“บอสไทยยามาฮ่า” แฮปปี้ผลงาน “เขมินท์-พีรพงศ์” กระตุ้นเด็กไทยยกระดับผลงานติดกลุ่มหน้า ซีอีวี โมโตทู

“บิ๊กช้อง” ธีระพงษ์ โอภาสกรกุล บอสใหญ่ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม เผยต้นสังกัดแฮปปี้กับผลงานอันโดดเด่นของ 2 นักบิดไทยอย่าง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ที่เปิดตัวอย่างยอดเยี่ยมกับสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม หลังประเดิมซิวท็อป 5 มาครอง พร้อมกระตุ้นให้ยกระดับการทำงานทั้งด้านความฟิตของร่างกาย การปรับตัวกับรถแข่ง และการทำงานร่วมกับทีมงาน หวังขยับเกาะกลุ่มหน้าให้ได้ ยืนยัน “ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” มีแผนสร้างนักบิดไทยลงลุยศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ในรุ่น โมโตทู ในอนาคต

คู่หูนักบิดดาวรุ่งจากไทยยามาฮ่า อย่าง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 เข้าร่วมสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม เพื่อลงล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้อย่างเต็มตัวหลังจากสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลาย หลังจากที่พลาดการแข่งขันไป 2 สนาม (4 เรซ) เขมินท์ คูโบะ #9 มีลุ้นโพเดี้ยมอย่างมาก หลังทำเวลาในรอบควอลิฟายอย่างยอดเยี่ยมได้ออกตัวจากกริดที่ 3 แต่พลาดล้มอย่างน่าเสียดายในสนาม 3 ก่อนจะกลับมาสู่ฟอร์มยอดเยี่ยม ด้วยการนำรถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 5 ของสนามที่ 4 ขณะที่ พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ประเดิมสนามแรกในกริดที่ 10 และเปิดตัวด้วยการคว้าอันดับ 12 แต่น่าเสียดายที่มาพลาดล้มในสนามที่ 4
หลังจบการแข่งขันสนามที่ผ่านมา นักบิดไทยทั้ง 2 คน เก็บตัวอย่างต่อเนื่องที่ยุโรปด้วยโปรแกรมมาตรฐานการป้องกันและแพร่ระบาดของ โควิด-19 กับต้นสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม โดยนักบิดไทยทั้ง 2 ได้ปฏิบัติตามวินัยเป็นอย่างดีเพื่อแข่งขันในฤดูกาล 2020 นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด หัวเรือใหญ่ด้านมอเตอร์สปอร์ตของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวว่า “จากสถานการณ์ของโรคระบาด ทำให้แผนหลายอย่างของเราเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะส่งทั้ง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ไปเก็บตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม ก็ต้องเลื่อนออกไป พอทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเราก็ประสานงานกับทาง วีอาร์46 อย่างต่อเนื่อง จนสามารถพานักบิดของเรากลับเข้าสู่รายการแข่งขันได้อีกครั้ง”
ซึ่ง 2 นักแข่งของเราได้เข้าโปรแกรมการทดสอบความฟิตตามมาตรฐานของต้นสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม และทั้งคู่ได้มีวินัยในการรักษาสภาพร่างกาย และป้องกันตนเองด้วยการเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ขณะที่ทีมงานของ วีอาร์46 ก็รับปากเราอย่างดีในการดูแลนักบิดไทยทั้ง 2 คน นี่คือสิ่งที่ทำให้เราอุ่นใจกับการส่งเด็กในสังกัดเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งพวกเขาทั้งคู่มีความมุ่งมั่นอย่างมากด้วยที่จะสร้างผลงานที่ดีกับการแข่งขันในเวทียุโรป”
ภายหลังผ่านการแข่งขัน 2 สนามแรกด้วยผลงานที่โดดเด่นของ “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 บอสใหญ่ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวว่า “พวกเขาทำผลงานได้ดีเลยทีเดียวครับ ยามาฮ่าค่อนข้างพอใจกับการเปิดตัวในฤดูกาลนี้ของทั้งคู่ เขมินท์ คูโบะ #9 แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ในปีที่ผ่านมาช่วยเขาได้มาก และเขาเองก็ยกระดับผลงานขึ้นมาติดกลุ่มท็อป 5 ได้ดี โดยเฉพาะในรอบควอลิฟาย ส่วนในช่วงแข่งขันจริงยังมีแผ่วๆ ช่วงปลายเรซ ซึ่งตรงนี้นักบิดและทีมงานรู้ดีว่าต้องแก้ไขจุดไหน เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถยกระดับผลงานของตนเองได้ในสนามต่อไป ส่วนในสนามนี้ “เคเคซัง” ได้ทำการทดสอบขับขี่ และสามารถสร้างผลงานของตัวเองได้ดีกว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังสามารถส่งข้อมูลการเซ็ตติ้งรถให้กับทีมงานได้เป็นอย่างดี” “ส่วน พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 นี่คือปีแรกที่เขาได้ไปลุยในยุโรป การเปิดตัวและคว้าแต้มได้เลยในสนามแรก สร้างความประทับใจให้กับทีมงาน วีอาร์46 มาก เราเองก็ยินดีที่เขาเริ่มต้นได้ดี แต่ก็มาพลาดในเรซที่ 2 ซึ่งเรามองว่าเขายังต้องเรียนรู้อีกหลายอย่าง และหวังให้เขาพัฒนาร่างกาย และปรับตัวให้เข้ากับรถแข่งโดยเร็ว เพื่อให้สามารถก้าวไปสู่ผลงานที่ดีขึ้น ซึ่งทีมงาน วีอาร์46 ได้ชื่นชมกับความเป็นมืออาชีพ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับรถแข่งจนสามารถทำผลงานที่เหลือได้อย่างยอดเยี่ยม” นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล กล่าว นอกจากนี้ นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ยังกล่าวถึงแนวทางในการส่งนักบิดไทยก้าวขึ้นสู่การแข่งขันระดับโลกในอนาคตว่า “เราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก ยามาฮ่ามอเตอร์ประเทศญี่ปุ่นและวีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม โดยเป้าหมายของเราคือการสร้างไทยแลนด์ฮีโร่ ผลิตนักบิดไทยไปแข่งขันใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ โดยเฉพาะในรุ่น โมโตทู เพราะนั่นคือสิ่งที่เราจะก้าวเข้าสู่เวิลด์แชมเปี้ยนชิพได้ดีและเหมาะสมมากที่สุด เดิมทีเราจะส่ง เขมินท์ คูโบะ #9 ลงแข่งไวลด์การ์ด 3-4 สนามในปีนี้ แต่จากที่มีโรคระบาดทำให้แผนทุกอย่างเปลี่ยนไป”
“ปีนี้เราหวังให้เขารักษาผลงานให้อยู่กลุ่มหน้าของ ซีอีวี โมโตทู ให้ได้ เพื่อโอกาสในการแข่งขัน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ในฤดูกาลต่อไป ส่วนแผนในปีหน้าเราจะเริ่มมองหาทีมที่มีศักยภาพที่ดีพอ นี่คือโครงการที่คุยกัน 3 ฝ่าย คือ ยามาฮ่า มอเตอร์, วีอาร์46 และ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ซึ่งหากทุกอย่างลงตัวเราจะได้เห็นนักบิดไทยยามาฮ่าเข้าร่วมแข่งขันใน โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ อย่างแน่นอน” ทั้งนี้ สนามถัดไปของ ศึก ซีอีวี โมโตทู ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ 2020 จะมีขึ้นในวันที่ 3-4 ตุลาคมนี้ ที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

