“มาร์วิน-ศรัณวัชร์” ควง “เปเปอร์-อนพัทย์” ฟอร์มเดือด! คว้าแชมป์ศึกดวลความเร็ว เพื่อเฟ้นหานักบิดเยาวชนดาวเด่น ฮอนด้า อะคาเดมี่ สนามเปิดฤดูกาล

“ฮอนด้า อะคาเดมี่” โครงการเฟ้นหานักบิดเยาวชนดาวเด่นเพื่อปูทางสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ เปิดฉากฤดูกาลอย่างเป็นทางการ ณ เจ.เอส.ดับบลิว มอเตอร์สปอร์ต จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 6-7 มิถุนายนที่ผ่านมา

การแข่งขันเรซแรกในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน เกมดำเนินไปอย่างเข้มข้นโดย “มาร์วิน” ศรัณวัชร์ จิราวรรณรัตน์ หมายเลข 11 เจ้าของตำแหน่งโพลโพสซิชั่นยังคงฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องคว้าแชมป์ในเรซแรกไปครอง ตามมาด้วย “เดอะเบสท์” ภาสกร แกล้วกล้า หมายเลข 13 และ “เปเปอร์” อนพัทย์ ดวงเจริญ หมายเลข 14 ที่คว้าอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

ช่วงบ่ายเป็นการแข่งขันในเรซที่ 2 โดย “เปเปอร์” อนพัทย์ ดวงเจริญ หมายเลข 14 แก้เกมเดือดขยับขึ้นมาคว้าแชมป์ได้อย่างดุดันตามมาด้วย “มาร์วิน” ศรัณวัชร์ จิราวรรณรัตน์ หมายเลข 11 และ “เดอะเบสท์” ภาสกร แกล้วกล้า หมายเลข 13 ที่ผลงานดีไม่แพ้กันคว้าอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

#ThaiHonda #Motorsport #HondaAcademy #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #HondaRacingThailand

MOTOR EXPO 2026 สานต่อโครงการ “การจัดงานอย่างยั่งยืน”

บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์-Here, There and Every Car” เปิดจองพื้นที่ ซึ่งในงานได้มอบถุงที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลจากป้ายไวนิลของการจัดงานปีก่อนเป็นของที่ระลึก

ทั้งนี้ของที่ระลึกดังกล่าว เป็นการสานต่อโครงการ “การจัดงานอย่างยั่งยืน” (Motor Expo Sustainable Exhibition) ถือเป็นการจัดการวัสดุตกแต่งหลังเสร็จสิ้นการจัดแสดง เพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และนอกจากนี้ยังเชิญชวน ผู้ร่วมแสดงงาน “มหกรรมยานยนต์” เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานอย่างยั่งยืนในอนาคตไปด้วยกัน

พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

 “ฮอนด้า” คืนฟอร์มเยี่ยม! “มารินี“ คว้าท็อป 8 โมโตจีพี สนาม 8 ฮังการี

ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 8 รายการ ฮังกาเรียน กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบ “เมนเรซ” เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ บาลาตอน พาร์ค เซอร์กิต ประเทศฮังการี ชิงชัยทั้งสิ้น 26 รอบสนาม

เกมเรซนี้เต็มไปด้วยความพลิกผัน โดยเฉพาะเหตุการณ์ชุลมุนที่โค้งแรกหลังออกตัวในกลุ่มหน้า จากการชนกันของนักบิดถึง 5 คน ซึ่งส่งผลให้มีนักบิดต้องออกจากการแข่งขันถึง 4 คัน

ขณะที่ “ลูก้า มารินี” นักบิดชาวอิตาเลียนเจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่เริ่มเกมจากกริดที่ 9 และ “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในกริดที่ 11 หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้อย่างเฉียดฉิว

หลังจากนั้น มารินี เดินหน้าต่อสู้ในกลุ่มท็อป 5 อย่างเหนียวแน่น ก่อนจะทะยานเข้าเส้นชัยในอันดับ 5 ด้วยเวลารวม 43 นาที 13.994 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 18.669 วินาที คว้า 11 แต้มจากสนามสุดหินอย่าง บาลาตอน ได้สำเร็จ ส่วนทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 พลาดล้มขณะไล่ล่าอันดับอย่างน่าเสียดาย

ด้าน โมเรร่า ตามเข้าป้ายอันดับ 6 ตามหลัง 21.794 วินาที เก็บมาได้ 10 แต้ม ซึ่งถือเป็นอันดับสูงสุดที่เจ้าตัวทำได้นับตั้งแต่ขยับขึ้นสู่พรีเมียร์คลาส ส่วน คาล ครัทช์โลว จอมเก๋าชาวอังกฤษจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ จบเรซในอันดับ 16 ตามหลัง 54.604 วินาที

ทั้งนีั้ ศึก โมโตจีพี 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายนนี้ ที่ สนาม ออโตโมโตโดรม เบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก ในรายการ เช็ก กรังด์ปรีซ์

#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #HungarianGP

ฮาลั่นแทร็ก! 𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 สนามเปิดฤดูกาล ดึง “ตั๊ก บริบูรณ์, บอล-นุ้ย เชิญยิ้ม” ป่วนพิตวอล์ค ชวนเชียร์ กระทบไหล่นักบิด 21 มิ.ย.นี้

เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ไวรัลอย่างต่อเนื่อง! หลังส่ง “รถแห่” บุกพิตวอล์คจนเป็นกระแสไปทั่วโลก ล่าสุดศึกสองล้อชิงแชมป์ประเทศไทย เตรียมระเบิดความมันส์การแข่งขันสุดเข้มข้น พร้อมพลิกโฉมความสนุก ขนทัพตลกตัวท็อป “ตั๊ก บริบูรณ์, บอล-นุ้ย เชิญยิ้ม” สวมเรซซิ่งสูทเต็มยศ ปะทะแตรวงตุ้งแช่กลางพิตเลน แฟนความเร็วที่มีบัตรชมการแข่งขันสามารถร่วมกิจกรรมและใกล้ชิดนักบิดได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ฟรี! วันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. เวลา 11.30-12.30 น. ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ “NEXZTER BRIC Superbike 2026” (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์) สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 19-21 มิ.ย. ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า ในปีนี้ถือเป็นปีที่ 12 ของการแข่งขันชิงเจ้าความเร็วของไทยที่ปรับกติกาใหม่สู่มาตรฐานเอเชีย นอกจากความเข้มข้นบนแทร็กที่รวมนักบิดแถวหน้าทั้งไทยและต่างชาติจาก อังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อิตาลี, รัสเซีย, อินเดีย และญี่ปุ่น ฯลฯ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือกิจกรรม Pit Walk ในวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. เวลา 11.30-12.30 น.

