ฟาน เดอร์มาร์ค ควบรถแข่ง อาร์วัน บิดคว้าชัย ศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบค์…บาซ บิดสุดใจเข้าอันดับ 3 ในซูเปอร์โพลเรซ คาตาลุนญ่า

ไมเคิล ฟานเดอร์มาร์ค #60 สังกัด พาต้า ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค ออฟฟิเชี่ยลทีม ควบ ยามาฮ่า วายแซดเอฟ-อาร์วัน เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ขึ้นโพเดี้ยมรุ่นใหญ่ เวิลด์ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 6 คาตาลุนญ่า พร้อมกับ ลอริส บาซ #76 นักแข่งทีมแซทเทิลไลท์จาก เท็น คาเตะ เรซซิ่ง ยามาฮ่าทีม ที่โชว์ฟอร์มเหนือคว้าอันดับ 3 ในขณะที่ การ์เร็ต เกอร์ลอฟฟ์ #31 นักบิดชาวอเมริกันจาก จีอาร์ที ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค จูเนียร์ทีม ขึ้นมาติดอันดับ 5 ได้อย่างน่าประทับใจในรอบแข่งซูเปอร์โพลเรซ

ไมเคิล ฟานเดอร์มาร์ค #60 สังกัด พาต้า ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค ออฟฟิเชี่ยลทีม ที่ออกสตาร์ทจากอันดับ 5 พุ่งขึ้นเกาะติดกลุ่มนำทันที และผ่านรอบที่ 3 ไมเคิล ฟานเดอร์มาร์ค #60 พลิกเกมขึ้นนำหัวแถวได้ทันทีก่อนจะกระชากคันเร่ง วายแซดเอฟ-อาร์วัน ทิ้งห่างจาก โจนาธาน เรีย ออกไปจนไม่สามารถไล่ติดได้ และเมื่อครบ 10 รอบการแข่งขัน ไมเคิล ฟานเดอร์มาร์ค #60 สามารถนำ วายแซดเอฟ-อาร์วัน ขึ้นยืนโพเดี้ยมแชมป์ซูเปอร์ไบค์โลกได้อีกครั้ง และเป็นแชมป์ครั้งที่ 80 ของรถแข่งยามาฮ่า วายแซดเอฟ-อาร์วัน

ในขณะที่โพเดี้ยมอันดับ 3 เป็นความท้าทายของ ลอริส บาซ #76 นักบิดแซทเทิลไลท์ที่ใช้ วายแซดเอฟ-อาร์วัน ลงแข่งขัน ซึ่งลอริส บาซ #76 ออกสตาร์ทมาจากกริดที่ 9 แต่ชิงสตาร์ทในรอบแรกได้ดีขึ้นประกบนักแข่งแฟคตอรี่ อย่าง ทอม ไซสก์ และอเล็กซ์ โลวส์ ได้แบบเกาะติด ก่อนจะเดินคันเร่งแซงผ่านหน้า 2 นักบิดทั้งคู่ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 ตั้งแต่รอบที่ 3 และนำหน้าหนียาวเก็บโพเดี้ยมอันดับ 3 ได้สำเร็จอีกครั้ง

นอกจากนี้แล้วนักแข่งอเมริกันเดอะรุคกี้ซีซั่นนี้ การ์เร็ต เกอร์ลอฟฟ์ #31 จากทีม จีอาร์ที ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค จูเนียร์ทีม ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมการแข่งขันเป็นอย่างยิ่ง โดยออกสตาร์ทจากอันดับที่ 15 แต่สามารถนำ วายแซดเอฟ-อาร์วัน ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของการแข่งขันได้ตั้งแต่รอบที่ 3 และยังไล่เบียดรองแชมป์โลก แชซ เดวี่ส์ ที่นำหน้าได้อย่างสุดสนุก ห่างกันเพียง 0.056 วินาทีเท่านั้น

สำหรับการแข่งขัน เวิลด์ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 7 จะทำการแข่งขันกันที่ แมกนี่ครูส์ เซอร์กิต ฝรั่งเศส จะทำการแข่งขันกันในวันที่ 2 – 4 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งแฟนๆ ชาวยามาฮ่า สามารถชมถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ทาง FOX Sport Asia

 

“บอสไทยยามาฮ่า” แฮปปี้ผลงาน “เขมินท์-พีรพงศ์” กระตุ้นเด็กไทยยกระดับผลงานติดกลุ่มหน้า ซีอีวี โมโตทู

“บิ๊กช้อง” ธีระพงษ์ โอภาสกรกุล บอสใหญ่ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม เผยต้นสังกัดแฮปปี้กับผลงานอันโดดเด่นของ 2 นักบิดไทยอย่าง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ที่เปิดตัวอย่างยอดเยี่ยมกับสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม หลังประเดิมซิวท็อป 5 มาครอง พร้อมกระตุ้นให้ยกระดับการทำงานทั้งด้านความฟิตของร่างกาย การปรับตัวกับรถแข่ง และการทำงานร่วมกับทีมงาน หวังขยับเกาะกลุ่มหน้าให้ได้ ยืนยัน “ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” มีแผนสร้างนักบิดไทยลงลุยศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ในรุ่น โมโตทู ในอนาคต

