เรียล โมโตสปอร์ต เปิดเกมรุกตลาด EV ปั้น “allRIDE e” จับมือ “SLEEK EV” เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล อัดโปรแรง! ออกรถ 0 บาท ลดสูงสุด 20,000 บาท

บริษัท เรียล โมโตสปอร์ต จำกัด ผู้จัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์พรีเมียมชั้นนำของไทย ประกาศขยายธุรกิจสู่ตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ allRIDE e พร้อมเปิดตัว SLEEK EV by allRIDE e แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล เพื่อตอบรับกระแสการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มคนเมืองวัยทำงาน อัดโปรแรงออกรถ 0 บาท ผ่อนสูงสุด 48 เดือน พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท และของแถมสุดพิเศษมากมาย ภายในเดือนกันยายน 2568 นี้ เท่านั้น
คุณภีศเดช นันทชัยพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียล โมโตสปอร์ต จำกัด เผยว่า บริษัทฯ ก่อตั้งใน ปี ค.ศ. 2011 และมีประสบการณ์กว่า 14 ปี ในธุรกิจมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์และมอเตอร์ไซค์เกรดพรีเมียมแบบครบวงจร ครอบคลุมโชว์รูม อุปกรณ์ตกแต่ง บริการหลังการขาย และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ด้วยจุดแข็งในการคัดเลือกแบรนด์คุณภาพระดับสากล การดูแลหลังการขายโดยทีมที่ปรึกษาและช่างผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมซัพพอร์ตลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้ามั่นใจในมาตรฐานการบริการที่ครบวงจรและใส่ใจทุกรายละเอียด ปัจจุบันธุรกิจจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ Real MotoSports เป็นตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิบิ๊กไบค์, allRIDE ศูนย์จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยม แบรนด์ Lambretta และ Triumph รวมทั้ง Zontes รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้, และ allRIDE e ศูนย์จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก
“เราให้ความสำคัญกับแบรนด์ดิ้งและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจของธุรกิจ โดยคัดสรรเฉพาะแบรนด์ชั้นนำระดับ Top 5 ของตลาด เพื่อมอบทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราไม่ได้ขายเพียงมอเตอร์ไซค์ แต่เรามอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนเมืองวัยทำงาน” คุณภีศเดช กล่าว
คุณภีศเดช กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือในการเปิดแฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e ครั้งนี้ เกิดจากความคล้ายคลึงกันหลายด้านของแบรนด์ SLEEK EV และ allRIDE e โดยเฉพาะในเรื่อง DNA ที่ไม่ได้มุ่งเพียงขายมอเตอร์ไซค์ แต่ยังมอบไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่ทันสมัยให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน โดย SLEEK EV เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนา Ecosystem สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างอนาคตการเดินทางที่ยั่งยืน เข้าถึงง่ายและมีราคาสมเหตุสมผล พร้อมมาตรฐานคุณภาพและบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ มั่นใจในศักยภาพของ SLEEK โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้จัดจำหน่าย SLEEK EV ในรูปแบบ multi-brand ที่สำนักงานใหญ่รามคำแหงมาหลายปี จนกระทั่งเล็งเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ดิ้งที่ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเจาะตลาดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก SLEEK EV จึงนำไปสู่ความร่วมมือเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่ศูนย์การค้าเนเบอร์เซ็นเตอร์ ย่าน 5 แยกวัชรพล ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีศักยภาพสูงและทราฟฟิกหนาแน่น
แฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e ถูกออกแบบตามแนวคิด 3C ได้แก่ Community เลือกทำเลที่ตั้งในแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย, Convenience อยู่ในจุดที่สังเกตเห็นง่าย เข้าถึงง่าย และมีที่จอดรถเพียงพอ, Compact เป็นโชว์รูมขนาดกะทัดรัดใช้เนื้อที่อย่างคุ้มค่า มีจุดให้บริการลูกค้าได้สะดวก มีพื้นที่ทดลองขี่ได้อย่างปลอดภัย และยังเป็นศูนย์รวมบริการหลังการขายที่ครบจบในที่เดียว เพื่อรองรับการเติบโตของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
โดยในโอกาสฉลองเปิดตัว SLEEK EV by allRIDE e แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกอย่างเป็นทางการ ลูกค้าสามารถออกรถได้ง่าย ๆ เริ่มต้นเพียง 0 บาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท ภายในเดือนกันยายน 2568 และรับของแถมมากมาย นอกจากนี้ ยังสามารถทดลองขับได้ทุกรุ่น ได้แก่ TYPE-S, TYPE-E, TYPE-X และ SLEEK-PLAY
คุณจาง ฉวน ออง (Mr.Zhang Quan Ong) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) ของ SLEEK EV กล่าวว่า “แฟลกชิปสโตร์แต่ละแห่งไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่คือ ‘หน้าต่างสู่อนาคตการเดินทาง’ เราเลือกเปิดสาขานี้เพื่อขยายการเข้าถึงทั่วประเทศ ให้ผู้คนได้เห็น สัมผัส และทดลองประสบการณ์จริงของยุคต่อไปของการเดินทาง” โดยแฟลกชิปสโตร์ของ SLEEK EV ออกแบบภายใต้แนวคิด ความสม่ำเสมอและมาตรฐานระดับโลก ตั้งแต่การต้อนรับลูกค้า การมีปฏิสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์และระบบนิเวศ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและเครือข่าย S Charge ทุกสาขาสะท้อน DNA ของแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่สะอาด ฉลาด และเชื่อมต่อกันไม่ว่าจะเข้าชมที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเชียงใหม่
.
“ที่แฟลกชิปสโตร์ ลูกค้าสามารถสัมผัสนวัตกรรมของเราได้โดยตรง ทั้งระบบวินิจฉัยที่เชื่อมต่อกัน การอัปเดตซอฟต์แวร์ OTA ระบบแบตเตอรี่ลิเธียมขั้นสูง และเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ” คุณจาง ฉวน ออง กล่าว พร้อมเสริมว่า “แต่ละรุ่นของ SLEEK EV ก็สะท้อนวิวัฒนาการของการเดินทางด้วยไฟฟ้า TYPE-S แสดงถึงความกะทัดรัดและเข้าถึงง่าย TYPE-E แสดงถึงความอึดและการใช้งานจริง TYPE-X ผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะและความสนุก ทั้งหมดเชื่อมด้วย S Drive 1.0 แพลตฟอร์มขับเคลื่อนรวมที่มอบประสิทธิภาพและความตื่นเต้นให้กับทุกโมเดล”
สำหรับแผนในอนาคต คุณจาง ฉวน ออง ระบุว่า “แฟลกชิปสโตร์แห่งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น วิสัยทัศน์ของเราคือการนำประสบการณ์แฟลกชิปไปยังทุกเมืองสำคัญในไทย เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV เครือข่าย S Charge ระบบซอฟต์แวร์ และมาตรฐานหลังการขาย การขยายสาขาไม่ใช่แค่เรื่องจำนวน แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต”
ด้าน คุณภีศเดช กล่าวสรุปว่า “ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จและการสลับแบตเตอรี่ การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงการเติบโตของบริการเดลิเวอรี่และบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (ride-hailing) พร้อมระบุว่า การแข่งขันในตลาดจะชัดเจนขึ้นในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า แบรนด์ใดที่มีคุณภาพสินค้า บริการ และเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งจะสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบรนด์ใหม่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย อย่างไรก็ตาม allRIDE e พร้อมตอบโจทย์ทุกมิติ ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกคุณภาพ พร้อมศูนย์จัดจำหน่ายและบริการแบบครบวงจร เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกที่ครบวงจรอย่างยั่งยืน”
ติดต่อและทดลองขับขี่ได้แล้ววันนี้
SLEEK EV by allRIDE e สาขาวัชรพล ศูนย์การค้าเนเบอร์เซ็นเตอร์, 5 แยกวัชรพล
เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.
แผนที่: https://bit.ly/allRIDE-e
โทร 064-985-9399

