2021 Honda CRF450RW

รถสูตรระดับท็อปของ Honda ในเกมแข่งขันโมโตครอส/ซูเปอร์ครอส ก็คือรถแข่งโรงงาน หรือ workbikes ที่พัฒนามาจาก HRC ในเกม MXGP นั้นก็คือรถแข่งอย่าง Honda CRF450RW ที่พัฒนาภายใต้การดูแลจากเหล่าวิศวกรของทีม HRC ผสานกับศักยภาพความสามารถทางเทคนิคของ Honda Racing Corporation และแผนกวิจัยและพัฒนาของ Honda ในญี่ปุ่น จนเป็นที่ยอมรับกันว่ามันเป็นผลงานชิ้นเอกที่เปี่ยม มาจากเทคโนโลยีต่างๆรวมถึงองค์ความรู้ที่สั่งสมผ่านประสบการณ์ตรงจากสังเวียนการแข่งขันจริง โดยนักแข่งชั้นนำของโลก

หลังจากชนะการแข่งขันชิงแชมป์โลก ในรุ่น MXGP ในปี 2019 พวกเขาก็มุ่งเน้นวิจัยพัฒนาเพื่อออกแบบเครื่องจักรในสงครามความเร็วอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยผลของความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องจนผลิตรถแข่งที่มีศักยภาพอย่างสมบูรณ์เพิ่มขึ้น จนสานต่อความความสําเร็จได้อีกครั้ง เมื่อ Tim Gajser คว้าแชมป์โลกครั้งที่สี่ในปี 2020 ด้วยรถแข่งโรงงานอย่าง CRF450RW

ไลน์อัพนักแข่งของทีม HRC ในปีที่แล้วได้มีนักแข่งดาวรุ่ง MXGP-rookie อย่าง Mitch Evans เข้ามาร่วมทีม ซึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมานั้น ค่อนข่างเป็นสถานการณ์ที่วุ่นวายซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าทั่วทุกมุมโลกต่างได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระบาดใหญ่ของ Covid-19 ไปทั่วโลก แม้จะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากและแตกต่างจากการแข่งขันในฤดูกาลปกติเช่นที่ผ่านมา นักแข่งหลักของทีมอย่าง Tim Gajser ก็สามารถทำผลงานได้ดีทำผลงานขึ้นโพเดี้ยมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคว้าชัยชนะนั้น สามารถทำได้เหนือกว่านักแข่งที่มีรายชื่อคว้าชัยชนะคนอื่นๆ ด้วยการคว้าชัยได้มากถึง 15 เรซ มีโพเดี้ยมมากที่สุด 14 ครั้ง สามารถขึ้นการแข่งขันรวมจำนวนรอบได้มากที่สุด 226 รอบ มีรอบที่เร็วที่สุดหรือ fastest lap 11 ครั้ง และได้รับสิทธิ์เลือกเกทสตาร์ทเป็นคนแรกเนื่องจากชนะในการควอลิฟายเรซถึง 8 ครั้ง และครอง red plate จํานวนมากที่สุด 10 ครั้ง นับว่าเป็นอีกฤดูกาลที่ทําสถิติใหม่ๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นนักแข่งในสารระบบของฮอนด้าที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในสายวิบากในประวัติศาสตร์การแข่งขันของ Honda มันเป็นข้อพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยม ทั้งผู้ขับขี่และรถแข่งโรงงานว่า สามารถประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม จนทําผลงานได้ดี ในสังเวียนการแข่งขันอันหลากหลายบนภูมิประเทศที่แตกต่างในแต่ละประเทศที่เป็นหนึ่งในโปรแกรมการชิงชัย และตอนนี้เพวกเขาพร้อมมุ่งหน้าเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันปี 2021 ด้วยเป้าหมายใหม่ นั่นคือความต้องการที่ต้องการสร้างความสำเร็จต่อเนื่อง ด้วยการคว้าสามแชมป์ติดต่อกันด้วยรถแข่งโรงงาน CRF450RW โมเดลล่าสุด

นับจากการพัฒนารถแข่งในปี 2014 ภายใต้การจัดการของโรงงานโดยตรง เมื่อ HRC ตัดสินใจกลับคืนสู่สังเวียนการแข่งขันอย่าง MXGPอย่างเป็นทางการในนามทีม HRC เต็มตัว ด้วยความตั้งใจอันเป็นความพยายามของ Honda จึงเริ่มสัมผัสชัยชนะในการแข่งขันได้ห้าครั้ง และยังคงเดินหน้าแผนการณ์ต่อเนื่องในฤดูกาล 2015 ที่นอกจากสามารถคว้าชัยชนะได้แล้ว ยังสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นด้วยการจบจบที่สองและสามบนตารางคะแนนสะสมชิงแชมป์โลกนี้โลก และเมื่อเข้าสู่ในฤดูกาลแข่งขันปี 2016 ซึ่งนับเป็นวาระครบกำหนดระยะเวลาของแผนสามปีที่ HRC ตั้งเป้าไว้ ก็เป็นจริงเมื่อ Tim Gajser นํา CRF450RW ของเขาคว้าแชมป์โลกร่วมกับฮอนด้า อีกทั้งยังเป็นการกลับมาคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 16 ปี ของรถแข่งระดับพรีเมียร์คลาสของเกมโมโตครอส

ฤดูกาล 2017 MXGP Tim Gajser ยังคงทำผลงานได้ดีกับรถแข่ง CRF450RW ด้วยชัยชนะแปดครั้งและเพื่อนร่วมทีมอย่าง Evgeny Bobryshev ทําคะแนนได้อย่างน่าพอใจรวมทั้งทำผลงานขึ้นโพเดี้ยมได้รวมเก้าโพเดี้ยมตลอดทั้งฤดูกาล
สองปีต่อมา Gajser กลับมาฟิตสมบูรณ์มากขึ้นหลังพบกับความยากลำบากจากอาการบาดเจ็บที่เข้ามารบกวนต่อเนื่อง จนเสียเวลาไปมากกับการฟื้นฟูร่างกาย ขณะที่ CRF450RW ยังคงได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นรถแข่งโรงงานที่มีความพร้อมสมบูรณ์ที่สุดกับการชิงชัยในรุ่น MXGP ดังนั้นเมื่อร่างกายสมบูรณ์เต็มที่เขาจึงสามารถกลับมาคว้าแชมป์ในปี 2019 ได้สำเร็จ และทำได้อีกครั้งในปีที่ผ่านมา มันเป็นความสําเร็จที่ยอดเยี่ยมและพิสูจน์พลังและประสิทธิภาพของ Honda CRF450RW ได้อีกครั้ง

ด้วยพื้นฐานการออกแบบเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัด ที่เบาที่สุดในคลาสเดียวกัน บวกกับแนวคิดของฮอนด้าในการพัฒนารถภายใต้เป้าหมายที่คำนึงถึงเรื่องของ การรวมศูนย์มวลรวมน้ำหนัก ที่มีผลต่อการวบคุมการขับขี่ที่มีความคล่องแคล่ว บังคับขับขี่ได้อย่างง่ายดายด้วยการส่งพลังงานที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มสมรรถนะ จึงทำให้ CRF450RW มีพื้นฐานที่ดี อีกทั้งสามารถส่งต่อรายละเอียดข้อมูลนำไปใช้กับการผลิตรถในไลน์ผลิตของรถในตระกูล CRF ได้ทั้งหมด

เช่นกัน CRF450RW โมเดลล่าสุดสำหรับฤดูกาล 2021 ได้รับการต่อยอดจากเดิม ด้วยแนวคิดพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมของการออกแบบตัวรถ ไม่ว่าโครงสร้างที่เพรียวบางให้ความคล่องตัวสูง ควบคุมการขับขี่ง่าย บวกกับกำลังเครื่องยนต์ที่เพียงพอ ผสานกับชุดคิทพิเศษจาก HRC รวมทั้งอุปกรณ์เสริมที่เป็นออพชั่นชั้นดี ที่ได้รับการคัดสรรมาใช้กับรถแข่งโรงงาน ไม่ว่ายาง Pirelli หรือ ช่วงล่างจาก Showa และชิ้นส่วนที่เสนิมประสิทธิภาพต่างๆ เช่น พักเท้า และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ผลิตจากวัสดุชั้นดีอย่างไทเทเนียม ที่มีจุดประสงค์เพื่อลดนำ้หนัก อย่างเช่นฝาเกลียวปิดหัวกระบอกฟอร์ค เช่นเดียวกับการออกแบบปรับแต่ง ฝาสูบ สูบ ตามสเปคที่ทีมโรงงานเป็นผู้กำหนด และไอเสีย US-Yoshimura เป็นต้น

