“ราซกัตลิโอกลู” ร้อนแรงต่อเนื่อง บิดเบิ้ลแชมป์ แม็กนี-คูร์ส

โทปรัค ราซกัตลิโอกลู #1 แชมป์โลกชาวเติร์ก สังกัดพาต้า ยามาฮ่า วิธ บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค บิดคว้าดับเบิ้ลแชมป์จากการชิงชัยในสนามที่ 7 ศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ 2022 ที่ แม็กนี-คูร์ส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เก็บแต้มรั้งรองจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ

ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2022 ยกพลดวลความเร็วสนามที่ 7 ของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน ที่ผ่านมา ณ แม็กนี-คูร์ส ประเทศฝรั่งเศส ระยะทางต่อรอบ 4.411 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 3 เรซ ในรายการพิเรลลี่ เฟรนช์ ราวนด์
โดย โทปรัค ราซกัตลิโอกลู #1 แชมป์โลกคนปัจจุบัน สังกัดพาต้า ยามาฮ่า วิธ บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค สามารถเดินหน้าคว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง บิดคว้าชัยจากการชิงชัยในเรซที่ 2 และ ซูเปอร์โพลเรซ หลังทำได้ดีที่สุดด้วยการซิ่งเข้าเส้นชัยด้วยอันดับ 11 ในเรซแรก เก็บแต้มรั้งอันดับ 2 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 302 คะแนน
ด้าน อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 ดาวบิดอิตาเลียนเพื่อนร่วมสังกัด เดินหน้าคว้าแต้มได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน หลังบิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 7 ในเรซแรก ต่อด้วยอันดับ 10 ในซูเปอร์โพลเรซ และส่งท้ายเกมที่ แม็กนี-คูร์ส ด้วยอันดับ 7 ในเรซที่ 2 เก็บไปได้ 166 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับ 5
สำหรับการแข่งขันสนามที่ 8 ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2022 มีคิวดวลความเร็วในวันที่ 23-25 กันยายน ณ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ในรายการคาตาลุนญ่า ราวนด์

“อินทรีแซงค์” กฤษฎา ฟอร์มโหด! เก็บชัยสนามส่งท้าย ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ครอสชิงแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยซ้อน

“อินทรีแซงค์” ขุนพลฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ หมายเลข 17 ฝ่าโคลนปิดฤดูกาลสนามที่ 10 ส่งท้ายรายการ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งทางฝุ่นคนแรกทำสถิติครองแชมป์ประเทศไทย 4 ปีติดต่อกัน

“อินทรีแซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ควบเดิร์ทไบค์คู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข17 ภายใต้สังกัดทีมแข่ง Honda Racing Thailand Idemitsu Bridgestone D.I.D Supersprox Promedic Smotor ลุยปักโคลนสนามไร่พีบี วัลเล่ย์ จังหวัดเชียงราย ในการแข่งขันซูเปอร์ครอสชิงแชมป์ประเทศไทยรายการ FMSCT Thailand Supercross Championship 2022 สนามที่ 10 รุ่น MX250-A เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ 11 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนการแข่งขันฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้สภาพสนามซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่สวนไร่พีบี วัลเล่ย์ มีสภาพกลายเป็นสนามโคลน เมื่อเริ่มการแข่งขัน “อินทรีแซงค์” กับเดิร์ตไบค์คู่ใจหมายเลข17 ก็สามารถลุยฝ่าแอ่งโคลนผ่านโค้งแรกด้วยตำแหน่งที่ 2 ก่อนจะไล่บดผู้นำและแซงขึ้นรั้งอันดับหนึ่งได้ในเวลาเพียง 1 รอบเศษ และควบเดิร์ตไบค์คู่ใจทะยานหนีห่างจากตำแหน่งที่ 2 ก่อนที่ธงตราหมากรุกจะสะบัดประทับชัยให้กับ“อินทรีแซงค์” พร้อมคว้าแต้มสะสม 20 คะแนนเต็ม รวมคะแนนสะสมจบฤดูกาลที่ 160 คะแนน เหนือคู่แข่งอันดับ 2 ถึง 9 คะแนน ป้องกันแชมป์ประเทศไทยให้อยู่กับฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ด้วยการสร้างสถิติใหม่เป็นนักแข่งซูเปอร์ครอสคนแรกที่ครองแชมป์ประเทศไทย 4 ปีติดต่อกัน
ขณะที่อีกหนึ่งนักแข่งจากฮอนด้า สุภัทรชัย ผักเครือ หมายเลข132 ทีมเมทของ“อินทรีแซงค์” ก็ปิดฤดูกาลด้วยตำแหน่งที่ 4 ในสนามนี้