“ไทยยามาฮ่า” รั้งเบอร์ 1 ยอดขาย XMAX 300 ทั่วโลก ครองบัลลังก์รถออโตเมติก 300 ซีซี ในไทย ฉลองยอดขาย 5 หมื่นกว่าคัน

ยามาฮ่า ค่ายผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำของโลก ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ซีรีส์ใหม่อย่าง YAMAHA XMAX 250 และ YAMAHA XMAX 300 สู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการในปี 2017 ก่อนที่ YAMAHA XMAX 300 จะเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม ภายในงาน BIG Motor SALE 2017 และสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตออโตเมติกระดับ พรีเมียมคลาส ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย YAMAHA XMAX 300 ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์จนสามารถทำยอดขายได้เป็นอันดับ 1 ของโลกอีกด้วย

โดย YAMAHA XMAX 300 ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนับตั้งแต่เปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทย ด้วยดีไซน์ที่มีความสปอร์ตและหรูหรา ตามแบบฉบับ MAX Series และขุมพลังของเครื่องยนต์ขนาด 300 ซีซี ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่ครบครัน ส่งผลให้ YAMAHA XMAX 300 ครองใจผู้ใช้ชาวไทยได้เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

และครองยอดจำหน่ายสะสมไปแล้วมากกว่า 50,000 คัน ส่งผลให้ YAMAHA XMAX 300 ทำยอดขายได้สูงที่สุด ครองเจ้าตลาดรถออโตเมติกขนาด 300 ซีซี ในประเทศไทย ทั้งยังส่งผลให้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ครองยอดจำหน่ายรถ YAMAHA XMAX มากที่สุดในกลุ่มยามาฮ่าทั่วโลกอีกด้วย

