ในรอบการซ้อมครั้งแรกของ PortugueseGP ที่ Portimao ประเทศ โปรตุเกส Jack Miller #43 จาก Prima Pramac Yamaha MotoGP อยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยเวลา 1:39.378 นาที ส่วนคู่หู Monster Energy Yamaha MotoGP นั้น Fabio Quartararo #20 อันดับ 11 เวลา 1:39.732 นาที ส่วน Alex Rins #42 เวลา 1:40.221 นาที อันกับที่ 16 และ Miguel Oliveira #88 เวลา 1:40.857 นาที อันกับที่ 20
.
#MotoGP #PortugueseGP #Portimao #FP1 #PrimaPramacYamahaMotoGP #PramacYamaha #JM43
ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ รับประกาศนียบัตร “เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ Net Zero 2050
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization – CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เพื่อสะท้อนความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและคำนึงถึงการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ

นายสุรชัย เพชรพงษ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรการ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รับมอบประกาศนียบัตรจาก นางสาวภัทรานันท์ ทองประพาฬ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยไทยยามาฮ่ามอเตอร์มุ่งมั่นทำธุรกิจที่ยั่งยืน และลดคาร์บอนเพื่ออนาคตของประเทศไทย และบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนากระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง

การรับประกาศนียบัตรนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของไทยยามาฮ่ามอเตอร์ในการประเมิน และควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกกิจกรรม พร้อมส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยยามาฮ่ามอเตอร์ในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593
#YamahaSocietyThailand #Yamaha #ยามาฮ่า #RevsYourHeart #เร่งชีวิตให้เร้าใจ #NetZero

Harley-Davidson® ร่วมกับโซดาสิงห์ เตรียมจัดงาน ASIA HARLEY DAYS™ 2025 ณ Midwinter เขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2568
Harley-Davidson ขอน้อมถวายความอาลัยอย่างอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทั้งนี้งาน Asia Harley Days 2025 ครั้งที่ 4 โดย Harley-Davidson ร่วมกับพันธมิตรอย่างโซดาสิงห์ จะยังจัดขึ้นตามกำหนดเดิม ในวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2568 ณ Midwinter เขาใหญ่ โดยจะมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางส่วน เพื่อถวายความอาลัยในช่วงเวลาไว้ทุกข์อย่างเหมาะสม และจะมีการจัดพิธีถวายความอาลัยในพิธีเปิดงานในวันที่ 21 พฤศจิกายน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โดยเทศกาลมอเตอร์ไซค์และดนตรีแห่งปีในครั้งนี้ ได้รวมเหล่านักขับขี่ แฟน ๆ และผู้ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ไบค์เกอร์จากทั่วภูมิภาคเอเชีย ประกอบด้วย ไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง อินเดีย และสิงคโปร์ พร้อมด้วยสมาชิก H.O.G.™ (Harley Owners Group™) กว่า 80 แชปเตอร์ และกลุ่มผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์กว่า 100 กลุ่ม จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของชุมชนนักขับขี่ Harley-Davidson

เตรียมพบกับกิจกรรมภายในงานตลอด 2 วันเต็ม โดยมีไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด มีดังนี้:
- ขบวนพาเหรดรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ที่รวมเหล่านักขับขี่รถมอเตอร์ไซค์กว่า 1,000 คัน มาร่วมกันแสดงพลังแห่งความเป็นหนึ่งเดียว ในวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น. โดยขบวนพาเหรดจะเริ่มออกเดินทางจาก Midwinter
- การแสดงสตันท์, การขี่รถมอเตอร์ไซค์แบบยิมคาน่า (Gymkhana) และ การทดลองขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson รุ่นล่าสุด ภายใน Moto Zone เพื่อให้เหล่าแฟน ๆ ได้สัมผัสสมรรถนะของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด
- การประกวด Custom Kings Asia การแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้โหวตรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะรอบสุดท้ายของปีนี้
นอกเหนือจากกิจกรรมสำหรับสายไบค์เกอร์แล้ว Asia Harley Days ในครั้งนี้ ยังเตรียมเปลี่ยน Midwinter ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งไลฟ์สไตล์สุดครบครัน เริ่มจากโซน Food Village ที่รวมร้านอาหารอร่อยและเครื่องดื่มไว้มากมาย Freedom Lane พื้นที่กิจกรรมเล่นเกม โชว์รูมขนาดย่อม ที่รวบรวมเสื้อผ้าและสินค้าลิขสิทธิ์จาก Harley-Davidson ให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ และ Full Throttle Workshops โซนจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์พันธมิตร
พร้อมพบกับคอนเสิร์ตที่ยกไลน์อัพทุกแนวดนตรีทั้งร็อก เมทัล แร็ป ป๊อป และ EDM มาเอาใจคอดนตรีกันตลอดงาน โดยงาน Asia Harley Days ในปีนี้ จะเปลี่ยนบรรยากาศของสถานที่จัดงานให้กลายเป็นโลกแห่งเสียงดนตรี นำโดยศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ
ไฮไลท์ศิลปินในงานปีนี้ คือ วง Phil X and the Drills ซึ่งมีชื่อเสียงจากการร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Bon Jovi และ Slash and the Conspirators พร้อมด้วยศิลปินนานาชาติอย่างวงเมทัลจากญี่ปุ่น Asterism และร็อกเกอร์ชื่อดัง Johnny Pandora นอกจากนี้ยังมีศิลปินไทยชื่อดังอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หิน เหล็ก ไฟ, เจ เจตริน, ฟลัวร์, น้อย วงพรู และ Pok Mindset รวมถึงโชว์จากดีเจระดับโลกอย่าง ดีเจ Mykris (ดีเจประจำงาน Ultra Music Festival), ดีเจ Joy Lila และ ดีเจ Blackat
ภายในงานยังมีโซนเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง “Freedom Crew Hangout” ซึ่งเป็นโซนที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจะมาพบปะและพูดคุยกับแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด นำโดย กาย รัชชานนท์, โร ฮงชอล จากเกาหลีใต้, เอลิซาด ชารีฟุดดิน จากมาเลเซีย และ แจสเตอร์ JasteRock จากสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมลุ้นรางวัลใหญ่ อาทิ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เพื่อร่วมงาน Harley-Davidson Homecoming 2026 ณ เมืองมิลวอกี ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกด้วย

