ฮอนด้าเปิดตัว New Honda GROM มินิไบค์ดีไซน์ใหม่ เครื่องยนต์ใหม่ พร้อมความเร้าใจในการขับขี่

ครั้งแรกของมอเตอร์ไซค์ที่ D.I.Y. ได้ด้วยตัวเองแบบไร้ขีดจำกัด เอ.พี. ฮอนด้า สร้างปรากฏการณ์สนั่นวงการรถจักรยานยนต์ไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว New Honda GROM มินิไบค์รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย พัฒนาภายใต้คอนเซปต์ “Mod It Yourself แต่งใหญ่…ใส่ให้สุด” เน้นความสนุกในการแต่งรถในสไตล์ที่หลากหลายได้ด้วยตัวเอง ขับขี่มันส์ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ 125 ซีซี เกียร์ 5 สปีด พร้อมด้วยฟังก์ชันล้ำสมัยครบครัน วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “การเปิดตัวรถ Honda MSX125 เป็นครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อปี 2013 ได้ก่อให้เกิดกระแสมินิไบค์ฟีเวอร์ขึ้น แต่ความสำเร็จในครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ฮอนด้าหยุดการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ แต่กลับยิ่งท้าทายให้เราต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ New Honda GROM รถคอนเซปต์ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้เจ้าของรถสามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ด้วยตัวเอง สนุกไปกับรูปทรงที่หลากหลาย และไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่ไม่จำเจ เร้าใจไปกับเครื่องยนต์ใหม่ ชุดเกียร์ใหม่ ที่สามารถตอบสนองผู้ขับขี่ได้มากกว่าเดิม เราเชื่อว่านี่คือรถที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาสิ่งที่สะท้อนตัวตนในแบบที่ไม่เหมือนใคร”
New Honda GROM ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Mod It Yourself แต่งใหญ่…ใส่ให้สุด” ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งชิ้นส่วนภายนอกของรถได้อย่างเต็มที่ด้วยตัวเองในแบบ D.I.Y. ด้วยจุดยึดแบบพิเศษที่ช่วยให้การถอดประกอบเป็นเรื่องง่าย พร้อมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตกแต่งได้อย่างสะดวกสบาย เสริมไลฟ์สไตล์ความเท่ของตัวเองได้แบบไม่ซ้ำใคร
New Honda GROM ให้เสน่ห์ของความเป็นมินิไบค์ที่ขับขี่เร้าใจ ติดตั้งฟังก์ชันระดับบิ๊กไบค์ ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้า Full LED Headlight ดีไซน์เฉียบ ให้ความโฉบเฉี่ยวลงตัว แผงหน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัล Full LCD Panel แสดงข้อมูลครบถ้วนทุกรายละเอียดรวมถึงตำแหน่งเกียร์ บิดสนุกเร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 125 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ส่งกำลังด้วยระบบคลัทช์มือที่ประสานความแรงกับชุดเกียร์ 5 สปีด ให้สมรรถนะสูงสุดในคลาส ควบคุมง่าย คล่องตัว โช้คหน้าแบบหัวกลับดูดซับแรงกระแทกได้อย่างไร้กังวล ล้อแม็กซ์ดีไซน์ใหม่พร้อมยางหน้ากว้าง Tubeless ขนาด 12 นิ้ว มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง เสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรก ABS with G-Sensor เทคโนโลยีจากสนามแข่งของรถซูเปอร์สปอร์ตระดับท็อป
เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda GROM ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ABS with G-Sensor สีเทา-ดำ ราคาแนะนำ 77,400 บาท และรุ่น Standard มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีแดง-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำที่ 69,900 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
พร้อมกันนี้ ฮอนด้าได้นำเสนอชุดแต่งพิเศษแบรนด์ H2C By Honda ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งได้เองในสไตล์ D.I.Y. โดยแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ แบบสแครมเบลอร์ (Scrambler) ที่เน้นความเท่อย่างมีคลาส แบบโมตาร์ด (Motard) ที่ให้บุคลิกของคนเมืองสายลุย และแบบแอดเวนเจอร์ (Adventure) ที่ถ่ายทอดความเป็นนักเดินทางยุคใหม่ โดยทั้งหมดพร้อมวางจำหน่ายที่ศูนย์ Honda Wing Center ให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda GROM ได้ที่
เว็บไซต์​: www.aphonda.co.th
เฟซบุ๊ก ​: www.fb.com/hondamotorcyclethailand
ยูทูบ​​: www.youtube.com/hondamotorcycletha

ฮอนด้าเปิดตัว New Honda Click Series ที่สุดของสปอร์ต เอ.ที. ฮีโร่สำหรับคนเมือง

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดตัว New Honda Click Series สปอร์ต เอ.ที. รุ่นใหม่ล่าสุด เท่ด้วยเฉดสีใหม่ ผสานกับสมรรถนะที่โดดเด่น มาพร้อมกับคอนเซปต์ HERO OF THE STREET ตัวจริง…ของฮีโร่ โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าทุกครั้งด้วยเฉดสีใหม่ลุคพรีเมียมสปอร์ต สมรรถนะเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ eSP พร้อมด้วยฟังก์ชันโดดเด่นอีกมากมาย วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