Luca Marini คว้าท็อป 5 HungarianGP

การแข่งขัน MotoGP สนาม 14 รายการ Michelin Grand Prix of Hungary ณ Balaton Park Cisrcuit ประเทศฮังการีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol ได้เริ่มการแข่งขันจากแถวที่ 4 กริดสตาร์ที่ 10 โดย Marini มีฟอร์มการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไล่แซงคู่แข่งตลอดารแข่งขันและผ่านธงตาหมากรุกในอันดับที่ 4  ด้านทีมเมทอย่าง  Joan Mir #36 และ Johan Zarco #5 จาก Castrol LCR Honda นั้นพลาดล้มอย่างน่าเสียดาย
.
#MotoGP #HangarianGP #BalatonParkCircuit #MainRace #HondaHRCCastrol #LM10

Eldiablo บวกแต้มเรซสุดหิน Balaton Park

การแข่งขัน MotoGP สนาม14 HungarianGP ที่ Balaton Park Circuit ฮังการี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Fabio Quatararo #20 จาก Monster Energy Yamaha MotoGP เริ่มการแข่งขันจากกริดสตาร์ที่ 6 แต่ต้องเข้า long lap penalty อันสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในรอบ Sprint Race ทำให้ตกไปถึงอันดับที่ 11 หลังจากนั้นไล่ล่าความเร็วจนจบการแข่งขันในอันดับที่ 10 ด้าน Alex Rins #42 ทีมเมท จบการแข่งขันในอันดับที่13

ส่วน Miguel Olivera #88 จาก Prima Pramac MotoGP จบการแข่งขันอันดับที่ 12 และ ทีมเมทอย่าง Jack Miller #43 ไม่จบการแข่งขัน

#MotoGP #HungarianGP #BalatonParkCircuit #MainRace #MonsterEnergyYamahaMotoGP #MonsterYamaha #FQ20

Marc Marquez แชมป์ Balaton

การแข่งขัน MotoGP สนาม 14 รายการ Michelin Grand Prix of Hungary ณ Balaton Park Circuit ฮังการี Marc Marquez #93 จาก Ducati Lenovo Team เริ่มการแข่งขันจาก Pole Position แต่เสียจังหวะในช่วงต้นของการแข่งขัน ตกไปถึงอันดับ 3 กลังจากนั้น Marc Marquez อาศัยจังหวะบวกความเก๋าแซงกลับขึ้นเป็นผู้นำในรอบที่ 11 พร้อมยืดระยะห่างออกไปทันที และ เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกคว้าแชมป์ HungarianGP
.
1. Marc Marquez
2. Pedro Acosta
3. Marco Bezzecchi
.
#MotoGP
#HungarianGP
#BalatonParkCircuit
#MainRace
#DucatiLenovoTeam
#MM93

Marini อันดับ 4 Sprint Race Balaton

การแข่งขันในรอบ Sprint Race ในรายการ Michelin Grand Prix of Hungary เมื่อวันเาร์ที่ผ่านมา ณ  Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol เริ่มการแข่งขันจากกริดสตาร์ทที่ 9 อาศัยจังแซงขึ้นมาถึงอันดับ 4 ตั้งแต่ช่วงออกตัว หลังจากนั้นรักษาอันอับจนเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 ด้าน Joan Mir #36 ทีมเมทเริ่มการแข่งขันจากกริดที่ 10 ไล่แซงจนจบการแข่งขันในอันดับที่ 6 ส่วน Johan Zarco #5 จาก Castrol LCR Honda โชคไม่ดีนัก โดนชนล้มต้งออกจากการแข่งขันตั้งแต่รอบแรก

