











































สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. ประกาศรายชื่อรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่สำหรับทั้ง 3 รางวัลที่จะมอบให้ในปีนี้ออกมาแล้ว หลังจากที่ได้รับการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถประจำปี 2568 ซึ่งประกอบไปด้วยสื่อมวลชนอาวุโสและผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดอยุ่ในสายข่าวยานยนต์ร่วมพิจารณาคุณสมบัติรถยนต์แต่ละรุ่นที่จะผ่านเข้ารอบตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างครบถ้วน ก่อนที่จะได้รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์รวมทั้งสิ้น 45 รุ่น ซึ่งประกอบด้วยรางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Car Of The Year 2025), รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand EV Of The Year 2025) และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Motorcycle Of The Year 2025)

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า “ในปีนี้ ทางสมาคมฯ และคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีการแก้ไขกฎระเบียบและ/หรือข้อบังคับที่จะใช้พิจารณารถที่ผ่านเกณฑ์ในรอบแรกใหม่ จากเดิมรถที่จะเข้าผ่านเข้ารอบต้องเป็นรถโฉมใหม่ (Model Change) เท่านั้น ภายใต้ระเบียบฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใหม่นี้ให้รวมไปถึงรถยนต์ที่ปรับโฉม (Minor Change) ด้วย แต่ในปีนี้คณะอนุกรรมการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ได้เพิ่มความเคร่งครัดในการพิจารณาคัดเลือกทั้งในส่วนรถยนต์สันดาป, รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ โดยจะใช้สัดส่วนรถยนต์สันดาป รถยนต์ไฟฟ้า 65% และรถจักรยานยนต์ 55% ตามลำดับ ดังนั้น จึงมีความมั่นใจได้ว่า รถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในรอบแรกนี้ แม้จะเป็นรถยนต์ปรับโฉมแต่ก็เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายในจำนวนมากพอที่เข้ากฎระเบียบใหม่”



สำหรับการลงคะแนนรอบแรกจะลงคะแนนโดยสมาชิกสามัญของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. โดยมีระยะเวลาในการโหวตตั้งแต่วันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 หลังจากนั้นจะมีการนับคะแนนในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถประจำปี 2568 และจะมีการประกาศรายชื่อรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์จักรยานยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นี้ ก่อนที่จะมีการจัดทดสอบเพื่อให้คณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกได้ลงคะแนนอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และจะมีพิธีจัดงานมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568
YADEA Thailand แบรนด์ผู้นำรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก ได้รับ ใบรับรองส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion Certificate) จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการ BOI เป็นผู้มอบ นับเป็นก้าวสำคัญด้านกลยุทธ์การลงทุนและขยายฐานการผลิตของ YADEA ในประเทศไทย ที่ไม่เพียงสะท้อนถึง มาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีของโรงงาน YADEA Thailand เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ YADEA สามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมายในไทย และรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี พร้อมปักหมุดก้าวสู่แบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของไทย

แบรนด์อันดับหนึ่งของโลก : ทุก 25 วินาที มีรถ YADEA ประกอบแล้วเสร็จ 1 คันในสายการผลิต
YADEA (ออกเสียงว่า ยา-เดีย) เป็น แบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดในโลกติดต่อกัน 8 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี 2017– ปี 2024) มียอดขายสะสมกว่า 120 ล้านคัน และมีโรงงานกว่า 10 แห่งทั่วโลก ทั้งในประเทศจีน ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม เม็กซิโก และบราซิล โดยมีสายการผลิตอัจฉริยะรวมกว่า 100 สาย ผลิตได้สูงสุด 30 ล้านคันต่อปี ด้วยระบบอัตโนมัติประสิทธิภาพสูงและความเร็วในการผลิตที่เหนือชั้นจึงสามารถผลิตรถได้ 1 คันในทุกๆ 25 วินาที และคุณภาพผ่านเกณฑ์การผลิตกว่า 99.9% สะท้อนมาตรฐานการผลิตระดับโลก