ข้อมูลของตัวรถที่เปิดเผยมีดังนี้

Machine Specs
Engine Liquid-cooled 4-stroke 4-valve Uni-cam
Displacement 449cc
Bore x Stroke 96.0 x 62.1
Max Power Restricted Information
Transmission 5-speed
Fuel System Fuel Injection
Ignition Factory Honda
Exhaust & Air filter US Yoshimura / Twin Air
Spark Plugs NGK
Clutch Hinson
Final Drive (Chain) D.I.D 520
Suspension Showa Factory
Wheels & Tyres D.I.D Dirt Star / Pirelli
Brakes Factory Nissin
Fuel Capacity Restricted Information

2021 KTM 890 Adventure R และ 890 Adventure R Rally

สำหรับโมเดลใหม่ล่าสุดของค่ายกระทิงหิน จากออสเตรีย KTM 890 Adventure R และ 890 Adventure R Rally มาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ 2 สูบ ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม 90 ซีซี มีแรงม้าเพิ่มขึ้นอีก 10 แรงม้า กำลังสูงสุดที่ 105 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 74 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ทำให้มันมีกำลังและแรงบิดที่สูงกว่ารถในสาย ADV ในคลาสมิดไซส์

เครื่องยนต์ 889 ซีซี ใหม่นี้ผ่านมาตรฐาน EURO5 เป็นที่เรียบร้อย มวลการหมุนที่เพิ่มขึ้น 10% เนื่องจากเพลาข้อเหวี่ยงที่หนักกว่า เป็นประโยชน์ซึ่งช่วยเพิ่มการส่งมอบแรงบิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านความเร็วต่ำ และรอบการเดินเบาของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ชุดเกียร์ยังถูกอัพเกรดด้วยชุดคลัทช์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถรับมือจากแรงบิดที่เพิ่มขึ้น และยังช่วยเหลือในการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลง่ายขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งยังติดตั้งระบบ Quickshifter มาให้เพื่อความต่อเนื่องของรอบเครื่องยนต์ และความเร็ว แต่มันจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น 890 Adventure R Rally

ในส่วนของอุปกรณ์ติดตั้งบนตัวรถนั้นทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ถ้ามองผ่านผ่านๆ อาจจะดูไม่ออก โดยที่ 890 Adventure R นั้นจะมาพร้อมกับชุดกันสะเทือนหน้า WP XPLOR ซึ่งมันได้รับการพัฒนาใหม่จาก 790 Adventure R รุ่นเก่า ในขณะที่ 890 Adventure R Rally นั้นจะมาในชุดกันสะเทือนหน้าหลัง XPLOR Pro Components ของ WP ปรับระดับได้อย่างอิสระ และมีการติดตั้งท่อไอเสีย Akrapovic ที่เบากว่ารุ่นมาตรฐาน 35% เบาะนั่งสูง 910 มม. มากกว่ารุ่นมาตรฐาน ชุด Quickshifter ที่วางเท้าที่ใหญ่กว่า ตัวป้องกันเครื่องยนต์คาร์บอน

ในส่วนของการนำออกสู่ตลาดของทั้งสองโมเดลในประเทศนั้นคงต้องรอดูว่าทางผู้นำเข้าจะสามารถดึงออเดอร์มาได้มากน้อยแค่ไหนเพราะว่าในรุ่น KTM 890 Adventure R Rally นั้นจะถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 700 คัน โดยแบ่งเป็นตลาดอเมริกา 200 คัน และตลาดทั่วโลกอีก 500 คัน เท่านั้น

2021 KTM 300 XC TPI

ความดุดันที่ถ่ายทอดคุณสมบัติต่างๆมาจากรถสูตร แต่ได้มีการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ และแรงบิดเสริมเข้าไปจากพื้นฐานเดิมของความเป็นรถสูตร รวมทั้งการเพิ่มคุณสมบัติในการขับขี่ด้วยระยะทำการที่ไกลขึ้นโดยการติดตั้งถังเชื้อเพลิงที่มีความจุเพิ่มขึ้น และเปลี่ยนวงล้อหลังเป็นขนาด 18 นิ้ว เพื่อให้รองรับยางได้หลากหลายขึ้น จากรายละเอียดที่เพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆจนในที่สุดก็ได้รถวิบากที่เพียบพร้อมสำหรับการใช้งานในฐานะรถแข่ง cross country racer ที่มาพร้อมกับ 300XC TPI จาก KTM

ต้องยอมรับว่า KTM ยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่ค่ายรถที่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องยนต์สองจังหวะอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น 300XC TPI จึงเป็นรถที่มีสมรรถนะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถในพิกัดและประเภทเดียวกันที่มีอยู่ในท้องตลาดเวลานี้ ด้วยแรงบิดที่มีมานั้นยากที่จะมีคู่แข่งเทียบเคียง เช่นเดียวกับโครงสร้างตัวรถโดยรวมที่มีน้ำหนักเบาคล่องตัว เช่นเดียวกับที่มีกำลังเครื่องยนต์ที่มากพอสำหรับทำหน้าที่ในฐานะรถแข่ง จนเป็นที่ยอมรับว่า นี่คือรถแข่งในแบบ cross country เครื่องยนต์สองจังหวะ ที่พร้อมบุกตลุยไปบนทุกสภาพพื้นผิวแบบไม่กลัวอุปสรรคใดใด

และในโมเดลล่าสุด ได้เติมรหัส TPI ต่อชื่อรุ่นเพื่อแสดงถึงความล้ำสมัยในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจ่ายเชื้อเพลิงของหัวฉีดที่ระบบจะทำการปรับเปลี่ยนอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงและการควบคุมค่าไอเสีย ที่จะปรับตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องกังวลกับขั้นตอนการ pre-mixing fuel และ re-jetting ซึ่ง TPI หรือ Transfer Port Injection system นี้จะมีส่วนสำคัญให้เครื่องยนต์มีการส่งกำลังที่นุ่มนวลสม่ำเสมอควบคุมง่าย

ไฮไลท์ที่มีการพัฒนามาใหม่สำหรับโมเดลล่าสุดของ KTM 300XC TPI อันดับแรกเลยก็คือ การปรับสีสันกราฟฟิคใหม่ และที่กล่าวไปแล้วก็คือ TPI หรือ Transfer Port Injection ที่ช่วยให้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลถึงขั้นตอนการผสมเชื้อเพลิง หรือการปรับเซ็ทค่านมหนูใดๆเช่นอดีต นอกจากนี้ได้มีการติดตั้ง เซ็นเซอร์วัดความกดอากาศ new ambient air pressure sensor ที่จะมีส่วนสำคัญต่อการป้อนปริมาณอากาศที่เหมาะสมให้กับแต่ละสภาพอากาศหรือแต่ละสภาพพื้นที่ อันจะมีส่วนช่วยให้เครื่องยนต์สองจังหวะ ขนาด 293.2 ซีซี ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เช่นเดียวกันก็ได้มีการพัฒนาระบบไอเสียใหม่ ด้วย new exhaust system ทั้งระบบ

ขณะที่ส่วนของโครงสร้างแชสซีส์นั้นมาด้วยพื้นฐานเฟรมไฮเทคน้ำหนักเบาแบบ Chrome-moly steel frame พร้อมด้วยสวิงอาร์มชิ้นเดียวแบบ single-piece cast aluminium swingarm และแน่นอนว่าระบบกันสะเทือนนั้นต้องเป็นของ WP โดยกันสะเทือนหลังเป็น new WP XACT rear shock ที่เซ็ทติ้งมาใหม่พร้อมด้วย new compression adjuster ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าเป็น new WP XACT front fork ที่ทำการเซ็ทติ้งใหม่ พร้อมเปลี่ยน new fork piston ซึ่งตัวรถ 2021 KTM 300XC TPI

ข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

ENGINE
• TRANSMISSION 6-speed
• STARTEREl ectric starter
• STROKE 72 mm
• BORE 72 mm
• CLUTCH Wet, DDS multi-disc clutch,
Brembo hydraulics
• DISPLACEMENT 293.2 cm³
• EMS Continental EMS
• DESIGN 1-cylinder, 2-stroke engine
CHASSIS
• WEIGHT (WITHOUT FUEL) 101.3 kg
• TANK CAPACITY (APPROX.) 8.5 l
• FRONT BRAKE DISC DIAMETER 260 mm
• REAR BRAKE DISC DIAMETER 220 mm
• FRONT BRAKE Disc brake
• REAR BRAKE Disc brake
• CHAIN 5/8 x 1/4”
• FRAME DESIGN Central double-cradle-type 25CrMo4 steel
• FRONT SUSPENSION WP XACT-USD, Ø 48 mm
• GROUND CLEARANCE 370 mm
• REAR SUSPENSION WP XACT Monoshock with linkage
• SEAT HEIGHT 950 mm
• STEERING HEAD ANGLE 63.9 °
• SUSPENSION TRAVEL (FRONT) 310 mm
• SUSPENSION TRAVEL (REAR) 300 mm

