Forza Super Blue By Modern Parts

ความสะดวกความสบายบนท้องถนนใครว่าจะไม่มีกับรถจักรยานยนต์ FORZA300 แสดงให้เห็นแล้วว่า สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่นิ่มนวลขับขี่คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ตำแหน่งท่านั่งที่ให้ความสบาย มีดีไซน์ที่โดดเด่น และฟิคเจอร์สุดล้ำสมัย วินชิลด์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

จากการตั้งตารอคอยกันมานานแรมปีกับโฉมใหม่ของบิ๊กสกู๊ตเตอร์รหัส FORZA ของค่ายปีกนก เปิดตัวมาก็เรียกกระแส และโกยรายได้ไปอย่างรวดเร็ว และก็ตามมาด้วยออพชั่นเสริมต่างๆ ที่ผลิตเพื่อซับพอร์ทการตกแต่งความสวยงาม ทำให้เห็น FORZA สวยๆ มากมายบนท้องถนน

สำหรับ FORZA300 คันนี้ สีสันยังคงไม่เปลี่ยนใช้สีทูโทนสแตนดาร์ดจากโรงงานแบบนี้ก็สวยแล้ว ก็มีการปรับเสริมเติมแต่งให้ดูหล่อมากขึ้น เปลี่ยนจานดิสก์เบรกจาก 256 มม. เพิ่มไดมิเตอร์ให้ใหญ่ขึ้นด้วยขนาด 290 มม. และเป็นแบบให้ตัวได้กับโฟลท์ติ้งอลูมินัม คาลิเปอร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ Swits เรเดียลเม้าท์ ขนาด 100 มม. 4 พอร์ท ข้อต่อและสายน้ำมันสแตนเลสถัก Swits ชุดปั๊มแรงดันดิสก์เบรก เบรก ซ้าย-ขวา จาก Adelin 19 RCS กระปุกน้ำมัน Soluts เสริมที่วางเท้า CNC อลูมินัมสีน้ำเงินจาก Revolution แร็คท้ายและกันล้มท่อจาก Revolution สำหรับดิสก์เบรกหลังสร้างขาจับใหม่ ใช้คาลิเปอร์ด้วงจาก swits และ ข้อต่อสายน้ำมันจาก Swits ช่วงหลังเสริมความหนึบและความนิ่มนวลกระการซับแรงกระแทกของระบบซับเพนชั่น โช้คอัพหลังถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อรถรุ่นนี้จากแบรนด์ชั้นนำ Gazi มีซับแท้งค์บิ้วท์อินที่สามารถปรับการทำงานได้เต็มระบบ

Honda Test All New CBR500R FAST FORWARD ขีดสุดแห่งความสปอร์ต

บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ได้จัดเตรียมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ระดับท็อปคลาส All New CBR500R มาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบขับขี่กันชนิดเต็มรูปแบบ บนแทร็คสนามแข่งระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ทัพสื่อมวลชนชั้นนำทุกแขนงในเมืองไทยเดินทางมาถึงสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กันตั้งแต่เช้า และได้รับการต้อนรับจากตัวแทน และทีมงานแมคคานิค เข้าสัมมนาเรื่องเทคโนโลยีเครื่องยนต์ และรายละเอียดต่างๆ ที่มีการปรับเพิ่มเติมให้กับโมเดลสปอร์ตยอดนิยม หลังจากนั้นก็จัดการแบ่งกลุ่มขับขี่ และการแนะนำไลน์ขับขี่ในสนามแข่งระกับโลก กับสองนักแข่งระดับโลกเช่นกัน ฟีม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ และ ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ก่อนที่จะไปลงไปเค้นสมรรถนะเอาฟิลลิ่งต่างๆ ในสนามแข่ง อยากให้รู้ถึงการอัพเกรดชุดใหญ่ไฟสปอร์ตไลท์กันก่อนว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่มันโดดเด่น และน่าสัมผัสอย่างไร

