ฮอนด้าเตรียมเปิดตัว “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกของแบรนด์ในกรุงเทพฯ

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด เตรียมเปิดตัว “The M.O.V.E. by Honda” ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ โดยตั้งอยู่ที่โซน EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคตผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 พร้อมนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดจากฮอนด้า ทั้งในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์การขับเคลื่อนล้ำสมัยอย่าง eVTOL
ฮอนด้า ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ในฐานะผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ โดยประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางการจำหน่ายที่สำคัญของฮอนด้า  อีกทั้งเป็นตลาดหลักของเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และนวัตกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้า ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้โกลบอลแบรนด์สโลแกน “The Power of Dreams – How we move you.”
The M.O.V.E. by Honda จัดแสดงภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy” ที่สื่อถึงการผสานพลังระหว่างปรัชญาแห่งฮอนด้า และโลกยานยนต์แห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตผ่านทุกมิติของความรู้สึก พร้อมเปิดมุมมองใหม่ของการเดินทางในอนาคตตามแบบฉบับของฮอนด้
โซนจัดแสดงภายในศูนย์ฯ
นิทรรศการแบ่งออกเป็นโซนอินเทอร์แอกทีฟที่หลากหลาย สะท้อนแนวคิดของฮอนด้าที่ว่า “การเคลื่อนที่”
ไม่เพียงแต่หมายถึงการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการ “ขับเคลื่อนหัวใจ” ของผู้คนผ่านองค์ประกอบอย่าง แสง เสียง กลิ่น สัมผัส และรสชาติ โดยมีหลากหลายนวัตกรรมหลายที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ดังนี้:
▸รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  • EV Fun Concept* 1: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทรงพลัง เสียงเงียบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมือง
  • EV Urban Concept* 1: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแสดงวิสัยทัศน์ของฮอนด้า ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การเดินทางในเมืองในอนาคตอันใกล้
▸รถยนต์ไฟฟ้า
  • Honda 0 SALOON (Prototype)* 1: รถยนต์ซีดานไฟฟ้า Flagship Model ที่มอบความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูง
  • Honda 0 SUV (Prototype)* 1: รถยนต์ SUV อเนกประสงค์ไฟฟ้า ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในชีวิตประจำวัน และกิจกรรมเอาท์ดอร์
▸เทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต
  • eVTOL* 1: อากาศยานส่วนบุคคลที่จะพลิกโฉมการคมนาคมในเมือง
  • Motocompacto: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด พับเก็บได้ เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น
    หมายเหตุ: รายการจัดแสดงอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติม
    * 1: จัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
▸The M.O.V.E. Café – สัมผัสรสชาติแห่งความทันสมัย
เติมเต็มประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 กับ The M.O.V.E. Café คาเฟ่ที่ผู้เยี่ยมชมจะได้ลิ้มรสอนาคต ที่สะท้อนผ่านอาหาร นำเสนอผ่านเมนูขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่รังสรรค์ขึ้นผ่านแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์ของฮอนด้า ในการขยายขอบเขตการเดินทางทั้งทางบก น้ำ และอากาศ โดย เชฟเดช คิ้วคชา ผู้ได้รับรางวัล Asia’s Best Pastry Chef 2025 จากเวที Asia’s 50 Best Restaurants คาเฟ่แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่สำหรับการพักผ่อน แต่เป็นจุดหมายปลายทางด้านประสาทสัมผัสที่ถ่ายทอดพลังแห่งการผสานรวมของการเดินทางในรูปแบบใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ในแบบฉบับของฮอนด้าอย่างแท้จริง
The M.O.V.E. by Honda ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฮอนด้า ในการเดินหน้าสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและอนาคตของความยั่งยืน ฮอนด้าขอเชิญชวนลูกค้า ผู้หลงใหลในนวัตกรรม และประชาชนทั่วไปมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ศูนย์การค้า EMSPHERE กับอิมเมอร์ซีฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์ เซ็นเตอร์แห่งแรกของฮอนด้าที่จะพาไปสัมผัสมิติใหม่ของการเดินทางอย่างที่ ไม่เคยมีมาก่อนผ่านนิทรรศการสุดล้ำ พร้อมเข้าถึงแนวคิด Sense the Synergy ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ
ชื่อกิจกรรม: The M.O.V.E. by Honda
สถานที่: EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE
628 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
วันเปิดให้เข้าชม: 15 สิงหาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569
เวลาเปิดให้เข้าชม:
  • วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 19:00 – 22:00 น.
  • ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดทุกวัน เวลา 10:00 – 22:00 น
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
LINE Official Account: @TheM.O.V.E.byHonda
จัดโดย: บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด

มาแล้ว! ZONTES 368D ซิตี้สกู๊ตเตอร์พรีเมียมสปอร์ต 368 ซีซี “แรงสุดในคลาส” ราคาช่วงเปิดตัว 139,900 บาท!

ได้เวลามันส์! ZONTES (ซอนเทส) ส่ง 368D ซิตี้สกู๊ตเตอร์พรีเมียม ในดีไซน์สุดสปอร์ตเร้าใจ  เขย่าวงการสกู๊ตเตอร์คลาส 300 – 400 cc ในเมืองไทย กับเทคโนโลยีที่อัพเกรดมาใหม่ให้ตัวรถ  Lightweight  &  Power Up มิติกระชับ พละกำลังแรงสะใจ  จนเรียกได้ว่า “แรงที่สุดในคลาส!”

ถ้า”รถติด” คือศัตรูอันดับหนึ่งของชีวิตในเมืองใหญ่  ZONTES 368D คืออาวุธใหม่ที่จะช่วย “พับเมือง” ให้สั้นลงในทุกคันเร่ง สมกับคอนเซปต์  “Folding The City”  สกู๊ตเตอร์สปอร์ตพรีเมียมเจนใหม่ ในดีไซน์สปอร์ตสุดเร้าใจ ที่มาพร้อม ฟังก์ชันจัดเต็ม เทคโนโลยีล้ำ ทันสมัย มิติใหม่การขับขี่ ที่มอบความคล่องตัวสูง ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาลง กับพละกำลังสุดเร้าใจ ในขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์พิกัด 368 ซีซี แบบ High-Compression Engine โดยใช้เทคโนโลยี ลูกสูบฟอร์จ (Forged Piston) ซึ่งแข็งแรงกว่าและทนต่อแรงดันในห้องเผาไหม้ได้ดีกว่าลูกสูบทั่วไป ช่วยเพิ่มทั้งอัตราเร่งและความทนทานในระยะยาว มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดจากแบรนด์สัญชาติเยอรมัน BOSCH ที่ช่วยควบคุมการจ่ายน้ำมันในโหมดขับขี่ ECO และ Sport  กับไฮไลท์ในคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ที่ให้ความเร็วมาจัดจ้าน ขับขี่สนุกทุกย่านความเร็ว ด้วยพละกำลังสูงสุดที่ 38.2 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และให้พละกำลังแรงบิดสูงสุดที่ 40 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที เรียกได้ว่าบิดมันส์ เร้าใจ พร้อมมอบความสนุกในการขับขี่ให้ในทุกเส้นทาง และยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกับการรับประกันเครื่องยนต์นานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของตลาดในกลุ่มเดียวกัน

ZONTES แบรนด์ระดับโลกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในไทย!