2021 Yamaha YZ450F

สเต็ปถัดมาสำหรับการพัฒนาของ 2021 YZ450F ที่ใช้คำว่า Tune into Victory หลังจากที่โมเดลก่อนหน้านี้ ได้ทำการพัฒนาครั้งใหญ่ให้กับ 2020 YZ450F ที่มีการอัพเดททั้ง engine cylinder head,frame รวมถึงการอัพเกรดเทคโนโลยีในส่วนต่างๆ ที่มีส่วนให้บรรลุเป้าหมาย more powerful และ better handling กล่าวคือ มีกำลังเพิ่มขึ้น ควบคุมได้ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อมาถึง 2021 YZ450F นี้ ทาง Yamaha จึงใช้คำว่า การปรับจูนเพื่อเข้าสู่เส้นทางแห่งชัยชนะนั่นเอง

แนวความคิดในการออกแบบเครื่องยนต์ที่กะทัดรัดซึ่งเป็นต้นแบบของการพัฒนาไปสู่รุ่นอื่นๆของรถวิบาก Yamaha ที่ได้จาก YZ450F นี้ ส่วนหนึ่งก็คือ แนวทางการออกแบบ more compact rearward-slanted cylinder ที่นอกจากเครื่องยนต์ที่กะทัดรัดแล้วก็ยังออกแบบให้เอียงไปด้านหลังสามารถจัดการตำแหน่งจัดวางและพัฒนาเรื่องของสมดุลได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็น่าจะกล่าวได้ว่า YZZ450F อัพเกรดได้ลงตัวตามเป้าหมายตั้งแต่โมเดลจากปีที่ผ่านมา ดังนั้น ในปี 2021 จึงเพียงแค่ปรับจูนให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในแต่ละสนาม

แน่นอนว่าสิ่งที่เป็นไฮไลท์ในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมานี้ก็คือ Yamaha Power Tuner App ที่ได้พัฒนาด้วยการสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นสำหรับการปรับจูนรถแข่งอย่างง่าย สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ด้วยการนำ GYTR Power Tuner มาพัฒนาลงอุปกรณ์สมาร์ทโฟนทั้งแบบ IOS และ Android ด้วยการเชื่อมต่อผ่านไวเลส ช่วยให้รถสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเซ็ทค่า air/fuel mixture และ ignition timing maps เพื่อทำการเลือกปรับเซทสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้เหมาะสมกับสภาพสนามรวมทั้งบันทึกข้อมูล หรือดูข้อมูลต่างๆได้อย่างมากมายผ่านสมาร์ทโฟนด้วยการใช้ power tuner app นี้ ขณะเดียวกันก็ยังคงมีสวิตซ์ปรับเปลี่ยนเลือกโหมดอย่างง่ายๆให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ด้วยการกดปุ่มที่ติดตั้งบนแฮนเดิ้ลบาร์ โดยโหมดที่เลือกใช้นั้นจะมาจากค่าแมปที่ที่โหลดไว้ก่อนแล้วผ่านจากการเซ็ทผ่าน power tuner app สำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์นั้นเป็นแบบสตาร์ทไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่น้ำหนักเบา ความจุที่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งาน ด้วย ultra lightweight four cell lithium-ion battery นอกจากการเน้นด้านเพอร์ฟอร์ม้านซ์ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่โมเดลที่ผ่านมาแล้ว ในส่วนของระบบเบรกสำหรับ 2021 YZ450F โมเดลล่าสุดนี้ ได้ปรับมาเป็นจานดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น new braking systems จานดิสก์หน้าขนาด 270 มม.พร้อมรองรับกับคาลิเปอร์หน้าที่แข็งแกร่ง และมั่นคงยิ่งขึ้นด้วยผ้าเบรกที่เปลี่ยนวัสดุใหม่ ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับชุดคาลิเปอร์หลังที่กะทัดรัดทรงพลังมาพร้อมกับจานดิสก์ขนาด 240 มม. ซึ่งออกแบบให้มีประสิทธิภาพที่ดีในการลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีขณะใช้งาน

พร้อมกันนี้ 2021 YZ450F นอกจากเวอร์ชั่นมาตรฐานแล้ว ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษ ออกมาควบคู่กันด้วย 2021 YZ450F Monster Energy Yamaha Racing Edition ที่จะโดดเด่นด้วยลวดลายสีสันกราฟฟิคของรถแข่งในแบบเดียวกับทีมแฟคทอรี่ โดย Monster Energy Yamaha Racing Edition นี้ก็คือ การใช้ลวดลายกราฟฟิคของ YZ450F แบบเดียวกับ Yamaha ทีมแฟคทอรี่

สเปคพื้นฐานของตัวรถมีดังนี้

Engine type : 4-stroke;liquid-cooled; DOHC;4-valves;rear ward
slanting single cylinder
Displacement: 450cc
Bore x stroke : 97.0 mm x 60.8 mm
Compression ratio : 13.0 : 1
Lubrication system : Wet sump
Clutch Type : Wet;Multiple Disc
Ignition system: TCI
Starter system : Electric
Transmission system : Constant Mesh;5-speed
Final transmission : Chain
Carburettor : Fuel Injection
Frame : Semi double cradle
Caster Angle 26º55
Trail 120mm
Front suspension system : Upside-down telescopic fork
Rear suspension system : Swingarm;(link suspension)
Front travel: 310 mm
Rear Travel: 317 mm
Front brake : Hydraulic single disc, Ø270 mm
Rear brake : Hydraulic single disc, Ø240 mm
Front tyre : 80/100-21 51M
Rear tyre : 110/90-19 62M
Overall length 2,185 mm
Overall width 825 mm
Overall height 1,285 mm
Seat height 965 mm
Wheel base 1,485 mm
Minimum ground clearance: 330 mm
Wet weight (including full oil and fuel tank) : 112 kg
Fuel tank capacity : 6.2litres
Oil tank capacity : 0.90litres

2021 Husqvarna TC65

รถเล็กแต่สมรรถนะในระดับฟูลไซส์ กับนิยามของ เจ้า TC65 ที่ว่า Full size performance สำหรับรถสูตรพิกัด 65 ซีซี จากค่าย Husqvarna ที่ปัจจุบันในบ้านเราเริ่มมีให้เห็นกันหนาตามากขึ้น สำหรับม้าศึกทรงพลัง จิ๋วแต่แจ๋วของเยาวชนนักบิดในเกมซูเปอร์ครอส โมโตครอสเมืองไทย

Husqvarna TC65 เป็นตัวแข่งเครื่องยนต์สองจังหวะในพิกัด 65 ซีซี อีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับการอัพเดทเทคโนโลยีล่าสุด แต่ที่น่าสนใจก็คือ นี่คือรถที่เบาที่สุดและใช้วัสดุที่ค่อนข้างจะทนทานมากที่สุดในรถพิกัดเดียวกัน เครื่องยนต์มีการนำ pressure controlled exhaust valve มาใช้ซึ่งมีส่วนช่วยให้สามารถเค้นกำลังออกมาได้อย่างเต็มสมรรถนะ ขณะเดียวกันก็ได้ติดตั้งชุดเกียร์ manual 6-speed transmission และ hydraulic clutch

เสื้อสูบคุณภาพสูง high performance cylinder ที่ผลิตจากอลูมิเนียมที่มีความทนทานแข้งแกร่ง และน้ำหนักเบา สามารถจัดการในการทำงานร่วมกับ PCEV หรือ Pressure controled exhaust valve ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมาพร้อมคลัทช์ที่มีความแม่นยำ ทนทาน ด้วย hydraulic clutch system

แต่ดูเหมือนว่าจุดเด่นของ TC65 นี้ จะอยู่ที่ความล้ำสมัยในส่วนของโครงสร้างแชสซีส์ ด้วยเฟรมที่มีความทนทานสูงซึ่งผลิตจากวัสดุชั้นยอดกับเฟรมแบบ chromium molybdenum steel frame ที่ออกแบบให้มีการรองรับแรงเค้น และแรงกระทำต่างๆได้อย่างดี ดังนั้นเฟรมของ TC65 นี้ จึงมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง มั่นคงควบคุมง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประกอบเข้ากับชุดระบบกันสะเทือนประสิทธิภาพสูงจึงส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถแข่งได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น

ระบบกันสะเทือนหน้า WP XACT Front Suspension นับเป็นเทคโนโลยีล่าสุด ด้วยการพัฒนาแล้วนำมาใช้กับ WP AER35 fork ที่เป็นฟอร์คแบบอัพไซด์ดาวน์ USD fork ขนาด 35 มม. ซึ่งมีระยะยุบตัว 215 มม. พร้อมรองรับกับทุกสภาพสนามแข่งขัน ส่วนทางด้านระบบกันสะเทือนหลังนั้นเป็น WP PDS Rear Shock ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับสวิงอาร์มหลัง linked directly to the swingarm โดย WP monoshock นี้มีช่วงยุบ 270 มม. สามารถปรับเซ็ทได้แบบ fully adjustable ส่วนของระบบเบรกนั้น เป็นระดับเดียวกับที่ใช้ในรถแบบ full size motocross โดยใน TC65 ได้รับการติดตั้งเบรกไฮโดรลิก hydraulically operated brake calipers ที่มาพร้อมกับจานดิสก์หน้าขนาดใหญ่ waved front disc ขนาด 198 มม. และ rear disc ขนาด 160 มม. ที่ให้กำลังในการเบรกที่เพียงพอสำหรับรองรับสมรรถนะของรถแข่ง