 

สำหรับ YAMAHA XMAX 300 สปอร์ตออโตเมติกระดับพรีเมียมคลาส ถ่ายทอด DNA ยนตรกรรมชั้นนำของตระกูล MAX Series ออกมาได้อย่างลงตัว ภายใต้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ BLUE CORE ยุคใหม่ที่ให้ความแรงขึ้นอีกขั้นในพิกัด 300 ซีซี เรียบหรูเหนือระดับด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมฟีเจอร์ และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน

ทันสมัยด้วยไฟหน้า-ไฟท้าย แบบ FULL LED ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ให้ความสว่างชัดเจน เพิ่มวิสัยทัศน์ที่ดีในการขับขี่ แผงหน้าปัดรูปทรงสปอร์ตแบบ Multi-function Meters แสดงข้อมูลครบครัน พร้อมจอ LED บอกสถานะฟังก์ชันการขับขี่ได้แบบครบถ้วน

มาพร้อมระบบเบรก ABS และระบบ Traction Control System (TCS) ช่วยปรับสมดุลกำลังเครื่องยนต์ เมื่อล้อหน้า และล้อหลังหมุนไม่สัมพันธ์กัน เพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกระดับให้กับสปอร์ตออโตเมติกระดับพรีเมียมคันแรกของเมืองไทย

ตอบโจทย์การใช้งานด้วย Front Storage & ACC Socket ช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ทั้ง 2 ด้าน พร้อมช่องเสียบอุปกรณ์ชาร์จไฟขนาด 12V เพื่ออำนวยความสะดวกในการชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์นำทางในขณะเดินทาง รวมถึง X-BOX ที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาดใหญ่ไซซ์ XL ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบได้ถึง 2 ใบ หรือใส่หมวกเต็มใบ 1 ใบ พร้อมวางกระเป๋าเอกสารขนาด A4 ได้จำนวน 1 ใบได้แบบสบายๆ

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จึงขอขอบคุณทุกความไว้วางใจจากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ YAMAHA XMAX 300 ในประเทศไทย ที่ให้ความสนใจและตอบรับ YAMAHA XMAX 300 เป็นอย่างดีนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 เป็นต้นมา นับเป็นความสำเร็จอย่างงดงามของ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ในตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติกคลาส 300 สำหรับ New YAMAHA XMAX 300 เฉดใหม่สไตล์…MAX มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 สี   คือ สีเทา-ดำ (ล้อแม็กสีทอง) และสีดำ (ล้อแม็กสีทอง) ในราคา 172,400 บาท และสีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ในราคา 171,900 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ

ยามาฮ่าสนับสนุน บุรีรัมย์มาราธอน 2021 เป็นปีที่ 5 พร้อมยกระดับเวิลด์คลาสเป็นซิลเวอร์เลเบิลมาราธอน

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย (คนที่ 3 จากขวา) รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในงานแถลงข่าว บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 โดยยามาฮ่าให้การสนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

สำหรับบุรีรัมย์ มาราธอน 2021 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม 2564 โดยในครั้งนี้ได้รับการยกระดับมาราธอน เป็นระดับเหรียญเงิน (Silver Label) จาก World Athletics องค์การกำกับคุณภาพของการวิ่งของโลก พร้อมมาตรฐานการจัดแบบ New Normal โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 วัน คือวันที่ 23 มกราคม 2564 จัดการแข่งขันในระยะฟันรัน (5 กม.) และมินิมาราธอน (10 กม.) และวันที่ 24 มกราคม 2564 ฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.) และมาราธอน (42.195 กม.) เพื่อเป็นการกระจายความหนาแน่นนักวิ่ง โดย มาราธอน และฮาล์ฟมาราธอน นั้น จะออกสตาร์ทจากสนามแข่ง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในช่วงเช้า วิ่งไปตามเส้นทางที่เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญ ตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ก่อนกลับเข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล ช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ ส่วน มินิมาราธอน และฟันรัน จะสตาร์ทในช่วงเย็น โดยวิ่งชมบรรยากาศในสนามแข่งรถระดับโลก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

สำหรับการแถลงข่าวการแข่งขัน บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 ในครั้งนี้มีขึ้น ณ ศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้