หากพูดถึงแบรนด์ ZONTES (ซอนเทส) ในวันนี้ ถือเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก ปัจจุบันมีรถจากแบรนด์ ZONTES จัดจำหน่ายไปแล้วเกือบ 80 ประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ โดยได้รับการยอมรับในด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัย งานดีไซน์เฉียบคม อีกทั้งเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง  และสำหรับในประเทศไทยที่จัดจำหน่ายโดย บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนเรียกได้ว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนในเมืองไทย กับมาตรฐานใหม่ของรถสกู๊ตเตอร์ในคลาส 300 – 400 cc  ประสบความสำเร็จกับทุกโมเดลที่ผ่านมา แถมยังคงเดินหน้าขยายศูนย์บริการในประเทศไทยไปแล้ว 70 กว่าสาขาทั่วประเทศ!

ฟังก์ชันเด็ด ครบจบ ใน 368D มิติที่คล่องตัวสูง!

  • ขุมพลัง High-Compression 368 ซีซี สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ 38.2 hp @ 7,500 rpm │40 N·m @ 6,000 rpm
  • น้ำหนักตัวเพียง 162 กก. ( 175 กก. พร้อมของเหลว)
  • ถังน้ำมัน 12 ลิตร เปิดฝาถังน้ำมันด้วยระบบไฟฟ้า
  • ระบบส่องสว่าง Full LED รอบคัน – ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ 4 ดวง ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • จอสีล้ำสมัย กับหน้าจอแบบ TFT ขนาด 75 นิ้ว สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ อย่างครบครัน เช่น ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ระดับน้ำมัน ระดับแบตเตอรี่ ระยะทริปการเดินทาง และการแจ้งเตือนต่างๆ ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลได้ถึง 4 รูปแบบตามความต้องการ พร้อมเซ็นเซอร์วัดแสงที่สามารถปรับความสว่างของหน้าจอได้
  • เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชั่น “ZONTES SMART” สามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชั่น ในการล็อค/ปลดล็อครถ , เปิดฝาถังน้ำมัน , เปิดเบาะได้รวมไปถึงการเปิดดูไฟล์บันทึกย้อนหลังภาพจากกล้องติดรถ และสามารถ Download ไฟล์เข้ามาในสมาร์ทโฟนของคุณได้  นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานฟีเจอร์แผนที่นำทาง ภายใน แอปพลิเคชั่น “ZONTES SMART”   และทำการ Mirror Screen หรือการสะท้อนภาพหน้าจอจากสมาร์ทโฟนเข้าไปโชว์ในหน้าจอแสดงผล TFT  ที่สามารถเปิด Google Map และ ยูทูปได้
  • เบาะนั่ง ผลิตด้วยเทคโนโลยี vacuum วัสดุพรีเมียม ดีไซน์รับกับท่านั่งของผู้ขับขี่ สัมผัสนุ่มนั่งสบาย
  • Fast charging USB ports : ช่องชาร์จเร็ว ที่บริเวณช่องเก็บของด้านซ้าย แบบพอร์ตคู่ Type A + Type C
  • พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ สามารถเก็บหมวกกันน็อค ได้ 1 ใบ
  • ระบบ TCS (Traction Control System) หรือระบบควบคุมการลื่นไถล ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่
  • ก้านเบรกสามารถปรับระดับได้ เพื่อรองรับกับทุกสรีระของผู้ขับขี่
  • เบรกหน้าแบบ Radial Mount พร้อมปั๊มเบรกแบรนด์Juan สัญชาติสเปน
  • ระบบเบรก Dual-channel ABS : เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยระบบเบรก ABS ที่มีมาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน
  • โช๊คอัพหลังแบบสปริง สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ 5 ระดับ
  • ระบบเบรกมือ (Brake handle with parking function) ช่วยป้องกันการลื่นไถล กรณีจอดรถชั่วคราวบนทางลาด และมีสัญญาณเตือนให้ กรณีลืมปลดล็อคมือเบรกขณะขับขี่
  • เสริมความปลอดภัยและป้องกันการโจรกรรม เมื่อดับเครื่องแล้วหักแฮนด์ไปทางด้านซ้าย ระบบจะทำการล็อคแฮนด์ให้อัตโนมัติ
  • TPMS ( Tire Pressure Monitoring System ) ระบบตรวจวัดลมยาง : ระบบความปลอดภัยที่ใช้ชิปจากเยอรมนีในการตรวจวัดแรงดันลมยาง และตรวจวัดอุณหภูมิยาง ให้ความแม่นยำสูง เสริมความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่
  • เทคโนโลยีกุญแจรีโมทแบบ0 Keyless ที่มาพร้อม IP67 หรือมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถทนทานต่อการแช่น้ำที่ความลึกระดับไม่เกิน 1 เมตร เป็นเวลาไม่เกิน 30 นาทีได้ ซึ่งสำหรับการขับขี่ที่โดนฝน ก็เรียกได้ว่าสามารถทนทานได้สบายๆ แถมยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามสะดุดตา โดยการทำงานของตัว 3.0 Keyless นั้น เพียงแค่ผู้ขับขี่พกพาติดตัว ในระยะ 1.5 เมตรจากตัวรถ ก็สามารถกดปุ่มสตาร์ทได้ทันที  และเมื่อผู้ขับขี่นำกุญแจเดินออกห่างจากตัวรถเกินระยะ 1.5 เมตร ตัวรถก็จะทำการล็อคให้อัตโนมัติ  นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษ กรณีแบตเตอรี่ของกุญแจ Keyless หมด ผู้ขับขี่ก็ยังสามารถสตาร์ทรถใช้งานได้ ด้วยระบบ Immobilizer โดยนำ กุญแจ Keyless มาแนบภายในช่องเก็บของทางขวามือ
  • ที่จับท้ายกันตก ทำจากวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ ให้ความแข็งแรงทนทาน พร้อมยางรองด้านใต้ เพื่อสัมผัสที่จับกระชับมั่นใจให้กับผู้ซ้อน

3 สีสันสุดมันส์! พิเศษเฉพาะประเทศไทย!

  • Dark Bright Grey Gloss – Purple flipflop (เทา-ม่วง)
  • Extra Black Gloss- Ruby Red Gloss (ดำ-แดง)

  • Ginger Desert Brown-Orange vivid (น้ำตาล-ส้ม)

 

ในราคาส่วนลดพิเศษช่วงเปิดตัว ที่  139,900 บาท

(จากราคาปกติที่ 143,900 บาท รับ Voucher 4,000 บาทเป็นส่วนลดพิเศษในช่วงเปิดตัว!)

