Marini คว้า TOP 10 บุรีรัมย์


การแข่งขัน MotoGP รอบMain Race ที่ Chang International Circuit บุรีรัมย์ เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา luca Marini #10 จาก Honda Hrc Castrol เริ่มการแข่งขัน จากกริดที่ 14 เปิดเกมบู๊ล่าความเร็วอย่างดุเดือดตั้งแต้ต้นเกม ก่อน ผ่านธงตราหมากรุกในอันดับที่ 10 ด้าน Joan Mir #36 ทีมเมท สตาร์ทจากกริดที่ 10 และเป็นที่น่าเสียดายในช่วงท้ายของการแข่งขัน รถแข่งเกิดปัญหาทำให้ DNF

ส่วนคู่หู LCR Honda นั้น Johan Zarco #5 เริ่มการแข่งขันจากกริดที่ 12 และจบการแข่งขันในอันดับที่ 11 ด้าน Rookie อย่าง Diogo Moreira #11 ออกตัวจากกริดที่ 15 และ จบการแข่งขันอับดับที่ 13
.
#MotoGP #ThaiGP #ChangCircuitBuriram #HondaHRCCastrol #LM10

Mir ควง Zarco ตีตั๋ว Q2 บุรีรัมย์

ในรอบ Practice ของการแข่งขัน ThaiGP เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ Joan Mir #36 จาก Honda HRC Castrol ทำเวลา 1:29.517 นาที อันกับที่ 7 และ Johan Zarco #5 จาก Castrol Honda LCR เวลา 1:29.590 นาที อันกับที่ 10 ทำให้ทั้งคู่ตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ Q2 เป็นที่เรียบร้อย
ด้าน Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol เวลา 1:29.614 นาที อันกับที่ 11 และ Diogo Moreira #11 จาก PRO Honda LCR อันดับ 18 ด้วยเวลา 1:30.101 นาที
.

ส่งต่อแรงใจ “ไทยฮอนด้า” สนับสนุนหมวก 1,200 ใบ ให้จิตอาสาบุรีรัมย์ ที่มาร่วมช่วยงาน ไทยจีพี 2026

ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมถ่ายภาพกับ คุณเนวิน ชิดชอบ ประธาน บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด พร้อมคณะปฏิบัติงานจิตอาสาทั้งภาครัฐ และ ตัวแทนพี่น้องประชาชนจิตอาสาชาวบุรีรัมย์ ร่วมกันรับมอบหมวกกว่า 1,200 ใบ บริเวณด้านหน้า Honda Exhibition Hall เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อย และให้การต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั้งในและต่างประเทศ ในการจัดงานการแข่งขันทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเปิดฤดูกาลสนามแรกที่จังหวัดบุรีรัมย์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : https://facebook.com/hondamotorcyclethailand

เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : https://facebook.com/HondaBigBikeTH

เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

#HondaExhibitionHall #HondaNo1 #RaceToTheOne #ThaiGP2026 #PTGrandPrixofThailand2026 #ThaiHonda #HondaRacingThailand #Motorsport #MotoGP

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านดิจิทัล คว้ารางวัล Finalist กลุ่ม Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านการสื่อสารแบรนด์บนโลกดิจิทัล คว้ารางวัล Finalist กลุ่ม Best Brand Performance on Social Media สาขา Automotive ในงาน Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 เวทีประกาศรางวัลโซเชียลมีเดียระดับประเทศที่ยกย่องแบรนด์และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ โดยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์เพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลในกลุ่มดังกล่าว สะท้อนศักยภาพด้านการสื่อสารและการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างโดดเด่น พร้อมแสดงถึงการก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับรางวัล Thailand Social Awards จัดโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียของประเทศไทย โดยรางวัล Best Brand Performance on Social Media ใช้เกณฑ์การประเมิน Social Metric ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 2,600 แบรนด์ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ครอบคลุมการสื่อสารจากช่องทางของแบรนด์ (Owned Media) และการถูกกล่าวถึงจากสื่อ อินฟลูเอนเซอร์ และลูกค้า (Earned Media) สะท้อนผลตอบรับของการมีส่วนร่วมระหว่างลูกค้าและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รวมถึงคอนเทนต์ และกิจกรรมที่รองรับกลุ่มลูกค้าทุก Segment ซึ่งทำให้ได้รับการกล่าวถึงในเชิงบวกจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียในการสื่อสารสู่กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ ผ่านคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และประสบการณ์ใช้งานจริง โดยเพจ Honda Motorcycle Thailand มุ่งพัฒนาและนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพ ถ่ายทอดมุมมองการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและขยายคอมมูนิตี้คนรักรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thaihonda.co.th/honda/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ThailandSocialAwards2026 #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