นอกจากนี้อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ของตัวรถจัดเป็น premium quality standard ไม่ว่า bodywork ที่ออกแบบพิเศษโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่ตัวเล็กที่มีประสบการณ์ไม่มากจนถึงผู้ขับขี่ที่มากประสบการณ์ ซึ่งโครงสร้างของตัวถังนี้คำถึงจุดสัมผัสต่างๆ ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ และพร้อมให้ความสะดวกสบายในทุกสภาพการขับขี่ เช่นเดียวกับแฮนเดิ้ลบาร์ที่ใช้อลูมิเนียมอัลลอยคุณภาพสูง ให้ความมั่นคง และปลอดภัย อีกทั้งยังคำนวณมิติที่เหมาะสมกับผู้ขับขี่ที่หลากหลายด้วยการให้ตำแหน่งท่าทางการขี่ที่ดีที่สุด หรือแม้แต่ในส่วนของวงล้อก็เลือกใช้อลูมิเนียมเกรดสูงแบบเดียวกับวงล้อในรถแบบ full size motocross ซึ่งเป็นวงล้อที่มีน้ำหนักเบาแข็งแรงทนทาน พร้อมกับได้รับการทำอะโนไดซ์สีดำอีกด้วย

รายละเอียดสเปคของตัวรถมีข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

Engine
Engine type Single cylinder, 2-stroke
Displacement 64,9 cc
Bore/stroke 45/40,8 mm
Starter Kickstarter
Carburetor Mikuni VM 24
Control Slide valve, exhaust gas pressure dependent
Lubrication Mixture lubrication 1:60
Transmission 6 gears
Gear ratios 13:37  16:34  18:31  21:30  23:28  24:26
Primary ratio 23:75
Final drive 14:48
Cooling Liquid cooling
Clutch Wet multi-disc clutch, Formula hydraulics
Ignition AET digital
Chassis
Frame Chrome-molybdenum steel
central-tube frame
Subframe Aluminium
Handlebar Tapered Aluminium Ø 28/22 mm
Front suspension WP XACT Upside-Down
fork, Ø 35 mm
Rear suspension WP XACT PDS monoshock
Suspension travel front/rear 215/270 mm
Front brake Disc brake Ø 198 mm
Rear brake Disc brake Ø 160 mm
Front/rear rims 1.60 x 14”; 1.60 x 12” Alu
Front/rear tires 60/100 x 14”; 80/100 x 12”
Chain 1/2 x 1/4”
Silencer Aluminium
Steering head angle 64,5°
Triple clamp offset 22 mm
Wheel base 1,137 mm ± 10 mm
Ground clearance 280 mm
Seat height 750 mm
Tank capacity 3,5 Liter
Weight (without fuel) 53 kg

2021 Kawasaki KX450

เรือธงของรถโมโตครอสจาก Kawasaki นำมาด้วยพี่ใหญ่ของไลน์อัพอย่าง KX450 ที่มาพร้อมการอัพเดทในหลายๆจุดเพื่อพยายามให้เป็นหนึ่งในรถโมโตครอสที่ดีที่สุดในพิกัด เหมาะสำหรับการนำลงสู่สนามแข่งขันของนักแข่งวิบาก ด้วยเครื่องยนต์สี่จังหวะ ขนาด 449 ซีซี ที่มีการพัฒนาการตอบสนองในด้านกำลังเครื่องยนต์ มาพร้อมกับเฟรมที่เพรียวบาง slim aluminium perimeter frame ระบบกันสะเทือน Showa A-Kit technology suspension ชุดคลัทช์ปรับใหม่ redesigned hydraulic clutch และ ระบบสตาร์ทไฟฟ้า electric start

เพื่อเป้าหมายในการขึ้นสู่โพเดี้ยมสำหรับนักแข่งจึงได้อัพเดทเครื่องยนต์เพื่อการพัฒนาในส่วนของ performance ที่ต่อยอดมาจากโมเดลก่อนหน้านี่ ที่มีให่ชัดเจนก็คือ new coned disk-spring hydraulic clutch กับ new 1-1/8 Renthal Fatbar handlebar เมื่อรวมกับการอัพเดทหรือการพัฒนาเพิ่มเติมในแต่ละจุดของ 2021 KX450 แล้ว จึงส่งเข้าสู่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายที่มาพร้อมกับประโยคที่ว่า The bike that builds champions หรือ รถที่ใช้ในการสร้างแชมป์

พัฒนามาเพื่อชัยชนะคือเป้าหมายที่ไม่ต่างกับค่ายอื่นๆ ในการพัฒนารถโมโตครอสโมเดลล่าสุดนี้ Power กับ Performance คือโฟกัสของทุกค่ายในการกำหนดแนวทางพัฒนารถ เช่นเดียวกับ KX450 ที่เครื่องยนต์เพิ่มกำลังขับเคลื่อนหรือเพอร์ฟอร์ม้านซ์มากขึ้น ส่งกำลังได้ต่อเนื่อง มีแรงบิดที่พร้อมใช้งานอย่างเต็มกำลัง และที่สำคัญคือการส่งต่อการตอบสนองในแต่ละช่วงรอบการทำงานของเครื่องยนต์สามารถตอบสนองได้ต่อเนืองรวดเร็ว จากเรื่องของพลังขับเคลื่อนก็มาที่ระบบกันสะเทือนได้รับการปรับเซ็ทระบบกันสะเทือนให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ทำงานได้อย่างมั่นคง นุ่มนวล นิ่งมากยิ่งขึ้นด้วย Showa 49 มม. coil spring front forks ที่มาพร้อมกับ A-Kit technology มีองค์ประกอบอย่าง large diameter inner tubes กล่าวคือแกนโช้คด้านในที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่แบบเดียวกับรถแข่งทีมแฟคทอรี่ หรือก็คือชุดคิทระดับเดียวที่ใช้ในระบบกันสะเทือนของทีมโรงงานนั่นเอง

ส่วนทางด้านระบบกันสะเทือนหลังนั้น มาด้วย new Uni-Trak linkage system หรือชุดกระเดื่องที่พัฒนาใหม่ ให้สามารถเชื่อมต่อกับ showa shock และ aluminium frame รวมทั้ง swingarm ได้อย่างลงตัว ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนของ Showa rear shock หรือ โช้คหลัง Showa มาพร้อมกับชุดแต่ง A-Kit technology เช่นเดียวกัน โดยจะเป็นชิ้นส่วนอย่าง compression adjusters ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่ขึ้นแบบเดียวกับที่ใช้ในแฟคทอรี่ทีม ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ถี่รวดเร็วเหมาะสมกับการใช้งานในสนามโมโตครอสยิ่งขึ้น

เบรกใช้จานดิสก์ขนาดใหญ่ oversized 270 มม. ที่เป็น petal-shaped front brake rotor จากค่าย braking ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับรองรับสมรรถนะของ KX450 เช่นเดียวกับเบรกหลัง ที่มาพร้อมกับจาน 250 มม. petal-shaped braking rotor ขณะที่องค์ประกอบอื่นๆอย่างแฮนด์เดิ้ลบาร์นั้นก็ทราบกันไปแล้วว่า ติดตั้ง Renthal Fatbar มาจากโรงงานโดยแฮนเดิ้ลบาร์ใหม่นี้จะมีตำแหน่งมือจับที่อยู่ต่ำและใกล้กับตัวผู้ขี่ซึ่งจะช่วยให้ควบคุมได้ง่ายและมีส่วนช่วยลดน้ำหนักหรือแรงจากล้อหน้าได้ดียิ่งขึ้น แนวทางการออกแบบอย่างหนึ่งของ Kawasaki ที่มีมากับรถโมโตครอสนั่นก็คือ วลีที่ว่า ERGO-FIT ที่คำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นพิเศษในการที่จะจัดปรับตำแหน่งมิติท่าทางการขี่ได้โดยง่าย ด้วย adjustable handle mounting system ที่มีส่วนช่วยให้สามารถปรับตำแหน่งยึดแฮนด์เดิ้ลบาร์ได้สี่ตำแหน่งรวมทั้งพักเท้าที่ปรับได้หลากหลาย

