Honda CRF1000L Africa Twin แอดเวนเจอร์ตระกูลแกร่ง พร้อมตะลุย ถึงไหนถึงกัน ทั้งออนและออฟโรด

สายพันธุ์ล่าสุดของ Honda Africa Twin มาด้วยล่ารหัสรุ่นล่าสุด คือ CRF1000L ที่ยังคงสืบทอดจิตวิญญาณของคำที่ว่า “go anywhere” ตะลุยไปได้ทุกที่เฉกเช่นที่บรรพบุรุษของสายพันธุ์
โดยโมเดลล่าสุดของ Honda CRF1000L Afica Twin ใหม่นี้มาพร้อมด้วยขุมพลังเครื่องยนต์แบบ parallel twin-cylinder ที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา, ออกแบบแชสซีให้มีความคล่องตัวพร้อมเผชิญความท้าทายทั้งในแบบออนโรด และ ออฟโรด นอกจากจะมีเวอร์ชั่นของสแตนดาร์ดแล้ว ยังจะมีเพิ่มเติมขึ้นมาอีกสองเวอร์ชั่น คือ ในเวอร์ชั่นแรก จะสามารถปรับเปลี่ยนการเลือกใช้ ระบบ ABS ที่ล้อหลังได้ หรือ switchable rear ABS สามารถปรับโหมดต่างๆ ของระบบ Honda Selectable Torque Control (HSCT) และในเวอร์ชั่นที่สองนั้น จะมีการติดตั้งออพชั่นเพิ่มเติม คือ Honda’s unique Dual Clutch Transmission ที่จะทำงานติดตั้งมาพร้อมกับสองระบบควบคุมอย่าง switchable rear ABS กับ HSCT ที่มีในเวอร์ชั่นสอง แต่ถ้าพิจารณาที่ระบบชุดเกียร์แล้ว ก็จะแยกเป็นสองเวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่นที่ใช้ ชุดเกียร์แมนนวล 6 สปีด กับ เวอร์ชั่นที่ใช้ ชุดเกียร์ออโตเมติก หรือ DCT ซึ่งในเวอร์ชั่น DCT นี้จะสามารถปรับโหมดการขี่สำหรับแบบออนโรด หรือ ออฟโรดได้

แม้ว่า CRF1000L AfricaTwin จะพัฒนาออกมาตามแนวทางเดียวกับบรรพบุรุษ อย่าง XRV750L AficaTwin แต่ทั้งสองรุ่นนั้นไม่ได้มีส่วนในการร่วมใช้ชิ้นส่วนใดๆด้วยกันทั้งสิ้น เพราะ CRF1000L Africa Twin คือแอดเวนเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ ตามแนวทางที่ว่า “go anywhere” นั่นเอง เครื่องยนต์ขนาดปริมาตรความจุ 998 ซีซี parallel twin ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 70Kw ที่ 7,500 รอบ/นาทีและให้แรงบิดสุงสุด 98Nm ที่ 6,000 รอบ/นาที โดยกำหนดระยะข้อเหวี่ยงไว้ที่มุม 270 องศา พร้อมใช้วาล์ว แบบเดียวกับรถแข่งโมโตครอสตระกูล CRF คือ unicam 4 ในขณะที่ห้องข้อเหวี่ยงนั้นออกแบบเป็น dry sump คือจะไม่มีน้ำมันหล่อลื่นเก็บไว้ด้านในแต่จะดูดน้ำมันจากอ่างเก็บด้านนอกเข้าไปในห้องข้อเหวี่ยง จึงทำให้เครื่องยนต์มีขนาดที่กะทัดรัด มิติของเครื่องยนต์ที่ออกแบบนี้เทียบได้กับความยาวของเครื่องยนต์ CBR500R ด้วยการเปลี่ยนฟอร์แมทของเครื่องยนต์จาด V-Twin เดิม มาเป็น Parallel นั้นก็เพราะว่าเมื่อใช้ปริมาตรความจุเท่ากันเครื่องยนต์แบบ V-Twin นั้น จะมีมิติของเครื่องยนต์ที่สูงและยาวมากกว่ารวมทั้งมีชิ้นส่วนประกอบเครื่องยนต์ที่มากกว่าและจากพื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันนี้เอง ก็จะแบ่งส่งกำลังหรือระบบเกียร์เป็นสองแบบ คือ แบบ DCT (ออกแบบมาใหม่เพื่อการใช้งานในแบบออฟโรดโดยเฉพาะ ดังนั้นฟิลลิ่งจึงต่างไปจากที่เคยใช้ใน VFR1200 หรือในซีรี่ส์ NC) กับแบบ manual 6 speed gearbox โดยที่ระบบเกียร์ทั้งสองแบบนั้นจะมีส่วนให้แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเฉพาะในส่วนของด้านนอกเครื่องยนต์เท่านั้น