คู่หูนักบิดดาวรุ่งจากไทยยามาฮ่า อย่าง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 เข้าร่วมสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม เพื่อลงล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้อย่างเต็มตัวหลังจากสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลาย หลังจากที่พลาดการแข่งขันไป 2 สนาม (4 เรซ) เขมินท์ คูโบะ #9 มีลุ้นโพเดี้ยมอย่างมาก หลังทำเวลาในรอบควอลิฟายอย่างยอดเยี่ยมได้ออกตัวจากกริดที่ 3 แต่พลาดล้มอย่างน่าเสียดายในสนาม 3 ก่อนจะกลับมาสู่ฟอร์มยอดเยี่ยม ด้วยการนำรถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 5 ของสนามที่ 4 ขณะที่ พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ประเดิมสนามแรกในกริดที่ 10 และเปิดตัวด้วยการคว้าอันดับ 12 แต่น่าเสียดายที่มาพลาดล้มในสนามที่ 4
หลังจบการแข่งขันสนามที่ผ่านมา นักบิดไทยทั้ง 2 คน เก็บตัวอย่างต่อเนื่องที่ยุโรปด้วยโปรแกรมมาตรฐานการป้องกันและแพร่ระบาดของ โควิด-19 กับต้นสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม โดยนักบิดไทยทั้ง 2 ได้ปฏิบัติตามวินัยเป็นอย่างดีเพื่อแข่งขันในฤดูกาล 2020 นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด หัวเรือใหญ่ด้านมอเตอร์สปอร์ตของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวว่า “จากสถานการณ์ของโรคระบาด ทำให้แผนหลายอย่างของเราเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะส่งทั้ง “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ไปเก็บตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม ก็ต้องเลื่อนออกไป พอทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเราก็ประสานงานกับทาง วีอาร์46 อย่างต่อเนื่อง จนสามารถพานักบิดของเรากลับเข้าสู่รายการแข่งขันได้อีกครั้ง”
ซึ่ง 2 นักแข่งของเราได้เข้าโปรแกรมการทดสอบความฟิตตามมาตรฐานของต้นสังกัด วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม และทั้งคู่ได้มีวินัยในการรักษาสภาพร่างกาย และป้องกันตนเองด้วยการเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ขณะที่ทีมงานของ วีอาร์46 ก็รับปากเราอย่างดีในการดูแลนักบิดไทยทั้ง 2 คน นี่คือสิ่งที่ทำให้เราอุ่นใจกับการส่งเด็กในสังกัดเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งพวกเขาทั้งคู่มีความมุ่งมั่นอย่างมากด้วยที่จะสร้างผลงานที่ดีกับการแข่งขันในเวทียุโรป”
ภายหลังผ่านการแข่งขัน 2 สนามแรกด้วยผลงานที่โดดเด่นของ “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ #9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 บอสใหญ่ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวว่า “พวกเขาทำผลงานได้ดีเลยทีเดียวครับ ยามาฮ่าค่อนข้างพอใจกับการเปิดตัวในฤดูกาลนี้ของทั้งคู่ เขมินท์ คูโบะ #9 แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ในปีที่ผ่านมาช่วยเขาได้มาก และเขาเองก็ยกระดับผลงานขึ้นมาติดกลุ่มท็อป 5 ได้ดี โดยเฉพาะในรอบควอลิฟาย ส่วนในช่วงแข่งขันจริงยังมีแผ่วๆ ช่วงปลายเรซ ซึ่งตรงนี้นักบิดและทีมงานรู้ดีว่าต้องแก้ไขจุดไหน เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถยกระดับผลงานของตนเองได้ในสนามต่อไป ส่วนในสนามนี้ “เคเคซัง” ได้ทำการทดสอบขับขี่ และสามารถสร้างผลงานของตัวเองได้ดีกว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังสามารถส่งข้อมูลการเซ็ตติ้งรถให้กับทีมงานได้เป็นอย่างดี” “ส่วน พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 นี่คือปีแรกที่เขาได้ไปลุยในยุโรป การเปิดตัวและคว้าแต้มได้เลยในสนามแรก สร้างความประทับใจให้กับทีมงาน วีอาร์46 มาก เราเองก็ยินดีที่เขาเริ่มต้นได้ดี แต่ก็มาพลาดในเรซที่ 2 ซึ่งเรามองว่าเขายังต้องเรียนรู้อีกหลายอย่าง และหวังให้เขาพัฒนาร่างกาย และปรับตัวให้เข้ากับรถแข่งโดยเร็ว เพื่อให้สามารถก้าวไปสู่ผลงานที่ดีขึ้น ซึ่งทีมงาน วีอาร์46 ได้ชื่นชมกับความเป็นมืออาชีพ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับรถแข่งจนสามารถทำผลงานที่เหลือได้อย่างยอดเยี่ยม” นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล กล่าว นอกจากนี้ นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ยังกล่าวถึงแนวทางในการส่งนักบิดไทยก้าวขึ้นสู่การแข่งขันระดับโลกในอนาคตว่า “เราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก ยามาฮ่ามอเตอร์ประเทศญี่ปุ่นและวีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีม โดยเป้าหมายของเราคือการสร้างไทยแลนด์ฮีโร่ ผลิตนักบิดไทยไปแข่งขันใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ โดยเฉพาะในรุ่น โมโตทู เพราะนั่นคือสิ่งที่เราจะก้าวเข้าสู่เวิลด์แชมเปี้ยนชิพได้ดีและเหมาะสมมากที่สุด เดิมทีเราจะส่ง เขมินท์ คูโบะ #9 ลงแข่งไวลด์การ์ด 3-4 สนามในปีนี้ แต่จากที่มีโรคระบาดทำให้แผนทุกอย่างเปลี่ยนไป”
“ปีนี้เราหวังให้เขารักษาผลงานให้อยู่กลุ่มหน้าของ ซีอีวี โมโตทู ให้ได้ เพื่อโอกาสในการแข่งขัน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ในฤดูกาลต่อไป ส่วนแผนในปีหน้าเราจะเริ่มมองหาทีมที่มีศักยภาพที่ดีพอ นี่คือโครงการที่คุยกัน 3 ฝ่าย คือ ยามาฮ่า มอเตอร์, วีอาร์46 และ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ซึ่งหากทุกอย่างลงตัวเราจะได้เห็นนักบิดไทยยามาฮ่าเข้าร่วมแข่งขันใน โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ อย่างแน่นอน” ทั้งนี้ สนามถัดไปของ ศึก ซีอีวี โมโตทู ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ 2020 จะมีขึ้นในวันที่ 3-4 ตุลาคมนี้ ที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

“ไกจ์เซอร์” ฟอร์มโหด ควบ CRF450W กวาดแชมป์ต่อเป็นเรซที่ 7 ผงาดจ่าฝูง MXGP 2020

ทิม ไกจ์เซอร์ ยอดนักบิดชาวสโลวีเนีย หมายเลข 243 จากทีมแข่ง HRC ระเบิดฟอร์มแกร่งสมศักดิ์ศรีแชมป์โลกปีล่าสุด ควบม้าศึกทางฝุ่น Honda CRF450RW คว้าแชมป์โมโตครอสชิงแชมป์โลก MXGP 2020 สนาม 9 เรซสอง ที่แมนโตวา ประเทศอิตาลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการคว้าชัยชนะอันดับ 1 ครั้งที่ 7 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ พร้อมโกยแต้มขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงบนตารางเวิลด์แชมเปี้ยนชิพได้สำเร็จ มี 316 คะแนน นำหน้าอันดับที่ 2 อยู่ 5 คะแนน

สำหรับสนามถัดไป ยังปักหลักชิงชัยกันที่อิตาลีเช่นเดิม เตรียมเสริฟ์ความมันเร้าใจในวันที่ 30 กันยายนนี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารของทีมแข่ง Honda HRC ในศึกเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ ปี 2020 หรือ MXGP 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพ

 

 

“กวาร์ตาราโร่” คืนฟอร์มเก่ง บิด M1 คว้าแชมป์ คาตาลุนญ่า คัมแบ็กจ่าฝูง โมโตจีพี

การแข่งขันในสนามที่ 8 ศึกโมโตจีพี 2020 ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระยะทางต่อรอบ 4.627 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 24 รอบสนาม ในรายการแกรน พรีมี มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ เดอ คาตาลุนญ่า

 

กริดสตาร์ทแถวหน้าตกเป็นของทัพนักบิดยามาฮ่า โดย ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ดาวรุ่งอิตาเลียน สังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที คว้าโพลโพซิชั่นไปครอง ขนาบข้างด้วย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 เพื่อนร่วมสังกัดในกริดที่ 2 และ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 จอมเก๋าจากมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ในกริดที่ 3 ส่วน มาเวริค บีญาเลส #12 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5

ออกสตาร์ทเรซด้วยตำแหน่งผู้นำของ มอร์บิเดลลี่ #21 ตามด้วย รอสซี่ #46 และ กวาร์ตาราโร่ #20 ในอันดับ 2 และ 3 ก่อนที่ ดาวบิดเฟรนช์แมน จะไล่แซงเพื่อนร่วมค่ายขึ้นไปรั้งหัวขบวนในรอบที่ 9 ของการแข่งขัน และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนครบ 24 รอบสนาม ควบรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้าแชมป์ที่ 3 ในฤดูกาลให้กับตนเอง