New Honda Click Series มาพร้อมกับชุดไฟแบบ Full LED Lighting System ไฟหน้าสองชั้นแบบ Dual LED Headlight รูปทรงเฉียบคมสไตล์เฉพาะของ Click Series ที่ไม่เหมือนใคร ให้ทั้งความเท่ และความสว่าง พร้อมด้วยฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุกการใข้งานในเมืองด้วยแนวคิด “รถที่เข้าใจคนเมืองที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอมิเตอร์แบบ Full Digital Meter ที่ระบุข้อมูลของฟังกชันต่าง ๆ อย่างครบครัน ถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 5.5 ลิตร ใหญ่ที่สุดในคลาส พร้อมฮอนด้าสมาร์ทเทคโนโลยีที่ประกอบไปด้วยระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System และระบบกระจายแรงเบรกแบบ Combi Brake System ทำงานผสานกับเครื่องยนต์ eSP (Enhanced Smart Power) ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Bulit-in Liquied Cooled) อย่างมีประสิทธิภาพ

New Honda Click150i โดดเด่นด้วยเฉดสีใหม่สไตล์พรีเมียมสปอร์ตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถซุปเปอร์คาร์ เท่กว่าด้วยล้อแม็กลวดลายเฉพาะไม่เหมือนใคร ทะยานแรงไปกับเครื่องยนต์ eSP ขนาด 150 ซีซี หัวฉีด PGM-FI สะดวกกว่าด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Honda Smart Key ที่ช่วยระบุตำแหน่งรถ และป้องกันการโจรกรรม สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและอัตราเร่งแบบเร็วทันใจ สนนราคาแนะนำ 61,200 บาท มีให้เลือก 3 เฉดสีได้แก่สีน้ำเงิน-เทา สีขาว-แดง และสีดำ-เทา

New Honda Click125i มาพร้อมกราฟิกใหม่สไตล์ Futuristic เท่ลงตัว ปราดเปรียวคล่องตัว เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ eSP ขนาด 125 ซีซี หัวฉีด PGM-FI น้ำหนักเบาและประหยัดน้ำมัน โดยมีราคาแนะนำรุ่นล้อแม็กอยู่ที่ 55,100 และรุ่นล้อซี่ลวดอยู่ที่ 51,400 บาท มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่สีแดง-ดำ (เฉพาะรุ่นล้อแม็ก) สีขาว-ดำ และสีดำ พบกับ New Click Series คันจริงได้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ www.aphonda.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.fb.com/hondamotorcyclethailand

8 ฟีเจอร์เด่น ใครเห็นก็ต้องว้าว All New Yamaha NMAX

ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ใหม่ รถออโตเมติกพรีเมี่ยม 155 ซีซี ดีไซน์ใหม่สปอร์ตสุดทุกองศาพร้อม 8 ฟีเจอร์เด่น ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบสุดแม็กซ์
1.ไฟหน้าLED ดีไซน์สปอร์ตดุดัน สว่างชัดเจน บอกตัวตนแห่งสายพันธุ์ MAX
2.ไฟท้าย LED ดีไซน์ถ่ายถอดดีเอ็นเอตระกูล MAX Series พร้อมไฟฉุกเฉิน
3.ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS ควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติ ป้องกันล้อล็อกทั้ง 2 ล้อ พร้อมดิสก์เบรกทั้งหน้า-หลัง ให้ความปลอดภัยระดับแม็กซ์
4.ดิจิทัลมิเตอร์สไตล์สปอร์ต พร้อมสวิตท์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์ จอ LCD ขนาดใหญ่ ครบทุกฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมหน้าจอที่แฮนด์ซ้าย สะดวกสบายสไตล์ MAX
5.ช่องชาร์จแบตมือถือ พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า สามารถชาร์จแบตมือถือได้ พร้อมช่องเก็บของด้านหน้าทั้ง 2 ด้าน
6.ถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร พร้อมที่เก็บของใต้เบาะขนาด XL ตอบสนองความสะดวกสบายด้วยถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร และช่องเก็บใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้
7.กุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM
• สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์
• ปลดล็อกแฮนด์รถ / ปลดล็อคเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน
• สัญญาณตอบรับ ANSWER BACK
8.เครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี VVA 4 วาล์ว ให้สมรรถนะกำลังแรงกว่า แบบฉบับสายพันธุ์ Max Series
พบ ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ใหม่ ได้แล้ววันนี้ ที่ Yamaha Square ทั่วประเทศ
มีให้เลือกถึง 4 สี ในราคาแนะนำราคา 87,400 บาท

มันมาแน่! Honda FORZA 750 DCT ขยับอัพสู่บิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมี่ยม

ไวรัส หรือจะสู้ วัยแรง Honda สวนกระแสปล่อยคลิปสั้นๆ ความยาว 15 วินาที เรียกน้ำย่อยสาวกรถ เอ.ที. ให้ได้ลุ้นกันอีกว่า The All New FORZA มันคือรุ่นอะไร ก็เพิ่งเปิดตัวกับ FORZA 350 ไปไม่นาน มันจะเปลี่ยนอีกแล้วเหรอ? แต่คงจะเดากันไม่ยาก กับขนาดรูปร่างที่ใหญ่โตขึ้น

