“ก้อง-สมเกียรติ” พอใจเทสต์ โมโตจีพี ครั้งแรก

ยกระดับเรียนรู้อย่างหนักกับรถแข่ง Honda RC213V

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ จบภารกิจทดสอบ โมโตจีพี ครั้งแรกที่ บาร์เซโลน่า ด้วยพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม เจ้าตัวเผยใช้เวลาตลอดทั้งวันเรียนรู้รถแข่ง Honda RC213V อย่างหนัก ยกระดับอย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บข้อมูลสำคัญเพื่อปรับปรุงตัวเอง ก่อนทดสอบครั้งต่อไป

การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ ศึก โมโตจีพี 2025 มีขึ้นในวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน โดย “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดไทยเจ้าของหมายเลข 35 เข้ารายงานตัวกับทีมเป็นครั้งแรกในรุ่น “พรีเมียร์คลาส” และลงทดสอบรถแข่ง Honda RC213V อย่างหนักเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเต็ม

“ก้อง-สมเกียรติ” ทำงานอย่างหนักเพื่อเรียนรู้กับระบบต่างๆ ของรถแข่ง Honda RC213V ซึ่งแตกต่างกับรุ่น โมโตทู อย่างมาก ผ่าน 7 ชั่วโมงของการทดสอบ ลงบิดไปทั้งสิ้น 61 รอบสนาม รั้งอันดับ 23 ของการเทสต์ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.295 วินาที ตามหลังหัวแถว 2.492 วินาที

นักบิดไทยกล่าวว่า “วันนี้คือวันแรกในการเทสต์ โมโตจีพี ช่วงแรกที่ออกไปผมพยายามค่อยๆ ขยับสเต็ป เบรกไม่ลึกมาก และค่อยๆ เร่งออกจากโค้ง พอถึงช่วงท้ายการซ้อมเซสชั่นแรก ก็เริ่มเพิ่มความเร็วเร่งออกจากทางตรงมากขึ้น ซึ่งสัมผัสได้ถึงความแรงของรถที่มีสูงมากจริง หลังจากนั้นเราได้ทำการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบของรถ ไม่ว่าจะเป็น เบรก ยาง อิเล็กทรอนิกส์ และการที่ทีมส่งข้อความมายังตัวรถ ว่าคุณจะต้องทำอะไร ปรับตั้งค่าอะไรบ้าง ผมได้ซ้อมและลองทำทุกอย่าง”

“รู้สึกดีมากๆ ครับ เป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังได้ทำความเข้าใจกับเรื่องยางที่ใช้ใน โมโตจีพี ด้วยครับ เพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับการทดสอบครั้งต่อไป ฝากทุกคนเชียร์และติดตาม ปีหน้าเราจะแข่งสนามแรกที่ไทย และมีการทดสอบก่อนหน้านั้นด้วย” เจ้าของรถแข่งหมายเลข 35 ทิ้งท้าย

ทั้งนี้ การทดสอบครั้งต่อไปของ โมโตจีพี จะมีขึ้นในวันที่ 31 มกราคม  – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ในช่วงเชคดาวน์เทส ที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย และทดสอบอย่างเป็นทางการที่สนามเดียวกัน ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 จากนั้นจะกลับมาทดสอบที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2568 ก่อนจะดวลความเร็วสนามแรกในฤดูกาลหน้าในเมืองไทย ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568

แฟนความเร็วชาวไทยติดตามข่าวสาร พร้อมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ และนักบิดฮอนด้า ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream

#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #MotoGP #IdemitsuHondaLCR #LCRHonda #SC35 #Kong #TheFirstThaiRiderInMotoGP

“ก้อง-สมเกียรติ” ลงบิดทดสอบแรก “RC213V” ตัวแข่งในตำนาน โมโตจีพี ที่ บาร์เซโลน่า

การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ ศึก โมโตจีพี 2025

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ลงบิดรถแข่ง RC213V ของ ฮอนด้า อย่างเป็นทางการครั้งแรก ร่วมกับต้นสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในการทดสอบหลังจบฤดูกาลที่ บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ ศึก โมโตจีพี 2025 จัดขึ้นที่ เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ท่ามกลางสภาพอากาศเย็น และเป็นครั้งแรกที่นักบิดทุกคนจะลงทดสอบรถแข่งคันใหม่