บัตรเข้าร่วมงาน Asia Harley Days สามารถซื้อได้แล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ https://www.asiaharleydays.com/ และที่ผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson ทั่วประเทศ สามารถเลือกซื้อได้ทั้ง บัตรแบบ 1 วัน หรือ 2 วัน พร้อมตัวเลือกเสริม Welcome Pack สุดพิเศษ ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทของผู้ถือบัตร ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก H.O.G.™, เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson, หรือบุคคลทั่วไป โดยภายในแพ็กจะมีของที่ระลึกที่จัดทำขึ้นเฉพาะสำหรับงานนี้ นอกจากนี้ ยังมี เสื้อยืดอย่างเป็นทางการของงาน ซึ่งเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วผ่านผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson ที่ร่วมรายการด้วย งานนี้เป็น งานสำหรับครอบครัว โดยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าฟรี

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉม Honda WN7 จักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ที่งาน EICMA 2025




รถจักรยานยนต์ฮอนด้า นำทัพไลน์อัปในงาน EICMA 2025 ด้วยจักรยานยนต์ CB1000GT รุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัวจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 เป็นครั้งแรกในโลก
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉมไลน์อัปใหม่ที่เสริมทั

CB1000GT
CB1000GT สปอร์ตทัวเรอร์รุ่นใหม่ล่าสุด เติมเต็มไลน์อัปของฮอนด้าด้

Honda WN7
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว Honda WN7 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่
Honda WN7 มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเที
นอกจากจากดีไซน์เพรียว ล้ำอนาคตแล้ว จักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ยังเสริ

V3R 900 E-Compressor Prototype
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ให้มี

จักรยานยนต์ XL750 Transalp, CB750 Hornet, NX500, CBR500R และ CB500 Hornet ทั้งหมดนี้ในรุ่นปี 2026 (26YM) มี Honda E-Clutch ให้เลือกแล้ว สำหรับรุ่นปี 2026 (26YM) ระบบคลัตช์อัตโนมัติ Honda E-Clutch ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรถ 4 สูบคลาสมิดเดิลเวท (4-cylinder middleweight) อย่าง CBR650R และ CB650R เมื่อปี 2024 จะพร้อมให้เลือกเป็นออปชั

นอกจากนี้ ระบบ Honda E-Clutch ยังมีให้เลือกเป็นออปชั

SH125i
SH125i สกู๊ตเตอร์ยอดนิยมอันดับหนึ่

CB1000F มาพร้อมสีใหม่หลายรุ่น
ภายในงาน EICMA รถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังได้จั
นอกจากนี้ ยังมีการเผยโฉมสีใหม่สำหรับ NC750X จักรยานสไตล์ครอสโอเวอร์

การคอลแล็บกันระหว่างแบรนด์ Honda × Kuromi
อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในบูธของฮอนด้
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
HARLEY-DAVIDSON® เผยโฉมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นไฮไลท์ของปี 2026 เตรียมจำหน่าย ณ โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วโลกเร็ว ๆ นี้
Harley-Davidson เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นไฮไลท์จากไลน์อัพ ปี 2026 บนเว็บไซต์ H-D.com พร้อมกับเปิดตัววิดีโอมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ “Model Year 2026 Reveal – Chapter One – November 3rd” ผ่านช่องทาง YouTube โดยรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่เหล่านี้ จะพร้อมจำหน่าย ณ โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการทั่วโลกเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ Harley-Davidson ยังประกาศกำหนดการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ปี 2026 เพิ่มเติม รวมถึงคอลเลกชัน Custom Vehicle Operation™ (CVO™) ซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ด โดยจะถูกเผยโฉมใน Chapter Two ในวันที่ 14 มกราคม 2569
รถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ปี 2026 รุ่นไฮไลท์ ได้แก่:

