New Honda LEAD125 4 สีใหม่ สะท้อนมิติใหม่ของความมินิมอล ปรับดีไซน์ด้านหน้า เสริมลุคความเท่อีกระดับ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองอย่างมีสไตล์

ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda LEAD125 โฉมใหม่ ยกระดับดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ภายใต้คอนเซปต์ ‘New Dimension of Minimal มินิมอลอีกขั้น สู่ความเท่อีกระดับ’ มาพร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่ปรับใหม่ให้สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และทันสมัยมากขึ้น เสริมลุคที่โดดเด่นด้วยสีใหม่ 4 เฉด พร้อมระบบเบรก ABS เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว และให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยมากขึ้น โดย New Honda LEAD125 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน ‘Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead’ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา


ด้านสมรรถนะ New Honda LEAD125 เพิ่มระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ สนุกเร่งความแรงได้ดั่งใจ ด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 125 ซีซี 4 วาล์ว และประหยัดน้ำมันสูงถึง 52.6 กม./ลิตร มาพร้อมฟังก์ชันจัดเต็มเพิ่มความสะดวกสบายรองรับทุกสไตล์การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น Honda SMART Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะ, หน้าจอเรือนไมล์ V-Shaped Multi-Function Meter ดีไซน์รูปทรงตัว V เรียบเท่ แสดงผลชัดทุกฟังก์ชัน ทั้งอัตราประหยัดน้ำมัน และการแจ้งเตือนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, ช่องชาร์จ USB Socket พร้อม Console Box สำหรับจัดเก็บของใช้จำเป็น, เติมน้ำมันได้สะดวกด้วย Front Fuel Tank ถังน้ำมันด้านหน้า รวมถึงจุดเด่นอย่าง Large U-Box ขนาดใหญ่ 37 ลิตร พร้อมไฟ LED ใต้เบาะ รองรับการใช้งานในเมืองได้อย่างมั่นใจและครบครัน


New Honda LEAD125 มาพร้อมคู่สีใหม่ให้ความเท่ผสานเข้ากับความมินิมอลอย่างลงตัว พร้อม Emblem สีทอง เพิ่มความพรีเมียม วางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ABS สีดำ (Black) และ สีเทา (Grey) ในราคาแนะนำ 67,000 บาท ขณะที่ รุ่น CBS ได้แก่ สีขาว-ดำ (Black-White) และ สีดำ (Black) วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 62,000 บาท

สามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์คันจริงและเลือกเป็นเจ้าของ New Honda LEAD125 ที่ผสานความสะดวกสบาย และความพรีเมียมได้อย่างลงตัว ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังสามารถทดลองขับขี่ New Honda LEAD125 ได้ภายในงาน Megafesto 2026 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Bravo BKK พระราม 9 ลงทะเบียนเข้างานฟรี ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto ได้ที่ https://bit.ly/4qhj7W5

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น My Honda Moto
iOS : https://apple.co/3hI2Wk6
Android : https://bit.ly/2UKlze0

#NewDimensionOfMinimal #มินิมอลอีกขั้นสู่ความเท่อีกระดับ #NewLEAD125
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า

แนวคิด MOTOR EXPO 2026 “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เพื่อมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ อย่างครบครัน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชม และเลือกซื้อตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมียานยนต์ประเภทอื่นที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจักรยานยนต์ และเรือ

พื้นที่งานทุกตารางนิ้ว เต็มไปด้วยรถยนต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน, สปอร์ท, เอสยูวี, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี, เอมพีวี, พิคอัพ ฯลฯ แต่ละประเภทล้วนเป็นรุ่นล่าสุดในตลาด ยิ่งกว่านั้น รถเหล่านี้ยังมีความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ระบบขุมกำลัง แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เชื้อเพลิงเบนซิน และดีเซล, แบบไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และแบบไฟฟ้า 100 % ระบบขับเคลื่อน แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ถึงระดับช่วยขับอัตโนมัติ ขณะที่ราคาจำหน่าย เริ่มตั้งแต่หลักแสนต้น จนถึงหลักหลายล้านบาท ส่วนจักรยานยนต์ ก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกขนาดเครื่องยนต์ และทุกระดับราคา เช่นเดียวกัน

นี่คือจุดเด่นของงาน “มหกรรมยานยนต์” และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน เราจึงกำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์ – Here, There and Every Car”

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดตัว ‘New Honda NT1100’ สปอร์ตทัวร์ริงพรีเมียม พร้อมเฉดสีใหม่ ‘Iridium Gray Metallic’ ให้ทุกการเดินทางไกลเหนือระดับยิ่งขึ้น

