ไทยฮอนด้า มอบหมวกกันน็อก 1,200 ใบ ให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 สานต่อโครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน”

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย มอบหมวกกันน็อกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จำนวน 1,200 ใบ ให้แก่กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ภายใต้โครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน”
การมอบหมวกกันน็อกครั้งนี้ยังเป็นการสนับสนุนโครงการ “ถนนปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100%” ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย ลดการบาดเจ็บและการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัยส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการสร้างวินัยจราจรและความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม และพร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่เป้าหมาย “สังคมอุบัติเหตุเป็นศูนย์” (Zero Accident Society)

Aleix Espargaro บิดแทน ก้อง สมเกียรติ ที่ HungaryGP

ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Aleix Espargaro #41 นั้นจะลงบิดให้กับ LCR Honda ในการแข่งขัน MotoGP สนาม 14 HungaryGP ที่ Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี ระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมนี้
.
#MotoGP
#HungaryGP
#BalatonPark
#Round14
#LCRHonda
#AE41

QTC ปลื้มสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า MOVE EV X สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษ์โลก

คิวทีซี ไฟเขียว ต่อยอดธุรกิจขยายการลงทุนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ MOVE EV X ลดมลพิษในอากาศ เพิ่มรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว คุ้มค่าการลงทุน

คุณพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) และบริษัท คิวทีซี โกลบอล เพาเวอร์ จำกัด (QTCGP) (บริษัทย่อย) ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดในหลากหลายรูปแบบ เปิดเผยว่า “จากที่บริษัทฯ ลงทุนตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากับ MOVE EV X จำนวน 7 สาขา เมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น ผลตอบรับของการลงทุนถือว่าดี รายได้เติบโตอย่างชัดเจน อีกทั้งจำนวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตการต่อยอดจากแผนลงทุนพลังงานทดแทน พร้อมช่วยสร้างรายได้แบบ Passive Income ให้กับบริษัทฯ เราเห็นว่าควรเพิ่มจำนวนตู้สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในสาขาเดิม จาก 7 ตู้เป็น 14 ตู้”

ด้านคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะมูฟ ธันเดอร์ จำกัด ผู้ให้บริการสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ MOVE EV X เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจที่ผู้ลงทุนประสบความสำเร็จ สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความคิดของบริษัทฯ ที่ทุ่มเทพัฒนาสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ผู้ทำธุรกิจควบคู่กันไปสภาพแวดล้อมและอากาศที่สะอาดต่อสังคมส่วนรวม”

ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเป็นผู้มีส่วนร่วมสร้างระบบ Ecosystem อย่างยั่งยืน กับ “MOVE EV X by H Sem” สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เว็บไซต์ www.moveevx.com, FB: MOVE EV X หรือสอบถามได้ที่ Line ID: @moveevx และ Call Center 1513 (วันจันทร์-เสาร์ เวลา 8.30น. – 17.30น.)

เอเชีย ซิตี้ มอเตอร์ เปิดรุ่นพิเศษ เข้าร่วมซับพอร์ทเรซในการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2025

บริษัท เอเชีย ซิตี้ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฝั่งตะวันออก สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สไตล์ออฟโรด CRF250L/300L เปิดรุ่นการแข่งขัน โดยเข้าร่วมกับการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2025 ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามสุดท้าย ที่ ศูนย์ฝึกกีฬาภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี

เปิดให้ได้บิดคันเร่ง โดดเนินกันเต็มระบบ สนามเดียวกับนักแข่งมืออาชีพ ให้ลูกค้าลงทะเบียนแข่งขันกัน 2 รุ่น Honda CRF250L/300L รุ่นประชนทั่วไปมือใหม่ และ Honda CRF250L/300L รุ่นประชาชนทั่วไปมือโปร ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 50,000 บาท โดยเกมของการแข่งขันทั้งสองรุ่น เต็มไปด้วยหลากหลายอรรถรส การเบียดแย่งตำแหน่ง ลีลาการขับขี่โดดเนิน ด้วยสมรรถนะของ Honda CRF250L และ CRF300L รถจักรยานยนต์โปรดักชั่นสไตล์ออฟโรด ที่สามารถปรับเสริมเติมแต่งขับขี่ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ

#เอเชียซิตี้มอเตอร์มอไซค์ฮอนด้าชลบุรี
#CRF250L #CRF300L
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
#HondaRacingThailand
#FMSCTMOTOCORSS2025
#ฮอนด้าเอเชีย