โรงงานอัจฉริยะในไทย : ศูนย์กลางการผลิตอาเซียน กำลังการผลิต 500,000 คัน/ปี
โรงงาน YADEA Thailand ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและเทคโนโลยีของ YADEA ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้ระบบการผลิตอัจฉริยะเหมือนกับ “Super Factory” ในจีน และมีแผนการขยายกำลังการผลิตรวม 600,000 คันภายใน 3 ปี มีสัดส่วนพนักงานไทยมากกว่า 80% และสร้างงานให้คนไทยมากกว่า 500 ตำแหน่ง และในเชิง กลยุทธ์ยังตั้งเป้าให้เป็นศูนย์นวัตกรรมและการผลิตอัจฉริยะสำหรับตลาดอาเซียน

เทคโนโลยี TTFAR: แบตเตอรี่รับประกันนานถึง 2 ปี อึดขึ้น 3 เท่า ทนทุกสภาพอากาศ
เทคโนโลยีหลัก TTFAR (YADEA’s Technology helps you to Travel FAR) ได้รับการพัฒนาจากห้องทดลองขนาด 6,600 ตารางเมตรในประเทศจีน ผ่านการทดสอบกว่า 220 ชิ้นส่วน และการทดสอบทั้งคัน 41 รายการ เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมสุดโหดจากทั่วโลก สำหรับประเทศไทยที่มีลักษณะภูมิอากาศร้อน ชื้น ฝนตกบ่อย และสภาพถนนที่ไม่เรียบ YADEA ได้ปรับปรุงเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในประเทศ โดยเฉพาะแบตเตอรี่กราฟีน TTFAR ที่ทนความร้อนได้สูงถึง 55 องศา มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดทั่วไป และมาพร้อมการรับประกันนาน 2 ปี นอกจากนี้ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ YADEA ยังผ่านมาตรฐานกันน้ำ IPX7 สามารถป้องกันน้ำได้ดีในช่วงฤดูฝน ตัวโครงรถผลิตจากเหล็กคาร์บอนความแข็งแรงสูง ผ่านการทดสอบการสั่นสะเทือนกว่า 300,000 ครั้ง และผ่านการทดสอบการป้องกันน้ำเกลือ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความทนทานต่อสนิมและการใช้งานที่ยาวนาน เหมาะสมกับสภาพถนนของประเทศไทยอย่างแท้จริง

ขับขี่มั่นใจทุกคัน : จดทะเบียนได้ตามกฎหมาย
หลังจากได้รับ BOI Certification มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ YADEA ที่ผลิตในไทยทุกคัน สามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมายและรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี จึงมั่นใจได้ในคุณภาพและบริการ รุ่นเด่น เช่น Velax, VoltGuard, RS20, Ova ตอบโจทย์การเดินทางทั่วไป และในเมือง

ขยายช่องทางจำหน่าย : ครอบคลุมทั่วไทย 100 สาขาภายในปี 2025
ปัจจุบัน YADEA Thailand มีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 70 สาขา พร้อมโซนทดลองขับ และ ศูนย์บริการครบวงจร และภายในปี 2025 ตั้งเป้าให้มีสาขาครอบคลุมกว่า 100 แห่งเพื่อให้ผู้บริโภคทั่วประเทศสามารถเข้าถึงร้านค้าและบริการหลังการขายได้อย่างสะดวกและทั่วถึง
“การได้รับ BOI Certification เป็นก้าวสำคัญของ YADEA Thailand เราไม่เพียงแค่สร้างโรงงาน แต่ยังผสานนวัตกรรมระดับโลกกับการวิจัยเชิงลึกเพื่อนำเสนอมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่สร้างสรรค์มาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ” นายแจ็ค หยาง (Mr.Jack Yang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YADEA Technology (Thailand) จำกัด สรุปทิ้งท้ายต่อความมุ่งมั่นในนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัย อัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กรุงศรี ออโต้ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยผลสำรวจจาก “KA the Poll” ชี้ว่า 49% เลือกซื้อรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะคันที่สอง แม้มีรถยนต์ส่วนตัว เพราะมองว่า “เวลา” ทุกวินาทีมีมูลค่า และมอเตอร์ไซค์คือ “ตัวช่วยสำคัญ” ที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ชีวิตประจำวันและลดการเสียเวลาบนท้องถนนของคนเมือง โดยข้อมูลนี้สอดคล้องกับแนวโน้มยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 1.5 – 2.5% ต่อปีในช่วงปี 2568 – 2570