* สามารถรับข้อเสนอพิเศษนี้  ได้ที่ https://booking.zontes.co.th

ดูรายละเอียดรถเพิ่มเติมได้ที่ www.zontes.co.th  หรือติดตามข่าวสารจาก ZONTES ได้ทาง

 

#ZONTES #ซอนเทส #ZONTES368D #368D

Harley-Davidson® ชวนเหล่าไบค์เกอร์รวมพลังทั่วภูมิภาคเอเชียเกิดใหม่ (AEM) รวมถึงประเทศไทย ในกิจกรรม “United We Ride – National Harley Day”

Harley-Davidson เชิญชวนเหล่าไบค์เกอร์ทั้งรุ่นใหญ่ผู้คร่ำหวอดบนเส้นทาง และนักขี่รุ่นใหม่มาขับขี่ และฉลองร่วมกันในงาน “United We Ride – National Harley Day” ในวันที่ 6 กันยายน 2568

งานระดับภูมิภาคในครั้งนี้มิได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมขับขี่เท่านั้น แต่ยังเป็นการฉลองให้กับแนวคิด “United We Ride” ของ Harley-Davidson ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพ ความสนุกจากการเดินทางบนถนน และพลังแห่งความชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน ที่หลอมรวมเหล่านักขับขี่ Harley-Davidson ไว้ด้วยกัน

รายละเอียดกิจกรรม มีดังนี้

วันจัดกิจกรรม: 6 กันยายน 2568 เว็บไซต์กิจกรรม: https://www.unitedwerideasia.com สำหรับข้อมูลเส้นทาง และเวลาเริ่มกิจกรรม กรุณาติดต่อผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson ใกล้บ้านท่าน

พร้อมกันนี้ กิจกรรมในครั้งนี้ยังมีส่วนช่วยเหลือสังคม ผ่านการสนับสนุนโครงการ Helmet Heroes Thailand โดยปีนี้ Harley-Davidson ได้จับมือกับ Helmet Heroes เพื่อฉลองให้กับแนวคิด United We Ride พร้อมกันใน 9 ประเทศ พร้อมเชิญชวนกลุ่ม ผู้ขับขี่ เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson สมาชิก H.O.G. ผู้แทนจำหน่าย และนักขับขี่หน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Harley-Davidson มาร่วมมือกัน ภายใต้กิจกรรม United We Ride – National Harley Day เพื่อรณรงค์ ในประเด็นความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับเด็ก

ทุกกิโลเมตรจากการขับขี่จะช่วยส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับเด็ก พร้อมทั้งสมทบทุนจัดซื้อหมวกกันน็อกสำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่รถมอเตอร์ไซค์ยังคงเป็นพาหนะหลักด้วยเหตุผลด้านความสะดวกและราคา ดังนั้น การเข้าถึงอุปกรณ์นิรภัย และการสร้างวินัยด้านความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ขับขี่ทั่วภูมิภาคสามารถร่วมบริจาคได้แล้ว ผ่านเว็บไซต์ทางการของกิจกรรม หรือในช่วงลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

ไม่ว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์คนเดียว มากับเพื่อน หรือรวมกลุ่มมากับ Harley Owners Group (H.O.G.) ก็สามารถร่วมกิจกรรมได้ โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน

มารวมพลังแล้วขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันในกิจกรรม “United We Ride – National Harley Day”

Everyday Playful มันส์ทุกเดย์…เท่ทุกทาง NEW YAMAHA PG-1

NEW YAMAHA PG-1 ชีวิตที่ Playful สนุกในสไตล์ที่โดดเด่นได้ทุกวัน สนุกได้กับทุกเส้นทาง ออกไปมันส์ด้วยกัน…ไปที่ไหนก็ได้ ไปทางไหนก็ได้ ไปกับใครก็ได้ แค่มีใจเดียวกัน มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดียว 114 ซีซี แบบหัวฉีด ให้อัตราเร่งดี ขี่ประหยัด
หน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัลดีไซน์ทรงกลม สุดคลาสสิก แสดงผลมาตรวัดครบถ้วน ชัดเจน ทั้งตัวเลขแสดงความเร็ว, วัดรอบเครื่องยนต์, ตำแหน่งเกียร์, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง,ระยะทาง, อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน
เบรกหน้า ABS พร้อมดิสก์เบรกขนาดใหญ่ 245 มม. ช่วยลดการเกิดอาการล้อล็อก ขณะเบรกกะทันหัน ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมลุยได้ทุกเส้นทาง วงล้อหน้า/หลัง ขนาด 16×2.50 นิ้ว อัพไซส์ยางหน้ากว้าง 90/70-16 ยาง Block ลายใหม่ ดอกยางใหญ่ขึ้น เกาะถนนทรงตัวดี ขี่นุ่มนวล เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ ไม่ว่าจะทางเรียบ หรือทางลุย ก็ขี่ได้ทุกวัน มันส์ได้ทุกเส้นทาง
ดีไซน์บอดี้ตามโครงสร้างเฟรม สวย โดดเด่น แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ คล่องตัวขี่สนุกทั้งในเมือง และทางลุย แฮนด์บาร์กว้าง ช่วยให้ทรงตัวดี และมีความสูงเหมาะกับทุกสไตล์การขับขี่
โช้คหน้าเทเลสโคปิคแบบมีแผงคอบน เสริมด้วยยางหุ้มโช้คสไตล์คลาสสิก โช้คหลังคู่ที่เพิ่มระยะยุบ ช่วยซับแรงกระแทก ทรงตัวได้ดี มันส์ได้ทุกเส้นทาง
ระยะสูงจากพื้นถึงเครื่องยนต์ 190 มม. ขี่ลุยข้ามสิ่งกีดขวางพิชิตทุกความท้าทายได้อย่างมั่นใจ
ขี่ใกล้ หรือไกลก็นั่งสบาย ด้วยการออกแบบที่ปรับเปลี่ยน ท่าขับขี่ได้อย่างอิสระ มันส์ไปด้วยกันกับเพื่อนคู่ใจ ด้วยเบาะนั่งแยกส่วนหน้า-หลัง ระหว่างผู้ขับขี่กับคนซ้อน และเติมน้ำมันได้อย่างสะดวก เพียงเปิดเบาะหน้า
EVERYDAY PLAYFUL มันส์ทุกเดย์…เท่ทุกทาง
คุ้มค่าด้วยการรับประกันนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*
Specification:
เครื่องยนต์
ระบบเครื่องยนต์ 4 จังหวะ
กระบอกสูบในเครื่องยนต์ กระบอกสูบเดี่ยว
ระบบวาล์ว SOHC
จำนวนวาล์ว 2 วาล์ว
ระบบระบายความร้อน ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ความจุเครื่องยนต์ 114 ซีซี
กระบอกสูบ x ระยะชัก 50.0 x 57.9 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด 9.3 : 1
หัวเทียน NGK / CR6HSA
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แบบหัวฉีด
ระบบจุดระเบิด TCI.
ระบบคลัตช์ แบบเปียกชนิดหลายแผ่น
ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10-E20
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 5.1 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง 0.80 ลิตร
ระบบหล่อลื่น แบบอ่างน้ำมันเครื่อง
กรองอากาศ แบบกระดาษเคลือบน้ำมัน
ระบบส่งกำลังขับ 4 สปีดแบบเฟืองขบกันตลอดเวลา
โครงรถ / เฟรม
ชนิดของเฟรม แบบแบ็คโบน
มุมคาสเตอร์ 26.5 องศา
ระยะเทรล 83 มม.
กว้าง x ยาว x สูง 805 x 1,980 x 1,050 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 795 มม.
ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง 190 มม.
ช่วงศูนย์กลางระหว่างล้อ 1,280 มม.
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 2,000 มม.
น้ำหนักรวมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น 109 กก.
ระบบกันสะเทือน
ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก
ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์ม (แขนยึดโช้คอัพหลัง)
ระยะยุบตัวของโช้คอัพ หน้า / หลัง 130 / 109 มม.
ระบบเบรก (หน้า / หลัง)
เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS
เบรกหลัง ดรัมเบรก
ล้อ
หน้า / หลัง ล้อซี่ลวด
ขนาดวงล้อหน้า 16 x 2.15 นิ้ว
ขนาดวงล้อหลัง 16 x 2.15 นิ้ว
ยาง
ขนาด ล้อหน้า IRC GP22S 90 / 100-16 m / C51P
ขนาด ล้อหลัง IRC GP22S 90 / 100-16 M / C 51P
ระบบไฟฟ้า
ไฟหน้า HS1, 35.0 W / 35.0 W
ไฟเบรก / ไฟท้าย 21.0 W / 5.0 W
แบตเตอรี่ 12 V, 3.5 Ah (10 HR)
รุ่นแบตเตอรี่ PTZ5S

