Hunter 350 มาพร้อมสีสันใหม่ 2 เฉดสีสุดจี๊ด Dapper Orange และ Dapper Green เพิ่มความสดใสให้กับผู้ขับขี่ ค่าตัว เริ่มต้นที่ 133,900 .-







Hunter 350 มาพร้อมสีสันใหม่ 2 เฉดสีสุดจี๊ด Dapper Orange และ Dapper Green เพิ่มความสดใสให้กับผู้ขับขี่ ค่าตัว เริ่มต้นที่ 133,900 .-







ที่สุดของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหนึ่งเดียว พร้อมบุกตลาดอาเซียน MOU ผู้แทนจำหน่าย 5 ประเทศ หวังกวาดยอดขายทะลุ 12,000 คัน หรือประมาณ 770 ล้านบาท I-MOTOR EV BIKE (17)



บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของไทย ภายใต้แบรนด์ “ไอ-มอเตอร์” เปิดตัว THUNDER : The Ultimate EV Bike สุดยอดนวัตกรรมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างอัจฉริยะ “MPF Mark II” ที่แข็งแกร่ง เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ในทุกสภาพถนน เทียบเท่ากับรถมอเตอร์ไซค์น้ำมัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยขุมพลังมอเตอร์ 3,000 วัตต์ ที่จะพาคุณเดินทางไปได้ไกลกว่า 110 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชม. ปลอดภัยทุกการขับขี่ หยุดรถอย่างมั่นใจด้วยระบบเบรก CBS Proactive Suspension (Combined Breaking System) ตั้งเป้ายอดขาย 770 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าบุกตลาดอาเซียน สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว และศรีลังกา เพื่อปฏิวัติวงการรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหนึ่งเดียวในไทย และอาเซียนที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับสากล



นายปรีชา ประเสริฐถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เปิดเผยว่า ไอ-มอเตอร์ฯ เราเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของไทย ภายใต้แบรนด์ “ไอ-มอเตอร์” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบรนด์แรกของคนไทย ที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตอันเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์หนึ่งเดียวในประเทศไทยและอาเซียน โดยมีบริษัทแม่ คือ บริษัท นิวสมไทยมอเตอร์เวอร์ค จำกัด


ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการผลิตชิ้นส่วนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์รวมถึงมอเตอร์ไซค์แบรนด์ญี่ปุ่นมามากกว่า 60 ปี และบริษัท จินป่าว พรีซิชั่น อินดัสทรี่ จำกัด ผู้พัฒนาและผลิตซอฟต์แวร์ติดตั้งใน ไอ-มอเตอร์ รวมถึงในอุตสาหกรรมอากาศยานและยานยนต์มายาวนานกว่า 40 ปี ทำให้กลุ่มบริษัทพันธมิตรในเครือมีความพร้อมทั้งในด้าน Know-How, ทีม R&D ที่มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง, ทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล


เราจะปฏิวัติวงการ “ทำให้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยและอาเซียน มีสมรรถนะในการขับขี่เทียบเท่ามอเตอร์ไซค์น้ำมัน พร้อมมาตรฐานการผลิต ชิ้นส่วน บริการหลังการขายพร้อมอะไหล่มาตรฐานที่ใช้ทดแทนกันได้ และความปลอดภัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับสากล ด้วยราคาที่เหมาะสมเข้าถึงผู้ขับขี่ทุกกลุ่มซึ่งจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้มีผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในตลาดมากยิ่งขึ้น”นายปรีชา กล่าวอีกว่า ในปีนี้เราจะบุกตลาดอาเซียนเต็มรูปแบบ โดยมีการเซ็นสัญญากับผู้แทนจำหน่ายในประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว และศรีลังกา และตั้งเป้าว่าภายใน 2 ปี เราจะวิจัยและพัฒนามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดอย่างน้อย 2-3 รุ่น และในปลายนี้เราเตรียมส่งรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “ไอ-มอเตอร์” ออกจำหน่ายในประเทศกลุ่มยุโรปอีกด้วย


พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าบุกตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด THUNDER : The Ultimate EV Bike สุดยอดนวัตกรรมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยเราได้ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างรถให้มีจุดศูนย์ถ่วง และการกระจายน้ำหนักของตัวรถอย่างมีเสถียรภาพ พร้อมโครงสร้าง “MPF Mark II” ที่แข็งแกร่ง ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ สามารถขับขี่ได้ทุกสภาพถนน เทียบเท่ากับมอเตอร์ไซต์ที่ใช้น้ำมัน ชาร์จแบตเตอร์รี่เร็วขึ้นกว่า 3 เท่า มีให้เลือก 2 รุ่น คือ THUNDER ราคาเริ่มต้น 59,000 บาท และ รุ่น THUNDER Croz ราคาเริ่มต้น 64,500 บาท โดยเรามีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ,แบตเตอรี่ 5 ปี ,Body Parts 3 ปี ,ECU และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ปี ,หน้าจอและชาร์จเจอร์ 1 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมบริการหลังการขายด้วยทีมช่างมืออาชีพรับประกันอะไหล่แท้และราคาเดียวกันทั่วประเทศ นายคมค์ปภัส จารุวิสินวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์ในการทำตลาดของบริษัทฯ ว่า ไอ-มอเตอร์ มีเป้าหมายที่ต้องการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับรถมอเตอร์ไซค์น้ำมัน โดยให้ความสำคัญใน 3 ส่วนหลัก คือ
1. ผลิตภัณฑ์ ที่ได้การรับรอง และเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล เช่น UNR136, R78, E-Mark, ISO 9001-2015 และการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ใช้โลโก้และคำว่า “Made in Thailand” ได้เป็นรายแรก และรายเดียวของไทย รวมถึงงานดีไซน์ที่เน้นความแตกต่างและสีสันที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การขับขี่ในชีวิตประจำวัน เดินทางท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่ใช้ขนส่ง-บรรทุกสินค้าได้อย่างมั่นใจ
2. พันธมิตรทางธุรกิจ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตัวแทนจำหน่าย และซัพพลายเออร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการให้ความสำคัญและความร่วมมือในการพัฒนาเพื่อความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน
3. ลูกค้า “Family Marketing” คือ กลยุทธ์ที่ ไอ-มอเตอร์ เลือกใช้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การผลิตสินค้าดีที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากลตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมบริการหลังการขายมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความประทับใจ สร้างการบอกต่อในกลุ่มผู้ใช้ด้วยกันเอง

นายคมค์ปภัส กล่าวอีกว่า เรามุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รวมถึงบริการหลังการขายด้วยทีมงานมืออาชีพ เพื่อสร้างประสบการณ์ และความประทับใจในสินค้าและบริการ เพราะเราเชื่อว่า “หากเราสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีบริการหลังการขายที่ดี ลูกค้าก็จะบอกต่อและทำให้เกิดฐานลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี”
“ในปี 2567 นี้ เราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 12,000 คัน หรือ ประมาณ 770 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็นตลาดพรีเมียมประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ตลาดแมส 80 เปอร์เซ็นต์ และมีสัดส่วนขายในประเทศประมาณ 85% และส่งออกไปต่างประเทศอีก 15%” นายคมค์ปภัส กล่าวสรุปในตอนท้าย

ผู้ที่สนใจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ “ไอ-มอเตอร์” หรือ สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-855-396-070 หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่
www.imotorthailand.com หรือ www.facebook.com/imotorthailandbkk
ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand” ยาวถึงปี 2026 พร้อมเผยเตรียมเปิดขายบัตรกลางมิ.ย.นี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้เฮกันอีกยาว กลายเป็น“ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์” ชั่วข้ามคืน สำหรับศึกสองล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก รายการ “โมโตจีพี” ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 25-27 ต.ค.นี้ ที่ จ.บุรีรัมย์ ข่าวใหญ่ไทยแลนด์ก้าวสำคัญครั้งใหญ่ของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT ผงาดคว้าสิทธิ์เป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรายการต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ 2024-2026 เชื่อโมโตจีพี ฝีมือคนไทย จะสร้างปรากฏการณ์ความประทับใจมากขึ้น ยิ่งใหญ่ อลังการยิ่งกว่าที่เคยแน่นอน
ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก รายการ “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.2567 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เตรียมแถลงข่าวเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งเตรียมเปิดขายบัตรกลาง มิ.ย.นี้

