CUB House by Honda พาเปิดประสบการณ์ Glamping ที่ญี่ปุ่น “Let’s Ride Over JAPAN 2026” ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลงสนาม Motegi ครั้งแรก

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รวมพลชาว CUB House ออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นเปิดประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสกับ “CUB House Let’s Ride Over JAPAN 2026: The Rise of a New Glamping Culture” ขับขี่รถจักรยานยนต์ CUB House กว่า 30 คัน บนเส้นทาง Tokyo – Kawagoe – Kusatsu – Nikko – Motegi ในทริปเอ็กซ์คลูซีฟ 6 วัน 5 คืน เมื่อวันที่ 16 – 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พร้อมกิจกรรมที่สนุกและได้ค้นหาไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ตลอดเส้นทาง


“CUB House Let’s Ride Over JAPAN 2026: The Rise of a New Glamping Culture” ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดประสบการณ์ขับขี่ในสนาม Twin Ring Motegi Circuit เป็นครั้งแรกของชาว CUB House ที่ได้ลองขี่ในสนามมาตรฐานระดับโลก พร้อมเยี่ยมชม Honda Collection Hall แหล่งรวมรถจักรยานยนต์ระดับตำนานของฮอนด้า และพิเศษยิ่งกว่ากับการเข้าชม CUB House Japan สาขา Saitama ที่ได้เปิดตัวเป็นทางการเป็นที่แรกของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา พร้อมชมความงดงามระหว่างขับขี่ผ่านเส้นทางชื่อดังอย่าง Japan Romantic Road และ Mount Haruna ท่ามกลางบรรยากาศซากุระ


เติมเต็มประสบการณ์ด้วยกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งแช่ออนเซ็นที่ Kusatsu สัมผัสธรรมชาติที่ Nikko National Park และน้ำตก Kegon สนุกกับ Mario Kart กลางกรุงโตเกียว และช้อปปิ้งในย่าน Shinjuku ก่อนปิดท้ายด้วย Glamping ระดับพรีเมียม ณ เมือง Tochigi ที่ผสานธรรมชาติเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีเอกลักษณ์


ทริปนี้ ไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่คือประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อเหล่าไบเกอร์ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ CUB House ที่รวมผู้ขับขี่จากหลากหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น Monkey, C125, CT125 และ DAX ที่มาร่วมแบ่งปันแพสชันเดียวกันบนเส้นทางพิเศษครั้งนี้ สามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ จากเพจ CUB House เพื่อไม่พลาดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งต่อไป

ติดตามกิจกรรมครั้งต่อไปจาก CUB House ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand

#Monkey125 #C125 #CT125 #Dax125 ​
#CUBHouseRoadTrip2026 #RideOverJAPAN #CUBHouse #CUBHousebyHonda
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

 

 

 

 

 

 

 

 

Royal Enfield เดินหน้าสร้างการเติบโตสู่ปีแห่งประวัติศาสตร์ ทำยอดขายสูงสุดทะลุ 1.2 ล้านคันทั่วโลก

Royal Enfield ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (Mid-size Motorcycle Segment) สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ด้วยยอดขายรวมทั่วโลก สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 1.2 ล้านคัน ในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 พร้อมทำสถิติ ยอดขายทะลุ 1 ล้านคันต่อปีเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ โดยสามารถทำอัตราการเติบโตได้ถึง 8% และนับเป็นหนึ่งในปีที่แข็งแกร่งที่สุดของภูมิภาค

ด้านตลาดต่างประเทศ Royal Enfield เติบโตอย่างโดดเด่น 23% ด้วยยอดรวม 131,316 คัน โดยมีแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในอินเดียและตลาดโลก ควบคู่กับไลน์อัพรถจักรยานยนต์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย รวมถึง ecosystem ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่อย่างรอบด้าน

เดินหน้าปีที่ 125 ด้วยการเติบโตที่มีความหมาย

คุณ มาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรยัล เอ็นฟิลด์ (Mr. Manoj Gajarlawar, Business Head for Asia Pacific markets – Royal Enfield) กล่าวว่า

“Royal Enfield ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานของตัวเองในทุก ๆ ปี และในปีนี้ เราสามารถสร้างยอดขายมากกว่า 1 ล้านคันได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน พร้อมทำสถิติใหม่ที่กว่า 1.2 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเรา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 8% และยิ่งมีความหมายมากขึ้นในปีที่เราฉลองครบรอบ 125 ปีของ ‘Pure Motorcycling’

เรายังคงให้ความสำคัญกับการขยายการเติบโตในกว่า 14 ประเทศในภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่ ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่าง ในปีถัดไป เราจะยังคงนำเสนอรถจักรยานยนต์ระดับโลก และพัฒนาคอมมูนิตี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

ไฮไลต์สำคัญปี 2568–2569

ฉลอง 125 ปีแห่งตำนาน “Pure Motorcycling”

ในโอกาสครบรอบ 125 ปี Royal Enfield ได้ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้ในงาน EICMA 2025 พร้อมนำเสนอไลน์อัพใหม่ที่ผสานเอกลักษณ์ความคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Classic 650 รุ่นพิเศษครบรอบ 125 ปี, Himalayan Mana Black Edition ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง และ Bullet 650 ที่ปลุกตำนานไอคอนให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ขยายตลาดใหม่ รับดีมานด์ที่เติบโต

เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Royal Enfield ยังได้ประกาศขยายตลาดเข้าสู่ฮ่องกงและไต้หวัน โดยเปิดโชว์รูมแฟลกชิปในย่าน Chai Wan ของฮ่องกง และเปิดโชว์รูมแห่งแรกในเมือง Hsinchu ของไต้หวัน ผ่านความร่วมมือกับ Taikoo Motors ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เสริมทีมผู้นำระดับภูมิภาค

ในด้านการบริหารองค์กร บริษัทได้แต่งตั้ง คุณ มาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรยัล เอ็นฟิลด์ (Mr. Manoj Gajarlawar, Business Head for Asia Pacific markets – Royal Enfield) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดโลก

กวาดรางวัลในหลายประเทศ

Royal Enfield ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านรางวัลสำคัญในหลายประเทศ โดยในประเทศไทย Super Meteor 650 คว้ารางวัล Best Cruiser in Middle Weight จากงาน Thailand Bike of the Year 2026 ขณะที่ในมาเลเซีย Guerrilla 450 ได้รับรางวัล Best Modern Classic Bike of the Year และในรัสเซีย รถ Custom “Cor Ferro” ซึ่งพัฒนาจาก Super Meteor 650 สามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 ในกลุ่ม Metric category และอันดับ 2 ในกลุ่ม Freestyle

Custom Builds สะท้อนตัวตนแบรนด์

ในด้านงานคัสตอม Royal Enfield ได้เปิดตัวผลงานที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “VITA” และ “Carolina Reaper” ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึง “Urban Striker” ในประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นบน Guerrilla 450 Apex โดย Apollo Garage

ขยายธุรกิจ Rental & Touring อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Royal Enfield ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการเช่ารถ โดยมีรถมากกว่า 400 คันให้บริการผ่านผู้ประกอบการในหลายประเทศ เช่น ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย กัมพูชา และมองโกเลีย ซึ่งมีการเลือกใช้รถในกลุ่ม 350cc, 450cc และ 650cc ให้เหมาะสมกับภูมิประเทศที่หลากหลาย

ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าระยะยาว

ในด้านประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Royal Enfield ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนา aftersales อย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระดับภูมิภาคในประเทศไทย เพื่อยกระดับทักษะของช่างเทคนิค และเสริมความสามารถด้านการวิเคราะห์และการวินิจฉัยในระดับสากล

สร้างวัฒนธรรมการขับขี่ผ่าน Community

ขณะเดียวกัน Royal Enfield ยังคงเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีคอมมูนิตี้มากกว่า 100 กลุ่ม และมีผู้ขับขี่กว่า 15,000 คนเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น Tour of Thailand, Tour of Tasmania และ Coastal Trails รวมถึงการจัดกิจกรรม “Ride & Camp” เป็นครั้งแรกในมาเลเซีย และการสร้างสถิติการรวมตัวของผู้ขับขี่กว่า 800 คนที่ Sepang Circuit

ไม้คิว-เกียรติศักดิ์ ประเดิมโพเดี้ยม ศึก Rookies Cup สนามแรก Jerez

การแข่งขัน MotoGP Rookies Cup2026 สนามแรก ณ Circuito De Jerez ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ไม้คิว เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ #85 Honda Racing Thailand เริ่มการแข่งขันจากแถว 2 กริดสตาร์ที่ 4

หลังจากผ่านโค้งแรก ไม้คิวขยับขึ้นมาอยู่ในอับดับที่ 2 ทันที และ เปิดฉากดวลเร็วท่ามกลางความสภาพแทรคที่เปียกชื้นก่อนที่จะเข้าเส้นชัยอันดับที่ 3 ประเดิม โพเดี้ยมแรกให้ตัวเองได้สำเร็จ

#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85

#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85

“ไบร์ท-เตชินท์” ฟอร์มเดือด! ออกสตาร์ต แถวหน้า ศึก เอ็มเอฟเจ ออลล์ เจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ ซูโกะ ราวด์ 

นักแข่งดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ (Honda Racing Thailand) ลุยแพ็คคู่ทำผลงานในรอบคัดเลือกของการแข่งขันศึก เอ็มเอฟเจ ออลล์ เจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามแรก ซูโกะ ราวด์ ณ สนามสปอร์ตแลนด์ ซูโกะ เมือง มิยากิ ประเทศญี่ปุ่น

รอบควอลิฟายเพื่อจัดลำดับการออกสตาร์ต “ไบร์ท” เตชินท์ อินทร์อภัย เจ้าของรถ Honda NSF250R หมายเลข 14 ฟอร์มสุดเดือดบิดทำเวลา 01:34.150 นาที คว้ากริดสตาร์ตลำดับที่ 2 เป็นรองนักแข่งเจ้าถิ่นที่ได้ตำแหน่งโพลโพสซิชั่นเพียง 0.787 วินาทีเท่านั้น ขณะที่ “มะมาย” ปองคุณ เอี่ยมน้อย หมายเลข 27 แรงไม่แพ้กันทำเวลา 01:35.152 นาที คว้ากริดสตาร์ตลำดับที่ 8 จากนักแข่งทั้งหมด 20 คน

“ไบร์ท-เตชินท์” และ “มะมาย-ปองคุณ” จะมีโปรแกรมลงแข่งขัน ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2026 เวลา 11.00 น.

แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #AllJapan #PA27 #TA14

Royal Enfield เปิดตัว ‘Urban Striker’ – โปรเจกต์คัสตอม Guerrilla 450 สุดดุดันสไตล์นักสู้

Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) ประกาศเปิดตัวผลงานคัสตอมรุ่นล่าสุด “Urban Striker” ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของ Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 โดยเป็นผลงานจากฝีมือของ Apollo Garage ประเทศไทย พร้อมกันนี้ Royal Enfield ยังได้ร่วมกับ Fairtex เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งนี้ด้วยไลน์สินค้าพรีเมียมและเครื่องแต่งกายสุดพิเศษกับนิยามแห่งจิตวิญญาณนักสู้บนท้องถนน

Urban Striker พัฒนามาจาก Guerrilla 450 ปี 2026 ซึ่งเป็นรถที่ถ่ายทอดนิยามของสตรีทโรดสเตอร์ได้เฉียบคมและทรงพลัง ชื่อ “Urban Striker” สะท้อนถึงจิตวิญญาณแบบ Guerrilla ของ Royal Enfield และ DNA นักสู้มวยไทยของ Fairtex โดยตัวรถเป็นสัญลักษณ์ของทัศนคติที่ขบถ ไม่เกรงกลัวใคร และเปี่ยมด้วยพลังของโลกสตรีท
  • ‘Urban’: เชื่อมโยงตัวรถเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ที่การเคลื่อนไหว สไตล์ และทัศนคติคือตัวตนของผู้ขับขี่

  • ‘Striker’: จับเอาแก่นแท้ของความแม่นยำ ความดุดัน และพลังที่ควบคุมได้ในแบบฉบับมวยไทยมาไว้บนตัวรถ

ดีไซน์และการออกแบบ

Urban Striker สะท้อนรูปลักษณ์ที่ดิบและเน้นการใช้งานบนท้องถนน ตกแต่งด้วยสีพิเศษจากการคอลแลบบอเรชัน และติดตั้งแฮนด์แบบจับโช้ค (Clip-on) เพื่อสร้างท่านั่งที่ดุดัน เปรียบเสมือนความคล่องแคล่วและจดจ่อของนักมวยไทย งานสร้างนี้คือประจักษ์พยานถึง DNA ของทั้งสองแบรนด์ในด้านความแม่นยำ ความดุดัน และความแท้จริง

คุณมาโนจ กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Royal Enfield กล่าวถึงการร่วมมือครั้งนี้ว่า “Royal Enfield เป็นแบรนด์ที่ไม่เพียงแต่นำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลก แต่ยังรวมถึงระบบการขับขี่ทั้งหมดสำหรับลูกค้า การเดินทางของเราถูกกำหนดด้วยการส่งมอบประสบการณ์ ‘Pure Motorcycling’ ผ่านมอเตอร์ไซค์ที่ทนทานและประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุด เราจึงมองหาประสบการณ์และแบรนด์ที่สอดคล้องกับเรา และด้วยแนวคิดนี้ทำให้เราจับมือกับ Fairtex พร้อมอวดโฉมรถคัสตอมบนพื้นฐานของ Guerrilla 450 ซึ่งช่วยให้เราใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยให้มากขึ้นด้วย”

พรีเมียมคอลเลกชัน Royal Enfield x Fairtex

การคอลแลบบอเรชันครั้งนี้หยั่งรากมาจากระเบียบวินัย ความแม่นยำ ความคล่องตัว และพลังที่ควบคุมได้ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของ “Urban Fighter” สินค้า Limited Edition นี้ประกอบด้วย

  • กราฟิกบนถังน้ำมัน องค์ประกอบหลักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการพริ้วไหวของผ้าซาตินบนกางเกงมวยไทยขณะที่นักสู้เตรียมก้าวขึ้นสังเวียน สื่อถึงความสง่างามและความเข้มข้นของกีฬานี้

  • สัญลักษณ์แห่งความภูมิใจ ตรงกลางถังน้ำมันประดับอักษรคำว่า “มวยไทย” เพื่อเชิดชูศิลปะการต่อสู้ประจำชาติและสะท้อนมรดกของแบรนด์ Fairtex ในระดับสากล

รายละเอียดสินค้าในคอลเลกชัน

  • นวมชกมวย (Boxing Gloves) ผลิตจากหนัง Microfiber คุณภาพสูง น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย มาตรฐานระดับโลก ราคา 5,500 บาท

  • กางเกงมวยไทย (Muay Thai Shorts) ผลิตจาก Micro Satin เกรดพรีเมียมตามมาตรฐานอาชีพ ซับในด้วยผ้าคอตตอนเนื้อนุ่มและงานปักสั่งทำพิเศษ ราคา 1,500 บาท

  • เสื้อยืด (T-shirts) ผลิตจาก Premium Cotton C20 100% สวมใส่สบายและมีความทนทานสูง ราคา 1,200 บาท

ช่องทางการจัดจำหน่าย เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านทาง www.fairtex.com, Fairtex Official Store บน Shopee และ Lazada รวมถึงร้าน Flagship Store ในกรุงเทพฯ, ภูเก็ต, สมุย, หัวหิน, เชียงใหม่ และ Fairtex Training Center พัทยา

Dickies® x Harley-Davidson® กลับมาอีกครั้งกับคอลเลกชัน “Built to Outlast”