CYCLONE รุกต่อ! ลุยตลาดมอเตอร์ไซค์ไทย เปิดตัว MINI PANDA เครื่องยนต์ 150 ซี

ซอนเซ็น มองตลาดรถจักรยานยนต์ไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคต้องการสินค้าคุณภาพเยี่ยม เน้นดีไซน์โดดเด่น เดินหน้าขยายตลาดเครื่องยนต์ 150 ซีซี. ส่ง MINI PANDA ภายใต้แบรนด์ CYCLONEเปิดตัวในไทย พร้อมจับมือผู้ผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ   ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้กับแบรนด์ RYUKA ที่จำหน่ายในประเทศ มั่นใจยอดขายเติบโตรวมทุกแบรนด์ 6,000 คันในปีนี้

นายเกา จาน (Mr.Gao Zhan) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซอนเซ็น แมชชินเนอรี แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ CYCLONE, RYUKA และ CINECO ในประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตลาดรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คาดว่าปี 2568 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัท ในการเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศ

ทั้งในเรื่องของการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะมีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี การพัฒนาด้านการให้บริการหลังการขาย ที่รวมถึงการขยายเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตร เพื่อที่จะสามารถให้บริการกับลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ ทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์น้ำมันและไฟฟ้าที่ทำตลาดอยู่

“เราคาดว่าปี 2568 จะยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวทางการวางรากฐานและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและได้มาตรฐาน พร้อมยกระดับศักยภาพในการให้บริการ เพื่อก้าวขึ้นเป็น แบรนด์ชั้นนำในตลาดไทย”

ขยายไลน์อัพสินค้าเครื่องยนต์ 150 ซีซี.

สำหรับแผนงานหลักในปีนี้ ก็คือการเดินหน้าขยายตลาดรถจักรยานยนต์น้ำมัน เครื่องยนต์ 150 ซีซี. ภายใต้แบรนด์ CYCLONE รุ่น MINI PANDA เนื่องจากมองว่ารถจักรยานยนต์ขนาดกลางและขนาดเล็กยังเป็นตลาดหลักของประเทศไทย ซึ่งผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ ราคาสมเหตุสมผล และดีไซน์ที่โดนใจ ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทใช้ในการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ MINI PANDA ถูกออกแบบมาให้เป็นรถสไตล์มินิที่มีความคล่องตัวสูง เลือกใช้เครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี. เพื่อตอบสนองด้านพละกำลังและการใช้งานจริง โดดเด่นด้วยถังน้ำมันขนาดใหญ่ 11.5 ลิตร รองรับการ

เดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ มาพร้อมระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS) และระบบเบรก ABS ซึ่งมีไม่มากในรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก  เสริมด้วยไฟหน้าและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  3 สี  Adventure White , Timeless White และ Digital Blue  ราคาส่วนลดพิเศษช่วงเปิดตัว 69,900 บาท พิเศษ ฟรีทะเบียน ประกัน พรบ. มูลค่า 3,000 บาท , ฟรี บริการ CYCLONE ASSISTANCE 2 ปี รับประกันเครื่องยนต์ 3 ปี/ 30,000 กม.

ด้วยขนาดที่กะทัดรัดแต่ลงตัว MINI PANDA จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น คนทำงาน หรือผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบเรียบง่ายแต่มีสไตล์ อีกทั้งยังรองรับผู้ขับขี่หลากหลายรูปร่างและสรีระ สะท้อนความเป็นมินิไบค์ที่ผสานทั้งความสนุก ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เหมาะสมสำหรับลูกค้าในประเทศไทย

“รถจักรยานยนต์ CYCLONE ไม่ว่าจะเป็นรุ่น RE3, RT1, RT2 และ RA401(Standard) ที่เปิดตัวและ  วางจำหน่ายก่อนหน้านี้ ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะจากข้อมูลด้านคุณภาพสินค้าและอัตราการสั่งอะไหล่เคลม ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพที่น่าพึงพอใจ เราเชื่อมั่นว่าผู้ใช้งานจะยังคงได้รับประสบการณ์ที่ดีจากผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่อง และเรามีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นอื่น ๆ อีกในอนาคต”

จับมือพันธมิตรเดินหน้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ ในปีนี้จะเดินหน้าการทำตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ RYUKA โดยมีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลท์ที่การจับมือกับพันธมิตรด้านแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีฐานการผลิตในประเทศ เพื่อใช้สำหรับรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของที่ยอดเยี่ยม

บริษัท ซอนเซ็นฯ ได้จับมือกับ Farasis Energy ซึ่งเป็นผู้นำด้านเซลล์แบตเตอรี่แบบ Pouch Cell สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับแนวหน้าของจีน ร่วมกับ Dynavolt Power ซึ่งเป็นผู้ประกอบชุดแบตเตอรี่และ  มีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยจะมีการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ทำตลาดในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ RYUKA

“การผลิตแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ จะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านการจัดส่ง และตอบสนองงานบริการหลังการขายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้ จะถูกนำไปใช้ในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัว 2 รุ่นแรก และจะขยายไปที่รุ่นอื่น ๆ ตามมาในอนาคต”

ที่ผ่านมา RYUKA ได้จำหน่ายรถจักรยานยนต์น้ำมันหลากหลายรุ่นและซีรีย์ เช่น CLASSIC, INFINITY, SAVE และรถสามล้อรุ่น BULL, NUITON ซึ่งล้วนผ่านการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบด้านดีไซน์ ความต้องการด้านคุณภาพ และมาตรฐานการให้บริการที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ใช้ปลายทางและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และยังคงมียอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา

สร้างเครือข่ายการให้บริการ รับยอดขายเติบโตปีนี้

ในส่วนของการให้บริการลูกค้านั้น ได้มีการผสานเครือข่ายการให้บริการของทุกแบรนด์เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าเป็นสิทธิ์ในการรับประกันทั่วประเทศ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างครอบคลุม เพื่อยกระดับการบริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ในปัจจุบัน มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ 115 ราย ครอบคลุม 650 จุดขายทั่วประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากการเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ที่โดนใจผู้บริโภค ด้วยคุณภาพที่ยอดเยี่ยมแล้ว บริษัทก็พร้อมที่จะเดินหน้ายกระดับศักยภาพในการให้บริการ เพื่อก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดไทยที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งรถจักรยานยนต์น้ำมันและไฟฟ้าอย่างครบวงจร

“สำหรับเป้าหมายการจำหน่ายในประเทศไทยในปีนี้ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 6,000 คัน สำหรับทุกแบรนด์ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่มีความท้าทาย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง CYCLONE , RYUKA และCINECO จะมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าคุณภาพเยี่ยม ดีไซน์ที่โดดเด่นและการให้บริการที่ดีกับลูกค้า เพื่อเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในประเทศไทยในอนาคต”

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์ บริการ ตัวแทนจำหน่าย และกิจกรรมของแบรนด์ภายใต้ผู้ผลิต บริษัท ซอนเซ็น แมชชินเนอรี แมนูแฟคเจอริ่ง(ไทยแลนด์) จำกัด เพิ่มเติมได้ที่

www.facebook.com/CycloneThailand

www.facebook.com/ryukathailand

www.facebook.com/CinecoThailand

LINE Official : @zongshenth หรือ โทร. 038-027-397

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ครองใจผู้บริโภค 14 ปีซ้อน คว้ารางวัล “No.1 Brand Thailand 2025” ในหมวดรถจักรยานยนต์