“ฮอนด้า” เหมา 2 รุ่นไฮไลท์ทางฝุ่น “นีโม่-จิรัฎฐ์” กวาดแชมป์ รุ่น Premier MX-1 ควบ รุ่น Pro MX-2

“ฮอนด้า” ผู้นำด้านรถจักรยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ตของไทย สร้างประวัติศาสตร์ความเร็วอีกครั้งในการแข่งขัน ด้วยการคว้าแชมป์รุ่น Premier MX-1 จากผลงานของ “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ และรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R หมายเลข 177 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport หลังจากที่ ศึกทางฝุ่นชิงแชมป์ประเทศไทย ยกระดับพิกัดการแข่งขันเพื่อเทียบเท่ากับเกมความเร็วระดับโลก พร้อมกวดอีกแชมป์ในรุ่นท็อปของรายการอย่าง Pro MX-2 ควบคู่ไปกับการทำผลงานของทัพนักบิด Honda CRF450R ขณะที่ฮอนด้าขอต่อยอดปีทอง สานต่อความสำเร็จด้วยการป้องกันแชมป์ในซีซั่นหน้า พร้อมพัฒนาและดันนักแข่งไทยสู่การแข่งขันระดับโลก ศึก FMSCT Thailand Motocross 2025 สนามที่ 10 แข่งขันกันต่อเนื่องที่สนามศูนย์ฝึกกีฬามอเตอร์สปอร์ตแห่งประเทศไทยภาคตะวันออก ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2568

ในรุ่นไฮไลท์ Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ไปแล้วจากคะแนนสะสมที่ขาดลอยในสนามที่ 9 แต่ยังมอบเรซสุดพิเศษให้กับแฟนความเร็วชาวไทยลงสนามปิดฤดูกาลด้วยสปริตแชมเปี้ยน ดวลความเร็วไล่แซงคู่แข่งเก็บวินเนอร์ปิดท้ายซีซั่น ฉลองแชมป์ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ และตอกย้ำความเหนือชั้นของ Honda CRF450R จากการเหมาท็อป 3 บนโพเดียม โดย อันดับที่ 2 ของ “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda 17 พรนุภาพ Dritshop Idemitsu Dunlop และอันดับที่ 3 “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ หมายเลข 93 จากทีม Honda ส.จ.โก๋ WRC ชาญยนต์ Idemitsu Drtc Drirtshop และ “โออิชิ” พัสกร ปริยวงศธร หมายเลข 3 สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor เข้าเส้นชัยมาในอันดับ 8

ขณะที่ผลงานปิดฤดูกาลแชมเปี้ยนชิพของทัพนักบิดฮอนด้าในการแข่งขัน Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” ที่คว้าแชมป์ด้วยคะแนนสะสม 166 คะแนน คว้าชัยชนะได้ถึง 4 สนาม อันดับที่ 2 ของ “แซงค์-กฤษฎา” เก็บไปได้ 135 คะแนน และอันดับที่ 3 จาก “ยศ-ภานุพงศ์” 125 คะแนน เป็นการเหมาท็อป 3 ของทัพนักบิดฮอนด้าในแชมเปี้ยนชิพของไทย ขณะที่ “โออิชิ-พัสกร” รั้งอันดับที่ 5 ด้วยคะแนนสะสม 102 คะแนน

ขณะที่ Pro MX-2 อีกรุ่นท็อปของรายการชิงแชมป์ประเทศไทย “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ ควบ Honda CRF250R หมายเลข 177 ชิงดำกับคู่แข่งในสนามที่ 10 แต่สามารถรักษาอันดับเพื่อการันตีแชมป์ประเทศไทยอีกรุ่น ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของฮอนด้าในเกมทางฝุ่นซีซั่นนี้ และนักแข่งอีกคนของรุ่นนี้ “กัปตัน” ธนรัตน์ พานิชไทย หมายเลข 111 สังกัดทีม Honda Asia Bowie Idemitsu S Motor รั้งอันดับ 6 ในตารางแชมเปี้ยนชิพ