 Dickies และ Harley-Davidson กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับการสร้างสรรค์คอลเลกชันเครื่องแต่งกายลิมิเต็ดเอดิชัน “Built to Outlast” คอลเลกชันนี้นำเอาความแกร่งแบบต้นตำรับของเวิร์กแวร์อเมริกัน ผสานเข้ากับความดิบเท่ของวิถีไบเกอร์ได้อย่างชัดเจน ออกมาเป็นคอลเลกชันที่พร้อมสำหรับการใช้ลุยงานหนัก สวมใส่ได้จริง

โดยได้แรงบันดาลใจจากช่วงปฏิวัติอุสาหกรรมของอเมริกา (Industrial Heritage) คอลเลกชันนี้จึงนำความทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Dickies มาผสานเข้ากับจิตวิญญาณแห่งความท้าทายและอิสระของ Harley-Davidson ได้อย่างลงตัวเกิดเป็นแฟชันไอเท็มที่สร้างขึ้นเพื่อผู้คนที่ทุ่มเทเต็มที่กับทุกงาน พร้อมลุยในทุกเส้นทางด้วยสไตล์อันโดดเด่น สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน พร้อมลุยในทุกเส้นทางด้วยสไตล์อันโดดเด่น สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังได้ต่อยอดความสำเร็จจากคอลเลกชันแรกที่ขายหมดอย่างรวดเร็ว ในคอลเลกชันใหม่นี้ ได้นำเอาไอเท็มมยอดนิยมอย่าง Eisenhower Jacket แจ็กเก็ตทรงซิกเนเจอร์ และ Original 874® กางเกง Workwear ยอดนิยมมาปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมเติมความสดใหม่ไอเท็มเดนิมที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่าง Boxy Denim Jacket  Denim Vest และอื่น ๆอีกมากมาย โดยมีให้เลือกทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง และทุกชิ้นสะท้อนตัวตนที่ชัดเจน ซึ่งหลอมรวม จิตวิญญาณทั้งคนทำงานและนักบิดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ไฮไลต์ในคอลเลกชันนี้ ประกอบด้วย

Dickies x H-D® Quilted Lined Eisenhower Jacket  ซิลลูเอทไอคอนของ Dickies ที่กลับมาในเวอร์ชันใหม่สไตล์ Harley-Davidson ผลิตจากผ้าทวิลรีไซเคิลเนื้อหนา พร้อมซับในบุผ้านวมเพื่อเพิ่มความอบอุ่น โดดเด่นด้วยรายละเอียดที่รองรับทั้งการใช้งานและการสวมใส่ในการขี่รถอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น Action Back, แขนเสื้อทรงโค้งรับสรีระ, ซิปหน้าสองทาง, ห่วง D-ring ที่กระเป๋าหน้าอกด้านใน และปกเสื้อแบบซ่อนกระดุมที่ไม่ปลิวขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์ ไอเท็มที่สวมใส่ได้ทั้งชายและหญิงชิ้นนี้ยังตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกที่ถ่ายทอดจุดเริ่มต้นและเรื่องราวอันยาวนานของสองแบรนด์ระดับตำนานได้อย่างลงตัว

Dickies x H-D® Denim Carpenter Pant สไตล์และความสบายที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกของการทำงาน กางเกงรุ่นนี้ใช้ผ้าเดนิมคอตตอน 100% น้ำหนัก 400 กรัม ซึ่งเป็นผ้าเนื้อแน่นคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการล้างและฟอกเพื่อเพิ่มความนุ่มสบายในการสวมใส่ มาในทรงเอวสูงหลวมสบายให้ความเป็น unisex ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ตัวกางเกงถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความทนทานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น หูเข็มขัดแบบกว้าง ที่ช่วยเพิ่มการรองรับ, การเสริมชิ้นผ้าบริเวณด้านหน้าของขากางเกง และกระเป๋าหลายจุดที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเต็มที่พร้อมเติมรายละเอียดโลโก้ร่วมของทั้งสองแบรนด์อย่างเรียบเท่ เพื่อให้เป็นไอเท็มที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส

Dickies x H-D Boxy Denim Jacket ถ่ายทอดสไตล์เวิร์กแวร์ที่ผสานกลิ่นอายสายไบเกอร์ไว้อย่างลงตัว ผลิตจากผ้าเดนิมคอตตอน 100% น้ำหนัก 400 กรัม พร้อมซับในผ้าโพลีเอสเตอร์ถักเนื้อละเอียด เพื่อความสบายในการสวมใส่ มาในทรงบ๊อกซี่ สวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง โดดเด่นด้วยแถบปิดซิปหน้าแบบซ่อนกระเป๋าปะด้านหน้าสอดมือได้สองทางพร้อมหมุดโลหะ และปกเสื้อแบบซ่อนกระดุมสแนป เสริมด้วยลวดลายกราฟิกพิเศษที่สะท้อนตัวตนของทั้งสองแบรนด์ รวมถึงลวดลายโค้งด้านหลังที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดแข่ง Harley-Davidson ในยุค 1930