“มอเตอร์ไซค์” เครื่องมือทุ่นเวลาของคนเมืองใหญ่
ผลสำรวจจาก “KA the Poll” แบบสำรวจความคิดเห็นภายในองค์กรที่รวบรวมมุมมองจากพนักงานกรุงศรี ออโต้ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ใช้รถ จำนวนกว่า 1,478 คน พบว่า 62% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่ารถจักรยานยนต์คือเครื่องมือในการ “บริหารจัดการเวลา” เพื่อทำให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้น ทั้งจากปัญหารถติด หรือแม้กระทั่งปัญหาที่จอดรถ ดังนั้น การตัดสินใจซื้อรถของพวกเขาจึงให้ความสำคัญกับ “การลงทุนเพื่อซื้อเวลา” ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดรถจักรยานยนต์ยังคงเติบโตด้วยจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสมสูงถึง 22 ล้านคัน อ้างอิงตามรายงานของกรมการขนส่งทางบกในปีที่ผ่านมา

ตลาดยังโต แต่ความท้าทาย คือเรื่อง “ความปลอดภัย”
แม้มอเตอร์ไซค์จะตอบโจทย์เรื่องเวลา แต่ความปลอดภัยยังเป็นปัจจัยสำคัญ ผลสำรวจพบว่า เหตุผลอันดับหนึ่งที่คนส่วนใหญ่กว่า 37% ยังไม่เลือกซื้อรถจักรยานยนต์ เกิดจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยและทักษะการขับขี่ ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากข้อมูลครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง 424,206 ราย โดยในจำนวนนี้เกิดจากรถจักรยานยนต์มากถึง 91%

“สินเชื่อที่ยืดหยุ่น” กุญแจเพิ่มการเข้าถึงรถมอเตอร์ไซค์
แบบสำรวจ KA the Poll ยังชี้ว่าปัจจัยสำคัญอันดับสอง ที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อรถจักรยานยนต์มาจากเงื่อนไขทางสินเชื่อ เช่น ข้อเสนอผ่อนอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือการผ่อนระยะสั้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการเลือกระยะเวลาสินเชื่อ พบว่า 59% ของผู้ใช้รถเลือกผ่อนชำระระยะยาว 2-3 ปี มากกว่าผ่อนการชำระระยะสั้น (21%) หรือการซื้อเงินสด (19%) สะท้อนว่าความยืดหยุ่นทางการเงินคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คนเมืองเข้าถึงมอเตอร์ไซค์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายจาก ภาระหนี้ครัวเรือนสูงและค่าครองชีพเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเช่นปัจจุบัน
ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถทุกกลุ่ม “กรุงศรี ออโต้” จึงได้มุ่งพัฒนาสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ที่เข้าถึงง่ายและครบวงจรที่สุดในตลาด เพื่อสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถได้จริง และช่วยให้ผู้บริโภค “ซื้อเวลา” ผ่านโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่นและออกแบบมาเพื่อตอบรับชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง
การแข่งขันรอบ Main Race ของ MotoGP สนาม 18 ที่ Pertamina Mandalika Circuit อินโดนีเซีย ก้อง สมเกียรติ จันทรา #35 จาก Idemitsu LCR Honda เริ่มการแข่งขันจากกริดที่ 19 และ รักษาความเร็วผ่านช่วงชุลมุน จนผ่านธงตาหมากรุกในอันดับที่ 13 บวกเพิ่มอีก 3 แต้ม
Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol MotoGP นั้นเริ่มการแข่งขันจากแถว 2 กริดที่ 6 และผ่านเข้าเส้นชัยในอันดับ 5 ส่วน Johan Zarco #5 Castrol LCR Honda เริ่มจากกริดที่ 18 และจบเกมในอันดับที่ 13 ด้าน Joan Mir ไม่จบการแข่งขัน
#MotoGP #IndonesianGP #PertaminaMandalikaCircuit #MainRace #IdemitsuLCRHonda #SC35
การแข่งขัน Main Race ของ MotoGP สนาม 18 เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ Pertamina Madalika Circuit อินโดนีเซีย Fermin Aldeguer #54 จาก BK8 Gresini Racing เริ่มเกมจากกริดที่ 2 อาศัยจังหวะออกตัวที่ดีขึ้นนำและยืดระยะห่างนำยาวแบบม้วนเดียวจบคว้าแชมป์ไปครอง
.
1. Fermin Aldeguer
2. Pedro Acosta
3. Alex Marquez
#MotoGP
#IndonesianGP
#PertaminaMandalikaCircuit
#MainRace
#BK8GresiniRacing
#FM54
สรยท. เปิดกติกาคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 หรือ THAILAND CAR EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 โดยกติกาใหม่เปิดทางกลุ่มรถยนต์ปรับโฉม (Model Year) เข้าร่วมชิงชัย ภายใต้กฎเหล็กใหม่ 8 ข้อ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดรถในปัจจุบัน และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยอีกด้วย
สำหรับการปรับกฎระเบียบการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปีใหม่ในครั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับบริบทของตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยวัตถุประสงค์ของการปรับกฎระเบียบในครั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทุกด้าน อาทิ คุณภาพ, สมรรถนะ, ประโยชน์ใช้สอย และมีความคุ้มค่าออกสู่ตลาด เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นเปลี่ยนโฉม (Model Change) หรือรุ่นปรับโฉม (Minor Change) ดังกล่าว