สเปคของ KX450 โมเดลล่าสุดมีข้อมูลดังนี้

Engine 449cc, liquid-cooled,
4-stroke, DOHC 4-valve single
Bore x Stroke 96.0 x 62.1 mm
Compression Ratio 12.5:1
Fuel System Fuel injection: ø44 mm x 1
Ignition Digital DC-CDI
Starting Electric
Lubrication Forced lubrication, semi-dry sump
Transmission 5-speed, return
Clutch Wet multi-disc, manual
Final Drive Chain
PERFORMANCE
Frame Perimeter, aluminum
Front Suspension / Wheel Travel ø49 mm inverted fork with adjustable compression and rebound damping / 305 mm (12.0 in)
Rear Suspension / Wheel Travel New Uni Trak with adjustable dual-range (high/low-speed) compression damping, adjustable rebound damping and adjustable preload / 307 mm (12.1 in)
Rake / Trail 27.6° / 122 mm
Steering Angle (L/R) 42° / 42°
Front Tire 80/100-21 51M
Rear Tire 120/80-19 63M
Front Brake Single semi-floating ø270 mm petal disc with dual-piston caliper
Rear Brake ø250 mm petal disc with single-piston caliper
DETAILS
Dimensions (L x W x H) 2,185 x 820 x 1,265 mm (86.0 x 32.3 x 49.8 in)
Wheelbase 1,485 mm (58.5 in)
Road Clearance 340 mm (13.4 in)
Seat Height 955 mm (37.6 in)
Curb Mass** 110.2 kg (243 lb)
Mass Without Fuel 105.6 kg (233 lb)
Fuel Capacity 6.2 litres

2021 Yamaha YZ250F Monster Energy Yamaha Racing Edition

มาพร้อมกับข้อความเปิดหัวว่า Ride like a factory racer หรือ ขี่คล้ายรถแข่งทีมโรงงานด้วยการทำตัวเลือกออกมาสู่ตลาด กับการอัพเกรดรถสแตนดาร์ดอย่าง 2021 YZ250F ด้วยการปรับชิ้นส่วนบางอย่างในระดับพรีเมี่ยมกว่ารถเดิม แม้จะใช้คำว่า performance boosting หรือเพิ่มสมรรถนะแต่พื้นฐานแล้วก็แทบจะใกล้เคียงกับรถสแตนดาร์ด ยกเว้น “ชุดสี” ที่มาในแบบเดียวกับทีมแข่งโรงงาน

พื่นฐานเกือบทั้งหมดไม่แตกต่างกับเวอร์ชั่นสแตนดาร์ด ไม่ว่าจะเฟรมที่ปรับใหม่ Tuned Aluminium Frame ที่ได้รับการอัพจากโมเดลก่อนด้วยพื้นฐานของเฟรม Yamaha bilateral beam frame ที่ได้รับการปรับแต่งส่วน main spar ปรับจุดยึด engine mounts หรือปรับตำแหน่งการวาง mounting position ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นจุดประสงค์ในการจัดการเรื่องศูนย์รวมน้ำหนัก

เพื่อให้รถมีสมดุลมากที่สุดในทุกจังหวะของการขับขี่ เช่นเดียวกับระบบกันสะเทือนที่ Yamaha spring-type forks ได้พัฒนาการปรับเซ็ทให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง speed-sensitive damping ที่โดดเด่นที่สุดในระดับเดียวกัน ขณะที่เครื่องยนต์อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้นนั้น

ก็ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพด้านความทนทานควบคู่กันไปด้วย ซึ่งองค์ประกอบของเครื่องยนต์อย่าง CRANK CASE , CAM CHAIN , TENSIONER WATERPUMP ,CLUTCH BASKET และเกียร์ 3-4-5 ล้วนถูกออกแบบเพื่อให้มีความอึดทนทานยืนระยะได้นาน นี่ก็คือบางส่วนของพื้นฐาน 2021 YZ25F Monster Energy Racing Team ที่มีสเปคพื้นฐานเดียวกับโมเดลมาตรฐาน เพียงแต่ได้เพิ่มความภาคภูมิใจในความสำเร็จจากทีมแฟคทอรี่ ทั้งจากรายการ MX2 World Championship และ AMA SX ซึ่งคาดว่า YZF เวอร์ชั่นพิเศษนี้ จะสามารถมีส่วนสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้สึกที่พิเศษกับผู้ขับขี่ได้ด้วยข้อความที่ว่า Ride like a factory racer นั่นเอง

ข้อมูลพื้นฐานเวอร์ชั่น USA Spec มีดังนี้

Engine Type : 250cc liquid-cooled DOHC 4-stroke; 4 valves
Bore x Stroke : 77.0mm × 53.6mm
Compression Ratio : 13.8:1
Fuel Delivery : Mikuni® fuel injection, 44mm
Transmission : Constant-mesh 5-speed; multiplate wet clutch
Final Drive : Chain
Suspension / Front : KYB® Speed-Sensitive System inverted fork;
fully adjustable, 12.2-in travel
Suspension / Rear : KYB® single shock; fully adjustable, 12.5-in travel
Brakes / Front : Hydraulic disc, 270mm
Brakes / Rear : Hydraulic disc, 245mm
Tires / Front : 80/100-21 Bridgestone® Battlecross® X20F
Tires / Rear : 100/90-19 Bridgestone® Battlecross® X20R
L x W x H : 85.6 in x 32.5 in x 50.6 in
Seat Height : 38.2 in
Wheelbase : 58.1 in
Rake (Caster Angle) 26°
Trail 4.7 in
Maximum Ground Clearance : 13.2 in
Fuel Capacity** : 1.6 gal
Wet Weight*** : 234 lb

2021 Honda CRF450R

นี่คือรถแข่งแชมป์โลก ที่กล่าวได้ว่าเป็นการสานต่อความสมบูรณ์แบบนับจากที่ HRC ประสบความสำเร็จด้วยการที่ Tim Gajser ก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดของสังเวียน MXGP และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันแชมป์ การพัฒนาจึงถูกต่อยอดมายังไลน์อัพรถแข่งโปรดักชั่นอย่าง CRF450R เพื่อให้เป็นรถโมโตครอสที่ยอดเยี่ยมที่สุดไว้ได้ต่อไป

Hardder-Faster-Stronger และ Win repeat หรือชนะอีกครั้ง นี่คือเป้าหมายชัดเจนที่ Honda และ HRC มุ่งเน้นกับ 2021 CRF450R ที่ออกมาล่าสุดครั้งนี้ เบากว่าเดิมรวมเกือบสองกิโลกกรัม นั่นมาจากการเปลี่ยนชิ้วต่างๆโดยเฉพาะองค์ประกอบต่างๆ ของแชสซีส์ อย่างเช่นการปรับเฟรมให้เพรียวบางลงจากเดิมโดยเฉพาะส่วนของเมนเฟรมที่สามารถลดน้ำหนักลงได้ 700 กรัม หรือการเปลี่ยนซัพเฟรมที่ลดน้ำหนักลงได้อีก 320 กรัม ขณะที่ประสิทธิภาพของโครงสร้างนั้นสามารถลดความแข็งกระด้างจากเดิมถึง 20% กล่าวคือ ตัวรถแข่งจะมีการให้ตัวหรือมีความยืดหยุ่นของโครงสร้างมากกว่าเดิม และนั่นจะส่งผลโดยตรงต่อการทำความเร็วได้ดียิ่งขึ้นในโค้ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวเนื่องมาจากการออกแบบสวิงอาร์มใหม่ที่เพิ่มคุณสมบัติบางอย่างจนสามารถทำงานร่วมกับเฟรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นซึ่งตัวสวิงอาร์มใหม่นี่ก็จะมีความแคบมากขึ้นกว่าเวอร์ชั่นเดิมเล็กน้อย

มีกำลังที่เพิ่มขึ้นจากรอบการทำงานเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นอีกห้าพันรอบ ขณะที่แรงบิดในรอบการทำงานเครื่องยนต์ต่ำนั้นออกแบบมาให้รู้สึกนุ่มนวลใช้งานง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ปรับ airbox ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและสะดวกสบายในการเซอร์วิสบริเวณกรองอากาศได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วย มีการออกแบบเรือนลิ้นเร่งให้การไหลเวียนอากาศที่ดีขึ้นจากเดิม องค์ประกอบเล็กน้อยแทบทุกรายละเอียดถูกนำมาพัฒนากับ CRF450R ใหม่ เพื่อให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดสำหรับการครองความสุดยอดในสังเวียนการแข่งขัน ซึ่งจุดหลักๆ ที่ไล่เรียงออกมานั้นได้แก่