รถจักรยานยนต์ ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง ด้วยการคว้ารางวัล “No.1 Brand Thailand 2025” ในกลุ่มรถจักรยานยนต์เป็นปีที่ 14 สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั่วประเทศที่ให้ฮอนด้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจอย่างมั่นคง รางวัลนี้มาจากผลการสำรวจที่ดำเนินการโดยนิตยสาร Marketeer ซึ่งจัดงานประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องฉัตรบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้กล่าวถึงความสำเร็จในปีนี้ว่า “การคว้ารางวัลในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ไม่เพียงแค่สะท้อนถึงรางวัล แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การขับขี่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในไทยอย่างต่อเนื่อง ทางไทยฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและพนักงานทุกคนที่ร่วมมือร่วมใจส่งมอบคุณภาพและบริการที่ดีที่สุด”

นอกจากนี้ ปีนี้ยังถือเป็นวาระครบรอบ 60 ปีของไทยฮอนด้า ซึ่งนอกจากการมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนแล้ว ยังได้ตั้งใจตอบแทนสังคมโดยการจัดโครงการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน แจกหมวกกันน็อก 60,000 ใบ จำนวน 60 ล้านบาท ให้กับเยาวชนทั่วประเทศ โดยเชื่อว่าการดูแลสังคมเป็นภารกิจสำคัญที่ฮอนด้าจะต้องดำเนินไปพร้อมกับการเติบโตอย่างมั่นคง

สำหรับรางวัล “No.1 Brand Thailand” ที่จัดโดยนิตยสาร Marketeer สื่อด้านการตลาดชั้นนำของไทย อ้างอิงจากการวิจัยเชิงปริมาณผ่านการสัมภาษณ์แบบพบหน้าใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเน้นวิเคราะห์ถึงเหตุผลเบื้องหลังการเลือกแบรนด์ของผู้บริโภค มากกว่าการจัดอันดับเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ แบรนด์ที่เป็น “อันดับหนึ่งในใจ” จึงไม่ได้ถูกตัดสินโดยคณะกรรมการ แต่สะท้อนจากเสียงของผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างแท้จริง

#MarketeerNo1BrandThailand2025 #No1BrandThailand2025#แบรนด์ยอดนิยมอันดับ1ของไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

Marini กดเวลา 1:55.945 FP1 BRNO

การแข่งขัน MotoGP สนาม12 รอบ FP1 ที่ BRNO สาธารณเช็ก Luca Marini #10 จาก HRC Castrol MotoGP เป็นอันดับที่ 8 ด้วยเวลา 1:55.945 นาที ด้านทีมเมท Joan Mi #36 อยู่ในอันดับที่ 19 เวลา 1:57.715 นาที และ คู่หู LCR อย่าง Takaaki Nakagami #30 (แทน ก้อง สมเกียรติ) อันดับ 10 เวลา 1:56.187 นาที และ Johan Zarco #5 อันดับ 14 เวลา 1:56.541 นาที
.

Jack Miller รั้งรองจ่าฝูง FP1 BRNO

รอบ FP1 ของการแข่งขัน MoTOGP สนาม12 ที่ Automotodrom Brno เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Jack Miller #43 จาก Pramac Yamaha MotoGP รั้งรองจ่าฝูงด้วยเวลา 1:55.221 นาที
.
2. Jack Miller
9. Alex Rins
11.Fabio Quartararo
12.Miguel Oliveira
13.Agusto Fernandez
.

Marc Marquez กดเวลาช่วงท้าย FP1 BRNO

การแข่งขัน MotoGP สนาม 12 รายการ Tissot Grand Prix of Czechia ที่ Automotodrom Brno สาธารณเช็ก ในรอบ FP1 Marc Marquez #93 จาก Ducati Lenovo Team รถมีปัญญาในช่วงต้นการของการจับเวลา หลังจากแก้ไขในช่วงท้าย Marc Marquez ลงกดเวลาอีกครั้ง เป็นหัวตาราง ด้วยเวลา 1:54.606 นาที
.

มาแรงที่สุดแห่งปี! บุรีรัมย์มาราธอนฟีเวอร์ นักวิ่งทะลักร่วมแคมเปญฉลอง 10 ปียิ่งใหญ่ เตรียมเปิดสมัครออนไลน์ 19-20 ก.ค.นี้ คาดเต็มทุกระยะ

บุรีรัมย์มาราธอน 2026 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ สะเทือนวงการวิ่ง ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ หลังบุกปักธงแคมเปญสุดอลังการ ฉลองครบรอบ 10 ปี เปิดแถลงข่าวและรับสมัคร On-site ใจกลางกรุงเทพ ณ One Bangkok เมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา บรรยากาศคึกคักจนห้างแทบแตก นักวิ่งต่อคิวยาวตั้งแต่ก่อนเวลาลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมงานทะลุกว่า 2,000 คน ตอกย้ำความนิยมของไนท์รันอันดับหนึ่งของไทยที่มาแรงที่สุดของปี พร้อมชูแนวคิดใหม่ Music, Entertainment & Night Run ยกระดับเทศกาลดนตรีที่มีความยาว 42.195 กม. ให้ดียิ่งขึ้นกว่า 9 ปีที่ผ่านมา เตรียมเปิดรับสมัครออนไลน์ สำหรับนักวิ่งเก่า วันที่ 19 ก.ค. และนักวิ่งทั่วไป วันที่ 20 ก.ค. ผู้จัดคาดเต็มทุกระยะอย่างรวดเร็ว ทุกฝ่ายยืนยันผนึกกำลังต้อนรับนักวิ่งจากไทย-เทศ และผู้ร่วมกิจกรรมมากกว่า 1 แสนคนทุกปีให้ดีที่สุด