#MotoGP

#HungarianGP

#BalatonParkCircuit

#SprintRace

#HondaHRCCastrol

#LM10

รถดี โปรคุ้ม พริตตี้สวยตาแตก! ในงาน BIG MOTOR SALE 2025

เปิดขาย 2 วันแรก บู๊ธแตก ฮือฮากระหึ่มฮอลล์! งาน BIG MOTOR SALE 2025 ลดครั้งใหญ่ วันมหกรรมขายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ครั้งสำคัญแห่งปี วันที่ 22–31 สิงหาคม 2568 ฮอลล์ 101–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สวรรค์ของคนอยากซื้อรถคุณภาพดี ในราคาคุ้มค่า

ใครกำลังเล็งหารถใหม่ หรือมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ห้ามพลาด! เพราะ BIG MOTOR SALE 2025 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เราได้ยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” รวมข้อเสนอสุดพิเศษ ตอบโจทย์ทั้งคนหาซื้อรถใช้เองและสายเก็บโปรแรงๆ ที่มีให้เลือกสรร กว่า 30 แบรนด์  พร้อมอัดแน่นกิจกรรมความบันเทิงสำหรับทุกเพศ ทุกวัยที่มาเที่ยวชมงาน เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศการซื้อขายยานยนต์ตลอด 10 ให้คึกคัก พิเศษทุกศุกร์ -อาทิตย์ ด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง นำทัพโดย บอย พีซเมคเกอร์, ป๊อบ ปองกูล, ยูกิ ไหทองคำ, วงเก็ทสึโนว่า และวงสุนทราภรณ์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

Marc Marquez ม้วนเดียวจบ Balaton 

การแข่งขัน MotoGP สนาม 14 รอบ Sprint Race ที่ Balaton Park Circuit ฮังการี Marc Marquez #93 จาก Ducati Lenovo Team สตาร์ทจาก Pole Position ทำโฮลชอต ขึ้นนำยาวแบบม้วนเดียวจบคว้าแชมป์ไปครอง 🏆
.
1. Marc Marquez
2. Gabio Di Giannantonio
3. Franco Morbidelli
#MotoGP
#HungarianGP
#BalatonParkCircuit
#SprintRace
#DucatiLenovoTeam
#MM93

Luca Marini สตาร์ทแถว3 Balaton

ในรอบ Qualified ของการแข่งขัน Michelin Grand Prix of Hungary เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี Luca Marini #10 จาก Honda HRC Clastrol ทำเวลา 1:37.177 นาที ได้เริ่มการแข่งขันจากกริดสตาร์ที่ 9 ด้าน Joan Mir ทีมเมท ทำเวลา 1:37.239 นาที กริดสตาร์ทที่ 10 และ Johan Zarco #5 จาก Clastrol LCR Honda ทำเวลา 1:37.429 นาที ออกสตาร์ทในกริดที่ 18
.
#MotoGP
#HungarianGP
#BalatonParkCircuit
#Q2
#HondaHRCCastrol
#LM10

Marc Marquez ทะยานคว้าโพลฯ Balaton

ในรอบ Q2 ของการแข่งขัน Michelin Grand Prix of Hungary ที่ Balaton Park Circuit Marc Marquez #93 จาก Ducati Lenovo Team กดเวลา 1:36.518 นาที ได้เริ่มการแข่งขัน Sprint Race วันนี้จากตำแหน่ง Pole Position
.
1. Marc Marquez
2. Marco Bezzecchi
3. Fabio Di Giannantonio
.