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ Africa Twin ใหม่นี้ก็คือ HSCT หรือ Honda Selectable Torque Control ที่มีไว้สำหรับควบคุมหรือเลือกระดับขั้นของแรงบิด ที่มีมาให้ 4 ระดับ คือ 1, 2 ,3 และ off เพื่อควบคุมกำลังเครื่องยนต์ที่จะส่งลงไปสู่ล้อหลัง ป้องกันไม่ให้ล้อหลังหมุนฟรีในขณะที่เปิดคันเร่งช่วยให้แรงบิดไม่มากเกินไปในจังหวะนั้นๆ เช่นเดียวกับ rear ABS ที่ล้อหลังนั้นก็สามารถ ปิดการทำงานได้ แต่ล้อหลังจะทำงานอย่างอิสระได้เต็มที่โดยไร้การควบคุมจากระบบ ABS หรือเปิดให้ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสใช้ความรู้สึกในการควบคุมด้วยตนเองอย่างเต็มที่ ขณะที่ DCT นั้น ที่มีการพัฒนาใหม่สำหรับการขับขี่ในแบบออฟโรดนั้น ได้มีการแก้ไขใน S mode ที่จะมีให้ทั้งสามระดับในการขี่ระดับ Sports performance สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็ว มีประสิทธิภาพที่ดีในการตอบสนองการขับขี่ทั้งเกียร์สูงและต่ำ พร้อมกันนี้ในระบบ DCT ใหม่ที่ใช้กับ Africa Twin ยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำ งานของคลัทช์ได้โดยตรงในทุกๆ riding mode ด้วยการกดปุ่ม G switch ที่ติดตั้งมาให้ ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบ “จัดเต็ม” แบบ Fully adjustable จาก Showa ที่ติดตั้งลงตัวกับเฟรมแบบ double cradle ที่มีความแข็งแกร่งและปรับเซ็ทมาเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการควบคุมที่ดีในทุกสภาพการขับขี่ โดยเป็นเฟรมแบบเดียวกับที่ใช้ในตัวแข่ง CRF450Rally พร้อมวงล้อหน้า-หลัง ขนาด 21-18 นิ้ว ที่ใช้เลือกใช้ยางติดรถเป็น Dunlop 90/90-21 กับ 150/70-18 สำหรับระบบกันเทือนหน้าใหม่จาก Showa นี้ มีแกนขนาด 45 มม. เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นเดิม ที่ใช้แกนขนาด 43 มม. แล้วนั้นจะพบว่าทำให้มีน้ำหนักน้อยลงถึง 860 กรัม การออกแบบเครื่องยนต์และเฟรมที่มีมิติกะทัดรัด ส่งผลให้ตัวรถนั้นมีระยะห่างจากพื้น 250 มม. ระยะห่างฐานล้อ 1,575 มม. ระยะแรกและเทรล 27.5 องศา และ 113 มม. ตามลำดับ พร้อมกับการออกแบบชิ้นส่วนของซับเฟรมให้มีน้ำหนักเบา มีความแข็งงแกร่งมากพอที่จะรองรับสัมภาระน้ำหนัก 30 กก. ได้ ซึ่งน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 208 กก. และเมื่อรวมของเหลวต่างๆ ที่เติมเข้าไปก็จะมีน้ำหนักเป็น 208 กก. โดยเมื่อคำนวณสัดส่วนของน้ำหนักที่ส่งถ่ายลงบนตัวรถจะแบ่งเป็น 49.1/50.9 ที่ถ่ายลงไปในช่วงหน้าและหลังของตัวรถ ด้วยความสูงของเบาะ 870 มม. เท่ากับ XRV750L AfricaTwin แต่ ใน เวอร์ชั่น CRF1000L AfricaTwin นี้ สามารถที่จะปรับความสูงของเบาะนั่งต่ำลงได้อีก 20 มม.ขณะที่ปริมาตรความจุเครื่องยนต์นั้นเมื่อคำนวนเป็นอัตราส่วนจะพบว่า เพิ่มขึ้นจากเวอร์ชั่นเดิม 25% พร้อมกับกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 50% แต่มีน้ำหนักที่เบา มีความเพรียวบางมากกว่า จึงมีส่วนช่วยให้ท่าทางการขับขี่และการเคลื่อนไหวของผู้ขับขี่ ทำได้สะดวกกว่าเวอร์ชั่นเดิม