เร็วที่สุดที่เคยมีมา! “เบซเซ็คคี” ผงาด “บุรีรัมย์ เทสต์” ทำสถิติใหม่ทดสอบ โมโตจีพี สนามช้าง

การทดสอบ “พรี-ซีซันเทสต์” ครั้งสุดท้ายของศึก โมโตจีพี 2026 ปิดฉากลงอย่างเข้มข้นที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดย มาร์โก เบซเซ็คคี ยอดนักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ขยับขั้นเป็นอันดับ 1 สร้างสถิติใหม่อย่างไม่เป็นทางการ เหนือ ไอ โอกูระ ดาวบิดญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง ขณะ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกจาก ดูคาติ ฝืนอาการปวดท้องรั้งอันดับ 3 หลังพลาดล้มรวมถึง 3 ครั้ง ใน “บุรีรัมย์ เทสต์” ก่อนเปิดฉากฤดูกาลใหม่ในศึก “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์” สุดสัปดาห์หน้า ภายใต้การรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก

ศึก โมโตจีพี 2026 ผ่านการทดสอบ “พรี-ซีซั่นเทสต์” ครั้งสุดท้ายอย่างเป็นทางการใน “บุรีรัมย์ เทสต์” หลังจากที่นักบิดทุกคนลงทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้ง 2 วัน ระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

วันสุดท้ายของ บุรีรัมย์ เทสต์ มีความคึกคักขึ้นอย่างมาก โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สนาม เพื่อเข้าชมการทดสอบ และต้อนรับนักแข่งทุกคนอย่างอบอุ่น ช่วยเพิ่มสีสันให้กับสุดสัปดาห์นี้ ก่อนจะเข้าสู่แข่งขัน “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ในสุดสัปดาห์หน้า

ผลการทดสอบวันสุดท้ายของ บุรีรัมย์ เทสต์ ปรากฏว่า มาร์โก เบซเซ็คคี ยอดนักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ออกไปเค้นความเร็วช่วง 10 นาทีสุดท้าย ขยับขึ้นมารั้งจ่าฝูงด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.668 วินาที ทำสถิติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของสนามช้างฯ แม้ตามกฎของโมโตจีพีจะยังไม่นับเป็นสถิติอย่างเป็นทางการเนื่องจากเกิดขึ้นในรอบทดสอบ แต่ก็นับว่าเร็วกว่าสถิติเดิมของ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า นักบิดอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม ที่ทำไว้ 1 นาที 28.700 วินาที ในปี 2024 ลงได้สำเร็จ

อันดับ 2 ในการเทสต์ครั้งนี้เป็นของ ไอ โอกูระ นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง โดยทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.668 วินาที ตามหลังผู้นำเพียง 0.097 วินาทีเท่านั้น

ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิชแชมป์โลกคนปัจจุบันจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม มีปัญหาอาการปวดท้องรบกวนตลอดทั้ง 2 วัน โดยเขาพลาดล้มรวมถึง 3 ครั้งในการทดสอบครั้งนี้ แต่ยังรั้งอันดับ 3 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.836 วินาที ตามหลังผู้นำ 0.168 วินาที ตามด้วยทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง บันยาญ่า ในอันดับ 4 ตามหลัง 0.215 วินาที

ด้าน อเล็กซ์ มาร์เกซ รองแชมป์โลกชาวสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง จบการทดสอบด้วยอันดับ 5 ตามหลัง 0.293 วินาที ตามด้วย เปโดร อคอสต้า นักบิดกระทิงดุจาก เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ในอันดับ 6 ตามหลัง 0.353 วินาที