- รุ่น Street Glide™ และ Road Glide™ : รถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Grand American Touring ที่ได้รับการอัพเกรดมาเพื่อเหล่านักขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับความมีระดับ สมรรถนะ และความสะดวกสบาย ในการเดินทางระยะไกล นับเป็นสุดยอดผลงานจาก Harley-Davidson ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์รถมอเตอร์ไซค์เพื่อการขับขี่ระยะทางไกลโดยเฉพาะ

- รุ่น Low Rider™ S, Low Rider™ ST, Heritage Classic, Breakout™, Fat Boy™, และ Street Bob™: รถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ตระกูล Cruiser ที่มีความหลากหลาย ประกอบด้วยรถมอเตอร์ไซค์หกรุ่นอันโดดเด่น โดยแต่ละรุ่นล้วนมีสไตล์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สไตล์คลาสสิค ไปจนถึงสมรรถนะขั้นสูง และการคัสตอมแบบสะดุดตา ทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย Rider Safety Enhancements by Harley-Davidson และขุมพลัง Milwaukee-Eight™ 117 ที่ได้รับการปรับจูนให้มี 3 เวอร์ชัน ซึ่งมีเอกลักษณ์การขับขี่เฉพาะตัว แตกต่างกันตามการออกแบบระบบไอดีและไอเสีย การตั้งค่าเพลาลูกเบี้ยวและโหมดการขับขี่ เพื่อมอบสมรรถนะที่เข้ากันกับรถมอเตอร์ไซค์ Cruiser แต่ละรุ่น

- รุ่น Sportster™ S, Nightster™ Special, และ Nightster™: รถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Sport ที่ผสานสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจด้วยสไตล์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถรุ่นตำนานของ Harley-Davidson มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ Revolution Max โดยรถมอเตอร์ไซค์ในตระกูลนี้ ได้รับการติดตั้งฝาครอบเครื่องยนต์ดีไซน์ใหม่ ที่ช่วยเสริมดีไซน์คัสตอมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และสำหรับรุ่น Nightster มาพร้อมกับสีใหม่อย่าง Blood Orange โดดเด่นสะดุดตาด้วยลวดลายกราฟิกที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง Flat Track ของ Harley-Davidson
รวมถึงการ์ดกันความร้อนท่อไอเสียแบบโครเมียม และล้ออะลูมิเนียมหล่อลาย 14 ก้าน โดยรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Sport จะพร้อมวางจำหน่าย ณ โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson ทั่วโลกในช่วงต้นปี 2569

- รุ่น Pan America™ 1250 Special, และ Pan America™ 1250 ST: รถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Adventure Touring เพื่อนักขับขี่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการเดินทางธรรมดาให้กลายเป็นการผจญภัย โดยรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ เคยคว้ารางวัลในฐานะรถมอเตอร์ไซค์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและสมรรถนะ
อันหลากหลาย โดยได้รับการดีไซน์เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการออกเดินทางไปบนเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งบนถนน และทางวิบาก ส่วนรุ่น Pan America 1250 ST ได้ถูกปรับจูนมาเพื่อสมรรถนะการขับขี่แบบ Sport-Touring บนทางเรียบที่คล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยส่วนประกอบช่วงล่าง และระบบเบรกระดับพรีเมียม
ล้อขนาด 17 นิ้วที่มาพร้อมกับยางสมรรถนะสูง และระบบ Quickshifter โดยรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Adventure Touring รุ่นนี้ จะวางจำหน่าย ณ โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการทั่วโลกใน ช่วงต้นปี 2569
ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีจำหน่าย รวมถึงรายละเอียดทางเทคนิค รุ่นย่อย สี และราคาของแต่ละรุ่น ได้ที่ผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน ทั้งนี้ สเปก รุ่น สี และราคารถอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศที่วางจำหน่าย
Harley-Davidson ยืนหยัดเพื่อจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและอิสรภาพเหนือกาลเวลาของเหล่านักขับขี่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ตระกูล Grand American Touring ตระกูล Adventure Touring และตระกูล Cruiser รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson มือสองที่ผ่านการรับรอง พร้อมอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก Harley-Davidson สินค้าเครื่องแต่งกายสำหรับนักขับขี่ Harley-Davidson MotorClothes® และบริการด้านการเงินของ Harley-Davidson ได้ที่ H-D.com
ท่านสามารถชมภาพความละเอียดสูงเพิ่มเติมได้ที่นี่
ไทยฮอนด้า เปิดตัว “New Honda PCX160” สองสีใหม่ สีขาว White Blaze และ สีส้ม Amber Blaze