Single-Muffler Exhaust Hydraulic Clutch Actuation Central-Port Cylinder Head 8-Plate Clutch Narrow-Spar Frame 12.2 inches Front Suspension Travel MX33 Tires Curb Weight: 110.6KG
สำหรับพื้นฐานเครื่องยนต์ 449 ซีซี สูบเดียว Unicam cylinder head ถือว่าเป็นรูปแบบของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมแบบหนึ่งในกลุ่มรถแข่งสูบเดียวด้วยกัน โดย CRF450R โมเดลใหม่นี้ได้เปลี่ยนรูปแบบการวางของฝาสูบสูบ Cylinder head layout ให้มีประสิทธิภาพดีเพิ่มขึ้น โดยยังคงรูปแบบและสมรรถนะตามแบบฉบับของ a double-overhead-cam layout แตะกลับมีความกะทัดรัดตามแบบของ a single-overhead-cam design อีกทั้งยังมีการปรับรูปทรงห้องเผาไหม้จนมีส่วนทำให้ได้อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 13.5:1 ถือว่ามีส่วนในการสร้างพละกำลังให้กับเครื่องยนต์ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ electronic fuel injection และ electronic start ตามมาตรฐานรถแข่งสมัยใหม่แล้ว ยังได้ติดตั้ง Honda Selectable Torque Control ที่มีให้เลือกสามระดับ เพื่อควบคุมหรือปรับลดแรงบิดเพื่อให้ได้การยึดเกาะที่ดีกับสภาพแทร็คดังนั้นผู้ขับขี่สามารถปรับเลือกใช้กำลังที่ส่งผ่านล้อหลังได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะมีปุ่มปรับติดตั้งอยู่ที่แฮนเดิ้ลบาร์ ตามที่กล่าวไปแล้วคือสามารถเลือกได้สามโหมดสำหรับเจ้า ระบบ HSTC นี้

อีกทั้งยังมีการเลือกใช้โหมดการขับขี่ได้อีกสามโหมด คือ standard-smooth-Aggressive ซึ่งเปิดให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ แมปที่เหมาะสมกับสภาพการแข่งขันได้อีกด้วย สำหรับระบบไฟฟ้าหรือพลังงานที่นำมาใช้กับระบบอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆนั้น มาจากแบตเตอรี่ขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบา lithium-ion battery ที่ออกมามาเพื่อรองรับการทำงานของระบบสจตาร์ทไฟฟ้าของรถแข่งโดยเฉพาะ ก็น่าติดตามยิ่งกว่าในฐานะรถแข่งแชมป์โลกที่พัฒนาออกมาเพื่อสานต่อความสำเร็จในสังเวียนการแข่งขัน จะมีความสมบูรณ์แบบเพียงใด แน่นอนว่า บทพิสูจน์ที่ชัดเจนก็คือ ผลงานในสนามแข่งขันนั่นเอง

สำหรับข้อมูลพื้นฐานของตัวรถมีดังนี้

Bore × Stroke (mm) : 96.0mm x 62.1mm
Carburation : CDI Electronic Fuel injection
Compression Ratio : 13.5 : 1
Engine Displacement (cc) : 449.7cc
Engine Type : Liquid-cooled 4-stroke single cylinder uni-cam
Starter: Electric
Oil Capacity (Litres) : 1.25 Litres
Brakes Front : Single 260mm disk
Brakes Rear : Single 240mm disk
Suspension Front : Showa 49mm USD fork
Suspension Rear : Showa monoshock using Honda Pro-Link
Tyres Fron : t Dunlop MX33F
Tyre Size Front : 80/100-21-51M
Tyre Size Rear : 120/80-19-63M
Tyres Rear : Dunlop MX33
Wheels Front : Aluminium spoke
Wheels Rear : Aluminium spoke
Caster Angle 27.1°
Dimensions (L×W×H) (mm) : 2,183mm x 827mm x 1,267mm
Frame type : Aluminium twin tube
Fuel Tank Capacity (Litres) : 6.3 litres
Ground Clearance (mm) 336mm
Kerb Weight (kg) 110.6kg
Seat Height (mm) 965mm
Trail (mm) 114mm
Wheelbase (mm) 1,481mm
Transmission
Clutch : Wet type multi-plate
Final Drive : Chain
Transmission Type : Constant mesh

2021 Kawasaki KX250

สำหรับรถโมโตครอสในพิกัด 250F จาก Kawasaki โมเดลล่าสุด มาพร้อมกับคำว่า All-new KX250 ด้วยเครื่องยนต์สี่จังหวะ 249 ซีซี ที่ยืนยันว่ามีรอบการทำงานเครื่องยนต์สูงสุดเพิ่มสูงขึ้น กำลังในแต่ละย่านการทำงานเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น พัฒนาการตอบสนองการทำงานในช่วงรอบต่ำถึงกลางได้ดียิ่งขึ้น More Power, Power to perform คือส่วนหนึ่งของแนวทางในการพัฒนา ภายใต้วลีที่ว่า Be Next หรือ สเต็ปถัดมาของ KX250 นั่นเอง ที่นี้มาไล่ดูภาพรวมจากเอกสารที่เกี่ยวกับ 2021 KX250 ที่สรุปถึงสิ่งที่มีมาใน all new KX250 นี้

More powerful Engine ,New coned disc-spring hydraulic clutch ,new electric start ,new frame&swingarm ,updated Ergonomics ,newstyle ,Ergo-FIT Adjustable DFI Cpuplers กำลังสูงสุดที่เพิ่มขึ้นแน่นนอนว่า ย่อมมาจากการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เป็นสำคัญ ดังนั้นการที่ Kawasaki จะใช้คำว่า all new นั่นจึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงชุดใหญ่ ซึ่งมาไล่เรียงสิ่งที่มีใหม่ใน KX250 ได้แก่ NEW Processing for intake and exhaust ports การจัดการในส่วนของช่องพอร์ทไอดีไอเสีย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนอากาศที่ดีขึ้น NEW Exhaust cam timing ปรับไทม์มิ่งของแคมไอเสียใหม่ NEW Stiffer valve springs เพิ่มความแข็งของสปริงวาล์ว NEW Combustion chamber design and flatter piston crown ออกแบบส่วนของห้องเผาไหม้ใหม่ รวมทั้งการเปลี่ยนลูกสูบที่บางกว่าเดิม รวมทั้งการปรับชิ้นส่วนอื่นๆ อย่าง NEW Longer connecting rod ,NEW Lighter crankshaft design ,NEW Revised pressure balance inside the crankcase ,NEW Coned disk-spring hydraulic clutch ,หรือแม้แต่การปรับเสริมระบบสตาร์ทไฟฟ้าใหม่ NEW Electric start via the push of a button และยังรวมทั้งการเลือกใช้แบตเตอรี่ใหม่ NEW Lightweight compact Li-ion battery

ทั้งหมดที่กล่าวถึงนอกจากการเน้นที่กำลังขับเคลื่อนสูงสุดแล้ว ยังได้ทำการพัฒนาให้มีการส่งกำลังที่ดีขึ้นในช่วงรอบการทำงานเครื่องยนต์ต่ำถึงกลางอีกด้วย นอกจากนี้ในการจัดการเครื่องยนต์นั้น ได้มี Coupler package โดยแต่ละคันจะมาพร้อมกับค่ามาตรฐานของการเซ็ท digital fuel injection system ไว้สามแบบ หรือสามแมป ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ที่เรียกว่า the four pin DFI coupler สำหรับเลือกแมปนี้ จะติดตั้งค่า standard hard และ soft terrain มาให้เป็นเซ็ทมาตรฐานจากโรงงาน แต่ก็สามารถทำการปรับเพิ่มเติมได้ ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เป็นชุดคิทเพิ่มเติม KX Fi Calibration Kit ที่จะสามารถปรับเซท ECU ได้อย่างหลากหลายเพิ่มขึ้น

มาดูในส่วนของแชสซีส์ที่ได้มีการปรับ “ช่วง” ใหม่ ให้มีการยึดเกาะและตอบสนองการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น เริ่มด้วยการปรับเฟรมใหม่ new slim aluminium perimeter frame ที่ยกพื้นฐานการพัฒนาถอดแบบมาจาก KX450 จนทำให้ได้รับความรู้สึกที่นุ่มนวลควบคู่กับความหนึบที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับเสริมประสิทธิภาพในส่วนของระบบกันสะเทือน และเบรกที่อัพเดทด้วย
NEW Lower triple clamp design
NEW Revised linkage ratios
NEW Fine-tuned front and rear suspension settings
NEW Smaller-diameter 240 mm rear disc
NEW KX450 front master cylinder


นับเป็นการพัฒนาตามรอยหรือตามแบบที่นำร่องไปก่อนใน KX450 ดังนั้น 2021 KX250 จึงได้รับการพัฒนาตามมาในที่สุด ซึ่งในส่วนของระบบกันสะเทือนนั้นได้เลือกใช้ KYB inverted coil-spring front forks ที่มีขนาด 48 มม.พร้อมปรับเซ็ทภายในกระบอกฟอร์คใหม่ ด้วยการเปลี่ยน damping piston เป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 มม. ขณะที่ KYB rear shock นั้นได้มาพร้อมกับ dual compression adjustability ที่จะแยกการปรับค่า high-speed และ low-speed damping อีกทั้งยังปรับ a new Uni-Trak rear suspensions system เช่นกันอีกด้วย
นอกจากนี้ในส่วนของ Bodywork และเบาะนั่งก็มีการอัพเดทในส่วนของ
NEW Bodywork facilitates rider movement
NEW Flatter design at the top of the fuel tank
NEW Slimmer radiator shrouds
NEW Smoother engine covers
NEW Gold finish on the oil cap and generator cover plugs