ฟินน์กัน!! ไม่หยุด!!? พิเศษ สำหรับชาว FoodDelivery

🎉ฟินน์กัน!! ไม่หยุด!!🎉
พิเศษ สำหรับชาว FoodDelivery
ซื้อยามาฮ่าฟินน์ ตั้งแต่วันที่ “1-31 ตุลาคม 2563”
💰รับไปเลย! บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท
สำหรับ 50 ท่านแรก เท่านั้น!!
🎯กติกาการร่วมสนุก
1. สำหรับผู้ออกรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟินน์ เพื่อประกอบอาชีพ Food Delivery ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคม 2563
2. ส่งหลักฐานการออกรถ และ หลักฐานการประกอบอาชีพFood Delivery มาที่ กล่องข้อความ เฟสบุ๊ค FINNFamily
3. สำหรับลูกค้าที่ส่งหลักฐานเข้ามา 50 ท่านแรกเท่านั้น
4. หมดเขตการส่งหลักฐาน 30 พฤศจิกายน 2563 หรือจนครบ 50 ท่าน

“ไกจ์เซอร์” ฟอร์มโหด ควบ CRF450W กวาดแชมป์ต่อเป็นเรซที่ 7 ผงาดจ่าฝูง MXGP 2020

ทิม ไกจ์เซอร์ ยอดนักบิดชาวสโลวีเนีย หมายเลข 243 จากทีมแข่ง HRC ระเบิดฟอร์มแกร่งสมศักดิ์ศรีแชมป์โลกปีล่าสุด ควบม้าศึกทางฝุ่น Honda CRF450RW คว้าแชมป์โมโตครอสชิงแชมป์โลก MXGP 2020 สนาม 9 เรซสอง ที่แมนโตวา ประเทศอิตาลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการคว้าชัยชนะอันดับ 1 ครั้งที่ 7 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ พร้อมโกยแต้มขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงบนตารางเวิลด์แชมเปี้ยนชิพได้สำเร็จ มี 316 คะแนน นำหน้าอันดับที่ 2 อยู่ 5 คะแนน

สำหรับสนามถัดไป ยังปักหลักชิงชัยกันที่อิตาลีเช่นเดิม เตรียมเสริฟ์ความมันเร้าใจในวันที่ 30 กันยายนนี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารของทีมแข่ง Honda HRC ในศึกเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ ปี 2020 หรือ MXGP 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพ

 

 

“กวาร์ตาราโร่” คืนฟอร์มเก่ง บิด M1 คว้าแชมป์ คาตาลุนญ่า คัมแบ็กจ่าฝูง โมโตจีพี

การแข่งขันในสนามที่ 8 ศึกโมโตจีพี 2020 ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระยะทางต่อรอบ 4.627 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 24 รอบสนาม ในรายการแกรน พรีมี มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ เดอ คาตาลุนญ่า

 

กริดสตาร์ทแถวหน้าตกเป็นของทัพนักบิดยามาฮ่า โดย ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ดาวรุ่งอิตาเลียน สังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที คว้าโพลโพซิชั่นไปครอง ขนาบข้างด้วย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 เพื่อนร่วมสังกัดในกริดที่ 2 และ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 จอมเก๋าจากมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ในกริดที่ 3 ส่วน มาเวริค บีญาเลส #12 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5

ออกสตาร์ทเรซด้วยตำแหน่งผู้นำของ มอร์บิเดลลี่ #21 ตามด้วย รอสซี่ #46 และ กวาร์ตาราโร่ #20 ในอันดับ 2 และ 3 ก่อนที่ ดาวบิดเฟรนช์แมน จะไล่แซงเพื่อนร่วมค่ายขึ้นไปรั้งหัวขบวนในรอบที่ 9 ของการแข่งขัน และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนครบ 24 รอบสนาม ควบรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้าแชมป์ที่ 3 ในฤดูกาลให้กับตนเอง

ด้าน มอร์บิเดลลี่ #21 ทำได้ดีที่สุดด้วยการซิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 พลาดโอกาสคว้าโพเดี้ยมไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึง บีญาเลส #12 ที่ออกสตาร์ทได้ไม่ดีส่งผลให้หล่นลงไปอยู่ในกลุ่มท้าย อย่างไรก็ดีสามารถไล่แซงคู่แข่งไต่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 บวกแต้มเพิ่มให้กับตนเองและต้นสังกัด ส่วน รอสซี่ #46 พลาดท่าล้มขณะที่รั้งอยู่ในอันดับ 2 ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันไปในรอบที่ 16

ผ่านการชิงชัยในสนามที่ 8 ของฤดูกาล ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 สามารถกลับขึ้นไปเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักแข่ง มีทั้งสิ้น 108 คะแนน รวมถึง ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ที่ยังคงรั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภททีม เก็บไปได้ 185 คะแนน ขณะที่ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทค่ายผู้ผลิตยังคงเป็น ยามาฮ่า ที่เก็บไปแล้วทั้งสิ้น 163 คะแนน

