“อินทรีแซงค์” กฤษฎา ฟอร์มโหด! เก็บชัยสนามส่งท้าย ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ครอสชิงแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยซ้อน

“อินทรีแซงค์” ขุนพลฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ หมายเลข 17 ฝ่าโคลนปิดฤดูกาลสนามที่ 10 ส่งท้ายรายการ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งทางฝุ่นคนแรกทำสถิติครองแชมป์ประเทศไทย 4 ปีติดต่อกัน

“อินทรีแซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ควบเดิร์ทไบค์คู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข17 ภายใต้สังกัดทีมแข่ง Honda Racing Thailand Idemitsu Bridgestone D.I.D Supersprox Promedic Smotor ลุยปักโคลนสนามไร่พีบี วัลเล่ย์ จังหวัดเชียงราย ในการแข่งขันซูเปอร์ครอสชิงแชมป์ประเทศไทยรายการ FMSCT Thailand Supercross Championship 2022 สนามที่ 10 รุ่น MX250-A เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ 11 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนการแข่งขันฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้สภาพสนามซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่สวนไร่พีบี วัลเล่ย์ มีสภาพกลายเป็นสนามโคลน เมื่อเริ่มการแข่งขัน “อินทรีแซงค์” กับเดิร์ตไบค์คู่ใจหมายเลข17 ก็สามารถลุยฝ่าแอ่งโคลนผ่านโค้งแรกด้วยตำแหน่งที่ 2 ก่อนจะไล่บดผู้นำและแซงขึ้นรั้งอันดับหนึ่งได้ในเวลาเพียง 1 รอบเศษ และควบเดิร์ตไบค์คู่ใจทะยานหนีห่างจากตำแหน่งที่ 2 ก่อนที่ธงตราหมากรุกจะสะบัดประทับชัยให้กับ“อินทรีแซงค์” พร้อมคว้าแต้มสะสม 20 คะแนนเต็ม รวมคะแนนสะสมจบฤดูกาลที่ 160 คะแนน เหนือคู่แข่งอันดับ 2 ถึง 9 คะแนน ป้องกันแชมป์ประเทศไทยให้อยู่กับฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ด้วยการสร้างสถิติใหม่เป็นนักแข่งซูเปอร์ครอสคนแรกที่ครองแชมป์ประเทศไทย 4 ปีติดต่อกัน
ขณะที่อีกหนึ่งนักแข่งจากฮอนด้า สุภัทรชัย ผักเครือ หมายเลข132 ทีมเมทของ“อินทรีแซงค์” ก็ปิดฤดูกาลด้วยตำแหน่งที่ 4 ในสนามนี้

“ยามาฮ่า” ปลุกกระแส THAI GP 2022 อัดกิจกรรมแน่นตลอดงานเอาใจแฟน MotoGP

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขายและการตลาด นางสาวบัวทิพย์ จันทร์ดำรงกุล  รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ก้องศักด ยอดมณี  ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายธัชกร หัตถาธยากูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้างฯ ในการแถลงข่าวเตรียมความพร้อมนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการ OR Thailand Grand Prix 2022 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 ภายใต้บรรยากาศการต้อนรับและสีสันกองเชียร์ที่มีเอกลักษณ์จนได้รับความประทับใจจากแฟนความเร็วทั่วโลก

โดย ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เชิญชวนลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารวมถึงแฟนความเร็วชาวไทยร่วมส่งแรงเชียร์ทัพนักบิดค่ายยามาฮ่า นำโดยเจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุด ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร #20 พร้อมคู่หู ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี #21 รวมถึง เขมินท์ คูโบะ #81 ดาวบิดไทยที่ลงทำการแข่งขันในรุ่น Moto2 ภายใต้สังกัด VR46 Master Camp Team พร้อมกันนี้ยามาฮ่าได้ร่วมสร้างสีสันให้กับงานที่บูธ YAMAHA REV CIRCUIT จัดเต็มด้วยสินค้าราคาพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้ทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YAMAHA E01 และชมรถแข่งระดับแชมป์โลก YZR-M1 อย่างใกล้ชิด
สำหรับการแถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขัน THAI GP 2022 ในครั้งนี้จัดขึ้น ณ สโมสรราชพฤกษ์ ถ.วิภาดีรังสิต เมื่อเร็วๆ นี้

เปิดตัว New Honda CT125 ด้วยคอนเซปต์ The Trail Explorer ยกระดับไลฟ์สไตล์ความสนุกด้วยสีสัน และเครื่องยนต์ใหม่

CUB House by Honda เปิดตัว New Honda CT125 รถจักรยานยนต์สไตล์เทรล ที่มาพร้อมสีใหม่และเครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ที่สามารถปรับระดับได้ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุกยิ่งกว่าเดิม