ด้าน มอร์บิเดลลี่ #21 ทำได้ดีที่สุดด้วยการซิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 พลาดโอกาสคว้าโพเดี้ยมไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึง บีญาเลส #12 ที่ออกสตาร์ทได้ไม่ดีส่งผลให้หล่นลงไปอยู่ในกลุ่มท้าย อย่างไรก็ดีสามารถไล่แซงคู่แข่งไต่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 บวกแต้มเพิ่มให้กับตนเองและต้นสังกัด ส่วน รอสซี่ #46 พลาดท่าล้มขณะที่รั้งอยู่ในอันดับ 2 ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันไปในรอบที่ 16

ผ่านการชิงชัยในสนามที่ 8 ของฤดูกาล ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 สามารถกลับขึ้นไปเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักแข่ง มีทั้งสิ้น 108 คะแนน รวมถึง ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ที่ยังคงรั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภททีม เก็บไปได้ 185 คะแนน ขณะที่ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทค่ายผู้ผลิตยังคงเป็น ยามาฮ่า ที่เก็บไปแล้วทั้งสิ้น 163 คะแนน

ศึกโมโตจีพี 2020 สนามถัดไป จะยกพลไปดวลความเร็วที่ เซอร์กิต บูกัตติ เมืองเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม นี้ ในรายการชาร์ค เฮลเมตส์ กรังด์ปรีซ์ เดอ ฟรองซ์

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

 

 

 

“รัฐพงษ์” คว้าวินเนอร์โพเดี้ยมสมดีกรีแชมป์เอเชีย พร้อมนำทัพ R6 กวาดโพเดี้ยม ซูเปอร์สปอร์ต บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนาม 3

“โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 ยอดนักบิดไทยดีกรีแชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์​ เรซซิ่งทีม สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ผงาดคว้าชัยชนะศึกชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 3 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สมราคาดีกรีแชมป์เอเชีย ขณะ 2 นักบิดทีมอิสระอย่าง “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น #90 และ “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล #146 จาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ตามเข้าป้ายอันดับ 2-3 ส่งผลให้รถแข่ง R6 กวาดโพเดี้ยมหลังเกมสุดเข้มข้น ที่ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์

ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนาม 3 ดวลความเร็วช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยสนามนี้ยอดทีมแข่งของเมืองไทยอย่าง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต เป็นครั้งแรกในปีนี้ สร้างความคึกคักเข้มข้นให้เรซนี้อย่างมาก

โพลในเรซนี้เป็นของ รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 แชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ตามมาด้วย คณาทัต ใจมั่น #90 จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพจาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ดี.ไอ.ดี. เออห์ลิน กิ๊กะไบค์ ลิควิ โมลี เคเอ็นบี เรซซิ่งทีม ในกริดที่ 2 ชิงชัยกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม รัฐพงษ์ เจ้าของโพลออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก ทว่าในรอบถัดมาก็สามารถกลับขึ้นมารั้งอันดับ 2 ได้ ก่อนจะแซงขึ้นเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 3 อย่างไรก็ดี ในช่วง 5 รอบสุดท้าย รัฐพงษ์ สามารถขยับขึ้นมาเป็นผู้นำได้อีกครั้ง ด้วยการเสียบแซงในโค้ง 3 ทีเดียว 2 คันรวด

จุดเปลี่ยนสำคัญของเรซเกิดขึ้นในช่วง 3 รอบสุดท้าย เมื่อคู่แข่งลุ้นแชมป์พลาดชนกันเองในโค้งสุดท้าย ขณะ รัฐพงษ์ อาศัยความเก๋าเอาตัวรอดมาได้ ก่อนบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกประเดิมชัยชนะแรกในศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนาม 3 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ส่วนอันดับ 2 เป็นของ คณาทัต ตามหลังแชมป์ 2.048 วินาที ตามด้วย วรพงศ์ มาลาหวล ทีมเมทจาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด อันดับ 3 ทำให้เกมในเรซนี้ทัพรถแข่งยามาฮ่า R6 ผงาดโพเดี้ยมได้ทั้งหมดส่วนดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ทีเอส เรซซิ่ง ทีม อย่าง กฤตภัทร เขื่อนคำ #32 วัย 15 ปี และ นิติพงษ์ แสงสว่าง #33 วัย 18 ปี สร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการนำรถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 4 และ 9 ตามลำดับ

สำหรับ ศึก โออาร์ บีอารืไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามถัดไปซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของปี จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

#YamahaThailandRacingTeam

“เรอนูซ์” ระเบิดฟอร์ม ฟาเอนซ่า บิด YZ250FM ประเดิมแชมป์ MX2 “คีทส์” ขึ้นโพเดี้ยมอันดับ 2

การชิงชัยในสนามที่ 6 ศึกเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 ยกพลดวลความเร็วบนสังเวียน มอนติ โคราลลี่ เมืองฟาเอนซ่า ประเทศอิตาลี ระยะทางต่อรอบ 1.690 กิโลเมตร ในรายการเอ็มเอ็กซ์จีพี ออฟ อิตาลี

โดยเกมรุ่น MX2 เป็นการขับเคี่ยวของนักบิดค่ายยามาฮ่า ที่ไล่บดกันอย่างสุดมันส์ในเรซแรก ท้ายที่สุดเป็นทางด้าน ยาโก้ คีทส์ #193 ดาวบิดเบลเจี้ยน สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า แฟคทอรี่ เอ็มเอ็กซ์ทู ที่บิดคว้าแชมป์ในเรซแรกไปครอง ตามด้วย แม็กซิม เรอนูซ์ #939 ดาวรุ่งเฟรนช์แมน จาก ยามาฮ่า เอสเอ็ม แอคชั่น-เอ็มซี มิกลิโอริ ที่บิดรับธงตาหมากรุกในอันดับ 2

ก่อนที่ แม็กซิม เรอนูซ์ #939 ดาวรุ่งเฟรนช์แมน จาก ยามาฮ่า เอสเอ็ม แอคชั่น-เอ็มซี มิกลิโอริ จะรีดฟอร์มเก่งในเรซ 2 ที่ ฟาเอนซ่า ควบรถแข่ง ยามาฮ่า YZ250FM เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกหลังผ่าน 17 รอบสนามของการชิงชัย ขณะที่ ยาโก้ คีทส์ #193 ดาวบิดเบลเจี้ยน สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า แฟคทอรี่ เอ็มเอ็กซ์ทู แชมป์ในเรซแรก ทำได้ดีที่สุดด้วยการซิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับ 3

จากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้แชมป์ประจำสนามตกเป็นของ แม็กซิม เรอนูซ์ #939 จาก ยามาฮ่า เอสเอ็ม แอคชั่น-เอ็มซี มิกลิโอริ ที่เก็บไปได้ 47 คะแนน คว้าแชมป์แรกบนเวทีเอ็มเอ็กซ์ทูให้กับตนเอง ส่วน ยาโก้ คีทส์ #193 สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า แฟคทอรี่ เอ็มเอ็กซ์ทู คว้าอันดับ 2 ไปครอง หลังเก็บไปได้ 45 คะแนน ผ่านการชิงชัยในสนามที่ 6 ยามาฮ่า ยังคงเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทค่ายผู้ผลิต หลังเก็บไปแล้วทั้งสิ้น 280 คะแนน เหนือกว่า เคทีเอ็ม ที่รั้งอันดับ 2 ถึง 20 คะแนน ขณะที่ ยาโก้ คีทส์ ยังคงรั้งอยู่ในอันดับ 2 บนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิด หลังเก็บไปได้ 254 คะแนน ตามหลังผู้นำเพียง 3 คะแนน รวมถึง แม็กซิม เรอนูซ์ ที่เก็บไปได้ 196 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับ 3 ศึกเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามถัดไป มีคิวดวลความเร็วในวันที่ 9 กันยายน นี้ บนสังเวียน มอนติ โคราลลี่ เมืองฟาเอนซ่า ประเทศอิตาลี เช่นเดิม ในรายการเอ็มเอ็กซ์จีพี ออฟ ซิตต้า ดิ ฟาเอนซ่า

“กวาร์ตาราโร่” ฝ่าเรซสุดหิน ควบ M1 คว้าแต้ม “ออสเตรียน จีพี” รั้งผู้นำฝูง โมโตจีพี ต่อเนื่อง

การชิงชัยในสนามที่ 4 ศึกโมโตจีพี 2020 ดวลความเร็วช่วงหัวค่ำของวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ออกสตาร์ทในเวลา 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ เรดบูลล์ ริง เมืองสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย ระยะทางต่อรอบ 4.381 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 28 รอบสนาม

โดย มาเวริค บีญาเลส #12 ดาวบิดสแปนิช สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ประจำการอยู่ในตำแหน่งหัวแถว ขนาบข้างด้วย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จาก ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ในกริดที่ 3 ขณะที่เพื่อนร่วมค่ายอย่าง ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 และ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 7 และ 12 ตามลำดับ

ออกสตาร์ทเรซได้ 8 รอบสนามเกมต้องหยุดลงจากจังหวะที่ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ไปเกี่ยวกับ โยฮัน ซาร์โก้ ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันไปทั้งคู่ ก่อนจะเคลียร์สภาพแทร็กและกลับมาดวลความเร็วอีกครั้ง โดย มาเวริค บีญาเลส #12 และ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 คู่หูสังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 6 และ 7 ด้าน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ที่พลาดหลุดโค้งในช่วงต้นเกม ประจำการในกริดที่ 20

อย่างไรก็ดี ดาวบิดเฟรนช์แมน สามารถรีดฟอร์มเก่งภายใต้รถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 ไล่แซงคู่แข่งไต่จากท้ายขบวนขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 8 บวกแต้มให้กับตนเองและต้นสังกัดได้สำเร็จจากเรซสุดหินที่ เรดบูลล์ ริง รวมถึง วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ที่ยังคงอยู่ในมาตรฐานอันยอดเยี่ยม บิดจบการแข่งขันในอันดับ 5 ด้าน มาเวริค บีญาเลส #12 ที่หล่นลงไปท้ายขบวนหลังรีสตาร์ท ไต่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 10

จากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #21 ยังคงเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปได้ทั้งสิ้น 67 คะแนน รวมถึงต้นสังกัดอย่าง ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ทีที่รั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภททีม มี 98 คะแนน ตามด้วย มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ในอันดับ 2 มี 86 คะแนน ขณะที่ ยามาฮ่า ยังนำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทค่ายผู้ผลิต หลังเก็บไปแล้วทั้งสิ้น 81 คะแนน

สำหรับการชิงชัยในสนามถัดไปของ ศึกโมโตจีพี 2020 ยังคงดวลความเร็วบนสังเวียน เรดบูลล์ ริง เมืองสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม นี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

“มอร์บิเดลลี่” ประเดิมโพเดี้ยมพรีเมียร์คลาส “กวาตาร์ราโร่” คว้าแต้ม เบอร์โน่ ควงคู่ต้นสังกัด รั้งผู้นำฝูงโมโตจีพี

การแข่งขันในสนามที่ 3 ศึกโมโตจีพี 2020 ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ออโตโมโตโดรม เบอร์โน่ สาธารณรัฐเช็ก ระยะทางต่อรอบ 5.403 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 21 รอบสนาม ในรายการมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ กรังด์ปรีซ์ เช็ก รีพับลิคกี้

โดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จาก ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ได้เริ่มเกมจากกริดสตาร์ทที่ 2 ขนาบข้างด้วย ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 นักบิดร่วมสังกัดชาวอิตาเลียน ในกริดที่ 3 ส่วน มาเวริค บีญาเลส #12 ดาวบิดสแปนิช สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5 ขณะที่ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ดาวบิดรุ่นพี่ร่วมค่าย ประจำการในกริดที่ 10

ออกสตาร์ทเรซด้วยตำแหน่งผู้นำของ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ที่ทะยานขึ้นไปรั้งหัวขบวนตั้งแต่ต้นเกม รวมถึง ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ที่รั้งอยู่ในอันดับ 2 ทว่าด้วยปัญหาในเรื่องของยางส่งผลให้ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ไม่สามารถทำความเร็วได้ ก่อนจะทำได้ดีที่สุดด้วยการบิดจบการแข่งขันในอันดับ 7 ขณะที่ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 สามารถรีดฟอร์มเก่งบิดเกาะอยู่ในกลุ่มหัวขบวน และบิดรถแข่ง M1 รับธงตาหมากรุกในอันดับ 2 คว้าโพเดี้ยมแรกในเกมพรีเมียร์คลาสให้กับตนเอง

รวมถึง วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ที่สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ เบอร์โน่ บดกับคู่แข่งได้อย่างสนุกตลอดทั้งเกม ทั้งยังโชว์ความเก๋าไล่แซงทำอันดับไต่จากกริดที่ 10 ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 5 ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้าน มาเวริค บีญาเลส #12 ที่เจอปัญหาในเรื่องกริปของยางเช่นกัน ส่งผลให้ทำได้ดีที่สุดด้วยการบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 14 คว้าแต้มเพิ่มให้กับตนเองและต้นสังกัด

จากผลการแข่งขันดังกล่าว ส่งผลให้ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #21 ยังคงเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ หลังเก็บไปได้ทั้งสิ้น 59 คะแนน ตามด้วย มาเวริค บีญาเลส #12 ในอันดับ 2 มีทั้งสิ้น 42 คะแนน ขณะที่ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 มีทั้งสิ้น 31 คะแนน ส่วน วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 มี 27 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับ 7

รวมถึง ยามาฮ่า ที่ยังนำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทค่ายผู้ผลิต โกยไปแล้วทั้งสิ้น 70 คะแนน ทิ้งห่าง เคทีเอ็ม ที่อยู่ในอันดับ 2 ถึง 26 คะแนน ขณะที่ ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ยังคงเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภททีม มีทั้งสิ้น 90 คะแนน ตามด้วย มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ในอันดับ 2 มี 69 คะแนน

ศึกโมโตจีพี 2020 สนามถัดไป จะยกพลไปดวลความเร็ว ที่ เรดบูลล์ ริง เมืองสปีลเบอร์ก ประเทศออสเตรีย ในวันที่ 16 สิงหาคม นี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