The Forza family is getting bigger น่าจะประโยคที่จะทำให้ทุกอย่างกระจ่าง ซึ่งหมายความว่าโมเดลใหม่ในตระกูล Forza จะมีขนาดใหญ่ขึ้น และอีกอย่างกับโลโก้แบรนด์ ปีกนก ใช้ที่เป็นสีเงิน ซึ่งเป็นโลโก้ประจำของฮอนด้าบิ๊กไบค์นั่นเอง

ซึ่งถ้าว่าไปแล้ว Honda เองก็มีโมเดล Honda Integra บิ๊กสกู๊ตเตอร์ กับเครื่องยนต์ 750 อยู่แล้ว ทำให้โมเดลใหม่ FOZA750 คือพัฒนาที่ต่อยอดขึ้นมาในรูปทรงที่กำลังได้รับความนิยม และไม่แน่ว่าเครื่องยนต์จะมีการอัพถึง 800 ซีซี เพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย และขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์แบบ DCT ก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี มันเป็นเพียงแค่การคาดเดาไปต่างๆ นาๆ เท่านั้น อดใจรอสักนิด ดีเดย์ วันที่ 14 ตุลาคมนี้ ตามที่ในคลิประบุไว้คงได้เห็นข่าวการเปิดตัว และรูปร่างตัวจริงๆ ของ The All New FORZA ว่าจะออกมาสวยขนาดไหน

New MT-15 Born Of Darkness Lemited Edition

New MT-15 Born Of Darkness Lemited Edition สปอร์ต ของคนวัยมันสีสันใหม่เร้าใจยิ่งกว่า พร้อมกับการตกแต่งแบบไร้ขีดจำกัด

All new NMAX 155 กับแรงบันดาลใจของการตกแต่งจากสำนักแต่งชั้นนำระดับประเทศ

สปอร์ต ออโตเมติก สุดฮิต All new NMAX 155 กับแรงบันดาลใจของการตกแต่งจากสำนักแต่งชั้นนำระดับประเทศ คันไหนโดนใจคุณบ้างละ ส่วนรายละเอียดเพิ่มรอติดตามรีวิวแบบจัดเต็มที่นี่เร็วๆ นี้ https://www.facebook.com/ridingmag/ https://www.youtube.com/channel/UC20M7mYJrvrcvGlMUpy5gog?view_as=subscriber

ครั้งแรกของโลก! ฮอนด้าเชิญทดสอบขับขี่ All New Forza350 เฉพาะวันนี้ที่เมืองทองธานี

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดรับสมัครผู้สนใจทดสอบความแรงของ All New Forza350 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับท็อปคลาสรุ่นใหม่ล่าสุดของโลก ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ eSP+ สมรรถนะสูง ให้พลังความแรงสูงสุด พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Only For The Greatest เพราะที่สุด มีเพียงหนึ่งเดียว” ในวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2563 ณ ลานอเนกประสงค์ข้าง AKTIV SQUARE อิมแพค เมืองทองธานี

สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อนัดหมายเวลาทดสอบขับขี่ได้ผ่านทางออนไลน์ เพียงสแกน QR code ตามรูปที่ใช้ประชาสัมพันธ์ หรือที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หมายเลข M4 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน โดยงานเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.

#AllNewForza350 #OnlyForTheGreatest #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า

2020 Yamaha WR155 R สายโดด สายดีด

2020 Yamaha WR155 R สายโดด สายดีด พร้อมกับสปีดสุดเร้าใจ
ยามาฮ่าพร้อมลุยสายฝุ่น ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่มีหลากหลายสไตล์ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับการขับขี่ที่ตื่นเต้น หลังจากที่ อินโดนีเซีย เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับนักแข่ง MotoGP มาเวอร์ริค บีญาเลส ก็ได้เวลาของสยามประเทศที่จะได้สัมผัสกับความมันส์กันเร็วๆ นี้

Yamaha WR155R มาพร้อมกับความโดดเด่นของตัวรถที่ถอดดีเอ็นเอมาจากรุ่นพี่สายเอ็นดูโร่ รหัส WR ที่รู้จักทั่วโลกถึงสมรรถนะ และความลงตัว ของดีไซน์ เพรียว กระชับ คล่องตัว ควบคุมง่าย มาดูกันสิว่า WR155R มีฟีเจอร์และอะไรน่าสนใจที่จะกระชากเงินในกระเป๋าคุณได้บ้าง ระบบกันสะเทือนหน้าเทลเลสโคปิคขนาด 41 มม. และมีความยาวมากถึง 899.1 มม. ทำให้การซับแรงกระแทกในเส้นทางที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อนั้น มีความเสถียร ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบโมโนครอสแบบแก๊ส ที่สามารถปรับระดับพรีโหลดได้ตามสไตล์ของแต่ละคนเลย ส่วนยางจะเป็นแบบเอนกประสงค์ใช้งานได้ทั้งถนนทั่วไป และพร้อมลุยฝุ่น วงล้อซี่แบบอลูมินัม ข้างหน้า 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว เพื่อให้สายลุยฝ่าอุปสรรคได้เต็มที่