โดย “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดไทยเจ้าของหมายเลข 35 ลงบิดรถแข่ง RC213V ของตนเองในช่วงแรกของการทดสอบ เพื่อเรียนรู้และสร้างความคุ้นเคยกับระบบต่างๆ ของตัวรถ และเจ้าตัวก็แสดงออกถึงความสุขสุดๆ กับฝันที่เป็นจริงในการแข่งขันรุ่น “พรีเมียร์คลาส”

ทั้งนี้ การทดสอบจะมีขึ้นทั้งหมด 7 ชั่วโมงเต็ม โดยจะสิ้นสุดในเวลา 23.00 น. ของคืนวันอังคารนี้ ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งหลังเก็บข้อมูลสำคัญจากการทดสอบครั้งแรก “ก้อง-สมเกียรติ” จะบินกลับสู่ประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันฤดูกาลหน้าในรุ่น โมโตจีพี โดยจะเปิดสนามแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2025

แฟนความเร็วชาวไทยติดตามข่าวสาร พร้อมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ และนักบิดฮอนด้า ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream

#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #MotoGP #IdemitsuHondaLCR #LCRHonda #SC35 #Kong #TheFirstThaiRiderInMotoGP

Royal Enfield ทุบสถิติยอดขายเดือนตุลาคม ทะลุ 110,000 คัน!

Royal Enfield ตอกย้ำความเป็นตำนาน!

 Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc-750cc) สร้างสถิติใหม่! ทำยอดขายในอินเดียเดือนตุลาคม 2567 ทะลุ 110,574 คัน ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ พุ่งขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 84,435 คัน นอกจากนี้ การส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ก็เติบโตไม่แพ้กัน โดยเดือนตุลาคม 2567 ส่งออกมอเตอร์ไซค์ได้ถึง 8,688 คัน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อนที่มียอดส่งออก 3,477 คัน ตอกย้ำความสำเร็จระดับโลกของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน!

คุณ บี. โควินดาราจาน ซีอีโอของ Royal Enfield กล่าวว่า “เดือนตุลาคม 2567 ถือเป็นอีกก้าวที่น่าจดจำสำหรับ Royal Enfield ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่กับยอดขายในอินเดียที่ทะลุ 110,000 คันในเดือนเดียว นับเป็นยอดขายที่สูงที่สุดและเป็นประวัติการณ์ของเรา นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัวในตลาดบังคลาเทศและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชุมชนนักขี่รถจักรยานยนต์ ความนิยมในรุ่นต่างๆ ของเรายังคงแข็งแกร่ง และด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ เรามั่นใจว่าจะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตนี้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะช่วยกำหนดอนาคตของวงการมอเตอร์ไซค์ พร้อมกับมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง”

Repsol Honda Team ระเบิดผลงานสุดยิ่งใหญ่ปิดฤดูกาล X-TRIAL 2024

 “โทนี่ โบ” เก็บชัยชนะทำสถิติโพเดียมที่ 100 ที่ปัมโปลนา

“โทนี่ โบ” ทำผลงานสนามปิดฤดูกาล X-TRIAL 2024 ได้อย่างเหนือชั้น แม้ว่าจะคว้าแชมป์ไปครองแล้วก่อนหน้านี้จากคะแนนสะสมที่ขาดลอย แต่ยังคงลงสนามคว้าชัยชนะในการแข่งขัน ขณะที่ ทีมเมท ”กาเบียล มาเซลลี่” คว้าท็อป 3 ในสนามที่ 7 ณ ปัมโปลนา ประเทศสเปน

การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะไปครองด้วยการขับขี่ที่แม่นยำ พร้อมกับทำสถิติเก็บโพเดียมครั้งที่ 100 ให้กับตัวเอง รวมคะแนนสะสม 128 คะแนน สร้างผลงานตอกย้ำความเหนือชั้นให้กับ Repsol Honda Team ด้วยการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 36 ปิดท้ายฤดูกาลนี้ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” ทำผลงานยอดเยี่ยม รวมคะแนนสะสม 83 คะแนน

โดยซีชั่น 2025 “โทนี่ โบ” และ“กาเบียล มาเซลลี่” จะกลับมาทำศึกในวันที่ 21 ธันวาคม 2567 นี้ ในรายการ X-Trial Spain ที่มาดริด ประเทศสเปน