ยามาฮ่าร่วมพิธีเปิดงาน บิ๊กมอเตอร์เซล 2025 อย่างเป็นทางการ จัดโปรโมชันเด็ด ! สำหรับรถครบทุกเซกเมนต์

นายโอฬาร กะจะวงษ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย – กรุงเทพฯ ถ่ายภาพร่วมกับนายจรวย ขันมณี ผู้จัดงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2025 หรือ BIG MOTOR SALE ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยภายในงานนี้ ยามาฮ่า จัดเต็มโปรโมชันสำหรับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น รวมถึงสินค้าราคาพิเศษจากยามาฮ่า และคอลเลคชันเครื่องแต่งกายรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจำหน่ายในงานนี้เป็นที่แรก

พบกับโปรโมชันสุดพิเศษ ได้ที่บูธ “YAMAHA Feel the Unique Experience สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล สุดทุกเส้นทางในรูปแบบที่เป็นคุณ” ในงาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้า ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568 นี้

#Yamaha #ยามาฮ่า #FeeltheUniqueExperience #สุดทุกทางต่างทุกฟีล #โปรโมชันพิเศษ #BigmotorSale2025 #YamahaRevsYourHeart #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ

คาวาซากิเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ เอาใจสายแคมป์ปิ้ง และสายลัดเลาะในเมือง

คาวาซากิ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ KLX230 Sherpa ปี 2026 ที่มาพร้อมกับล้อหลังใหม่และยางแบบ Tubeless ให้คุณลุยได้อย่างไร้กังวล และยังมี Z500 SE ปี 2026 เน็กเก็ตพันธุ์ดุ ที่จะพาคุณลัดเลาะไปยังถนนต่างๆในเมืองอันแสนวุ่นวาย
KLX230 Sherpa ทะยานสู่เส้นทางแห่งความสนุกสนานจากถนนในเมืองสู่เส้นทาง แห่งการผจญภัยในธรรมชาติ รถทื่สืบทอดมาจาก SUPER SHERPA ซึ่งเป็นรุ่นที่คาวาซากิ ผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 1997 ถึงปี 2007  คำว่า “Sherpa” คือคำที่ใช้เรียก คนในท้องถิ่นที่เป็นไกด์และขนสัมภาระระหว่างการปีนเขาหิมาลัย
และชื่อ SHERPA นี้ยังสื่อถึง ความหมายว่าเป็นเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ ที่จะเดินทางไปพร้อมกับผู้ขับขี่ และด้วยสโลแกน”จากเมืองสู่ธรรมชาติ”

ทำให้รถจักรยานยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่หลายคนในฐานะรุ่นอเนกประสงค์ที่เป็นมิตรและใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะขี่ในเมืองหรือในป่า KLX230 SHERPA สืบทอดชื่อ “SHERPA” ในฐานะรุ่นอเนกประสงค์อันทรงเกียรติของ Kawasaki ที่สืบทอดแนวคิดของ SUPER SHERPA