ศึกโมโตจีพี 2020 สนามถัดไป จะยกพลไปดวลความเร็วที่ เซอร์กิต บูกัตติ เมืองเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม นี้ ในรายการชาร์ค เฮลเมตส์ กรังด์ปรีซ์ เดอ ฟรองซ์

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

 

 

 

8 ฟีเจอร์เด่น ใครเห็นก็ต้องว้าว All New Yamaha NMAX

ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ใหม่ รถออโตเมติกพรีเมี่ยม 155 ซีซี ดีไซน์ใหม่สปอร์ตสุดทุกองศาพร้อม 8 ฟีเจอร์เด่น ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบสุดแม็กซ์
1.ไฟหน้าLED ดีไซน์สปอร์ตดุดัน สว่างชัดเจน บอกตัวตนแห่งสายพันธุ์ MAX
2.ไฟท้าย LED ดีไซน์ถ่ายถอดดีเอ็นเอตระกูล MAX Series พร้อมไฟฉุกเฉิน
3.ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS ควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติ ป้องกันล้อล็อกทั้ง 2 ล้อ พร้อมดิสก์เบรกทั้งหน้า-หลัง ให้ความปลอดภัยระดับแม็กซ์
4.ดิจิทัลมิเตอร์สไตล์สปอร์ต พร้อมสวิตท์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์ จอ LCD ขนาดใหญ่ ครบทุกฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมหน้าจอที่แฮนด์ซ้าย สะดวกสบายสไตล์ MAX
5.ช่องชาร์จแบตมือถือ พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า สามารถชาร์จแบตมือถือได้ พร้อมช่องเก็บของด้านหน้าทั้ง 2 ด้าน
6.ถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร พร้อมที่เก็บของใต้เบาะขนาด XL ตอบสนองความสะดวกสบายด้วยถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร และช่องเก็บใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้
7.กุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM
• สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์
• ปลดล็อกแฮนด์รถ / ปลดล็อคเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน
• สัญญาณตอบรับ ANSWER BACK
8.เครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี VVA 4 วาล์ว ให้สมรรถนะกำลังแรงกว่า แบบฉบับสายพันธุ์ Max Series
พบ ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ใหม่ ได้แล้ววันนี้ ที่ Yamaha Square ทั่วประเทศ
มีให้เลือกถึง 4 สี ในราคาแนะนำราคา 87,400 บาท

“รัฐพงษ์” คว้าวินเนอร์โพเดี้ยมสมดีกรีแชมป์เอเชีย พร้อมนำทัพ R6 กวาดโพเดี้ยม ซูเปอร์สปอร์ต บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนาม 3

“โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 ยอดนักบิดไทยดีกรีแชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์​ เรซซิ่งทีม สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ผงาดคว้าชัยชนะศึกชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 3 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สมราคาดีกรีแชมป์เอเชีย ขณะ 2 นักบิดทีมอิสระอย่าง “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น #90 และ “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล #146 จาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ตามเข้าป้ายอันดับ 2-3 ส่งผลให้รถแข่ง R6 กวาดโพเดี้ยมหลังเกมสุดเข้มข้น ที่ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์

ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนาม 3 ดวลความเร็วช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยสนามนี้ยอดทีมแข่งของเมืองไทยอย่าง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต เป็นครั้งแรกในปีนี้ สร้างความคึกคักเข้มข้นให้เรซนี้อย่างมาก

โพลในเรซนี้เป็นของ รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 แชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ตามมาด้วย คณาทัต ใจมั่น #90 จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพจาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ดี.ไอ.ดี. เออห์ลิน กิ๊กะไบค์ ลิควิ โมลี เคเอ็นบี เรซซิ่งทีม ในกริดที่ 2 ชิงชัยกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม รัฐพงษ์ เจ้าของโพลออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก ทว่าในรอบถัดมาก็สามารถกลับขึ้นมารั้งอันดับ 2 ได้ ก่อนจะแซงขึ้นเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 3 อย่างไรก็ดี ในช่วง 5 รอบสุดท้าย รัฐพงษ์ สามารถขยับขึ้นมาเป็นผู้นำได้อีกครั้ง ด้วยการเสียบแซงในโค้ง 3 ทีเดียว 2 คันรวด