ในขณะที่สีของรถนั้น (ตามข้อมูลของตลาดยุโรป) จะมีสามโทนสี คือ CRF Dakar Rally (จะใช้ระบบเกียร์แบบแมนนวลเท่านั้น) Black (จะใช้ระบบเกียร์แบบแมนนวลเท่านั้น) และ Silver (ใช้ระบบเกียร์ DCT เท่านั้น)

เครื่องยนต์
กระบอกสูบ × ช่วงชัก (มม.) : 92.0 x 75.1 มม.
ปริมาตรความจุเครื่องยนต์ : 998 ซีซี
ชนิดของเครื่องยนต์ : ระบายความร้อน ด้วยน้ำ 4 จังหวะ 8 วาล์ว
แบบ Parallel Twin
กำลังเครื่องยนต์สูงสุด : 70kW/7,500rpm
แรงบิดสูงสุด : 98Nm/6,000rpm
ชุดล้อ
เบรกหน้า : จานดิสก์คู่ ขนาด 310 มม.
แบบ wave floating hydraulic disc คาลิเปอร์ 4 สูบ
เบรกหลัง : จานดิสก์ขนาด 256 มม. แบบ wave hydraulic disc คาลิเปอร์
2 สูบ with 2-piston caliper[ เฉพาะเวอร์ชั่นที่ใช้ระบบ
เกียร์ : DCT จะติดตั้งแบบ 2-Channel with rear ABS off switch]
ขนาดยางหน้า : 21M/C x MT2.15
ขนาดยางหลัง : 18M/C x MT4.00
ยางหน้า : 90/90-R21 tube type
ยางหลัง : 150/70-R18 tube type
วงล้อหน้า : ขอบล้อ+ซี่ลวด อลูมินัม
วงล้อหลัง : ขอบล้อ+ซี่ลวด อลูมินัม
มิติ และ น้ำหนัก
ยาวxกว้างxสูง : 2,335 x 930 x 1,475 มม.
เฟรม : Steel semi-double cradle พร้อมซับเฟรม หลังแบบ high-tensile
strength steel
ความจุเชื้อเพลิง : 18.8 ลิตร
ความสูงจากพื้น : 250 มม.
น้ำหนักสูงสุด : 232 กก. (ABS)
ความสูงเบาะนั่ง : 870/850 มม. (ตำแหน่งมาตรฐาน / ตำแหน่งปรับลง)
ระบบส่งกำลัง
คลัทช์ : แบบเปียกหลายแผ่นซ้อน
การส่งกำลังขั้นสุดท้าย : โซ่ แบบ O-ring sealed chain
ระบบเกียร์
แมนนวลแบบ Constant mesh 6-speed MT หรือ ระบบออโตเมติก แบบ
6-speed DCT พร้อมการปรับโหมดแบบ ออนและออฟโรด