ส่วน โจอัน เมียร์ นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล เป็นนักแข่งจากค่ายจักรยานยนต์ญี่ปุ่นที่เร็วที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ รั้งอันดับ 10 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.296 วินาที ตามหัวแถว 0.628 วินาที

สำหรับ ยามาฮ่า ที่ทำงานอย่างหนักกับรถแข่ง M1V4 ยังต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่าค่ายอื่นๆ โดยในช่วงท้าย แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดออสเตรเลียนจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี ออกมาทำ “ฟลายอิ้งแล็ป” จบการเทสต์ในอันดับ 16 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.672 วินาที ตามหลังผู้นำ 1.004 วินาที ส่วน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดชาวฝรั่งเศสจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี รั้งอันดับ 17 ตามหลัง 1.033 วินาที

โดยกลุ่มนักบิดรุกกี้ถือว่าทำผลงานในการทดสอบครั้งนี้ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่ง ดิโอโก้ โมเรร่า นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิเลียนจาก โปร ฮอนด้า แอลซีอาร์ ยกระดับความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง รั้งอันดับ 19 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.920 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.252 วินาที ส่วน โทปรัค ราซกัตลิโอกลู นักบิดเติร์กจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี จบ บุรีรัมย์ เทสต์ ในอันดับ 21 ตามหลัง 2.104 วินาที

ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2026 จะเปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกของฤดูกาลระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

Marini กดเวลา Buriram test วันที่สอง

Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol ลงกดเวลา Pre Season Test ณ Chang International Circuit วันที่สองในช่วงเช้าด้วยเวลา 1:29.451 นาที อยู่ในอันดับที่ 11 ด้าน Joan Mir #36 อันดับ 12 ด้วยเวลา 1:29.453 นาที ส่วน Johan Zarco #5 Castrol Honda LCR เวลา 1:29.608 นาที อันดับที่ 14 และ Diogo Moreira #11 จาก Pro Honda LCR เวลา 1:29.920 นาที อันดับที่ 15

#MotoGP #PreSeasonTest #BuriramTest #ChangCircuitBuriram #HondaHRCCastrol #LM10

“Quartararo” บิด M1 V4 “บุรีรัมย์ เทสต์”

การทดสอบ Pre Season ครั้งสุดท้ายของศึก MotoGP ฤดูกาล 2026 วันแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลการทดสอบปรากฏว่า Jack Miller #43 จาก Prima Pramac Yamaha MotoGP รั้งอันดับ 17 ด้วยเวลา 1:30.325 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.063 วินาที
ด้าน Fabio Quartararo #20 จาก Monster Energy Yamaha MotoGP ทำงานอย่างหนักกับแพ็กเกจใหม่ ก่อนจบวันแรกในอันดับ 18 ด้วยเวลาต่อรอบ 1:30.507 วินาที ตามหัวแถว 1.245 วินาที ขณะที่ทีมเมท Alex Rins #42 รั้งอันดับ 19 ตามหลัง 1.250 วินาที
ส่วน Toprak Razgatlıoğlu ลงทดสอบรถหมายเลข 7 ครั้งแรกที่บุรีรัมย์กับต้นสังกัด Prima Pramac Yamaha MotoGP โดยมุ่งเน้นการปรับตัวเข้ากับสนามและตัวรถ จบวันแรกในอันดับ 21 ตามหัวแถว 2.312 วินาที

Zarco คว้า Top5 Session 2 บุรีรัมย์

ในช่วงบ่ายวันเสาร์ของการทดสอบ Session ที่ 2 ณ Chang International Circuit บุรีรัมย์ Johan Zarco #5 Castrol HONDA LCR กดเวลา 1:29:467 นาที อยู่ในอันดับที่ 5
ด้านคู่หู Honda HRC Castrol นั้น Joan Mir #36 เวลา 1:29.494 นาที อันดับที่ 7 ส่วน Luca Marini #10 ทีมเมทนั้นเวลา 1:29.774 นาที อันดับที่ 11
และ Diogo Moreira #11 จาก PRO Honda LCR เวลา 1:30.953 นาที อันดับที่ 20
.