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) เปิดเผยว่า “ในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ 1 รุ่น ผู้ผลิตที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ จะขยายเวลาในการทำตลาดมากขึ้นกว่าปกติ จากเดิมที่มีการเปลี่ยนโฉมทุก 4-5 ปี แต่ปัจจุบันหลายรุ่นถูกขยายการทำตลาดนานขึ้น ส่วนรถจักรยานยนต์จะมีอายุการทำตลาดนานกว่ารถยนต์ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนโฉมออกสู่ตลาด”
“เพื่อเป็นการสนับสนุนในเรื่องของการนำนวัตกรรมและสิ่งที่ดีๆ ที่มีความคุ้มค่ามาสู่ผู้บริโภคชาวไทย โดยรุ่นปรับโฉมของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในบางรุ่นทำได้ดีมากไม่แพ้กับรถยนต์แบบโมเดลเชนจ์ อาทิ รูปลักษณ์ เครื่องยนต์ และเทคโนโลยี ทางสมาคมฯ จึงเล็งเห็นความตั้งใจในด้านการยกระดับในหลายๆ ด้านของผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จึงได้มีการประชุมกรรมการและทีมทำงานในการปรับกติกาเพื่อคัดเลือกรถที่เข้าเกณฑ์ทั้งในกลุ่มของรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 โดยให้ครอบคลุมกับรถที่มีการปรับโฉมซึ่งเปิดตัวในช่วงกรอบเวลาที่กำหนด และถูกผลิตจากโรงงานในประเทศไทยหรือนำเข้าจากกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการปรับโฉมนั้นจะมีเกณฑ์การพิจารณาแยกต่างหากผ่านทางการพิจารณาตามกรอบของอนุกรรมการที่ดูแล และการปรับเปลี่ยนนั้นจะต้องส่งผลดีต่อผู้บริโภคชาวไทย” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า “สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการคัดเลือก คือ การส่งเสริมให้ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เพียบพร้อมด้วยความยอดเยี่ยม ในหลายๆ ด้าน มีคุณภาพ สมรรถนะ และมีความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในรุ่นเปลี่ยนโฉมและปรับโฉม”