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT, ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ PT Maxnitron และยังมีธุรกิจอื่นในเครือ เช่น แบรนด์ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย, คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs สร้างปรากฎการณ์ สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต กับการจรดปากกาเซ็นต์สัญญาในฐานะไตเติ้ล สปอนเซอร์ กรังด์ปรีซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะระเบิดศึกบนแผ่นดินไทย“โมโตจีพี” ซีรีส์การแข่งขันสองล้อที่ดีที่สุด แข่งขันกว่า 20 สนาม ใน 5 ทวีป รายการมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลกที่มีผู้ติดตามชมทั่วโลก
ทั้งนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวการแถลงข่าวและเปิดจำหน่ายบัตร “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ภายในงานจะมีการเปิดตัวไตเติ้ลสปอนเซอร์ใหม่อย่างสุดยิ่งใหญ่ อลังการ โดยมี Dorna Sports เจ้าของลิขสิทธิ์ บินลัดฟ้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมผนึกกำลังกับตัวแทนภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ “PT Grand Prix of Thailand” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นำเสนออัตลักษณ์ความงดงามแบบไทย รองรับผู้ชมในสนามหลายแสนคน ถ่ายทอดสดความยิ่งใหญ่ 200 ประเทศทั่วโลก สู่ผู้ชม 800 ล้านคน ตั้งเป้าเป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุด และน่าประทับใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา






ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัดกิจกรรม ‘Honda Track Xperience 2024’ มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้ารถสปอร์ตในตระกูล CBR Series ทุกรุ่น ได้มาทดลองการขับขี่ลงสนามแข่งระดับโลก ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้เรียนรู้ทักษะจากทีมโค้ช และนักแข่งมืออาชีพในสังกัด Honda Racing Thailand อย่างใกล้ชิด

สำหรับกิจกรรม ‘Honda Track Xperience 2024’ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ของปี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน โดยรองรับกลุ่มลูกค้าทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับ Rookie ระดับ Advance จนถึงระดับ Pro ได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่ และการควบคุมรถในสนามแข่ง ซึ่งจะได้รับคำแนะนำจากเหล่าโค้ชมืออาชีพ นำทีมโดย ‘มุกข์-มุกข์ลดา’ หนึ่งในนักบิดสังกัดทีมแข่ง Honda Racing Thailand และนักแข่งมืออาชีพท่านอื่นอีกมากมาย สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ก่อนลงสนามจริง สามารถนำเทคนิคไปปรับใช้กับการขับขี่ของตนเองต่อไปได้











“แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ดาวบิดไทยสังกัด ยามาฮ่า เทคนี เรซซิ่ง ทีม เอเชีย ควบ YAMAHA YZF-R6 คว้าดับเบิ้ลโพเดียม รุ่น MSBK600 ในเกมนัดเปิดฤดูกาล ศึกมาเลเซีย ซูเปอร์ไบค์ ที่ เซปังฯ เซอร์กิต บวกแต้มรั้งรองจ่าฝูงบนตารางแชมเปียนชิพ




Team Honda HRC กระหึ่มผลงานอีกครั้งในศึก AMA Supercross 2024 โดย “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” กับยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R หมายเลข 18 ที่คว้าโฮลด์ช็อตและคว้าชัยชนะในรอบเมนเรซ สนามที่ 15 ที่สนามฟิลาเดลเฟีย ในเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งถือเป็นการชนะ 2 สนามติดต่อกัน ส่งผลเป็นจ่าฝูงปูทางสู่การคว้าแชมป์ประจำฤดูกาล รั้งอันดับ 1 ของตารางคะแนนสะสมมี 311 คะแนน ขณะที่ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ทีมเมท หมายเลข 96 เข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 7 รั้งอันดับที่ 10 ของตารางด้วยคะแนนสะสม 178 คะแนน

ทั้งนี้ การแข่งขัน AMA Supercross 2024 สนามที่ 16 จะไปดวลกันที่ Empower Field at Mile High ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 4 พฤษภาคม นี้