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดตัว New Honda NT1100 รถจักรยานยนต์สปอร์ตทัวร์ริงระดับพรีเมียม ที่ถ่ายทอดนิยามใหม่ของการเดินทางทางไกล ภายใต้แนวคิด “THE NEW TOURING ERA” ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงเข้ากับสมรรถนะการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเทคโนโลยี Dual Clutch Transmission (DCT) เจเนอเรชันใหม่ ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างลื่นไหลโดยไม่เสียแรงบิด เสริมด้วยดีไซน์ตัวรถและท่านั่งสปอร์ตที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ร่วมด้วยการยกระดับภาพลักษณ์ด้วยเฉดสีใหม่ล่าสุด สีเทา ‘Iridium Gray Metallic’ ที่สะท้อนความพรีเมียมอย่างเหนือระดับ
New Honda NT1100 ยกระดับภาพลักษณ์ความพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยเฉดสีใหม่ล่าสุด Iridium Gray Metallic โทนสีเทาเมทัลลิกที่สะท้อนความเรียบหรู สุขุม และทันสมัย ถ่ายทอดตัวตนของรถจักรยานยนต์สปอร์ตทัวร์ริงระดับพรีเมียมได้อย่างชัดเจน พร้อมแนวคิด Premium Tourer Design ที่เน้นเส้นสายเฉียบคม เสริมด้วยการออกแบบชุดแฟริ่งใหม่ ช่วยลดการปะทะของลม และการออกแบบท่านั่งที่คำนึงถึงหลัก Aerodynamics เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความสบายตลอดการเดินทางไกลให้ผู้ขับขี่
ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1,084 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง ให้พละกำลังต่อเนื่อง ตอบสนองการเดินทางระยะไกลได้อย่างมั่นใจ มาพร้อม New Generation of Dual Clutch Transmission (DCT) เทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 6 สปีด ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นแม้ใช้ความเร็วต่ำ รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยโหมด D Mode สำหรับการขับขี่ปกติ และโหมด S สปอร์ตที่เร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมให้เลือกใช้งานทั้งแบบ Auto และ Manual ผ่านสวิตช์ที่แฮนด์เดิลบาร์ เพิ่มอิสระในการควบคุมตามสไตล์ผู้ขับขี่
พร้อมฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ New Heated Grips แบบปรับระดับความอุ่นได้ รองรับการขับขี่ในอุณหภูมิต่ำ ช่วยให้สบายมือแม้เจออากาศเย็น เติมเต็มความมั่นใจในทุกสภาพอากาศ รวมถึง Adjustable Wind Deflectors บังลมหน้าที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ง่ายขึ้นผ่านมือข้างเดียว ร่วมด้วยบังลมเสริมด้านข้าง ช่วยลดแรงลมและความเหนื่อยล้าจากการโต้ลมขณะขับขี่ ช่วยให้เดินทางระยะไกลอย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือระบบไฟส่องสว่าง New LED Headlight ไฟหน้า LED เต็มระบบ พร้อม Daytime Running Light (DRL) ที่ผสานเข้ากับไฟเลี้ยวอย่างลงตัว เพิ่มทัศนวิสัยและความโดดเด่นบนท้องถนน เสริมด้วย New Fender บังโคลนหน้าดีไซน์ใหม่ ที่ยาวขึ้นอีก 150 มิลลิเมตร ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความพร้อมในการเดินทางบนหลากหลายเส้นทาง
New Honda NT1100 พร้อมวางจำหน่ายที่ Honda BigWing ทุกสาขา มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีใหม่ล่าสุด สีเทา ‘Iridium Gray Metallic’ และ สีน้ำตาล-ดำ ‘Mat Warm Ash Metallic’ ในราคา 533,000 บาท
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
#NewHondaNT1100 #NT1100 #TheNewTouringEra #HondaTouring #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
​#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou

เมื่อ “ความรู้สึกเดิมๆ” กลายเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังโหยหา และเหตุผลที่ Royal Enfield ชวนกลับมาขี่ Heritage Ride ด้วยกันอีกครั้ง

ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ความเรียบง่ายอย่างไม่ทันตั้งตัว สิ่งหนึ่งที่เรากำลังเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ คือ ผู้คนจำนวนมากเริ่มโหยหา “ความรู้สึกบางอย่างในอดีต” ท่ามกลางโลกที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และจังหวะชีวิตที่เร่งขึ้นทุกวัน ผู้คนเริ่มหันกลับมาให้คุณค่ากับ “ความรู้สึก” มากกว่าสิ่งที่ฉาบฉวย — ความเนิบช้า ความเรียบง่าย และช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่า แนวคิดเรื่อง nostalgia หรือการหวนคืนสู่คุณค่าและกลิ่นอายของวันวาน จึงไม่ใช่แค่กระแส แต่กลับมามีความหมายอีกครั้ง กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ไม่ใช่แค่ในแฟชั่น ดนตรี หรือการท่องเที่ยว แต่รวมไปถึง “การขี่มอเตอร์ไซค์” ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มองว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การไปให้ถึงจุดหมาย หากคือประสบการณ์ระหว่างทาง

สำหรับนักขี่หลายคน มอเตอร์ไซค์ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือเครื่องมือพาเรากลับไปหาความรู้สึกเรียบง่าย — ลมที่ปะทะใบหน้า เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคย เส้นทางที่ไม่ได้เร่งให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด แต่ให้เราได้ปล่อยใจไปกับระหว่างทาง และสำหรับ Royal Enfield แบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่ยึดโยงกับเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความละเมียดมาอย่างยาวนาน แนวคิดนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านการนำเสนอที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อมโยง “ผู้คน รถ และสถานที่” เข้าด้วยกันอย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความหมายและความรู้สึกร่วมกัน และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Heritage Ride กิจกรรมขี่มอเตอร์ไซค์แบบวันเดย์ทริป ที่ Royal Enfield ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อ “พาความรู้สึกนั้นกลับมาอีกครั้ง”

Heritage Ride ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความเร็ว ไม่ใช่การแข่งขัน และไม่ใช่การโชว์รถ แต่เป็นพื้นที่ให้คนรัก Royal Enfield ได้กลับมาเชื่อมต่อกับ “ราก” ของการขี่ — ทั้งตัวรถ เรื่องราว และผู้คนที่มีหัวใจแบบเดียวกัน

เส้นทางการขี่ไม่ได้มุ่งเน้นความเร็วหรือความหวือหวา หากเลือกเมืองอยุธยาเป็นจุดหมาย เพราะเป็นพื้นที่ที่ยังคงรักษากลิ่นอายของกาลเวลา ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตริมแม่น้ำ โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นออกเดิน ทางจากกรุงเทพ แวะชมพื้นที่สำคัญของอยุธยา ถ่ายภาพร่วมกันตามสถานที่ต่างๆ ก่อนปิดท้ายด้วยมื้อกลางวันในสถานที่ซึ่งสะท้อนคุณค่าของงานคลาสสิกและความประณีตได้อย่างลงตัว

Heritage Ride จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมรวมตัวของผู้ใช้รถ แต่เป็นการตอกย้ำแนวคิดของ Royal Enfield ในการสร้าง community ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า ความผูกพัน และประสบการณ์ร่วม มากกว่าการครอบครองตัวสินค้า

ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังมองหาความหมายของการเดินทางอีกครั้ง Heritage Ride คือคำเชิญชวนให้ชะลอจังหวะชีวิตลง เปิดใจรับบรรยากาศเดิมๆ ที่คุ้นเคย และออกไปสัมผัสความสุขของการขี่มอเตอร์ไซค์ในแบบที่เป็นตัวเอง เพราะในวันที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ บางครั้งการได้ชะลอความเร็วลง ได้ขี่ไปพร้อมกัน และได้ใช้เวลากับสิ่งที่เรารักอย่างตั้งใจ อาจเป็นความรื่นรมย์ที่แท้จริงของยุคนี้

Heritage Ride จะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเส้นทางจาก กรุงเทพฯ – อยุธยา โดยเปิดรับเจ้าของ Royal Enfield Classic และ Bullet ทุกรุ่น (350 / 500 / 650) จากกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมขี่ไปด้วยกัน

หากคุณคือคนหนึ่งที่กำลังโหยหาความรู้สึกแบบนั้น … และหากคุณเชื่อว่า heritage ไม่ใช่แค่คำเรียกขาน แต่คือประสบการณ์ที่ต้องออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง

Heritage Ride by Royal Enfield ขอชวนคุณเตรียมหมวก เตรียมใจ และรอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ เพราะบางความรู้สึก… ไม่เคยหายไป แค่รอวันที่เราจะขี่กลับไปหาอีกครั้ง

ยามาฮ่าสนับสนุนสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ มอบยามาฮ่า FAZZIO Hybrid มูลค่า 52,500 บาท เป็นรางวัล

นายปิยะพงษ์ หวังใจสุข ผู้จัดการ 2 แผนกประชาสัมพันธ์ และอินฟลูเอนเซอร์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพการส่งมอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า FAZZIO Hybrid Connected มูลค่า 52,500 บาท ให้กับนางสาวดวงพร อุดมทิพย์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม ร่วมกันรับมอบ เพื่อเป็นรางวัลให้กับสื่อมวลชนที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ในงาน Greed Rally Econmass 2025
โดยในกิจกรรมแรลลี่เริ่มสตาร์ทจากอาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. จำกัด ก่อนเคลื่อนขบวนแวะไหว้พระ และ Walk Rally พร้อมร่วมกิจกรรม CSR มอบสิ่งของให้กับศาลเจ้า และศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตบุคคลออทิสติก ชลบุรี ก่อนจบกิจกรรม ณ โรงแรมไบรท์ตัน แกรนด์ & คอนเวนชั่น พัทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

ไทยฮอนด้า คว้า 2 รางวัล จากเวที The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter ตอกย้ำความแข็งแกร่งและศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเวทีระดับเอเชีย

บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย ด้วยการคว้า 2 รางวัลจากเวทีประกาศรางวัลยานยนต์ระดับภูมิภาค “The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter (AAA)” สะท้อนความสำเร็จทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีขององค์กรในระดับภูมิภาค ในส่วนของรางวัล Automotive Icon of the Year Award มอบให้แก่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักแข่งรถจักรยานยนต์ชาวไทยผู้สร้างประวัติศาสตร์ในศึก MotoGP ในฐานะนักแข่งไทยคนแรกบนเวทีระดับโลก นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย และเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างสมศักดิ์ศรีสำหรับรางวัลในปีนี้ ตลอดจนบทบาทสำคัญในการยกระดับชื่อเสียงของประเทศไทย สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักแข่งรุ่นใหม่ และช่วยผลักดันวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตของเอเชียให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน ไทยฮอนด้าได้รับรางวัล Automotive Performance Technology Integration Excellence Award ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยียานยนต์ และคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ (Brand Strength) การยอมรับของผู้บริโภคในตลาด (Market Adoption) นวัตกรรมและเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) คุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ (Product Quality) รวมถึงการดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) การรับรางวัลครั้งนี้ได้รับเกียรติโดย ดร. อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้รับมอบรางวัล พร้อมด้วยการรวมตัวของผู้บริหารระดับสูงจากอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วภูมิภาคเอเชีย ณ เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อเร็ว ๆ นี้
งานประกาศรางวัล The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter นับเป็นครั้งแรกที่เวทีอันทรงเกียรติของอุตสาหกรรมยานยนต์เอเชียได้จัดขึ้นในประเทศไทย หลังจากจัดงานในประเทศมาเลเซียมาอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ASIAAUTO VENTURE SDN BHD (MOTONATION) ประเทศมาเลเซีย และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมการสนับสนุนจาก สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) และสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) เวทีแห่งนี้ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค ครอบคลุมมากกว่า 11 สาขารางวัล อาทิ นวัตกรรม ความยั่งยืน มอเตอร์สปอร์ต ผลิตภัณฑ์หลังการขาย และความเป็นผู้นำ ซึ่งพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศอย่างเข้มข้นและโปร่งใส
การคว้า 2 รางวัล ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ตอกย้ำบทบาทผู้นำของแบรนด์ไทยฮอนด้าในเวทีระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง

#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

ฮอนด้าคว้าดับเบิ้ลโพเดียมสเตจสุดท้าย แรลลี่ดาร์กาสนามแรกที่ซาอุฯ “ริกกี้ บราเบค” บิด Honda CRF450 RALLY ขับเคี่ยวอย่างเข้มข้นในเกมส์ประวัติศาสตร์โลก

สุดยอดรถแข่งแรลลี่ Honda CRF450 RALLY และทัพนักบิดฮอนด้าจาก Monster Energy Honda HRC โชว์ศักยภาพการแข่งขัน ต่อสู้และสร้างผลงานในหัวแถวได้อย่างต่อเนื่อง ในศึกแรลลี่ดาการ์ 2026 สนามแรก ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่ดวลกันอย่างท้าทายถึง 13 สเตจในระหว่างวันที่ 3 – 17 มกราคม 2569 โดยผลงาน 12 สเตจแรกนักแข่งฮอนด้าอย่าง “ริกกี้ บราเบค” และรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 9 คว้าชัยชนะพร้อมทำผลงานเป็นผู้นำในตารางเวลา ก่อนที่จะดวลสเตจที่ 13 เป็นสเตจตัดสิน โดยมีระยะทาง 105 กิโลเมตร แต่ต้องผ่านหุบเขาที่ท้าทายทั้งการขับขี่ สมรรถนะของรถแข่งและการนำทางที่แม่นยำ