“ปีนี้ Pit Walk ถูกออกแบบให้แตกต่างจากเดิม โดยนำเอาความตลกและความสนุกสนานที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยมาผสมผสาน นำโดยศิลปินตลกชื่อดังอย่าง ตั๊ก บริบูรณ์, บอล เชิญยิ้มและ นุ้ย เชิญยิ้ม ที่จะมาร่วมพิตวอล์ค พร้อมชวนแฟนๆ สร้างรอยยิ้มและสีสันสนุกสนาน

แฟนความเร็วยังจะได้กระทบไหล่นักบิดชื่อดังของประเทศมากมายและยังได้พบกับอินฟลูเอนเซอร์สายมอเตอร์สปอร์ต อาทิ “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักบิดคนดังที่ปีที่แล้ว คว้าแชมป์ สนามที่ 3 ในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 1000 ซีซี SB2 มาได้ ปีนี้ลงแข่งขันในรุ่น support race สุดมันส์อย่าง R9 Cup สังกัด Yamaha R-series Team

รวมถึง “แพร ทวินันท์” อินฟลูเอนเซอร์สาวที่ก้าวสู่การเป็นนักแข่งเต็มตัวในรุ่นซูเปอร์สต๊อก 1000 ซีซี ST3 ภายใต้สังกัดทีม HONDA TEAM CHRISTMAS ของ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ อดีตนักบิดโมโตทู รวมถึงเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์อย่าง น้องโนเกียร์ และ เฟย์ ชาคริยา ที่จะมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน

กิจกรรม Pit Walk เปิดให้แฟนความเร็วที่มีบัตรเข้าชมการแข่งขัน เข้าร่วมได้ฟรี ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตสู่คนรุ่นใหม่ ให้เข้าถึงกีฬาความเร็วได้ง่าย สนุก และใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike ถือเป็นรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย ดำเนินการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 พร้อมยกระดับสู่เวทีนานาชาติ รวมถึงเป็นครั้งแรกที่ขยายฐานผู้ชมสู่ประเทศจีน โดยจะมีการถ่ายทอดสดตลอดทั้งฤดูกาลผ่านแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ระดับโลกของจีน เช่น โต่วอิน (Douyin), เว่ยป๋อ (Weibo), อ้ายฉีอี้ (iQIYI) และ ฮูย่า (Huya) ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม Viral Challenge ทั่วเอเชีย เพื่อดึงดูดแฟนความเร็วรุ่นใหม่ให้เข้าถึงเสน่ห์ของโลกสองล้อได้สนุกและใกล้ชิดยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดสดในประเทศผ่าน True Visions, True Visions Now และกลุ่มประเทศ AEC ผ่านช่อง MVTV

สำหรับสนามแรก จะมีการแข่งขัน 4 คลาสหลัก ได้แก่ Super Bike 1000cc., Super Stock 1000cc., Super Sport 600cc. และ Super Sport 250cc. พร้อมการแข่งขันซัพเพอร์ตเรซสุดมันส์ ได้แก่ Yamaha Moto Challenge (YZF-R15), Yamalube R9 Cup แฟนความเร็วร่วมสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตแบบเต็มรูปแบบ ทั้งการแข่งขันและกิจกรรมความบันเทิงได้ตลอดทั้งสุดสัปดาห์

ทั้งนี้ ศึก “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์” สนามที่ 1 จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ก่อนจับเวลารอบควอลิฟายในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน และดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน

ร่วมเชียร์และลุ้นแชมป์ประเทศไทย โดยซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์แสตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน (จำหน่ายบัตรเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น)

ผู้ถือบัตรยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ในกิจกรรม “Chang International Circuit Friend Plus” ไม่ว่าจะเป็นบัตร VIP โค้ง 12, Paddock Pass และ Pit Lane Walk เพื่อเข้าชมโมโตจีพี 2027 พร้อมโอกาส Meet & Greet กับนักบิดระดับโลก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ร่วมจัดกิจกรรม “Amazing Thailand x Harley-Davidson” ชวนสัมผัสเสน่ห์ภาคใต้ จุดหมายปลายทางสำหรับไบค์เกอร์สายท่องเที่ยว

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson®) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand x Harley-Davidson” ชวนอินฟลูเอนเซอร์สายไบค์เกอร์ไทย และต่างชาติ พร้อมด้วยกลุ่ม H.O.G.(TM) (Harley Owners Group™) ร่วมเดินทางบนเส้นทางจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สู่จังหวัดพัทลุง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยรถจักรยานยนต์ (Motorcycle Touring) ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่ม นักเดินทางรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางสาย Motorcycle Adventure ตามแนวทาง “Trusted Thailand” ที่มุ่งยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ในด้านความปลอดภัยความสะดวกสบายและความพร้อมของเส้นทางท่องเที่ยวและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ได้รับการพัฒนาให้รองรับการเดินทางอย่างมีมาตรฐาน พร้อมมอบความมั่นใจให้แก่นักเดินทางในทุกเส้นทาง

โดยกิจกรรมครั้งนี้ Harley-Davidson ได้นำรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่นมาร่วมสร้างประสบการณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น Street Glide™ Limited และ Road Glide™ Limited ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะระยะไกล และความสบายสำหรับการขี่แบบ Touring รุ่น Breakout™ และ Fat Boy™  ที่ให้พลังการขับขี่และการควบคุมอย่างมั่นใจ รุ่น Low Rider S ที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการความสนุกด้วยสมรรถนะเร้าใจและความคล่องตัว รวมถึ รุ่น Sportster™ S และ Nightster™ ที่ผสานพละกำลัง ความปลอดภัยและความปราดเปรียวไว้ในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

ตลอดการเดินทางบนเส้นทางจากหาดใหญ่สู่พัทลุง ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสเสน่ห์ของภาคใต้ผ่านวิวธรรมชาติอันงดงาม ถนนที่ขับขี่ง่าย และบรรยากาศสองข้างทางที่ชวนให้เพลิดเพลินไปกับทุกกิโลเมตรของการเดินทาง ตลอดจนจุดท่องเที่ยวระหว่างทางที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเส้นทางท่องเที่ยวที่ทั้งสวย สงบ และน่าค้นหา อาทิ ย่านเมืองเก่าสงขลาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ มัสยิดสงขลาสัญลักษณ์แห่งเสน่ห์ทางวัฒนธรรม จุดชมวิวควายน้อยที่อยู่บนถนนที่ทอดยาวเกือบ 4 กิโลเมตรของสะพานเอกชัย จ.พัทลุง ที่มาพร้อมกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามิก ตลอดจนบรรยากาศชุมชนชาวปักษ์ใต้อันเรียบง่ายและเป็นเอกลักษณ์ ณ ตลาดใต้โหนด ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์เส้นทางท่องเที่ยวสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ครบทั้งความสวยงาม ความปลอดภัย และประสบการณ์ที่น่าจดจำ

 

 

 

 

“NEXZTER BRIC Superbike 2026” เปิดจักรวาลความเร็วฮีโร่นักบิดไทยสไตล์มังงะ ปรับกติกา-บุกตลาดจีนเต็มสูบ ดันไวรัลทั้งฤดูกาล