ข้อมูลพื้นฐานโดยสรุปของ 2021 KX250 มีสเปคเบื้องต้นดังนี้

Engine 249cc, liquid-cooled, 4-stroke, DOHC 4-valve single
Bore x Stroke 78.0 x 52.2 mm
Compression Ratio 14.1:1
Fuel System Fuel injection: ø44 mm x 1, with dual injectors
Ignition Digital DC-CDI
Starting Electric
Lubrication Forced lubrication, semi-dry sump
Transmission 5-speed, return
Clutch Wet multi-disc, manual
Final Drive Chain
Frame Perimeter, aluminum
Front Suspension / Wheel Travel ø48 mm inverted fork with adjustable compression and rebound damping / 314 mm (12.4 in)
Rear Suspension / Wheel Travel New Uni Trak with adjustable dual-range (high/low-speed) compression damping, adjustable rebound damping and adjustable preload / 316 mm (12.4 in)
Rake / Trail 28.0° / 118 mm
Steering Angle (L/R) 42° / 42°
Front Tire 80/100-21 51M
Rear Tire 100/90-19 57M
Front Brake Single semi-floating ø270 mm petal disc with dual-piston caliper
Rear Brake ø240 mm petal disc with single-piston caliper
Dimensions (L x W x H) 2,180 x 820 x 1,265 mm (85.8 x 32.3 x 49.8 in)
Wheelbase 1,485 mm (58.5 in)
Road Clearance 335 mm (13.2 in)
Seat Height 950 mm (37.4 in)
Curb Mass** 107.3 kg (237 lb)
Mass Without Fuel 102.7 kg (226 lb)
Fuel Capacity 6.2 litres

2021 Kawasaki KX250

สำหรับรถโมโตครอสในพิกัด 250F จาก Kawasaki โมเดลล่าสุด มาพร้อมกับคำว่า All-new KX250 ด้วยเครื่องยนต์สี่จังหวะ 249 ซีซี ที่ยืนยันว่ามีรอบการทำงานเครื่องยนต์สูงสุดเพิ่มสูงขึ้น กำลังในแต่ละย่านการทำงานเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น พัฒนาการตอบสนองการทำงานในช่วงรอบต่ำถึงกลางได้ดียิ่งขึ้น More Power, Power to perform คือส่วนหนึ่งของแนวทางในการพัฒนา ภายใต้วลีที่ว่า Be Next หรือ สเต็ปถัดมาของ KX250 นั่นเอง ที่นี้มาไล่ดูภาพรวมจากเอกสารที่เกี่ยวกับ 2021 KX250 ที่สรุปถึงสิ่งที่มีมาใน all new KX250 นี้

More powerful Engine ,New coned disc-spring hydraulic clutch ,new electric start ,new frame&swingarm ,updated Ergonomics ,newstyle ,Ergo-FIT Adjustable DFI Cpuplers กำลังสูงสุดที่เพิ่มขึ้นแน่นนอนว่า ย่อมมาจากการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เป็นสำคัญ ดังนั้นการที่ Kawasaki จะใช้คำว่า all new นั่นจึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงชุดใหญ่ ซึ่งมาไล่เรียงสิ่งที่มีใหม่ใน KX250 ได้แก่ NEW Processing for intake and exhaust ports การจัดการในส่วนของช่องพอร์ทไอดีไอเสีย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนอากาศที่ดีขึ้น NEW Exhaust cam timing ปรับไทม์มิ่งของแคมไอเสียใหม่ NEW Stiffer valve springs เพิ่มความแข็งของสปริงวาล์ว

NEW Combustion chamber design and flatter piston crown ออกแบบส่วนของห้องเผาไหม้ใหม่ รวมทั้งการเปลี่ยนลูกสูบที่บางกว่าเดิม รวมทั้งการปรับชิ้นส่วนอื่นๆ อย่าง NEW Longer connecting rod ,NEW Lighter crankshaft design ,NEW Revised pressure balance inside the crankcase ,NEW Coned disk-spring hydraulic clutch ,หรือแม้แต่การปรับเสริมระบบสตาร์ทไฟฟ้าใหม่ NEW Electric start via the push of a button และยังรวมทั้งการเลือกใช้แบตเตอรี่ใหม่ NEW Lightweight compact Li-ion battery ทั้งหมดที่กล่าวถึงนอกจากการเน้นที่กำลังขับเคลื่อนสูงสุดแล้ว ยังได้ทำการพัฒนาให้มีการส่งกำลังที่ดีขึ้นในช่วงรอบการทำงานเครื่องยนต์ต่ำถึงกลางอีกด้วย นอกจากนี้ในการจัดการเครื่องยนต์นั้น ได้มี Coupler package โดยแต่ละคันจะมาพร้อมกับค่ามาตรฐานของการเซ็ท digital fuel injection system ไว้สามแบบ หรือสามแมป ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ที่เรียกว่า the four pin DFI coupler สำหรับเลือกแมปนี้ จะติดตั้งค่า standard hard และ soft terrain มาให้เป็นเซ็ทมาตรฐานจากโรงงาน แต่ก็สามารถทำการปรับเพิ่มเติมได้ ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เป็นชุดคิทเพิ่มเติม KX Fi Calibration Kit ที่จะสามารถปรับเซท ECU ได้อย่างหลากหลายเพิ่มขึ้น

มาดูในส่วนของแชสซีส์ที่ได้มีการปรับ “ช่วง” ใหม่ ให้มีการยึดเกาะและตอบสนองการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น เริ่มด้วยการปรับเฟรมใหม่ new slim aluminium perimeter frame ที่ยกพื้นฐานการพัฒนาถอดแบบมาจาก KX450 จนทำให้ได้รับความรู้สึกที่นุ่มนวลควบคู่กับความหนึบที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับเสริมประสิทธิภาพในส่วนของระบบกันสะเทือน และเบรกที่อัพเดทด้วย
NEW Lower triple clamp design
NEW Revised linkage ratios
NEW Fine-tuned front and rear suspension settings
NEW Smaller-diameter 240 mm rear disc
NEW KX450 front master cylinder
นับเป็นการพัฒนาตามรอยหรือตามแบบที่นำร่องไปก่อนใน KX450 ดังนั้น 2021 KX250 จึงได้รับการพัฒนาตามมาในที่สุด ซึ่งในส่วนของระบบกันสะเทือนนั้นได้เลือกใช้ KYB inverted coil-spring front forks ที่มีขนาด 48 มม.พร้อมปรับเซ็ทภายในกระบอกฟอร์คใหม่ ด้วยการเปลี่ยน damping piston เป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 มม. ขณะที่ KYB rear shock นั้นได้มาพร้อมกับ dual compression adjustability ที่จะแยกการปรับค่า high-speed และ low-speed damping อีกทั้งยังปรับ a new Uni-Trak rear suspensions system เช่นกันอีกด้วย
นอกจากนี้ในส่วนของ Bodywork และเบาะนั่งก็มีการอัพเดทในส่วนของ
NEW Bodywork facilitates rider movement
NEW Flatter design at the top of the fuel tank
NEW Slimmer radiator shrouds
NEW Smoother engine covers
NEW Gold finish on the oil cap and generator cover plugs

ซึ่งข้อมูลพื้นฐานโดยสรุปของ 2021 KX250 มีสเปคเบื้องต้นดังนี้

Engine 249cc, liquid-cooled, 4-stroke, DOHC 4-valve single
Bore x Stroke 78.0 x 52.2 mm
Compression Ratio 14.1:1
Fuel System Fuel injection: ø44 mm x 1, with dual injectors
Ignition Digital DC-CDI
Starting Electric
Lubrication Forced lubrication, semi-dry sump
Transmission 5-speed, return
Clutch Wet multi-disc, manual
Final Drive Chain 
Frame Perimeter, aluminum
Front Suspension / Wheel Travel ø48 mm inverted fork with adjustable compression and rebound damping / 314 mm (12.4 in)
Rear Suspension / Wheel Travel New Uni Trak with adjustable dual-range (high/low-speed) compression damping, adjustable rebound damping and adjustable preload / 316 mm (12.4 in)
Rake / Trail 28.0° / 118 mm
Steering Angle (L/R) 42° / 42°
Front Tire 80/100-21 51M
Rear Tire 100/90-19 57M
Front Brake Single semi-floating ø270 mm petal disc with dual-piston caliper
Rear Brake ø240 mm petal disc with single-piston caliper 
Dimensions (L x W x H) 2,180 x 820 x 1,265 mm (85.8 x 32.3 x 49.8 in)
Wheelbase 1,485 mm (58.5 in)
Road Clearance 335 mm (13.2 in)
Seat Height 950 mm (37.4 in)
Curb Mass** 107.3 kg (237 lb)
Mass Without Fuel 102.7 kg (226 lb)
Fuel Capacity 6.2 litres