“ยามาฮ่า” ปลุกกระแส THAI GP 2022 อัดกิจกรรมแน่นตลอดงานเอาใจแฟน MotoGP

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขายและการตลาด นางสาวบัวทิพย์ จันทร์ดำรงกุล  รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ก้องศักด ยอดมณี  ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายธัชกร หัตถาธยากูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้างฯ ในการแถลงข่าวเตรียมความพร้อมนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการ OR Thailand Grand Prix 2022 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 ภายใต้บรรยากาศการต้อนรับและสีสันกองเชียร์ที่มีเอกลักษณ์จนได้รับความประทับใจจากแฟนความเร็วทั่วโลก

โดย ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เชิญชวนลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารวมถึงแฟนความเร็วชาวไทยร่วมส่งแรงเชียร์ทัพนักบิดค่ายยามาฮ่า นำโดยเจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุด ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร #20 พร้อมคู่หู ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี #21 รวมถึง เขมินท์ คูโบะ #81 ดาวบิดไทยที่ลงทำการแข่งขันในรุ่น Moto2 ภายใต้สังกัด VR46 Master Camp Team พร้อมกันนี้ยามาฮ่าได้ร่วมสร้างสีสันให้กับงานที่บูธ YAMAHA REV CIRCUIT จัดเต็มด้วยสินค้าราคาพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้ทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YAMAHA E01 และชมรถแข่งระดับแชมป์โลก YZR-M1 อย่างใกล้ชิด
สำหรับการแถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขัน THAI GP 2022 ในครั้งนี้จัดขึ้น ณ สโมสรราชพฤกษ์ ถ.วิภาดีรังสิต เมื่อเร็วๆ นี้

เปิดตัว New Honda CT125 ด้วยคอนเซปต์ The Trail Explorer ยกระดับไลฟ์สไตล์ความสนุกด้วยสีสัน และเครื่องยนต์ใหม่

CUB House by Honda เปิดตัว New Honda CT125 รถจักรยานยนต์สไตล์เทรล ที่มาพร้อมสีใหม่และเครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ที่สามารถปรับระดับได้ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุกยิ่งกว่าเดิม

New Honda CT125 มาพร้อมคอนเซปต์ The Trail Explorer ได้เวลาท้าทาย…ครั้งใหม่ นำเสนออีกมุมมองของไลฟ์สไตล์ด้วยสีเทาใหม่ ที่ให้ทั้งความเท่ มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และยังถ่ายทอดความเป็นตำนานของ CT Series ที่มีมาตั้งแต่ปี 1960 ได้อย่างชัดเจน
New Honda CT125 ยังมาพร้อมการยกระดับในด้านสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ที่ได้รับการพัฒนาให้มีแรงบิดมากขึ้น อัตราเร่งดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลัง Adjustable Rear Suspension ที่สามารถปรับค่า Preload ได้ถึง 5 ระดับ รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่บนเส้นทางปกติ หรือเส้นทางที่ท้าทาย
พร้อมกันนี้ CUB House by Honda ยังพร้อมส่งมอบอีกหนึ่งความพิเศษด้วย New Honda CT125 Stanley Special Edition 150 คัน ที่มาพร้อมชุดแต่ง 14 รายการ จากแบรนด์ Stanley และ H2C ที่ถ่ายทอดความเท่ขั้นสุดอย่างแตกต่าง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของสายเเคมป์ปิ้ง พร้อมลุยได้ทุกที่
New Honda CT125 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาใหม่ สีแดง (แร็กท้ายสีดำ) และ สีเขียว (แร็กท้ายสีเขียว) วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 88,900 บาท และรุ่นพิเศษ CT125 Stanley Special Edition วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 108,700 บาท ที่ CUB House Flagship ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่ CUB House Corner ในศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊ก fb.com/cubhousebyhonda