ทางด้าน นายพุทธิ ผาสุข อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสิน รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เผยว่า “สำหรับรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่มีคุณสมบัติในปีนี้ จะต้องเป็นรถรุ่นใหม่ (New Model) ที่เปิดตัวสู่ตลาดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 แต่ปีนี้มีความพิเศษเป็นปีแรกในการนำรถที่มีการปรับโฉมตามอายุตลาด หรือ Minor Change เข้ามาพิจารณาชิงชัยรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เพิ่มเติม โดยเรียกว่าเป็น “รถโฉมใหม่” (Model year) ตรงนี้สมาคมฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนระเบียบกฎกติกาใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากคณะอนุกรรมการที่มาจากสมาชิกสมาคมฯ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ให้เกียรติสมาคมฯ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการร่างกฎระเบียบกติกาใหม่ให้มีความโปร่งใส รัดกุม และเกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด”
“การพิจารณารถรุ่นใหม่ (New Model) ยังคงยึดกติกาเดิม แต่เกณฑ์การพิจารณารถโฉมใหม่ (Model Year) ทั้งรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ จะมีหัวข้อในการพิจารณา 8 หัวข้อ แบ่งออกเป็น เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง, ช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยว, ความปลอดภัย Active Safety, ความปลอดภัย Passive Safety, ดีไซน์ภายนอก, ดีไซน์ภายใน, การส่งเสริมการผลิตในประเทศ และการเพิ่มความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในกลุ่มรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า จะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 65% และรถจักรยานยนต์ ไม่น้อยกว่า 55% ตามตารางเกณฑ์สำหรับการพิจารณา จากนั้นจึงจะส่งรายชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดให้กับสมาชิก สรยท. เพื่อทำการโหวตคัดเลือกรอบแรกจำนวนกึ่งหนึ่ง เพื่อเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้าย ที่จะเป็นการทดลองขับภาคสนาม ณ สนามทดสอบของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) จ.ฉะเชิงเทรา ต่อไป
วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นวันที่ Casio เปิดตัวเรือนเวลา EDIFICE NISMO Heritage Edition ที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อร่วมฉลองวาระครบ 40 ปีของ Nissan Motorsports International ซึ่งก็คือ NISMO โดยการนำฝ่ายสร้างสรรค์นาฬิกาสไตล์มอเตอร์สปอร์ตของ Casio อันได้แก่ EDIFICE มาผสานรวมเข้ากับประวัติเรื่องราวอันยาวนานของ NISMO นำมาสู่นาฬิกาที่สะท้อนถึงนวัตกรรมอันยอดเยี่ยม

การเปิดตัวนาฬิการุ่นนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตรงกับฤดูกาลแข่งขันและทันเวลาพอดีกับการแข่งขันยามค่ำคืนอันเป็นตำนานของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม

EDIFICE NISMO Heritage Edition
นาฬิการุ่น ECB-S10NIS-7ADR สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันของ NISMO ด้วยธีม 3 สี คือ แดง ขาว และน้ำเงิน ซึ่งชวนให้นึกถึง R91CP รถแข่งในตำนานที่โด่งดังจากการคว้าชัยชนะเป็นครั้งแรกของรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ในการแข่งขัน 24 Hours of Daytona (ทเวนตีโฟร์ อาวร์ส ออฟ เดย์โทนา) เมื่อ ค.ศ. 1992 ส่วนมรดกอื่น ๆ ที่ถูกอนุรักษ์ไว้บนนาฬิการุ่นนี้ก็คือ การใช้ตราสัญลักษณ์ NISMO แบบดั้งเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1984 จนถึง 1997 และการพิมพ์รหัสตัวถังของรถแข่งคันที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศพร้อมตราสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมลงบนสายของนาฬิกา

นาฬิการุ่นนี้ยึดมั่นในหลักการออกแบบระดับนวัตกรรมของ Casio โดยมาพร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อการทำงานกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ไฟส่องสว่างชนิด Super Illuminator (ซูเปอร์ อิลลูมิเนเตอร์) ที่ทำให้อ่านค่าได้ในความมืด และกระจกคริสตัลแซพไฟร์ความใสสูงที่ทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วนได้ดี

นาฬิกา EDIFICE NISMO Heritage Edition รุ่น ECB-S10NIS-7ADR ถูกกำหนดราคาจำหน่ายไว้ที่ 16,000 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ที่ร้าน G-SHOCK Casio ในประเทศไทย
สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.casio.com/th/watches/edifice/
Facebook : CASIO Watches Thailand
Line : @casiowatchcmg
IG : casiothailand




Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดั

ตลอดทุกยุคสมัย ‘Classic’ ยังคงเป็นตัวแทนและตอกย้ำ DNA แห่ง Royal Enfield นอกจากจะเป็นรากฐานสำคัญของหลาย
Classic 650 ใหม่ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของตระกูล Classic ได้อย่างเด่นชัด แต่ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยขุ

นายมาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิ

เสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า (Double the charm)
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Classic คือรากฐานสำคั

สมรรถนะที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น (Double the capability)
หัวใจสำคัญของ Classic 650 คือเครื่องยนต์ 648 ซีซี parallel twin ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ปรับจูนใหม่เพื่อการตอบสนองที่
ทุกครั้งที่บิด

คาแรกเตอร์ที่เข้มข้นกว่าเดิม (Double the character)
แม้ Classic 650 จะสืบทอดสายเลือดเดียวกับตระกูล Classic แต่ตัวรถถูกออกแบบใหม่ให้มี
Classic 650 ใหม่ ใช้เฟรมหลักร่วมกับ Super Meteor และ Shotgun 650 มาพร้อมเบาะคู่แบบ Dual Seat ที่สามารถถอดเบาะซ้อนท้ายและแร็
ท่านั่งในการขับขี่ที่ถู
แผงหน้าปัดออกแบบเรียบง่ายไม่

สีสันคลาสสิกกับเส้นสายเหนื
Royal Enfield Classic 650 มาพร้อมเฉดสีที่หวนรำลึกถึง Classic 500 อันเป็นที่รักของชาวคลาสสิค เลิฟเวอร์ พร้อมเพิ่มสีใหม่ ได้แก่ Bruntingthorpe Blue, Vallam Red และ Black Chrome ซึ่งแต่ละสีช่วยขับเส้นสายตัวถั


“แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ไบค์รุ่นใหญ่ ปิดฉาก NEXZTER BRIC Superbike สนาม 3 อย่างสุดมันส์ ด้าน ”เบนซ์ เรซซิ่ง“ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ปลดล๊อคคว้าแชมป์แรกของปี ในรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี2 ไปครอง ก่อนเตรียมมุ่งหน้าสู่สนามตัดสินแชมป์ประจำปี 2 เรซ ในเดือน พ.ย.นี้
การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ) สนามที่ 3 ประจำปี 2025 ระหว่างวันที่ 26-28 ก.ย.ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย.2568 เป็นการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศ

เกมในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ซึ่งเป็นไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ ยังคงเข้มข้นสุดๆ โดยตำแหน่งโพลสนามนี้เป็นของ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จอมเก๋าจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ขนาบข้างด้วย “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม และ “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ไบค์สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ในแถวหน้า ขณะที่ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว นักบิดดาวรุ่งจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ออกตัวจากแถว 2

สถานการณ์ในรุ่นนี้ดุเดือดตั้งแต่ต้นเรซ โดย “มิกซ์” ธนัช เริ่มเกมอย่างดุดัน ก่อนจะขยับแซงขึ้นมารั้งหัวแถวอย่างรวดเร็วเหนือ “แสตมป์” อภิวัฒน์ ตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน แต่ก็โดนแซงกลับในรอบเดียวกัน อย่างไรก็ดีดาวรุ่งจาก ฮอนด้า แซงขึ้นเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ก่อนจะพลาดล้มอย่างน่าเสียดายที่โค้ง 1 ในรอบที่ 3

หลังจากนั้น “แสตมป์” อภิวัฒน์ ก็นำโด่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 37.532 วินาที ผงาดคว้าชัยชนะไปครองได้อีกครั้ง โดยมี “บอล” จักรกฤษณ์ เป็นอันดับ 2 ตามหลัง 7.969 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จอมเก๋า จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ เข้าเส้นชัยอันดับ 3 ตามหลัง 55.847 วินาที
ด้าน “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักบิดคนดังจาก เรปโซล อาร์-ซีรีส์ ทีม ยังคงสร้างผลงานยอดเยี่ยมเช่นเคย บิดเข้าป้ายในอันดับ 4 โอเวอร์ออลล์ และเพียงพอให้คว้าชัยชนะในรุ่น SB2 ไปครองได้สำเร็จ ด้วยเวลา 20 นาที 56.256 วินาที ปลดล๊อคคว้าแชมป์แรกของปีไปได้

ขยับมาดูผลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST1) ดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส เจ้าของโพลออกนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครอง 3 สนามติดต่อกันด้วยเวลา 20 นาที 14.440 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ณัฐวุฒิ คำหอม จาก ไบค์ส สตอรี พีทีที ลูบีแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม 5.518 วินาที ตามด้วย อภิเดช บุญศรี จาก ฮานูยา เรซซิ่ง ทีม เพิ่มสินทรานสปอร์ต พรเจริญก่อสร้าง ตามหลัง 12.237 วินาที

ขณะที่เกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) เป็นหนึ่งในเรซที่มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อนักบิดในกลุ่มหน้าไล่บดกันอย่างสุดมันส์ นำโดย ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตามด้วย “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส แต่กลับต้องชนเข้ากับ “รถน็อครอบ” ส่งผลให้ “ไฮเปค” กฤษฎา และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร ต้องออกจากการแข่งขันในช่วง 2 รอบสุดท้าย
โดยชัยชนะตกเป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย ทื่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 25.137 วินาที ตามด้วย โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 ตามหลัง 22.931 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “จิมมี่” บูรพา วันมูล ดาวรุ่งจาก อาซูจิโร่ อู่ช่างต่อลพบุรี ลิควิโมลี ตามหลัง 29.044 วินาที

ขณะที่ นักแสดงหนุ่ม โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ได้อันดับ 7 รุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3)

ส่วนผลในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1Pro) ชัยชนะตกเป็นของ ศักดิ์ชัย คงดวงดี นักบิดดาวรุ่งจาก ไออาร์ซี ดีไอดี สมาทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ ที่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 10.581 วินาที เหนือ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 เพียง 1.168 วินาที ตามด้วย พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง นักบิดจอมเก๋าจาก สปีด800 อันดับ 3 ตามหลัง 1.534 วินาที

สำหรับการแข่งขันในรุ่นเล็กอย่าง สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ที่มีนักบิดต่างชาติลงแข่งขันและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ชิงชัยกัน 7 รอบสนาม ชัยชนะตกเป็นของ รักชิต ธาวี นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ด้วยเวลา 13 นาที 9.872 วินาที ทิ้งห่างทีมเมทชาวอินเดียอย่าง ทัสมาย คาเรียปปา ที่ตามเข้าป้ายอันดับ 2 ถึง 8.873 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ มู่หรง จื่อจ้าว นักบิดชาวจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ ตามหลัง 14.214 วินาที

ความสำเร็จของการแข่งขัน เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 3 นี้ เรียกได้ว่าทั้งยิ่งใหญ่และเข้มข้น เร้าใจ รวมทั้งการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกชื่อดัง ลงทำการแข่งขัน ระดับชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต จุดกระแสแฟนคลับแน่นสนามในกิจกรรมพิตวอล์ค ยืนยันความสำเร็จของคอนเซ็ปต์ “Anyone Can Be A Hero” ใครๆก็เป็นฮีโร่นักบิดได้
แฟนมอเตอร์สปอร์ตเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการแข่งขันสนามตัดสินแชมป์ประจำปี ในสนามที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พ.ย.นี้ โดยในรอบชิงชนะเลิศจะมีการแข่งขันถึง 2 เรซ เพื่อตัดสินว่าใครคือ แชมป์ประเทศไทยตัวจริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2025
Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดั

การแต่งตั้งเพื่อรับตำแหน่

ในปี 2024 โรยัล เอ็นฟีลด์ สามารถสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้
โรงงานประกอบ (CKD) แห่งใหม่ในประเทศไทยนับเป็นก้

ยาดวินเดอร์ ซิงห์ กูเลเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิ
มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ ร่วมงานกับโรยัล เอ็นฟีลด์มาตั้งแต่ปี 2008 ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปี ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญในการดู
การแต่งตั้งในครั้งนี้ตอกย้ำ