ตัวเฟรมรถจะเป็นแบบ Semi Double Cradle Frame น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ถังน้ำมันจุมาให้มากถึง 8.1 ลิตร ตามสไตล์ของรถเอ็นดูโร่ แหม..ลุยกันได้ทั้งวัน ระบบเบรกจะเป็นแบบดิสก์เบรกจานหน้า 240 มม. ดิสก์ด้านหลังจาน 220 มม. หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ LCD Meter แสดงค่าต่างๆ อย่างครบครัน

มาดูที่เครื่องยนต์กันบ้าง มีขนาดปริมาตร 155 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีการติดตั้งระบบวาล์วแปรผัน VVA มาให้ด้วย เน้นพละกำลังที่จี๊ดจ๊าด ให้แรงม้าสูงสุดมาอยู่ที่ 16.5 แรงม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 14.3 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที และกำลังอัด 11.6:1 ตรงนี้บอกเลยว่าจุดระเบิดได้เต็มที่สมบูรณ์มากเพราะการสั่งจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดที่ละเอียด

แต่จะว่าไปแล้วด้วยข้อมูลที่แกะออกมาได้ ก็จะเหมือนกับเครื่องยนต์ลูกเดียวกันกับ MT-15 และ YZF-R15 ที่โดดเด่นเรื่องของพละกำลังแรงบิดที่โดดเด่น

Yamaha Brand Day 2020

ยามาฮ่าฉลองครบรอบ 65 ปี ในวันที่ 1 กรกฎาคม ศกนี้ ภายใต้บทบาทของตราสินค้าที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก เติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิดหลักปรัชญา “คันโด” สร้างความพึงพอใจที่เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าเสมอ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติและเป็นวิถีของแบรนด์ยามาฮ่า โดยสื่อสารผ่าน Global Slogan ด้วยวลี Revs Your Heart “เร่งชีวิตให้เร้าใจ”

สำหรับ บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มีทิศทางและนโยบายที่ชัดเจนในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ด้วยวิถีอันเป็นเอกลักษณ์ยามาฮ่า 5 ประการ พร้อมกันทั่วโลก ได้แก่ Innovation (ความริเริ่ม), Excitement (ความสนุกสนาน), Confidence (ความมั่นใจ), Emotion (ความดึงดูด) และ Ties (ความผูกพัน) เพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของยามาฮ่าที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเอกลักษณ์ที่ชัดเจนนี้เป็นแนวทางปฏิบัติที่พนักงานทุกคนยึดถือปฏิบัติและถ่ายทอดสู่การสร้างสรรค์สินค้า บริการและทุกจุดสัมผัสของยามาฮ่า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าและเพื่อความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

โดยนายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา ไทยยามาฮ่า สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของโลก ในการทำ Branding Day ของยามาฮ่า ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมาก โดยเขามองเห็นถึงความทุ่มเทในการทำ Branding อย่างเป็นระบบ ซึ่งการทำ Branding เชิงระบบหมายความว่า ผู้บริหารมีส่วนร่วม ขับเคลื่อนอย่างมีระบบ มีการจัดการผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า ผู้จำหน่าย ซัพพลายเออร์ สื่อมวลชน และสังคม โดยมีการบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรม แบ่งคนแต่ละกลุ่มแล้วออกแบบโครงการต่างๆ เกี่ยวกับแบรนด์ให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับทราบและมีส่วนร่วม โดยเราได้มีโครงการด้านต่างๆ ที่ทำร่วมกันให้มีปฏิสัมพันธ์ ให้มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่ง Global Branding Committee ก็ให้อิสระแต่ละประเทศสามารถคิดสร้างสรรค์และทำ Branding ได้เอง ซึ่งเราก็มาคิดว่า Branding ในเมืองไทยจะสร้างความแตกต่างอย่างไร เราต้องแตกต่างจากคู่แข่ง แตกต่างในทุกๆ เรื่องที่ลูกค้ามาสัมผัสเรา และก็สามารถให้ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องมีความผูกพันในเชิงบวกกับแบรนด์เราอย่างไร หลังจากนั้นก็บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ใครที่ดูแลผู้จำหน่ายก็ต้องสร้างระบบมาดูแลผู้จำหน่าย ใครที่ดูแลลูกค้าก็ต้องสร้างระบบขึ้นมาเพื่อดูแลลูกค้า ใครที่ดูแลเรื่องชุมชนก็ต้องมาดูว่าอะไรที่สามารถทำเป็นโครงการต่อเนื่องได้บ้าง เป็นต้น เมื่อเราคิดได้แบบนี้แล้วก็ออกแบบโครงการต่างๆ เพื่อเอาไปประกวดกันทั่วโลกและสุดท้ายเราก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของไทยยามาฮ่าอย่างมาก โดยทางคณะผู้ตัดสินให้เหตุผลว่า ทางเราได้ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการทำ Branding และผู้บริหารมีส่วนร่วมในการเริ่มต้นทุกโครงการ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของไทยยามาฮ่า อีกทั้งเราทำ Branding โดยไม่ได้คิดถึงแต่เรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการคิดถึงสังคมด้วย ทำให้การทำ Branding ของเรานั้นทำได้โดดเด่นกว่าของประเทศอื่นอีกด้วย”