“Quartararo” บิด M1 V4 “บุรีรัมย์ เทสต์”

การทดสอบ Pre Season Test ครั้งสุดท้ายของศึก MotoGP ฤดูกาล 2026 ผ่านพ้นวันแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลการทดสอบปรากฏว่า Jack Miller #43 จาก Prima Pramac Yamaha MotoGP รั้งอันดับ 17 ด้วยเวลา 1:30.325 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.063 วินาที ด้าน Fabio Quartararo #20 จาก Monster Energy Yamaha MotoGP ทำงานอย่างหนักกับแพ็กเกจใหม่ ก่อนจบวันแรกในอันดับ 18 ด้วยเวลาต่อรอบ 1:30.507 วินาที ตามหัวแถว 1.245 วินาที ขณะที่ทีมเมท Alex Rins #42 รั้งอันดับ 19 ตามหลัง 1.250 วินาที ส่วน Toprak Razgatlıoğlu ลงทดสอบรถหมายเลข 7 ครั้งแรกที่บุรีรัมย์กับต้นสังกัด Prima Pramac Yamaha MotoGP โดยมุ่งเน้นการปรับตัวเข้ากับสนามและตัวรถ จบวันแรกในอันดับ 21 ตามหัวแถว 2.312 วินาที

โมโตจีพีกระหึ่มไทย!  “อเล็กซ์” กดเวลาเร็วสุด เฉือน “มาร์ค” รั้งจ่าฝูงวันแรก

ทัพนักบิดระดับพระกาฬของโลกในศึก โมโตจีพี ลงโชว์ลีลาต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทยที่เดินทางเข้าสนามอย่างคึกคักในการทดสอบ “พรี-ซีซั่นเทสต์” วันแรก ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดย อเล็กซ์ มาร์เกซ รองแชมป์โลกจาก เกรซินี เรซซิ่ง ทะยานรั้งจ่าฝูงเหนือพี่ชายอย่าง มาร์ค มาร์เกซ จากทีมโรงงานดูคาติ ที่ล้มไปถึง 2 ครั้ง เพียง 0.129 วินาที ขณะที่นักบิดทุกคนทำเวลาสูสีอย่างมาก โดยอันดับ 1 ถึง 17 มีระยะห่างเพียง 1 วินาทีเท่านั้น ส่งสัญญาณความมันส์ระดับโลกในสนามแรกของฤดูกาลอย่าง “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์” ที่จะมีขึ้นในสุดสัปดาห์ข้างหน้า

ศึก โมโตจีพี 2026 เข้าสู่โปรแกรมการทดสอบ “พรี-ซีซั่นเทสต์” ครั้งสุดท้ายอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “บุรีรัมย์ เทสต์” โดยล่าสุดจบการทดสอบวันแรกที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

บรรยากาศในวันแรก นักบิดทุกคนจากทุกทีมทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งในช่วงเช้า มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกพรีเมียร์คลาส 7 สมัย จาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม พลาดล้มถึง 2 ครั้งที่โค้ง 12 และเจ้าตัวมีแผลถลอกที่แขนเล็กน้อย แต่ยังสามารถลงทดสอบต่อได้

ขณะที่นักบิดตัวหลักของทุกทีมกลับมากันครบ โดยเฉพาะ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักแข่งชาวฝรั่งเศสจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี และ ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ที่ลงสนามเทสต์ร่วมกับทีมได้แล้ว ยังขาดเพียง เฟร์มิน อัลเดเกร์ นักบิดสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง ที่อยู่ระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บต้นขาซ้าย หลังเข้ารับการผ่าตัด โดยทีมส่ง มิเคเล ปีร์โร นักบิดทดสอบชาวอิตาเลียนลงเก็บข้อมูลแทน

โดยผลการทดสอบวันแรกปรากฏว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ รองแชมป์โลกชาวสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง ทะยานรั้งจ่าฝูงด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.262 วินาที เฉือนพี่ชายอย่าง มาร์ค มาร์เกซ จากทีมโรงงานดูคาติในอันดับ 2 เพียง 0.129 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ฟรานโก มอร์บิเดลลี นักบิดอิตาเลียนจาก วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม ตามหลังจ่าฝูง 0.189 วินาที