จุดเปลี่ยนสำคัญของเรซเกิดขึ้นในช่วง 3 รอบสุดท้าย เมื่อคู่แข่งลุ้นแชมป์พลาดชนกันเองในโค้งสุดท้าย ขณะ รัฐพงษ์ อาศัยความเก๋าเอาตัวรอดมาได้ ก่อนบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกประเดิมชัยชนะแรกในศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนาม 3 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ส่วนอันดับ 2 เป็นของ คณาทัต ตามหลังแชมป์ 2.048 วินาที ตามด้วย วรพงศ์ มาลาหวล ทีมเมทจาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด อันดับ 3 ทำให้เกมในเรซนี้ทัพรถแข่งยามาฮ่า R6 ผงาดโพเดี้ยมได้ทั้งหมดส่วนดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ทีเอส เรซซิ่ง ทีม อย่าง กฤตภัทร เขื่อนคำ #32 วัย 15 ปี และ นิติพงษ์ แสงสว่าง #33 วัย 18 ปี สร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการนำรถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 4 และ 9 ตามลำดับ

สำหรับ ศึก โออาร์ บีอารืไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามถัดไปซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของปี จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

#YamahaThailandRacingTeam

“ก้อง-สมเกียรติ” พลาดแต้มเฉียดฉิวที่สเปน

ดาวรุ่งนักบิดชาวไทยวัย 21 ปี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” พลาดแต้มสำคัญที่คาตาลุนญ่าอย่างน่าเสียดาย หลังเร่งเครื่องแซงคู่แข่งขยับตำแหน่งขึ้นมาถึงอันดับที่ 17 ทว่าท้ายเกมพลาดล้มช่วง 2 รอบสุดท้าย ไม่จบการแข่งขันศึกโมโตทู สนาม 9 ที่ประเทศสเปนยอดนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกเวิลด์กรังปรีซ์ รุ่นโมโตทู พัฒนาผลงานได้ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์การแข่งขันที่สนามเซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า โดยรอบชิงชนะเลิศแม้ว่าได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 26 แต่เจ้าตัวสามารถไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาได้ถึงอันดับที่ 17 ทว่าน่าเสียดายเสียจังหวะพลาดหลุดโค้งในช่วงกลางเรซ ก่อนที่ 2 รอบสุดท้ายขณะเร่งสปีดเพื่อไต่อันดับขึ้นมาจะพลาดล้มอีกครั้ง อดลุ้นแต้มอย่างน่าเสียดาย

เจ้าของหมายเลข 35 สังกัดทีมแข่ง อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย กล่าวหลังจบเกมว่า “น่าเสียดายมากครับ และต้องขอโทษทีมงานทุกคนที่ตั้งใจเซตอัพรถแข่งให้ออกมาดีที่สุด ระหว่างแข่งขันผมรู้สึกว่ารถมีความสมบูรณ์แบบมาก ซึ่งเวลาต่อรอบของผมก็เร็วขึ้นด้วย” “หลังออกสตาร์ทผมมั่นใจว่าสนามนี้จะสามารถเก็บแต้มได้ แต่แล้วช่วงกลางเรซตัวเองกลับทำพลาดในโค้งที่ 7 ทำให้เสียเวลาไปมาก หลังจากนั้นผมพยายามจะเร่งความเร็วเพื่อทวงอันดับคืนมา แต่ด้วยความที่เร่งมากเกินไป ช่วงท้ายก็พลาดอีกครั้ง ทำให้ไม่จบการแข่งขันสนามนี้ อย่างไรก็ตาม ฝากแฟนชาวไทยส่งกำลังใจเชียร์ผมและทีมงานสำหรับการแข่งขันสนามต่อไปด้วยครับ” ศึกโมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามถัดไปเตรียมจัดขึ้นในวันที่ 9-11 ตุลาคมนี้ ที่เลอมังส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ในรายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์

 

ธีระ เสร็จธุระ ควบยามาฮ่า เวฟรันเนอร์ ผงาดครองแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2020

คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งเอเชียน บีช เกมส์ มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ( คนที่ 3 จากซ้าย )ร่วมแสดงความยินดีกับ ธีระ เสร็จธุระ #52 นักแข่งสังกัดทีม ยามาฮ่า เวฟรันเนอร์ ไทยแลนด์ทีม ที่ควบ ยามาฮ่า เวฟรันเนอร์ รุ่น เอฟแซดอาร์ เอสวีเอชโอ คว้าแชมป์ประจำปี 2020 ในรุ่น โปร-แอม รันอเบาท์ ลิมิเต็ด ในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ เจ็ตสกีโปรทัวร์ 2020 อย่างยิ่งใหญ่ โดยธีระ เสร็จธุระ #52 สามารถคว้าชัยชนะได้ในการแข่งขันทำคะแนนสะสมเหนือคู่แข่ง พร้อมคว้าสิทธิ์การเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันรายการ เอเชียน บีช เกมส์ 2020 ณ เมืองซานย่า มณฑลไหหลำ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 2 – 10 เมษายน 2564 โดยการมอบรางวัลแชมป์ประเทศไทยมีขึ้น ณ สนามแข่งเรือสามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อเร็วๆ นี้