#Honda #HRC #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMXTrailGP #RepsolHondaTeam

ชิงดำสนามสุดท้าย! ศึกสองล้อเอเชีย เตรียมเดือดส่งท้ายปีที่ประเทศไทย

 “ชิพ-แสตมป์” นำทัพนักบิดไทยล่าบัลลังก์แชมป์ 6-8 ธ.ค.นี้

ศึกสองล้อชิงแชมป์แห่งเอเชียสุดยิ่งใหญ่ รายการ เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 เตรียมระเบิดความมันส์สนามสุดท้าย ชิงดำตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาลในทุกรุ่น ขณะ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ควง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นำทัพนักบิดไทยลงชิงชัย ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ด้าน “บิ๊กแน่น-โชติชนก” ชี้สนามช้างฯ พร้อมต้อนรับดาวบิดดังเอเชีย-ทั่วโลก และถือเป็นงานใหญ่ส่งท้ายปี ก่อนรองรับศึกโมโตจีพีในฤดูกาลหน้า

ไฮไลต์ของสนามสุดท้ายคือการลุ้นทัพนักบิดไทยให้คว้าชัยชนะในบ้านเกิด รวมถึงการคว้าแชมป์เอเชียในฤดูกาลนี้ด้วย โดยในรุ่นใหญ่อย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ อดีตนักบิดโมโตทรีจาก ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท เอสเตโม ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ รั้งอันดับ 4 มีทั้งสิ้น 128 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง 14 คะแนน

ขณะที่ผู้นำบนตารางแชมเปียนชิพในรุ่นใหญ่ ได้แก่ “ยูกิ คูนิ” นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ทีม ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า มีทั้งสิ้น 142 คะแนน เบียดกันอย่างสูสีกับ “แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาห์” นักบิดอินโดนีเซียจาก ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม โดยมีระยะห่างเพียง 2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “ฮาฟิซ ซยาห์ริน” อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซีย ตามหลัง 5 คะแนน

ส่วนในคลาสกลางอย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี นักบิดชาวไทย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก ยามาฮ่า เทคนี เรซซิ่ง ทีม เอเชียน อยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์เอเชียที่สดใส รั้งจ่าฝูงก่อนเข้าสู่สนามสุดท้าย มีทั้งสิ้น 155 คะแนน เหนือคู่แข่งในอันดับ 2 อย่างโมฮัมหมัด อะเดนันตา พูตร้า นักบิดอินโดนีเซีย 14 คะแนน ส่วน อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ นักแข่งมาเลเซียรั้งอันดับ 3 ตามหลัง 33 คะแนน ขณะที่นักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ รั้งท็อปไฟว์ มีทั้งสิ้น 99 คะแนน

ด้านการลุ้นแชมป์ในรุ่นเล็กอย่าง เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ยังต้องมาตัดสินที่ประเทศไทยเช่นกัน โดย “เฮอร์จุน แอทน่า เฟอร์ดาอุส” ดาวรุ่งชาวอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม รั้งจ่าฝูงเหนือทีมเมทอย่าง “มูฮัมหมัด เคียนดร้า รามาดิป้า” 10 คะแนน ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “มูฮัมหมัด แฟโรซี” จาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ตามหลัง 12 คะแนน ขณะที่นักบิดไทยอย่าง “วริทธ์ ทองนพคุณ” และ “ปิยวัฒน์ ประทุมยศ” จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม รั้งอันดับ 8 และ 9 มีคนละ 64 คะแนน และ 43 คะแนนตามลำดับ

ด้าน นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมเต็มขั้น ในการต้อนรับดาวบิดดังจากทั่วเอเชียและทั่วโลกแล้ว รวมทั้งการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นงานใหญ่อีกหนึ่งงานส่งท้ายปลายปีที่จะมอบเป็บของขวัญให้แฟนความเร็ว ก่อนเข้าสู่ช่วงของการทำกิจกรรมต้อนรับศึกโมโตจีพี ในประเทศไทยในปี 2025 อย่างยิ่งใหญ่ที่สุด

