Zarco ควง Marini ตีตั๋ว Q2 CatalanGP

ในรอบ Practice ของ CatalanGP ณ  Circuit De Barcelona – Catalunya ประเทศสเปน Johan Zarco #5 จาก Castrol LCR Honda กดเวลา 1:38.511 นาที อยู่ในอันดับที่ 8 ส่วน Luca Marini #10 จาก Honda HRC Castrol MotoGP เวลา 1:38.522 นาที อันดับที่ 9 ทำให้ทั้งคู่ตีตั๋วเข้าสู่รอบ Q2 เป็นที่เรียบร้อย

ส่วน Joan Mir #36 Honda HRC Castrol MotoGP ทำเวลา 1:38.730 นาที อันดับที่ 13 และ ก้อง สมเกียรติ จันทรา #35 Idemitsu LCR Honda ทำเวลา 1:40.002 อยู่ในอันดับที่ 24

 

#MotoGP #CatalanGP #Practice #CastrolLCRHonda #JZ5

Binder หัวขบวน Practice CatalanGP 

ในรอบ Practice ของ CatalanGP Brad Binder #33 จาก Redbull KTM Factory Racing เป็นหัวขบวนด้วยเวลาเร็วสุด 1:38.141 นาที เข้าสู่รอบ Q2 เป็นที่เรียบร้อย

1. Brad Binder
2. Pedro Acosta
3. Alex Marquez
.
#MotoGP
#CatalanGP
#Practice
#RedbullKTMFactoryRacing
#BB33

“ก้อง” สมเกียรติ คัมแบ็กกดเวลา 1:40.990 FP1 CatalanGP

การแข่งขัน MotoGP สนาม 15 รายการ Monster Energy Grand Prix of Catolonia ณ Circuit De Barcelona – Catalunya ประเทศสเปน ในรอบ FP1 “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา #35 จาก Idemitsu LCR Honda กดเวลา 1:40.990 นาที อยู่ในอันดับที่ 24
ในส่วนของ Johan Zarco #5 ทีมเมทจาก Castrol LRC Honda สามารถทำเวลาได้อย่างน่าทึ่ง 1:39.074 นาที ทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ 2
ส่วนคู่หูจาก Honda HRC Castrol นั้น Luca Marini #10 ทำเวลา 1:39.419 นาทีเป็นอันดับที่ 6 และ Joan Mir อยู่ในอันดับที่ 20 ด้วยเวลา 1:40.223 นาที

#MotoGP
#CatalanGP
#MonsterEnergyGrandPrixofCatolonia
#FP1
#ldemitsuLCRHonda
#SC35

Acosta เร็วสุด FP1 CatalanGP

ในรอบ FP1 ของการแข่งขัน CalatanGP Circuit De Barcelona – Catalunya ประเทศสเปน Pedro Acosta #37 จาก Redbull KTM Factory Racing กดเวลา 1:38.979 นาที เป็นหัวขบวนในรอบนี้
.
1. Pedro Acosta
2. Johan Zarco
3. Marc Marquez
.
#MotoG
#CatalanGP
#FP1
#RedBullKTMFactoryRacing
#PA37

Jack Miller บิด FP1 CatalanGP

การแข่งขัน MotoGP สนาม 15 รายการ Monster Energy Grand Prix of Catolonia ณ Circuit De Barcelona-Catalunya สเปน Jack Miller #43 จาก Prima Pramac Yamaha MotoGP นำขบวนรถแข่ง M1 ลงหวดในรอบ FP1 ด้วยเวลา 1:39.774 นาที อยู่ในอันดับ 11 และ Miguel Oliveira อยู่ในอันดับ 12 ด้วยเวลา 1:39.888 นาที
.
ด้านคู่หู Monster Energy Yamaha MotoGP นั้น Alex Rins #42 อยู่ในอันดับ 16 ด้วยเวลา 1:39.995 นาที และ Fabio Quartararo #20 เวลา 1:40.039 อยู่อันดับ 18
.
#MotoG
#CatalanGP
#FP1
#PrimaPramacYamahaMotoGP
#PramacYamaha
#JM43

‘New Honda CT125 CHUMS Limited Edition’ สร้างกระแสตอบรับถล่มทลาย ฉลองยอดจอง 300 คัน ภายใน 10 วัน ณ งาน Big Motor Sale 2025