บราเบค เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งรู้ดีว่าสเตจนี้คือความแม่นยำของเส้นทางที่เป็นตัวแปรสำคัญ แม้ว่าสุดยอดการขับขี่ของเขาและรถแข่ง Honda CRF450 RALLY จะทำผลงานได้อย่างดีและสม่ำเสมอเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม แต่ช่วง 7 กิโลเมตรสุดท้าย เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนำเส้นทางที่ถูกต้อง เวลาที่ทำมาอย่างแข็งแกร่งและทิ้งห่างนั้น ต้องพลาดการคว้าชัยชนะไปอย่างเสียดายด้วยการหล่นลงมาถึงอันดับที่ 8 ในสเตจนี้ โดยมี “โทซ่า ซาเรียน่า” ทำผลงานด้วยการบิด Honda CRF450 RALLY หมายเลข 68 คว้าท็อป 3 มาครอง

เหตุการณ์ดราม่าใน 7 กิโลเมตรสุดท้ายส่งผลต่อตารางเวลารวมของสนามนี้ ทำให้ “ริกกี้ บราเบค” พลาดโอกาสที่จะเป็นแชมป์แรลลี่ ดาร์กา 2026 สนามเปิดฤดูกาลไปเพียง 2 วินาทีเท่านั้น โดยคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 มาครอง และ

“โทซ่า ซาเรียน่า” เพื่อนร่วมทีมคว้าอันดับที่ 3 มาครอง ซึ่งได้ตอกย้ำสมรรถนะของรถแข่ง Honda CRF450 RALLY และการทำงานของฮอนด้าทีม ว่ามีความแข็งแกร่งและยอดเยี่ยมอย่างมากในการแข่งขัน และตั้งเป้ากลับมาลุ้นแชมป์ในการแข่งขันสนามที่ 2 ต่อไป

ทางด้านของรุกกี้จากทีม Monster Energy Honda HRC Rally2 แสดงผลงานในระดับหัวแถวได้อย่างต่อเนื่องเช่นกันกับการแข่งขันศึกสุดโหดนี้ พาเหรดคว้าโพเดียมโดยอันดับที่ 2 จาก “มาร์ติน เวนทูร่า” กับ Honda CRF450 RALLY หมายเลข 84 อันดับที่ 3 โดย “แคมป์เบลล์ เพรสตัน” หมายเลข 85 ขณะที่ผลงานรวมของการแข่งขันสนามที่ 1 นั้น ฮอนด้ายกทัพขึ้นโพเดียมด้วยจาก “แคมป์เบลล์ เพรสตัน” คว้าอันดับที่ 2 และ “มาร์ติน เวนทูร่า” ทำผลงานคว้าอันดับที่ 3

 

ขณะที่ศึก แรลลี่ดาการ์ 2026 สนามที่ 2 จะกลับมาดวลกันอีกครั้งในรายการบีพี อัลติเมท แรลลี่ เรด โปรตุเกส (BP Ultimate Rally Raid Portugal) ระหว่างวันที่ 17 – 22 มีนาคม 2569 ที่ประเทศโปรตุเกส

#DakarRally #CRF450 #HondaMotorcycle #HRC #MonsterEnergyHondaTeam

Harley-Davidson เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2026 ในตระกูล Grand American Touring และ Custom Vehicle Operation™ พร้อมเผยโฉม Enthusiast Collection – Liberty Edition รุ่นพิเศษร่วมเฉลิมฉลอง 250 ปีแห่งการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา

 Harley-Davidson เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ใหม่ 7 รุ่นในประเทศไทย เสริมทัพผลิตภัณฑ์ประจำปี 2026 ผ่านเว็บไซต์ H-D.com พร้อมเผยแพร่วิดีโอแนะนำมอเตอร์ไซค์ใหม่ “Model Year 2026 Reveal – Chapter Two – January 14th” ทางช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของแบรนด์

ไฮไลต์ของการเปิดตัวครั้งนี้ ได้แก่ Street Glide® Limited และ Road Glide® Limited ซึ่งต่อยอดความก้าวหน้าของแพลตฟอร์ม Harley-Davidson® Grand American Touring นอกจากนี้ ยังมี Enthusiast Collection – Liberty Edition รุ่นพิเศษจำนวนสองรุ่น มาพร้อมสีและลวดลายกราฟิกเฉพาะรุ่น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ปิดท้ายด้วยกลุ่มมอเตอร์ไซค์ Custom Vehicle Operation™ (CVO™) รุ่นลิมิเต็ดจำนวนสามรุ่น ที่มาพร้อมสีระดับซูเปอร์พรีเมียมและสมรรถนะขั้นสูงสุดในสายการผลิต มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งหมดจะทยอยวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ ณ ตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการทั่วโลก

มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson รุ่นปี 2026 ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย

  • NEW Street Glide Limited และ Road Glide Limited

มอเตอร์ไซค์ตระกูล Grand American Touring รุ่นดีลักซ์ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่มองหาความหรูหรา พละกำลัง และความสบายสำหรับการเดินทางระยะไกล ทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้ซ้อน Street Glide Limited และ Road Glide Limited รุ่นใหม่ มาพร้อมงานออกแบบล่าสุด ควบคู่การอัปเกรดด้านวิศวกรรมเต็มรูปแบบบนแพลตฟอร์ม Grand American Touring เสริมด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight® VVT 117 รุ่นใหม่ กล่องสัมภาระ Grand Tour-Pak® ดีไซน์ใหม่ ระบบเครื่องเสียง Harley-Davidson Audio powered by Rockford Fosgate® ระบบปฏิบัติการ Harley-Davidson Skyline™ OS พร้อมระบบนำทางในตัว แสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัส รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ด้านความสะดวกสบายและการใช้งานอีกหลากหลายรายการ

  • NEW Custom Vehicle Operation (CVO)