“ธนกร” ประเดิมแชมป์ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2020

“หยก” ธนกร หลักหาญ นักบิดดาวรุ่งจากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี. ฮอนด้า ผงาดประเดิมแชมป์สนามแรก ศึกฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2020 ท่ามกลางเวทเรซสุดเดือด หลังควบรถแข่ง Honda NSF250 หมายเลข 20 บิดเข้าเส้นชัยแบบม้วนเดียวจบ ขณะที่ วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน หมายเลข 19 และ ชานน อินทร์ต๊ะ หมายเลข 7 ฮึดสู้ไม่ถอยได้ฉลองชัยบนโพเดี้ยม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ รายการฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ ฤดูกาล 2020 หนึ่งในบันไดปั้นนักบิดไทยสู่โมโตจีพี ได้ฤกษ์เปิดฉากเกมดวลความเร็วสนามแรกแบบนิวนอร์มอล ซึ่งไม่อนุญาตให้มีผู้ชมในสนาม แต่สามารถร่วมเชียร์ผ่านการถ่ายทอดสดทางออนไลน์ จัดร่วมในรายการโออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

รอบชิงชนะเลิศเรซแรกจัดขึ้นในช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ออกสตาร์ทเวลา 15.15 น. เรซนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างแข่งและต้องใช้เวลาในการเคลียร์แทร็ก สุดท้ายทีมงานตัดสินใจให้ยุติการแข่งขันและไม่มีการเก็บคะแนนในเรซนี้

ขณะที่เรซที่สองมีขึ้นต่อเนื่องในเช้าวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เหล่านักบิดดาวรุ่ง อายุ 13-18 ปี จากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมประจำการบนรถแข่งสมรรถนะสูง Honda NSF250 สเปกเดียวกับรุ่นโมโตทรีในระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ กริดสตาร์ทแรกเป็นของ ธนกร หลักหาญ หมายเลข 20 ขนาบข้างด้วยดาวรุ่งจาก เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในปีนี้ ได้แก่ ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 13 และ จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 3 ในกริดที่ 2 และ 3 ตามลำดับสำหรับผลการแข่งขันท่ามกลางสายฝนแบบเวทเรซ หลังดวลความเร็ว 15 รอบ ปรากฏว่า “หยก” ธนกร ประเดิมแชมป์เรซนี้ไปครอง หลังบิดนำม้วนเดียวจบ รับธงหมากรุกก่อนใคร ด้วยเวลา 30 นาที 40.693 วินาที อันดับที่ 2 เป็นของ วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน หมายเลข 19 โชว์ฟอร์มร้อนแรงไล่แซงคู่แข่งจากกริดที่ 10 ตามหลังแชมป์ 4.771 วินาที และอันดับที่ 3 เป็น ชานน อินทร์ต๊ะ หมายเลข 7 ที่ฮึดสู้จากกริดที่ 5 ได้ฉลองพื้นที่บนโพเดี้ยมที่สนามช้างฯ ด้วยเช่นกัน

ศึกปั้นนักบิดไทยสู่เวทีโมโตจีพี รายการฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2020 สนามถัดไปมีคิวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กันยายนนี้ บนสังเวียนระดับโลกเช่นเดิม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” และการแข่งขันฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ ตลอดปี 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth

Yamaha Thailand Racing Team

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของทีมแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ในสังเวียนระดับเอเชีย สามารถคว้าโพเดี้ยมมาครองได้ทั้งสองเรซในการแข่งขัน เอเชีย โรดเรซซิ่ง แชมเปี้ยมชิพ สนามแรกที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอรืกิต ประเทศมาเลเซีย มีคะแนนสะสมอยู่หัวตารางลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้

รุ่นใหญ่สุดของรายการ Superbike 1000cc ทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิง ทีม ส่งสองนักแข่งระดับหัวกะทิ สแตมป์-อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์#24 และ ตรี-อนุภาพ ซามูล#500 เพื่อลุ้นแชมป์ของฤดูกาลนี้ โดยทั้งคู่จะใช้รถแข่งทีเป็นสุดยอดของเทคโนโลยีรหัสแข่ง YZF-R1M 2020 ที่มีการพัฒนาสมรรถนะเครื่องยนต์เพื่อรองรับการขับขี่ที่เร้าใจทั้งในสนามแข่งและการขับขี่ทั่วไป แต่สำหรับใช้ในการแข่งขันจึงมีการปรับเปลี่ยนใหม่เหมาะสมในสนาม

มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างดูได้ที่รูป และข้อมูลตัวรถ

Yamaha YZF-R1M #24 & #500
Yamaha Thailand Racing Team
ชุดแฟริ่ง สำหรับการแข่งขัน
กราฟฟิคสี Yamaha Thailand Racing Team
มือคลัตช์ Gale Speed
พักเท้า อะลูมิเนียมสำหรับการแข่งขัน
เครื่องยนต์ 4 สูบ ปริมาตรกระบอกสูบ
998 ccm. DOHC 4 วาล์วต่อสูบ
ระบบระบายความร้อน ระบายความร้อนด้วยน้ำ
หม้อน้ำ BM Radiator
ระบบจ่ายน้ำมัน ระบบหัวฉีดพร้อมเทคโนโลยี YCC-T และ YCC-I
กรองอากาศ Sprint Filter
เกียร์ 6 ระดับ
ระบบคลัตช์ แบบเปียกพร้อมเทคโนโลยี
สลิปเปอร์คลัตช์ STM
โซ่ DID
สเตอร์ อะลูมิเนียม Sunstar
ท่อ Akapovic
ECU GYTR
การ์ดแคร้งเครื่อง GB Racing
โช้คอัพหน้า Ohlins 43 mm. โมดิฟายชุดคิท FKR
โช้คอัพกันสะบัด Ohlins
โช้คอัพหลัง Ohlins TTX-GP
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบคู่ ปั๊มลอย brembo Racing ขนาด 19×18 มือเบรก RCB การ์ดมือเบรก RC เพิ่มชุดรีโมทสำหรับปรับระยะมือเบรก จานเบรก brembo T Drive 320 mm. คาร์ลิปเปอร์ YZF-R1M ขนาด 4 ลูกสูบ
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกแบบเดี่ยว
ปั๊มเบรก YZF-R1M
จานเบรกหลัง YZF-R1M 220 mm. สายเบรก Active
ล้อ YZF-R1M 17×3.50, 17×6.00
ยาง DUNLOP

2020 AMA Supercros R.6-7

หลังจากที่โลกเผชิญกับโลกร้าย โควิด-19 รายการเอเอ็มเอซูเปอร์ครอส ก็ยังคงเดินหน้าจัดการแข่งขันต่อไป กระทั่งเข้าสู่ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งดำเนินการจัดแข่งขันมาถึงสนามที่ 10 โดยช่วงนี้ ไวรัสโควิด-19 ได้ขยายวงกว้างไปหลายประเทศ และเริ่มแทรกซึมเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ทางผู้จัดแข่งขัน จึงได้ประกาศเลื่อนการแข่งขันไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นไปตามประกาศของทางการสหรัฐที่ว่า ห้ามชุมนุม ห้ามเดินทางข้ามรัฐ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น….และทางไรดิ้งจะทำการรายงานการแข่งขันที่ได้แข่งไปแล้ว ไปเรื่อยๆ ครับผม