- รุ่น RoadSync : สีขาว-ดำ (White Blaze), สีน้ำเงิน (Innovate Blue), สีแดง-ดำ (Matt Red) ราคาแนะนำ 99,900 บาท
- รุ่น Standard : สีส้ม-ดำ (Amber Blaze), สีดำ (Matt Gunpowder Black), สีน้ำเงิน-ดำ (Victory Blue), สีเทา-ดำ (Pearl Smoky Gray) ราคาแนะนำ 96,000 บาท

“อุ้ม–นพรุธพงษ์” ผงาดติดท็อป 5 เอเชีย! ปิดฉากฤดูกาล “อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” มาเลเซีย
“อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” สนามที่ 6 ปิดฉากฤดูกาล ที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักบิดดาวรุ่งไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ควบรถ Honda NSF250R ในรอบคลอลิฟาย “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ หมายเลข 20 ทำเวลา 02:19.337 นาที สตาร์ตลำดับที่ 7 ลุ้นคว้าท็อป 5 เอเชีย ตามมาด้วย “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง หมายเลข 5 ทำเวลา 02:19.867 นาที สตาร์ตลำดับที่ 13

เรซแรกการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เริ่มต้นเกมด้วยการตกไปอยู่อันดับที่ 9 ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มสุดแกร่งยกระดับความเร็วไล่แซงจนขยับไปลุ้นโพเดียมก่อนที่จะคว้าอันดับ 5 ได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 11 คะแนน ขณะที่ “ออสติน-ธนฉรรต” ต่อสู้ท่ามกลางสนามสุดท้าทายจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 14 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 2 คะแนน

เรซสองซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของฤดูกาล 2025 นักบิดดาวรุ่งไทยต้องฝ่าฟันอุปสรรคท่ามกลางอากาศสุดร้อนระอุ เกมการแข่งขันก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” สู้สุดกำลังจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 9 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 7 คะแนน คว้าอันดับที่ 5 ของเอเชียไปครองด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 120 คะแนน ด้าน “ออสติน-ธนฉรรต” ใส่สุดขยับมาจบอันดับที่ 10 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 6 คะแนน ได้อันดับที่ 11 ของเอเชียด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 60 คะแนน

ด้าน “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 24 ดาวรุ่งหน้าใหม่ แม้ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในสนามนี้ แต่ผลงานตลอด 5 สนาม 10 เรซ ที่ผ่านมาเก็บแต้มสะสมได้ทั้งหมด 39 คะแนน จบอันดับที่ 13 ของเอเชีย
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #AsiaTalentCup #IATC #Austin5 #Aum20 #Fer24
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเยี่ยม เอช เซม มอเตอร์ เปิดประสบการณ์เรียนรู้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด เปิดโรงงานต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 และ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 60 นาย พร้อมคณะอาจารย์ 6 ท่าน เข้าศึกษาดูงานและเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด

โดยมี คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด พร้อมทีมวิศวกรและทีมงานจากสำนักงานใหญ่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พาชมกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีภายในโรงงาน รวมถึงการสาธิตระบบสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ MOVE EV X ที่เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของบริษัท

การเยี่ยมชมในครั้งนี้ มุ่งหวังให้นักศึกษาได้เห็นภาพจริงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติจริงในอนาคต ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

70 ปี ยามาฮ่า เปิดวิสัยทัศน์แห่งอนาคต โชว์นวัตกรรมล้ำโลกใน Japan Mobility Show 2025
ยามาฮ่ามอเตอร์ ฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ของโลกยานยนต์ ภายใต้แนวคิด “Feel the Future of Human–Machine Mobility” ในงาน Japan Mobility Show 2025 ที่จัดโดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association: JAMA) ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568 ณ Tokyo Big Sight ประเทศญี่ปุ่น
ยามาฮ่าขนทัพยานยนต์ต้นแบบสุดล้ำกว่า 16 โมเดล เข้าร่วมจัดแสดงภายในบูธ “Feel. Move.” ณ East Hall 5 ถ่ายทอดแนวคิด “สัมผัสอนาคตของการเดินทางระหว่างมนุษย์ และเครื่องจักร” ผ่านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคตที่ผสาน “ความรู้สึก” และ “พลังแห่งการเคลื่อนไหว” ให้กลายเป็นแรงบันดาลใจและความสุขในทุกเส้นทาง
MOTOROiD:Λ (โมโตรอยด์ แลมบ์ดา)
วิวัฒนาการขั้นสุดของแนวคิด “ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร” จากโครงการ MOTOROiD ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2017 รุ่นใหม่ MOTOROiD:Λ พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Reinforcement Learning ให้รถสามารถ “เรียนรู้ และพัฒนาด้วยตัวเอง” ผ่านสภาพแวดล้อมเสมือนจริง (Virtual Environment) ก่อนนำทักษะมาใช้จริงด้วยเทคนิค Sim2Real รถจักรยานยนต์ต้นแบบรุ่นนี้สามารถโต้ตอบและปรับตัวตามผู้ขี่ได้อย่างชาญฉลาด ด้วยการผสาน AI + Exoskeleton ที่เบา แข็งแรง และเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญของโลกยานยนต์สองล้อ ที่เปิดมิติใหม่ของ “ยานยนต์ที่เติบโตไปพร้อมกับมนุษย์”