ทว่าในปี 2020 ที่ทั่วโลกประสบภาวะวิกฤติจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและสภาพเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดี Yamaha ยังสามารถฟันฝ่าวิกฤติและก้าวขึ้นเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น (วัดจากยอดขายทั่วโลก โดย Interbrand Co., Ltd. บริษัทสำรวจด้านแบรนด์ที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น)

รวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ยามาฮ่าประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ผ่านสินค้า บริการ และกิจกรรมต่างๆ มอบความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุด เหนือความคาดหวังของลูกค้า เช่น ความสำเร็จของงานบริการหลังการขายที่เรามี “Yamaha Premium Service” ศูนย์บริการระดับพรีเมียมที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้ายามาฮ่า พร้อมด้วยการบริการรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นมิติใหม่ของที่จอดรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียม “Yamaha Premium Parking” ที่เปิดให้บริการสำหรับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะและพร้อมขยายให้ครอบคลุมทุกจุดทั่วกรุงเทพมหานครอีกด้วย

อีกหนึ่งโครงการสำคัญในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี คือการสร้างปรากฏการณ์เป็นแบรนด์แรกของโลก ที่รับประกันรถจักรยานยนต์ทั้งคัน 5 ปี หรือ 50,000 กม. (รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 500 ซีซี) พร้อมบริการ Road Side Service ในกรณีที่เกิดปัญหาฉุกเฉินจนไม่สามารถขับขี่ต่อได้ โดยลูกค้ายามาฮ่าทุกคันจะได้รับสิทธิ์การบริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี หรือ 12,000 กม. ตอกย้ำภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการที่มีความแตกต่างและยึดถือความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

นอกเหนือจากการยกระดับสินค้าและบริการแล้วยามาฮ่ายังพร้อมเดินหน้าพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของเทคนิคการขาย การวางกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า รวมถึงการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ โดยมีสื่อมวลชนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ด้วยบทบาทของสื่อกลางที่เชื่อมโยงระหว่าง ยามาฮ่ากับลูกค้า ด้วยการยึดหลักปรัชญา “คันโด” เพื่อสร้างความพึ่งพอใจสูงสุดและประสบการณ์อันทรงคุณค่า ให้ลูกค้ามั่นใจและเชื่อมั่นในตราสินค้าและบริการของยามาฮ่าตลอดไป

เปิดเทรนด์ใหม่ให้โลกของการขับขี่! เอ.พี. ฮอนด้า เปิดตัว New Honda CT125 กับคอนเซปต์ ได้เวลา… ออกนอกเส้นทาง

วางจำหน่ายที่ประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย สร้างสรรค์เทรนด์การขับขี่รูปแบบใหม่ให้กับวงการ ฯ อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุด New Honda CT125 (นิว ฮอนด้า ซีทีหนึ่งสองห้า) รถเลเชอร์ไบค์ (Leisure Bike)ดีไซน์เฉพาะตัว สานตำนานอันโด่งดังจากยุค 60s ของ Original CT Series ผสานเทคโนโลยียุคใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ติดตั้งการ์ดเครื่องยนต์ (Engine Guard) ที่แข็งแกร่ง มาพร้อม CARRIER แร็คหลังขนาดใหญ่ และท่อไอเสียพร้อมกรองอากาศแบบยกสูง เพื่อการลุยน้ำลึกและการผจญภัยแบบเทรล (TRAIL) มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกหน้าแบบ ABS และยางดูอัลเพอร์เพิส (Dual Purpose Tire) วางจำหน่ายที่เมืองไทยเป็นประเทศแรกของโลก ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำเพียง 84,900 บาท สำหรับรุ่นมาตรฐาน ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยเวอร์ชั่นเสริมชุดแต่งจาก H2C แบรนด์อะไหล่แต่งรถจากฮอนด้า มีให้เลือก 2 สไตล์ ได้แก่ City Trail ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ราคาแนะนำ 95,900 บาท และ Country Trekking มีจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ราคาแนะนำ 108,900 บาท ที่ร้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “เทรนด์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่ รถในกลุ่มมูลค่าเพิ่มมีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดใน 4 เดือนแรกของปี 2020 ก็ยังคงมีการเติบโตมากถึง 20% โดยหลัก ๆ แล้วการเติบโตนี้มาจากความนิยมในกลุ่มยังเจนที่เติบโตในยุคโซเชียลมีเดียและมีพฤติกรรมชอบความสนุกท้าทาย โดยเฉพาะในมุมของการท่องเที่ยวแบบเอาท์ดอร์ ลุยไปกับธรรมชาติ ไปยังสถานที่ ๆ ใหม่ ๆ น่าสนใจว่าในปี 2019 สินค้าในกลุ่มเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์มีการเติบโตขึ้นถึง 30%”