New Honda CT125 มาพร้อมคอนเซปต์ The Trail Explorer ได้เวลาท้าทาย…ครั้งใหม่ นำเสนออีกมุมมองของไลฟ์สไตล์ด้วยสีเทาใหม่ ที่ให้ทั้งความเท่ มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และยังถ่ายทอดความเป็นตำนานของ CT Series ที่มีมาตั้งแต่ปี 1960 ได้อย่างชัดเจน
New Honda CT125 ยังมาพร้อมการยกระดับในด้านสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ที่ได้รับการพัฒนาให้มีแรงบิดมากขึ้น อัตราเร่งดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลัง Adjustable Rear Suspension ที่สามารถปรับค่า Preload ได้ถึง 5 ระดับ รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่บนเส้นทางปกติ หรือเส้นทางที่ท้าทาย
พร้อมกันนี้ CUB House by Honda ยังพร้อมส่งมอบอีกหนึ่งความพิเศษด้วย New Honda CT125 Stanley Special Edition 150 คัน ที่มาพร้อมชุดแต่ง 14 รายการ จากแบรนด์ Stanley และ H2C ที่ถ่ายทอดความเท่ขั้นสุดอย่างแตกต่าง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของสายเเคมป์ปิ้ง พร้อมลุยได้ทุกที่
New Honda CT125 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาใหม่ สีแดง (แร็กท้ายสีดำ) และ สีเขียว (แร็กท้ายสีเขียว) วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 88,900 บาท และรุ่นพิเศษ CT125 Stanley Special Edition วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 108,700 บาท ที่ CUB House Flagship ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่ CUB House Corner ในศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊ก fb.com/cubhousebyhonda

ฮอนด้า มุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าหวังสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน

สรุปแถลงการณ์ธุรกิจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
– มุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าหวังสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน –
– ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านการผลิตรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปีทศวรรษ 2040s และยังคงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (Internal Combustion Engine หรือ ICE) อย่างต่อเนื่อง
– ฮอนด้าวางแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2025 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า และ 3.5 ล้านคัน (หรือ 15% ของยอดขายรวม) ภายในปี 2030
– ในฐานะผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก ฮอนด้าครองความเป็นผู้นำแห่งยุคของความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งมอบความสุขจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านทุกผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของบริษัทภายในปี 2050 โดยวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ฮอนด้าจัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าในธุรกิจรถจักรยานยนต์ โดยคุณโคเฮ ทาเคอุจิ Director, Executive Vice President and Representative Executive Officer of Honda Motor และ คุณโยชิชิเกะ โนมูระ (Managing Officer)
โดยมีสาระสำคัญดังนี้ :
1. ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
เพื่อรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก ฮอนด้านำเสนอผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์หลายรุ่น ตั้งแต่คอมมิวเตอร์รุ่นเล็กสำหรับการเดินทางในเมือง ไปจนถึงรุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้นมีความต้องการรถจักรยานยนต์อย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นรุ่นคอมมิวเตอร์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ดี รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากน้ำหนักที่มาก ราคาที่สูง และความต้องการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังขึ้นกับมาตรการส่งเสริมและกฎระเบียบของรัฐ รวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานบริการชาร์จไฟฟ้าในแต่ละประเทศ
จากการพิจารณาสถานการณ์ดังกล่าว ฮอนด้ายังคงผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (ICE) ในขณะเดียวกันพร้อมเร่งผลิตรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เน้นกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ทุกคันในช่วงปีทศวรรษ 2040s นอกจากนี้ฮอนด้ายังคงความเป็นผู้นำด้านโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์อีกด้วย
<เดินหน้าโครงการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (ICE) อย่างต่อเนื่อง>
เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมกับรองรับความต้องการอันหลากหลายของผู้ขับขี่และการใช้งานที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ฮอนด้ายังมีโครงการพัฒนารถจักรยานยนต์รุ่นที่ใช้น้ำมัน (ICE models) แบบช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไปพร้อมๆ กับผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นที่สามารถใช้พลังงานที่สร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน เช่น รุ่นที่ใช้แก๊สโซลีนผสมเอทานอล เป็นต้น
ตัวอย่าง เช่น ในประเทศบราซิล ที่มีรถจักรยานยนต์ใช้พลังงาน flex-fuel หรือ E100*1 ฮอนด้ายังได้วางแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใช้พลังงาน flex-fuel ในอินเดียซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ โดยจะเปิดตัวรุ่น flex-fuel (E20) *1 ประมาณต้นปี 2023 และ รุ่น flex-fuel (E100) ในปี 2025
*1 แก๊สโซลีนผสมเอทานอล มีอัตราการผสมหลายระดับ ตั้งแต่แก๊สโซลีน 100% ไปจนถึงเอทานอล 100% ส่วน E100 หมายถึง เอทานอล 100% และ E20 หมายถึง เอทานอล 20%
2. สร้างสรรค์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า
<เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้ขับขี่หลากหลายรูปแบบ>
จากการคาดการณ์การขยายตัวของตลาด ฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่รองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้ขับขี่ ตั้งแต่รุ่นคอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง ไปจนถึงรุ่นใหญ่ขับขี่เพื่อความสนุก ฮอนด้าเตรียมนำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2025 ตั้งเป้ายอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปี ภายใน 5 ปีข้างหน้า และ 3.5 ล้านคัน (ประมาณ 15% ของยอดขายรวม) ภายในปี 2030
โดยมีรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดังต่อไปนี้ :
1. รถจักรยานยนต์คอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง Commuter EVs
ในยุคที่ทุกกิจกรรมหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความต้องการใช้รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการผู้ขับขี่ประเภทนี้ ฮอนด้านำเสนอ Honda e: Business Bike Series พร้อมเร่งเปิดตัวรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับธุรกิจในตลาดโลก นอกเหนือจากการส่งมอบ Honda e: Business Bike Series ให้กับบริษัทไปรษณีย์ของญี่ปุ่นและเวียดนาม* 2 เพื่อการทำงานบริการส่งสินค้าไปรษณีย์แล้ว ปัจจุบันฮอนด้ายังทดลองจับมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด*3 ทั้งยังวางแผนผลิตและจำหน่ายรุ่น BENLY e: ในประเทศไทยก่อนสิ้นเดือนนี้ สำหรับรถจักรยานยนต์ Honda e: Business Bike Series มาพร้อมกับ Honda Mobile Power Pack (MPP) แบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ เหมาะกับการใช้งานธุรกิจประเภทส่งสินค้าชิ้นเล็ก และช่วยแก้ปัญหาเรื่องประเภทไฟฟ้าและระยะเวลาชาร์จไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นข้อท้าทายหลักในการทำให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่แพร่หลาย
สำหรับการใช้งานส่วนบุคคล ฮอนด้าเตรียมแผนเปิดตัว Commuter EV สองรุ่นในปี 2024 และ 2025 ในเอเชีย ยุโรป และญี่ปุ่น ในอนาคต ฮอนด้ายังคงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนอื่นๆ นอกเหนือจากแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้
2. รถจักรยานยนต์รุ่นคอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง Commuter EMs*4 / EBs*5
ปัจจุบัน รุ่น EMs และ EBs ครอง 90 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก หรือประมาณ 50 ล้านคัน ในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รุ่น EMs / EBs เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน และฮอนด้านำเสนอผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยการยกระดับโครงสร้างบริการพื้นฐานให้กับผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและพัฒนา โดยคาดว่าความต้องการรุ่น EMs / EBs จะขยายในวงกว้างขึ้นและครอบคลุมไปทั่วโลก พร้อมมีแผนเปิดตัว EMs / EBs รุ่นกะทัดรัดในราคาที่จับต้องได้ 5 รุ่น ตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงปี 2024 ในตลาดเอเชีย ยุโรป และญี่ปุ่น