เครื่องยนต์เป็นพื้นฐานเดิม Parallel Twin 2 สูบเรียง ขนาด 471 ซีซี DOHC 4 วาล์ว/สูบ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 47.5 แรงม้า (35kw) ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที เกียร์ 6 สปีด การอัพเกรดใหม่เน้นหลักๆ ในส่วนของเครื่องยนต์คือ พละกำลังที่รีดออกมาได้อย่างราบรื่นลากกันยาวๆ เพลาลูกเบี้ยว (แคมชาร์ฟ)ใหม่ ปรับองศาการเปิด/ปิดวาล์ว เพิ่มระยะยกไอดีขึ้นอีก 0.3 มม. ช่วยให้รอบปลายไหลได้ยาวกว่าเดิม ได้แรงม้าขึ้นมาอีกนิดหน่อย ตัวกรองอากาศและไส้กรองใหม่ การวางไส้กรองต่างจากรุ่นเดิมให้อากาศไหลเวียนได้สะดวกมากขึ้น กล่อง ECM(ECU) อัจฉริยะใหม่ (Engine Control Module) สั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและจุดระเบิดแม่นยำขึ้น หัวเทียนและองศาจุดการระเบิดใหม่ ปรับจากรุ่นเดิมที่ 6 องศาเป็น 8 องศา หรือเรียกง่ายๆ ว่าไฟแก่ขึ้นกว่าเดิมทำให้อัตราการเร่งในช่วงต้นรุ่นแรงจัดจ้านรวดเร็ว ระบบคลัทช์ใหม่เป็นแบบ Assist Slipper Clutch และลดจำนวนสปริงกดคลัทช์จาก 4 ตัวเป็น 3 ตัว ให้การบีบที่นิ่มสบายมากขึ้น สำหรับรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวสปอร์ตเร้าใจน่าสัมผัส ชุดแฟริ่งเต็มคัน ไฟหน้าสองดวงแบบ LED เรือนไมล์แบบฟูลดิจิตอล จอแสดงผล LCD อ่านง่ายเด่นชัด มีไฟชิฟไลท์เตือนให้เปลี่ยนเกียร์ในรอบที่เหมาะสม และสัญญาณเตือนไฟเบรกกระทันหันเพื่อความปลอดภัย ท่านั่งที่เน้นความสปอร์ต ด้วยแฮนด์ลดตำแหน่งลงไฟจับโช้คอยู่ใต้แผงคอ ทำให้การควบคุมคล่องตัว สวิงอาร์มใหม่ที่มีชุดปรับตั้งโซ่แบบเดียวกับรถ Supersport ขนาดใหญ่ มือเบรก, มือคลัทช์ มีการทำมาร์ค Expire Mark เมื่อเกิดอุบัติเหตุมือเบรกและมือคลัทช์จะหักตรงจุดที่เซาะร่องไว้แค่นั้น ทำให้เหลือพื้นที่ของมือเบรกและมือคลัทช์ให้ใช้งานต่อได้ โช้คอัพหน้ายังคงเป็นแบบเทเลสโคปิกแกนขนาด 41 มม. สามารถปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ โช้คอัพหลังเดี่ยว Pro Link ปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ ดิสก์หลังเดี่ยวขนาด 240 มม.คาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ

สำหรับการอัพเกรดครั้งใหญ่นี้ทำให้ตัวรถและเทคโนโลยีเครื่องยนต์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รูปทรงที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น สปอร์ตมากยิ่งขึ้น อยากสัมผัสเข้าถึงความสปอร์ตบนความสบายที่ควบคุมง่ายกับ All New Honda CBR500R เปิดตัวที่ราคา 217,000 บาท มี 3 สีให้เลือกคือ Pearl Metalloid White (ขาว), Mat Axis Gray Metallic (ดำ) และ Grand Prix Red (แดง) ไปยลโฉมได้ที่ Honda Bigwing ทั่วประเทศ“ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่สัมผัสสนามแข่งระดับโลก แต่กับ CBR500R นี่ละน่าสนใจมาก…การทดสอบขับขี่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม จะได้ขี่กลุ่มละ 20 นาที และฮีท เอาแบบให้หายอยากกันไปเลย แต่ก่อนที่จะขับขี่ทีงานแมคคานิคได้รับข้อมูลจากนักแข่งในการปรับเซ็ทพรีโหลดโช้คอัพหน้าให้เหมาะกับการขับขี่เพิ่มขึ้นไปอีก 5 ระดับ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และเริ่มออกตัวด้วยการขับขยับตัวพลิกเสี้ยวทางแคบและกว้าง ทำความรู้จักกันสักพักก่อน จากนั้นก็เข้าสู่แทร็คโดยจะมี ฟีม และ ก้อง นักแข่ง Moto2 คอยนำไลน์ สิ่งแรกที่รู้สึกได้ก็คือความนิ่มนวลของคลัทช์สายบีบง่ายสบายมือ ท่านั่งสปอร์ตกว่าเดิม แต่ไม่ถึงกับก้มตัวลงต่ำจนเมื่อยหลัง นั่งได้กระชับ การพลิกรถในโค้งกว้างและแคบทำได้รวดเร็ว ด้วยการปรับเปลี่ยนสวิงอาร์มและองศาของโช้คหลังใหม่ ดิสก์เบรกสั่งงานได้ฉับไว การก้มหลังได้แนบและกอดไปกับถังน้ำมันหลบลมได้ดีถึงแม้จะออกแบบใหญ่ขึ้นจุน้ำมันได้ถึง 17.1 ลิตร ทางไกลขนาดไหนก็ไม่กังวลพอเริ่มจัดท่าทางได้ในรอบแรก จากนั้นก็เริ่มเพิ่มความเร็วไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่ท็อปสปีดที่ทำได้บอกเลยว่าลากกันไปยาวๆ 178 กม./ชม. (นักแข่งทำได้ 180 Up) ในความเร็วระดับนี้การเบรกและรวบเกียร์ลงอย่างรวดเร็วแบบรถแข่ง จากเกียร์ 6 ลงมาเกียร์ 2 การทำงานของระบบ Assist Slipper Clutch ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รอบเครื่องยนต์ล้อหลังสัมพันธ์กันลดอาการสไลด์ให้ควบคุมรถเข้าโค้งได้อย่างง่ายดาย และการบีบคลัทช์ที่ใช้แรงเพียงน้อยนิด อย่างน่าประทับใจ อัตราการเร่งออกจากโค้งให้กำลังที่ต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ารอบเครื่องยนต์ที่ตัดจะอยู่เพียง 8,500 รอบ/นาที ที่จะต้องต่อเกียร์ การเปลี่ยนองศาของเพลาลูกเบี้ยวแสดงแสนยานุภาพ ในรอบปลายลากกันไหลยาวๆ ถึงจะมีช่วงดันขึ้นเนินจากโค้ง 3 ไป โค้ง 4
ลงล้อแม็กและยาง Dunlop Sportmax หน้าขนาด 120/70ZR17 และยางหลังนาด 160/60ZR17 ถึงแม้จะเป็นยางติดมากับตัวรถเพื่อใช้งานทั่วไป แต่พอมาใช้งานบนพื้นแทร็คก็ทำได้ดีไม่มีอาการย้วยหรือสไลด์ มีความนุ่มนวลซับแรงกระแทกได้ดี ประกอบกับการปรับเปลี่ยนสวิงอาร์มหลัง และองศาของโช้คอัพหลังใหม่แบบ Pro Link มีการให้ตัวคงความเสถียรมากยิ่งขึ้น รู้สึกมั่นใจในการเข้าโค้งและเดินคันเร่งเมื่ออยู่ในโค้งกับความเร็วที่มากกว่า 120 กม./ชม. จอแสดงผลถึงแม้ว่าจะเหลือบไปมองบ้างเป็นครั้งคราว มองได้ชัดเจนแม้แดดจ้า สัญญาณไฟเตือน ชิฟไลท์ ในการเปลี่ยนเกียร์เพราะอาจลืมลากกันยาวจนรอบตัดจะทำให้เสียจังหวะ แสดงตำแหน่งเกียร์ก็มีส่วนสำคัญในการที่จะเพิ่มหรือลดในการเข้าโค้ง อัตราการสิ้นเปลืองคงไม่ต้องพูดถึงบิดคันเร่งกันแบบนี้ซดเป็นธรรมดา

สรุปโดยรวมๆ แล้ว All New CBR500R เป็นรถที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่นุ่มนวล
แต่แฝงด้วยความจัดจ้าน การควบคุมง่ายคล่องตัว เบาแรง การเพิ่มเทคโนโลยีช่วยให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รูปทรงดีไซน์โฉบเฉี่ยว เรือนไมล์อ่านง่ายชัดเจน เหมาะสำหรับการเริ่มต้นของไบค์เกอร์ ซึ่งตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานทั่วไป ท่องเที่ยว หรือจะเข้ามาฉวัดเฉวียนในสนามแข่ง