TRICERA proto (ไทรเซร่า โปรโต)
ยานยนต์สามล้อไฟฟ้าแบบเปิดประทุนที่ถ่ายทอดแนวคิด “ความสนุกในการขับขี่” อย่างเต็มรูปแบบ มาพร้อมระบบ Three-Wheel Steering System (3WS) ที่เลี้ยวได้ทุกล้อ สร้างความมั่นใจ และเร้าใจในการเข้าโค้ง
TRICERA proto ยังมาพร้อมระบบเสียง αlive AD Sound Control ที่ปรับแต่งเสียงมอเตอร์ให้มีมิติ และอารมณ์แบบสปอร์ต พร้อมดีไซน์เฟรมกลางโค้งมนโดดเด่น สะท้อนความล้ำยุค และเอกลักษณ์แห่งอนาคต

PROTO BEV (โปรโต บีอีวี)
PROTO BEV รถต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริงคันนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “ความสนุกที่มีได้เฉพาะในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง” เพื่อยกระดับความสนุกในการขับขี่ให้ถึงขีดสุด และได้ประสบการณ์ขับขี่ที่สนุกสูงสุด ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบรถซูเปอร์สปอร์ต ยามาฮ่าจึงให้ความสำคัญในการดีไซน์ “ความเบา และขนาดที่กะทัดรัด” ส่งผลให้เกิดเป็นรถ EV Supersport ที่ขี่ง่าย คล่องตัว และควบคุมได้อย่างง่ายดายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า จากรถเครื่องยนต์สันดาปรุ่นต่างๆ เข้ากับ “ความเรียบลื่น และความแรงเร่งอันทรงพลัง” ของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ตอบสนองคันเร่งได้อย่างเป็นเส้นตรงและแม่นยำ นอกจากนี้ ระบบ Human–Machine Interface (HMI) ยังถูกออกแบบให้ช่วยให้ผู้ขับ “โฟกัสกับการขี่ในสนามได้อย่างเต็มที่” ด้วยปุ่มควบคุมที่จัดวางให้อยู่ในตำแหน่งใช้งานสะดวกที่ปลายนิ้ว พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Visualizer และระบบเสียงที่สื่อสารสถานะของรถทั้งในรูปแบบภาพและเสียง
PROTO BEV จึงเป็นการผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับจิตวิญญาณแห่งความเร้าใจของยามาฮ่า เพื่อสร้างนิยามใหม่ของ “ความสนุกในการขับขี่” ในยุคแห่ง EV อย่างแท้จริง

H2 Buddy Porter Concept (เอชทู บัดดี้พอร์ตเตอร์)
ต้นแบบเครื่องยนต์พลังงานไฮโดรเจนที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Yamaha Motor และ Toyota Motor Corporation มาพร้อมถังเก็บไฮโดรเจนแรงดันสูงขนาดกะทัดรัดที่พัฒนาเพื่อรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ สามารถวิ่งได้กว่า 100 กิโลเมตรต่อการเติมเชื้อเพลิงหนึ่งครั้ง พร้อมผ่านมาตรฐาน Euro 5 และ NOx ครบถ้วน โปรเจ็กต์นี้คืออีกก้าวของยามาฮ่าที่มุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality อย่างยั่งยืน


Y-00B:Base / Y-00B:Bricolage
คอนเซ็ปต์ eBike รุ่นใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ “แสดงตัวตนได้อย่างอิสระ”
รุ่น Y-00B:Base โดดเด่นด้วยดีไซน์ Dual Twin Frame น้ำหนักเบา และมินิมอล พร้อมแบตเตอรี่และชุดขับขนาดกะทัดรัดที่กลมกลืนไปกับตัวรถ และสามารถปรับแต่งต่อยอดได้ตามไลฟ์สไตล์
ส่วนรุ่น Y-00B:Bricolage คือเวอร์ชันพิเศษฉลอง 70 ปีของ Yamaha ที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นคลาสสิก YA-1 ผสมผสานดีไซน์ร่วมสมัย และความหรูหราอย่างลงตัว


e-Axle for Automotive Drive Unit
ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ 3-in-1 ที่รวมมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และระบบเกียร์ไว้ในชุดเดียวกัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในน้ำหนักที่เบา และขนาดกะทัดรัด
รองรับแรงดันไฟฟ้า 350V–800V และมีกำลังขับสูงสุดถึง 450 kW ถือเป็นเทคโนโลยีหลักที่เตรียมส่งต่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกในอนาคต

เทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนยุคใหม่
PROTO HEV (โปรโต เอชอีวี)
รถต้นแบบไฮบริดแบบ Series–Parallel Hybrid (SPHEV) ที่มอบประสบการณ์ขับขี่ทั้งนุ่มนวล และเร้าใจ
ผู้ขับสามารถสลับโหมด “Serene” และ “Spirited” ได้อย่างอิสระ ด้วยระบบจัดการพลังงานขั้นสูง (Power & Energy Management Technology) ที่ช่วยเพิ่มความประหยัดได้มากกว่า 35%* เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน

PROTO PHEV (โปรโต พีเอชอีวี)
รถต้นแบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานความแรงของเครื่องยนต์สันดาปเข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้าอย่างลงตัว สามารถสลับขับได้ทั้ง Engine Mode และ Electric Drive Mode เพื่อความสนุกและประหยัดพลังงานในทุกสถานการณ์

นวัตกรรมเพื่ออิสระของการเคลื่อนไหว
NACTUS VS TRE-X
ต้นแบบรถวีลแชร์ไฟฟ้า 3 ล้อ ที่พัฒนาร่วมกับ Nissin Medical Industries ใช้ล้อขนาด 26 นิ้วแบบ Mountain Bike พร้อมระบบ JWX-2 Electric Power-Assist Unit มอบเสถียรภาพสูง และความสะดวกแม้ในเส้นทางขรุขระ

ONE-MAX Urban / ONE-MAX Historical
รถเข็นไฟฟ้าออกแบบพิเศษจากความร่วมมือระหว่าง Yamaha Motor และ Matsunaga Manufactory Co., Ltd. รุ่น Urban เน้นความคล่องตัว น้ำหนักเบา ส่วนรุ่น Historical โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหรา ให้ความรู้สึกเหมือน “กระเป๋าเดินทางที่สรรค์สร้างอย่างประณีต”


โซนพิเศษ Sound xR จากความร่วมมือกับ Yamaha Corporation
อีกหนึ่งไฮไลต์ของบูธ “Feel. Move.” คือการผนึกกำลังระหว่าง Yamaha Motor และ Yamaha Corporation นำเสนอเทคโนโลยีเสียงแห่งอนาคต Sound xR ที่สร้างมิติใหม่ของการฟังผ่านระบบ AFC Image และ Reverberation Control พร้อมโชว์เครื่องดนตรีรุ่นไฮไลต์ เช่น
• FGDP-30 / FGDP-50 Drum Pads – ตีกลองด้วยปลายนิ้วได้อย่างสมจริง
• N3X AvantGrand Hybrid Piano – เปียโนไฮบริดเรือธงที่ให้สัมผัสเหมือนแกรนด์เปียโนระดับโลก
• DTX10K-X BLACK FOREST Electronic Drums – กลองไฟฟ้าสุดล้ำที่ผสานฟังก์ชันมืออาชีพกับดีไซน์สวยหรู





โมเดลเชิงพาณิชย์ที่ร่วมจัดแสดง
ยามาฮ่ายังนำรถยอดนิยมระดับโลกมาร่วมจัดแสดงภายในงาน อาทิ
• YAMAHA TRACER9 GT+ Y-AMT สปอร์ตทัวริ่งระดับท็อปที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า
• YAMAHA FAZZIO HYBRID รถสกู๊ตเตอร์แฟชั่นสุดฮิตจากไทย เตรียมเปิดตัวที่ญี่ปุ่นเร็วๆ นี้
• YAMAHA YZF-R1 รถแข่งที่ใช้ในรายการ Coca-Cola Suzuka 8 Hours Endurance 2025
• YAMAHA TY-E 3.0 รถ Trial พลังงานไฟฟ้าที่คว้าแชมป์ระดับโลกในรายการ FIM Trial-E Cup




