รอสซี่-บีญาเลส คืนฟอร์มร้อนแรง ยามาฮ่าผงาดดับเบิ้ลโพเดี้ยมออสซี่

ทัพนักบิดยามาฮ่าคืนฟอร์มร้อนแรงหลังเปิดเกมสุดดุเดือดในเกมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP 2017 สนามที่ 16 รายการ ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ ประเทศออสเตรเลีย โดย วาเลนติโน รอสซี่ นักบิดจอมเก๋าอิตาเลียน ควงคู่ทีมเมทดาวรุ่งสแปนิชอย่าง มาเวริค บีญาเลส ทีม “มูวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี” กระชากคันเร่งรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 ผงาดยืนโพเดี้ยมอันดับ 2 และ 3 ขณะที่ โยฮันน์ ซาร์โก นักบิดฝรั่งเศสจาก ทีม “มอนสเตอร์ ยามาฮ่า เทคทรี” เค้นฟอร์มเก่งคว้าแชมป์ทีมอิสระ หลังจบการแข่งขันสุดมันส์

 

2018 KTM 250SX-F

หลังจากคว้าตำแหน่งแชมป์โลก MX2 World Championship มาครองได้อย่างต่อเนื่องหลายสมัย รวมทั้งในฤดูกาลนี้ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ทำให้ทาง KTM เคลมได้อย่างเต็มปากว่า นี่คือที่สุดของ MXer250F จากขุมพลังเครื่องยนต์ที่ได้รับข้อมูลการพัฒนาโดยตรงจากทีมแข่งแฟคทอรี่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ KTM จะใช้ประโยคว่า powerfull championship winning engine หรือ เครื่องยนต์ที่นำแชมป์มาสู่ทีมนั่นเอง

ในไลน์การผลิตทั้งหมดของ MXer เครื่องยนต์สี่จังหวะ ยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ติดตั้ง E-starter , ใช้ WP suspension , มี traction control และ map selection อีกทั้งยังพัฒนาตัวโครงสร้างรถทั้งหมดด้วยการ “ทำให้เบา” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เครื่องยนต์ของ KTM 250SX-F นั้น มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในพิทรถแข่งรุ่น MX2 ด้วยรอบการทำงานที่สามารถเค้นได้สูงถึง 14,000 รอบ ต่อนาที ในขณะที่แรงบิดของเครื่องยนต์ก็สามารถส่งออกมาได้เต็มที่ในทุกๆ ย่านการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ด้วยพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ KTM ที่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพ ระบบควบคุมการทำงานเครื่องยนต์ Engine Management System จาก Keihin ที่ทำงานร่วมกับระบบหัวฉีดไฟฟ้าที่มีขนาดเรือนลิ้นเร่ง 44 มม.ที่มีส่วนสำคัญให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในทุกจังหวะขับขี่ โดยหัวใจของระบบจัดการนี้ก็คือ การออกแบบ ECU ขนาดกะทัดรัด มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง โดยเฉพาะการควบคุมในส่วนของ traction และ launch control ที่มีส่วนทำให้ 250SX-F มีสมรรถนะการยึดเกาะในทุกๆ สถานการณ์การขับขี่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ขี่สามารถเลือกใช้กำลังเครื่องยนต์ที่เหมาะสมได้ด้วยการสั่งการที่ปุ่ม map switch บนแฮนด์เดิ้ลบาร์ เพื่อปรับเปลี่ยนค่า mapping ที่ต้องการ

โดยมาตรฐานของปุ่ม map switch หรือ map select switch บนแฮนด์เดิ้ลบาร์นั้น จะมีหน้าที่อยู่สามอย่างด้วยกัน คือ เปิดใช้งานระบบ traction control , เลือกใช้งาน launch control , และเลือกใช้กราฟหรือค่าแมปปิ้งที่ต้องการ ซึ่งจะมี standard กับ advanced ซึ่งปัจจุบัน 250SX-F ก็เป็นเช่นทุกรุ่นในกลุ่มเครื่องยนต์สี่จังหวะของ KTM ที่ติดตั้งระบบสตาร์ทไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ดังนั้นทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และระบบสตาร์ท จึงจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงาน โดย KTM ได้ติดตั้งแบตเตอรี่ lithium ion ใหม่ ที่มีน้ำหนักเบาแต่มีกำลังไฟที่มากขึ้นสำหรับรองรับการจ่ายไฟให้กับระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับสเปค 2018 KTM 250SX-F มีรายละเอียดดังนี้
Engine : 1-cylinder, 4-stroke engine
Displacement : 249.9 cm³
Bore : 78 mm
Stroke : 52.3 mm
Starter : Electric starter

Transmission : 5-speed
Primary drive : 24:73
Secondary gear ratio : 14:51
Clutch : Wet, CSS multi-disc clutch,
Brembo hydraulics
EMS : Keihin EMS
Frame : 25CrMo4 steel central-tube frame
Front suspension : WP-USD, AER 48, Ø 48 mm
Rear suspension : WP shock absorber
with linkage
Suspension travel (front) : 310 mm
Suspension travel (rear) : 300 mm
Front brake : Disc brake
Rear brake : Disc brake
Front brake disc diameter : 260 mm
Rear brake disc diameter : 220 mm
Chain : 5/8 x 1/4”
Steering head angle : 63.9 °
Wheelbase : 1485 ± 10 mm
Ground clearance : 370 mm
Seat height : 960 mm
Tank capacity (approx.) : 7 l
Weight READY TO RACE (without fuel) : 98.2 kg