กกท.ร่วมกับสนามช้างฯ แถลงข่าวใหญ่ใจกลางกรุงเทพ พลิกโฉม Key Visual รับฤดูกาลใหม่ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งชัยชนะผ่านงานศิลปะลายเส้นการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่สุดเฟี้ยว สะท้อนความร่วมมือของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับ World Class ทั้งไทยและญี่ปุ่น ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของมอเตอร์สปอร์ตอย่างยาวนาน พร้อมเปิดตัวสปอนเซอร์ใหม่ “MFZ Racing” จากจีน สนับสนุน 3 ปีรวด เดินหน้าขยายฐานผู้ชมสู่ประเทศจีน ทั้งผ่านกิจกรรมไวรัล และการถ่ายทอดสดการแข่งขันตลอดฤดูกาลบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Douyin, Weibo, iQIYI และ Huya เพื่อเข้าถึงฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตขนาดใหญ่ และต่อยอดโอกาสสู่ระดับนานาชาติ

งานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike 2026 (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์) โดยมี ภาครัฐ-เอกชน ผู้สนับสนุน, ทัพนักบิดระดับแชมป์ประเทศไทย นำโดย อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์, ต่อศักดิ์ นวลสาย และนักบิดดาวรุ่งมากมาย ร่วมพูดคุยบนเวที รวมทั้งสื่อมวลชนจากหลายร้อยสำนักร่วมงานมากมาย

ภายในงานมีการแถลงความพร้อมการจัดการแข่งขันและการเปิดตัวธีมเรซซิ่ง มังงะ (Racing Manga) ใครๆ ก็เป็นฮีโร่นักบิดสายเลือดไทยได้ โดยนำเอาลายเส้นการ์ตูนมาถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้บนแทร็ก แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรากฐานทั้งในด้านเทคโนโลยีการพัฒนาแบรนด์ และประสบการณ์ในโลกมอเตอร์สปอร์ตจากแบรนด์ญี่ปุ่น ตั้งแต่ NEXZTER, Honda, Yamaha ซึ่งไปจนถึง IRC ต่างมีบทบาทสำคัญในการผลักดันวงการสองล้อไทยมาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวสปอนเซอร์ใหม่ “MFZ Racing” ผู้ผลิตล้อแม็กสัญชาติจีน ที่บรรลุข้อตกลงสนับสนุนระยะยาว 3 ปี (2026-2028) โดยชูจุดเด่นด้านน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ควบคู่ความแข็งแกร่งและความเสถียรสำหรับการใช้งานในระดับแข่งขันสำหรับนักแข่งในรุ่น 250cc, SB2 และ SB3 สะท้อนทิศทางการยกระดับเทคโนโลยีอุปกรณ์การแข่งขัน และการขยายความร่วมมือสู่ตลาดจีนอย่างเป็นรูปธรรมในฤดูกาลนี้

นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและ กีฬามวย (กกท.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมี “ระบบนิเวศมอเตอร์สปอร์ต” ที่เชื่อมต่อกันครบวงจร ตั้งแต่ NEXZTER BRIC Superbike ในระดับประเทศ, Asia Road Racing Championship ในระดับทวีป ไปจนถึง MotoGP ในระดับโลก โดย BRIC Superbike ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานักแข่ง ทีมแข่ง และบุคลากรในอุตสาหกรรม ให้เติบโตภายใต้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการต่อยอดผลเชิงเศรษฐกิจจากการแข่งขันระดับนานาชาติสู่การท่องเที่ยว การจ้างงาน และภาพลักษณ์ประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ กกท. ในการใช้กีฬาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า ปีที่ 12 นี้จะเป็นฤดูกาลที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้น จากการปรับกติกาให้สอดคล้องกับรายการระดับเอเชีย Asia Road Racing (ARRC) และเป็นปีแรกที่ขยายฐานผู้ชมต่างประเทศ ด้วยการถ่ายทอดสดตลอดทั้งฤดูกาลไปยังประเทศจีน ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง โต่วอิน Douyin หรือ Tiktok จีน, เว่ยป๋อ Weibo, อ้ายฉีอี้ iQIYI และ ฮูย่า Huya ไลฟ์สตรีมมิงชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตขนาดใหญ่ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ยังต่อยอดประสบการณ์แฟนจาก MotoGP และ ARRC สู่ BRIC Superbike ผ่านกิจกรรมและความบันเทิงภายในสนามให้เข้าถึงง่ายและสนุกยิ่งขึ้น สะท้อนพฤติกรรมผู้ชมยุคใหม่ที่ต้องการทั้งการแข่งขันและไลฟ์สไตล์ควบคู่กันไป โดย BRIC Superbike ก้าวสู่การเป็น Motorsport Platform ระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงทั้งกีฬา ธุรกิจ และอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมชูไฮไลต์การสร้างกิจกรรม Viral Challenge ทั่วเอเชีย ผ่านเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และนักบิดชื่อดัง เพื่อดึงดูดแฟนความเร็วรุ่นใหม่และกลุ่มตลาดใหม่ให้เข้าถึงเสน่ห์ของโลกสองล้อได้สนุกและใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นายยศวีร์ โกวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส.ซี.เอช. อินดัสตรี้ จำกัด ผ้าเบรก NEXZTER กล่าวว่า ปี 2026 เป็นปีที่ 2 ของการเป็น Title Sponsor โดยล่าสุดได้ขยายสัญญาถึง ปี 2570 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของรายการและมอเตอร์สปอร์ตไทย สำหรับ NEXZTER สนามแข่งเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยร่วมทำงานใกล้ชิดกับทีมแข่ง เก็บข้อมูลทั้งอุณหภูมิ การตอบสนองของผ้าเบรก และพฤติกรรมการเบรก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ทั้งในสนามแข่งระดับสูง และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน การขับขี่บนท้องถนนในมาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกัน ฤดูกาลนี้ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานผู้ชม   สู่ตลาดจีน ซึ่งมีศักยภาพสูง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเติบโตในระดับนานาชาติ และเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่เข้มข้น สนุก และเต็มไปด้วยสีสันมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

นายคณิน เหล่าจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) “ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ ไออาร์ซี” กล่าวว่า IRC ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการแข่งขันในฐานะ Official Single Tire รุ่น Supersport 250cc พร้อมต่อสัญญาอีก 2 ปี จนถึงปี 2570 เพื่อสานต่อการพัฒนานักแข่งไทยสู่ระดับสากลอย่างเป็นระบบ ซึ่งคลาสนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของนักแข่งดาวรุ่งไทย โดย “IRC เป็นแบรนด์ที่เติบโตจากความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่น มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและองค์ความรู้จากญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถพัฒนายางที่ตอบโจทย์ทั้งการแข่งขันระดับสูงและผู้ใช้งานทั่วไปได้ในมาตรฐานเดียวกัน และเราเชื่อว่าการเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในวันนี้ คือแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพัฒนาไปพร้อมกันทั้งระบบ”