สนาม 6 (8 ก.พ.63)
ซานดิเอโก, รัฐแคลิฟอร์เนีย
250cc ฝั่งตะวันตก
โฮลชอตเป็นของ ออสติน โฟร์คเนอร์ (คาวาซากิ) ก่อนโดน ไมเคิล โมซิแมน (ฮัสวาน่า) แซงขึ้นนำ โฟร์คเนอร์พยายามไล่ทวงคืน และแซงขึ้นไปนำได้ในรอบที่ 5 โมซิแมนได้ ดีแลน เฟอร์แรนดิส (ยามาฮ่า) ขึ้นมาไล่กดดัน ทั้งคู่ผลัดกันขึ้นนำอยู่หลายโค้ง จนโมซิแมนขี่เสียจังหวะ เฟอร์แรนดิสเลยได้ขึ้นที่ 2 โมซิแมนเริ่มขี่ข้าลง เลยโดน จัสติน คูเปอร์ (ยามาฮ่า) แซงขึ้นที่ 3มาที่ เฟอร์แรนดิส เขาเร่งสปีดขึ้นไปหาจ่าฝูงโฟร์คเนอร์ พอทันก็ไล่กดดัน และแซงขึ้นนำได้โดยการเสียบไลน์ในโค้ง ช่วง 4 รอบสุดท้าย โดยเกมจบที่ เฟอร์แรนดิสชนะ โฟร์คเนอร์ที่ 2 คูเปอร์ที่ 3 โมซิแมนที่ 4 และแบรนดอน ฮาร์ทแรน (เคทีเอ็ม) ที่ 5
คะแนนสะสมฝั่งตะวันตก (6 จาก 10 สนาม)

  1. ดีแลน เฟอร์แรนดิส 135 คะแนน
  2. จัสติน คูเปอร์ 128 คะแนน
  3. ออสติน โฟร์คเนอร์ 122 คะแนน
  4. แบรนดอน ฮาร์ทแรน 110 คะแนน
  5. อเล็กซ์ มาร์ติน 98 คะแนน

450cc
เบลค แบคเก็ต (เคทีเอ็ม) ได้โฮลชอต แต่มาโดน อดัม เชนเชียรูโล (คาวาซากิ) กับคูเปอร์ เวบบ์ (เคทีเอ็ม) ที่ขี่อยู่ไลน์ในแซงขึ้นไปนำ ผ่านไปอีกไม่กี่โค้งเว็บบ์ก็โดน อารอน เพลสซิงเกอร์ (ยามาฮ่า) มัลคอม สจ๊วต (ฮอนด้า) และจัสติน ฮิล (ฮอนด้า) แซงขึ้นที่ 3-4-5 ได้ก่อนจบรอบแรก เวบบ์ตั้งหลักได้ก็จะขอแซงคืน เริ่มจากแซงฮิลขึ้นที่ 5 ในรอบที่ 2 แซงมัลคอมขึ้นที่ 4 ในรอบที่ 4 และแซงเพลสซิงเกอร์ขึ้นที่ 3 ในรอบที่ 7 ด้านหลังเวบบ์กลายเป็น จัสติน บาร์เชีย (ยามาฮ่า) เคน ร็อคเซน (ฮอนด้า) และอีไล โทแมค (คาวาซากิ) ที่ค่อยๆ ไล่แซงตามเวบบ์ขึ้นมา จากนั้นโทแมคก็แซงร็อคเซนขึ้นที่ 5 ในรอบที่ 9 และแซงบาร์เชียขึ้นที่ 4 ในรอบที่ 11 ไปที่คู่ชิงจ่าฝูง เวบบ์พอขึ้นมาทันโฟร์คเนอร์ ก็ไล่กดดัน ผลัดกันเสียบในอยู่หลายครั้ง แต่ที่สุดเวบบ์ก็นำขาด โดยเกมจบที่ เวบบ์ชนะ เชนเชียรูโลที่ 2 แบคเก็ตที่ 3 โทแมคที่ 4 และบาร์เชียที่ 5

สนาม 7 (15 ก.พ.63) แทมพา, รัฐฟลอริดา
250cc ฝั่งตะวันออก
เป็นสนามแรกของฝั่งตะวันออก จอร์ดอน สมิธ (คาวาซากิ) ได้โฮลชอตก่อนโดน เชน แมคเอลราธ (ยามาฮ่า) แซงขึ้นนำได้ก่อนจบรอบแรก จากนั้นสมิธก็มาโดน เจเรมี่ มาร์ติน (ฮอนด้า) ชิงที่ 2 ไปในรอบที่ 2 ขี่ตามสมิธมาก็มี เชส เซกซ์ตัน (ฮอนด้า) โจ ชิโมดา (ฮอนด้า) และอาร์เจ แฮมชายร์ (ฮัสวาน่า) เชสตันไล่กดดันสมิธ มาแซงขึ้นที่ 4 ได้ในรอบที่ 4 จากนั้นก็ชิงที่ 2 มาจากเจเรมี่ได้ในรอบที่ 5 ขณะที่ด้านหลัง สมิธโดน แกเรตต์ มาร์ชแบงค์ (คาวาซากิ) แซงขึ้นที่ 4 ได้ในรอบที่ 8 โดยเกมจบที่แมคเอลราธชนะ เซกซ์ตันที่ 2 เจเรมี่ที่ 3 มาร์ชแบงค์ที่ 4 และสมิธที่ 5
คะแนนสะสม

  1. เชน แมคเอลราธ 26 คะแนน
  2. เชส เซกซ์ตัน 23 คะแนน
    3 .เจเรมี่ มาร์ติน 21 คะแนน
  3. การ์เรตต์ มาร์ชแบงค์ 19 คะแนน
  4. จอร์ดอน สมิธ 18 คะแนน

450cc
วินซ์ ฟรีซ (ฮอนด้า) ได้โฮลชอตก่อนโดน เชนเชียรูโลแซงขึ้นไปนำแทน และในรอบที่ 2 ก็โดนโทแมคกับมัลคอมแซงขึ้นที่ 2-3 แถมในรอบที่ 3 ฟรีซยังมาโดน เวบบ์กับร็อคเซน ชิงที่ 3-4 ไปได้อีก โทแมคไล่กดดันจ่าฝูงเชนเชียรูโลก่อนแซงขึ้นนำได้ในรอบที่ 11 ขึ้นรอบที่ 15 โทแมคแซงมัลคอมขึ้นที่ 3 และในรอบต่อมา เชนเชียรูโลพลาดล้ม หล่นไปหลายตำแหน่ง โทแมคเลื่อนขึ้นที่ 2 เกมผ่านไปอีก 2-3 รอบ ร็อคเซนเสียบในมัลคอม แซงขึ้นที่ 3 ได้ในรอบที่ 18 ช่วงท้ายเกม มัลคอมโดน จัสติน ฮิล ชิงที่ 4 ไปได้ แต่ใน 2 รอบสุดท้าย ฮิลก็โดนบาร์เชียที่แซงมัลคอมมาได้ แซงชิงที่ 4 ไปได้อีก โดยเกมจบที่โทแมคชนะ เวบบ์ที่ 2 ร็อคเซนที่ 3 บาร์เชียที่ 4 และฮิลที่ 5
คะแนนสะสม (7 จาก 17 สนาม)