3. FUN EVs รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก
นอกจาก commuter EVs แล้ว ฮอนด้ายังได้พัฒนาและนำเสนอรถจักรยานยนต์รุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก “Fun” EV models โดยจะเปิดตัว “Fun” EV models ทั้งหมดสามรุ่นในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป ในช่วงปี 2024 และ 2025 พร้อมกับเปิดตัว “Kid Fun EV model” สำหรับเด็กที่ออกแบบเพื่อส่งต่อความสุขในการขับขี่ให้กับคนรุ่นใหม่อีกด้วย
*2 บริการไปรษณีย์ของเวียดนาม
*3 บริการไปรษณีย์ไทย
*4 ประเภทไฟฟ้า: ความเร็วสูงสุด: 25 กม./ชม.~50 กม./ชม.
*5 ประเภทรถจักรยานไฟฟ้า ไม่รวมรถจักรยานที่ใช้ไฟฟ้าช่วย ความเร็วสูงสุด 25 กม/ชม หรือต่ำกว่า
<กระบวนการผลิตแบบประสิทธิภาพสูง “Monozukuri” ที่ช่วยขยายการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมเพิ่มยอดการจำหน่าย>
ด้วยความก้าวหน้าของการผลิตแบบ “Monozukuri” ที่สั่งสมจากการพัฒนาและการใช้แพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์รุ่นที่ใช้น้ำมัน ฮอนด้าพัฒนาและนำมาประยุกต์ใช้กับแพลตฟอร์มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ประสานองค์ประกอบหลัก 3 ประการของยานพาหนะไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ PCU และเครื่องยนต์ เข้าด้วยกัน โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยกระบวนการผลิต Monozukuri ประสิทธิภาพสูง เพื่อมอบความสุขในการขับเคลื่อนด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้
ในส่วนของแบตเตอรี่ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของพาหนะไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งเป้าติดตั้ง แบตเตอรี่แบบแข็ง (All-solid-state battery) ที่มีเสถียรภาพสูงในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ฮอนด้ากำลังพัฒนาโดยการใช้แหล่งพลังงานของตนเอง
3. เพิ่มความสะดวกและความชาญฉลาดในการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
<โครงการริเริ่มเพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการชาร์จแบตเตอรี่และการกำหนดมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่>
การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการชาร์จแบตเตอรี่และการกำหนดคุณสมบัติที่เป็นมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่แพร่หลาย ฮอนด้า ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการชาร์จแบตเตอรี่นั้น ได้เน้นการดำเนินงานเพื่อให้มีการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
1. ส่งเสริมการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันให้เป็นที่แพร่หลาย
– ฮอนด้ามีธุรกิจร่วมในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ดำเนินการให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกัน จากการใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ MPPs และรถจักรยานยนต์พลังงานจากแบตเตอรี่ MPP โดย JV เริ่มให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันแล้วในเมืองบาหลี
– ในอินเดีย ฮอนด้าเตรียมวางแผนเริ่มให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันสำหรับใช้ในรถแท็กซี่สามล้อ (หรือที่เรียกกันว่า ริกชอว์) ภายในปลายปีนี้ ฮอนด้ายังวางแผนขยายโครงการริเริ่มใช้แบตเตอรี่ร่วมกันให้เป็นที่แพร่หลายในประเทศอื่นๆ ในเอเชีย
– ในญี่ปุ่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัท ENEOS Holdings, Inc. และผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ 4 แห่ง*6 ร่วมมือกับ Gachaco, Inc. ผู้ให้บริการแบ่งปันการใช้แบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ที่ได้มาตรฐาน สำหรับรถจักรยานยนต์และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการให้บริการ โดยบริษัทเตรียมให้บริการเพื่อการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้
2. กำหนดมาตรฐานแบตเตอรี่
– ในญี่ปุ่น ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์มีการตกลงกันเรื่องคุณสมบัติทั่วไปของแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้โดยยึดแนวปฏิบัติเรื่องแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ (JASO TP21003*7 Guideline)
– ฮอนด้ามุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ พร้อมกับเข้าร่วมประชุมสมาคมแบตเตอรี่ในยุโรป*8 ทั้งยังร่วมมือกับบริษัทร่วมทุนในอินเดีย
*6 บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ จำกัด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และบริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
*7 สมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น รายงานวิชาการ TP21003 ขององค์กร JASO แนวปฏิบัติเรื่องแบตเตอรี่ที่สลับเปลี่ยนได้ สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ “Guideline For Swappable Batteries Of Electric Two Wheel Vehicles”
*8 สมาคมแบตเตอรี่ที่สลับเปลี่ยนได้สำหรับรถจักรยานยนต์ (Swappable Batteries Motorcycle Consortium หรือ SBMC) ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อการขับเคลื่อน
<เสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์>
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งปรับเปลี่ยนธุรกิจจากการเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำรายได้เพียงครั้งเดียว สู่รูปแบบธุรกิจที่ผสมผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮอนด้าร่วมงานกับ Drivemode*9 บริษัทซอฟต์แวร์ในเครือ ยกระดับมูลค่าการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในโลกยุคที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อกัน โดยเริ่มจากรุ่น Commuter EV ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2024 ฮอนด้ามอบประสบการณ์การขับขี่สุดแสนเพลิดเพลินให้กับผู้ใช้งาน (UX) ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อ อาทิ อุปกรณ์ที่ช่วยเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงวิถีถนน จุดชาร์จไฟฟ้า แนะแนวการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมการบริการหลังการขายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจตลอดเส้นทาง
ในอนาคต ฮอนด้าจะมุ่งสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกสิ่ง เพิ่มคุณค่าการใช้งานที่ไม่เพียงเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าทุกประเภท เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด
*9 ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้เพื่อการขับขี่อย่างสะดวกสบาย Drivemod