ส่วนปฏิทินการแข่งขันรายการ NEXZTER BRIC Superbike ฤดูกาล 2026 เตรียมระเบิดความมันส์ตลอดทั้งปี แบ่งเป็น 4 สนาม 5 เรซ โดยสนามแรก วันที่ 19-21 มิถุนายน, สนามที่ 2 วันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม, สนามที่ 3 วันที่ 16-18 ตุลาคม และปิดท้ายฤดูกาลสุดเข้มข้นในสนามที่ 4 ดวลความเร็วรวม 2 เรซ ระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2569 เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาลและฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งถ่ายทอดสดการแข่งขันในประเทศตลอดฤดูกาลผ่าน True Visions และ True Visions Now และยังคงยิงสดกลุ่มประเทศ AEC ผ่านช่อง MVTV

แข่งขันทั้งสิ้น 4 คลาส นำโดยคลาสสูงสุดของประเทศไทย ได้แก่ Super Bike 1000cc., Super Stock 1000cc., Super Sport 600cc., Super Sport 250cc. ซึ่งผู้ชนะเลิศในรุ่น Super Stock 1000cc. (ST1), Super Sport 600cc. (SS1 Pro) และ Super Sport 250cc (SS1 Pro) จะได้รับสิทธิไวลด์การ์ดเข้าแข่งขันในศึกสองล้อรายการใหญ่แห่งทวีป “Asia Road Racing Championship” 2027 ช่วยให้นักแข่งทุกระดับได้พัฒนาฝีมือในเวทีที่เหมาะสมกับศักยภาพของตัวเอง ขณะเดียวกันจำนวนทีมแข่งและนักแข่งที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงความสนใจจากนักแข่งต่างชาติ สะท้อนถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของรายการในระดับนานาชาติ ขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ภายใต้แนวคิด “Anyone can be a hero” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวตามความฝันบนเส้นทางนักบิดอาชีพได้จริง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือ BRIC Superbike 2026

เรซสุดพลิกผัน! “โจอัน เมียร์” บิด Honda RC213V โชว์ความเร็วระดับโพเดียม

สองนักบิดฮอนด้า เอชอาร์ซี กับรถแข่ง Honda RC213V ในศึก โมโตจีพี สนามล่าสุดที่ บาร์เซโลน่า โดย “โจอัน เมียร์” ทะยานเข้าป้ายอันดับ 2 กับความเร็วระดับท็อป ขณะที่ “ลูก้า มารินี” ทีมเมทบิดคว้าอันดับ 6 จากเรซสุดดราม่าภายใต้ 2 ธงแดง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สุดสัปดาห์นี้นักบิดฮอนด้ามีลุ้นคว้าโพเดียมอย่างมาก โดยจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” เจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ รวมถึง “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ได้เริ่มเกมในกริดที่ 10

ช่วงแรกของเรซทั้ง “ซาร์โก” และ “เมียร์” ต่อสู้ได้ดีในกลุ่มหน้า ก่อนที่จะมีธงแดงในรอบที่ 12 จากอุบัติเหตุในโค้ง 10 ส่งผลให้เรซต้องหยุดลงชั่วคราว และกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ทว่าในการรีสตาร์ทครั้งนี้ “ซาร์โก” โชคร้ายพลาดเสียหลักไปชนท้ายของ “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนหมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ก่อนจะโดนชนซ้ำอีกครั้งจนเกิดธงแดงครั้งที่ 2 โดยนักบิดชาวฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

หลังจากนั้นการแข่งขันกลับมารีสตาร์ทอีกครั้ง โดย “เมียร์” แสดงให้เห็นความเร็วที่ยอดเยี่ยมของรถแข่ง Honda RC213V ไล่บดในกลุ่มหน้าอย่างสุดมันส์ ก่อนจะบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 พร้อมกับฉลองบนโพเดียมได้สำเร็จตามหลังผู้ชนะเพียง 1.250 วินาที แต่โชคร้ายโดนปรับเพิ่มเวลา 16 วินาทีจากแรงดันลมยางจนตกไปจบเรซในอันดับ 13

โดย “มารินี” ที่ต่อสู้ในกลุ่มสองอย่างสูสีกับคู่แข่งหลายคัน สามารถรักษาความเร็วได้ดีอย่างต่อเนื่อง คว้าอันดับ 6 ตามหลังผู้ชนะเพียง 4.971 วินาที ตามด้วย “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ไต่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 ตามหลัง 6.839 วินาที

ผ่านการแข่งขัน 6 สนามแรก “มารินี” รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพมีทั้งสิ้น 43 คะแนน ตามด้วย “ซาร์โก” ในอันดับ 16 มี 34 คะแนน, “โมเรร่า” อันดับ 17 มี 17 คะแนน และ “เมียร์” อันดับ 18 มี 11 คะแนน

สำหรับนักบิดฮอนด้ามีคิวลงทดสอบอย่างเป็นทางการของ โมโตจีพี ในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ที่ เซอร์กิต

เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันสนามถัดไปที่ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซินาเล เดล มูเจลโล ประเทศอิตาลี ในรายการ 29-31 พฤษภาคมนี้ ในรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์

 

#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP

Harley-Davidson® ฉลองแนวคิด RIDE บุก Bangkok Hot Rod Show 2026 เผยโฉมคัสตอม Road Glide™ Limited และ Sportster™ S ครั้งแรกในไทย พร้อมไลน์อัปปี 2026

 Harley-Davidson เดินหน้าตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพและคอมมูนิตี้ของผู้ขับขี่ ผ่านการนำแนวคิดใหม่ของแบรนด์อย่าง ‘RIDE’ มาสร้างประสบการณ์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ภายในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับหัวใจของการขับขี่ และเชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ผ่านประสบการณ์จริงในแบบฉบับ Harley-Davidson

Harley-Davidson สร้างประสบการณ์ที่สอดรับกับแนวทาง “The SiXnature” ของงาน ด้วยการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของตัวจริง ควบคู่กับไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ปี 2026 และคอลเลกชันเสื้อผ้า Dickies และ Factory Racing และ Dickies ชุดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง พร้อมโอกาสพิเศษที่แฟนคัสตอมได้พบปะกับ Gary Royal นักออกแบบมอเตอร์ไซค์คัสตอมชื่อดังระดับรางวัล ที่มาพูดคุยถึงวิธีนำแพลตฟอร์ม RIDE มาต่อยอดเป็นสไตล์การขับขี่ในแบบของตัวเอง

ถ่ายทอดตัวตนผ่านโลกของ Custom Kings

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการนำเสนอวัฒนธรรมคัสตอมในแบบ Harley-Davidsonที่เปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และตัวตนของผู้ขับขี่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมอเตอร์ไซค์คัสตอม โดยครั้งนี้มีการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของชาวไทยจำนวน 2 คัน เพื่อสะท้อนสีสันของวัฒนธรรมการขับขี่วิถีไทย ได้แก่:

  • Road Glide Limited ตกแต่งโดย นิรันดร สิมาสฤษฏ์: “Godzilla” Harley-Davidson Road Glide Limited คือ มอเตอร์ไซค์ทัวร์ริงสมรรถนะสูงที่ยกระดับรถทัวร์ริงระดับหรูให้กลายเป็นพาหนะแห่งสมรรถนะที่ดุดัน แต่ยังคงความประณีต ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการแข่งขัน King of the Baggers ตัวรถมาในสี Iron Horse Metallic ผสานโทนสีดำ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ลึกลับ แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยรายละเอียดทางวิศวกรรมอย่างชัดเจน ด้านสมรรถนะได้รับการอัปเกรดด้วยท่อไอเสียสเตนเลสแบบ 2-into-1 ที่มีรอยเชื่อมแต่งสีจากความร้อน ท่วงท่าที่ดูสปอร์ตและคล่องตัว พร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 VVT ที่เน้นทั้งความปราดเปรียวและพละกำลัง โดยยังคงความสบายสำหรับการเดินทางไกลไว้อย่างครบถ้วน ส่วนงานตกแต่งโทนดำ รายละเอียดสีแดง ล้อแต่ง และแฟริ่งหน้า Sharknose อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมบุคลิกแบบดาร์กคัสตอมที่โดดเด่นในสไตล์เมือง ขณะที่เบาะนั่งออกแบบเฉพาะและ Tour-Pak สีเดียวกับตัวรถ ยังคงมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมในแบบรถทัวร์ริง มากกว่าการเป็นมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริง Road Glide Limited คันนี้สะท้อนจิตวิญญาณของสมรรถนะแบบแบ็กเกอร์ยุคใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง และถูกสร้างขึ้นเพื่อโลดแล่นบนท้องถนนอย่างแท้จริง
  • Sportster S ตกแต่งโดย คุณนิติกร ควนสงวน หรือ โจ มอเตอร์ไซค์คันนี้ถูกสร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้เป็นหนึ่งใน Sportster S รุ่นคัสตอมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่สุดในยุค โดยผสานงานฝีมือที่พิถีพิถัน สมรรถนะระดับสูง และชิ้นส่วนที่ออกแบบและผลิตขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนศักยภาพของวงการคัสตอมในประเทศไทยสู่สายตาระดับนานาชาติ จุดเด่นสำคัญประกอบด้วย สวิงอาร์ม CNC ที่ออกแบบเฉพาะ ล้อหลังขนาด 18 x 9 นิ้ว พร้อมยางขนาด 250 และชุดหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมดิสก์เบรกคู่และล้อแต่งขนาด 19 นิ้ว ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในผลงานตกแต่ง Sportster S รุ่นแรก ๆ ในลักษณะนี้ ณ เวลานั้น ตัวรถปิดท้ายด้วยลวดลายสีที่ออกแบบเฉพาะ พร้อมรายละเอียดการตกแต่งที่ประณีตทั่วทั้งคัน สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างชัดเจน ทั้งความเรียบเท่ ความแตกต่าง และบุคลิกที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำในแบบของตนเอง

มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันนี้ร่วมตอกย้ำแก่นสำคัญของแบรนด์ว่า Harley-Davidson ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการขับขี่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้ถ่ายทอดตัวตนและสไตล์ของตนเองอย่างเต็มที่

เจาะลึกงานสร้างสรรค์กับ Gary Royal นักสร้างมอเตอร์ไซค์ตกแต่งและศิลปินชื่อดังเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ

Harley-Davidson ยังได้ต้อนรับ แกรี รอยัล (Gary Royal) ศิลปินคัสตอมชื่อดังและผู้ก่อตั้ง Beware Choppers USA มาร่วมสร้างสีสันที่บูธ Harley-Davidson ภายในงาน โดยแกรีเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม American Chopper และเคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Yokohama Hot Rod Custom Show ประเทศญี่ปุ่น ภายในงานครั้งนี้ แกรียังได้ร่วมแบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์จริงเกี่ยวกับรถคัสตอม พร้อมแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจกับคอมมูนิตี้ช่างคัสตอมในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

แกรี รอยัล กล่าวว่า “สิ่งที่ได้เห็นจากวงการมอเตอร์ไซค์คัสตอมในประเทศไทยครั้งนี้สร้างความประทับใจอย่างมาก สำหรับผลงานของผมเองก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม American Chopper  ซึ่ง Harley-Davidson ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดจินตนาการและสร้างสรรค์ผลงานเฉพาะตัวมาโดยตลอด การได้เห็นนักคัสตอมชาวไทยถ่ายทอดสไตล์และตัวตนของตัวเองลงบน Road Glide® และ Street Bob® ยิ่งตอกย้ำว่า จิตวิญญาณของการสร้างมอเตอร์ไซค์ที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริงนั้นเกิดขึ้นได้ในทุกที่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจนี้ในประเทศไทย และได้เห็นคนรุ่นใหม่นำแนวคิดดังกล่าวไปต่อยอดในแบบของตัวเอง”

สัมผัสสมรรถนะและสไตล์ล่าสุด: ไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ ปี 2026 และคอลเลกชัน Dickies และ Factory Racing

ภายในงาน Harley-Davidson ยังจัดแสดงไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ปีล่าสุดให้ผู้ร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด คู่กับมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ เพื่อให้แฟน ๆ ได้เห็นทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และดีไซน์ล่าสุดของแบรนด์ ที่สามารถต่อยอดสู่การตกแต่งในสไตล์ของตัวเองได้

นอกจากนี้ ยังมีการวางจำหน่ายคอลเลกชัน Dickies x Harley-Davidson และ คอลเลกชัน Factory Racing ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การแข่งขันของ Harley-Davidson ถ่ายทอดกลิ่นอายจากสนามแข่งผ่านเครื่องแต่งกายรุ่นพิเศษสำหรับแฟน ๆ และผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Harley-Davidson

เดินหน้าต่อยอดวัฒนธรรมคัสตอมในระดับภูมิภาค

กระแสตอบรับจากงานในกรุงเทพฯ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดย Harley-Davidson เตรียมเดินหน้าผลักดันวัฒนธรรมคัสตอมในภูมิภาค ผ่านการประกวด Custom Kings ที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ เพื่อสนับสนุนคอมมูนิตี้นักสร้างสรรค์ และนักแต่งมอเตอร์ไซค์ พร้อมตอกย้ำงานฝีมือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมมอเตอร์ไซค์

ตั้งแต่การจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ที่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะเคลื่อนที่ ไปจนถึงนวัตกรรมล่าสุดในไลน์อัป Model Year 2026 ประสบการณ์ของ Harley-Davidson ในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 สะท้อนเรื่องราวเฉพาะตัวของผู้ขับขี่ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวรถ พร้อมเฉลิมฉลองพลังที่เชื่อมโยงทุกเส้นทางและทุกการเดินทางเข้าด้วยกัน นั่นคือจิตวิญญาณแห่ง RIDE