ยามาฮ่า – 70 ปีแห่งการขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ
ทั้งหมดนี้คือการประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญของ Yamaha Motor ในการเฉลิมฉลอง 70 ปีแห่งการเดินทาง พร้อมมุ่งสู่อนาคตที่ “เทคโนโลยี และมนุษย์เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ”
ติดตามความเคลื่อนไหว และนวัตกรรมจากยามาฮ่าได้ที่
Facebook: YAMAHA Society Thailand
#YAMAHAJapanMobility2025 #FeelMove #MOTOROiD #YamahaInnovation #FazzioHybrid #Yamaha70Years
ไทยฮอนด้า รวมพลคนรักความคลาสสิก เปิดตัว All New Honda Super Cub และ FUJISAN Limited Edition เติมเสน่ห์เรโทรเหนือกาลเวลาในงาน “Super Cub THE ORIGINAL CLUB MEETING” ย่านทรงวาด
ไทยฮอนด้า จัดงานสุดพิเศษ “Super Cub THE ORIGINAL CLUB MEETING” รวมพลคนรักความคลาสสิกเฉลิมฉลองตำนานออริจินัลที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 60 ปี พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด All New Honda Super Cub ที่มาพร้อม 2 สีทูโทนใหม่ สีฟ้า-ขาว และ สีเหลือง-ขาว สไตล์เรโทรสุดคลาสสิกสะท้อนความเป็นตัวตนได้เต็มที่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Find Your Original ถึงเวลาออริจินัล’ และรุ่นพิเศษ All New Super Cub FUJISAN Limited Edition ดีไซน์เรโทรมินิมอลสะท้อนความเป็นญี่ปุ่น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นที่รวบรวมเหล่าสาวก Super Cub จากทั่วประเทศที่ยกพลมาร่วมเฉลิมฉลองความคลาสสิกกว่า 200 คัน ณ Mahapho Riverview อีเวนต์สเปซริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านทรงวาด



All New Honda Super Cub มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Find Your Original ถึงเวลาออริจินัล’ ยังคงเอกลักษณ์ความเรโทรสุดคลาสสิกที่สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่ไว้ครบถ้วน พร้อมเสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ ระบบ Combined Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกหน้าและหลังอย่างสมดุล พร้อม ดิสก์เบรกหน้า ช่วยให้เบรกได้แม่นยำขึ้น มอบความมั่นใจในทุกจังหวะการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ Honda Smart Engine 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ให้ทั้งความประหยัด สมรรถนะ และความทนทานเหนือชั้น อีกทั้งโดดเด่นด้วย ไฟหน้า LED และกระจกทรงกลมดีไซน์คลาสสิก สำหรับ All New Honda Super Cub มาพร้อม 2 สีทูโทนใหม่ สะท้อนเสน่ห์เรโทรอย่างลงตัว เลือกเผยความเป็นตัวตนได้ตามต้องการ โดยพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้ ทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีฟ้า-ขาว (SBW), สีเหลือง-ขาว (Y-W), สีเขียว (GRN) และ สีเทา-ขาว (G-W) ในราคาแนะนำ 50,600 บาท

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการนำเสนอความโดดเด่นไม่ซ้ำใครไปกับ All New Super Cub FUJISAN Limited Edition ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักอิสระและหลงใหลการเดินทาง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากบรรยากาศเส้นทางท่องเที่ยวของภูเขาไฟฟูจิในฤดูหนาว ผ่านดีไซน์เรโทรมินิมอลสะท้อนความเป็นญี่ปุ่น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วประเทศ




รุ่นพิเศษนี้มาพร้อมชุดแต่งเฉพาะที่สร้างเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทั้งบังลมหน้าสีฟ้าใส Blue Wind Shield ดีไซน์มินิมอลเข้ากับตัวรถ เพิ่มมิติความเท่สไตล์ญี่ปุ่นและช่วยลดแรงลมปะทะ รวมถึงสติกเกอร์ลายกราฟิกภูเขาไฟฟูจิและพระอาทิตย์ Fuji San Body Sticker โทนสีฟ้า-ขาวตัดแดง สะท้อนความเป็น Japanese Retro มาพร้อมกันลายและตะแกรงเหล็กหน้า Blue Body Protector & Front Carrier สีน้ำเงินเข้าชุด เพิ่มความสะดวกและเสริมลุคคลาสสิก อีกทั้งของพิเศษที่ออกแบบมาเข้าธีมเดียวกันคือ เสื้อแจ็กเกต Fuji San Jacket และ หมวกกันน็อกทรงคลาสสิก Fuji San Classic Helmet ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิวภูเขาไฟฟูจิในฤดูหนาว มอบความโดดเด่นในทุกเส้นทาง ในราคาแนะนำ 54,000 บาท


ภายในงาน Super Cub THE ORIGINAL CLUB MEETING เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเรโทรสุดคลาสสิกในแบบฉบับ Super Cub โดยมีรถ Super Cub กว่า 200 คัน จากทั่วประเทศมาร่วมอวดโฉมในลานรวมรถสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนพลังแห่งคอมมูนิตี้คนรักความออริจินัลที่มาร่วมเฉลิมฉลองความคลาสสิกไปด้วยกัน ผู้เข้าร่วมได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมที่จัดเต็มในสไตล์ Super Cub ไม่ว่าจะเป็นโซนอาหารและเครื่องดื่มสุดชิคให้ชิลกันฟรี กิจกรรม DIY สุดคูล การประกวดรถแต่งสวยจำกัดผู้เข้าประกวด 30 คัน การประกวดแต่งตัวออริจินัลสไตล์ รวมถึงการแสดงดนตรีสดและดีเจที่เพิ่มสีสันแห่งความสนุก พร้อมพบปะเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายคลาสสิกที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟน Super Cub ได้อบอุ่นและประทับใจตลอดงาน




นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Super Cub ผ่านโซนคอมมูนิตี้ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความประทับใจ พร้อมร่วมสนุกกับการแจกของรางวัลและเซอร์ไพรส์มากมาย โดยไทยฮอนด้ายังมอบของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Super Cub Original Club Bandana Limited Edition” ให้กับลูกค้า Super Cub ทุกรุ่นที่ลงทะเบียนและขี่รถมาร่วมงาน 100 ท่านแรก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของคอมมูนิตี้คนรักความออริจินัล งานนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยฮอนด้าในการตอกย้ำความสำเร็จของ Super Cub รถจักรยานยนต์ออริจินัลที่อยู่ในใจคนไทยมายาวนาน พร้อมส่งต่อดีไซน์คลาสสิกเหนือกาลเวลา ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การขับขี่ในทุกยุค
สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ All New Honda Super Cub และ All New Super Cub FUJISAN Limited Edition สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ
#AllNewHondaSuperCub #SuperCub #HondaSuperCub #FindYourOriginal #ถึงเวลาออริจินัล #TheOriginalClubMeeting #คนรักความออริจินัล #CUBHouse #CUBHousebyHonda
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
เทคโนโลยีจากเลอโนโวเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม ดูคาติ คอร์เซ่ คว้าแชมป์ ทริปเปิลคราวน์
เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมดูคาติ เลอโนโว ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่

นอกจากนี้ เลอโนโว ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิ

นอกจากนี้ เลอโนโว ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิ

ลูก้า รอสซี่, ประธานกลุ่มธุรกิจ Intelligent Devices Group กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับแชมป์โลก มาร์ก มาร์เกซ และทีมงานทุกคนกับชัยชนะอันยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นการปิดฉากฤดูกาลที่น่าจดจำอย่างแท้จริง เป็นอีกครั้งที่ ทีมดูคาติ เลอโนโว ได้คว้าแชมป์ทริปเปิลคราวน์ซึ่งเป็นการคว้าชัยชนะครบทั้งสามประเภท ผลงานอันยอดเยี่ยมของนักแข่งทั้งสอง ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับชาวเลอโนโว และแฟน ๆ ทั่วโลก ทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ของทั้งเลอโนโว และทีมดูคาติ คอร์เซ่ ความุ่งมั่นอันเต็มเปียมของทีม, นวัตกรรมที่ล้ำสมัย และสมรรถนะของตัวรถช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านทั่วโลกได้อย่างแท้จริง เพราะที่เลอโนโว เราเชื่อว่าเทคโนโลยีจะแสดงศักยภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อสามารถช่วยให้ผู้คน และทีมงานบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างสำเร็จ และฤดูกาลโมโตจีพีในปีนี้ก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้ว เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์โลกอย่าง ดูคาติ เลอโนโว และยิ่งตื่นเต้นกับสิ่งที่เราจะร่วมกันสร้างต่อไปในอนาคต”

คลาวดิโอ โดเมนิกาลี, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ดูคาติ กล่าวว่า “การคว้าแชมป์ทริปเปิลคราวน์ของ ดูคาติในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จของนวัตกรรมและเทคโนโลยีในโลกของมอเตอร์สปอร์ต ทั้งยังตอกย้ำความเป็นเลิศในการแข่งขันกีฬาที่เป็นดั่งความภาคภูมิใจของเราทุกคน รวมถึงแฟน ๆ ของดูคาติทั่วโลกซึ่งนักแข่งของเราอย่าง มาร์ก มาร์เกซ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ ส่วนฟรานเชสโก บาญายา ก็สามารถคว้าแชมป์ประเภททีมและผู้ผลิตมาได้ ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดจากความทุ่มเทของทีมงานทุกคน และการสนับสนุนจากพันธมิตรของเรา ผมขอขอบคุณ เลอโนโว ที่นำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัย และช่วยยกระดับการแข่งขันให้รวดเร็ว ปลอดภัย และเร้าใจยิ่งขึ้น…เราได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์อันน่าจดจำของดูคาติในศึกโมโตจีพีอีกครั้ง”
หลังจากคว้าแชมป์ทริปเปิลคราวน์ในการแข่งขันโมโตจีพี 2025 ได้สำเร็จ ดูคาติ คอร์เซ่ และ เลอโนโว จะยังคงมุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป เพื่อผลักดันสมรรถนะ และความก้าวหน้าให้แก่การแข่งขันโมโตจีพี ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ต่อยอดสู่เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้คน และธุรกิจทั่วโลก



