ด้าน มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 ด้วยเวลาตามหลังหัวแถว 0.200 วินาที โดยมี โยฮันน์ ซาร์โก จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ คาสตรอล ไต่ขึ้นมาอยู่ในท็อป 5 ด้วยเวลาตามหลังจ่าฝูง 0.205 วินาที ตามด้วย ราอูล เฟร์นันเดซ นักบิดสแปนิชจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง ในอันดับ 6 ตามหลัง 0.224 วินาที

ส่วน มาเวริค บีญาเลส นักบิดสแปนิชจาก เคทีเอ็ม เทคทรี เป็นนักแข่งจาก เคทีเอ็ม ที่เร็วที่สุดในวันแรก รั้งอันดับ 8 หลังจากที่ลงมากดเวลาในช่วงท้ายวัน ตามหลังหัวแถว 0.278 วินาที ด้าน แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดออสเตรเลียนจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี เร็วที่สุดของ ยามาฮ่า รั้งอันดับ 17 ตามหลัง 1.063 วินาที ตามด้วย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ที่เจอปัญหาเครื่องยนต์เล่นงานในวันแรก จบด้วยอันดับ 18 ตามหลัง 1.245 วินาที

ขณะที่กลุ่มนักบิดหน้าใหม่หรือ “รุกกี้” ยังคงต้องเจองานหนักในการทดสอบวันแรก โดย ดิโอโก้ โมเรร่า นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิเลียนจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า รั้งอันดับ 11 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.953 วินาที ตามหัวแถวถึง 1.691 วินาที ส่วน โทปรัค ราซกัตลิโอกลู นักบิดเติร์กจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี รั้งอันดับ 21 ตามหัวแถว 2.312 วินาที

สำหรับ การทดสอบ “พรี-ซีซั่น เทสต์” จะยังคงมีขึ้นอีก 1 วัน ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรกของปี ในศึก พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ –  1 มีนาคมนี้

ไทยฮอนด้า น้อมถวายพวงมาลา ถวายสักการะ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด นำโดย ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และน้อมวางพวงมาลาถวายสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย พร้อมจักร่วมสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าให้ดำรงมั่นสืบไปตราบนิจนิรันดร์

Kawasaki เปิดตัว All-New KLE500 ปลุกตำนาน Adventure Touring คืนชีพสู่สมรภูมิอย่างยิ่งใหญ่

Kawasaki สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ พร้อมรุกขยายไลน์อัปในเซกเมนต์ Middleweight Adventure Touring ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลกและประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว All-New KLE500 (รุ่นปี 2026) รถแอดเวนเจอร์ขนาดกลางที่ผสานจิตวิญญาณของตำนานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “KAWASAKI’S INVITATION TO GENUINE ADVENTURE” — “บัตรเชิญสู่โลกการผจญภัยที่แท้จริง” เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย ควบคุมได้มั่นใจ และพร้อมลุยได้จริงในทุกเส้นทาง

รถ Adventure ที่เข้าถึงได้จริง

All-New KLE500 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น สะพานเชื่อมระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยนอกเส้นทางตอบโจทย์ตั้งแต่นักขี่ที่ต้องการรถแอดเวนเจอร์คันแรก ไปจนถึงผู้ที่มองหารถ Touring ที่พร้อมพาออกถนนได้อย่างมั่นใจ
ตัวรถมีน้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ขี่ได้ในชีวิตประจำวัน และลุยทางไกลในวันหยุด

มรดกจากปี 1991 สู่การกลับมาของตำนาน

KLE500 ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 1991 จากการนำเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ของ GPZ500 มาปรับจูนให้ใช้งานได้หลากหลาย จนกลายเป็นรถ “Dual-Purpose” ที่ได้รับความนิยมยาวนานกว่า 15 ปี
ตลอด 15 ปีบนสายพานการผลิต KLE500 พิสูจน์ตัวเองในฐานะรถที่ไว้ใจได้และเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ จนกระทั่งยุติการผลิตในปี 2007 เพื่อส่งไม้ต่อให้ตระกูล Versys และ KLR  การกลับมาในปี 2026 คือการนำ จิตวิญญาณดั้งเดิม มาตีความใหม่ ให้สอดคล้องกับการใช้งานของนักขี่ในยุคปัจจุบัน

แนวคิดการออกแบบ: Invitation to Genuine Adventure “บัตรเชิญสู่โลกการผจญภัยที่แท้จริง”