“ในขณะเดียวกัน การเป็นผู้นำตลาดรถจักรยนยนต์ไทยก็ไม่ได้ทำให้ฮอนด้าหยุดนิ่ง แต่เรายังคงมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายให้กับผู้ใช้ของเราผ่านการทำตลาดด้วยสินค้าในกลุ่มมูลค่าเพิ่ม ครั้งนี้ เราพร้อมนำเสนอรถรุ่นใหม่ New Honda CT125 วางตำแหน่งสินค้าเป็นรถขี่ง่ายสายลุย เจาะตลาดไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์ ด้วยการถ่ายทอดการผจญภัยของ CT Series ซึ่งเป็นรถที่ได้ความนิยมในอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย มาตั้งแต่ปี 1960 จนกลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบัน และในวันนี้คนไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสกับรถรุ่นนี้เป็นประเทศแรกก่อนใครในโลก นี่คือรถที่นำเสน่ห์ของ CT มาผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของฮอนด้าในปัจจุบัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้คนไทยได้สัมผัสและสนุกกัน” New Honda CT125 รถจักรยานยนต์แนวใหม่สไตล์ Trail Hunter เป็นการนำเสนอเพื่อจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจด้วยคอนเซปต์ “Time to Trail ได้เวลาออกนอกเส้นทาง” ออกแบบทุกรายละเอียดให้สะท้อนเอกลักษณ์ของสุดยอดรถแห่งการผจญภัยระดับตำนานของ CT Series ตั้งแต่ปี 1960 ดีไซน์เพื่อไลฟ์สไตล์ Explore ที่แท้จริง ด้วยเอกลักษณ์การขับขี่แบบ SINGLE RIDING “ขับคนละคันมันส์กว่า” ให้ผู้ขับขี่ได้ลุยไปกับเพื่อน ๆ พร้อมด้วย CARRIER แร็คหลังขนาดใหญ่ (47.7 x 40.9 ซม.) รองรับทุกสัมภาระ ท่อไอเสียและกรองอากาศยกสูงสำหรับลุยน้ำลึก เพื่อการผจญภัยแบบ TRAIL ขนานแท้ โดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างรอบคันเต็มระบบแบบ Full LED เรือนไมล์ LCD ทรงกลม พร้อมด้วยเทคโนโลยีมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกด้วยโลโก้ Honda CLASSIC WING สัญลักษณ์ที่มีเฉพาะในมอเตอร์ไซค์แนวไลฟ์สไตล์ของฮอนด้าเท่านั้น

New Honda CT125 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ขนาด 125 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้แรงบิดสูง พร้อม ENGINE COVER COMP ช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ ไม่รบกวนธรรมชาติ ยกชุดมากับการ์ดป้องกันเครื่องยนต์ที่แข็งแกร่ง ให้ความสนุกทุกเส้นทางการผจญภัย ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4 ลิตร เติมครั้งเดียววิ่งไปได้ไกลกว่า 360 กิโลเมตร

New Honda CT125 ติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่ออกแบบให้สามารถดูดซับแรงกระแทกได้มากเป็นพิเศษ ด้วยระยะยุบมากกว่าปกติถึง 10 มม. พร้อมยางกันฝุ่นหุ้มโช้ก ลุยได้มากกว่า เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกหน้าแบบ ABS และยางแบบดูอัลเพอร์เพิส (Dual Purpose Tire)

เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda CT125 ที่เมืองไทยเป็นประเทศแรกในโลก ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป สำหรับรุ่นมาตรฐาน มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีแดงโกลวิงเร้ด และสีน้ำตาลแมทเฟรซโก้บราวน์ ราคาแนะนำเพียง 84,900 บาท ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเพิ่มความพิเศษด้วยเวอร์ชั่นแต่งเต็มขั้น ด้วยชุดแต่ง H2C จากฮอนด้า มีให้เลือก 2 สไตล์ ได้แก่ City Trail สีแดงโกลวิงเร้ด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ราคาแนะนำ 95,900 บาท และ Country Trekking สีน้ำตาลแมทเฟรซโก้บราวน์ มีจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ราคาแนะนำ 108,900 บาท วางจำหน่ายเฉพาะที่ CUB House ร้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ทุกสาขาทั่วประเทศ
พบกับข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว
1. ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.59% เท่านั้น สำหรับ New Honda CT125 ทุกรุ่น
2. พิเศษเมื่อซื้อรุ่นแต่ง City Trail และ Country Trekking ที่ร้าน CUB House ทุกสาขา รับทันทีหมวกกันน็อก Bell Helmet Custom 500 Series พร้อมด้วยประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปี (เมื่อซื้อตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563)

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda CT125 ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

เว็บไซต์ : www.aphonda.co.thwww.hondacubhouse.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : www.fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : www.fb.com/cubhousebyhonda
ยูทูบ : www.youtube.com/hondamotorcycleTHA

ยามาฮ่าตอกย้ำความเป็นผู้นำออโตเมติกสุดแม็กซ์ เปิดตัว All New YAMAHA NMAX 155 รุกตลาดรถออโตเมติกพรีเมี่ยมระดับ 155 ซีซี