Dickies x H-D Denim Vest สไตล์เวิร์กแวร์ที่ไม่มีวันตกยุคถูกถ่ายทอดผ่าน Dickies x H-D Denim Vest เสื้อกั๊กเดนิมรุ่นนี้ผลิตจากผ้าเดนิมคอตตอน 400 กรัม เนื้อหนา ผ่านกระบวนการล้างและฟอกเพื่อให้เนื้อผ้านุ่มสวมใส่สบาย มาในทรงพอดีตัว คอวี ชายเสื้อตรง และสวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง พร้อมรายละเอียดกระเป๋าปะด้านหน้าที่สอดมือได้สองทาง ตกแต่งด้วยหมุดโลหะ เพิ่มทั้งความแข็งแรงและมิติให้กับตัวเสื้อ ขณะที่ด้านหน้าตกแต่งด้วยแผ่นปักลายพิเศษของทั้งสองแบรนด์อย่างเรียบเท่ ช่วยเติมภาพลักษณ์คลาสสิกและเอกลักษณ์ของการร่วมงานครั้งนี้ได้อย่างลงตัว

Dickies x H-D Winged Bar & Shield Ribbed Tank ช่วยคลายร้อนให้สบาย พร้อมคงลุคเท่ในแบบของตัวเองได้อย่างลงตัวกับ Dickies x H-D Winged Bar & Shield Ribbed Tank เสื้อกล้ามรุ่นนี้ผลิตจากผ้าคอตตอน 100% ที่ระบายอากาศได้ดี โดยเนื้อผ้าเป็นพื้นผิวแบบริ้วที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวเสื้อ มาในทรงสั้นเล็กน้อย โดดเด่นด้วยรายละเอียดโลโก้เอกลักษณ์ของ Dickies และโลโก้ Harley-Davidson Silver Wing จากยุคทศวรรษ 1930

คอลเลกชัน Dickies x Harley-Davidson “Built to Outlast” จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2569 ผ่านทาง harley-davidson.com และ dickies.com รวมถึงผู้จำหน่าย Harley-Davidson ที่ร่วมรายการ

ติดตามข่าวสารล่าสุดของ Harley-Davidson ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียได้ที่

www.harley-davidson.com

FB: @HarleyDavidsonAsia

IG: @HarleyDavidson_Asia

YT: Harley-Davidson Asia

TikTok: @HarleyDavidson_Asia 

LINE Official: @HarleyDavidsonTH

#HarleyDavidsonAsia #UnitedWeRide

ไทยเตรียมกระหึ่ม! แถลงใหญ่ “Asia Road Racing 2026” ปรับกติกาใหม่การันตีมันส์ทุกโค้ง ยกระดับสู่แพลตฟอร์มการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในทวีป

การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ทู วีลส์ มอเตอร์ เรซซิ่ง ประเทศมาเลเซีย แถลงข่าวการจัดการแข่งขันศึกสองล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย ฤดูกาล 2026 ภายใต้แนวคิด ‘One Asia One Champion’ เฟ้นหาที่สุดนักบิดเอเชีย ปรับกติกาใหม่เน้นการต่อสู้ที่เท่าเทียม การแข่งขันที่สูสีและคาดเดายากมากขึ้น มีการชิงจังหวะ สู้กันแบบล้อต่อล้อ สู่แพลตฟอร์มการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในภูมิภาค

งานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการสุดยิ่งใหญ่แห่งทวีป รายการ “Asia Road Racing Championship (ARRC) ฤดูกาล 2026” จัดต่อเนื่องในประเทศไทยเป็นปีที่ 12 โดยไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ 2 สนามสำคัญ ได้แก่ สนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม และสนามสุดท้ายของฤดูกาล (Season Finale) พร้อมพิธีฉลองแชมป์ประจำปีในวันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2569 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากภาครัฐ-เอกชน เบื้องหลังความสำเร็จมอเตอร์สปอร์ตไทย นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมประกาศความพร้อมและการผลักดันไทยสู่การเป็น Motorsport Hub ของเอเชีย

พร้อมเปิดตัวทัพนักบิดไทยที่เตรียมลงล่าแชมป์ในฤดูกาลนี้ นำโดย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ในรุ่นใหญ่ ASB1000, “ตี” อนุภาพ ซามูล รวมถึงสองดาวรุ่ง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ในรุ่น SS600 ขณะที่ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ และ “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ลงแข่งขันเต็มฤดูกาลในรุ่น AP250 และยังมี “กัส” ธีรไนย ทับทิม ที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ดลงแข่งในรุ่น AP250 ในสนามประเทศไทย

นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย(กกท.) กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับโลกและระดับทวีป โดยความสำเร็จของ ThaiGP ที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันศักยภาพของประเทศในทุกด้าน กกท. มองว่า Asia Road Racing เป็น “แพลตฟอร์มสำคัญ” ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Motorsport Hub ของเอเชียอย่างแท้จริง ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ การพัฒนานักแข่ง พัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาทั้งระบบ และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอีเวนท์กีฬาระดับสากลและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ด้านรอน ฮอค (Ron Hogg) ประธาน ทู วีลส์ มอเตอร์ เรซซิ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน กล่าวว่า สำหรับฤดูกาล 2026 ได้มีการเปลี่ยนกติกาใหม่ ภายใต้แนวคิด “Level Playing Field” (ความเท่าเทียมในการแข่งขัน) หลังจาก ARRC เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนทีมแข่งจากนานาชาติและความเข้มข้นของนักบิด จึงปรับสมดุลกติกา เพื่อควบคุมให้สมรรถนะของรถมีความใกล้เคียงกัน และลดช่องว่างระหว่างทีมในแง่ของงบประมาณ เพื่อให้ผลการแข่งขันถูกตัดสินด้วยฝีมือของนักแข่ง แท็กติกในสนาม และการทำงานของทีม มากกว่าความได้เปรียบด้านเทคนิค แฟนมอเตอร์สปอร์ตจะได้เห็นการแข่งขันที่สูสีและคาดเดายากมากขึ้น มีการชิงจังหวะ สู้กันแบบล้อต่อล้อ ชนิดหายใจรดต้นคอและแลกกันในทุกโค้ง พร้อมเปิดโอกาสให้ทีมโรงงานและทีมอิสระสามารถแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียมในระดับสูงสุด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ศักยภาพของนักบิดในฐานะดาวรุ่งระดับโลก และผลักดันให้ ARRC เติบโตเป็นแพลตฟอร์มการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในภูมิภาคเอเชีย”

นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวถึงความพิเศษในปีนี้ว่า สำหรับกิจกรรมในปีนี้ ได้ยกระดับกิจกรรมเพิ่มความพิเศษมากขึ้น เพื่อแฟนมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะ ในแคมเปญ “Chang International Circuit Friend Plus” ด้วยการสะสมคะแนนจากการเข้าชมการแข่งขันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ครอบคลุมหลายรายการตลอดปี เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษและลุ้นรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟในศึก MotoGP 2027 โดยรางวัลสูงสุดประกอบด้วยบัตร VIP Lounge โค้ง 12 โค้งตัดสินแชมป์, บัตร Paddock Pass และ PIT Lane Walk รวมถึงประสบการณ์ Meet & Greet กับนักแข่งระดับโลกแบบใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่เงินหาซื้อไม่ได้ ทั้งนี้ แฟนความเร็วสามารถเริ่มสะสมคะแนนได้ตั้งแต่การแข่งขันสนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคมนี้ พร้อมสนุกกับกิจกรรมพิเศษภายในสนามตลอดทั้งสุดสัปดาห์แข่งขัน

ด้านนายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวถึง ความสำเร็จของ ThaiGP ที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงตัวเลขผู้ชมที่ทำลายสถิติ ยังสร้างไวรัลรถตุ๊กตุ๊กไปทั่วโลก สะท้อนชัดว่ามอเตอร์สปอร์ตไทยกำลังเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งระบบ โดยมีจุดแข็งเรื่อง “กิจกรรมเสริม” ที่ได้รับคำชื่นชมจากสื่อต่างชาติ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้มอเตอร์สปอร์ตเป็นมากกว่าการแข่งขัน พร้อมชี้ว่าการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ARRC ถึง 2 สนาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “One Asia One Champion” จะยกระดับการแข่งขันให้เป็นเวทีที่รวม “ที่สุดของนักแข่งเอเชีย” ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว แข่งขันกันภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อค้นหา “แชมป์ที่ดีที่สุดของทั้งทวีป” การที่มีนักแข่งไทยลงแข่งขันจำนวนมาก ไม่ได้เป็นเพียงการลงแข่งขันเพื่อเก็บประสบการณ์อีกต่อไป แต่นักแข่งไทย “เข้ามากำหนดทิศทางของการแข่งขัน” และเป็นตัวแปรสำคัญในการลุ้นแชมป์ สะท้อนศักยภาพของไทยที่เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญบนเวทีระดับนานาชาติ

การแข่งขันเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ ดวลความเร็ว 4 รุ่นได้แก่ เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี, ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี, เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี และ อันเดอร์โบน 150 ซีซี โดยแข่งขันทั้งสิ้น 6 สนาม ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สนามที่ 1 วันที่ 10 – 12 เมษายน ที่สนามเซปัง ฯ ประเทศมาเลเซีย, สนามที่ 2 ที่สนามช้างฯ ประเทศไทย วันที่ 8 – 10 พฤษภาคม, สนามที่ 3 โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 12-14 มิถุนายน, สนามที่ 4 รอการประกาศ, สนามที่ 5 เซปังฯ ประเทศมาเลเซีย วันที่ 11 – 13 กันยายน จบด้วยสนามปิดฤดูกาล ฉลองแชมป์ที่ ประเทศไทย วันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2569

แฟนความเร็ว ซื้อบัตรเข้าชมได้แล้ววันนี้ ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา ติดตามรายละเอียดส่วนลดจากผู้สนับสนุนอื่นๆได้ในเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับชมผ่านระบบออนไลน์ ไลฟ์สตรีมมิ่งของเพจ Chang Circuit Buriram, เพจ Asia Road Racing Championship รวมถึงเพจและยูทูบ PPTV SPORTS ชมการถ่ายทอดสดทั้งในประเทศและเอเชีย โดยประเทศไทยรับชมผ่านช่อง PPTV HD 36, ต่างประเทศรับชมผ่านช่อง SPOTV, ช่อง Astro Arena และช่อง Star Sports

New Honda ADV160 H2C Smart Tourer Edition อัปลุคสมาร์ทยกระดับสายแอดเวนเจอร์ด้วยฟังก์ชันล้ำ และ Keyless Smart Top Box ครั้งแรก พร้อมลุยทุกไลฟ์สไตล์ ในราคา 115,900 บาท

รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น “New Honda ADV160 Smart Tourer Edition” รุ่นพิเศษ จากสำนักแต่ง H2C by Honda ที่เปิดตัวภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางสไตล์แอดเวนเจอร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์เข้มดุดัน ผสานความล้ำของเทคโนโลยีเข้ากับความเท่ในแบบสายทัวร์ริ่งได้อย่างลงตัว พร้อมไฮไลต์สำคัญ Keyless Smart Top Box ระบบล็อกกล่องอัจฉริยะ ที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ขับขี่ในยุคใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาแนะนำ 115,900 บาท ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ด้านดีไซน์ New Honda ADV160 Smart Tourer Edition มาในลุคสีดำเข้ม พร้อมดีเทลสีแดงอย่างคาลิเปอร์เบรกหน้า และเบาะหนังเดินด้ายแดง เสริมความพรีเมียมด้วยชุดแต่ง H2C รอบคัน ที่ออกแบบมาเพื่อทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง พร้อมติดตั้ง Keyless Smart Top Box Set ชุดอุปกรณ์ 5 ชิ้น ประกอบด้วย Top Box C, RR Carrier, Base Top Box (Smart) ATT, Lid Opener และ Base Top Box ที่ทำงานร่วมกับระบบสมาร์ทคีย์ของตัวรถ โดยถือเป็นครั้งแรกของฮอนด้ากับ Keyless Smart Top Box ระบบล็อกกล่องอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปิด–ปิดกล่องท้ายได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้กุญแจ เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน และเสริมความปลอดภัยในการจัดเก็บสัมภาระ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกอุปกรณ์เสริมจาก H2C อีก 3 รายการ ได้แก่ ชุดการ์ดไฟหน้า (รุ่นปี 2026), ชุดการ์ดที่วางเท้า และชุดครอบพื้น ช่วยเพิ่มความดุดัน พร้อมอัปลุคความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ด้านสมรรถนะยังคงความแรงและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 156.9 ซีซี แบบ 4 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 16 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 14.7 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที รองรับทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ พร้อมเทคโนโลยีและฟีเจอร์จัดเต็ม อาทิ ระบบเบรก ABS, ระบบ HSTC (Traction Control), หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync, ระบบไฟ ESS, ช่องชาร์จ USB-C และชิลด์หน้าปรับได้ 2 ระดับ ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครัน
ติดตามข่าวสารของไทยฮอนด้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: fb.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
#NewADV160 #H2C #SmartTourerEdition #TheNextDailyAdventure #เส้นทางใหม่แห่งการผจญเมือง
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

มันส์หยดทุกโค้ง! “มิกซ์-ธนัช” รีดสมรรถนะ Honda CBR600RR ทะลุขึ้นโพเดียมอันดับ 3 คลาส SS600 เรซ 2 ที่เซปัง ARRC

ดาวรุ่งนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์”  “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว บิด Honda CBR600RR ประเดิมโพเดียมให้กับแฟนความเร็วชาวไทยได้ทันทีตั้งแต่การแข่งขันสนามแรกระเบิดผลงานในต่างแดน ศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 1 คลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) เรซที่ 2 สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

นักบิดไทย “มิกซ์-ธนัช” สตาร์ตออกมาขึ้นนำได้ทันที ซึ่งเรซนี้สภาพสนามที่มีความชื้นสลับบางจุด นักแข่งประสบอุบัติเหตุหลายคัน โดยดาวรุ่งไทยรีดศักยภาพ Honda CBR600RR หมายเลข 31 ปักหลักต่อสู้ในกลุ่มนำตลอดเกมก่อนทะยานคว้าโพเดียมอันดับที่ 3 มาครอง เป็นการทำผลงานในท็อป 3 ได้ทันทีในสนามต่างประเทศ

ขณะที่ทีมเมท “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 หลังจากโชคร้ายประสบอุบัติเหตุต้องออกจากการแข่งขันในเรซแรก ใช้ประสบการณ์ในการพัฒนาการแข่งขัน ยกระดับผลงานด้วยการบิดเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 10 ประเดิมคะแนนสะสมได้ในเรซนี้

ทั้งนี้ การแข่งขันรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 2 จะโยกไปแข่งขันกันที่ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

 

แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ :

#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Chip41 #Mix31 #HiPeck18 #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals

“ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม” เปิดฤดูกาล “เอเชีย โร้ดฯ” สุดร้อนแรง “ไอเดีย-กฤตภัทร” คว้าชัย AP250 – “ตี-อนุภาพ” ซิวโพเดียม SS600 เรซแรก เซปังฯ