ดีไซน์สไตล์ Rally-Inspired ถ่ายทอดความแข็งแกร่งและฟังก์ชันการใช้งานจริง ตั้งแต่ชิลด์หน้าทรงสูงที่ปรับระดับได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันลม ถังน้ำมันทรงเพรียวที่ออกแบบให้ผู้ขับขี่ขยับตัวและยืนควบคุมรถได้สะดวก ล้อซี่ลวดขนาด 21”/17” ที่พร้อมรองรับเส้นทางออฟโรด ไปจนถึงแฟริ่งด้านหน้าทรง Tall Front Cowl และแผงชิลด์ใสสไตล์ Rally ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและภาพลักษณ์สายลุยอย่างชัดเจน สะท้อนสัดส่วนตัวรถที่เอื้อต่อการยืนขี่และควบคุมรถบนเส้นทางฝุ่นได้อย่างมั่นใจ

Executive Quote

“การกลับมาของ KLE500 ในครั้งนี้ คือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นครั้งใหม่ของคาวาซากิ ประเทศไทย ในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น นอกเหนือจากการส่งมอบรถจักรยานยนต์มาตรฐานโลก ที่สามารถใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อทั้งบนถนนในชีวิตประจำวันและเส้นทางฝุ่นที่ท้าทาย เรายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งมอบความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ด้วยการ ปรับโครงสร้างราคาอะไหล่บำรุงรักษาให้สมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของเราที่อยากให้ลูกค้าทุกคนสนุกกับทุกการเดินทาง และภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคาวาซากิครับ”
— Director of Kawasaki Sales and Marketing Division, Mr. Yusuke Shimada

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

1. Best Package for Off-Pavement Exploration

ออกแบบเพื่อการขับขี่นอกเส้นทางอย่างแท้จริง มอบความมั่นใจและการควบคุมที่เหนือกว่าในทุกสภาพพื้นผิวถนน

• ระบบกันสะเทือนหน้า KYB แบบหัวกลับ ทำงานร่วมกับ New Uni-Trak ด้านหลัง พร้อมระยะยุบสูงถึง 210 มม. / 196 มม. ช่วยซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มเสถียรภาพและความนุ่มนวลเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

• น้ำหนักรถเพียง 194 กก. (Curb mass) ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย คล่องตัวทั้งขณะลุยทางฝุ่นและการใช้งานในชีวิตประจำวัน

• ระยะความสูงใต้ท้องรถ 185 มม. ช่วยให้ผ่านอุปสรรคหรือพื้นผิวขรุขระได้อย่างมั่นใจ ลดโอกาสกระแทกใต้ท้องรถในเส้นทางสมบุกสมบัน

2. Rally-Inspired Style

สะท้อน DNA สายลุยจากรถแข่ง Rally ผสานดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

• ล้อซี่ลวดขนาด หน้า 21” / หลัง 17” ช่วยเพิ่มความสามารถในการซับแรงสะเทือนและยึดเกาะพื้นผิวที่หลากหลาย เหมาะทั้งทางเรียบและทางฝุ่น

• องค์ประกอบดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Rally-Raid เสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง พร้อมฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการผจญภัยระยะไกลในเส้นทางออฟโรดได้อย่างมั่นใจ

• สัดส่วนตัวรถและเส้นสายแฟริ่งถูกออกแบบให้เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของผู้ขับขี่ ช่วยให้ยืนควบคุมรถและถ่ายน้ำหนักได้อย่างเป็นธรรมชาติในเส้นทางออฟโรด

3. Touring Comfort & Practicality

พร้อมรองรับการเดินทางไกล ด้วยความสบายและความอเนกประสงค์ในทุกทริป

• ถังน้ำมันความจุ 16 ลิตร ผสานอัตราสิ้นเปลืองที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มระยะทางต่อการเติมหนึ่งครั้ง รองรับการเดินทางระยะไกลได้อย่างต่อเนื่อง

• ท่านั่งแบบหลังตรง Upright Riding Position ลดความเมื่อยล้า เพิ่มความสบายทั้งการขับขี่ในเมืองและทริปทัวริ่งหลายชั่วโมง