ฮอนด้า มุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าหวังสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน

สรุปแถลงการณ์ธุรกิจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
– มุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าหวังสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน –
– ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านการผลิตรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปีทศวรรษ 2040s และยังคงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (Internal Combustion Engine หรือ ICE) อย่างต่อเนื่อง
– ฮอนด้าวางแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2025 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า และ 3.5 ล้านคัน (หรือ 15% ของยอดขายรวม) ภายในปี 2030
– ในฐานะผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก ฮอนด้าครองความเป็นผู้นำแห่งยุคของความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งมอบความสุขจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านทุกผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของบริษัทภายในปี 2050 โดยวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ฮอนด้าจัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าในธุรกิจรถจักรยานยนต์ โดยคุณโคเฮ ทาเคอุจิ Director, Executive Vice President and Representative Executive Officer of Honda Motor และ คุณโยชิชิเกะ โนมูระ (Managing Officer)
โดยมีสาระสำคัญดังนี้ :
1. ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
เพื่อรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก ฮอนด้านำเสนอผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์หลายรุ่น ตั้งแต่คอมมิวเตอร์รุ่นเล็กสำหรับการเดินทางในเมือง ไปจนถึงรุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้นมีความต้องการรถจักรยานยนต์อย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นรุ่นคอมมิวเตอร์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ดี รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากน้ำหนักที่มาก ราคาที่สูง และความต้องการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังขึ้นกับมาตรการส่งเสริมและกฎระเบียบของรัฐ รวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานบริการชาร์จไฟฟ้าในแต่ละประเทศ
จากการพิจารณาสถานการณ์ดังกล่าว ฮอนด้ายังคงผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (ICE) ในขณะเดียวกันพร้อมเร่งผลิตรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เน้นกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ทุกคันในช่วงปีทศวรรษ 2040s นอกจากนี้ฮอนด้ายังคงความเป็นผู้นำด้านโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์อีกด้วย
<เดินหน้าโครงการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน (ICE) อย่างต่อเนื่อง>
เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมกับรองรับความต้องการอันหลากหลายของผู้ขับขี่และการใช้งานที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ฮอนด้ายังมีโครงการพัฒนารถจักรยานยนต์รุ่นที่ใช้น้ำมัน (ICE models) แบบช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไปพร้อมๆ กับผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นที่สามารถใช้พลังงานที่สร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน เช่น รุ่นที่ใช้แก๊สโซลีนผสมเอทานอล เป็นต้น
ตัวอย่าง เช่น ในประเทศบราซิล ที่มีรถจักรยานยนต์ใช้พลังงาน flex-fuel หรือ E100*1 ฮอนด้ายังได้วางแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใช้พลังงาน flex-fuel ในอินเดียซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ โดยจะเปิดตัวรุ่น flex-fuel (E20) *1 ประมาณต้นปี 2023 และ รุ่น flex-fuel (E100) ในปี 2025
*1 แก๊สโซลีนผสมเอทานอล มีอัตราการผสมหลายระดับ ตั้งแต่แก๊สโซลีน 100% ไปจนถึงเอทานอล 100% ส่วน E100 หมายถึง เอทานอล 100% และ E20 หมายถึง เอทานอล 20%
2. สร้างสรรค์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า
<เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้ขับขี่หลากหลายรูปแบบ>
จากการคาดการณ์การขยายตัวของตลาด ฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่รองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้ขับขี่ ตั้งแต่รุ่นคอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง ไปจนถึงรุ่นใหญ่ขับขี่เพื่อความสนุก ฮอนด้าเตรียมนำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2025 ตั้งเป้ายอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปี ภายใน 5 ปีข้างหน้า และ 3.5 ล้านคัน (ประมาณ 15% ของยอดขายรวม) ภายในปี 2030
โดยมีรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดังต่อไปนี้ :
1. รถจักรยานยนต์คอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง Commuter EVs
ในยุคที่ทุกกิจกรรมหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความต้องการใช้รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการผู้ขับขี่ประเภทนี้ ฮอนด้านำเสนอ Honda e: Business Bike Series พร้อมเร่งเปิดตัวรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับธุรกิจในตลาดโลก นอกเหนือจากการส่งมอบ Honda e: Business Bike Series ให้กับบริษัทไปรษณีย์ของญี่ปุ่นและเวียดนาม* 2 เพื่อการทำงานบริการส่งสินค้าไปรษณีย์แล้ว ปัจจุบันฮอนด้ายังทดลองจับมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด*3 ทั้งยังวางแผนผลิตและจำหน่ายรุ่น BENLY e: ในประเทศไทยก่อนสิ้นเดือนนี้ สำหรับรถจักรยานยนต์ Honda e: Business Bike Series มาพร้อมกับ Honda Mobile Power Pack (MPP) แบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ เหมาะกับการใช้งานธุรกิจประเภทส่งสินค้าชิ้นเล็ก และช่วยแก้ปัญหาเรื่องประเภทไฟฟ้าและระยะเวลาชาร์จไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นข้อท้าทายหลักในการทำให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่แพร่หลาย
สำหรับการใช้งานส่วนบุคคล ฮอนด้าเตรียมแผนเปิดตัว Commuter EV สองรุ่นในปี 2024 และ 2025 ในเอเชีย ยุโรป และญี่ปุ่น ในอนาคต ฮอนด้ายังคงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนอื่นๆ นอกเหนือจากแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้
2. รถจักรยานยนต์รุ่นคอมมิวเตอร์ขับขี่ในเมือง Commuter EMs*4 / EBs*5
ปัจจุบัน รุ่น EMs และ EBs ครอง 90 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก หรือประมาณ 50 ล้านคัน ในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รุ่น EMs / EBs เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน และฮอนด้านำเสนอผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยการยกระดับโครงสร้างบริการพื้นฐานให้กับผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและพัฒนา โดยคาดว่าความต้องการรุ่น EMs / EBs จะขยายในวงกว้างขึ้นและครอบคลุมไปทั่วโลก พร้อมมีแผนเปิดตัว EMs / EBs รุ่นกะทัดรัดในราคาที่จับต้องได้ 5 รุ่น ตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงปี 2024 ในตลาดเอเชีย ยุโรป และญี่ปุ่น
3. FUN EVs รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก
นอกจาก commuter EVs แล้ว ฮอนด้ายังได้พัฒนาและนำเสนอรถจักรยานยนต์รุ่นใหญ่ที่ขับขี่ได้อย่างสนุก “Fun” EV models โดยจะเปิดตัว “Fun” EV models ทั้งหมดสามรุ่นในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป ในช่วงปี 2024 และ 2025 พร้อมกับเปิดตัว “Kid Fun EV model” สำหรับเด็กที่ออกแบบเพื่อส่งต่อความสุขในการขับขี่ให้กับคนรุ่นใหม่อีกด้วย
*2 บริการไปรษณีย์ของเวียดนาม
*3 บริการไปรษณีย์ไทย
*4 ประเภทไฟฟ้า: ความเร็วสูงสุด: 25 กม./ชม.~50 กม./ชม.
*5 ประเภทรถจักรยานไฟฟ้า ไม่รวมรถจักรยานที่ใช้ไฟฟ้าช่วย ความเร็วสูงสุด 25 กม/ชม หรือต่ำกว่า
<กระบวนการผลิตแบบประสิทธิภาพสูง “Monozukuri” ที่ช่วยขยายการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมเพิ่มยอดการจำหน่าย>
ด้วยความก้าวหน้าของการผลิตแบบ “Monozukuri” ที่สั่งสมจากการพัฒนาและการใช้แพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์รุ่นที่ใช้น้ำมัน ฮอนด้าพัฒนาและนำมาประยุกต์ใช้กับแพลตฟอร์มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ประสานองค์ประกอบหลัก 3 ประการของยานพาหนะไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ PCU และเครื่องยนต์ เข้าด้วยกัน โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยกระบวนการผลิต Monozukuri ประสิทธิภาพสูง เพื่อมอบความสุขในการขับเคลื่อนด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้
ในส่วนของแบตเตอรี่ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของพาหนะไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งเป้าติดตั้ง แบตเตอรี่แบบแข็ง (All-solid-state battery) ที่มีเสถียรภาพสูงในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ฮอนด้ากำลังพัฒนาโดยการใช้แหล่งพลังงานของตนเอง
3. เพิ่มความสะดวกและความชาญฉลาดในการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