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2026 สนามแรก ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระยะทางต่อรอบ 5.543 กิโลเมตร
ไฮไลต์สำคัญของเรซนี้อยู่ที่การลุ้นชัยชนะของนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ซึ่งยังคงโชว์ศักยภาพได้อย่างโดดเด่นต่อเนื่องจากการซ้อม โดยมีลุ้นทั้งในรุ่น SuperSport 600cc และ Asia Production 250cc
ในรุ่น SuperSport 600cc ดวลความเร็วทั้งสิ้น 10 รอบสนาม “ตี” อนุภาพ ซามูล นักบิดหมายเลข 500 เจ้าของรถแข่ง YAMAHA YZF-R6 ออกสตาร์ตจากกริดที่ 6 ก่อนระเบิดฟอร์มไต่ขึ้นสู่กลุ่มนำอย่างรวดเร็ว ขยับขึ้นรั้งอันดับ 2 ตั้งแต่ช่วงต้นเกม และทะยานขึ้นเป็นผู้นำในช่วงกลางเรซ ก่อนจะขับเคี่ยวกับคู่แข่งอย่างเข้มข้นในช่วงท้ายเกม สุดท้ายบิดเข้าป้ายในอันดับ 2 คว้าโพเดียมแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ ตามหลังผู้ชนะเพียง 0.293 วินาที
ขณะที่รุ่น Asia Production 250cc ดวลความเร็ว 8 รอบสนาม “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ นักบิดดาวรุ่งหมายเลข 39 เจ้าของรถแข่ง YAMAHA YZF-R3 แม้จะออกสตาร์ตจากกริดที่ 10 หลังเจอธงแดงในรอบควอลิฟาย แต่สามารถเปิดเกมได้อย่างดุดัน ทะยานขึ้นสู่กลุ่มนำตั้งแต่ช่วงต้นเรซ และขึ้นเป็นผู้นำได้ตั้งแต่ 3 รอบแรก ก่อนจะบริหารจังหวะการแข่งขันอย่างชาญฉลาด แม้จะถอยลงไปถึงอันดับ 5 ในช่วงกลางเกม แต่ยังคงเกาะกลุ่มผู้นำอย่างเหนียวแน่น
เข้าสู่ 2 รอบสุดท้าย “ไอเดีย-กฤตภัทร” เร่งจังหวะไล่บี้คู่แข่งอย่างดุเดือด ก่อนปิดจ็อบบิดเข้าป้ายเป็นคันแรก คว้าชัยชนะเรซแรกของฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ “กัส” ธีรนัย ทับทิม นักบิดหมายเลข 36 ซึ่งลงแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด ออกสตาร์ตจากกริดที่ 18 ก่อนขยับขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 10 ตามหลังผู้ชนะ 3.172 วินาที เก็บแต้มสำคัญให้กับทีมได้สำเร็จ
ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2026 สนามแรก จะดวลความเร็วเรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนนี้ โดยรุ่น Asia Production 250cc จะเริ่มแข่งขันเวลา 13.10 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ต่อด้วยรุ่น SuperSport 600cc เวลา 14.00 น. แฟนความเร็วสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook Fanpage: Asia Road Racing Championship

“ชิพ-นครินทร์” นำทัพ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” บิด Honda CBR Series ฝ่าเกมยากเก็บแต้มเรซเปิดฤดูกาล ARRC มาเลเซีย

ทัพนักบิดไทยจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” บุกคว้าคะแนนสะสมในการแข่งขัน 2 คลาสท็อป ASB1000 และ SS600 จากเรซสุดหิน พิสูจน์ความมุ่งมั่นในการทำงานของทีมแข่งไทย และ สมรรถนะ Honda CBR Series ในศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 เมื่อวันเสาร์ ที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา

คลาส เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี (ASB1000) นำโดยหนึ่งเดียวของไทย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ควบ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 41 ออกสตาร์ตการแข่งขันจากกริดที่ 7 เริ่มต้นเกมขึ้นมาดวลในกลุ่มนำได้ทันที ซึ่งเรซนี้ต้องบริหารเกมการแข่งขันอย่างมาก พยายามแซงผ่านคู่แข่งพร้อมกับการประเมินความเสี่ยงเพื่อเก็บคะแนนสะสมลุ้นแชมป์ระยะยาว โดยบิดเข้าเส้นชัยด้วยการคว้าท็อป 6 ได้สำเร็จ

คลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600)  ดาวรุ่งนักบิดทำผลงานอย่างเต็มที่ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 พา Honda CBR600RR คว้ากริดสตาร์ตที่ 2 ออกตัวขึ้นมานำได้ทันทีตั้งแต่ต้นเกม แม้จะเสียอันดับไปแต่ไม่ยอมแพ้พยายามไล่ทวงตำแหน่งกลับคืนมา ก่อนที่จะเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 8 ด้านทีมเมท “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ประสบอุบัติเหตุจำเป็นต้องออกจากการแข่งขัน

โดยโปรแกรมแข่งขันดวลความเร็วเรซสอง มีขึ้นในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 คลาส ASB1000 เวลา 15.05 น. ด้าน คลาส SS600 ลงสนามดวลกันในเวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ตามเชียร์ติดขอบจอผ่านทางถ่ายทอดสด https://www.facebook.com/AsiaRoadRacing

แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Chip41 #Mix31 #HiPeck18 #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals

“ตี อนุภาพ” โพเดี้ยม SS600 เรซ1 Sepang

ศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 รุ่น SS600 เรซ1 “ตี อนุภาพ ซามูล” #500 จาก Yamaha Thailand Racing Thailand เริ่มเกมการแข่งขันจาก กริดที่ 6 เร่งความเร็วไล่แซงแบบสุดมันส์ และ ผ่านเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 2 คว้าโพเดี้ยมได้สำเร็จ
.
#YamahaThailandRacingTeam
#RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits
#YamahaRacing #No1RacingTeam
#YamahaSocietyThailand #YamahaRidersclubThailand
#RaceMachine #ARRC2026 #TheBlueShif #YamahaR6 #AS51 #YamahR3 #KK39
#YamahaThailandRacingOfficia