“เชื่อว่าในสนามตัดสินแชมป์นี้จะได้รับความสนใจจากแฟนความเร็วทั่วโลกแน่นอน โดยจากความสำเร็จของการจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตตลอดปีที่ผ่านมาของสนามช้างฯ ได้เป็นเครื่องชี้ชัดถึงอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตไทยที่พัฒนาอย่างมากทั้งระบบ โดยในส่วนของการแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชีย รายการเอเชีย โรด เรซซิ่งนี้ ก็จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับนักแข่ง ทีมแข่งและบุคลากรต่างๆ รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอย และต่อยอดให้ประเทศไทย ให้พัฒนาเป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เป็นหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินการแข่งขันที่แฟนความเร็วจากทั่วโลกต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต”

ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 สนามสุดท้ายจะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายและดวลความเร็วเรซแรกในวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม และปิดฉากเรซสุดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567 พร้อมกับพิธีฉลองแชมป์แห่งเอเชียอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย หลังจบการแข่งขันอีกด้วย

โดยในปีนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันเอาใจคอมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ด้วยการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ในประเทศผ่านช่อง PPTV HD36 และทั่วเอเชีย ได้แก่ SPOTV, Star Sports, Astro Arena และ Fox Sports หรือรับชมผ่านทางออนไลน์ได้ที่เพจ Asia Road Racing Championship และ Chang Circuit Buriram

แฟนมอเตอร์สปอร์ตเข้าชมติดขอบสนาม บัตรวีไอพี 1 วัน 1,000 บาท, 2 วัน 1,500 บาท, แกรนด์สแตนด์ 1 วัน 200 บาท, 2 วัน 300 บาท ซื้อบัตรได้แล้วที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://www.allticket.com/event/ARRC2024_Round6

NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION #กล้าที่จะฟินน์ โดดเด่น เร้าใจด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว

รถครอบครัวระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมัน รับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็น 1 ของรถจักรยานยนต์ครอบครัวยุคใหม่ระดับพรีเมียม ด้วยการเปิดตัว “NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION” ที่เพิ่มสไตล์การขับขี่ให้โดดเด่น พรีเมียม เร้าใจด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ให้คุณได้ปลดปล่อยความเป็นตัวคุณได้อย่างเต็มที่ ผสานกับเครื่องยนต์แรง ทนทาน ขับขี่ง่าย ประหยัดน้ำมัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน เหมาะกับการใช้งานทุกรูปแบบ และยังคุ้มค่าด้วยการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

สำหรับ NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION มาพร้อมกับสีสันใหม่โดดเด่น สปอร์ตพรีเมียม พร้อมโลโก้ Special Edition บนตัวรถที่ออกแบบมาเฉพาะรุ่น และสติกเกอร์ลายพิเศษบนล้อแม็กหน้า – หลัง สุด LIMITED เพิ่มสไตล์การขับขี่ให้โดดเด่นอย่างลงตัว

NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้ฟินน์มากยิ่งขึ้นด้วย โช้คหลัง YSS DTG Plus** ที่ได้รับการออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่น สามารถปรับระดับความแข็งสปริง (Preload) ได้ เหมาะสมต่อการใช้งานที่หลากหลาย ตอบโจทย์การขับขี่ทุกรูปแบบ ทั้งการขับขี่ที่นุ่มนวล หรือรองรับการบรรทุกสัมภาระ

** เงื่อนไขการติดตั้ง และรับประกันโช้ค :
– โช้คหลัง YSS DTG Plus (ออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่น) : ผู้จำหน่ายจะทำการเปลี่ยนโช้คหลัง Standard ที่ติดมากับรถ เป็นโช้คหลัง YSS DTG Plus โดยไม่มีค่าบริการ และลูกค้าจะได้รับ โช้คหลัง Standard ที่ติดมากับรถกลับไป เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์สำรองทดแทนในกรณีต่างๆ เช่น ส่งโช้คอัพในการเคลมสินค้า
– การรับประกันโช้คหลัง YSS DTG Plus (ออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่น) จะได้รับการรับประกันเป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือ 10,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) โดย บริษัท วาย.เอส.เอส. จำกัด และเงื่อนไขการรับประกันอื่นๆ เป็นไปตามที่ บริษัท วาย.เอส.เอส. จำกัด กำหนด โดยลูกค้าต้องทำการลงทะเบียนรับสิทธิ์การรับประกันกับบริษัท วาย.เอส.เอส. จำกัด ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ลูกค้าทำการรับรถ ผ่านการสแกน QR CODE ใบรับประกันสินค้า โดยใช้หมายเลขสินค้า (YSS SERIAL NUMBER) คู่กับรหัสสินค้า (PRODUCT CODE) ของโช้คอัพที่ติดตั้งไปกับรถจักรยานยนต์คันที่ลูกค้าได้ซื้อไป


NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION ยังเพิ่มความพรีเมียมด้วย SPECIAL SEAT PATTERN เบาะหนังทูโทนดีไซน์พิเศษ ให้ความรู้สึกหรูหราพรีเมียม และแตกต่างอย่างลงตัว

นอกจากนี้ NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION ยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์หัวฉีดอัจฉริยะ แรงดี ทนทาน…ฟินน์จัด ประหยัดจริง ไม่จุกจิก และมีสมองกลอัจฉริยะ ECU ควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมัน ทำให้ประหยัด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION โดดเด่นทันสมัยด้วย ชุดไฟหน้าสุดโมเดิร์น สว่างชัด ดีไซน์โฉบเฉี่ยวกลมกลืนกับแฟริ่ง และไฟท้ายสวยหรูสะดุดตา ดีไซน์เข้ากับบอดี้ช่วงท้าย สว่างชัดเจนทั้งกลางวัน และกลางคืน พร้อมหน้าจอเรือนไมล์แสดงผลชัดเจน สบายตา สีสันกราฟิกทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานครบครัน

NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION มีฟีเจอร์เพิ่มความสะดวกสบายครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ช่องใส่ของด้านหน้าอเนกประสงค์ สะดวกสบายในการใช้งาน หยิบง่าย ใส่คล่อง ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 9.7 ลิตร เก็บหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบได้ และกุญแจแบบ Multi-function ควบคุมการใช้งานในจุดเดียว จะล็อคคอรถ เปิดสวิตซ์ หรือเปิดเบาะ ก็สะดวกสบาย

NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION เพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยด้วยระบบเบรก UNIFIED BRAKE SYSTEM (UBS) เมื่อใช้งานเบรกเท้า กลไกจะกระจายแรงเบรกไปทั้งล้อหน้า และล้อหลัง ทำให้การหยุดรถมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION #กล้าที่จะฟินน์ มาพร้อมกับสีสันสุดพิเศษ! คือ สีเทา/ม่วง พร้อมราคาแนะนำสุดพิเศษที่ 49,900 บาท พร้อมให้ความมั่นใจสูงสุดด้วยการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* และยังเพิ่มความฟินน์ยิ่งขึ้นด้วย Accessories แต่งให้สวยกว่า… “ก็ฟินน์ยิ่งกว่า” ด้วย ตระกร้าหน้าแบบตาข่าย, กันลายแบบตาข่าวสีดำ, ขอเกี่ยวแบบลวดสีดำ, ตะแกรงหลัง, ตาข่ายตระกร้าหน้าสีดำ, กล่องหลังสีดำ และกรอบป้ายทะเบียนชุบโครเมี่ยม
โดยสามารถสัมผัสกับ NEW YAMAHA FINN SPECIAL EDITION #กล้าที่จะฟินน์ ได้แล้ววันนี้! ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263- 9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ Website : www.yamaha-motor.co.th

Facebook : Yamaha Society Thailand
Instagram : @Yamaha Society Thailand
Youtube : Yamaha Society Thailand

* รับประกันคุณภาพชิ้นส่วนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มโครงรถ และกลุ่มระบบไฟฟ้า โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (สำหรับการรับประกันโช้คหลัง YSS DTG Plus เป็นไปตามเงื่อนไขของ บริษัท วาย.เอส.เอส. จำกัด)

—————————
#ยามาฮ่าฟินสเปเชียลอิดิชัน
#YamahaFinnSpecialEdition
#ยามาฮ่าฟินน์สีใหม่
#กล้าที่จะฟินน์
#ฟินน์ลิมิเต็ดอิดิชัน
#ฟินน์100%
#YamahaFinn
#ยามาฮ่าฟินน์
#รับประกัน5ปีไม่จำกัดระยะทาง