“นีโม่-จิรัฎฐ์” เข้าร่วมงานกับ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เป็นปีแรก ก็สามารถระเบิดผลงานด้วยการพา 2 รถแข่งอย่าง Honda CRF450R และ Honda CRF250R กวาดแชมป์ 2 รุ่นท็อป Premier MX-1 ควบ Pro MX-2 ได้สำเร็จ กล่าวว่า “การแข่งขันในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นเพอร์เฟคซีซั่นของผมครับ เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้คือการคว้าแชมป์ทั้ง 2 รุ่น สำหรับ Premier MX-1 มีความสำคัญเพราะว่ามีการแข่งขันปีแรกในรุ่น 450 ในประเทศไทย ดีใจครับที่ได้บันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นแชมป์คนแรก

“นีโม่-จิรัฎฐ์” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ร่วมงานกับ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เป้าหมายแรกของผมคือการพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดครับ พยายามทำเต็มที่ ตั้งใจฝึกซ้อม และขอขอบคุณฮอนด้าที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผลงานออกมาดีด้วยครับ

สำหรับการลงสนามแข่งขันทั้ง 2 รุ่น นั่นทำให้เราต้องขี่รถที่แตกต่างกัน 2 คันในวันเดียวกัน พยายามเข้าใจในตัวรถที่แตกต่างกันในจุดไหน Honda CRF450R ในรุ่น Premier MX-1 เป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า รถจะแรงกว่าแต่ว่าน้ำหนักของรถก็จะมากกว่าด้วย เราสามารถทำความเร็วได้ดีกว่าแต่ก็เหนื่อยกว่าด้วยครับ ขณะที่ Honda CRF250R ใน Pro MX-2 จะให้ความคล่องตัวที่มากกว่า และมีความดุดันมากกว่าครับ

สำหรับน้อง ๆ ที่มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นนักแข่ง ก็อยากให้ต่อสู้ครับ มีบ้างที่เราอาจจะบาดเจ็บ อาจจะแพ้ แต่อยากให้มีความเชื่อมั่นในตัวเอง สู้ต่อไปอย่าท้อนะครับ สำหรับแฟน ๆ และกองเชียร์ของฮอนด้า ก็ขอขอบคุณทุก ๆ คนครับที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับผม ฝากเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนรวมถึง Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport พวกเราจะทำให้เต็มที่ครับ”

ความสำเร็จและสร้างประวัติศาสตร์ความเร็วในการแข่งขันทางฝุ่น จากผลงานของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ตอกย้ำอีกครั้งถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตของไทย รวมถึงการพัฒนานักแข่งไทยเพื่อประสบความสำเร็จในการเป็นนักกีฬาอาชีพรวมถึงการต่อยอดสู่การเป็นนักแข่งในระดับนานาชาติ เหมือนการแข่งขันทางเรียบที่ไทยฮอนด้าสร้างประวัติศาสตร์ในรายการโมโตจีพีแล้ว และมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าทำได้อีกครั้งในรายการทางฝุ่น

 

#ThaiHonda #Motorsport #RaceToTheChampion #ThailandMotocross #HondaRacingThailand

HARLEY-DAVIDSON OF BANGKOK เปิดประสบการณ์ขับขี่รุ่นใหม่ ปี 2025 กับกิจกรรม “MY2025 POWER PRESS TEST EXPERIENCE”

HARLEY-DAVIDSON OF BANGKOK จัดกิจกรรม MY2025 POWER PRESS TEST EXPERIENCE เชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เต็มรูปแบบกับรถตระกูล Cruiser และ Touring รุ่นปี 2025 บนเส้นทางทดสอบพิเศษที่ออกแบบให้ได้ใช้งานครบทุกฟังก์ชัน พร้อมทดสอบสมรรถนะในทุกโหมดการขับขี่อย่างเต็มที่

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และเป็นกันเอง สื่อมวลชนได้ทดลองขับขี่ในหลากหลายสภาพเส้นทาง ทั้งทางตรง ทางโค้ง และการเร่งแซง เพื่อพิสูจน์พละกำลังของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีช่วยขับขี่ล้ำสมัย อาทิ และโหมดการขับขี่ที่ตอบสนองต่อทุกสภาพถนน อีกทั้งยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับทีมผู้เชี่ยวชาญของ Harley-Davidson อย่างใกล้ชิด

กิจกรรมครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Harley-Davidson ในฐานะผู้นำด้านสมรรถนะและนวัตกรรมการขับขี่ ที่พร้อมมอบความเร้าใจ และอิสระบนท้องถนนให้กับผู้ขับขี่ทั่วโลก ในรุ่นปี 2025 จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาทางเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณของการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด

#HarleyDavidsonBangkok #HarleyRama9 #PowerStation #TestRide #unitedweride #HarleyDavidsonAsia