ปีนี้ “บุรีรัมย์มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ฉลอง 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมแนวคิดใหม่ “Music, Entertainment & Night Run” สู่การยกระดับเทศกาลดนตรีตลอดระยะทาง 42.195 กม.ที่ดียิ่งกว่าเดิม โดยมีกำหนดจัดขึ้นในต้นปีหน้า ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Your Ultimate Destination สวรรค์ของนักวิ่ง ออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถระดับโลก “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” และเข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล ”ช้างอารีนา” ท่ามกลางบรรยากาศแสง สี เสียงสุดเร้าใจ ของรางวัลจัดเต็มมากกว่าทุกปี นับเป็นรายการวิ่งที่มีมูลค่ารางวัลรวมสูงที่สุดในประเทศไทย รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ฝ่ายจัดการแข่งขันได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์มาราธอน ต้อนรับนักวิ่ง 217,213 คน เข้าสู่ทศวรรษแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้บุรีรัมย์มาราธอนเป็นมาราธอนแห่งความสุขของนักวิ่งทุกคน พร้อมกองเชียร์และผู้ติดตาม 1,178,623 คน ที่ร่วมสร้างปราฎการณ์เทศกาลดนตรีที่มีความยาว 42.195 กม., อาสาสมัคร 90,000 คน, เสิร์ฟลูกชิ้นยืนกิน 1,350,000 ลูก, น้ำดื่มที่แจกนักวิ่งตลอด 9 ปี มากพอที่จะนำขวดพลาสติกไปรีไซเคิลผลิตเสื้อฟุตบอลบุรีรัมย์ได้ 58,000 ตัว, จำนวนผลไม้ที่เสิร์ฟนักวิ่ง เทียบเท่ากับการสนับสนุนเกษตรกรไปแล้ว 260 ไร่ หรือ 182 ตัน, ของดีบุรีรัมย์ที่นำมาบริการให้นักวิ่งทุกระยะ เทียบเท่ากับการสนับสนุนร้านอาหารท้องถิ่น 7,500 ร้าน สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จทั้งในด้านกีฬา การท่องเที่ยว และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “บุรีรัมย์มาราธอน” ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับสู่มาราธอนระดับแพลตินัม แต่ผู้จัดเลือกที่จะนำเงินกลับมาสร้างความสุขให้กับนักวิ่งมากขึ้น ให้ความสำคัญกับ “นักวิ่ง” เป็นหลัก พร้อมคงมาตรฐาน World Standard และ Buriram Standard อย่างเข้มข้น ทั้งการปิดถนน 100%, จุดบริการน้ำ เกลือแร่ และทีมแพทย์-พยาบาลทั่วเส้นทาง รวมถึงลูกชิ้นยืนกิน ของอร่อยของดีบุรีรัมย์หลังเส้นชัย, และรางวัลหมูกระทะสำหรับนักวิ่ง New PB ฯลฯ นักวิ่งที่ร่วมแข่งขันยังสามารถนำสถิติไปใช้สมัครงานวิ่งระดับโลกได้ทุกสนาม รวมทั้งทำหน้าที่ “ป๋าดัน” ส่งนักวิ่งไปยังเรซระดับเมเจอร์ในรายการโตเกียวมาราธอนอย่างเต็มรูปแบบ

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า เสียงของนักวิ่งคือหัวใจของงาน การเปิดรับสมัครแบบ On-site เนื่องจากที่ผ่านมา นักวิ่งขาแรงและนักวิ่งที่ตั้งใจจริงในการลงแข่งขัน แต่สมัครออนไลน์ไม่ทัน จึงเปิดรับสมัครที่หน้างานแถลงข่าวขึ้น ซึ่งงานนี้ได้รับการตอบรับอย่างเกินคาด มีนักวิ่ง, สื่อมวลชนและผู้ร่วมงานคับคั่งรวมมากกว่า 2,000 คน ซึ่งถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของวงการวิ่งของไทย สะท้อนถึงความแข็งแรงของงานวิ่งที่เติบโตมาจากหัวใจของนักวิ่งจริงๆ

“ปีนี้จะเป็นปีแรกที่เราใช้คำว่า Music, Entertainment & Night Run ซึ่งฝ่ายจัดการแข่งขันตั้งใจจะทำให้ดีกว่า 9 ปีที่ผ่านมา และยังมีเหรียญ BRM Superfan สำหรับนักวิ่งที่บันเทิงทรมานมาด้วยกันครบ 10 ปี วิ่งด้วยมาตรฐาน World Marathon เช่นเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความสุขของนักวิ่งต้องมีมากกว่าเดิม ทุกฝ่ายผนึกกำลังต้อนรับนักวิ่งไทย-เทศ และผู้ร่วมกิจกรรมมากกว่า 1 แสนคนทุกปีให้ดีที่สุด”

สำหรับสถิติผู้ร่วมงานในปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์มาราธอน 2025 มีจำนวนนักวิ่ง 32,936 คน ร้านค้าและบูธผู้สนับสนุนในงานเอ็กซ์โป 307 บูธ, อาสาสมัคร 7,238 คน, มูลค่าสื่อประชาสัมพันธ์กว่า 117 ล้านบาท แบ่งเป็นนักวิ่ง ระยะมาราธอน 42.195 กม. จำนวน 8,942 คน, ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. จำนวน 11,983 คน, มินิมาราธอน 10 กม. 8,714 คน และฟันรัน 4.554 กม. จำนวน 3,297 คน สร้างรายได้หมุนเวียนมากกว่า 966 ล้านบาท”

พร้อมกันนี้นายเนวิน ได้ประกาศวันจัดการแข่งขันล่วงหน้า “งานบุรีรัมย์มาราธอน ประจำปี 2027” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2570 โดยประกาศล่วงหน้า 1 ปี เพื่อให้นักวิ่งสามารถวางแผนการจองที่พัก-การเดินทางล่วงหน้าได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ดบาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” งานวิ่งไนท์รันเบอร์หนึ่งของไทย พร้อมแล้วที่จะให้นักวิ่งมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษอีกครั้ง และมาร่วมฉลอง 10 ปี กับทศวรรษที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน แข่งขันทั้งสิ้น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะมาราธอน (42.195 กม.), ระยะฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.), ระยะมินิมาราธอน (10 กม.), ระยะฟันรัน (4.554 กม.) หนึ่งในงานวิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีนักวิ่งร่วมงานมากกว่า 3 หมื่นคน ต่อปี ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (World Athletics) และมีการจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. ขนทัพสินค้ากีฬาและสุขภาพเอาใจนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วโลกอีกด้วย

ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองวาระ 1 ทศวรรษ นอกเหนือจากเงินรางวัล 1.65 ล้านบาท บุรีรัมย์มาราธอนปีนี้ จัดเต็มมอบของขวัญพิเศษและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยความพิเศษฉลอง10 ปี ได้แก่ นักวิ่งที่วิ่งต่อเนื่องครบ 10 ปีจะได้รับเหรียญ BRM Superfan, มอบ “หมวก BRM Sub 3 ลิมิเต็ด” สำหรับนักวิ่งระยะ Marathon Sub 3 ที่วิ่งภายในเวลาต่ำกว่า 3 ชม., มอบ “ไอเท็มลับ ฉลอง 10 ปี” ให้กับนักวิ่งทุกคน (จัดส่งไปกับ Race pack)

นอกจากนี้ยังมอบเงินรางวัลพิเศษแบบจัดเต็มเช่นเคย มูลค่ารวม 1,300,000 บาท โดยจะสุ่มแจกให้กับนักวิ่งในทุกระยะ จำนวน 50 รางวัลต่อระยะ รวมทั้งหมด 200 รางวัล และบริการ “ภาพนักวิ่งฟรี” ในรูปแบบเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ โดยปีนี้ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มจำนวนของช่างภาพมากขึ้น , รางวัลพิเศษสำหรับนักวิ่งที่ทำ New PB จะได้รับคูปองหมูกระทะ 1 ชุด มูลค่า 250 บาท และยังมีของรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกกว่า 100 รายการ

เปิดรับสมัครออนไลน์ 19-20 ก.ค.นี้ แบ่งเป็น นักวิ่งเก่า (ปี 2017 – 2025) สมัคร 19 ก.ค. 2568 และ นักวิ่งทั่วไป (นักวิ่งหน้าใหม่) สมัคร 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ฝ่ายจัดการแข่งขันคาดว่า หลังเปิดรับสมัครในปีนี้ จะเต็มทุกระยะอย่างรวดเร็วแน่นอน ผู้สนใจสมัครได้ที่เว็บไซต์ burirammarathon และ runningconnect ติดตามรายละเอียดการรับสมัคร พร้อมวิธีการรับสมัครได้ทางเพจ Buriram Marathon

LAMBRETTA อัพเดท G350 นิวคอลเลกชัน 3 เฉดสีใหม่ สไตล์ที่อยู่เหนือกาลเวลา!