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19 เดินหน้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทยครั้งใหม่ โดยครั้งนี้ยามาฮ่าได้ทำการเปิดตัว All New YAMAHA NMAX 155 รถจักรยานยนต์ออโตเมติกพรีเมี่ยมระดับ 155 ซีซี ซึ่งมาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ที่เต็มไปด้วยความทันสมัย พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างครบครัน ถึงแม้ในปี 2563 ตลาดจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ ไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจยังชะลอตัวอยู่ แต่ในช่วงไตรมาสแรกของปีตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ที่ผ่านมารถจักรยานยนต์ออโตเมติกระดับพรีเมี่ยมของยามาฮ่ายังคงสามารถทำยอดขายได้ต่อเนื่อง ผนวกกับการรับประกันคุณภาพของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร จึงสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับ All New YAMAHA NMAX 155 รถจักรยานยนต์ออโตเมติกพรีเมี่ยมระดับ 155 ซีซี ใหม่นี้ มาพร้อมกับความสุดแม็กซ์ทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี สมรรถนะการขับขี่ และฟีเจอร์ฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครบครัน ได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่ ด้วยสไตล์ตามแบบฉบับของ MAX Series อย่างแท้จริง โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟท้ายแบบ LED ใหม่ ที่ออกแบบตามรุ่นพี่อย่าง YAMAHA XMAX300 ได้อย่างลงตัว และเพิ่มระบบไฟสัญญาณฉุกเฉิน Hazard Lamp เพื่อความปลอดภัยให้มากขึ้น มาพร้อมกับสมรรถนะที่เหนือชั้นจากรถออโตเมติกพรีเมี่ยมในระดับเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยเครื่องยนต์ BLUE CORE เจนใหม่ ขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 155 ซีซี แบบ 1 ลูกสูบ 4 วาล์ว พร้อมระบบ VVA ระบบวาล์วแปรผันที่ตอบสนองอัตราเร่งได้ดีในทุกรอบเครื่องยนต์ ลูกสูบ Forged แบบรถสปอร์ต อัดขึ้นรูปที่มีความทนทานและแข็งแรง เพิ่มระบบ SMART MOTOR GENERATOR มอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยให้การสตาร์ทเครื่องยนต์เงียบขึ้นและสตาร์ทติดได้อย่างรวดเร็ว เสริมด้วยระบบ Stop & Start System ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถจอดสนิท ช่วยให้การประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ All New YAMAHA NMAX 155 ยังสุดแม็กซ์อัดแน่นด้วยสมาร์ทฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่พร้อมตอบสนองการใช้งานไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Digital LED ใหม่ มีขนาดใหญ่ที่แสดงได้ครบทุกฟังก์ชั่น พร้อมสวิตช์ควบคุมเปลี่ยนโหมดหน้าจอที่แฮนด์ ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM พร้อมสัญญาณตอบรับ ANSWER BACK ช่องเก็บของด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง พร้อม ACC Socket Charger อุปกรณ์ชาร์จไฟขนาด 12V สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์นำทางในขณะเดินทาง และที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาดใหญ่ สามารถใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ และยังเหลือพื้นที่เก็บของได้อีก ส่วนในด้านความปลอดภัย All New YAMAHA NMAX ยังคงติดตั้งระบบเบรก ABS เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ในจังหวะเบรกเพื่อชะลอหรือหยุดรถ พร้อมดิสก์เบรกทั้งล้อหน้า และล้อหลัง ซึ่งมีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นในรถออโตเมติกพรีเมี่ยมระดับเดียวกัน โดย All New YAMAHA NMAX 155 พร้อมเปิดจำหน่ายในราคาเร้าใจสุดแม็กซ์ เพียง 85,900 บาท มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี คือสีเทา-ล้อทอง สีดำ-ล้อทอง สีแดง และสีน้ำเงิน ฃ

พบกับรถจักรยานยนต์ All New YAMAHA NMAX 155 ใหม่ รถจักรยานยนต์ออโตเมติกระดับพรีเมี่ยม 155 ซีซี ที่จะทำให้ชีวิตสุดแม็กซ์ ได้แล้วที่ร้านผู้จำหน่ายรถยามาฮ่าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

HONDA ADV150 STREET ADVENTURE A.T. CUSTOMS BIKE

รถจักรยานยนต์ A.T. ที่มีกระแสร้อนแรงที่สุดในปี 2019 จนถึงปีนี้เรียกว่าแรงข้ามปีกันเลยทีเดียว และได้รับการตอบรับอย่างดีมากคงหนีไม่พ้น HONDA ADV150 รถจักรยานยนต์แนว STREET ADVENTURE A.T. ที่ออกแบบรูปทรงการผสมผสานระหว่างรถสปอร์ต และแอดเวนเจอร์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สามารถที่จะตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทั้งขับขี่ใช้งานทั่วไปในเมือง หรือการขับขี่ลุยในเส้นทางวิบาก