2020 Yamaha WR155 R สายโดด สายดีด พร้อมกับสปีดสุดเร้าใจ

ยามาฮ่าพร้อมลุยสายฝุ่น ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่มีหลากหลายสไตล์ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับการขับขี่ที่ตื่นเต้น หลังจากที่ อินโดนีเซีย เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับนักแข่ง MotoGP มาเวอร์ริค บีญาเลส ก็ได้เวลาของสยามประเทศที่จะได้สัมผัสกับความมันส์กันแล้ว

Yamaha WR155R มาพร้อมกับความโดดเด่นของตัวรถที่ถอดดีเอ็นเอมาจากรุ่นพี่สายเอ็นดูโร่ รหัส WR ที่รู้จักทั่วโลกถึงสมรรถนะ และความลงตัวของดีไซน์ เพรียว กระชับ คล่องตัว ควบคุมง่ายมาดูกันสิว่า WR155R มีฟีเจอร์ และอะไรน่าสนใจที่จะกระชากเงินในกระเป๋าคุณได้บ้าง ระบบกันสะเทือนหน้าเทลเลสโคปิคขนาด 41 มม. และมีความยาวมากถึง 899.1 มม. ทำให้การซับแรงกระแทกในเส้นทางที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อนั้น มีความเสถียร ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบโมโนครอสแบบแก๊ส ที่สามารถปรับระดับพรีโหลดได้ตามสไตล์ของแต่ละคนเลย ส่วนยางจะเป็นแบบเอนกประสงค์ใช้งานได้ทั้งถนนทั่วไป และพร้อมลุยฝุ่น วงล้อซี่ลวดแบบอลูมินัม ข้างหน้า 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว เพื่อให้สายลุยฝ่าอุปสรรคได้เต็มที่ตัวเฟรมรถจะเป็นแบบ Semi Double Cradle Frame น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ถังน้ำมันจุมาให้มากถึง 8.1 ลิตร ตามสไตล์ของรถเอ็นดูโร่ แหม..ลุยกันได้ทั้งวัน ระบบเบรกจะเป็นแบบดิสก์เบรกจานหน้า 240 มม. ดิสก์ด้านหลังจาน 220 มม. หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ LCD Meter แสดงค่าต่างๆ อย่างครบครัน

มาดูที่เครื่องยนต์กันบ้าง มีขนาดปริมาตร 155 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีการติดตั้งระบบวาล์วแปรผัน VVA มาให้ด้วย เน้นพละกำลังที่จี๊ดจ๊าด ให้แรงม้าสูงสุดมาอยู่ที่ 16.5 แรงม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 14.3 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที และกำลังอัด 11:6.1 ตรงนี้บอกเลยว่าจุดระเบิดได้เต็มที่สมบูรณ์มากเพราะการสั่งจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดที่ละเอียด แต่จะว่าไปแล้วด้วยข้อมูลที่แกะออกมาได้ ก็จะเหมือนกับเครื่องยนต์ลูกเดียวกันกับ MT-15 และ YZF-R15 ที่โดดเด่นเรื่องของพละกำลังแรงบิดที่โดดเด่น

2020 KTM 125SX

ฝั่งอเมริกายังคงเป็นตลาดหลักที่พอมีกลุ่มเล่นรถโมโตครอสเครื่องยนต์สองจังหวะจำนวนมาก หลายค่ายผู้ผลิตตยังคงสถานการณ์ทำตลาดไว้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับที่ KTM ได้เปิดตัว 2021 KTM125SX เพื่อรักษาฐานการตลาดในอเมริกา และแน่นอนว่า นี่ก็คืออานิสสงค์สำหรับส่วนอื่นๆของโลกที่ยังคง ถวิลหามนต์สเน่ห์ของรถโมโตครอสเครื่องยนต์สองจังหวะ

ซึ่งในกลุ่มรถโมโตครอสแบบ full size bikes พิกัดเดียวกัน กล่าวได้ว่า KTM125SX เป็นรุ่นที่มีความกะทัดรัด และน้ำหนักเบามากที่สุดรุ่นหนึ่ง โดยเฉพาะรถในระดับ compettive 125cc 2T engine หรือรถแข่งพิกัด 125 ซีซี ด้วยกันนั้นองค์ประกอบในส่วนของแชสซีส์พร้อมส่วนควบต่างๆของ KTM125SX นั้น มีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษและด้วยโครงสร้างแชสซีส์ที่เบากะทัดรัดจึงมีส่วนสำคัญให้นักแข่งหรือผู้ขับขี่สามารถควบคุมจังหวะการขับขี่ได้อย่างคล่องตัวเฉียบคมในทุกจังหวะ จนสามารถที่จะเค้นเอาสมรรถนะของกำลังเครื่องยนต์ที่มีออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นี่คือตัวแข่งเครื่องยนต์สองจังหวะที่ทรงประสิทธิภาพ ที่พร้อมมีส่วนสำคัญในการพัฒนานักแข่งในระดับวัยรุ่นได้ก้าวขึ้นไปสู่ระดับมืออาชีพด้วยสมรรถนะอันทรงประสิทธิภาพของตัวแข่งโมโตครอส อย่าง KTM125SX

ด้วย know how ล่าสุดทางด้านวิศวกรรม ของ KTM ที่ได้พัฒนาเครื่องยนต์สองจังหวะของ 125SX ให้มีกำลังเครื่องยนต์ที่ดุดันเปี่ยมประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งกำลังในแต่ละรอบของการทำงานของเครื่องยนต์นั้นสามารถส่งต่อกำลังได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ขับขี่สามารถควบคุมได้ง่ายและเค้นกำลังสูงสุดออกมาได้ตามต้องการในแต่ละจังหวะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัด ทนทาน และมีกำลังที่โดดเด่นมากที่สุดในพิกัดเดียวกัน ทำให้ KTM125SX นี้ เป็นรถแข่งที่พร้อมจะทำความเร็วต่อรอบได้ดียิ่งขึ้นและนำมาซึ่งผลงานในสนามที่ดีกว่าเดิม เฟรมของ 125SX นี้ยังคงเอกลัษณ์เช่นที่ผ่านมาด้วยโครงสร้าง hydroformed chromium molybdenum steel tubes ที่ใช้หุ่นยนต์ในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนได้อย่างสวยงามแม่นยำ และสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้ในระดับสูง

นอกจากความแข็งแกร่ง เบาแล้วเฟรมยังมีความเที่ยงตรงแม่นยำในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด และด้วยความแข็งแกร่งของโครงสร้างเฟรม จึงมีส่วนทำให้การควบคุมรถเป็นไปได้อย่างมั่นคง สามารถรักษาความเร็วไว้ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกจังหวะการขับขี่ แล้วเมื่อมีการติดตั้งองค์ประกอบ “ชั้นดี” เข้าไปประกอบร่างกับเฟรมชั้นยอด จึงทำให้ ประสิทธิภาพต่างๆ ที่ได้รับนั้น ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ระบบกันสะเทือน ที่มีความนุ่มนวล รองรับแรงกระแทกได้อย่างดี ซับเฟรมอลูมิเนียมน้ำหนักเบา บังโคลนหลังที่มีความแข็งแรงมั่นคง พักเท้าแบบ no dirt ที่สามารถลดหรือสลัดบการยึดติดของเศษดินโคลนได้ดี พร้อมทั้งสามารถเลื่อนกลับสู่ตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ เป็นต้น

ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้ล้วนมีน้ำหนักเบาแข็งแรง หรือแม้แต่เบาะนั่งที่ออกแบบมิติของเบาะได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการออกแบบชุดคลุมเบาะที่มีแถบซิลิโคลนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะ มีส่วนเสริมให้ผู้ขับขี่มีความมั่นคงในทุกจังหวะการขับขี่มากยิ่งขึ้น สำหรับสเปคพื้นฐาน ของ 2021 KTM 125SX มีดังนี้

สำหรับสเปคพื้นฐาน ของ 2021 KTM 125SX มีดังนี้

ENGINE
TRANSMISSION: 6-speed
STARTER: Kickstarter
STROKE: 54.5 mm
BORE: 54 mm
CLUTCH: Multi-plate clutch, Brembo hydraulics
DISPLACEMENT: 124.8 cm³
EMS: Kokusan
CHASSIS
WEIGHT (WITHOUT FUEL): 87.5 kg
TANK CAPACITY (APPROX.): 7.5 l
FRONT BRAKE DISC DIAMETER: 260 mm
REAR BRAKE DISC DIAMETER: 220 mm
FRONT BRAKE: Disc brake
REAR BRAKE: Disc brake
CHAIN: 5/8 x 1/4”
FRAME DESIGN :Central double-cradle-type 25CrMo4 steel
FRONT SUSPENSION: WP XACT-USD, Ø 48 mm
GROUND CLEARANCE: 375 mm
REAR SUSPENSION: WP XACT Monoshock with linkage
SEAT HEIGHT: 850 mm
STEERING HEAD ANGLE: 63.9 °
SUSPENSION TRAVEL (FRONT): 310 mm
SUSPENSION TRAVEL (REAR): 300 mm