<โครงการริเริ่มเพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการชาร์จแบตเตอรี่และการกำหนดมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่>
การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการชาร์จแบตเตอรี่และการกำหนดคุณสมบัติที่เป็นมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่แพร่หลาย ฮอนด้า ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการชาร์จแบตเตอรี่นั้น ได้เน้นการดำเนินงานเพื่อให้มีการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
1. ส่งเสริมการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันให้เป็นที่แพร่หลาย
– ฮอนด้ามีธุรกิจร่วมในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ดำเนินการให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกัน จากการใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ MPPs และรถจักรยานยนต์พลังงานจากแบตเตอรี่ MPP โดย JV เริ่มให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันแล้วในเมืองบาหลี
– ในอินเดีย ฮอนด้าเตรียมวางแผนเริ่มให้บริการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันสำหรับใช้ในรถแท็กซี่สามล้อ (หรือที่เรียกกันว่า ริกชอว์) ภายในปลายปีนี้ ฮอนด้ายังวางแผนขยายโครงการริเริ่มใช้แบตเตอรี่ร่วมกันให้เป็นที่แพร่หลายในประเทศอื่นๆ ในเอเชีย
– ในญี่ปุ่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัท ENEOS Holdings, Inc. และผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ 4 แห่ง*6 ร่วมมือกับ Gachaco, Inc. ผู้ให้บริการแบ่งปันการใช้แบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ที่ได้มาตรฐาน สำหรับรถจักรยานยนต์และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการให้บริการ โดยบริษัทเตรียมให้บริการเพื่อการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้
2. กำหนดมาตรฐานแบตเตอรี่
– ในญี่ปุ่น ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์มีการตกลงกันเรื่องคุณสมบัติทั่วไปของแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้โดยยึดแนวปฏิบัติเรื่องแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ (JASO TP21003*7 Guideline)
– ฮอนด้ามุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้ พร้อมกับเข้าร่วมประชุมสมาคมแบตเตอรี่ในยุโรป*8 ทั้งยังร่วมมือกับบริษัทร่วมทุนในอินเดีย
*6 บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ จำกัด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และบริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
*7 สมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น รายงานวิชาการ TP21003 ขององค์กร JASO แนวปฏิบัติเรื่องแบตเตอรี่ที่สลับเปลี่ยนได้ สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ “Guideline For Swappable Batteries Of Electric Two Wheel Vehicles”
*8 สมาคมแบตเตอรี่ที่สลับเปลี่ยนได้สำหรับรถจักรยานยนต์ (Swappable Batteries Motorcycle Consortium หรือ SBMC) ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อการขับเคลื่อน
<เสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์>
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งปรับเปลี่ยนธุรกิจจากการเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำรายได้เพียงครั้งเดียว สู่รูปแบบธุรกิจที่ผสมผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮอนด้าร่วมงานกับ Drivemode*9 บริษัทซอฟต์แวร์ในเครือ ยกระดับมูลค่าการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในโลกยุคที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อกัน โดยเริ่มจากรุ่น Commuter EV ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2024 ฮอนด้ามอบประสบการณ์การขับขี่สุดแสนเพลิดเพลินให้กับผู้ใช้งาน (UX) ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อ อาทิ อุปกรณ์ที่ช่วยเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงวิถีถนน จุดชาร์จไฟฟ้า แนะแนวการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมการบริการหลังการขายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจตลอดเส้นทาง
ในอนาคต ฮอนด้าจะมุ่งสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกสิ่ง เพิ่มคุณค่าการใช้งานที่ไม่เพียงเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าทุกประเภท เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด
*9 ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้เพื่อการขับขี่อย่างสะดวกสบาย Drivemod