ไทยฮอนด้า จัดแถลงข่าวเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่ พร้อมเผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2568

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว ‘Thai Honda Press Conference & Mid-Year Meeting 2025 : Leading The Future’ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานมีการประกาศภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีแรก และแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ ‘All New Honda Wave125’ รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมพรีเซนเตอร์คนใหม่ ‘โจอี้-ภูวศิษฐ์’ นักร้องเลือดอีสานขวัญใจมหาชน และ ‘New Honda Forza 350 Special Edition x Öhlins’ ที่ร่วมกับ Öhlins แบรนด์เทคโนโลยีช่วงล่างระดับโลก พัฒนาชุดโช้กอัพ Special Edition สุดพรีเมียม รวมถึง New Honda Giorno+ อีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงิน Matte Blue ร่วมด้วยการเผยแผนดำเนินโครงการบริจาคหมวกกันน็อก 60,000 ใบทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า

มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวเปิดงาน “ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้เผชิญทั้งความท้าทายและโอกาส พร้อมก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตรทุกฝ่าย ในช่วงครึ่งปีแรก ยอดขายรวมของตลาดรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.06 ล้านคัน หรือ เพิ่มขึ้น 101% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายของไทยฮอนด้าอยู่ที่ 0.86 ล้านคัน หรือ เติบโต 102% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สำหรับตลาดรวมตลอดปี 2568 เราคาดการณ์เหมือนตอนต้นปีว่าจะมียอดขายรวมอยู่ที่ 1.68 ถึง 1.73 ล้านคัน หรือ เติบโตประมาณ 101% ส่วนไทยฮอนด้าตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1.36 ถึง 1.40 ล้านคัน หรือราว 102% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง”

“และรถจักรยานยนต์ในกลุ่มรถครอบครัว ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูง เป็นเวลากว่า 28 ปีแล้วที่ Honda Wave เป็นมากกว่ารถจักรยานยนต์ ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดขายสะสมกว่า 19 ล้านคัน ในวันนี้เราจึงกลับมาพร้อมการยกระดับกับ All New Honda Wave125 รุ่นใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และสไตล์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเราได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังอย่าง ‘โจอี้ ภูวศิษฐ์’ เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ครอบครัวยุคใหม่ ตอกย้ำความผู้นำในกลุ่มรถครอบครัวที่หลายคนยกให้เป็นอันดับหนึ่ง”
All New Honda Wave125 ครั้งแรกกับเทคโนโลยี Combine Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจทุกการเบรกหยุดรถได้อย่างนุ่มนวล และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายด้วยฟีเจอร์ใหม่ ทั้ง New Honda SMART Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะล้ำสมัย (เฉพาะรุ่นล้อแม็ก-กุญแจรีโมต) และชุดควบคุมการทำงานสวิตซ์เปิด-ปิดเบาะ อีกทั้ง New USB-C Charger ช่องชาร์จไฟสำรองทุกที่แบบไม่มีสะดุด และ New Rotation Hook ที่แขวนอเนกประสงค์พับเก็บได้ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
All New Honda Wave125 ยังคงตอบโจทย์ในเรื่องประหยัด ทนทาน ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4 กม./ลิตร และมาพร้อมเครื่องยนต์ Honda Smart Engine 125 ซีซี พร้อมเปิดวางจำหน่ายด้วย 5 สีใหม่สุดพรีเมียม ทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นล้อแม็ก-กุญแจรีโมต มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำตาล-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ, สีขาว-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำ 60,800 บาท ตามด้วยรุ่นล้อแม็ก มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำตาล-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ, สีขาว-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำ 59,400 บาท และรุ่นล้อซี่ลวด มีทั้งหมด 2 ดำ ได้แก่ สีแดง-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำ 57,200 บาท

เสริมความพิเศษไปอีกขั้น กับรุ่น All New Honda Wave125R อัปลุคใหม่ให้สปอร์ตเกินต้าน ด้วยชุดแต่ง H2C ดีไซน์โฉบเฉี่ยว สติกเกอรสีทูโทนตกแต่งรอบคัน เพิ่มความจัดจ้านด้วยโช้กหลัง Profender สีแดงทอง มาพร้อมที่ปรับระดับ Rebound ช่วยซับแรงสะเทือนได้ดี ราคาแนะนำ 66,200 บาท

และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญอย่างรถจักรยานยนต์ ‘New Honda Forza 350 Special Edition x Öhlins’ เปิดตัวภายใต้คอนเซปต์ ‘BEYOND PERFECTION ก้าวข้ามความสมบูรณ์แบบที่เหนือระดับ​’ ที่ได้ร่วมมือกับ Öhlins แบรนด์ผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วงล่างระดับโลก มาพร้อมชุดโช้กอัพ Öhlins Special Edition รองรับทุกจังหวะการขับขี่ด้วยความนุ่ม หนึบ และมั่นใจทุกทางโค้ง ด้วยดีไซน์สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยหัวโช้คดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัย และสติ๊กเกอร์ Blue Logo สะดุดตา รวมถึงตัวปรับโช้ค Gold Compression Adjuster ที่ปรับแต่งได้ละเอียดและโดดเด่นไม่เหมือนใคร และฝาท้ายโช้ค Gold End Cap ที่เติมเต็มความหรูหราอย่างสมบูรณ์แบบ

New Honda Forza 350 Special Edition x Öhlins เสริมลุคสปอร์ตด้วยชุดสติกเกอร์ Öhlins รอบคัน สะท้อนความพรีเมียมด้วย โลโก้ Bold Emblem สีทอง มาพร้อมชุดแผ่นวางเท้าและพักเท้าหลังจาก H2C จำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วประเทศ ราคาแนะนำ 207,000 บาท

พร้อมกันนี้ นำเสนออีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมกับ New Honda Giorno+ ที่มาพร้อมกับสีใหม่ ‘สีน้ำเงินเข้ม Matte Blue’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Rise to New High พาสไตล์คุณเหนือใคร’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ แมตช์ได้ทุกลุคสายแฟชั่น วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในราคาแนะนำ 67,700 บาท มีให้เลือกถึง 7 เฉดสี ในรุ่น ABS ได้แก่ น้ำเงิน-ดำ, สีส้ม-ดำ, สีเทา-ดำ, สีขาว-ดำ และ สีดำ รุ่น CBS ได้แก่ สีเขียว-ดำ และ สีเหลือง-ดำ

เนื่องในโอกาสพิเศษครบรอบ 60 ปี นี้ ไทยฮอนด้าได้จัดตั้ง “โครงการบริจาคหมวกกันน็อก” จำนวน 60,000 ใบ มูลค่า 60 ล้านบาท จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา เราจะส่งมอบหมวกกันน็อก 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าเคียงข้างสังคมไทย ด้วยความมุ่งมั่นในการรณรงค์เรื่องความปลอดภัย และสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้ปลอดภัย และก้าวสู่เป้าหมายของการเป็นสังคมที่อุบัติเหตุเป็นศูนย์

ภายในงานครั้งนี้ ยังได้ร่วมมือกับร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ รวมพลังในการเพิ่มจำนวนหมวกกันน็อกจากจำนวนเดิม 60,000 ใบให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถกระจายการเข้าถึงได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ช่วยกันส่งต่อความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทยอีกด้วย

นอกเหนือจากนั้น ทางไทยฮอนด้า ได้เดินหน้ายกระดับมาตรฐานร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ผ่านการพัฒนาบริการหลังการขาย การฝึกอบรมบุคลากร และการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐานเดียวกัน พร้อมปรับปรุงร้านให้ทันสมัย รองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง และยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ใส่ใจในทุกการเดินทางของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า

#AllNewHondaWave125 #NewForza350 #NewForza350xOhlins #BeyondPerfection #ก้าวข้ามความสมบูรณ์แบบที่เหนือระดับ #Giorno+ #RiseToNewHigh #พาสไตล์คุณเหนือใคร #เครื่องยนต์eSP+
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #ไทยฮอนด้าห่วงใยใส่หมวกกันน็อก

กระทรวงอุตสาหกรรม เตือนภัยหลังตรวจพบมียางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานจำหน่ายในตลาด

กระทรวงอุตสาหกรรม สั่งปูพรม ตรวจเข้มโรงงานผลิตยางล้อและร้านจำหน่าย เตือนประชาชนเลือกซื้อยางรถให้ดู ECO sticker หลังพบยางตกเกรด, ไม่มี มอก., ไม่ได้มาตรฐาน และเสื่อมสภาพ ลักลอบวางจำหน่ายในตลาดจำนวนมาก ย้ำผู้ใช้ยางดังกล่าวโดยไม่ได้สังเกตแหล่งที่มาและสัญลักษณ์ที่บ่งบอกมาตรฐานของยางรถยนต์ที่กล่าวเบื้องต้นอาจจะได้รับผลกระทบกับความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ถ้าพบเห็นโปรดแจ้งเบาะแสร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต”

กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้ชุดสุดซอยตรวจปูพรมโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ทุกโรงงาน และตรวจร้านจำหน่ายยางทั่วประเทศเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนที่เลือกซื้อยางล้อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานว่า มีการลักลอบนำยางรถยนต์เสื่อมสภาพตกเกรดวางจำหน่ายในท้องตลาดในหลายพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนอย่างร้ายแรง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ยางล้อที่ผลิตหรือจำหน่ายในประเทศ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศอย่างร้ายแรง

จากกรณีที่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สั่งปิด “บริษัท ปริ๊งซ์ เฉิงซาน ไทร์ จำกัด” โรงงานผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เหตุลักลอบผลิตยางรถยนต์และรถบรรทุกไม่ได้มาตรฐาน มีการลบวันที่ผลิตยางและลบตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยาง อีกทั้ง ยังพบยางที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. จำนวนมาก ซึ่งยางรถยนต์และยางรถบรรทุกเป็น มอก.บังคับ ผู้ผลิตต้องได้รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ สมอ.กำหนด อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีการขนกากของเสียอันตรายกว่า 65.94 ตัน ออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังทำผิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในอีกหลายประเด็น ซึ่งมีพฤติกรรมที่จงใจกระทำผิดซ้ำซากมาโดยตลอด เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตรวจพบกองยางรถยนต์หลายขนาด ซึ่งถูกลบวันที่ผลิตยางและลบตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยางกว่า 74,504 เส้น มูลค่ารวมกว่า 223 ล้านบาท ภายในป่า จ.ระยอง ซึ่งมีการปิดล้อมด้วยรั้วสังกะสีในลักษณะตั้งใจปกปิดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากยางรถยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐานดังกล่าวถูกส่งวนกลับไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค อาจส่งผล กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรง และจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง

จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สั่งการให้ ชุดสุดซอย ของกระทรวงอุตสาหกรรม และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) ปูพรมตรวจโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ในประเทศทุกโรงงาน และตรวจร้านจำหน่ายยางทั่วประเทศ เพื่อกำกับดูแลไม่ให้เกิดการลักลอบผลิตยางรถยนต์ที่ตกเกรดเสื่อมสภาพไม่ได้มาตรฐาน ที่อาจส่งผลกระทบกับความปลอดภัยและชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ อยากเน้นย้ำพี่น้องประชาชนที่กำลังเลือกซื้อยางล้อรถยนต์ ให้สังเกตป้าย ECO sticker ที่ติดบนยางล้อรถยนต์ ซึ่งยางรถยนต์ที่ได้ มอก. จะต้องติดป้าย ECO sticker ทุกเส้น หากพบยางรถยนต์ที่ไม่มีป้าย ECO sticker ขอให้สันนิษฐานว่า เป็นยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ตกเกรด และเสื่อมสภาพ และขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต” เพื่อกระทรวงจะได้ดำเนินการตรวจจับดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

การเลือกซื้อยางล้อรถยนต์ ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย

  • สังเกตป้าย ECO sticker ที่ติดบนยางรถยนต์ ทุกเส้น
  • ป้าย, ยี่ห้อ, ขนาด, ผลิตโดย.. ที่ป้าย ECO sticker ตรงกับที่ยาง
  • มีระบุ วัน, เดือน, ปี ที่ผลิตชัดเจน
  • สังเกตเครื่องหมาย มอก. เลขที่ รับรอง คู่กับ QR Code ที่สามารถสแกน เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของยางเส้นนั้นได้

** หากพบยางรถยนต์ที่ไม่มีป้าย ECO sticker ขอให้สันนิษฐานว่า เป็นยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ตกเกรด และเสื่อมสภาพ  ช่วยแจ้งเบาะแส ร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต”

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่ : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/99418

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” MOTOR EXPO ส่งกำลังใจทหารไทย

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ กรรมการบริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” สนับสนุนโครงการร่วมแบ่งปันน้ำใจเพื่อพี่น้องชาวไทย ซึ่งจัดโดยศูนย์การค้า ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ที่เป็นสื่อกลางแห่งน้ำใจ ส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่กองทัพบกไปช่วยเหลือทหาร  และพี่น้องประชาชน ณ พื้นที่ชายแดน เมื่อเร็วๆ นี้