มอเตอร์ไซค์ CVO รุ่นปี 2026 จำนวนสามรุ่น คือตัวแทนของงานออกแบบ เทคโนโลยี และสมรรถนะในระดับสูงสุดจาก Harley-Davidson มอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ดเหล่านี้โดดเด่นด้วยสีและงานตกแต่งที่สะดุดตา สมรรถนะที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น และชิ้นส่วนเฉพาะรุ่นที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ ไลน์อัป CVO ปี 2026 ประกอบด้วย CVO Street Glide ST, CVO Street Glide Limited รุ่นใหม่ทั้งหมด รวมถึง CVO Road Glide ST รุ่นปรับปรุงใหม่

  • Enthusiast Collection – Liberty Edition

ในโอกาสที่ประเทศสหรัฐอเมริกาฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งเสรีภาพ มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษเหล่านี้สะท้อนแรงบันดาลใจจากการเดินทางและอิสรภาพบนท้องถนน ที่หล่อหลอมวัฒนธรรมการขับขี่ของ Harley-Davidson มาอย่างยาวนาน ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ที่อยู่ใน Enthusiast Collection – Liberty Edition มีสองรุ่น ได้แก่ Street Glide และ Heritage Classic โดยทุกรุ่นใช้สีพื้น Midnight Ember สีดำเมทัลลิกเข้มพิเศษ ซึ่งสงวนไว้เฉพาะ Liberty Edition เท่านั้น ลวดลายกราฟิกพิเศษประกอบด้วย Liberty Edition eagle graphic บริเวณด้านข้างถังน้ำมัน พร้อมเครื่องหมาย #1 แบบโปร่งแสง กราฟิกนกอินทรี Liberty Edition บริเวณแฟริ่ง กราฟิกเพิ่มเติมในตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงงานตกแต่ง Liberty Edition บนคอนโซลและฝาครอบเครื่องยนต์ เบาะนั่งตกแต่งด้วยด้ายเย็บตะเข็บสีน้ำเงิน เสริมด้วยด้ายเย็บลายแถบสีแดง ขาว น้ำเงิน แผงกลางเบาะปั๊มนูน และโลโก้ Bar & Shield แบบปัก  รุ่น Liberty Edition Street Glide และ Heritage Classic มาพร้อมกระจกหน้าสีฟ้าอ่อน (blue-tint windshield) โดยเครื่องยนต์และโครงสร้างของแต่ละรุ่นใช้พื้นฐานเดียวกับรุ่นมาตรฐานของปี 2026 มอเตอร์ไซค์ใน Enthusiast Collection ผลิตในจำนวนจำกัด โดยรุ่น Liberty Edition มีกำลังการผลิตรวมทั่วโลกประมาณ 2,500 คัน

กำหนดการวางจำหน่ายและรายละเอียดของแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด กรุณาติดต่อผู้แทนจำหน่าย H-D ใกล้บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

 

Harley-Davidson ยืนหยัดเพื่อจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและอิสรภาพเหนือกาลเวลาของเหล่านักขับขี่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ตระกูล Grand American Touring ตระกูล Adventure Touring ตระกูล Cruiser และ Trike รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson มือสองที่ผ่านการรับรอง พร้อมอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก Harley-Davidson สินค้าเครื่องแต่งกายสำหรับนักขับขี่ Harley-Davidson MotorClothes® และบริการด้านการเงินของ Harley-Davidson ได้ที่ H-D.com

ติดตามข่าวสารล่าสุดของ Harley-Davidson ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียได้ที่

www.harley-davidson.com

FB: @HarleyDavidsonAsia

IG: @HarleyDavidson_Asia

YT: Harley-Davidson Asia

TikTok: @HarleyDavidson_Asia 

LINE Official: @HarleyDavidsonTH

#HarleyDavidsonAsia #UnitedWeRide

“ฮอนด้า” สมรรถนะเหนือชั้น ริกกี้ บราเบค บิด CRF450 RALLY นำทัพคว้าวินเนอร์ กวาด 1 – 2 ศึกสุดทรหดแรลลี่ดาร์กา 2026 สเตจที่ 6

“ริกกี้ บราเบค” ยอดนักบิดฮอนด้า สังกัด Monster Energy Honda HRC ระเบิดความแข็งแกร่ง นำทัพฮอนด้าคว้าชัยชนะในการแข่งขันสุดโหด รายการแรลลี่ดาร์กา 2026 สนามแรก สเตจที่ 6 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยมี “โทชา ชาเรน่า” ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ตอกย้ำความยอดเยี่ยมของฮอนด้าในศึกแรลลี่ชิงแชมป์โลกพร้อมกับสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งจากสุดยอดรถแข่งคู่ใจ Honda CRF450 RALLY

09 BRABEC Ricky (usa), Monster Energy Honda HRC, Honda, Rally GP, FIM W2RC, action during the Stage 6 of the Dakar 2026, on January 9, 2026 between Haïl and Riyadh, Saudi Arabia

การแข่งขันสเตจที่ 6 ดวลกันท่ามกลางเนินทรายที่กว้างใหญ่ในภูมิภาคกัสซิม มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย จากช่วงการแข่งขันที่ยาวนานนักบิดต้องอยู่กับรถแข่งถึง 12 ชั่วโมง ระยะทางรวมกว่า 900 กิโลเมตร วัดกันอย่างดุเดือดทั้งด้านความแข็งแกร่งของนักบิดและสมรรถนะของรถแข่ง “ริกกี้ บราเบค” ควบยอดรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 9 เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง โดยทำเวลาได้อย่างสม่ำเสมอและลอยลำเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 คว้าชัยชนะแรกในการแข่งขันฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ

ความยอดเยี่ยมของฮอนด้ายังไม่หมดเพียงเท่านั้น “ชาเรน่า โทชา” อีกยอดนักบิดจาก Monster Energy Honda HRC รีดสมรรถนะรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 68 ตามเข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยช่องว่าง 1.14 นาที ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฮอนด้าด้วยการกวาดอันดับที่ 1 และ 2 สนามสเตจนี้ โดยในตารางเวลารวม “ริกกี้ บราเบค” รั้งอันดับที่ 2 บีบช่องว่างจากผู้นำลงมาเหลือเพียง 45 วินาทีเท่านั้นหลังจบสเตจที่ 6