  1. อีไล โทแมค 155 คะแนน
  2. เคน ร็อคเซน 151 คะแนน
    3 .คูเปอร์ เวบบ์ 144 คะแนน
  3. จัสติน บาร์เชีย 135 คะแนน
  4. อดัม เชนเชียรูโล 128 คะแนน

2019 MXGP R.8-16-17 จอร์จ พราโด ทีมเคทีเอ็ม คว้าแชมป์ MX2

เป็นอันว่าแชมป์ MXGP ปีนี้ ได้แชมป์ก่อนปิดฤดูกาลทั้งสองรุ่น ในรุ่น MXGP เราทราบกันไปแล้วว่าเป็น ทิม ไกเซอร์ ทีมฮอนด้า ที่ครองแชมป์ไปในสนามที่ 15 และในรุ่น MX2 แชมป์คือ จอร์จ พราโด การ์เซีย ทีมเคทีเอ็ม คว้าแชมป์ในสนามที่ 16 ที่ประเทศสวีเดน เพราะคะแนนนำขาด แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป เพราะมี 18 สนาม ครับท่าน…

ปล่อยสตาร์ทสนามที่ 17 ประเทศตุรกี


ดีแลน วอลช์

สนาม 16 (25 ส.ค.62) MXGP of Sweden
แข่งขันกันที่เมืองอุดเดวัลลา ประเทศสวีเดน สภาพสนามเป็นดินแข็ง ยาว 16.20 กม. เป็นสนามที่ใช้ความเร็วเต็มที่
MX2
โมโตหนึ่ง ทอม เวียลี (เคทีเอ็ม) ได้โฮลชอต ขี่นำไปได้ไม่กี่โค้งก็โดน จอร์จ พราโด (เคทีเอ็ม) แซงขึ้นไปนำแทน ขี่ตามเวียลีมาก็มี เฮนรี่ จาโคบิ (คาวาซากิ) ดีแลน วอลช์ (ฮัสวาน่า) คาลวิน วานเดอเรน (ฮอนด้า) และอดัม สเทอร์รี่ (คาวาซากิ) เกมผ่านไปสองรอบ วานเดอเรนได้โอกาสแซงวอลช์ขึ้นที่ 4 จากนั้น วอลช์โดนสเทอร์รี่ไล่กดดัน มาแซงขึ้นที่ 5 ได้ในรอบที่ 6 โดยเกมจบที่พราโดชนะ เวียลีที่ 2 จาโคบิที่ 3 วานเดอเรนที่ 4 และสเทอร์รี่ที่ 5
โมโตสอง เวียลีได้โฮลชอตอีกครั้ง เขาโดนดาเรน ซานาอี (คาวาซากิ) กับจาโคบิ ไล่กดดันแต่แซงไม่ได้ ไม่นาน สเทอร์รี่กับพราโดก็แซงขึ้นมาอยู่ที่ 2-3 ตามลำดับ ขึ้นรอบที่ 2 พราโดล้มในโค้ง ขณะที่วานเดอเรนแซงซานาอีขึ้นที่ 3 และในรอบต่อมา จาโคบิลื่นล้ม วอลช์เข้าแทนที่ในตำแหน่งที่ 5 เมื่อเกมผ่านไปได้ครึ่งทาง พราโดก็ไล่แซงขึ้นมาอยู่ที่ 5 และแซงซานาอีขึ้นที่ 4 ได้ในรอบที่ 8 จากนั้น ในรอบต่อมา วานเดอเรนก็แซงสเทอร์รี่ขึ้นที่ 2 ไม่นานก็ไล่ขึ้นไปทันจ่าฝูงเวียลี ไล่กดดันก่อนแซงขึ้นนำได้ในรอบที่ 13 โดยเกมจบที่วานเดอเรนชนะ เวียลีที่ 2 สเทอร์รี่ที่ 3 พราโดที่ 4 และแม็กซิม เรโน (ยามาฮ่า) ที่ 5
ผลโอเวอร์ออล

  1. ทอม เวียลี (2-2)
  2. คาลวิน วานเดอเรน (4-1)
  3. จอร์จ พราโด (1-4)
  4. อดัม สเทอร์รี่ (5-3)
  5. แม็กซิม เรโน (6-5)
คาลวิน วานเดอเรน
ทอม เวียลี
เจเรมี่ แวนโฮบีค
อดัม สเทอร์รี่
เจเรมี่ ซีเวอร์
ดาเรน ซานาอี

MXGP
โมโตหนึ่ง โฮลชอตเป็นของ เจฟฟรี่ย์ เฮอลิงส์ (เคทีเอ็ม) ตามด้วย ทิม ไกเซอร์ (ฮอนด้า) เกลน โคเดนฮอฟ (เคทีเอ็ม) โรเมน เฟเบรอ (ยามาฮ่า) พอลส์ โจนาส (ฮัสวาน่า) และกาเทียร์ ปูแลง (ยามาฮ่า)ไกเซอร์ก็พยายามไล่แซงเฮอลิงส์จนพลาดล้มในโค้ง หล่นไปอยู่ที่ 4 โคเดนฮอฟกับเฟเบรอเลื่อนขึ้นที่ 2-3 โคเดนฮอฟไล่กดดันเฮอลิงส์อยู่นาน มาแซงขึ้นนำได้หลังเกมผ่านไปแล้วครึ่งทาง ผ่านไปไม่นาน เฮอลิงส์ขี่อยู่ที่ 2 พลาดล้ม เขาขี่ไปได้ไม่กี่รอบก็ถอนตัวโดยเกมจบที่โคเดนฮอฟชนะ เฟเบรอที่ 2 ไกเซอร์ที่ 3 โจนาสที่ 4 และที่ 5 เป็นของเจเรมี่ แวนโฮบีค (ฮอนด้า) ที่ออกสตาร์ทไม่ติดท๊อปเทน แต่ไล่ขึ้นมาเกาะกลุ่มหัวแถวได้หลังเกมผ่านไปแล้วครึ่งทาง
โมโตสอง เฟเบรอได้โฮลชอต ตามด้วย ไกเซอร์, อาร์โนลด์ โธนัส (ยามาฮ่า) โจนาส เจเรมี่ ซีเวอร์ (ยามาฮ่า) โคเดนฮอฟ และเฮอลิงส์ ช่วงต้นเกมยังไม่มีอะไรมากมาย กระทั่งผ่านไปได้ 10 รอบ โคเดนฮอฟได้โอกาสแซงซีเวอร์ขึ้นที่ 5 ผ่านไปอีก 2-3 รอบ โทนัสขี่อยู่ที่ 3 พลาดล้ม หล่นไปหลายตำแหน่ง มาดูที่หัวขบวน ไกเซอร์ตามดูไลน์จ่าฝูงเฟเบรอมานานก็ได้จังหวะแซงขึ้นไปนำแทนในรอบที่ 14 และในรอบต่อมาเฟเบรอลื่นล้มอย่างแรง ทราบภายหลังว่ากระดูกขากรรไกรซ้ายหัก ไม่แข่งต่อ ขณะที่เฮอลิงส์แซงซีเวอร์ขึ้นที่ 4 ได้ในช่วง 3 รอบสุดท้าย ส่วนรอบสุดท้าย โคเดนฮอฟแย่งที่ 2 มาจากโจนาส โดยเกมจบที่ไกเซอร์ชนะ โคเดนฮอฟที่ 2โจนาสที่ 3 เฮอลิงส์ที่ 4 และซีเวอร์ที่ 5