Martin พา Parmac Racing Team คว้าแชมป์โลก

Bagnania คว้าแชมป์ Motul Solidarity Grand Prix of Barcelona , Martin พา Parmac Racing Team คว้าแชมป์โลก 🏆🏆
การแข่งขันรอบ Full Race รายการ Motul Solidarity Grand Prix of Barcelona #SolidarityGP ที่ Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศ สเปน Francesco Bagnaia นักบิดชาวอิตาลี เจ้าของหมายเลข 1 จาก Ducati Lenovo Team ได้เริ่มการแข่งขันจากโพโพซิชั่น ก่อนออกนำแบบม้วนเดียวจบ และพยายามยืดจาก Marc Marquez เจ้าของหมายเลข 93 จาก Gresini Racing MotoGP ไปแบบไม่เกินความคาดหมาย และคว้าธงตราหมากรุกเป็นคันแรก คว้าแชม์รายการนี้ไปครอง
‼️ในขณะที่ แชมป์โลก MotoGP 2024 คนล่าสุดตกเป็นของ Jorge Martin จาก Prima Pramac Racing 🏆🏆🏆
คะแนนสะสมเวิล์ดแชมป์เปี้ยน
1 Jorge MARTIN หมายเลข 89 / 508 คะแนน Prima Pramac Racing
2 Francesco BAGNAIA หมายเลข 1 / 498 คะแนน Ducati Lenovo Team
3 Marc MARQUEZ หมายเลข 93 / 392 คะแนน Gresini Racing MotoGP

“ก้อง” สมเกียรติ อันดับ 10 Moto2 Barcelona

การแข่งขัน SolidarityGP เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักบิดขวัญใจชาวไทย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา #35 จาก Idemitsu Honda Team Asia ได้เริ่มเกมการแข่งขันจากกริดที่ 19 และตกไปอยู่ในอันดับที่ 22 เนื่องจากเบี่ยงหลบอุบัติเหตุช่วงต้นเกม หลังจากนั้น “ก้อง” เร่งความเร็วกลับมาตีตื้นได้สำเร็จและจบการแข่งขันในอันดับที่ 10
.
.

Pecco คว้าแชมป์ Sprint Barcelona

การแข่งขันรายการ SolidarityGP ในรอบ Sprint Race เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Francesco Bagnania #1 จาก Ducati Lenove Team ได้เริ่มเกมการแข่งขันจากตำแหน่ง โพลโพซิชันอาศัยความเหนือชั้น ยืดระยะห่างกลุ่มหลังตั้งแต่รอบแรก ก่อนผ่านธงตาหมากรุกคว้าแชมป์ Sprint Race ไปครอง
ทำให้ต้องชิงดำแชมป์โลกกับ Jorge Martin ในการแข่งขันวันพรุ่งนี้
.
1. Francesco Bagnania
2. Enea Bastianini
3. Jorge Martin
.
.

เปิดเงื่อนไขการคว้าแชมป์โลก โมโตจีพี ฤดูกาล 2024 ณ สนาม Circuit de Barcelona Catalunya

Jorge Martin (Prima Pramac Racing) แชมป์โลกถ้า …
1. เขาจบอันดับที่ 9หรือสูงกว่า
2. เขาจบอันดับที่ 10 , 11 , 12 , 13 , 14 และ Bagnaia จบอันดับที่ไม่สูงกว่าอันดับที่ 2
3.Bagnaia จบอันดับที่ไม่สูงกว่าอันดับที่ 3
Francesco Bagnaia (Ducati Lenovo Team) แชมป์โลกถ้า …
1. เขาชนะและ Martin จบอันดับได้ไม่เกินอันดับที่ 10
2. เขาจบอันดับ 2 และ Martin จบอันดับได้ไม่เกินอันดับที่ 15

#MotoGP2024 #TheRematch #solidarity

คาวาซากิจัดกิจกรรมรวมพลคนรักคาวาซากิในงาน Kawasaki Coffee Breaks Meeting

Kawasaki Coffee Breaks Meeting ที่ตลาดนกฮูก

คาวาซากิได้จัดงาน Kawasaki Coffee Breaks Meeting ที่ตลาดนกฮูก สถานที่จุดพบปะสุดชิคในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นงานที่รวบรวมรถจักรยานยนต์จากค่ายคาวาซากิ แต่ยังเป็นโอกาสให้แฟนคลับได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสัมผัสความหลากหลายของรถจักรยานยนต์รุ่นต่างๆ ให้สมาชิกได้ทดลองขับขี่ในการสัมผัสถึงนวัตกรรมใหม่ๆของคาวาซากิอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟนๆ คาวาซากิ รวมถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลรักษารถจักรยานยนต์ การอัพเกรดหรือแต่งรถ รวมถึงการบำรุงรักษาจักรยานยนต์อย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันเล็กๆที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงานอีกด้วย