• โครงสร้างท้ายรถที่แข็งแรง รองรับการติดตั้งกระเป๋าข้างและ Top case พร้อมกัน เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกสัมภาระสำหรับการเดินทางผจญภัย

สมรรถนะและเทคโนโลยี

ขุมพลัง 2 สูบ เรียง 451 ซีซี DOHC 8 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 52 PS และแรงบิด 42.6 นิวตันเมตร
ปรับจูนให้ตอบสนองนุ่มนวลในรอบต่ำ-กลาง และให้พละกำลังต่อเนื่องสำหรับการเดินทางไกลที่สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น

  • ระบบ Assist & Slipper Clutch ช่วยให้ควบคุมรถง่ายขึ้นทั้งบนถนนและทางฝุ่น
  • Swichable ABS เลือกเปิด-ปิด ABS ได้ตามลักษณะเส้นทางและการใช้งาน
  • RIDEOLOGY THE APP MOTORCYCLE เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ดูข้อมูลรถ บันทึกเส้นทาง และการแจ้งเตือนต่าง ๆ

การควบคุมและสรีรศาสตร์

เฟรม Trellis น้ำหนักเบาเพียง 19 กก. ช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เสริมความมั่นใจในการควบคุมทั้งขณะขับขี่และจอดหยุดนิ่ง ท่านั่งถูกออกแบบตามหลัก Ergonomics ให้สมดุลระหว่างความสบายและการควบคุม พร้อมความสูงเบาะ 870 มม. ที่เอื้อต่อการวางเท้าและการทรงตัว รองรับผู้ขับขี่หลากหลายสรีระ รวมถึงผู้เริ่มต้นขับขี่ในกลุ่ม Adventure อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมเบาะต่ำให้เลือก เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถในทุกสถานการณ์

มาตรฐานการผลิต

All-New KLE500 ผลิตในประเทศไทย เพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก สะท้อนมาตรฐานการผลิตระดับสากล และบทบาทสำคัญของประเทศไทยในกลยุทธ์ Global Production ของ Kawasaki

รุ่นและอุปกรณ์ (Model Line-up)

KLE500 มีให้เลือกทั้งรุ่น Standard ที่ครบครันสำหรับการใช้งานรอบด้าน และรุ่น SE ที่เพิ่มอุปกรณ์สายลุยและความสะดวกสบาย อาทิ ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ Hand guard เสริมโครง Skid plate ขนาดใหญ่ และหน้าจอ TFT สี เพื่อรองรับการเดินทางผจญภัยได้เต็มรูปแบบยิ่งขึ้น

อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมใน KLE500 SE

• ชิลด์หน้าขนาดใหญ่พิเศษ (Large Windshield)
เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันลม เหมาะกับการเดินทางไกลและความเร็วสูง

• การ์ดแฮนด์ (Hand Guards) 
ช่วยป้องกันมือจากลม เศษหิน และกิ่งไม้ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ออฟโรด

• Skid Plate ขนาดใหญ่
เสริมการปกป้องเครื่องยนต์และใต้ท้องรถ เมื่อต้องเผชิญเส้นทางสมบุกสมบั

• หน้าจอแสดงผล TFT สี 4.3 นิ้ว
แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน พร้อมภาพกราฟิกคมชัด เพิ่มความพรีเมียมในการใช้งาน

• ไฟส่องสว่าง LED รอบคัน (เฉพาะอุปกรณ์เสริมบางรายการใน SE)
เสริมทัศนวิสัยและภาพลักษณ์สไตล์ Rally

ราคาและการจำหน่าย

All-New KLE500 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมวางจำหน่ายใน 2 รุ่นย่อย ได้แก่

• KLE500 ราคา 199,000 บาท
• KLE500 SE ราคา 219,000 บาท

ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว

ในช่วงเปิดตัว Kawasaki จัดข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้จองและออกรถตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้

• คูปองเงินสดมูลค่า 3,000 บาท
• ฟรีประกันภัยชั้น 1
• เรทดอกเบี้ยพิเศษ  3.69 %

หมายเหตุ: เงื่อนไขและระยะเวลาโปรโมชั่นเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

All-New KLE500 พร้อมเปิดรับจองแล้ววันนี้ ที่ผู้แทนจำหน่าย Kawasaki อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