ผลโอเวอร์ออล

  1. เกลน โคเดนฮอฟ (1-2)
  2. ทิม ไกเซอร์ (3-1)
  3. พอลส์ โจนาส (4-3)
    4 .เจเรมี่ ซีเวอร์ (7-5)
  4. เจเรมี่ แวนโฮบีค (5-7)
แม็กซิม เรโน
จอร์จ พราโด

สนาม 17 (15 ก.ย.62) MXGP of Turkey
สนามนี้มาลุยกันที่ประเทศตุรกี ที่เมืองอัฟยอน สภาพสนามเป็นดินแดง ขรุขระ ยาว 17.25 กม. เป็นสนามที่ใช้ความเร็วได้เต็มที่
MX2
โมโตหนึ่ง พราโดได้โฮลชอตตามด้วย แม็กซิม เรโน (ยามาฮ่า) จาโก กีร์ (ยามาฮ่า) เวียลี, เมธิส บัวส์เรม (ฮอนด้า) สเทอร์รี่ และวานเดอเรน ขึ้นรอบที่ 3 แม็กซิมลื่นล้ม หล่นไปอยู่ที่ 5 กีร์, เวียลี และเมธิส เลื่อนขึ้นที่ 2-4 แต่ในรอบต่อมา แม็กซิมก็แซงเมธิสขึ้นที่ 4 เกมผ่านมาถึงรอบที่ 8 แม็กซิมแซงเวียลีขึ้นที่ 3 เวียลีโดนแซงอีกครั้งในรอบที่ 12 โดยเมธิส แต่แล้วในรอบต่อมา วานเดอเรนที่ขี่ตามทั้งคู่มาก็แซงทั้งคู่ขึ้นที่ 4 พอขึ้นรอบที่ 14 วานเดอเรนก็ชิงที่ 3 มาจากแม็กซิม และในช่วงท้ายเกม เวียลีขี่อยู่ที่ 5 ลื่นล้ม เมธิสเลื่อนขึ้นที่ 5 ก่อนโดน รอน แวนเดอมูส์ดิก (คาวาซากิ) แซงขึ้นที่ 5 ในช่วง 3 รอบสุดท้าย โดยเกมจบที่พราโดชนะ กีร์ที่ 2 วานเดอ เรนที่ 3 แม็กซิมที่ 4 และแวนเดอมูส์ดิกที่ 5

โมโตสอง พราโดได้โฮลชอตอีกครั้ง ตามด้วย เวียลี, กีร์, แม็กซิม, แวนเดอมูส์ดิก และวานเดอเรน ขึ้นรอบที่ 2 แวนเดอมูส์ดิกชิงที่ 4 มาจากแม็กซิม และในรอบต่อมาก็แซงกีร์ขึ้นที่ 3 ขึ้นรอบที่ 5 แม็กซิมแซงกีร์ขึ้นที่ 4 จากนั้นในรอบต่อมา วานเดอเรนชิงที่ 5 มาจากกีร์ แต่แล้ววานเดอเรนก็โดนกีร์แซงคืนในรอบที่ 11 จากนั้นก็ต่างคนต่างขี่ โดยเกมจบที่พราโดชนะ เวียลีที่ 2 แวนเดอมูส์ดิกที่ 3 แม็กซิมที่ 4 และกีร์ที่ 5
ผลโอเวอร์ออล

  1. จอร์จ พราโด (1-1)
  2. จาโก กีร์ (2-5)
  3. รอน แวนเดอมูส์ดิก (5-3)
  4. แม็กซิม เรโน (4-4)
  5. ทอม เวียลี (8-2)

คะแนนสะสม

  1. จอร์จ พราโด 787 คะแนน
  2. โธมัส เกียร์ โอลเซน 592 คะแนน
  3. จาโก้ กีร์ 505 คะแนน
    4 ทอม เวียลี 495 คะแนน
  4. เฮนรี่ จาโคบิ 442 คะแนน
เมธิส บัวส์เรม
พอลส์ โจนาส
เจฟฟรี่ย์ เฮอลิงส์
ทิม ไกเซอร์
อีฟโว มอนติเชลลี
โรเมน เฟเบรอ
เกลน โคเดนฮอฟ
กาเทียร์ ปูแลง

MXGP
โมโตหนึ่ง โจนาสได้โฮลชอตโดยมีเฮอลิงส์ไล่กดดันก่อนแซงขึ้นได้ก่อนจบรอบแรก ขี่ตามทั้งคู่มาก็มี โคเดนฮอฟ, ซีเวอร์ ไบรอัน โบเกอร์ (ฮอนด้า) โธนัส และปูแลง ขณะที่ไกเซอร์ล้ม หล่นไปนอกท๊อปเทน เมื่อเกมผ่านไปได้ครึ่งทาง โธนัสได้โอกาสแซงโบเกอร์ขึ้นที่ 5 และในรอบต่อมา ปูแลงกับแวนโฮบีคก็แซงโบเกอร์ขึ้นที่ 6-7 และในช่วงท้ายเกม ปูแลงก็ชิงที่ 5 มาจากโธนัส โดยเกมจบที่เฮอลิงส์ชนะ โจนาสที่ 2 โคเดนฮอฟที่ 3 ซีเวอร์ที่ 4 และปูแลงที่ 5
โมโตสอง ซีเวอร์ได้โฮลชอตก่อนโดนแซงเป็นพรวนโดย โคเดนฮอฟขึ้นนำตามด้วย เฮอลิงส์, ไกเซอร์, อีฟโว มอนติเชลลิ (เคทีเอ็ม) โบเกอร์, ปูแลง และซีเวอร์
ผ่านไป 3 รอบ ไกเซอร์ขี่อยู่ที่ 3 ลื่นล้มในโค้ง หล่นไป 2 ตำแหน่ง โดยมอนติเชลลีกับโบเกอร์ เลื่อนขึ้นที่ 3-4 ไกเซอร์ใช้เวลา 2 รอบ ก็แซงโบเกอร์ขึ้นที่ 4 จากนั้นในรอบต่อมา โจนาสไล่ขึ้นมาแซงโบเกอร์ขึ้นที่ 5 ขณะที่ไกเซอร์แซงมอนติเชลลีขึ้นที่ 3 ได้ในรอบที่ 12 และในช่วงท้ายเกม เฮอลิงส์แซงโคเดนฮอฟเข้าเส้นชัยคันแรกได้ในรอบสุดท้าย โคเดนฮอฟขี่ตามเข้าที่ 2 ไกเซอร์ที่ 3 มอนติเชลลีที่ 4 และโจนาสที่ 5
ผลโอเวอร์ออล

  1. เจฟฟรี่ย์ เฮอลิงส์ (1-1)
  2. เกลน โคเดนฮอฟ (3-2)
  3. พอลส์ โจนาส (2-5)
  4. ทิม ไกเซอร์ (6-3)
  5. อีฟโว มอนติเชลลิ (8-4)
    คะแนนสะสม
  6. ทิม ไกเซอร์ 744 คะแนน
  7. เจเรมี่ ซีเวอร์ 542 คะแนน
  8. กาเทียร์ ปูแลง 499 คะแนน
  9. เกลน โคเดนฮอฟ 488 คะแนน
  10. อาร์โนลด์ โทนัส 462 คะแนน