 

ยามาฮ่าเปิดตัว “New YAMAHA Finn” ฟินน์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมยกระดับรถจักรยานยนต์ครอบครัวให้ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตดีย์…มีฟินน์”

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นใหม่ “New YAMAHA Finn” อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซปต์ “ฟินน์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม ชีวิตดีย์…มีฟินน์” มาพร้อมการออกแบบใหม่รอบคัน เพิ่มความพรีเมียม หรูหรา ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ขับขี่ง่าย ประหยัดน้ำมัน และดูแลรักษาง่าย พร้อมการรับประกันนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

New YAMAHA Finn โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมภาพลักษณ์ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่ ให้ความสว่างชัดเจน ประหยัดพลังงาน และมีความทนทานสูง พร้อมโคมไฟหรี่บลูเลนส์ที่ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่ไฟท้ายและไฟเลี้ยวถูกออกแบบใหม่ให้ดูหรูหราและทันสมัยยิ่งขึ้น

ด้านเทคโนโลยีการใช้งาน New YAMAHA Finn มาพร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบ Digital แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน ทั้งความเร็ว ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ และระยะทาง เพิ่มความสะดวกด้วยฮุกแขวนของแบบ Build-in ช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ รวมถึงช่องต่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือ 12V รองรับการใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเดินทาง พร้อมกับการปรับรูปทรงเบาะนั่งใหม่ ให้ผู้ขับขี่สามารถวางเท้าแตะพื้นได้สะดวกมากขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ และยังมีพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาด 9.7 ลิตร รองรับหมวกกันน็อกครึ่งใบหรือสัมภาระต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

โดย New YAMAHA Finn ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 115 ซีซี พร้อมหัวฉีดอัจฉริยะที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ประหยัดน้ำมัน ดูแลรักษาง่าย พร้อมกล่อง ECU ควบคุมการจ่ายน้ำมันอย่างแม่นยำ เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่คุ้มค่าในทุกเส้นทาง

สำหรับในรุ่น Smart Key ยังมาพร้อมกุญแจรีโมตอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เพียงพกกุญแจติดตัวก็สามารถสตาร์ทรถ เปิดเบาะ และล็อกคอรถได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ ขณะที่รุ่น Standard มาพร้อมกุญแจแบบ Multi-Function ที่รวมทุกฟังก์ชันการใช้งานไว้ในจุดเดียว

เสริมความปลอดภัยใน New YAMAHA Finn ติดตั้งระบบเบรกแบบ UBS (Unified Brake System) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกไปยังล้อหน้าเมื่อใช้งานเบรกเท้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ และเสริมความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ยามาฮ่ายังมอบความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานด้วยการรับประกันคุณภาพนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตของยามาฮ่า

สำหรับ New YAMAHA Finn มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

– รุ่น Smart Key มีให้เลือก 2 สี คือสีน้ำเงิน และสีเทา ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 50,300 บาท


– รุ่น Standard Cast Wheels (ล้อแม็ก) มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสีแดง ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 48,300 บาท


– รุ่น Standard Spoke Wheels (ล้อซี่ลวด) มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสีแดง ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 46,300

New YAMAHA Finn พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานของชีวิตประจำวัน ด้วยความสะดวกสบาย ความประหยัด และดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกเส้นทาง “ชีวิตดีย์…มีฟินน์” อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจ New YAMAHA Finn สามารถเลือกชมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอปพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Yamaha Call Center 02-263-9999

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.yamaha-motor.co.th

· Facebook: Yamaha Society Thailand
· Instagram: @YamahaSocietyThailand
· YouTube: Yamaha Society Thailand
· LINE OA: @Yamahasociety

BANGKOK HOT ROD 2026 ทุบสถิติดึง 50 กรรมการโลกตัดสินงานคัสต้อม มากสุดในอาเซียน!

พบกับความยิ่งใหญ่ในวาระครบรอบ 10 ปีของปรากฏการณ์งานคัสต้อมที่โลกต้องจับตามอง “BANGKOK HOT ROD CUSTOM SHOW 2026” ระหว่างวันที่ 16 – 17 พฤษภาคม 2569 ณ อาคาร 11 – 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยปีนี้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการดึงคณะกรรมการผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วโลกกว่า 50 ท่าน บินตรงสู่ไทยเพื่อร่วมตัดสินภายใต้มาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นจำนวนกรรมการต่างชาติที่มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง Custom Culture ของเอเชีย   สร้างปรากฏการณ์งานคัสต้อมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชูไฮไลท์การรวมตัวของสุดยอดรถคัสต้อมที่สะท้อน “ลายเซ็นคนไทย” (The SiXnature) ผสานกับยนตกรรมระดับตำนานจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกิจกรรมระดับพรีเมียมที่หาชมได้ยากที่สุดในประเทศไทย
นันทพัฒน์ (บอมบ์) อุ่นพิกุล ประธานจัดงาน เปิดเผยว่า “จุดแข็งที่สุดของปีนี้คือความเชื่อมั่นจากวงการโลก เรามีกรรมการและแขกรับเชิญกว่า 50 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านคือ ‘ระดับตำนาน’ ที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก การมาเยือนของพวกเขาพร้อมกับการรวบรวมรถคัสต้อมกว่า 400 คันมาไว้ในงาน คือการพิสูจน์ว่าศักยภาพของคนไทยได้รับการยอมรับในระดับสูงสุดแล้วว่า     “คัสต้อมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”


การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสืบสานวัฒนธรรมคัสต้อมในระดับภูมิภาคเอเชีย ด้วยการรวบรวมรถยนต์ฮอทรอดและรถจักรยานยนต์คัสต้อม พร้อมการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงอิทธิพลจากวงการระดับโลก เช่น Mr. Shige Suganuma จาก MOONEYES Japan , Mr. Yaniv Evan เจ้าพ่อ FXR จาก Hollywood ที่มี FC ชาวไทยติดตามอย่างหนาแน่น , Gary Royal จาก Beware Choppers ซานฟรานซิสโก บิวเดอร์สายชอปเปอร์มาดเท่ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคนหนึ่งของโลก , Mike Rabideau เจ้าของฉายา Majikmike บิวเดอร์จากลาสเวกัสและ Giuseppe Lazzara (Pepe) จาก อิตาลี ผู้เชี่ยวชาญสไตล์ Chicano ที่ผสมผสานงานดีไซน์อิตาลีได้อย่างหาตัวจับยาก  ร่วมด้วย Arnaud Mary จากฝรั่งเศส James Sinclair และ John Maragozidis จากออสเตรเลีย และผู้นำวงการจากเครือข่ายคัสต้อมอาเซียนครบทีม คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทย


ไฮไลท์สำคัญ ของปี 2026:
The Global Pride “Bangkok Boy”: ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของคัสต้อมไบค์ตัวแทนหนึ่งเดียวของไทยที่ไปประกาศศักดาคว้า 4 รางวัลจากเวทีระดับโลก  รถที่เต็มไปด้วย DNA ความเป็นไทยในทุกสัดส่วน ผลงานการคัสต้อมและลงลายเส้นโดยทีมงานไทย 100% ที่พิสูจน์แล้วว่าฝีมือคนไทยทัดเทียมนานาชาติ
Thailand SiXnature Zones : พบกับกองทัพรถที่ถูกคัดสรรมาเพื่อโชว์ความเป็นที่สุดของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น 1923 Ford Model T (รถยนต์รุ่นประวัติศาสตร์ที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกที่ร้อนแรงที่สุด) , Dragster : Mooneyes (รถที่เร็วที่สุด), RX-8 : TKS Racing (รถที่เตี้ยที่สุด) และ Lightning McQueen : Heng’s Garage รถคันโปรดขวัญใจเด็ก ๆ ที่จะมาสร้างสีสันให้โซนนี้คึกคักเป็นพิเศษ และยังพบกับการรวมตัวของ  สุดยอดวินเทจชอปเปอร์ 15 คันที่เป็น “Top Tier” ของประเทศ จาก ยุคสงครามจนถึงยุคทอง และความแรร์ของเครื่องยนต์ระดับตำนานที่หาดูได้ยากที่สุด อาทิ Knucklehead, Panhead, Shovelhead และ Flathead ซึ่งทุกคันถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนจิตวิญญาณของเจ้าของอย่างแท้จริง

The Master Builders: พบกับผลงานของเหล่ามาสเตอร์และอินฟลูระดับประเทศ  อาทิ K-Speed สำนักแต่งไทยชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงได้ในระดับโลก,  Dogtor Garage พ่อมดรถการ์ตูนที่ปีนี้มากับคอนเซ็ป “Tinky Winky” พร้อมด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายรถอย่าง Streetmetal , เอส ระดับโลก และ NOISYBOY ที่พาผลงานดีไซน์ดุดันมาโชว์ตัว

Legendary Collections & Motorsports: ย้อนวันวานกับ Group A รถแข่ง 6 คันแห่งตำนานจากสนามแข่งสู่ DNA ที่เด็ก 90s ต้องรู้จัก พร้อมพบกับ Heng’s Garage ตัวพ่อสาย GT-R ที่รวมตำนาน Nissan Skyline ไว้มากที่สุด และ Joe Hawaii กับคอลเลกชันรถอเมริกันหายากในธีม “Colorful” มาไว้ในที่เดียว และอีก 1 ไฮไลท์ที่สำคัญกับสีสันของเด็กหลังห้องจากชีวา คลาสิคที่จะยกทัพ 1981 SOUL & SOLD มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานในปีนี้

งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์รถ แต่เป็นพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์ ทั้งการจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่หายาก สินค้าแฟชั่นแนวคัสต้อมที่รวมร้านค้ากว่า 100 ร้าน พร้อมโซน TDE Village (Thailand Diecast Expo) อีก1ใน partner หลักของงานที่ยกโลกรถโมเดลและฉาก Diorama ระดับนักสะสมมาโชว์ให้แฟนๆรถเล็กได้สัมผัสโลกยานยนต์ในมุมที่สมจริงยิ่งกว่าเดิม  และกิจกรรมความบันเทิงอย่างการประกวด Kustom Paint Thailand Contest: เวทีประชันฝีมือของศิลปิน Pinstripe และ Air Brush แถวหน้าของเมืองไทยที่มาโชว์การสร้างสรรค์ศิลปะบนชิ้นส่วนยานยนต์แบบสดๆ

นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ เป็นเจ้าของรถ New Honda GB350C Bangkok Hot Rod Custom Bike Built by Fat Boy Design รถคัสต้อมพิเศษเพียงคันเดียวในโลกที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

“Luca Marini” ทะยานจบ Top10 คว้าแต้ม MotoGP สนามที่ 5 ฝรั่งเศส

ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 5 รายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ แข่งขันรอบเมนเรซเวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ชิงชัยกันทั้งสิ้น 27 รอบสนาม โดยแม้จะมีฝนตกลงมาก่อนหน้านั้น แต่ท้ายที่สุดเกมในเรซนี้ก็ดวลกันโดยปราศจากฝน

ผลการแข่งขันปรากฏว่า “ลูก้า มารินี” ทีมเมทชาวอิตาเลียนเจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 10
แม้จะต้องออกตัวจากกริดที่ 15 เจองานที่ท้าทายในกลุ่มกลาง ก่อนจะไล่ขึ้นมาจบเรซในอันดับ 10 ด้วยเวลารวม 41 นาที 33.017 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 15.016 วินาที คว้าแต้มสำคัญมาได้สำเร็จ ส่วนทีมเมท “โจอัน เมียร์” นักบิดชาวสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 7 และออกตัวอย่างดุดัน สามารถไล่แซงคู่แข่งขึ้นไปถึงอันดับ 6 แต่มาพลาดล้มอย่างน่าเสียดายในช่วง 8 รอบสนามสุดท้ายอย่างล่าเสียดาย

ด้าน “โยอันน์ ซาร์โก” นักบิดเจ้าถิ่นชาวฝรั่งเศสหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ แชมป์เก่าในสนามแห่งนี้จากปีที่ผ่านมา จบการแข่งขันอันดับ 11 ตามหลัง 16.549 วินาที ขณะที่ “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ พลาดล้มในรอบที่ 10 ไม่จบการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2026 สนามถัดไปจะโยกไปดวลความเร็วที่สนาม เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ ในศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์

#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #FrenchGP

Royal Enfield ตอกย้ำตัวตน Custom Culture เตรียมสะกดสายตาชาวคัสตอม เปิดตัว Masterpiece ระดับโลก ในงาน BANGKOK HOTROD CUSTOM SHOW 2026

โรยัล เอ็นฟิลด์ (Royal Enfield) แบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc-750cc) เตรียมตอกย้ำบทบาทในฐานะแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมการแต่งรถและไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ในงาน BANGKOK HOTROD CUSTOM SHOW 2026 ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569

สำหรับปีนี้ Royal Enfield เตรียมยกประสบการณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Biker’s Living Room” มาสู่ผู้เข้าชมงาน โดยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงรถจักรยานยนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสโลกของ Royal Enfield Custom Culture ผ่านไลน์อัพรถคัสตอมจำนวน 7 คัน พร้อมกิจกรรมไลฟ์สไตล์และประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟภายในบูธ นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Royal Enfield ไม่ว่าจะเป็น Gift Set เสื้อยืด และสติกเกอร์ภายในงานอีกด้วย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัวรถคัสตอมระดับโลกในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ Carolina Reaper จากประเทศญี่ปุ่น ที่เตรียมเผยโฉมต่อสายตาแฟน ๆ ชาวไทยเป็นครั้งแรก รวมถึง Urban Striker รถคัสตอมสุดพิเศษจากประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการคอลแลบข้ามวงการระหว่าง Royal Enfield และ Fairtex