หากท่านที่ชื่นชอบ และติดตามจะเห็นได้ว่าหลังจากที่มีข่าวกระแสในโซเชียล และการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพียงชั่วข้ามคืนมีผู้ผลิตอะไหล่แต่งหลายแบรนด์ และสำนักแต่งจากทั่วประเทศได้ทำชิ้นส่วนแต่ง HONDA ADV150 ออกมารองรับเป็นจำนวนมาก ร่วมถึงอะไหล่ของฮอนด้าเองอย่าง H2C ที่มีจำหน่ายที่ดีเลอร์ทั่วประเทศด้วย โดยล่าสุดในงาน MOTOR EXPO 2019 บริษัท เอพี.ฮอนด้า จำกัด ได้จัดประกวดแต่ง HONDA ADV150 มีสำนักแต่งส่งรถเข้าร่วมเป็นจำนวนมากถึง 38 คัน ได้เห็นไอดีย ความคิดสร้างสรรค์ รูปแบบที่หลากหลาย และแนวทางเหนือคำบรรยาย จึงเป็นแรงผลักดันให้กับทีมงานไรดิ้งมีความต้องการนำเอา HONDA ADV150 มาตกแต่งตามกระแสตามสไตล์ของไรดิ้งเอง ซึ่งที่ผ่านมาทีมงานเราเองได้นำรถหลายรุ่นมาตกแต่งซึ่งคงจะได้เห็นกันไปบ้างแล้ว ล่าสุดเป็นตัว HONDA FORZA 300 ที่ได้รับความสนใจในกลุ่ม FORZA 300 อย่างดียิ่ง

สำหรับในครั้งนี้ HONDA ADV150 ที่จะนำมาคัสตอม เราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากฮอนด้า และอะไหล่แต่ง GTR/ EVOLUTION รวมถึงโช้คอัพทั้งหน้าและหลังจาก Gazi บอกให้ทราบกันก่อนนะครับว่าคันที่เห็นนี้ ยังไม่ฟูลออพชั่น อาจยังมีรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมให้สมบรูณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งในครั้งนี้เรามาให้ชมกันก่อนกับจุดเด่นๆที่เตะตาจนต้องเหลียวหลัง นั่นก็คือ วงล้อซี่ลวด สไตล์เดียวกับ XADV 750 รุ่นพี่มีผิดเพี้ยนแนวซี่ลวดวางตำแหน่งด้านข้างของวงล้อไม่ซ้ำแบบกับ HONDA ADV150 ที่เปลี่ยนจากแม็กมาเป็นล้อซี่ลวดทั่วๆ ไป ที่แนวของซี่ลวดจะวางอยู่ตรงกลางวงล้อ


รายละเอียดของวงล้อ เราใช้ล้อแม็กเดิมๆ ติดรถมาโมดิฟาย โดยการตัดก้านแม็กออกให้เหลือไว้เฉพาะดุม และวงล้อไว้ จากนั้นตัดแต่งให้เรียบ ถ้าดูจากภาพประกอบจะเข้าใจได้ง่าย ขั้นตอนนี้ใช้เวลาพอสมควร เพื่อให้งานออกมาสวยงาม จากนั้นต้องเจาะรูที่วงล้อ และดุมเพื่อวางตำแหน่งซี่ลวดที่ต้องการ ขั้นตอนนี้ตำแหน่งรูซี่ลวดต้องเป๊ะ (ล้อหน้าจำนวนซี่ลวด 28 เส้น ส่วนหลัง 36 เส้น) เมื่อร้อยซี่ลวดเสร็จก็ต้องตั้งวงล้อให้ตรง เป็นอันเสร็จขั้น ตอน ข้อดีของการใช้วงล้อเดิมมาโมดิฟาย สามารถใช้ยางขนาดเดิมได้ ตำแหน่งจานดิสก์เบรกไม่ต้องแปลง ABS ใช้งานได้ตามปรกติ

ส่วนระบบกันสะเทือนหน้า/หลังเปลี่ยนใหม่ใช้ของ Gazi ที่โดดเด่น โช้คอัพหน้าแบบ UPSIDE DOWN ขนาดแกนหัวโช้คขนาดเท่ากันกับของเดิม ถอดของเดิมออกใส่ของใหม่ใส่แล้วหล่อโครตๆ ขนาดความยาวโช้คใกล้เคียง จะสั้นกว่าเพียงไม่กี่มิล ส่วนตัวขายึดคาลิเปอร์เบรกต้องทำขึ้นใหม่รวมถึงขายึดบังโคลนหน้าด้วย ข่าวดีสำหรับผู้สนใจ UPSIDE DOWN ตรงรุ่นของ HONDA ADV150 ทางแก๊สซี่ออกมาวางจำหน่ายแล้ว ลองสอบถามกันได้เลย ส่วนโช้คอัพหลังตรงรุ่น HONDA ADV150 คุณสมบัติปรับได้ 3 จุด รีบาวด์-คอมเพรสชั่น-พรีโหลด ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของแก๊สซี่

ส่วนอะไหล่แต่งของ GTR / EVOLUTION อีกแบรนด์ดังที่ได้รับความนิยมสำหรับคอแต่งรถ โดยอะไหล่แต่งที่นำมาเสริมความหล่อได้แก่ แฮนด์อ้วน – กันล้มหลัง – ฝาครอบคาลิเปอร์เบรกหน้า และหลัง –ฝาครอบกรองอากาศสีสโมค และอะไหล่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกหลายรายการ พร้อมนำมาเพิ่มเติมในครั้งหน้า รับรองว่าต้องหล่อกว่านี้แน่นอน

ไว้คอยติดตามฉบับที่ 293 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ จะมารีวิวแบบเต็มคันพร้อมรายละเอียดทุกเม็ด