ไทยฮอนด้าเปิดตัว New CB300R มอเตอร์ไซค์ NEO SPORTS CAFÉ ผสานสองขั้วความเท่ไว้อย่างลงตัว

ไทยฮอนด้าเอาใจวัยรุ่นที่ชื่นชอบความเร็วและความโมเดิร์นคลาสสิก ด้วยการเปิดตัว New CB300R มอเตอร์ไซค์สายพันธุ์ NEO SPORTS CAFÉ ที่มาพร้อมสีใหม่ และเทคโนโลยีที่ครบครัน

New CB300R NEO SPORTS CAFÉ ผสานสองขั้วความเท่ไว้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมขับสไตล์ให้โดดเด่นเหนือกว่ากับสีเหลือง PEARL DUSK YELLOW เท่กว่าเดิมกับ DESIGN SPORTY MUFFLER ท่อไอเสียปรับแต่งใหม่ ให้ทุกมุมมองเต็มไปด้วยความเร้าใจ และให้เสียงเครื่องยนต์ที่ดุดันทรงพลัง มาพร้อมเทคโนโลยี ASSIST SLIPPER CLUTCH เพิ่มความนุ่มนวลไหลลื่นขณะเปลี่ยนเกียร์ และป้องกันการเสียการควบคุมขณะผ่อนคันเร่งกะทันหัน สะดวกสบายมากขึ้นกับ METER GEAR POSITION บนหน้าปัดเรือนไมล์แบบใหม่ จอ LCD แสดงผลครบครัน พร้อมไฟแจ้งเตือนการเปลี่ยนเกียร์

นอกจากนี้ New CB300R ยังคงแรงเต็มพลังด้วยเครื่องยนต์ 286 ซีซี 4 วาล์ว มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดุดันเร้าใจ FULL LED LIGHTING SYSTEM ล้ำหน้าด้วยระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน พร้อมไฟหน้าทรงกลมคงเอกลักษณ์ความเท่คลาสสิก TAPERED RUBBER MOUNTED HANDLEBAR แฮนด์บาร์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 28.6 มม. บริเวณตอนกลางออกแบบเป็นรูปทรงเรียว เพื่อการควบคุมที่มั่นคงยิ่งขึ้น MONOSHOCK WITH 7-STEP PRELOAD ADJUSTMENT ตอบโจทย์ทุกการขับขี่อย่างลงตัว ด้วยโช้กหลังแบบ PRELOAD ADJUSTMENT ที่ปรับได้ถึง 7 ระดับ และ UPSIDE-DOWN FRONT SUSPENSION AND HUBLESS FLOATING DISC โช้กหน้าหัวกลับสีทองเข้มขนาดใหญ่ 41 มม. ขนาดเดียวกับรถระดับบิ๊กไบค์ของฮอนด้า ที่ช่วยเรื่องการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยมทุกสภาพถนน มั่นใจในทุกการเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาด 296 มม. แบบจานแยกชิ้น เรเดียลเมาท์ 4 พอต คาลิปเปอร์ พร้อม ABS G-Sensor ระดับเดียวกันกับรถในสนามแข่ง

New CB300R มีทั้งหมด 3 สี ประกอบด้วยสีเหลือง PEARL DUSK YELLOW สีแดง CANDY CHROMOSPHERE RED และสีดำ MAT GUNPOWDER BLACK METALLIC ราคาแนะนำที่ 155,200 พร้อมพาคุณโลดแล่นไปกับความเท่เหนือกาลเวลาแล้ววันนี้ ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New CB300R ได้ที่
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : https://www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

“ยามาฮ่า” ชวนสื่อฯ ทดสอบใช้งานจริง พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึก ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED

นางสาวอัญชลี ศรีพิทักษ์ ผู้จัดการส่วนบริหารตราสินค้า ประชาสัมพันธ์และลูกค้าสัมพันธ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับสื่อมวลชนชั้นนำของประเทศในกิจกรรมอบรมเทคนิคเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED

โดยยามาฮ่านำเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้ข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลเทคนิค ในการดีไซน์ออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาด พร้อมการดีไซน์การตกแต่ง ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในข้อมูลเครื่องยนต์ พร้อมทั้งเปิดให้ทดสอบขับขี่อีกครั้งในรูปแบบของการใช้งานจริงบนท้องถนน

สำหรับกิจกรรมอบรมเทคนิคเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED จัดขึ้นในวันที่ 3 สิงหาคม​ ณ ช็อกโกแลต วิลล์ ท่ามกลางการตอบรับเป็นอย่างดีจากสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างหนาตา

ยามาฮ่า ฉลองใหญ่ 20 ปี การเป็นผู้นำเทรนด์รถออโตเมติกเมืองไทยเปิดตัว ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ใหม่

ยามาฮ่า ฉลองใหญ่ 20 ปี การเป็นผู้นำเทรนด์รถออโตเมติกเมืองไทยเปิดตัว ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ใหม่ พร้อม 2 พรีเซนเตอร์ NEW GEN
มร.ทัตซึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันในการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี้ยะ! อย่างเป็นทางการ โดยมี 2 พรีเซนเตอร์สุด FAZZ!!! “MILLI” และ “TILLY BIRDS” ที่กำลังได้รับกระแสความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น Gen Z มาเป็นผู้ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยไปพร้อมกับ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED”
สำหรับ“ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี้ยะ! โดดเด่นล้ำสมัยด้วยสไตล์ใหม่ รูปทรงเก๋ พร้อมระบบเครื่องยนต์แบบไฮบริด ที่มาพร้อมกับแอปพลิเคชันสุดล้ำอย่าง Y-CONNECT ที่เชื่อมคุณกับรถให้เข้ากันอย่างง่ายดายพร้อม 9 ฟังก์ชันสุดฟาซ โดย “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” มีด้วยกัน 2 รุ่น 6 สีสุดเร้าใจในราคาแนะนำ 54,900 ในรุ่น Standard และ ราคาแนะนำ 56,600 บาท ในรุ่น Smart key
โดยในการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED มีขึ้น ณ Central LIVE HOUSE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