หลังจากที่ ไทยฮอนด้า เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ‘New Honda CT125 CHUMS Limited Edition’ โมเดลคัสตอมพิเศษจาก CUB House ภายในงาน Big Motor Sale 2025 ด้วยดีไซน์โดดเด่นที่มาพลิกโฉมโลกแห่งการผจญภัย ถ่ายทอดความสดใส มีชีวิตชีวา รวมถึงเป็นการโคจรมาพบกับ ‘CHUMS’ แบรนด์แฟชั่นเอาท์ดอร์สุดชิคจากประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ทำให้ได้รับกระแสตอบรับถล่มทลาย โดยสามารถปิดการขายได้ครบจำนวนจำกัด 300 คัน ภายในเวลาเพียง 10 วัน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความต้องการของลูกค้าที่หลงใหลในรถสไตล์เทรลลุคใหม่ ทั้งนี้ ไทยฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในแบรนด์ ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของไทยฮอนด้า และตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทย
สำหรับ New Honda CT125 CHUMS Limited Edition ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สายเทรลโดยเฉพาะ ด้วยแร็คไฟหน้าสีแดงสดใส กราฟิกรอยเท้าหมี Grizzly สุดน่ารัก มาพร้อมเบาะหนังสีแดงสดที่เข้าชุดกับตัวรถสีขาวอย่างลงตัว เสริมความพิเศษด้วยโลโก้ CHUMS และชุดการ์ดแฮนด์ Barkbusters ที่พร้อมลุยได้ทุกเส้นทาง เปิดตัวพร้อมราคาแนะนำ 98,900 บาท โดยผู้ที่ได้ครอบครองยังได้รับ Camp Gadget พรีเมียมเซ็ต อาทิ เก้าอี้แคมป์, แก้วเก็บอุณหภูมิ CHUMS, เสื้อยืดลิมิเต็ด และหมวกกันน็อกเข้าเซ็ต พร้อม Serial Number เฉพาะไม่ซ้ำใคร
นอกจากนี้ ภายในงาน CUB House by Honda ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์คือ ‘New Honda Dax Royal Limited Edition’ โมเดลที่ถ่ายทอดความหรูหราคลาสสิกในโทนสีดำสุดพรีเมียม ตกแต่งด้วยกราฟิก 3D Soft Emblem สีทองโครเมียม พร้อมชุดแต่งจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังสไตล์วินเทจ แร็คท้ายสแตนเลส และบังโคลนโครเมียมจาก KITACO เสริมด้วย Serial Number เฉพาะคันและหมวกกันน็อก DAX ROYAL HELMET ดีไซน์รอยัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เปิดตัวด้วยราคาแนะนำ 94,900 บาท และยังเปิดรับจองอย่างต่อเนื่องภายในงาน โดยฉลองยอดจองทะลุ 450 คัน
นอกจากนี้ ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ CUB House ไม่ว่าจะเป็นรุ่น CT125, Dax, Monkey หรือ C125 ยังสามารถร่วมสนุกกับสิทธิพิเศษ เพียงแสดงกุญแจรถคู่ใจที่ร้าน The Adjective (สาขา CentralwOrld, One Bangkok และ Mega Bangna) รับส่วนลดสูงสุดถึง 15% เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,500 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 1–30 กันยายน 2568 นี้เท่านั้น
#CT125CHUMS #CT125CHUMSLimitedEdition #CT125TrailWithYourCHUMS #CT125 #HondaCT125 #CHUMSThailand #CUBHouse #DaxRoyal #DaxRoyalLimitedEdition #DAX125 #HondaDax #HondaDax125 #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand
#ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HowWeMoveYou #BigMotorSale2025

“ตี” อนุภาพ 101 แต้ม SS 600 ก่อนลุย Mandalika สุดสัปดาห์นี้

การแข่งขัน FIM Asia Road Racing Championship 2025 จะเข้าสู่โปรแกรมการแข่งขัน สนามที่ 5 สุดสัปดาห์นี้ ที่ Mandalika Circuit ประเทศอินโดนีเซีย
โดยในรุ่น SS600 นั้น “ตี” อนุภาพ ซามูล #500 จาก Yamaha Thailand Racing Team รั้งรองจ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมด้วยคะแนน 101 คะแนน ตามหลังผู้นำอย่าง Mohammad Adenanta Putra อยู่เพียง 7 คะแนนเท่านั้น

“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” จัดทัพเต็มสูบ! นำโดย “ชิพ-นครินทร์” ลุย ศึก ARRC 2025 สนาม 4 ประเทศอินโดนีเซีย