ทางด้านของรุกกี้ทีม Monster Energy Honda HRC Rally2 รักษาผลงานระดับท็อป นำเป็นอันดับที่ 1 ในตารางเวลารวมโดย “แคมป์เบลล์ เพรสตัน” ด้วยรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 85 ทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 16 นาที หลังจากเก็บผลงานได้อย่างสม่ำเสมอในการแข่งขันสเตจที่ 6 ด้วยการเข้าเส้นชัยอันดับที่ 4 โดยมี “มาร์ติน เวนทูร่า” หมายเลข 84 ตามมาเป็นอันดับที่ 5

แรลลี่ดาการ์ 2026 สนามแรก เดินทางเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของการแข่งขัน จากการดวลความแข็งแกร่งสุดโหดถึง 13 สเตจ ในระหว่างวันที่ 3 – 17 มกราคม 2569 ที่ซาอุดิอาระเบีย โดยความดุเดือดในการเบียดลุ้นแชมป์เริ่มเข้มข้นมากขึ้น และฮอนด้าทีมยังคงรักษาผลงานในระดับท็อปได้อย่างต่อเนื่องในการลุ้นแชมป์สนามแรก

#DakarRally #CRF450 #HondaMotorcycle #HRC #MonsterEnergyHondaTeam

ไทยฮอนด้าเปิดตัว All New Honda Wave110 โฉมใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถครอบครัวอันดับ 1 ของคนไทย พร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ที่ทั้งประหยัดและทรงพลัง

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถครอบครัวอันดับ 1 เปิดตัว All New Honda Wave110 โฉมใหม่ที่ได้รับการปรับดีไซน์ให้ทันสมัยและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ตอกย้ำบทบาทรถจักรยานยนต์คู่ใจของครอบครัวไทยที่ส่งต่อความเชื่อใจจากรุ่นสู่รุ่น การออกแบบใหม่ของ All New Honda Wave110 มาพร้อมสีสันใหม่และรายละเอียดงานดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่นด้วยโลโก้แบบ Emblem ตัวนูน เพิ่มมิติและความหรูหรา รวมถึงล้อแม็กสีคอปเปอร์ในรุ่นล้อแม็ก Special Edition ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มีความเท่และแตกต่างมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead” เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

All New Honda Wave110 ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มชุดฟังก์ชันใหม่ที่ให้ทั้งความทันสมัยและประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED พร้อมกับไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวและทัศนวิสัยในการขับขี่ รวมถึง ไฟท้าย LED ที่ให้ความสว่างคมชัดยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยในเวลากลางคืน รวมถึงเพิ่มช่องชาร์จ USB-C, สวิตช์กุญแจนิรภัยพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ, ช่องเก็บของด้านหน้า และ ตะขอแขวนของอเนกประสงค์ ช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการใช้งาน อีกทั้งยังคงจุดเด่นที่ตอบโจทย์ครอบครัวอย่าง กล่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ความจุ 10 ลิตร และ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5 ลิตร รองรับการเดินทางทั้งใกล้และไกลได้อย่างมั่นใจ คุ้มค่า และใช้งานได้หลากหลาย

ในด้านความปลอดภัย All New Honda Wave110 มอบความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วย ระบบ Combined Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้การเบรกมีความนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พลังขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแรงทนทาน และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของทุกคนในครอบครัวได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง

All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่าย
• รุ่นล้อแม็ก Special Edition (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ล้อแม็กสีคอปเปอร์และโลโก้ Emblem ตัวนูนสีคอปเปอร์ เพิ่มความพรีเมียมอย่างมีสไตล์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว-น้ำตาล (WBR) และ สีดำ-น้ำตาล (BBR) ในราคาแนะนำ 48,800 บาท


• รุ่นล้อแม็ก (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ให้เลือก 3 สี ได้แก่สีเทา-น้ำตาล (GBR), สีน้ำเงิน (BLU) และ สีแดง (RED) ราคาแนะนำ 48,300 บาท


• รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา-ดำ (G-B), สีน้ำเงิน-ดำ (BUB) และ สีดำ-น้ำตาล (BBR) ในราคาแนะนำ 46,300 บาท


• รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก) มาในสีดำ (BLK) ราคาแนะนำ 39,000 บาท

สามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์คันจริงและเลือกเป็นเจ้าของ All New Honda Wave110 ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

#AllNewHondaWave110 #เวฟ #ฮอนด้าเวฟ #ครอบครัวเวฟเชื่อใจอันดับ1
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า

ไทยฮอนด้า เปิดเกมรุกปี 2026 เสริมทัพ 4 โมเดลใหม่ นำโดย New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฮอนด้าเปิดที่แรกของโลก พร้อมเผยทิศทางธุรกิจเขย่าตลาดเมืองไทย

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดศักราช 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย ด้วยการเผยภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัว 4 โมเดลใหม่ ในงาน ‘Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead’ ณ โรงแรม Centara Grand and Bangkok Convention Centre นำโดยไฮไลต์สำคัญคือ รุ่น New Honda UC3 (นิว ฮอนด้า ยูซีสาม) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เริ่มวางจำหน่าย มาในคอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers ก้าวแรก…ที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม’ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำตลาดและฐานการผลิตสำคัญของฮอนด้าในระดับโลก และอีก 3 รุ่น ได้แก่ New Honda Scoopy เผย 9 เฉดสีใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ใหม่วง ‘LYKN’ ที่มาเติมความสนุกให้กับชาวแก๊งไอคอนิก ตามด้วย New Honda Lead ที่อัปเกรดทั้งดีไซน์ด้านหน้าเฉดสีใหม่ และระบบเบรก ABS เสริมความมั่นใจในการขับขี่ ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave 110 รถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นยอดนิยมที่คนไทยไว้วางใจ ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่ เพิ่มความทันสมัย ควบคู่ความประหยัด คุ้มค่า และความทนทานตามมาตรฐานฮอนด้า