รถคัสตอมทั้งสองคันสะท้อนแนวคิดสำคัญของ Royal Enfield ที่เชื่อว่ารถจักรยานยนต์ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่คือ “ผืนผ้าใบ” สำหรับผู้ขับขี่ในการแสดงออกถึงตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์ของตนเอง

ภายในงาน ผู้เข้าชมยังจะได้พบกับ Yuichi Yoshizawa คัสตอมบิลเดอร์และกรรมการผู้ทรงอิทธิพลในวงการคัสตอมจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะมาร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับงานสร้างรถคัสตอมอย่างใกล้ชิด

Carolina Reaper: เมื่อ Guerrilla 450 ถูกตีความใหม่ด้วยจิตวิญญาณ Flat Track จากโตเกียว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ Royal Enfield เตรียมนำมาจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทยคือ Carolina Reaper รถคัสตอมที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Royal Enfield Guerrilla 450 โดย Cheetah Custom Cycles สำนักแต่งจากโตเกียว นำโดย Toshiyuki Osawa ศิลปิน คัสตอมบิลเดอร์ กราฟิกดีไซเนอร์ ช่างแกะสลัก และหนึ่งในผู้ก่อตั้งงาน Flat Track “Have Fun” ซึ่งเขายังเป็นนักแข่ง Flat Track ด้วยตนเอง

Carolina Reaper เปิดตัวระดับโลกครั้งแรกในงาน Yokohama Hot Rod Custom Show 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานคัสตอมมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยงานสร้างคันนี้ถ่ายทอดแนวคิดที่ผสานความเรโทร และความโมเดิร์น สมรรถนะแบบรถแข่ง และศิลปะการคัสตอมเข้าไว้ด้วยกัน ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง American Flat Track และรถแข่งยุค 1970s ที่จริงจังในสมรรถนะ แต่ยังคงแฝงจิตวิญญาณอันสนุกสนาน

พื้นฐานของ Carolina Reaper คือ Royal Enfield Guerrilla 450 โมเดิร์นโรดสเตอร์ระดับพรีเมียมของแบรนด์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Sherpa 450 สูบเดี่ยว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 452cc ซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกับ Himalayan 450 ทำให้ตัวรถกลายเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในโลกคัสตอม

จุดเด่นสำคัญของรถคันนี้คือการคงโครงเฟรมเดิมไว้ พร้อมเสริมซับเฟรมท้ายแบบแฮนด์เมด ชุดบอดี้อะลูมิเนียมผลิตขึ้นใหม่ และสวิงอาร์มดีไซน์ใหม่ที่ใช้เทคนิค brass-brazed construction รวมถึงปรับระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบ direct-mount เพื่อยกระดับความสามารถในการเซ็ตอัพและเพิ่มฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Flat Track อย่างเต็มรูปแบบ

Urban Striker: เมื่อจิตวิญญาณ Guerrilla พบ DNA นักสู้ของ Fairtex จากนักแต่งเมืองไทย

สำหรับประเทศไทย Royal Enfield ยังเตรียมนำเสนอ Urban Striker รถคัสตอมที่พัฒนาจาก Guerrilla 450 ปี 2026 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Royal Enfield และ Fairtex โดยตัวรถสะท้อนนิยามของสตรีทโรดสเตอร์ที่เฉียบคม ดุดัน และทรงพลัง

ชื่อ “Urban Striker” สะท้อนการผสานกันระหว่างจิตวิญญาณแบบ Guerrilla ของ Royal Enfield และ DNA นักสู้มวยไทยของ Fairtex โดยคำว่า “Urban” เชื่อมโยงตัวรถเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ที่การเคลื่อนไหว สไตล์ และทัศนคติคือส่วนหนึ่งของตัวตน ขณะที่คำว่า “Striker” ถ่ายทอดแก่นแท้ของความแม่นยำ ความดุดัน และพลังที่ควบคุมได้ในแบบฉบับมวยไทย

Urban Striker โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดิบ เน้นการใช้งานบนท้องถนน ตกแต่งด้วยสีพิเศษจากการคอลแลบเฉพาะกิจ และติดตั้งแฮนด์แบบจับโช้ค หรือ clip-on เพื่อเสริมท่านั่งที่ดุดัน เปรียบเสมือนความคล่องแคล่วและสมาธิของนักมวยไทย งานสร้างคันนี้จึงเป็นตัวแทนของ DNA ทั้งสองแบรนด์ ทั้งในด้านความแม่นยำ ความดุดัน และความจริงแท้

นอกจากนี้ ความร่วมมือ Royal Enfield x Fairtex ยังต่อยอดสู่พรีเมียมคอลเลกชัน โดยมีรายละเอียดกราฟิกบนถังน้ำมันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการพริ้วไหวของผ้าซาตินบนกางเกงมวยไทยขณะที่นักสู้เตรียมก้าวขึ้นสังเวียน สื่อถึงทั้งความสง่างามและความเข้มข้นของกีฬามวยไทย พร้อมประดับอักษร “มวยไทย” กลางถังน้ำมัน เพื่อเชิดชูศิลปะการต่อสู้ประจำชาติและสะท้อนมรดกของ Fairtex ในระดับสากล

คัสตอมไลน์อัพ สะท้อนตัวตน Custom Culture

นอกเหนือจาก Carolina Reaper และ Urban Striker ภายในบูธ Royal Enfield ยังเตรียมจัดแสดงรถคัสตอมอีกหลากหลายสไตล์ ที่สะท้อนความหลากหลายของการตีความบนแพลตฟอร์ม Royal Enfield ไม่ว่าจะเป็น Hunter B.O.B Project บนพื้นฐาน Hunter 350, Krishna โดย K-Speed บนพื้นฐาน Classic 650 รวมถึง FT 450 รถรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับ Slide School ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Guerrilla 450

ไลน์อัพทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของ Royal Enfield ที่มองรถจักรยานยนต์เป็นพื้นที่เปิดสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นสายคลาสสิก สตรีท เรซซิ่ง แฟลตแทร็ก บ็อบเบอร์ หรือไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย รถมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield สามารถตีความใหม่ได้อย่างหลากหลายตามตัวตนของผู้ขับขี่และนักสร้างสรรค์

Royal Enfield ขอเชิญชวนผู้ที่หลงใหลในรถจักรยานยนต์ งานคัสตอม และไลฟ์สไตล์สองล้อ มาร่วมสัมผัสโลกของ Custom Culture ในแบบ Royal Enfield ได้ที่บูธ Royal Enfield ในงาน BANGKOK HOTROD CUSTOM SHOW 2026 วันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 11–12 เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 12.00–22.00 น.

#RoyalEnfield #RoyalEnfieldThailand #BangkokHotrodCustomShow2026 #PureMotorcycling