BMW M1000RR อัพเลเวล 212 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีจากสนามแข่งระดับโลก

ค่ายตราพัดประกาศเป็นที่แน่ชัดแล้ว จัดหนักจัดเต็มกับเวอร์ชั่นใหม่ของรถมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์ล่าสุด กับรหัส “M” เพิ่มประสิทธิภาพของตัวรถ และสมรรถนะเทคโนโลยี ความเร็ว ความแรง ด้วยการอัพเกรดจาก S1000RR เป็น M1000RR

ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก มาพร้อมกับชุดแฟริ่ง M Sport ลวดลายใหม่ แต่ยังคงใช้สีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำค่ายกันระหว่าง สีฟ้า สีน้ำเงิน และ สีแดง บนสีพื้นที่เป็นสีขาว นอกจากนี้มีการเพิ่มรายละเอียด โดยมีส่วนครอบที่เป็น M Carbon เพื่อเน้นให้เห็นถึงความดุดัน และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น วิงเล็ท เทคโนโลยีหลักอากาศพลศาสตร์จากสนามแข่ง ที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ติดตั้งที่บริเวณด้านข้าง ช่วงหน้าของตัวรถ ซึ่งข้อดีของวิงเล็ทก็คือ ช่วยการยุบตัวจากแรงกดจากการใช้เบรกหนักเบรกจะทำให้การคอนโทรลรถในการเข้าโค้งในความเร็วได้เสถียรมากขึ้น และยังมีส่วนช่วยให้ระบบ Traction Control ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ใช้เครื่องยนต์ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก S1000RR แบบ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่มีการปรับเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่มากยิ่งชึ้นด้วยใช้เทคโนโลยี ShiftCam วาล์วแบบแปรผัน ด้วยสปริงวาล์วไอเสียที่ช่วยให้เหมาะกับรูปแบบการขับขี่ โดยสามารถรีดแรงม้าสูงสุด 212 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ/นาที และความเร็วรอบสูงสุดเพิ่มไปถึง 15,100 รอบ โหมดการขับขี่มีทั้งหมด 4 โหมดมาตรฐาน ได้แก่ Rain, Road, Dynamic และ Race ยังไม่หมดแค่นั้นยังมาพร้อมกับโหมด Race Pro ที่ตั้งค่าเองได้อีก 3 โหมด และให้รอบเครื่องยนต์ที่ต่อเนื่องด้วยระบบควิกชิฟเตอร์ อัพ และ ดาวน์

นอกจากนี้ M1000RR อัพเกรดเทคนิคพิเศษเข้าไปในขบวนการสร้างพละกำลัง มีการปรับแต่งห้องเผาไหม้ใหม่ รวมไปถึงการใช้ แหวนลูกสูบฟอร์จ ก้านสูบไทเทเนียม ที่เบาขึ้นและยาวขึ้น ทำให้อัตราส่วนของกำลังอัดเพิ่มเป็น 13.5:1 จากเดิมอยู่ที่ 13.3:1 ซึ่งทำให้เครื่องยนต์มีพลังยิ่งขึ้น ในช่วงรอบ 6,000 ถึง 15,100 รอบ ให้การขับขี่ที่ลื่นไหลมากขึ้น ชุดเกียร์บล็อค 6 สปีด และระบบคลัทช์มี anti-hopping ป้องกันการืกระโจนล้อลอยระหว่างออกตัว

แชสซี มีการปรับปรุงจาก S1000RR  เฟรมอลูมินัมได้รับการปรับแต่งให้มีความเหมาะสมกับขับขี่ในสนามมากยิ่งขึ้น มุมเลี้ยวที่ดีขึ้น ฐานล้อมีความยาวขึ้นจากเดิม 56.7 นิ้ว เพิ่มมาเป็น 57.4 นิ้ว ก็คือในส่วนของสวิงอาร์มที่ยาวขึ้น โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ 45 มม. ปรับแต่งค่าของสปริงสตรัทใหม่ โดยออกแบบให้สามารถทำเวลาในสนามแข่งได้ดีที่สุด แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งการขับขี่บนท้องถนนเช่นกัน