ภายในงานทางคาวาซากิยังได้นำร้านอาหารและร้านน้ำดื่มมาบริการให้กับสมาชิกคาวาซากิได้รับประทานกันแบบอิ่มแบบแน่นเลยทีเดียว และยังมีร้านอุปกรณ์ต่างๆมาให้ทางสมาชิกได้เลือกซื้อกันแบบราคาถูก เรียกว่าได้ของแต่งติดไม้ติดมือกันกลับบ้านแบบแฮปปี้กันอีกด้วย

“คาเครุ” เข้าวินเรซแรก ออสเตรเลีย ปิดจ็อบคว้าแชมป์ R3 bLU cRU Asia-Pacific 2024

“คาเครุ”  ออกนำม้วนเดียวจบผงาดคว้าชัยชนะ

คาเครุ โอกุนุกิ นักบิดดาวรุ่งเลือดใหม่ชาวญี่ปุ่นวัย 17 ปี สร้างผลงานร้อนแรง ออกนำม้วนเดียวจบผงาดคว้าชัยชนะเรซแรกในศึกเฟ้นดาวรุ่งสู่เวทีโลก Yamaha R3 bLU cRU Asia-Pacific Championship 2024 สนามสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ เดอะ เบนด์ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ค ประเทศออสเตรเลีย พร้อมปิดจ็อบผงาดตำแหน่งแชมป์ประจำปีไปครอง
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเรซแรกของสนามสุดท้าย มีขึ้นในช่วงสายวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) โดยถือเป็นโอกาสแรกในการคว้าแชมป์ประจำปีของ คาเครุ ดาวรุ่งฝีมือดีชาวญี่ปุ่น ซึ่งรั้งจ่าฝูงก่อนเข้าสู่สนามนี้
เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 9 รอบสนาม โดย คาเครุ เจ้าของรถแข่งหมายเลข 31 ออกตัวจากตำแหน่งโพล ทะยานขึ้นนำอย่างรวดเร็ว โดยนักบิดไทยวัย 14 ปีอย่าง “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี เจ้าของหมายเลข 54 รวมถึงนักบิดเจ้าถิ่นอย่าง ฮันเตอร์ คอร์นีย์ หมายเลข 40 และ เฮย์เดน ฟอร์ดิซ ดาวรุ่งนิวซีแลนด์ ไล่บดเพื่อชิงอันดับ 2 อย่างสุดมัน
หลังผ่าน 9 รอบสนาม คาเครุ นำม้วนเดียวจบคว้าชัยไปครองด้วยเวลา 20 นาที 12.677 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง คอร์นีย์ 1.781 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ฟอร์ดิซ ตามหลัง 2.495 วินาที ส่วนนักบิดดาวรุ่งชาวไทย “อาร์ตี้” ธนกฤต ประทุมทอง หมายเลข 13 ไล่บดในช่วงท้าย เข้าป้ายอันดับ 4 พลาดโพเดียมไปอย่างเฉียดฉิวเพียง 0.002 วินาทีเท่านั้น ขณะที่ “เชลล์” ศักดิ์ชัย ออกจากการแข่งขันไปในรอบที่ 4
ผลการแข่งขันดังกล่าว เพียงพอให้ คาเครุ โอกุนุกิ นักบิดดาวรุ่งเลือดใหม่ชาวญี่ปุ่นวัย 17 ปี ผงาดคว้าแชมป์ประจำปีไปครองเป็นที่เรียบร้อย หลังทำแต้มขาดลอยเหนือคู่แข่ง พร้อมกับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในศึก Yamaha R3 bLU cRU World Cup ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ
ทั้งนี้ ศึก Yamaha R3 bLU cRU Asia-Pacific Championship 2024 จะดวลความเร็วเรซสุดท้ายของฤดูกาลในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายนนี้ 12.00 น. ตามเวลาประเทศไทย