“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ลงแข่งขันในนามทีมแข่งไทย 100 เปอร์เซ็นต์ นำทัพโดย “ชิพ-นครินทร์” ควบรถแข่ง Honda CBR – Series เพื่อพัฒนาศักยภาพนักบิดและการทำงานของทีมแข่งไทย ควบคู่ไปกับการมอบโอกาสและสนับสนุนดาวรุ่งนักบิดของไทยในการพัฒนาสู่การเป็นนักบิดอาชีพระดับโลก สร้างความแข็งแกร่งให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในอนาคต พร้อมเดินหน้าทำผลงานต่อเนื่องในการแข่งขันรายการ Idemitsu FIM Asia Road Racing Championship 2025 สนามที่ 4 สนามเปอร์ตามิน่า มัลดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศอินโดนิเซีย
การแข่งขันรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ หมายเลข 41 ลงสนามด้วยรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หลังจากเหมาวินเนอร์ 2 เรซรวดในสนามเปิดฤดูกาลที่ประเทศไทย ต้องลงสนามในรายการความเร็วระดับโลกควบคู่อีกหลายรายการ แต่ยอดนักแข่งไทยยังสามารถรักษาความต่อเนื่อง ทำผลงานและเก็บคะแนนสะสมได้ในสนามที่ 2 ที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงสนามที่ 3 ที่ประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้เก็บไปแล้ว 88 คะแนน รั้งท็อป 4 ของตารางชิงแชมป์ประจำปี โดยสนามที่ 4 นี้กลับมาพร้อมประสบการณ์ที่มากกว่าเดิมพร้อมทำผลงานเพื่อลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาลนี้
รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) ดาวรุ่ง The Next Successor จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะแชมป์เปี้ยน” ที่ได้รับการผลักดันและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ได้ลงเก็บประสบการณ์ในเวทีระดับนานาชาติพร้อมลงสนามแข่งขันร่วมกับนักแข่งระดับท็อปของเอเชีย ใช้โอกาสในการเรียนรู้ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยรถแข่ง Honda CBR600RR สังกัด ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ นำโดย “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 เก็บไปแล้ว 52 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับที่ 8 ของตารางคะแนนสะสม
ขณะที่ 2 ทีมเมท “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 มีอยู่ 32 คะแนนรั้งอันดับที่ 11 ทางด้านของ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 ที่มีอาการบาดเจ็บไม่ได้ลงแข่งขันในช่วงต้นซีซั่น กลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งพร้อมเริ่มทำผลงานด้วยการเก็บคะแนนสะสมแล้ว 11 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับที่ 17 ของตาราง

ทั้งนี้ การแข่งขันรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2025 สนามที่ 4 มีคิวลงสนามซ้อมในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม จากนั้นควอลิฟายเพื่อหาอันดับการออกสตาร์ตและแข่งขันชิงชนะเลิศเรซที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม ก่อนดวลความเร็วต่อเนื่องในการชิงชนะเลิศเรซที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 นี้ ที่สนามเปอร์ตามิน่า มัลดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย

“ไอเดีย” กฤตภัทร รั้งรองจ่าฝูง AP250

สุดยอดการแข่งขันระดับเอเซียรายการ Asia Road Racing Championship 2025 ที่ทำการแข่งขันทั้งหมด 6 สนาม หลังจากที่แข่งไปแล้ว 4 สนาม
ในรุ่น AP250 ไอเดีย กฤตภัทร เขื่อนคำ นักแข่งจาก Yamaha Thailand Racing Team รั้งอันดับ 2 บนตารางด้วยคะแนน 83 คะแนน ห่างจากผู้นำเพียง 21 คะแนนเท่านั้น ร่วมเชียร์และส่งกำลังใจให้นักแข่งไทย

ไทยฮอนด้า ครบรอบ 60 ปี ส่งมอบหมวกกันน็อก 3,810 ใบ ให้เยาวชนและ ปภ. สมุทรปราการ หนุนวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยในจังหวัดที่มีอัตราอุบัติเหตุสูง

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยสู่สังคมไทยในวาระครบรอบ 60 ปี ผ่านโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ล่าสุดได้มอบหมวกกันน็อกมาตรฐาน มอก. จำนวน 3,810 ใบ ให้กับจังหวัดสมุทรปราการ พิธีมอบจัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า สมุทรปราการ โดยมี นายสุจินต์ วาจากิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้แทนรับมอบ ภายใต้ความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ โดยในวันเดียวกัน คาราวานยังได้เดินทางไปส่งมอบหมวกกันน็อกให้กับนักเรียนโรงเรียนพร้านีลวัชระ และวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการอีกด้วย

การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ คาราวานหมวกกันน็อก 60 ปี ไทยฮอนด้า ที่ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศสมทบรวมทั้งสิ้น 112,440 ใบ มูลค่า 112 ล้านบาท เพื่อกระจายไปยังประชาชนและเยาวชนใน 77 จังหวัด โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา และทยอยเดินทางส่งมอบต่อเนื่องตลอด 4 เดือนเต็ม

โดยจังหวัดสมุทรปราการถือเป็นจังหวัดที่มีแรงงานและประชากรผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุทางถนนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน (ThaiRSC) รายงานว่า ในปี 2568 จังหวัดสมุทรปราการมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรวม 194 ราย โดยกว่า 85% เกิดจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสะสมถึง 23,677 ราย โดยกว่า 94% มาจากรถจักรยานยนต์*

การมอบหมวกกันน็อกในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและมีอัตราการสวมหมวกกันน็อกต่ำกว่ามาตรฐาน การสร้างความตระหนักรู้ตั้งแต่วัยเยาว์และในกลุ่มแรงงานซึ่งใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางเป็นหลัก จึงเป็นก้าวสำคัญในการลดอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ไทยฮอนด้ายืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยด้วยพันธกิจด้านความปลอดภัย เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นคาราวานหมวกกันน็อกเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ และเริ่มเห็นเยาวชนที่ขาดโอกาส รวมถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานไปใช้งานจริง ทุกครั้งที่เราเห็นเด็ก ๆ ใส่หมวกใบใหม่ด้วยรอยยิ้ม หรือเริ่มเห็นประชาชนหันมาใส่หมวกกันน็อกมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ถือเป็นความสุขและกำลังใจให้เรามุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป”

“เราหวังว่าหมวก 4,040 ใบในจังหวัดสมุทรปราการจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการใส่หมวกกันน็อกอย่างจริงจัง และช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งยืนยันว่าไทยฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าทยอยส่งมอบความห่วงใยนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสได้รับหมวกกันน็อกที่ปลอดภัย และกลับบ้านไปหาคนที่รักได้อย่างปลอดภัยในทุก ๆ วัน”

สำหรับคาราวาน 60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน ได้ทยอยส่งมอบหมวกกันน็อกไปแล้วใน 9 จังหวัดแรก ได้แก่ นครราชสีมา กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ระยอง ลำพูน ชลบุรี เชียงใหม่ และฉะเชิงเทรา รวมกว่า 19,630 ใบ และจะเดินทางต่อไปยัง แม่ฮ่องสอน อำนาจเจริญ เชียงราย และยโสธร ภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
เกี่ยวกับ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เผยโฉม New Honda Forza750 Custom Special Edition ภายใต้คอนเซปต์ ‘Beyond the Sport Tourer’ เอาใจสายสปอร์ตทัวร์ริ่ง ในงาน Big Motor Sale 2025

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เอาใจสายบิ๊กสกู๊ตเตอร์ เปิดตัว New Honda Forza750 Custom Special Edition จากสำนักแต่ง H2C by Honda ที่อัปลุคใหม่คัสตอมพิเศษภายใต้คอนเซปต์ ‘Beyond the Sport Tourer’ โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตหรูที่ยกระดับความพรีเมียมด้วยชุดแต่ง H2C รอบคันในสไตล์ Sport Touring ถึง 8 ชิ้นพิเศษ ประกอบด้วย บังลมหน้าล้อสีสโมค แผ่นวางเท้าและที่พักเท้าอลูมิเนียม แผ่นรองขาตั้ง ฝาปิดกระปุกน้ำมันเบรค ฝาช่องเติมน้ำมันเพิ่มดีเทลพรีเมียม ตลอดจนแรคหลัง SHAD คู่กับกล่องเก็บของ Top box SHAD ขนาด 59 ลิตร ที่ปรับได้ถึง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ตอบโจทย์ทั้งสายสปอร์ตและทัวร์ริ่งที่พร้อมออกลุยได้ในทุกเส้นทาง

ในด้านสมรรถนะ New Honda Forza750 Custom Special Edition มาพร้อมเครื่องยนต์ 750 ซีซี OHC 4 วาล์ว 2 สูบเรียง ผสานเทคโนโลยี Dual Clutch Transmission (DCT) ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลโดยไม่ต้องกำคลัตช์ เสริมความล้ำสมัยด้วยหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Honda RoadSync และโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ (Standard, Rain, User, Sport) เพื่อการควบคุมที่มั่นใจยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Cruise Control อำนวยความสะดวกสำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและการเดินทางไกล

New Honda Forza750 Custom Special Edition วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 439,900 บาท โดยสามารถสัมผัสรถคันจริงได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (A28) ฮอลล์ 101–104 ภายในงาน Big Motor Sale 2025 ณ ไบเทค บางนา ระหว่างวันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2568 พบกับข้อเสนอพิเศษมากมายทั้งภายในงาน หรือที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
เฟซบุ๊ก CUB House : www.facebook.com/cubhousebyhonda
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

#NewHondaFORZA750 #FORZA750 #BeyondTheLeader
#SportTouring #DCT #HondaDCT #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

เรียล โมโตสปอร์ต เปิดเกมรุกตลาด EV ปั้น “allRIDE e” จับมือ “SLEEK EV” เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล อัดโปรแรง! ออกรถ 0 บาท ลดสูงสุด 20,000 บาท

บริษัท เรียล โมโตสปอร์ต จำกัด ผู้จัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์พรีเมียมชั้นนำของไทย ประกาศขยายธุรกิจสู่ตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ allRIDE e พร้อมเปิดตัว SLEEK EV by allRIDE e แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล เพื่อตอบรับกระแสการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มคนเมืองวัยทำงาน อัดโปรแรงออกรถ 0 บาท ผ่อนสูงสุด 48 เดือน พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท และของแถมสุดพิเศษมากมาย ภายในเดือนกันยายน 2568 นี้ เท่านั้น
คุณภีศเดช นันทชัยพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียล โมโตสปอร์ต จำกัด เผยว่า บริษัทฯ ก่อตั้งใน ปี ค.ศ. 2011 และมีประสบการณ์กว่า 14 ปี ในธุรกิจมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์และมอเตอร์ไซค์เกรดพรีเมียมแบบครบวงจร ครอบคลุมโชว์รูม อุปกรณ์ตกแต่ง บริการหลังการขาย และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ด้วยจุดแข็งในการคัดเลือกแบรนด์คุณภาพระดับสากล การดูแลหลังการขายโดยทีมที่ปรึกษาและช่างผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมซัพพอร์ตลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้ามั่นใจในมาตรฐานการบริการที่ครบวงจรและใส่ใจทุกรายละเอียด ปัจจุบันธุรกิจจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ Real MotoSports เป็นตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิบิ๊กไบค์, allRIDE ศูนย์จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยม แบรนด์ Lambretta และ Triumph รวมทั้ง Zontes รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้, และ allRIDE e ศูนย์จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก
“เราให้ความสำคัญกับแบรนด์ดิ้งและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจของธุรกิจ โดยคัดสรรเฉพาะแบรนด์ชั้นนำระดับ Top 5 ของตลาด เพื่อมอบทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราไม่ได้ขายเพียงมอเตอร์ไซค์ แต่เรามอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนเมืองวัยทำงาน” คุณภีศเดช กล่าว
คุณภีศเดช กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือในการเปิดแฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e ครั้งนี้ เกิดจากความคล้ายคลึงกันหลายด้านของแบรนด์ SLEEK EV และ allRIDE e โดยเฉพาะในเรื่อง DNA ที่ไม่ได้มุ่งเพียงขายมอเตอร์ไซค์ แต่ยังมอบไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่ทันสมัยให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน โดย SLEEK EV เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนา Ecosystem สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างอนาคตการเดินทางที่ยั่งยืน เข้าถึงง่ายและมีราคาสมเหตุสมผล พร้อมมาตรฐานคุณภาพและบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ มั่นใจในศักยภาพของ SLEEK โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้จัดจำหน่าย SLEEK EV ในรูปแบบ multi-brand ที่สำนักงานใหญ่รามคำแหงมาหลายปี จนกระทั่งเล็งเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ดิ้งที่ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเจาะตลาดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก SLEEK EV จึงนำไปสู่ความร่วมมือเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่ศูนย์การค้าเนเบอร์เซ็นเตอร์ ย่าน 5 แยกวัชรพล ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีศักยภาพสูงและทราฟฟิกหนาแน่น
แฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e ถูกออกแบบตามแนวคิด 3C ได้แก่ Community เลือกทำเลที่ตั้งในแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย, Convenience อยู่ในจุดที่สังเกตเห็นง่าย เข้าถึงง่าย และมีที่จอดรถเพียงพอ, Compact เป็นโชว์รูมขนาดกะทัดรัดใช้เนื้อที่อย่างคุ้มค่า มีจุดให้บริการลูกค้าได้สะดวก มีพื้นที่ทดลองขี่ได้อย่างปลอดภัย และยังเป็นศูนย์รวมบริการหลังการขายที่ครบจบในที่เดียว เพื่อรองรับการเติบโตของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
โดยในโอกาสฉลองเปิดตัว SLEEK EV by allRIDE e แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกอย่างเป็นทางการ ลูกค้าสามารถออกรถได้ง่าย ๆ เริ่มต้นเพียง 0 บาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท ภายในเดือนกันยายน 2568 และรับของแถมมากมาย นอกจากนี้ ยังสามารถทดลองขับได้ทุกรุ่น ได้แก่ TYPE-S, TYPE-E, TYPE-X และ SLEEK-PLAY
คุณจาง ฉวน ออง (Mr.Zhang Quan Ong) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) ของ SLEEK EV กล่าวว่า “แฟลกชิปสโตร์แต่ละแห่งไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่คือ ‘หน้าต่างสู่อนาคตการเดินทาง’ เราเลือกเปิดสาขานี้เพื่อขยายการเข้าถึงทั่วประเทศ ให้ผู้คนได้เห็น สัมผัส และทดลองประสบการณ์จริงของยุคต่อไปของการเดินทาง” โดยแฟลกชิปสโตร์ของ SLEEK EV ออกแบบภายใต้แนวคิด ความสม่ำเสมอและมาตรฐานระดับโลก ตั้งแต่การต้อนรับลูกค้า การมีปฏิสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์และระบบนิเวศ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและเครือข่าย S Charge ทุกสาขาสะท้อน DNA ของแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่สะอาด ฉลาด และเชื่อมต่อกันไม่ว่าจะเข้าชมที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเชียงใหม่
.
“ที่แฟลกชิปสโตร์ ลูกค้าสามารถสัมผัสนวัตกรรมของเราได้โดยตรง ทั้งระบบวินิจฉัยที่เชื่อมต่อกัน การอัปเดตซอฟต์แวร์ OTA ระบบแบตเตอรี่ลิเธียมขั้นสูง และเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ” คุณจาง ฉวน ออง กล่าว พร้อมเสริมว่า “แต่ละรุ่นของ SLEEK EV ก็สะท้อนวิวัฒนาการของการเดินทางด้วยไฟฟ้า TYPE-S แสดงถึงความกะทัดรัดและเข้าถึงง่าย TYPE-E แสดงถึงความอึดและการใช้งานจริง TYPE-X ผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะและความสนุก ทั้งหมดเชื่อมด้วย S Drive 1.0 แพลตฟอร์มขับเคลื่อนรวมที่มอบประสิทธิภาพและความตื่นเต้นให้กับทุกโมเดล”
สำหรับแผนในอนาคต คุณจาง ฉวน ออง ระบุว่า “แฟลกชิปสโตร์แห่งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น วิสัยทัศน์ของเราคือการนำประสบการณ์แฟลกชิปไปยังทุกเมืองสำคัญในไทย เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV เครือข่าย S Charge ระบบซอฟต์แวร์ และมาตรฐานหลังการขาย การขยายสาขาไม่ใช่แค่เรื่องจำนวน แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต”
ด้าน คุณภีศเดช กล่าวสรุปว่า “ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จและการสลับแบตเตอรี่ การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงการเติบโตของบริการเดลิเวอรี่และบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (ride-hailing) พร้อมระบุว่า การแข่งขันในตลาดจะชัดเจนขึ้นในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า แบรนด์ใดที่มีคุณภาพสินค้า บริการ และเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งจะสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบรนด์ใหม่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย อย่างไรก็ตาม allRIDE e พร้อมตอบโจทย์ทุกมิติ ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกคุณภาพ พร้อมศูนย์จัดจำหน่ายและบริการแบบครบวงจร เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกที่ครบวงจรอย่างยั่งยืน”
ติดต่อและทดลองขับขี่ได้แล้ววันนี้
SLEEK EV by allRIDE e สาขาวัชรพล ศูนย์การค้าเนเบอร์เซ็นเตอร์, 5 แยกวัชรพล
เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.
แผนที่: https://bit.ly/allRIDE-e
โทร 064-985-9399