มร.ไดกิ มิฮาระ ผู้บริหารระดับสูง รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฮอนด้ามุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้เราสามารถส่งมอบ ‘ความสุขและอิสระในการขับเคลื่อน’ จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของโลกอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกกว่า 40% โดยคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณนี้จะมียอดจำหน่ายสูงถึง 21 ล้านคัน พร้อมวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับการเติบโตของตลาดโลกที่คาดว่าจะถึง 60 ล้านคันภายในปี 2030 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างแท้จริง เราพร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการเติบโตของความต้องการในตลาดรถจักรยานยนต์อย่างมั่นคง ฮอนด้าได้ตั้งเป้าหมายในระยะยาวว่า
“ทุกๆ 2 คน จะมีผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1 คน” ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง”

“ฮอนด้าพร้อมเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยในประเทศไทยเราถือเป็นผู้นำยุคแรกเริ่มที่วางรากฐานนวัตกรรมไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2018 ผ่านรุ่น Benly e: และ CUV e: และในวันนี้เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ New Honda UC3 รถไฟฟ้า Plug-in คอมมิวเตอร์รุ่นแรกที่สะท้อนคำมั่นสัญญาใหม่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า และเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 ที่เปิดตัวในงาน Milano Show เมื่อปีที่ผ่านมา บนตัวผลิตภัณฑ์ได้ประทับชื่อ ‘Honda’ อย่างภาคภูมิใจ ไม่เพียงเท่านี้ ฮอนด้ามุ่งสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ขณะเดียวกันเราขอยืนยันที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักต่อไปแม้ในยุคที่ EV เติบโต เพื่อสร้างงาน เสริมรากฐานอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย ด้วยคุณภาพและความเชื่อมั่นที่เราสั่งสมมาอย่างยาวนาน” มร. ไดกิ มิฮาระ กล่าวเสริม

มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของฮอนด้าในภูมิภาคเอเชีย และเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในระดับภูมิภาค ในปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยโดยรวมอยู่ที่ 1.73 ล้านคัน ไทยฮอนด้าสามารถสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์กว่า 1.40 ล้านคัน เติบโต 102% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ”

“สำหรับปี 2026 การแข่งขันทางธุรกิจจะเข้มข้นขึ้น แต่เราก็พร้อมปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไทยฮอนด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.68 – 1.73 ล้านคัน และเราได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 1.36 – 1.40 ล้านคัน ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยในทุกมิติ โดยมีแผนเปิดตัว รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งสิ้น 11 รุ่น ตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ควบคู่กับการรักษาความเป็นผู้นำด้านการขาย เทคโนโลยีบริการหลังการขาย การส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของฮอนด้าในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยกับการเปิดตัว New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Plug-in รุ่นแรกที่จะจำหน่ายโดยตรงถึงผู้ใช้ ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยีและมาตรฐานของฮอนด้า เพื่อมอบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ขับขี่ไร้มลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกอีกด้วย” มร.ยูอิจิ ชิมิซุ กล่าวเพิ่ม

New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers ก้าวแรกที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม’ ตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 kWh ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP มาตรฐานสากล UNR136 วิ่งได้ไกลสูงสุด 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชั่วโมง พร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Econ, Standard, Sport และระบบ Reverse Assist Function สำหรับช่วยถอยหลัง โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์น ไฟหน้า LED แบบ Integrated Light Bar หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วย Honda SMART KEY ช่องชาร์จ USB Type-C และพื้นที่เก็บของหลากหลายตำแหน่ง พร้อมโครงสร้าง Stability Frame ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง อีกทั้งไทยฮอนด้าได้เปิดตัว Honda ev Charger แห่งแรกของประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และมีแผนขยายกว่า 230 สถานี เพื่อรองรับการใช้งานภายในปีนี้ และอีก 800 สถานี ภายใน พ.ศ. 2572

ขณะที่กลุ่มรถเอที New Honda Scoopy ได้กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Iconic Gang แก๊งเจนใหม่ ไปให้สุดเทรนด์’ ที่ได้วง ‘LYKN’ มาเป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ ถ่ายทอดความสนุกและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยได้เนรมิตเฉดสีใหม่ 9 เฉดสี 3 สไตล์ มาให้เลือก วางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Club 12 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีชมพู, สีขาว-น้ำเงิน, สีดำ-แดง และสีเทา-ขาว ในราคาแนะนำ 55,100 บาท ตามด้วย รุ่น Prestige เลือกได้ 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีดำ และสีขาว ในราคาแนะนำ 53,700 บาท และ รุ่น Urban มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า และสีดำ ในราคาแนะนำ 50,600 บาท

ตามมาด้วย New Honda Lead125 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘New Dimension of Minimal มินิมอลอีกขั้น สู่ความเท่อีกระดับ’ ถ่ายทอดมิติใหม่ของไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านเฉดสีใหม่พร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่เสริมลุคสปอร์ต ทันสมัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว New Honda Lead125 วางจำหน่าย 2 รุ่นพร้อมเฉดสีใหม่ ได้แก่ รุ่น ABS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีเทา (Grey) ในราคาแนะนำ 67,000 บาท และรุ่น CBS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีขาว–ดำ (White–Black) ราคาแนะนำ 62,000 บาท

ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave110 ปรับโฉมใหม่เพิ่มความทันสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสีรถและโลโก้ Emblem สีคอปเปอร์ มาพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยว ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของด้านหน้า ตะขอแขวนอเนกประสงค์ และ ช่องชาร์จ USB Type-C เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ Combined Brake System (CBS) พร้อมยกระดับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย มาพร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่แข็งแรง ทนทาน คล่องตัว และประหยัดน้ำมันด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่ายในรุ่นล้อแม็ก Special Edition 2 สี ได้แก่ สีขาว–น้ำตาล และ สีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 48,800 บาท และรุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา–น้ำตาล, สีน้ำเงิน และสีแดง ราคาแนะนำที่ 48,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทมือ ดิสก์เบรก มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา–ดำ, สีน้ำเงิน–ดำ และสีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 46,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก วางจำหน่ายใน สีดำ ราคาแนะนำที่ 39,000 บาท