ยามาฮ่าเปิดประสบการณ์สุดแม็กซ์ “Unique MAXperience” พาลูกค้า XMAX และ NMAX ลุยทริปสุดหรูล่องเรือสุดมันส์ที่พัทยา

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “Unique MAXperience: ประสบการณ์เหนือชั้น…มันส์เต็มแม็กซ์” เพื่อมอบเป็นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับกลุ่มลูกค้าผู้ใช้จักรยานยนต์ยามาฮ่า XMAX และ ยามาฮ่า NMAX โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน รวมรถจักรยานยนต์มากกว่า 50 คัน ผ่านเส้นทางกรุงเทพฯ – ชลบุรี พร้อมจัดกิจกรรมสุดประทับใจตลอดวัน

เริ่มต้นกิจกรรม จุดรวมพลกันที่ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ก่อนเคลื่อนขบวนสู่ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เข้าร่วมกิจกรรม YAMAHA CHAMPIONSHIP พร้อมจัดขบวนพาเหรดลงแทร็คสนามพีระฯ สร้างความตื่นเต้น และเปิดประสบการณ์ Racing Experience ให้กับสมาชิกในครั้งนี้ ก่อนจัดขบวนได้เดินทางต่อไปยัง โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม เพื่อร่วมกิจกรรมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของจำเป็น เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ พร้อมร่วมกันสักการะพระเจดีย์ ณ วัดญาณสังวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมทริปทุกคน ในช่วงบ่าย ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสประสบการณ์สุดพรีเมียม ล่องเรือยอร์ช ณ Ocean Marina Yacht Club พร้อมสนุกกับกิจกรรมทางน้ำกับ YAMAHA WAVERUNNER และอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารเย็นสุดพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศทะเลที่สวยงามและยูนีคไม่เหมือนใคร

กิจกรรม “Unique MAXperience” ในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และอมรินทร์ทีวี โดยเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดโครงการ “สุดทุกฟีล…ชิลทุกวัน @ตะวันออก” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคตะวันออกผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่มีคุณค่า สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้รถ MAX Series ได้อย่างลงตัว บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และจะยังคงมุ่งมั่นจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อส่งมอบความสุข สร้างความสัมพันธ์ และร่วมเติบโตไปกับลูกค้ายามาฮ่า
ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถร่วมติดตามกิจกรรมสุดพิเศษต่างๆ ได้ที่ Facebook: Yamaha Society Thailand และ Yamaha Club Thailand

#UniqueMAXperience #Yamaha #XMAX #NMAX #YamahaClubThailand

ไทยฮอนด้า มอบหมวกกันน็อกให้กระทรวงแรงงาน หนุนแรงงานขับขี่ปลอดภัย สานต่อภารกิจใหญ่ส่งมอบ 60,000 ใบ ในวาระครบรอบ 60 ปี

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ด้วยการมอบหมวกกันน็อกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จำนวน 500 ใบ ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เพื่อส่งเสริมการสวมหมวกกันน็อกในกลุ่มแรงงานไทยซึ่งเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกลุ่มที่มีการใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทางไปทำงาน การมอบหมวกกันน็อกครั้งนี้จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
พิธีมอบจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 ณ กระทรวงแรงงาน โดยมีคุณสุคติ สรรพวัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการบริหารองค์กร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้แทนส่งมอบหมวกกันน็อก และกล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการ ร่วมกับเรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สหภาพแรงงาน และเจ้าหน้าที่กรมร่วมเป็นสักขีพยาน
ในวาระครบรอบ 60 ปี ไทยฮอนด้า ยังคงเดินหน้าเคียงข้างสังคมไทย ด้วยความมุ่งมั่นในการรณรงค์เรื่องความปลอดภัย และสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้ปลอดภัย และก้าวสู่เป้าหมายของการเป็น “สังคมที่อุบัติเหตุเป็นศูนย์” (Zero Accident Society)
การมอบหมวกกันน็อกครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี ที่ไทยฮอนด้าตั้งเป้าส่งมอบหมวกกันน็อกมาตรฐาน มอก. จำนวน 60,000 ใบ มูลค่ารวม 60 ล้านบาท ให้กับเยาวชนและประชาชน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้เกิดการสวมหมวกกันน็อกอย่างต่อเนื่อง ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนของไทยให้ยั่งยืนในระยะยาว
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสัมคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