ระบบเบรกระดับไฮเอ็น ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถมอเตอร์ไซค์ โดยใช้ตัวคาลิเปอร์สีน้ำเงินพร้อมกับโลโก้ M เอกสิทธิ์เฉพาะของ BMW เหมือนกับที่ใช้ในมาตรฐายรถยนต์ของ BMW โดยพัฒนามาจากประสบการณ์ในสนามแข่ง จากการแข่งขันระดับโลก Superbike World Championship ให้ความเสถียร และควบคุมได้สูงสุด พร้อมกับใช้วงล้อคาร์บอนที่เบากว่า 1.6 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักโดยรวมของตัวรถอยู่ที่ 191 กิโลกรัม ท่อไอเทีย BMW M1000RR ใช้ท่อไอเสียที่ทำจากวัสดุไทเทเนียม และยังคงใช้แบรนด์ของ Akrapovic ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 7.8 กิโลกรัม ขณะที่ของเดิมกับรถ S1000RR นั้นมีน้ำหนัก 11.4 กิโลกรัม

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นด้วยหน้าจอ TFT 6.5 เพิ่มรูปแบบการแสดงผล และระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเก็บข้อมูลเวลาการขับขี่ พิเศษของ M เข้าไป เพิ่มตัวจับเวลาอย่าง M GPS แล็ปทริกเกอร์ และดาต้าล็อกเกอร์เข้าไปผ่านระบบการเชื่อมต่อ OBD ช่วยเก็บข้อมูลเวลาการขับขี่ในสนามเพื่อใช้ในการพัฒนารถและเทคนิกของผู้ขับขี่ได้ ระบบโมลดอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ก็ให้มาแบบครบครันไม่ว่าจะเป็น ABS, traction control, Engine braking level และ wheelie control รวมไปถึงการเพิ่มระบบจำกัดความเร็วในพิทเลน, ระบบออกตัวบนทางลาดชัน และ BMW’s Shift Assistant Pro

สำหรับโมเดลนี้ BMW Motorrad ประเทศไทยคาดว่าน่าจะนำมาจำหน่ายในไทยใน 2021 แต่เรื่องของราคานั้นบอกเลยว่าสมราคา 7 หลักแน่นอน ออพชั่นมาเต็มขนาดนี้พร้อมสำหรับการแข่งขันในเซอร์กิตเลย…นะจ๊ะ

 

 

All new NMAX 155 การตกแต่งในคอนเซ็ปท์ Sport Premium

ผลงานการตกแต่งจากร้าน Note Kevlar ร่วมกับ Banz Racing ภายใต้คอนเซ็ปท์สปอร์ตพรีเมี่ยมทำทั้งทีต้องจัดให้สุด!!!  ยามาฮ่า NMAX155 โฉมใหม่นี้ เป็นรถออโตเมติกที่มีความเป็นพรีเมี่ยม จึงมีการเล่นสีโทนดำผสานกับคาร์บอนเคฟล่าร์ของแท้ เพื่อให้ดูสวยคมดูหรูหรามากยิ่งขึ้น และยังเสริมของแต่งมาแบบจัดเต็มด้วยครอบสวิทช์กุญแจคาร์บอน
ปิดฝาถังลายคาร์บอน ปิดใต้เบาะคาร์บอน ครอบกรองคาร์บอน รวมถึงครอบแคร้งก์คาร์บอนด้วยเช่นกัน และยังเสริมความเท่ด้วยการติดฟิล์มสีสโมคที่ชุดไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ชิวหน้าแบบแต่ง  เปลี่ยนโช้คอัพหน้า-หลังใหม่ โดยโช้คหน้าเป็นแบบอัพไซค์ดาวน์ ส่วนโช้คหลังใช้รุ่นG-Sport ของ YSS เปลี่ยนปั้มเบรกบน เบรกหน้าเบรกหลังใหม่รวมถึงเปลี่ยนจานดิสก์ทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งจะต้องทำการแปลงขาปั้มหน้าและหลัง กลึงแม็กเพื่อใส่จานดิสก์และเพิ่มบูทล้อหน้า ในส่วนของแฮนด์เดิ้ลบาร์ได้แปลงและใส่แฮนด์แบบคาร์บอน
เปลี่ยนสายน้ำมันเบรกเป็นสายแต่ง กระจกติดปลายแฮนด์แต่ง ส่วนเบาะนั่งใส่เบาะใหม่ทรงสปอร์ต ติดที่วางเท้าแต่งใหม่ และเปลี่ยนที่วางเท้าคนซ้อนแบบแต่ง ท่อไอเสียแต่งคาร์บอนพร้อมคอท่อแบบแสตนเลส และในส่วนของน๊อตตามจุดต่างๆเป็นน๊อตแต่งทั้งหมด เรียกได้ว่าเติมความเฟี้ยวให้กับ  All new NMAX 155  ให้ดูซูเปอร์พรีเมียร์มากยิ่งขึ้นจากเดิม