บทพิสูจน์ความมุ่งมั่น ”ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” กับภารกิจสานฝันเด็กไทยและมอเตอร์สปอร์ตไทย สู่เวทีโลก

ปี 2025 นับเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ฮอนด้าได้เขียนประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยเฉพาะในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ในเส้นทาง “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมของ “ไทยฮอนด้า” กับโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ผลิดอกออกผลอย่างเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่การประกาศเป้าหมายพานักแข่งไทยขึ้นสู่ศึก โมโตจีพีให้ได้ในปี 2025 เมื่อปี 2018

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยวัย 26 ปี คือนักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ก้าวขึ้นสู่คลาสสูงสุดของศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกอย่าง “โมโตจีพี”นี่คือฝันที่เป็นจริงของวงการมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย…

“ไทยฮอนด้า” และทุกภาคส่วนทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ฝันนี้เกิดขึ้นจริง นี่คือการต่อสู้อย่างหนักของ “ก้อง-สมเกียรติ” หลังจากประสบความสำเร็จใน โมโตทู ทั้งการคว้าชัยชนะ โพเดียม ตำแหน่งโพล และสถิติในหลายสนาม

ใน โมโตจีพี ที่รายล้อมไปด้วยนักบิดระดับพระกาฬของโลกไม่ใช่เรื่องง่าย และการคว้าแต้มมาได้ 7 คะแนน ท่ามกลางสถานการณ์ที่อาการบาดเจ็บรบกวนในปีแรกของ “ก้อง-สมเกียรติ” นับว่าไม่ธรรมดา เพราะนั่นหมายความว่า ชื่อคนไทยได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ ใน “แชมเปี้ยนชิพ” และแน่นอนด้วยศักยภาพของ “ก้อง-สมเกียรติ” ทำให้เขาได้รับโอกาสและความท้าทายใหม่จากทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี ในฐานะนักบิดของทีมในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026

นอกจากนี้ ยังเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์เช่นกันที่มีนักแข่งชาวไทยลงแข่งขันใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ครบทุกรุ่น เพราะนอกจาก “ก้อง-สมเกียรติ” ใน โมโตจีพี แล้ว เรายังมี 2 นักบิดไทยในคลาสกลางและคลาสเล็กอย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ที่ร่วมสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ลุยศึก โมโตทู และ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ในศึก โมโตทรี กับ ฮอนด้า ทีม เอเชีย เช่นกัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีเรื่องราวยิ่งใหญ่แบบนี้ เกิดขึ้นกับประเทศที่ไม่ใช่มหาอำนาจด้านมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจาก “อาเซียน” ซึ่งหากเทียบกับยักษ์ใหญ่ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น สเปน, อิตาลี หรือแม้กระทั่ง ญี่ปุ่น แล้ว… เราถือว่ามีขนาดของอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก

แต่เชื่อไหม… “ความฝันของชาวไทย” คือสิ่งที่ “ไทยฮอนด้า” นำมาเป็นแรงผลักดันสำคัญในการปั้นเด็กๆ จากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ให้ก้าวไปสู่ความฝันให้ได้

โดยนอกจาก โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี แล้ว ในปีนี้ยังมีเด็กไทยอย่าง “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ ดาวรุ่งเลือดใหม่จาก “ไทยฮอนด้า” ซึ่งโลดแล่นอยู่ในเส้นทาง “โร้ด ทู โมโตจีพี” อย่างรายการ จูเนียร์จีพี และ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ ซึ่งเจ้าตัวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในทุกครั้งที่ลงสนาม และเดินหน้าเก็บแต้มมาได้อย่างต่อเนื่อง

“ไม้คิว- เกียรติศักดิ์” นับเป็นดาวรุ่งเลือดใหม่ที่มีพัฒนาโดดเด่น โดยเฉพาะการเรียนรู้และยกระดับผลงานได้อย่างต่อเนื่อง  โดยในปีนี้จบการแข่งขัน เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ ด้วยอันดับท็อปเท็นหลายครั้ง ผลงานดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 4 ที่ เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส และจบดูกาลด้วยการรั้งอันดับ 15 ของโลก มีทั้งสิ้น 58 คะแนน

ส่วนในการแข่งขัน จูเนียร์จีพี เวทีที่เข้มข้นที่สุดของศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลก “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องเจอบททดสอบอย่างหนัก ที่ต้องปรับทั้งทักษะการขับขี่ สนามแข่งที่ไม่เคยลงบิดมาก่อน รวมถึงการเซ็ตอัพรถแข่งร่วมกับทีมช่าง ซึ่งดาวรุ่งชาวไทยก็ปรับตัวและเรียนรู้ได้ดี เก็บมาได้ทั้งสิ้น 8 แต้มในปีนี้ รั้งอันดับ 23 บนตารางคะแนนสะสม

นอกจากนี้ ผลผลิตจาก “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ยังเลื่อนชั้นขึ้นสู่เวทีดาวรุ่งในระดับเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรายการ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ ซึ่งถือเป็นรายการสุดแข็งแกร่งในภูมิภาคของเรา ก่อนขยับขึ้นสู่เวทีดาวรุ่งชิงแชมป์โลก

 

ขณะเดียวกัน รายการ “ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” ก็เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับเยาวชนจาก “ฮอนด้า อะคาเดมี”เป็นจุดเริ่มต้นของนักแข่งระดับยุวชน ที่ ไทยฮอนด้า มุ่งมั่นอย่างมากในการสร้างมาตรฐานการฝึกฝนตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อการเป็นนักบิดระดับอาชีพที่มีคุณภาพ

 

“ไทยฮอนด้า” ยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” อย่างต่อเนื่อง เพราะการเจียระไน “เพชรเม็ดงาม” คือหัวใจสำคัญของโปรเจ็กต์นี้ เพื่อสานฝันของชาวไทยในมอเตอร์สปอร์ตโลก

 

แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

 

#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #Chip #Gonz #RookiesCup #JuniorGP #Maikiw #KS85 #HondaAcademy #HondaThailandTalentCup