ยามาฮ่าตอกย้ำ 20 ปี ผู้นำรถออโตเมติกของเมืองไทย

จัดกิจกรรมใหญ่สุดอลังการกลางสยามสแควร์ เปิดตัว ALL NEW YAMAHA FAZZIO อย่างเป็นทางการ พร้อม 2 พรีเซนเตอร์สุดต๊าซ! “MILLI” และ “TILLY BIRDS”
ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกด้วย โอกาสพิเศษ ครบรอบ 20 ปี แห่งความสำเร็จของยามาฮ่าออโตเมติกในประเทศไทย เปิดตัวรถจักรยานยนต์ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! อย่างเป็นทางการ พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากพรีเซนเตอร์สุดต๊าซ! “MILLI” และ “TILLY BIRDS” ใจกลางสยามสแควร์

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับโอกาสพิเศษแห่งการฉลองครบรอบ 20 ปี แห่งความสำเร็จของยามาฮ่าในการเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ระบบออโตเมติกในประเทศไทย เราได้จัดกิจกรรมใหญ่สุด Fazz ใจกลางกรุงเทพมหานคร ในกิจกรรม ALL NEW FAZZIO F-SCAPE ให้ชาว Gen Z ได้มาค้นหาสไตล์ที่ใช่ไปกับ ALL NEW YAMAHA FAZZIO ที่สยามสแควร์ จุดศูนย์รวมของ New Generation และ New Style

โดยภายในงาน ALL NEW FAZZIO F-SCAPE พบกับแฟชั่นใหม่ที่รวมเข้ากับรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่อย่างลงตัว โดยแบ่งออกเป็นโซนแฟชั่นและรถจักรยานยนต์ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ที่ถูกตกแต่งตาม 4 สาย Fazz Style ทั้ง Fabulous สายสุดแนว, Frisky สายแอคทีฟ, Friendly สายเฮฮาปาร์ตี้, Fashionista สายแฟชั่น รวมทั้งกิจกรรมทดสอบขับขี่ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED พร้อมการเปิดตัว ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED อย่างเป็นทางการ และมินิคอนเสิร์ต จาก 2 พรีเซนเตอร์สุดต๊าซ! “MILLI” และ “TILLY BIRDS” ปิดท้ายความมันส์ในกิจกรรมกับ DJ ชื่อดัง เพื่อเอาใจสาวก New Generation ให้เป็น MY GEN ไปพร้อมกับ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED

พบกับ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE… MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 และสามารถติดตามความเคลื่อนไหว และข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่
Facebook: Yamaha Society Thailand
Instagram: @yamahasocietythailand
YouTube: Yamaha Society Thailand
Line OA: @yamahasociety

ใหม่!! ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด

รถจักรยานยนต์ ออโตเมติกแฟชั่นดีไซน์เทรนดี้สไตล์ใหม่ ฟาดทุกสี พร้อมลูกเล่นครบรอบคันตกแต่งได้หลากหลายตามใจชอบตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองน้ำหนักเบา ขับขี่ง่าย นี่แหล่ะ…คู่หูคันโปรดของคนรุ่นใหม่bit.ly/Yamaha_FAZZIO_2022
✅ เครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125
เผาไหม้สมบูรณ์ ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม
✅ สนุกอย่างปลอดภัย ด้วยระบบเบรก UBS
✅ ไฟหน้า-ไฟท้าย สไตล์ใหม่…ดีไซน์แคปซูล
✅ มิเตอร์แบบดิจิทัล สไตล์ใหม่…ดีไซน์แคปซูล
✅ ช่องต่อไฟชาร์จแบตเตอรี่มือถือ
✅ กล่องเก็บของใต้เบาะใหญ่ 17.8 ลิตร
✅ ฮุคสำหรับแขวนของ 2 จุด…เพิ่มความสะดวก
✅ เชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทสุดล้ำด้วย Y-Connect
และมั่นใจในการรับประกันมากกว่า
ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*
พบกับยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ดทั้ง 6 สี
ได้แล้ววันที่ตัวแทนจำหน่ายยามาฮ่าทั่วประเทศ แล้วเจอกัน!!