เมื่อพูดถึงสกู๊ตเตอร์ที่อยู่เหนือกาลเวลา LAMBRETTA (แลมเบรตต้า) คือชื่อที่ถูกเอ่ยถึงในฐานะ “ต้นฉบับของความคลาสสิก” มาอย่างยาวนานกว่า 78 ปี  และยังคงถ่ายทอดวัฒนธรรมของชาวแลมเบรตติสต้ารุ่นเก๋า สู่ชาวแลมเบรตติสต้ารุ่นใหม่

ล่าสุด LAMBRETTA ได้เปิดตัว G350 Series III คอลเลกชันใหม่ Timeless Collection พร้อมการกลับมาในโทนสี Monotone ที่เรียบหรูแต่เต็มไปด้วยคาแรคเตอร์ สุด Unique กับ 3 เฉดสีใหม่ COCOA BROWN, ESPRESSO BLACK และ MINERAL GREY ที่จะมาสะท้อนอารมณ์ใหม่ ในแบบฉบับอิตาเลียนดีไซน์  พร้อมเอกลักษณ์ของ Iconic badge ที่เคยปรากฏในรุ่นตำนานในอดีต ที่ยังคงส่งต่อเรื่องราวอันทรงคุณค่าไว้ใน G350 คอลเลกชันนี้

G350 เป็นสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมียมที่เปิดตัวครั้งแรกใน Milan Design Week 2022 พร้อมกับรุ่น X300 ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ LAMBRETTA ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าความคลาสสิกยังคงอยู่ในโลกสมัยใหม่ได้อย่างสง่างาม โดยเฉพาะ G350 ซึ่งถือเป็นรุ่นใหญ่ ตัวท็อปสุดของแบรนด์ ณ ขณะนี้ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มทั้งภาพลักษณ์และประสบการณ์การขับขี่ที่ให้อารมณ์หรูหรา เหนือกาลเวลา

ดีไซน์ของ G350 นั้นยังคงยึดมั่นใน DNA อิตาเลียนดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA ทั้งการออกแบบโครงสร้างแบบ Low & Long ให้ภาพลักษณ์ที่สง่างามและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ตัวบอดี้ผลิตจากเหล็กแบบแยกชิ้น ไม่เพียงช่วยให้ง่ายต่อการเซอร์วิสและการคัสตอม แต่ยังสะท้อนความรู้สึก หนักแน่น และมีคุณค่า ในทุกครั้งที่ได้สัมผัส

และแม้จะยังคงกลิ่นอายของความคลาสสิก แต่ G350 ยังคงผสานเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์กับการใช้งานในปัจจุบัน ทั้งหน้าจอ TFT สีสันคมชัดที่สามารถปรับโหมดกลางวัน/กลางคืนได้อัตโนมัติ รวมถึงระบบกันสะเทือนหน้า Double Arm-Link ที่ถอดแบบจากโมเดลในตำนานของ LAMBRETTA และพัฒนาใหม่ให้สมูทและตอบโจทย์กับการขับขี่ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งระบบความปลอดภัยที่ให้ดิสก์เบรกหน้า-หลังและระบบเบรก ABS แบบ Dual-channel เสริมความมั่นใจในทุกจังหวะการขับขี่ และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมาจับคู่กับยางติดรถจากแบรนด์สัญชาติอิตาเลียนอย่าง Pirelli ก็ยิ่งส่งเสริมความพรีเมียมให้กับ G350 อย่างเหนือระดับ

ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของ LAMBRETTA ที่ต้องการพาแบรนด์ไปข้างหน้า แต่ยังคงรักษาและส่งต่อเรื่องราวอันทรงคุณค่าจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน และอนาคตข้างหน้า ทำให้ G350 คันนี้ จึงไม่ใช่แค่สกู๊ตเตอร์ที่ขับขี่ได้ แต่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะชิ้นสำคัญที่สะท้อนถึงมรดกประวัติศาสตร์ และความงดงามแห่งวัฒนธรรมอิตาลี

คอลเลกชันใหม่  G350 Series III – Timeless Collection  มาในราคาค่าตัวที่ 216,500 บาท

พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ Voucher และของแถมรวมมูลค่าสูงสุดกว่า 14,000 บาท !!!

  • รับฟรี Voucher มูลค่า 10,000 บาท
  • รับฟรี ทะเบียน และ พรบ มูลค่า 1,000 บาท
  • รับฟรี ประกันรถหาย* นาน 1 ปี มูลค่า 3,000 บาท

(*เฉพาะไฟแนนซ์ที่ร่วมรายการ)

สามารถกดรับสิทธิพิเศษนี้ได้ที่ https://booking.lambretta.co.th

เรียกได้ว่าเป็นราคาที่สมกับการได้ครอบครองความหรูหราและความคลาสสิกของสายเลือดแห่งตำนานสกู๊ตเตอร์ที่สะท้อนถึงสไตล์ รสนิยม และความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่สนใจเป็นเจ้าของ LAMBRETTA G350 Series III  คันนี้ ก็สามารถชมตัวจริงได้ที่โชว์รูม LAMBRETTA  ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสามารถ ดูข้อมูลรถเพิ่มเติมได้ที่ https://LAMBRETTA.co.th

#LAMBRETTA #LAMBRETTAG350 #G350SeriesIII

บิ๊กอีเวนต์กลางกรุง! “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” แถลงใหญ่ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จ คิกออฟแคมเปญสุดอลังการ พร้อมรางวัลจัดเต็ม 10 ล้าน

การแถลงข่าว “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ภายใต้แนวคิด “สวรรค์ของนักวิ่ง” สร้างตำนานอีกครั้ง กับอีเวนต์พิเศษฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จสุดอลังการ กับการเปิดรับสมัคร On site ที่ One Bangkok ใจกลางกรุงเทพเป็นครั้งแรก และของรางวัลจัดเต็มมากกว่าทุกปี นับเป็นรายการวิ่งที่มีมูลค่ารางวัลรวมสูงที่สุดในประเทศไทย รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ “บุรีรัมย์มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” จะจัดขึ้นในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ภายใต้แนวคิด Your Ultimate Destination สวรรค์ของนักวิ่ง ออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถระดับโลก “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” และเข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล ”ช้างอารีนา” แข่งขันทั้งสิ้น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะมาราธอน (42.195 กม.), ระยะฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.), ระยะมินิมาราธอน (10 กม.), ระยะฟันรัน (4.554 กม.) หนึ่งในงานวิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีนักวิ่งร่วมงานมากกว่า 3 หมื่นคน ต่อปี ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (World Athletics) และมีการจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. ขนทัพสินค้ากีฬาและสุขภาพเอาใจนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วโลกอีกด้วย

นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา “บุรีรัมย์มาราธอน” คือตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนากีฬาวิ่งอย่างเป็นรูปธรรม น่าประทับใจในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพของการแข่งขัน การบริหารจัดการมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งเป็นต้นแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่กล่าวได้ว่า เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดมหกรรมกีฬามากที่สุด โดยการจัดงานยังช่วยยกระดับศักยภาพของเมืองบุรีรัมย์อย่างรอบด้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ ‘กีฬา’ เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับจังหวัดและระดับประเทศได้อย่างแท้จริง

พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกอาวุโสและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า บุรีรัมย์มาราธอนเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการจัดการแข่งขันวิ่งบนถนนที่มีมาตรฐานระดับสากลในประเทศไทย ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อทั้งวงการกีฬาและการท่องเที่ยว พร้อมแนะนำแนวทางการพัฒนางานวิ่งที่อยากให้ผู้จัดงานวิ่งในประเทศไทยตระหนัก เพื่อให้การจัดการแข่งขันวิ่งบนถนนในประเทศไทยมีมาตรฐานที่ดีอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ การขอรับรองมาตรฐานจากสมาคมกรีฑาฯ และขอการรับรองเส้นทางจาก World Athletics, การจัดระบบความปลอดภัยที่เข้มข้น, พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านการจัดการแข่งขันอย่างมืออาชีพ สร้างมาตรฐานเดียวกันสำหรับงานวิ่งทุกรายการในประเทศ และส่งเสริมการวิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Running Event)

นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เมื่อสิบปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่าเมืองเล็ก ๆ ในภาคอีสาน จะก้าวขึ้นมาเป็น Sport Destination ระดับโลกได้ กลายเป็นสถานที่จัดงานมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก โมโตจีพี และงานวิ่งมาตรฐานระดับโลกอย่างบุรีรัมย์มาราธอน ทุกปีจังหวัดได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สร้างเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท งานวิ่งบุรีรัมย์มาราธอนได้กลายเป็นแรงผลักสำคัญในการเปลี่ยนโฉมเมือง ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เกิดจากความร่วมมือทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชน โดยเฉพาะกองเชียร์และอาสาสมัครนับหมื่นคน ที่ดูแลและส่งกำลังใจนักวิ่งตลอดเส้นทาง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเทศกาลดนตรีที่ยาว 42.195 กิโลเมตร ถือเป็น Soft Power ที่ไม่มีที่ใดเหมือน

นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการการแข่งขัน กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนางานตลอด 10 ปี ว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแค่การจัดงานปีละครั้ง แต่เกิดจากการทำงานหนักตลอด 365 วันของทุกปี โดยเราให้ความสำคัญกับเสียงของนักวิ่งทุกคน นำมาปรับปรุงให้ทุกครั้งดีขึ้นกว่าเดิม คำว่า “สวรรค์ของนักวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกน แต่เป็นแนวคิดหลักในการทำงานทุกขั้นตอน เราเคยนำบุรีรัมย์มาราธอนไปสู่จุดสูงสุดด้วยมาตรฐานสากลในระดับ Gold Label ในปี 2024 ทั้งหมดเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดของนักวิ่งที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก ปัจจุบันนักวิ่งสามารถนำเวลาของรายการเราไป ต่อยอดสมัครรายการวิ่งระดับเมเจอร์ในโลกนี้ได้ทุกเรซ ส่วนการสนับสนุนนักวิ่งต่อยอดไปยังเมเจอร์ระดับโลกรายการโตเกียวมาราธอนที่จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 – 29 สิงหาคมนี้ เมื่อสมัครแล้วให้มารายงานตัวทางเพจบุรีรัมย์มาราธอนตามเวลาที่กำหนด ชาย 10 คน และหญิง 10 คนที่ทำเวลาดีที่สุดในระยะฟูลมาราธอน ซึ่งไม่ใช่ทีมชาติ ฝ่ายจัดฯ จะสนับสนุน ค่าสมัคร ค่าที่พักและค่าเดินทางเพื่อเป็นรางวัลพิเศษให้กับนักวิ่งได้สัมผัสงานวิ่งมาตรฐานระดับ Platinum Label

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวถึงการเดินทางตลอด 10 ปี ของงานว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายหลายสิ่ง ทั้งจากวิ่งตอนเช้าเป็น Night Run, การเผชิญสถานการณ์โควิด-19, การพัฒนางานยกระดับจนได้รับการรับรองระดับเหรียญ Bronze, Sliver และ Gold ในปี 2024 รวมทั้งการตัดสินใจไม่ไปต่อในระดับ Platinum ในปี 2025 แต่หันมุ่งเน้นการตอบแทนและดูแลนักวิ่งเป็นหัวใจสำคัญเหนือทุกสิ่ง

“สวรรค์ของนักวิ่ง” ยังคงเป็นแนวทางในการรังสรรค์งาน โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวบุรีรัมย์ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองเล็กๆ สามารถสร้างมาตรฐานโลกได้ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ และในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองในวาระ 1 ทศวรรษ นอกเหนือจากเงินรางวัล 1.65 ล้านบาท บุรีรัมย์มาราธอนปีนี้ จัดเต็มมอบของขวัญพิเศษและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ความพิเศษฉลอง10 ปี ได้แก่ 1.นักวิ่งที่สมัคร On site ด้วยตนเองทุกคนจะได้รับถุงเท้าวิ่งรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น เวอร์ชันฉลอง 10 ปี มูลค่า 420 บาท และสิทธิ์ลุ้นทองคำ 1 สลึง 10 เส้น 2.นักวิ่งที่วิ่งต่อเนื่องครบ 10 ปีจะได้รับเหรียญ BRM Superfan 3.มอบ “หมวก BRM Sub 3 ลิมิเต็ด” สำหรับนักวิ่งระยะ Marathon Sub 3 ที่วิ่งภายในเวลาต่ำกว่า 3:00:00 ชม. 4. มอบ “ไอเท็มลับ ฉลอง 10 ปี” ให้กับนักวิ่งทุกคน (จัดส่งไปกับ Race pack)

นอกจากนี้บุรีรัมย์มาราธอนยังมอบเงินรางวัลพิเศษแบบจัดเต็มเช่นเคย มูลค่ารวม 1,300,000 บาท โดยจะสุ่มแจกให้กับนักวิ่งในทุกระยะ จำนวน 50 รางวัลต่อระยะ รวมทั้งหมด 200 รางวัล และบริการ “ภาพนักวิ่งฟรี” ในรูปแบบเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ โดยปีนี้ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มจำนวนของช่างภาพมากขึ้น , รางวัลพิเศษสำหรับนักวิ่งที่ทำ NEW PB จะได้รับคูปองหมูกระทะ 1 ชุด มูลค่า 250 บาท และยังมีของรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกกว่า 100 รายการ

นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง พันธมิตรหลักในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์กล่าวว่า เพื่อตอกย้ำ ความมุ่งมั่นในการสนับสนุนมหกรรมการวิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยมาอย่างยาวนาน ในปี 2026 นี้ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี จะมีทั้งกิจกรรมและของรางวัลพิเศษสำหรับนักวิ่งเพิ่มขึ้นไม่แพ้ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการเสริมกิจกรรม “เก็บ-กลับ-รีไซเคิล” โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด หรือ TBR ร่วมกันคัดแยกขวดน้ำดื่มหลังการบริโภค ทิ้งลงถังที่จัดไว้ทั่วบริเวณงาน เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อนำไปแปรรูปเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างงานวิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการจัดนิทรรศการ 10 ปี บุรีรัมย์มาราธอน พร้อมกิจกรรมพิเศษมากมายได้แก่ เปิดรับสมัครแบบ On-Site ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิ่งขาแรงจากทั่วประเทศนับพันคน ร่วมสมัครและรับของที่ระลึกเป็นถุงเท้าวิ่งรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น เวอร์ชันฉลอง 10 ปี มูลค่า 420 บาท และสิทธิ์ลุ้นทองคำ 1 สลึง 10 เส้น

ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขัน กำหนดการเปิดรับสมัครแบบออนไลน์ ในวันที่ 19 กรกฎาคม สำหรับนักวิ่งเก่าและวันที่ 20 กรกฎาคม สำหรับนักวิ่งใหม่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ แฟนเพจ Buriram Marathon