 พลังเครื่องยนต์ของ KLX230 SHERPA ออกแบบมาเพื่อการขับขี่บนทางดินโดยเฉพาะ ประกอบกับแรงบิดที่นุ่มนวลขับขี่ง่าย อีกทั้งเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กทำให้รถมีน้ำหนักเบาเพียง 135 กก. และมีความคล่องตัว ด้วยโครงสร้างที่เรียบง่ายของระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับการขี่ในรูปแบบเทรลเป็นอย่างมาก รวมถึงความสูงเบาะนั่งที่ต่ำเพียง 845 มม, จึงทำให้เข้าถึงผู้ขับขี่ที่หลากหลาย และเป็นมิตรแม้กับผู้ขับขี่มือใหม่ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ ABS ที่สามารถเปิด-ปิดได้ ทั้งหน้าและหลัง เพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์การขับขี่ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน “RIDEOLOGY THE APP”  ให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆของตัวรถ รวมถึงแชร์ข้อมูล ตำแหน่ง และบันทึกการขับขี่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆนักเดินทางคอเดียวกันได้อีกด้วย
และเพื่อความพร้อมในการออกเดินทาง KLX230 Sherpa จึงมาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นปิดใต้ท้องเครื่อง (Skidplate) อลูมิเนียมอันทนทาน ช่วยลดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ขณะขับขี่รูปแบบเทรล, การ์ดแฮนด์เสริมโลหะช่วยเพิ่มความสมบุกสมบันและความมั่นใจเมื่อขับขี่แบบออฟโรด
และในปี 2026 นี้ KLX230 SHERPA พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยยางหลังแบบ Tubeless ไม่ต้องกังวลเรื่องยางแบนเมื่อยามเดินทาง และยังซ่อมแซมได้อย่างง่ายดาย พร้อมสีใหม่ Medium Cloudy Gray สีเทาคล้ายวันฟ้าหม่น ทำให้ KLX230 SHERPA คันนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นคู่หูออกเดินทางเพื่อหลีกหนีไปยังโลกแห่งธรรมชาติที่ใจใฝ่หา มาพร้อมกับราคาใหม่สุดพิเศษ 139,900 บาท พร้อมคูปองเงินสด 5,000 บาท และฟรีประกันรถหาย 1 ปี พร้อมทะเบียน พรบ. บอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ
นอกจากนี้ คาวาซากิยังเอาใจสายมุด กับ Z500 SE เน็กเก็ตพันธุ์ดุ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ขนาด 451 ซีซี ที่ให้พละกำลังในช่วงรอบต่ำถึงกลางได้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่ในย่านความเร็วสูงก็ทำความเร็วสูงสุดได้อย่างง่ายดาย และด้วยกำลังที่สมดุลและอัตราเร่งที่แข็งแกร่งตลอดทุกรอบเครื่องยนต์ ผสานเข้ากับแชสซีน้ำหนักเบาจึงเหมาะกับการขับขี่ในหลากหลายสถานการณ์รวมถึงในชีวิตประจำวัน เพราะคาวาซากิมุ่งหวังให้นักขับขี่เข้าถึงตัวรถได้ง่ายที่สุด คาวาซากิจึงทุ่มเทให้กับการออกแบบแชสซี ที่นอกจากน้ำหนักที่เบาแล้ว ยังคล่องแคล่วและมีจุดศูนย์ถ่วงที่สมดุล ให้ความมั่นใจในการขับขี่แก่นักบิดมือใหม่และมือเก๋า
คาวาซากิประเทศไทย คัดเลือกรุ่น Special Edition มาให้ผู้ขับขี่ขาวไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยีสูงสุด ที่มาพร้อมหน้าจอ TFT จอสีคุณภาพสูงที่ให้การมองเห็นได้อย่างชัดเจน ปรับตั้งสีพื้นหลังได้เอง และความสว่างหน้าจอปรับอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อใช้ “RIDEOLOGY THE APP” ที่ให้คุณได้สื่อสารกับตัวรถเพื่อดูรายละเอียดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่มาพร้อมกับรุ่น SE นี้อีกด้วย
โดยรูปลักษณ์ของ Z500 SE ยังคงความดุดัน แข็งแกร่งในสไตล์ Sugomi ของตระกูล Z รถเน็กเกตที่พร้อมให้คุณโดดเด่นกว่าใครบนท้องถนน ด้วยไฟหน้า 3 ดวงที่ออกแบบมาใหม่ ให้รูปลักษณ์ที่เข้มยิ่งกว่าเดิ
Z500 SE จึงเป็นรถจักรยานยนต์ที่สนุกทุกครั้งที่ได้สัมผัส ด้วยน้ำหนักเบา ขับขี่ง่าย พร้อมพละกำลัง เทคโนโลยี และรูปลักษณ์ที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น กับสีใหม่ปี 2026 ที่ดุดันยิ่งกว่าเคยกับสี Golden Blazed Green/ Metallic Carbon Gray/ Ebony สีดำแซมเทาพร้อมแถบสีและวงล้อสีเขียวสุดจี๊ดแบบห้ามใจไว้ไม่อยู่ด้วยราคาเพียง 219,800 บาท พร้อมคูปองเงินสด 5,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้น 1 1 ปี พร้อมทะเบียน พรบ.