NEW YAMAHA MT-03 DARK BLAST…THE DARK SIDE OF JAPAN สปอร์ตเนคเก็ต ที่สุดในคลาส 300…สีใหม่ สุดเร้าใจ

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กระตุ้นความเร้าใจในการขับขี่ครั้งใหม่! พร้อมส่ง “NEW YAMAHA MT-03 DARK BLAST” สปอร์ตเนคเก็ตที่สุดในคลาส 300 สีใหม่! กับสีสันสุดเร้าใจ 2 สี 2 สไตล์ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ MT-Series ที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์สุดล้ำสมัย และเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะที่พร้อมตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มอารมณ์ตามแบบฉบับ THE DARK SIDE OF JAPAN

สำหรับ NEW YAMAHA MT-03 DARK BLAST สีใหม่! ยังคงเท่ สะดุดตา ดุดัน ตามสไตล์ MT-Series ด้วยชุดไฟหน้า FULL LED ดีไซน์แบบ TWIN-EYES และเทคโนโลยี MONO FOCUS LED ที่ใช้ในรถ Big Bike สว่างชัดทุกระยะการขับขี่, ไฟเลี้ยวแบบ LED ดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยว คมชัด, ถังน้ำมันรูปทรงใหม่ เท่ ดุดัน สไตล์ Big Bike สะท้อนเอกลักษณ์ MT-Series ให้ความกระชับในการขับขี่ยิ่งขึ้น, โช้คหน้า TELESCOPIC แบบ UPSIDE DOWN เพิ่มสมรรถนะการทรงตัว ซับแรงสั่นสะเทือนที่ดีขึ้นทั้งในช่วงทางตรงและทางโค้ง พร้อมหยุดรถได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ด้วยระบบเบรก ABS

นอกจากนี้ NEW YAMAHA MT-03 DARK BLAST สีใหม่! ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สุดล้ำสมัย ด้วยเรือนไมล์หน้าจอใหม่แบบ FULL LCD มัลติฟังก์ชั่น เท่ล้ำด้วยดีไซน์อัจฉริยะ พร้อมตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างสนุกสุดเร้าใจ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์แบบ DOHC 2 สูบ 8 วาล์ว ขนาด 321 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ทุกจังหวะการบิดคันเร่งเต็มไปด้วยความเร้าใจในทุกเส้นทาง

สำหรับ NEW YAMAHA MT-03 DARK BLAST สีใหม่! มาพร้อมกับสีสันใหม่ 2 สี 2 สไตล์ คือ “สีเทา” ให้ความรู้สึกเท่ล้ำสมัยสุดโฉบเฉี่ยวในยามค่ำคืน และ “สีดำ” เข้มขรึม ดุดัน ตั้งแต่หัวจดท้าย พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำ 196,500 บาท
โดยสามารถเป็นเจ้าของ NEW YAMAHA MT-03 DARK BLAST สปอร์ตเนคเก็ตที่สุดในคลาส 300…สีใหม่ สุดเร้าใจ!!! โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 และสามารถติดตามความเคลื่อนไหว และข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่
Facebook​: Yamaha Society Thailand
Instagram​: @yamahasocietythailand
Youtube​: Yamaha Society Thailand

 

ส่องเทรนด์ใหม่ All New Honda LEAD125 รถที่ใช่ในสไตล์มินิมอล

All New LEAD125 เทรนด์ใหม่ครองใจคนมินิมอล เปิดตัวภายใต้คอนเซปต์ LIVE A MINIMAL LIFE มินิมอลในแบบที่เป็นคุณ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ทั้งด้านดีไซน์เเละฟังก์ชันได้อย่างลงตัว วันนี้เราจะพาไปส่อง 5 เหตุผลที่ All New LEAD125 สามารถครองใจคนสไตล์มินิมอล จนเป็นเทรนด์ใหม่ของรถตระกูล เอ.ที.
1.ดีไซน์มินิมอลรอบคัน มองยังไงก็ไม่เบื่อ
ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ด้วยเส้นสายโครเมียมรับกับกริลล์หน้าอย่างลงตัว หน้าปัดเรือนไมล์ดีไซน์รูปทรงตัว V พร้อมจอแสดงผลครบครัน เเละที่จับหลังที่นอกจากจะดีไซน์ทันสมัยยังตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยอีกด้วย
2.สมาร์ทไลฟ์กับกุญเเจรีโมทอัจฉริยะ
ล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิมด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Honda Smart Key) ให้ผู้ใช้สตาร์ตเครื่องยนต์ได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมฟังก์ชันระบุตำแหน่งรถ ป้องกันการโจรกรรม
3.ขุมพลังใหม่ ครั้งเเรกในคลาส 125 ซีซี
ขุมพลังเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ครั้งแรกในตระกูล เอ.ที. คลาส 125 ซีซี โดยเครื่องยนต์ eSP+ ถือเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดของฮอนด้า ให้แรงบิดดี ตอบสนองการขับขี่ได้ดั่งใจ
4.สะดวกสบายไปกับไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัล
ล้ำไปอีกขั้นด้วยที่เสียบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบ USB Type A เเละถังน้ำมันเชื้อเพลิงด้านหน้า เติมน้ำมันง่ายเพียงแค่นิ้วสัมผัส โดยไม่ต้องลงจากรถ
5.เก็บของได้จุใจที่สุดในตระกูลรถ เอ.ที. คลาส 125 ซีซี
U-Box ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 37 ลิตร ใหญ่ที่สุดในรถตระกูล เอ.ที. คลาส 125 ซีซี จุใจเพิ่มอีกด้วย ช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ เเละที่แขวนสัมภาระอเนกประสงค์แบบหมุนได้ (Rotation Hook) พร้อมที่ล็อก หมดกังวลเรื่องสัมภาระตกหล่น
จาก 5 เหตุผลทำให้ All New LEAD125 ตอบโจทย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์เเละฟังก์ชัน จนเป็นเทรนด์ใหม่ของรถตระกูล เอ.ที. ถ้าคุณเป็นคนที่มองหารถที่ใช่ เเบบไลฟ์สไตล์คนเมือง
All New LEAD125 มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาว สีแดง และสีน้ำเงิน เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 58,500 บาท เเละเเสดงความมินิมอลในเเบบคุณไปอีกขั้นกับ All New LEAD125 Special Edition มาพร้อมชุดแต่ง H2C By Honda วางจำหน่ายจำนวนจำกัด 3,000 คัน ราคาแนะนำ 59,200 บาท
ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ All New LEAD125 ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand

เปิดตัวแล้ววันนี้สำหรับ Keeway versilia 150 สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม

Keeway Versilia 150 New Icon of Style : สนุกทุกความท้าทาย…เป็นใครก็มันส์ได้ เริ่มตันความสนุกกันอีกครั้ง…เมื่อคีเวย์ ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาด ดอกย้ำการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี ในประเทศไทย สร้างความมั่นใจ ด้วยตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ และที่สำคัญในการก้าวสูปีที่ 11 นั้น ทางบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริการ

โดยได้ผนึกกำลังกับ Beneli Servizio ที่พร้อมจัดจำหน่าย และให้บริการกับรถจักรยานยนต์คีเวย์ทุกคัน เพื่อขยายการบริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญศูนย์บริการทุกแห่งจะได้รับการอบรมด้วยมาตรฐานเดียวกับทางเบเนลลี่ Versiia เป็นเมืองที่มีความสนุกและเต็มไปด้วยวัฒธรรม ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของอิตาลีบนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของอิตาลีและเป็นเมืองชายหาดที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นทอสกานี่ แสดงถึงความสมบูรณ์แบบในด้านสุนทรียะภาพแบบคลาสสิก ย้อนเวลากลับไปอย่างมีสไตล์ด้วยสกู๊ตเตอร์ Keeway Versilia150 Versiia 150 ที่มาพร้อมความสนุก ในสไตล์ของอิตาเลี่ยนสกู๊ตเตอร์ ในคลาส 150 ซีซี
อโตเมติกพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยการออกแบบ แฝงด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิก และยังให้ความสำคัญกับสมรรถะและการใช้งานของผู้ขับขี่ ตอบโจทย์ใลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ 149.6 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ พร้อมจ่ายน้ำมันชื้อเพลิงด้วยระบบ EF ให้กำลังสูงสุด 7.2 กิโลวัตต์ ที่ 7,000รอบ/นาทีแรงบิดสูงสุดที่ 10.5 นิวต้นเมตรที่ 6.,500 รอบ/นาที Versilia 150 ตอบโจทย์การใช้งานด้วยกุญแจแบบ Keyless พร้อมเสียงสัญญาณป้องกันการโจรกรรม โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Ful LED
ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ดูหรูหราทันสมัย โดยไม่ทำให้ทัศนวิสัยลดลง พร้อมแถบไฟ LED DRL dayime running light สุดล้ำพาดผ่านครอบคลุมสัญญาณไฟเลี้ยวที่เพรียวบาง เรือนไมล์ได้รับการออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่มีไตล์ มีพร้อมพอร์ตซาร์จไฟที่อยู่ภายในกล่องหน้ารถ และที่เก็บของใต้เบาะ U B・x ขนาด 23 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน๊อคเต็มใบได้ ถังน้ำมันขนาบด้วยเบาะสไตล์วินเทจแบบ 2 ตอน ระบบกันสะทือนหน้าและหลังแบบเทเลสโคปีก ล้ออัลลอยด์สีตำขนาด 12 นิ้ว และหลัง 120/70 เน้นความคล่องตัว ด้วยวงเลี้ยวที่แคบ เหมาะกับการใช้งานในเมือง
เพิ่มความทันสมัยและความปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาด 185 มม. Verslia 150 มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น ได้แก่ Versilia 150 Standard สี ROSSO CORSA RED (แดง) ราคาแนะนำ 61,200 บาท และ Versilia 150 Special Keyless สี SUPER WHITE (ขาว) และ สี LAVA GREY(เทา) ราคาแนะนำ 63,500 บาทพร้อมการรับประกัน 3 ปี 30,000 กิโลเมตร
ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศคลิกเลย!! ttps;//it.ly/3eqrUBKและสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ Keeway Versilia150 ได้ที่
Website : www.keeway-thailand.com Facebook: KeewayMotorcycle Line : @Keeway