The Next Successors ดาวรุ่งเลือดใหม่ฮอนด้า! “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” กับครึ่งฤดูกาลแรกใน 2 เวทีระดับโลก

ภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ที่วางรากฐานเยาวชนไทยสู่การเป็นนักแข่งระดับโลก”ไทยฮอนด้า” ไม่เคยหยุดเฟ้นหา “เพชรเม็ดงาม“ อย่างมีระบบ และมีนักบิดระดับเยาวชนมากมายที่เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพมากมาย

“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ดาวรุ่งชาวไทยวัย 19 ปี ถือเป็นหนึ่งใน “นักบิดเลือดใหม่” ที่สร้างผลงานอย่างโดดเด่น นับตั้งแต่อยู่ในโครงการ ฮอนด้า อะคาเดมี่, ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ ก่อนจะผ่านการคัดเลือกสู่ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ และมีผลงานที่ยอดเยี่ยมใน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง ในปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองในการแข่งขันของศึกดาวรุ่งที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งถูกยกเป็นเส้นทางก้าวสู่ โมโตจีพี หรือที่เรียกกันว่า Road To MotoGP นั่นคือ “เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” และ “เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ”

2 รายการนี้รวมเอาดาวรุ่งแถวหน้าของโลกไว้มากกว่า 30 คน และจะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะถูกเลือกให้ขยับขึ้นสู่ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ไม่ว่าจะเป็น โมโตทรี หรือ โมโตทู ตามเส้นทางที่วางไว้

โดยหลังผ่าน 5 สนามแรกของปีในศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2025 นักบิดดาวรุ่งชาวไทยแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ยอดเยี่ยม และพัฒนาตัวเองขึ้นอย่างต่อเนื่อง เก็บไปแล้วทั้งสิ้น 46 คะแนน รั้งอันดับ 15 บนตารางคะแนนสะสม ผลงานดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 4 ที่ เลอ มองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส

ส่วนในรายการ เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ถือเป็นงานหินอย่างมาก เพราะนอกจากต้องปรับตัวเข้ากับรถแข่ง และสนามที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต นักบิดไทยยังต้องเรียนรู้ระบบการเซ็ตอัพรถแข่งและการทำงานร่วมกับทีมให้เข้าใจอย่างถ่องแท้

ทว่าเจ้าตัวก็ยกระดับการทำงานและเรียนรู้อย่างสุดความสามารถ ผ่านมาแล้ว 4 สนาม รั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 7 คะแนน กับครึ่งฤดูกาลแรกของปีนี้

การแข่งขัน 2 รายการนี้ มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในเทคนิคตัวรถแข่ง โดยในรายการ “จูเนียร์จีพี” รถแข่งที่ใช้จะหลากหลายตามค่ายผู้ผลิต และมีสเป็คเดียวกับ โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่อาจเก่ากว่าด้วยรหัสปี แต่ก็มีรายละเอียดการเซ็ตติ้งที่ละเอียดอ่อน นับเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อขึ้นสู่ “โมโตทรี ชิงแชมป์โลก” อย่างแท้จริง

ขณะที่ “เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ” นักบิดทุกคนจะได้โชว์ความสามารถอย่างเต็มที่ ผ่านรถแข่งสเป็คเดียวกันทุกคัน เรียกได้ว่านี่คือการแข่งขัน “วันเมคเรซ” ระดับหัวกะทิของโลกอย่างแท้จริง

ความท้าทายของ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” คือการต้องปรับตัวให้เข้ากับรถแข่งทั้ง 2 สเป็คนี้ให้ได้ในแต่ละสุดสัปดาห์ ขณะที่ตารางแข่งขันสลับไปมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเรียนรู้เพื่อรับมือกับความโหดของ “เรซระดับชิงแชมป์โลก” ที่รออยู่ เช่นเดียวกับนักบิดทุกคน

ผ่านครึ่งทางในปี 2025 “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ทำงานของเขาเองอย่างหนัก พัฒนาร่างกาย จิตใจ และทัศนคติ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ใหม่ๆ

เพราะเส้นทางของเขาคือหนึ่งในความหวังใหม่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ที่จะก้าวมาสานต่อความสำเร็จในเวทีชิงแชมป์โลกอย่างแท้จริง

 

#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #JuniorGP #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85