CB150R MODREN Cafe

ยังคงต่อเนื่องกับผลงานการแต่งรถด้วยไอเดียของสำนักแต่งรถเมืองไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก กับโมเดลจากค่ายปีกนกที่กำลังได้รับความนิยมตามกระแสของกลุ่มวัยรุ่นแนวใหม่ Likit Racing Shop ร้านอะไหล่ตกแต่งและรับดีไซน์ชั้นนำของไทยเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการตกแต่งพร้อมกับอุปกรณ์ที่มีให้เลือกได้อย่างมากมาย อยู่ที่ถนนลาดพร้าวซอย 48 ครั้งนี้มาร่วมประกวดรถ Honda CB150R Concept Street Café เพื่อที่จะโชว์ไอเดียความสวยงาม ความแปลก ของตัวรถ CB150R ให้มีความโดดเด่นเป็นที่สะดุดทุกสายตาบนท้องถนน

จากสภาพรถเดิมๆ ในสไตล์ของ โมเดิร์นค่าเฟ่ ถูกรื้อออกทั้งคันและมีการตัดต่อโครงรถเชื่อมโครงตัวถังใหม่ให้มีซับเฟรมหลังสั้นและตรงยาว เสริมความแข็งแรงพร้อมใช้งานได้จริง จากนั้นก็มาเพิ่มสีสันลวดลายที่ถังน้ำมันใช้สีบรอนซ์ขอบดำและเส้นสีทอง ฝาถังแยกคลุมด้วยหนังสีน้ำตาลให้เข้ากับสีของเบาะที่สั่งสร้างพิเศษจาก Noi Watdan 24 โครงเบาะท้ายใส่ไฟท้าย LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบบิ้วท์อิน  ตำแหน่งท่านั่งจัดทรงแฮนด์ใหม่ใส่สวิตซ์สตาร์ท Domino ปลอกแฮนด์ Bitwell ลายข้าวหลามตัด ติดกระจกปลายแฮนด์ ประกับคันเร่ง Active สายคู่ ปั๊มแรงดันตัวบน rizoma ตู้ปลาทรงกลม มือเบรกและมือคลัทซ์ Galespeed ที่สามารถปรับได้ ที่พักเท้าเกียร์ให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ไฟหน้า LED บังโคลนหน้างานสร้างอลูมินัมครอบสั้น วงล้อเปลี่ยนจากแม็กเป็นซี่ลวดจาก COM ขนาด 17 นิ้ว โช้คอัพหน้าออพชั่นระดับบิ๊กไบค์ที่ติดตัวมาจากไลน์ผลิต ยางลายใบเลื่อยดิสก์เบรกหน้า คาลิเปอร์ Brembo Radial Mount 4 Pot นิกเกิ้ล

ตัวเฟรมเสริมกันล้ม GTR ออกด้านข้าง เครื่องยนต์เสริมสมรรถนะความจี๊ดจ๊าดด้วยท่อไอเสียที่พันด้วยชนวนกันความร้อนอย่างดี ปลายท่อเป็นท่อปลายคู่ ใส่หางปลา ดิสก์เบรกหลังคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว โช้คอัพหลังเดี่ยว ชุดขับเคลื่อนสเตอร์หน้า-หลัง พร้อมโซ่ใหม่สีทองแบบข้อบาง

สำนักตกแต่ง Likit Racing Shop ตั้งอยู่ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 48 ต้องการสั่งซื้อสินค้าหรือต้องการตกแต่งโทรสอบถามได้ที่ 089-556-0090

2018 Kawasaki Ninja ZX-6R

ก้าวเข้าสู่ปี 2018 ค่ายยักษ์เขียวที่เรียกได้ว่าสร้างกระแสความแรงและมีโมเดลใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจาปล่อยของชุดใหญ่ไปแล้วกับตัว 400 ซีซี และ ตัว 1000 ซีซี คราวนี้ก็ถึงเวลาของรถซูเปอร์สปอร์ตพิกัด 600 ซีซี กันบ้างเผื่อจะได้มีโอกาสได้สัมผัสตัวเป็นๆ

โครงสร้างตัวรถซึ่งมาในรูปแบบของ Aluminum Perimeter ที่มีความแข็งแรงทนทานต่อแรงบิดสูง ระบบกันสะเทือนหน้าโช้คอัพหัวกลับขนาด 41 มม. จาก Showa ปรับระดับได้ ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Bottom Link จาก Uni–Track ปรับระดับได้ถึง 25 ระดับ ระบบเบรกหน้าดิสก์คู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเม้าท์ 4 พอร์ตจาก Nissin ระบบเบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 210 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว พร้อมระบบความปลอดภัย KIBS (Kawasaki Intelligent Anti-Lock Brake System ) หรือระบบเบรก ABS ที่ทาง Kawasaki Racing Team เป็นผู้พัฒนา วงล้อแม๊กขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 120/70ZR17 และ 180/55ZR17 ถังน้ำมันจุได้ 17 ลิตร น้ำหนักตัวรถ 194 กิโลกรัม สำหรับโมเดลปี 2018 ของเจ้า ZX-6R ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบสี่ลูกสูบเรียงขนาด 636 ซีซี 4 จังหวะ 16 วาล์วแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีอัตราส่วนกำลังอัด 12.9:1 และจ่ายน้ำมันด้วยระบบ DFI หัวฉีดดิจิตอล ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบคลัทช์แบบเปียกซ้อนกันหลายแผ่น ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ มีระบบช่วงเหลือล้ำๆ อย่าง KTRC (Kawasaki Traction Control) ที่มีให้เลือกใช้งานได้ 3 รูปแบบ มีโหมดการขับขี่แบบ Power Mode ที่จะเพิ่มอัตราเร่งในย่านความเร็วกลางให้สูงขึ้นกว่าโหมดปกติ เพื่อการขับขี่ในสนามแข่งที่สมบูรณ์แบบ มีระบบอีเล็กทรอนิกส์ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ KLCM (Kawasaki Lunch Control) ที่ช่วยในการออกตัวในย่านความเร็วต่ำที่เป็นจุดอ่อนของรถเครื่องยนต์แบบสี่ลูกสูบ ระบบ Engine Brake Control ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจผู้ขับขี่  และระบบ  KQS (Kawasaki Quick Shifter) ที่ช่วยในการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกำคลัทซ์ให้เครื่องยนต์เสียกำลัง และระบบ Assist & Slipper Clutch ที่ช่วยป้องกันล้อหลังสับขณะที่เราลดเกียร์ผิดจังหวะ

ความหวังที่จะได้เห็น Kawasaki Ninja ZX-6R มาโลดแล่นบนถนนในเมืองไทยคงต้องรอดูกันต่อไปเพราะอาจเป็นเรื่องราคาค่าตัวที่แพง แต่มันก็สมน้ำสมเนื้อกับเทคโนโลยีที่ให้มา