซน์แบบย้อนยุคแบ่งเป็นสองตอน เสริมแรคหลังสำหรับติดตั้งกล่องอเนกประสงค์เพื่อใส่ของพร้อมการเดินทางที่สะดวกสบายเพิ่มขึ้น ช่วงล่างด้านหลังเสริมความเท่และโดดเด่นด้วยโช้คอัพ Gazi แกนขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับออพชั่นปรับสองระบบ พรีโหลด และ รีบาวด์ เพิ่มเสถียรภาพในการซับแรง และการควบคุม เครื่องยนต์ปรับอัตราการเร่งที่ติดมือและลากรอบได้ยาวขึ้นมาอีกนิดด้วยท่อไอเสียสแตนเลสปลายทรงกระบอก และเก็บรายละเอียดตามจุดต่างๆ ด้วยน็อตสีทอง และอลูมินั่ม

Kawasaki Enduro 3 Hrs. สนามที่ 4 จังหวัดสุพรรณบุรี

จบลงด้วยความมัน เละเทะ เลอะเทอะ ท่ามกลางความร้อนระอุ และ เฮฮา สนุกสนาน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ได้มิตรภาพใหม่ๆ ของทีมแข่งที่เดินทางมาจากหลายๆ จังหวัด
เกมเร้าใจตั้งแต่เริ่มสตาร์ทในรุ่นนับรอบ Lap Time ของ KLX Series 140 150 ต่อด้วย Versys x300 และ ความอึดของ Adventure Open ปิดท้ายด้วยไฮไลท์ Enduro 3 Hrs. ที่เปิดคันเร่งไล่กันแบบไม่ยั้ง ฝุ่นตลบ น้ำกระจาย ดินกระจุย ลัมลุกคลุกคลาน กว่าจะผ่านกันมาได้ ด้วยพละกำลังนักแข่ง แรงเชียร์ และสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ KLX Series รับรางวัลบนโพเดี้ยม

สนามหน้าห้ามพลาดทุกประการ วันที่ 21-22 ธ.ค. ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ รับประกับความมัน โหด มัน เร้าใจ ของสภาพพื้นที่แข่งขัน อากาศเย็นสบายๆ และจะมีพิธีมอบรางวัลแชมป์ประจำปี และปาร์ตี้แคมปิ้ง หลังจบการแข่งขัน

รู้แล้วบอกต่อ…เชื่อสิ เดือนกว่าๆ แป๊บเดียวก็ถึง